ผู้เขียน หัวข้อ: <๑>ลีลาปรารถนา  (อ่าน 462 ครั้ง)

ไอวินทร์

  • นักข่าว
  • Sr. Member
  • *
  • กระทู้: 285
    • ดูรายละเอียด
<๑>ลีลาปรารถนา
« เมื่อ: พฤษภาคม 18, 2014, 04:02:22 PM »
เอาชื่อนี้ก่อนเลย คิดเล่นๆ ไว้
แต่ เอามาชน กะ โคโยตี้ร้อนรัก ก่อน ฮ่าๆ

ลีลาปรารถนา

เรื่องนี้ ตั้งใจจะเขียนแบบ เรื่องสั้น 50 หน้า
ต้องปรับอีกเยอะ 
ตอนนี้เขียน สไตล์อย่างกะ เรื่องยาว ฮ่าๆ

รีบมาจองก่อน เดี๋ยว นิยายคุณบีเลิฟ มาโพสจบ
คนอ่านจะไม่เห็นเรื่องนี้ ฮ่าๆ  ;D



บทที่ ๑ ลีลาปรารถนา
โดย มายารัศมี 
พล็อตเน่าๆ ต้องชื่อนี้ ฮ่าๆ


บทที่ ๑ 


เธอควรจะดีใจที่พรุ่งนี้เป็นวันหยุด แต่สินค้าที่ลูกค้าสั่งเอาไว้จำเป็นต้องส่งวันนี้ ไม่อย่างนั้นเธอจะเสียชื่อเสียง มีลูกค้ามาอุดหนุนกันอย่างมากมาย จนเธอขนกล่องพัสดุไปไว้ที่รถยนต์ไม่หมดในรอบเดียว ทั้งกระเป๋าช็อปปิ้งแบบล้อลาก ทั้งถือถุงหิ้วอีกสองถุง แต่ก็ยังเหลืออีกหลายกล่อง ต้องโทษที่เธอตื่นสายด้วยทำให้กว่าจะมาแพ็คของเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบบ่ายสองโมงแล้ว ยังดีที่ไปรษณีย์อยู่ไม่ไกลนัก คงจะทันส่งแบบฉิวเฉียดตามเคย

หลังจากแน่ใจว่าข้าวของเอาออกมาครบแล้ว เธอหอบหิ้วพัสดุทั้งหลายมากองหน้าลิฟต์
กดปุ่มยืนรอด้วยความกังวล สายตาคอยแต่มองตัวเลขบอกตำแหน่งชั้นของลิฟต์ พอประตูเปิดออก มีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่คนเดียว

“ช่วยกดปุ่มค้างให้หน่อยค่ะ”
เธอบอกแล้วรีบหันไปรวบรวมสัมภาระทั้งหมดในคราวเดียว แต่ด้วยความรีบทำให้ถุงหนึ่งกระแทกกับประตูลิฟต์จนไปตกกระแทกขาผู้ชายคนนั้น เธอรีบขอโทษทันที และเขาก็ตอบกลับมาอย่างสุภาพ

“คุณน่าจะใช้ลิฟต์ขนของ”
ใช่ คราวนี้เป็นความผิดของเธอเอง และลิฟต์ขนของก็อยู่อีกฟากหนึ่งของชั้นที่เธอพักอยู่ ใครจะอยากเสียเวลาเดินไกลล่ะ

“ไม่ทราบจริงๆ ค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ พอดีฉันเพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่”
เธอสวมบทบาทผู้เอาตัวรอดทันที แม้ไม่คิดว่าเขาจะเชื่อ

“เอาล่ะนั้นเป็นเรื่องของคุณ หนต่อไปคุณอาจทำให้คนอื่นได้รับบาดเจ็บเพราะกล่องพวกนี้อีก”
เธอแอบเม้มปากด้วยความไม่พอใจ แต่ก็ลืมไปว่าในลิฟต์เป็นกระจกรอบด้าน ถึงอย่างไรเขาคงมองเห็นสีหน้าของเธออยู่ดี

ลิฟต์มาถึงชั้นลานจอดรถ เขาเอื้อเฟื้อกดปุ่มค้างให้อีกครั้ง เธอไม่อยากจะพูดขอบคุณ แต่ตามมารยาททำให้เธอต้องพูด แล้วเขาก็ตอบกลับให้ชื่นใจอีกว่า “ระวังหน่อยแล้วกัน”

เธอหอบหิ้วกล่องสินค้าไปตามทางเห็นเขาถอยรถกระบะสี่ประตูสีดำออกมา ดูจากลักษณะรถยนต์ที่ใช้ น่าจะเป็นพวกชอบลุย ชอบออกต่างจังหวัดแน่ๆ ไม่ได้การณ์ล่ะเธอจะมามัวเดินเอ้อระเหยชื่นชมเขาอยู่ไม่ได้ ต้องรีบไปส่งของให้ลูกค้าให้เรียบร้อยก่อนจะดีกว่า

คงเพราะพรุ่งนี้จะเป็นวันหยุด ผู้คนถึงได้แห่กันมาใช้บริการที่ไปรษณีย์ เธอรอคิวอยู่ประมาณยี่สิบนาที แล้วเดินตัวปลิวอย่างโล่งอกออกมาได้ เธอมองดูนาฬิกาเพิ่งจะบ่ายสามโมงกว่าๆ ยังพอมีเวลาให้ไปเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้าแถวๆ นี้ก่อนจะได้เวลาไปเตรียมตัวทำงานอีกที่หนึ่ง มีหนังสือที่เธออยากได้อยู่เล่มหนึ่ง ไม่รู้ว่าจะออกหรือยัง เส้นก๋วยเตี๋ยวลายหัวใจ เธอคิดว่าน่าจะแนวคอมเมดี้หน่อยๆ เธอก็อยากอ่านชุดลายคราม เรื่องของเกาะโพ้นพะลาง เธอเดินผ่านลานโล่งของห้างฯ ที่มักมีสินค้ามาขายแต่หนนี้กลับเป็น งานแสดงเกี่ยวกับตุ๊กตา เธอไม่สนใจจะมุ่งตรงไปที่ร้านหนังสือเลย แต่หางตากลับเห็นผู้ชายรูปร่างบางที่เธอเพิ่งพบไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา

มาทำอะไรที่นี้ถือกล้องในมือด้วย เธอเดาว่าคงมาถ่ายรูปตุ๊กตา อาชีพตากล้องเหรอ แถมหน้าตาดีเสียด้วยเธอเพิ่งจะสังเกตเห็น แต่คงจะนิสัยไม่ค่อยดีเพราะมีแต่สาวๆ มาขอแลกเปลื่ยนผลประโยชน์เพื่อกรุยทางสู่อาชีพนางแบบ พวกมักมากแถมยังปากร้ายอีก เห็นเธอไม่สวยสินะ ตอนอยู่ในลิฟต์เลยไม่พูดจาดีๆ ด้วย

เธอยังจำประโยคนั้นได้ ‘เอาล่ะ นั้นเป็นเรื่องของคุณ’ ถ้าเขาคิดว่าเป็นเรื่องของเธอ ก็ไม่ต้องมาพูดอะไรสิ
พอได้เข้าร้านหนังสือสิ่งที่ขุ่นข้องหมองใจก็อันตธานสิ้น
 เธอใช้เวลาเดินหยิบเลือกหนังสืออยู่เกือบชั่วโมงถึงได้เดินไปจ่ายเงิน
พนักงานที่ร้านขอเศษสองบาทเพื่อที่จะได้ทอนเงินได้ง่ายหน่อย เธอก้มลงหาในกระเป๋า พอเงยหน้ามาอีกทีพนักงานก็ยิ้มให้

“แฟนพี่น่ารักจังค่ะ แอบมาช่วยจ่ายให้”
แฟนที่ไหนกัน เธอเหลียวมองหาไปทั่วร้าน สาวน้อยตรงหน้าเลยชี้ไปที่ผู้ชายคนหนึ่ง ไม่ใช่หรอก เขาอีกแล้วเหรอเนี้ย ชะรอยจะเป็นเนื้อคู่ตุนาหงัน เธอไม่เอาเด็ดขาดผู้ชายรูปร่างแบบบางแบบนี้  แต่ดูแล้วเขาก็ไม่ได้สนใจเธอเชิงชู้สาว ในชุดเสื้อแขนยาวประโปรงยาวคลุมไปถึงเท้าแบบนี้ มวยผมอย่างลวกๆ แล้วเอาปิ่นปักผมเสียบเอาไว้พร้อมกับใส่แว่นตาอีก

ทฤษฎีโลกกลม เธอไม่วันเชื่อว่าจะเป็นจริงได้อีกแล้ว ก็ต่อเมื่อตอนที่เธอจอดรถแล้ว เดินมาที่ลิฟต์มาเจอเขาอีก
 ในใจเธออยากจะร้องกรี๊ดดดด ให้ลั่นเลย ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายแต่เธอรู้สึกไม่ถูกชะตากับผู้ชายอย่างเขาเลยจริงๆ

“คุณแอบตามผมไปสินะ” หลงตัวเอง เธอคิดในใจ

“งั้นมั้งคะ”
เธอตอบพร้อมกับวางถุงหนังสือกับพื้น เผื่อว่าเกิดอะไรขึ้นจะได้ต่อสู้ได้ถนัดหน่อย
 ไม่ได้คิดว่าเขาจะเข้ามาลวนลามอะไรหรอก แต่อาจจะมาแหย่เล่นให้เธอประสาทเสีย

“ไม่เห็นต้องทำท่าตั้งการ์ดขนาดนั้น คุณกลัวผมหรือไง คุณนี่แต่งตัวเชยได้ใจจริงๆ” นี่เขาถือวิสาสะมาวิพากษ์วิจารณ์การแต่งตัวเธอราวกับสนิทสนมกับเธอมานาน แค่ช่วยกดปุ่มลิฟต์ให้ แค่จ่ายตังค์ให้สองบาท จะถือว่ามีบุญคุณนักใช้มั้ย

เธอถอนหายใจลึกๆ ก่อนจะพูดว่า “ฉันจะคืนเงินให้คุณ” เธอภาวนนาให้ถึงชั้นที่เธออยู่เร็วๆ หรือมีคนเข้ามาในลิฟต์จะได้ยุติการเสวนาคนปากเสียสักที

“นี่ผมพยายามจะเป็นมิตรนะ ประโยคแรกแค่ล้อเล่น ประโยคสองนี่ผมพูดเพราะไม่ได้ต้องการจะดูถูกคุณเลยนะ ผมคิดว่า...”
เขาทำท่าจะยื่นมือมาจับคางเธอเชยขึ้น แต่เธอถอยหลังไปชิดผนังอีกด้าน

“ไม่ต้องมาหวังดีกับเรื่องของฉันหรอกค่ะ ขอบคุณ”

“ถ้าคุณลองแต่งตัวอีกแบบ แต่งหน้าสักหน่อย คร้านจะมีแฟน นี่ผมพูดถูกหรือเปล่าครับ ลืมบอกไปผมชื่อชาญ แล้วก็ไม่ได้เป็นพวกแมวมองมาหาตัวประกอบไปเล่นละครอะไรหรอก แค่อยากจะแนะนำสิ่งดีๆ ให้กันฟัง ฐานะคนอาศัยอยู่คอนโดเดียวกัน” คนพูดมาก เธอจะไม่มีวันบอกหรอกว่าเธอชื่ออะไร

พอลิตฟ์มาถึงชั้นที่เธออยู่ รีบพุ่งตัวออกไปทันที แต่นึกขึ้นได้ว่าลืมหยิบหนังสือหันกลับไป เห็นเขาถือถุงหนังสืออยู่ในมือพร้อมกับอมยิ้มอย่างร้ายกาจ เธอยืนอึ้งอยู่หน้าลิฟต์ ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะตามไปเอาหนังสือคืนดีหรือเปล่า เพราะเห็นๆ กันอยู่ว่าถ้าเขาจะคืนหนังสือให้เธอก็ยังทัน ไม่ใช่มายืนส่งยิ้มให้แบบนี้ อาจต้องการเอาคืนที่ทำกล่องร่วงไปโดนขาเขาแน่ ถ้าอยากได้หนังสือก็เอาไปเลย เดี๋ยวเธอไปซื้อหนังสือ เส้นก๋วยเตี๋ยวลายหัวใจใหม่ก็ได้ เขาพิมพ์ครั้งแรกตั้งหมื่นเล่ม เธอมองตัวเลขที่ลิฟต์ จดจำชั้นที่คาดว่าเขาจะพักเอาไว้

ผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ แต่เธอรู้สึกโกรธ เรื่องว่าแต่งตัวเชยไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เรื่องที่โดนฉกหนังสือไปต่อหน้าต่อตาทำให้เธออยากจะทำร้ายร่างกายคน เธอรีบหมุนตัวเดินไปยังห้องพัก ไขกุญแจเปิดแล้วล็อกห้องถอดรองเท้า เหวี้ยงกระเป๋าไปที่โซฟา เปิดประตูห้องน้ำ ปิดด้วยความแรง จากนั้นก็ตะเบ่งเสียงร้องกรีด

จนแล้วจนรอดเธอก็ยังยืนโมโหอยู่ตรงเคาเตอร์ห้องน้ำหน้ากระจกยังไม่ได้อาบน้ำสักที ทำไมวันนี้ต้องมาเจอเขา เจอหนเดียวยังไม่พอ ยังโดนพูดจาแย่ๆ ใส่อีก นึกแล้วก็ขนลุก นี่เธอมาอยู่คอนโดกับคนประเภทนี้ได้อย่างไรกัน ทั้งที่คอนโดที่นี้ราคาไม่ใช่ถูกๆ ราคาแพงอาจวัดระดับผู้อยู่อาศัยไม่ได้เลยสินะ หนต่อไปคือพยายามหลีกเลี่ยงเข้าไปใกล้เขาเป็นพอ ฟุ้งซ่านเพราะผู้ชายคนหนึ่ง นี่คือหนึ่งในสิ่งที่เธอไม่คิดว่าจะเกิดกับตัวเองเลยจริงๆ 

เธอหันมองเวลาอีกครั้ง ถ้ามัวแต่ยืนอยู่ตรงนี้ต่อไป เธอคงได้ไปทำงานสาย แม้การขาดงานบ่อยๆ
จะไม่ใช่นิสัยของเธอเลย แล้วอีกอย่างเธอก็เต้นแค่อาทิตย์ล่ะสี่วัน แต่พอดีช่วงนี้มีทัวร์มาลงเจ้เงาะเจ้าของผับเลยขอร้องให้เธอมาเต้นโชว์เกือบทุกวัน คงไม่มีใครคิดว่าในตอนกลางคืนเธอจะเป็นสาวนักเต้นโพลแดนซ์ (pole dance) ไม่ใส่สาวรูดเสายั่วยวนแบบในอดีตอีกต่อไป
โพลแดนซ์คือศิลปะการเต้นผสมผสานกับยิมนาสติก ร่างกายต้องแข็งแรงและยืดหยุ่น
 เดี๋ยวนี้มีโรงเรียนเปิดสอนกันจนเป็นล้ำเป็นสัน
 แม้แต่พวกดารายังชอบไปเรียนเพื่อสุขภาพกันเลย
เธอจะต้องไปถึงที่ทำงานก่อนหนึ่งชั่วโมงเพื่อเตรียมตัวแต่งหน้า
 ส่วนชุดเธอก็ใส่ไว้ด้านในชุดเสื้อผ้าหลวมๆ พอไปถึงก็ถอดออก

เขานึกสงสัยว่าผู้หญิงท่าทางอย่างนั้นจะชอบอ่านหนังสืออะไร เดาตอนแรกน่าจะเป็นหนังสือปลูกผัก พวกอาหารมังสวิรัต วิธีจัดการตัวเลขทางการเงินอย่างเป็นระบบ แต่ผิดคาดที่กลายเป็นหนังสือนิยายรักหวานแหวว เขามองไม่ผิดแน่โครงหน้าของเธอบ่งบอกว่าน่าจะเป็นคนสวยคนหนึ่ง ริมฝีปากบางแต่แดงเรื่อนิดๆ นี่เขาเผลอจ้องมองปากเธอตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ
 เหมือนเธอพยายามปกปิดอะไรบางอย่างและทำให้เขารู้สึกสนใจ ถ้าเขาทายไม่ผิดเธอจะต้องอยู่คนเดียว ชอบไปไหนมาไหนคนเดียว ไม่ค่อยมีเพื่อนนัก ในความคิดวูบหนึ่งเขาก็อยากให้เธอทำตัวสดใสร่าเริงบ้าง  โลกคงจะสดชื่นขึ้นที่มีสาวน่ารักสักคนมาทำให้ใครต่อใครได้มองเพลินๆ

คืนนี้เขาต้องไปช่วยเพื่อนถ่ายรูปกระกอบบทความเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวในยามกลาคืน สถานที่ที่เขาไม่ชอบนัก ร้านอาหารกึ่งผับ ตากล้องโชคร้ายของเพื่อนเขาเชียร์ฟุตบอลกระโดดดีใจมากไปหน่อยล้มลงกระแทกพื้นจนข้อมือซ้น อาการไม่ร้ายแรงแต่คืนนี้คงยังทำงานไม่ได้ มานึกดูอีกทีน่าจะชวนแม่สาวหน้าบึ้งคนนั้นไปเปิดหูเปิดตาสักหน่อย แต่เธอคงตอบตกลงไปหรอก ปฏิกิริยาที่อยู่ในลิฟต์ด้วยกันแสดงถึงอาการรังเกียจเขาจนออกนอกหน้า เขาถึงได้แกล้งเอาหนังสือมา ถ้าเธออยากได้คืนก็ต้องหาทางมาเจอเขาให้ได้ อย่างน้อยๆ เขาก็รู้ว่าเธอพักอยู่ที่ชั้นไหนเป็นเรื่องไม่ยากที่จะมาดักพบเธอ

ชาญวางหนังสือลงบนโต๊ะเหมือนเดิม หยิบกล้องถ่ายรูปตัวโปรดพร้อมกับกุญแจรถ พอมาถึงหน้าลิฟต์เขาคิดเล่นๆ ว่า จะบังเอิญอีกมั้ยถ้าเธอจะไปที่นั้นเหมือนกัน วันนี้เขาเจอกับเธอสามรอบแล้ว ถ้าเจอกันอีกหนเขาคิดว่าเธอจะต้องเป็นผู้หญิงของเขาอย่างแน่นอน แฟนคนล่าสุดที่เลิกไปก็นานจนจำไม่ได้ บางทีน่าจะถึงเวลาหาตุ๊กตาหน้ารถตัวใหม่ได้แล้ว จะไม่ยิ่งสนุกหรอกหรือถ้าได้แบบแปลกๆ บ้าง จับเธอมาแต่งตัวตามใจชอบ ให้ลืมลุคป้าเชยๆ ไปเลย

ขณะที่ไขกุญแจรถเขาเห็นรถยนต์คันหนึ่งวิ่งผ่านไปทำให้หันไปมอง แม่สาวหน้าบึ้งคนนั้นนี่ มืดค่ำแล้วจะออกไปไหนอีก หรือจะออกไปกินข้าว นึกเสียดายถ้าเขาไม่ติดภารกิจ อาจขับรถตามเธอไป

เขาขับรถไปตามเส้นทางสักพัก มาติดสัญญาณไฟจราจร มองไปด้านหน้าเขาจำรถยนต์เธอได้ พอไฟเขียวเธอก็ออกรถไปอย่างรวดเร็วจนเขาตามแทบไม่ทัน แสดงว่าเธอต้องมีนัดหมายอะไรบางอย่าง เขานึกสงสัยขึ้นมาทันทีดูเธอร้อนรน คงไม่ใช่แฟนหนุ่มหรอก เชยๆ เฉิ่มๆ แบบนี้ไม่มีทางหาแฟนได้หรอก ก็ไม่รู้ทำไมใจเขาถึงไม่อยากให้เธอมีแฟน เพิ่งจะหัวค่ำสถานที่จอดรถสถานบันเทิงต่างๆ ยังบางตา แต่ไม่รวมถึงร้านที่เขาจะไปด้านหน้ามีรถมาจอดเกือบจะไม่มีที่จอดรถแล้ว ส่วนใหญ่คงจะมาหาอะไรกินกันตามประสาเพื่อนฝูงหรือครอบครัว

เพื่อนของเขาติดต่อเจ้าของสถานที่ไว้เรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวจะมีคนมาแนะนำว่าให้ถ่ายรูปอะไรได้บ้าง พอเขาเดินเข้าไปพร้อมกับกล้องถ่ายรูป พนักงานเสิร์ฟหนุ่มน้อยร่างบางปรี่เข้ามาทักทายเขาอย่างเป็นมิตร ร่างบางอย่างเขาก็เลยต้องเดินตามไปอย่างที่ไม่ได้มีโอกาสได้ดูอะไรอย่างอื่นตามใจนัก

แต่มีสะดุดตาอยู่ตรงที่มีภาพผู้หญิงแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าน้อยชิ้นกำลังยืนเกาะเกี่ยวอยู่กับเสาอลูมิเนียม หรืออะไรสักอย่าง เขารู้สึกไม่ค่อยพอใจ สถานที่แบบนี้มีเต้นการอนาจารด้วยหรืออาจมีเด็กๆ มาดูด้วย แม้จะไม่เห็นหน้าค่าตาของผู้หญิงเหล่านั้นเพราะมีหน้ากากขนนกปิดบังใบหน้าไปส่วนหนึ่ง แสดงว่าอับอายในอาชีพที่ทำอยู่อย่างนั้นหรือ สงสัยตรงส่วนนี้เขาคงจะไม่ต้องถ่ายรูป เพราะไม่อยากให้เป็นการโฆษณาสถานที่นี้

หลังจากเจ้าหนุ่มร่างบางพาเขาไปตะเวนถ่ายรูปตามส่วนต่างๆ ของร้านแล้ว
‘สามทุ่มเปิดแสดงนะพี่’ ร่างบางคนเดิมกระซิบบอกและย้ำว่าห้ามพลาดเด็ดขาด

เสียงดนตรีในร้านเล่นทำนองคึกคักราวกับว่าช่วงเวลาสำคัญใกล้จะมาถึงแล้ว เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเหลืออีกประมาณสิบนาที มีโฆษกออกมาพูดแนะนำลูกค้าถึงโชว์ในคืนนี้ รวมถึงเมนูอร่อยของร้านที่อยากให้ลูกค้าได้ลองชิม พูดเรื่อยเปื่อยจนเขาไม่ได้สนใจฟังหรอก ใจเขาจดจ่อถึงโชว์ที่ว่า เป็นห่วงแทนเด็กๆ ที่ต้องมาเห็นอะไรที่ไม่ควร เขาแอบนึกบริภาษเจ้าของร้านไปอีกด้วย เห็นแก่ตัวนึกถึงประโยชน์ตัวเองจนไม่นึกถึงเยาวชน ท่ามกลางสังคมแบบนี้ยังจะส่งเสริมสิ่งมัวเมาเพิ่มอีก

มารู้สึกตัวอีกทีสายตาของเขาก็ตรึงอยู่ที่บนเวที เขาไม่ทันรู้เลยว่า นักแสดงเดินออกมาอยู่ที่เวทีกันตั้งแต่เมื่อไหร่ มีผู้หญิงสามคนด้วยกัน แต่ละคนแต่งตัวกันคนละสไตล์แต่หลักๆ คือกางเกงขาสั้น และเขาก็เข้าใจในเวลาต่อมา เพื่อจะได้ปืนขึ้นเสาได้ง่ายและไม่ลื่นตกลงมา
ตอนเริ่มต้นก็เต้นปกติธรรมดา จากนั้นพวกเธอปืนขึ้นไปเหวี่ยงตัวหมุนรอบเสาด้วยมือข้างเดียวสลับกับเต้นเป็นระยะ เสียงเพลงจังหวะเร็วขึ้น พร้อมกับนักแสดงสาวแสดงท่าผาดโผนยิ่งขึ้น เขาแอบลุ้นเป็นระยะ ร่างกายของพวกเธอจะต้องแข็งแรงกันมากๆ ไม่อย่างนั้นแขนข้างเดียวคงรับน้ำหนักตัวไม่ไหว แถมมีการจับอีกคนเหวี่ยงอีกด้วย

จากนั้นคนที่อยู่ตรงกลางปืนขึ้นไปตีลังกาเอาศีรษะดิ่งลงแล้วหยุดก่อนจะถึงพื้น เรียกเสียงตบมือได้อย่างสนั่นร้าน ดูเหมือนว่าคนที่อยู่ตรงกลางจะเก่งที่สุด เพราะถ้าเป็นระดับความยากจะเป็นเธอแสดงเองเสียเป็นส่วนใหญ่ เอาขาขึ้นชี้ฟ้าแล้วทำท่าเดินลงมาจนตัวขนานกับพื้นโดยมีมือจับเสาแค่นั้น ผู้ชมต่างชอบใจกันใหญ่ ชั่วพริบตาเดียวการแสดงก็จบลง เขาแทบลืมหายใจ ไม่ได้ถ่ายรูปเลยสักแชะเดียว

ทั้งที่ตอนแรกเขาก็ตั้งใจว่าจะไม่ถ่าย แต่การแสดงน่าประทับใจมากจนรู้สึกเสียดาย
 เขาเดินตามหาพนักงานเสิร์ฟหนุ่มร่างบางคนเดิม อยากรู้ว่าจะมีโชว์วันไหนอีก
สุดท้ายคำตอบที่ได้ก็มาจากโปสเตอร์ที่ติดในร้านนี่เอง บอกวันและเวลาเรียบร้อย
และเขาไม่ต้องรออีกนาน เพราะว่าวันนี้จะมีโชว์อีกรอบ
เขารู้สึกสนใจผู้หญิงคนนั้นขึ้นมาทันที เผื่อจะได้สัมภาษณ์อะไรได้บ้าง
 เขารู้สึกทึ่งจริงๆ เป็นทั้งศิลปะการเต้นและการออกกำลังกายที่ทรงพลัง หากใครฝึกฝนการเต้นชนิดนี้
เขาคิดว่าจะต้องสุขภาพดีแน่นอน
พอเด็กเสิร์ฟคนหนึ่งผ่านมา เขารีบเรียกทันที

“น้องคนที่เต้นเก่ง ๆ นะ พี่จะขอถ่ายรูปได้มั้ย”

“อะไรนะคะ อ๋อที่โชว์นะเหรอคะ พี่อยากถ่ายรูปใครก็ได้ แต่ยกเว้นพี่บิสกิตคนเดียวค่ะ”

“นี่น้องหมายความว่า คนที่เต้นเก่งๆ ชื่อบิสกิตอย่างนั้นหรือ”

“ใช่ค่ะ พี่เข้าใจอะไรง่ายจังนะคะ งั้นหนูขอไปทำงานก่อนค่ะ” เด็กสาวร่างไม่บาง ผละไปอย่างรีบร้อน

“ทำตัวอย่างกับดารา หวงความเป็นส่วนตัวเสียด้วย”
ไม่เป็นไรเขาก็สวมวิญญาณปาปารัซซี่แอบถ่ายก็ได้ แม้จะไม่ใช้แฟลช
 แต่กล้องเขาก็มีโหมดอัจริยะถ่ายรูปได้แม้แสงจะน้อย มาคิดอีกทีเขาจะอยากถ่ายรูปเธอไปทำไม
 ในเมื่อที่โปสเตอร์ก็มีรูปเธอออกให้พรึบ ขอที่ร้านสักใบก็ได้ แต่ไม่ เขาอยากได้รูปเธอคนเดียวมากกว่า

พอถึงเวลาโชว์อีกรอบ เขาเพิ่งสังเกตว่าแขกของร้านแต่ละคน ต่างก็มีกล้องมือถืออยู่ในมือกันทั้งนั้น
พร้อมจะอัดคลิปกันเต็มที่ นี่ดียิ่งกว่ากล้องถ่ายรูปเสียอีก ได้ภาพเคลื่อนไหวด้วย เขาก็เลยเอาอย่างบ้าง
 ‘คืนนี้เธอจะต้องกลับไปแสดงโชว์ให้ฉันดูคนเดียวนะสาวน้อยคนเก่ง’

การแสดงในรอบนี้ไม่เหมือนรอบที่แล้ว เสื้อผ้าเปลื่ยนไป ท่าเต้นก็ไม่เหมือนก่อนหน้านี้แต่เรียกความหวาดเสียว อ้าปากค้างแก่คนดูได้เช่นเคย ทุกการเคลื่อนไหวของเธอสยบลมหายใจของเขา ให้จดจ่ออยู่ที่เธอได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ทั้งที่เขาเพิ่งได้เห็นการแสดงของเธอไปหยกๆ ‘บิสกิต’ ชื่อนี้น่ากินจริงๆ แต่ก่อนเขามักไม่ชอบกินขนมปังแต่เดี๋ยวนี้ชักอยากเปลื่ยนใจเสียแล้ว

โชว์จบลง มีนักแสดงบางคนออกมาถ่ายรูปกับแขกของร้านด้วย เขาได้แต่ชะเง้อหาแม่สาวบิสกิตแต่ปรากฏว่าเธอหายตัวไปหลังเวทีเรียบร้อยแล้ว พอถามใครก็ตอบอะไรไม่ได้มาก เธอพักอยู่ที่ไหนนะ เขารู้แต่ว่าช่วงนี้มีโชว์เกือบทุกวัน ลึกลับจริงๆ
หรือเธอจะเป็นสาวไฮโซที่ไม่อยากให้ใครรู้ว่าทำอาชีพกลางคืน
 ความจริงการแสดงโชว์แบบนี้เขาก็ไม่คิดว่าเสียหายตรงไหน
ไม่ใช่การเต้นแสดงยั่วยวนผู้ชายอย่างที่เขาคิดอย่างตอนแรก เขารู้สึกนับถือพวกเธอเสียด้วยซ้ำไป
ไม่ใช่ว่าใครก็ทำได้ต้องแข็งแรงจริงๆ เพียงแค่ไม่กี่นาที
 เขาก็ยังสังเกตอาการหอบเหนื่อยของเธอไม่น้อยเลย ใช้พลังงานไปมากทีเดียว

เขารู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่ไม่ได้ข้อมูลอะไรของเธอเลย ยกโทรศัพท์มือถือมากดรีเพลย์การแสดงซ้ำอีกสองรอบ
 เพื่อเช็กว่าเขาถ่ายได้โอเคหรือเปล่า บอกแล้วว่าคืนนี้เธอจะต้องไปแสดงให้เขาดูคนเดียว
   




@@@
ฉบับแก้ไข เล็กน้อย
 ;D

ลดบรรยาย อย่างมากกกก
ร่างบาง ไม่ใช้
กรี๊ดดดดดด  ไม่ใช้
อมยิ้ม อย่างร้ายกาจ ไม่ใช้
เน้น บทสนทนา เยอะๆๆๆๆ
เรื่องสั้น 50 หน้า นะจ๊ะ  8)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 20, 2014, 07:00:51 PM โดย ไอวินทร์ »
Licht und Schatten トーキョーグール-