ผู้เขียน หัวข้อ: กำลังปั่นคร้าาา อย่าเพิ่งอ่านนะคะ บทที่ ๘ ลีลาปรารถนา  (อ่าน 461 ครั้ง)

ไอวินทร์

  • นักข่าว
  • Full Member
  • *
  • กระทู้: 208
    • ดูรายละเอียด

บทที่ ๘   



   เขารู้ว่าเธอไม่ได้ตั้งใจจะให้เข้าไปนอนในห้องนอนด้วยกันหรอก มันเป็นบททดสอบที่โหดร้ายเท่านั้นเอง เขาเห็นภาพของเธอสวมชุดนอนติดตาอยู่ จำเป็นต้องสลัดทิ้งไปก่อนที่จะออกไปจากห้องนี้ เสียงเข็มนาฬิกาขยับไปอย่างเชื่องช้าเหลือเกิน แล้วเขาต้องทนไปอีกกี่ชั่วโมงกัน เขาเหลือบตาดู  แม้สักหนึ่งชั่วโมงก็ยังถือว่านานแล้ว เขาน่าจะไปฆ่าเวลาด้วยการดูหนังโต้รุ่งอย่างพวกคาวบอยเมืองเถื่อน ยิงกันหูดับตับไหม้ทั้งเรื่อง
   พอเริ่มมีความหวังเขาก็เดินตรงไปที่ทีวี จัดแจงกดรีโมทเปลื่ยนช่องไปเรื่อยเพื่อหาช่องที่ไม่ทรมานกันจนเกินไป ดึกๆ บางทีก็มีหนังติดเรตโผล่มาบ้างเหมือนกัน ต้องระวังให้ดี ใจนึกไปถึงบิสกิตที่นอนอยู่ในห้องคนเดียว และประตูไม่ได้ล็อกเสียด้วย อยากลุกไปแอบดูเธอนอนแต่ก็หักห้ามใจไว้ได้ทุกครั้ง เขาหาหนังที่อยากดูไม่ได้เลยเปิดช่องสารคดีสัตว์โลกเสียเลย ดูไปเรื่อยเปื่อย ตั้งแต่นก แมลง พืช สัตว์ล่าเนื้อ จนเขาแทบจะบรรยายวิถีชีวิตของแมงมุมได้อยู่แล้ว
   อีกสามชั่วโมงผ่านไป เขารู้สึกเมื่อยจนต้องลุกไปเปิดตู้เย็นดูว่าพอมีอะไรจะให้กินแก้ง่วงได้บ้าง มีแต่พวกอาหาร ไม่ก็ขนม เครื่องดื่มไม่มีเลย เขาหยิบน้ำเปล่าออกมาขวดหนึ่งแทน เปิดฝาดื่มไปสองอึก สายตาของเขาก็ไปปะทะกับประตูห้องนอนของบิสกิตพอดี ขอไปดูสักหน่อยแล้วกัน
   “ผมเข้าไปนะ” เขาร้องบอกขณะบิดลูกบิดประตู
   ภาพที่เห็นทำให้เขาทั้งอยากวิ่งออกไปและวิ่งเข้าไปหา เธอนอนตะแคงผ้าห่มหลุดไปจากลำตัว ขาข้างหนึ่งสอดอยู่ใต้ผ้าห่ม นอนดิ้นอย่างนั้นหรือ เขานึกขำ บอกไม่ถูกว่าอยากเดินเข้าไปห่มผ้าให้หรือดึงออกมา ดูลักษณะการนอนแบบนี้เขาเดาได้ว่าเธอกำลังหลับสนิททีเดียว ถ้าหากว่าเขา... ไม่ๆ ไม่ได้ ทั้งที่สั่งห้ามตัวเอง แต่ร่างกายเขากลับขยับไปที่เตียงมากขึ้น เขามองไล่สำรวจตั้งแต่ใบหน้า คิ้ว จมูก ปาก ทรวงอก แม้แสงจากประตูที่เปิดทิ้งไว้จะไม่ได้ส่องกระทบตัวเธอตรงๆ แต่ก็ทำให้เขาเห็นความเซ็กซี่ของเธอในมุมสลัวอย่างนี้ได้ เขายื่นหลังมือไปไล้ที่แก้มเธอเบาๆ ไล่ลงมาที่ลำคอแล้วหยุดที่หัวไหล่นวลเนียน
   ยังก่อนนายชาญ เขาชักมือกลับ จ้องมองเธอหลับอีกครู่แล้วหมุนตัวออกจากห้องปิดประตูให้อย่างเรียบร้อย เขาเดินตรงไปที่ห้องน้ำเพื่อจัดแจงล้างหน้าล้างตาเพื่อลดอุณหภูมิในร่างกายเสียหน่อย ยังไม่ถึงเวลา ตอนนี้สัญญาต้องเป็นสัญญา
คืนนี้เขาต้องทำตัวดีๆ เขาหันกลับลงเรียนวิชาสารคดีต่อ คราวนี้เป็นรายการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงแสนรัก ปัญหาสุนัขจอมเกเร ไก่โต้งจอมเตะ หมูรักสะอาด พอเช้าพรุ่งนี้ เขาอาจได้ใบปริญาสัตวแพทย์อีกใบเลยก็ได้ เขาคิดอย่างขำๆ
   หลังจากทนอีกสักพักเขาก็เริ่มง่วง  นี่บิสกิตไม่ได้เตรียมที่นอนให้เขา จะให้นอนที่โซฟาหรือให้เข้าไปนอนในห้องกับเธอกันแน่ เขาชักไม่แน่ใจ จะได้เป็นการทดสอบขั้นสูงสุดก่อนจบวิชาบำเพ็ญตบะด้านความอดทน เขามองเจ้านาฬิกาอีกครั้ง เหลือเวลาอีกประมาณสองชั่วโมงก็จะเข้าสู่เช้าวันใหม่ เขาตัดสินใจอย่างเป็นไงเป็นกัน ถ้าไม่ได้ภรรยาก็ได้เมียมาคนหนึ่งล่ะ แล้วเธอคิดว่าเขาจะปล่อยเธอไปง่ายๆ อย่างนั้นหรือ 
   เมื่อประกาศความตั้งใจอย่างเงียบๆ คนเดียวแล้ว เขารีบปิดทีวีปิดไฟให้หมด เดินไปหยุดที่หน้าประตูอีกครั้ง ทำตัวดีๆ ไม่ได้ห้ามเขากอดเธอใช่หรือเปล่า เกือบลืมไปแล้วสิ เขายังไม่ได้อาบน้ำเลย แล้วนี่ก็ใกล้จะเช้าอยู่แล้วด้วย ดังนั้นเพื่อต้อนรับเช้าวันใหม่ที่สดใส เขาต้องรีบไปอาบน้ำก่อนค่อยมานอนกอดนางฟ้าทีหลัง เขาไม่เคยรู้สึกว่าอยากรีบไปอาบน้ำเพื่อมานอนเท่าวันนี้เลย
   ชาญพิถีพิถันในการอาบน้ำทั้งสระผมทั้งฟอกสบู่เหลวของบิสกิตสองรอบทีเดียว เดินไปเป่าผมให้แห้งทาแป้งอีกเล็กน้อย กลิ่นที่คุ้นเคยคงพอทำให้เธอไม่รู้สึกตกใจเวลาตื่นขึ้นมาเจอเขา มองส่องกระจกเห็นตัวเองแล้วคิดว่า นี่คือผู้ชายที่กำลังจะสละโสด ช่างเป็นผู้ชายที่ดูดีและมีความสุข กำลังจะไปหานางฟ้าที่...แสนดุร้ายองค์หนึ่ง
   “บิสกิต” เขาหยั่งเชิงเรียกเธอดูว่ายังหลับสนิทหรือเปล่า
   ไม่ได้ยินเสียตอบรับเขาเลยสอดตัวเข้าไปนอนแล้วดึงผ้าเช็ดตัวโยนไปพาดอะไรสักอย่าง ค่อยๆ สอดมือไปโอบตัวเธอเข้ามาในอ้อมกอด เธอมีอาการขยับตัวเหมือนรำคาญแต่ตายังไม่ลืมขึ้นมา เขาผ่อนลมหายใจให้ช้าลง รอดูปฏิกิริยาจากเธอว่าจะตื่นหรือเปล่า อดใจไม่ไหวก็เผลอกอดแรงๆ ไปที ราวกับเธอถูกส่งมาให้เป็นของเขา ยิ่งแนบชิดเขายิ่งควบคุมตัวลำบาก เลือดสูบฉีดไหลเวียนไปทั่วร่าง หัวใจเต้นเร็วจนรู้สึกเหมือนกำลังวิ่ง เขากำลังจะหน้ามืดเพราะเมากลิ่นของบิสกิต ทั้งหอมทั้งน่ากิน
   เขาหลับตาแล้วท่องมนต์คาถาอดทน อดทน อดทน ซ้ำไปซ้ำมา
   หลับแล้วตื่นเป็นพักๆ ใจพะวงเรื่องเวลา หนแรกตีห้า เขาฝืนใจข่มตาให้หลับต่อ มารู้สึกตัวอีกทีก็เจ็ดโมงกว่า คนที่นอนอยู่ข้างๆ ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น สงสัยคงเพราะเธอทำงานกลางคืนเลยมักจะตื่นสายเป็นนิสัย ภารกิจสำหรับเขาลุล่วงแล้ว เขานอนยิ้มมองเธอ การทำตัวดีๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก ในเมื่อมีรางวัลแสนสวยรออยู่ตรงหน้าแล้ว
   “บิสกิต” เขาเรียกชื่อเธอเหมือนกำลังละเมอ จูบปากจิ้มลิ้มที่เผยอน้อยๆ แล้วจู่โจมจูบที่ซอกคออย่างรวดเร็ว ลูบเนื้อตัวเธออย่างห้ามใจไม่อยู่ วันนี้เขาต้องได้ตัวเธอมาเป็นของเขาให้ได้ จะต้องโดนเกลียดก็ยอม (คนเขียนบอกจะจบแล้ว ให้เขาเล่นเต็มที่เลย) จะว่าเหมือนคนอดอยากหิวโซก็ว่าได้ เขารุกล้ำไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกายเธออย่างไม่เบามือนัก แต่ทำไมเจ้าตัวดูเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย น่ากลัวว่าจะเป็นสาวน้อยจอมขี้เซาขนาดหนัก เขานับว่าเป็นข้อดีแล้วกัน
   “บิสกิตของผม” เขาเข้าไปหาเธอ นั้นแหล่ะ เธอถึงได้ร้องกรี๊ดออกมา ตั้งนานไม่ตื่นนะนางฟ้า แต่ตอนนี้ต่อให้โลกถล่มใครก็อย่าหวังมาขวางทางเขาแล้วกัน
   “หยุดนะ” เธอร้องตะโกนทุบตีเขาเป็นการใหญ่
   “ผมรักคุณแต่หยุดได้แปบเดียวนะ อดทนอีกนิดนะครับที่รัก”
   “คุณมันเลว” เธอต่อว่าพร้อมกับร้องไห้
   “คงจะเลวกว่านี้ถ้าไม่ต่อให้จบ” เขาตอบเท่าที่จะตอบได้ ความต้องการจะไปต่อเริ่มถึงขีดสุด
   “ไหนเมื่อคืนคุณสัญญาว่าจะทำตัวดีๆ”
   “ตอนนี้เช้าแล้วครับ คุณโอเคหรือยัง” เขาลองขยับ
   “ไม่” เธอตะโกนเสียงดัง พยายามดันตัวเขาออก สงสัยเธอจะไม่ค่อยรู้เรื่องแผนที่หลงทางแล้วนะครับที่รัก ถ้าอยากจะหนีต้องไปอีกทางต่างหาก ไว้เขาจะกระซิบบอกเธอทีหลัง
   “ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมจะดูแลคุณเอง” เขาทำตามที่พูดเสมอ แม้จะลำบากแค่ไหนเขาก็ไปให้ถึงจุดหมายจนได้
   หลังพานางฟ้าเหาะเหินกลับสู่สรรค์ เทพบุตรจำเป็นอย่างเขาก็มีอันต้องสูญสิ้นอิทธิฤทธิ์ นอนหมดสภาพอยู่บนเตียงแล้วเผลอหลับไปพักหนึ่ง ตื่นมาอีกทีมองเห็นสภาพห้องนอนไม่คุ้นตา รีบผุดลุกขึ้นนั่ง สงสัยว่าตัวเองอยู่ที่ไหน มองสภาพล่อนจ้อนตัวเอง เขาเพิ่งนอนกับผู้หญิง และผู้หญิงคนนั้นก็คือ...เขากวาดสายตาหาไปทั่วห้อง แต่ไม่พบใครเลย ความทรงจำเริ่มแจ่มชัดขึ้น งานเข้าแล้ว บิสกิต เธออยู่ไหนหรือหนีไปต่างจังหวัดแล้ว เขากระโดดลงจากเตียง คว้าผ้าเช็ดตัวที่ตกอยู่ที่พื้นมาพันรอบเอวอย่างลวกๆ วิ่งออกไปนอกห้องนอนจนแทบสะดุดล้ม เห็นเธอนั่งจิบกาแฟอยู่ที่โต๊ะอาหาร
   “คุณเป็นอะไรหรือเปล่าครับที่รัก”
   “อาจจะเป็นฆาตรกรเร็วๆ นี้ถ้าใครบางคนยังไม่ออกไปจากห้องของฉัน” เธอมองด้วยหางตาจนเขารู้สึกเสียววาบ และโดยเฉพาะเธอปรายตามาที่จุดยุทธศาสตร์ของผู้ชาย
   “ผมพร้อมรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นทุกอย่าง”
   “ยังไงคะ” เขาใจชื้นขึ้นมาหน่อยที่เธอไม่โมโหอาละวาดจนไม่ฟังเหตุผลอะไร
   “เราจะแต่งงานกันให้เร็วที่สุด เพราะผมไม่ได้ใช้ถุงยาง” ดูเหมือนเธอจะตกใจ และเพิ่งนึกถึงความจริงข้อหนึ่ง นั้นคือเธอมีสิทธิท้องนั้นเอง
   “คุณจงใจให้เรื่องเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรกแล้วใช่หรือเปล่า ที่เมื่อคืนนี้ทำเป็นสัญญาก็เพราะจะรอให้เช้าก่อนถึง ถึงได้รวบรัดตัวฉัน” แม้เธอจะไม่ค่อยพอใจ แต่เวลาพูดตะกุกตะกักกลับดูน่ารักจนเขาอยากจะกอดเธออีกรอบ
   “ใช่ ผมต้องการให้เป็นแบบนี้ และเมื่อคืนนี้ผมก็ไม่ได้ผิดสัญญาสักหน่อย”
   “ต้องโทษที่ฉันประมาทเอง คิดว่าจะรับมือกับคุณได้ และที่สำคัญฉันมันโง่ที่คิดว่าคุณจะเป็นคนดีกว่านี้ แต่ฉันก็ไม่อยากแต่งงานกับคุณอยู่ดี ฉันไม่รู้จักคุณสักนิด”
   “เราค่อยเรียนรู้กันไปก็ได้ครับ อย่าลืมว่าคุณยังโดนพวกนั้นตามล่าอยู่ ถ้าหนีไปเพียงลำพัง คุณก็หนีลำบาก สู้คุณอยู่กับผมให้มีคนคอยช่วยไม่ดีกว่าหรือ และผมยอมตายแทนคุณได้” ดูจากแววตาแล้ว เขาคิดว่าเธอคล้อยตามความเห็นของเขาอย่างมากทีเดียว แต่ก็ยังลังเลใจอยู่
   “ก็ได้ พักเรื่องนั้นไว้ก่อน แต่ว่าคุณมีแผนหนียังไงบ้างคะ”
   “ผมมีคนรู้จักทำรีสอร์ตอยู่ทางเหนือ ชื่อธาราซุปเปอร์ดาวหมีใหญ่ เราหนีไปพักผ่อนที่นั้นสักพัก ไหนๆ คุณก็ต้องการออกเดินทางอยู่แล้ว ไปกับผมนะครับบิสกิต” แม้จนถึงที่สุดเขาจะดึงดันให้เธอไปกับเขาให้ได้ แต่เขาก็อยากขอร้องเธอดีๆ ก่อน
   “ชื่อรีสอร์ตแปลกดีนะคะ ฉันไม่ไปหรอก” ฮ่าๆ
   “แล้วคุณจะไปที่ไหนครับ บอกผมมาสิครับที่รัก”
   “ไปที่ไหนก็ได้ที่ไม่มีคุณ”
   “ไหนคุณบอกว่าพักเรื่องนั้นไว้ก่อน เอาเรื่องสำคัญก่อนไงครับบิสกิต”
   “ก็ฉันยังโมโหตัวเองอยู่ แล้วก็ไม่อยากเห็นหน้าคุณด้วย”
   “ยังไงคุณก็หนีความจริงไปไม่ได้หรอก ผมคิดจริงจังกับคุณนะ คุณก็รู้ ถ้าไม่อย่างนั้นผมคงแจ้นกลับห้องไปแล้ว ไม่ต้องอยู่แบกภาระต่อกรกับพวกมาเฟียอะไรนั้นหรอก ดีไม่ดีโดนลูกกระสุนเจ็บตัวเปล่าๆ”
   “ใครใช้ล่ะ ประตูอยู่ทางโน้นค่ะ”
   “บทจะดื้อก็ไม่ใช่เล่นเล่นนะครับที่รัก แต่ผมเข้าใจเพราะผมผิดเอง ผมขอโทษแต่ไม่เสียใจที่ทำอะไรลงไป ในเมื่อผมต้องการจะผูกมัดคุณกับผมให้เราได้อยู่ด้วยกัน”
   “ช่างเป็นคนเสียสละ ซึ้งมากๆ เลยนะคะ”
   “เลิกประชดผมเถอะครับบิสกิต ออกเดินทางกันดีกว่านะครับ”
   “ถ้าฉันไม่ไปล่ะ”
   “ผมก็คงต้องมัดแล้วอุ้มคุณใส่รถยนต์ไป”
   “จับฉันให้ได้ก่อนเถอะ” เธอลุกพรวดแล้ววิ่งหนีไปที่ห้องนอน แต่เขาก็วิ่งตามไปทัน กระโจนจนทั้งคู่ไปล้มอยู่บนที่นอน
   “เป็นไงล่ะ คราวนี้จะยอมไปดีๆ หรือยังครับ” เขาขึ้นไปคร่อมอยู่บนตัวเธอแล้วจับรวบสองมือเอาไว้
   “ไม่ ลุกออกไปนะ” เธอร้องกรีด เพราะว่าผ้าเช็ดตัวหลุดไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เธอเลยได้ยลโฉมร่างกายเขาเต็มตา แถมเจ้ามังกรน้อยก็ยังออกมาเริงร่าทักทายเธออีก
   “ผมคิดว่ามีวิธีดีๆ แล้ว ถอดเสื้อผ้าคุณออกแล้วมัดไว้กับเตียง จากนั้นผมจะปล้ำจนคุณหมดแรงทุกวัน จะมาปล่อยคุณเข้าห้องน้ำวันละสามครั้ง จนกว่าคุณจะยอมไปกับผมดีๆ คิดว่าผมชอบวิธีนี้นะ” เขาโน้มตัวลงไปจูบเธอ เมื่อตักตวงความหวานจนพอใจ เขาถึงได้ผละออกมา จริงๆ แค่จะแกล้งขู่เธอเท่านั้น แต่ไฟข้างในกลับลุกพรึบอย่างรวดเร็ว ขืนไม่ออกเดินทางวันนี้ เขาได้ปล้ำเธอจนหมดแรงอย่างที่บอกนั้นแหละ
   “ไปๆ ฉันไปแล้วค่ะคุณชาญ”
   “ต้องไปสิ ไม่อย่างนั้นผมห้ามใจไม่อยู่จริงๆ ผมไม่ได้พูดเล่นนะครับที่รัก” เขาปล่อยมือเธอ
   “ลุกสิคะ”
   “ก็ลุกอยู่” เขาก้มมองที่ส่วนล่าง
   “ทุเรศ ลามก ออกไป ฉันจะเตรียมตัวเดินทาง” เธอพยายามผลักไสแล้วทุบตีเขาอีกหลายที
   “อีกหนึ่งชั่วโมง เดินทางนะครับ เดี๋ยวผมขอไปจัดการปิดห้องตัวเองให้เรียบร้อยก่อน แต่ไม่ดีกว่า ผมว่ารอคุณพร้อมแล้วค่อยไปห้องของผมทีหลัง ไม่อย่างนั้นคุณคงเกิดอารมณ์ชั่ววูบหนีผมไปอีก ผมไม่ใช่พวกหื่นตลอดเวลาหรอกนะครับ แค่หื่นเป็นบางเวลาที่เจอนางฟ้าบิสกิต”
   “พวกโจรปล้นสวาทนะสิไม่ว่า แล้วคุณเองนั้นแหละ พวกเกิดอารมณ์ชั่ววูบ ไร้ศีลธรรม ไร้จิตสำนึก เอาเปรียบผู้หญิง” เธอลงจากเตียงแล้วต่อว่าเขาฉอดๆ
   “ต้องการให้ผมเล่นบทโจรอีกรอบหรือครับที่รัก” เขาแกล้งแหย่
   “ความผิดคุณคนเดียว ชีกอไม่เลือก”
   “เลือกสิครับ แต่ว่าเดี๋ยวเราไปเถียงต่อในรถยนต์จะดีกว่านะครับ” เขาตัดบท รู้สึกเสียดายอยู่หรอก แต่ว่าถ้าออกเดินทางช้าไป กลัวพวกนั้นจะมาดักเจอพวกเขาอีกจนได้

   ชาญขับรถยนต์แล้วค่อยชำเลืองมองคนที่นอนหลับอยู่เบาะข้างๆ พอเธอขึ้นนั่งคาดเข็มขัดนิรภัยปุปก็นั่งหลับเงียบไปตลอดทาง พอทีอย่างนี้ไม่กลัวว่าเขาจะพาไปขึ้นเขาลงห้วยที่ไหน หรืออาจยังเพลียจาก... เขาเผลอมองไปที่รูปร่างเธออย่างไม่ได้ตั้งใจจนขับเซออกนอกเส้นทางไปเล็กน้อย เขาจะเก็บไม้เก็บมือให้ห่างจากเธอไปได้อย่างไรล่ะทีนี้  หนทางยังอีกยาวไกล แล้วเขาจะทนไหวได้อย่างไร เขาคิดเปลื่ยนเส้นทางการเดินทางก่อน ขอไปฮันนีมูนแถวภาคตะวันออกก่อนจะดีกว่าสักอาทิตย์จากนั้นค่อยย้อนกลับมานั่งเครื่องบินไปรีสอร์ตของคนรู้จัก
   อย่างน้อยๆ เจ้างั่งลูกผู้มีอิทธิพลคนนั้นก็คงหันไปหาเป้าหมายอื่น ผู้หญิงมีดาษดื่นไป ทำไมจะต้องมาชอบบิสกิตของเขาด้วยก็ไม่รู้ ก็เพราะเธอเก่ง เธอสวยเป็นตัวของตัวเอง ขยันทำมาหากินไม่ง้อผู้ชายเสียด้วย นับเป็นข้อเสีย แย่ๆ ต้องปรับปรุงด่วน คงต้องให้เขาเป็นตัวช่วย ขับรถไปพลางเขาก็คิดถึงแต่เรื่องของเขาและบิสกิตจนไปถึงที่หมาย เขาจะเอารถยนต์ข้ามฟากไปที่เกาะ  หลายชั่วโมงผ่านไปแล้ว เธอก็ยังจะอยากตื่น ยิ่งเอนเบาะนอนอย่างมืออาชีพแล้วด้วย เรือเฟอร์รี่ลำใหญ่บรรจุรถยนต์ได้หลายสิบคันทำงานกันอย่างรวดเร็ว เขาไม่อยากจะปล่อยให้เธอนอนอยู่ในรถคนเดียว เลยจำเป็นต้องปลุกเธอ
   “บิสกิตตื่นก่อนนะครับ” เขาเขย่าตัวเธอเบาๆ  แต่มีหรือจะตื่นเขาเลยมองซ้ายทีขวาทีเอนตัวไปจูบเธอ เท่านั้นแหละได้เรื่อง เธอขยับตัวไวมากจนหัวโขกกับเขาดังโป๊ก ไม่น่าเชื่อว่าจูบของเขาจะปลุกนางฟ้าได้รวดเร็วปานนี้
   “ทำอะไรน่ะ” น้ำเสียงกล่าวหามาเป็นอันดับแรก
   “ปลุกที่รักไงครับ”
   “ปลุกแบบธรรมดาไม่เป็นหรือไงคะ ถอยออกไปค่ะ” เธอรอจนเขาขยับไป ถึงได้ลุกขึ้นมานั่ง
   “นี่แหล่ะธรรมดาสำหรับผม” เขาตอบแต่ดูเหมือนเธอจะไม่สนใจ
   “อ้าว ทำไมรีสอร์ตทางเหนือมีทะเล ที่นี้ที่ไหนคะ” เธอดูจะสนใจวิวทิวทัศน์นอกรถมากกว่าเขา
   “ผมขอเปลื่ยนแผนการเดินทาง แต่พอดีคุณหลับอยู่ ผมเลยถือวิสาสะตัดสินใจคนเดียว เราจะไปเป็นชาวเกาะกันสักสองสามวัน คุณว่าไงครับบิสกิต”
   “ทำเป็นมาถามฉัน ในเมื่อจะถึงอยู่แล้วนี่คะ” เธอตอบอย่างไม่ค่อยจะพอใจนัก
   “ผมว่าขับรถไปทางเหนือค่อนข้างอันตราย อีกอย่างผมไม่เคยขับคนเดียว ทุกทีต้องมีเพื่อนคอยเปลื่ยน แล้วอีกอย่างผมก็ไม่อยากให้คุณเหนื่อยด้วยนี่ครับที่รัก”
   “ก็ตอนออกมา เราย้อนกลับไปขึ้นเครื่องบินก็ยังทันนี่คะ หรือคุณคิดจะพาฉันไปทำอะไรไม่ดี”
   “ใครจะกล้าล่ะครับ กับคุณนี่ผมการันตีได้เลยว่ามีแต่เรื่องดีๆ”
   “สำหรับคุณนะใช่ แล้วนี่อีกนานมั้ยคะว่าจะถึงเกาะ”
   “น่าจะไม่นาน เราออกไปนั่งข้างนอกกันมั้ยครับ ไม่ร้อนเท่าไหร่”
   “ไปสิคะ” เธอตอบแต่เปิดประตูลงจากรถแล้วเดินไปไม่รอเขา เขาลืมบางอย่างไปเธอยังไม่ได้สวมแว่นตาอำพรางหน้า  แล้วก็ไม่ได้แต่งตัวแบบป้าเชยๆ เดี๋ยวก็มีหนุ่มๆ พากันมาจีบเธออีก เขาลืมลงจากรถแล้วตามเธอไปอย่างรวดเร็ว ช้าอีกเพียงนิดเดียวมีคนจะเข้ามาจีบเธอแล้ว เขารีบเข้าไปชาร์ตโอบเอวเธอทันที แล้วเลือกที่ยืนสะดุดตาผู้คนเสียด้วย แต่เขาคิดว่าเธอสนใจแต่ท้องทะเลท้องฟ้าเสียมากกว่าผู้คน
   “มีนกบินอยู่เหนือน้ำด้วย” เธอชวนคุยอย่างตื่นเต้น
   “ครับมีนกด้วย” เขาไม่เห็นนกสักตัวได้แต่มองเธอ ลมพัดแรงทำให้ผมเธอปลิวจนแทบพันกันยุ่ง จนเขาต้องเอามือมาช่วยจับให้
   “ตรงนั้นเหมือนจะมีปลาโลมาด้วยค่ะ” เธอชี้ไปที่ไหนสักแห่ง และเช่นเคยเขาไม่เห็นปลาโลมาสักตัว ที่นี้มีแต่นางฟ้า
   “ครับมีปลาโลมาด้วย”
   “เอ๊ะ ดูนั้นมีคนปัญญาอ่อนข้างสาวสวยด้วยค่ะ”
   “ครับมีคนปัญญาอ่อนด้วย” แล้วเขาก็นึกขึ้นได้ว่าเธอว่าเขา ทำให้เขาแกล้งกระตุกผมเธอคืน
   “เจ็บนะคะ” เธอดึงผมไปจับไว้เอง แล้วเดินหนีไปนั่งที่เก้าอี้
   “ขอโทษครับที่รัก ไหนตรงไหนเดี๋ยวผมเป่าให้มาให้ผมดูสิครับคนเก่ง”
   “บ้า ไม่ต้องทำตัวปัญญาอ่อนเลยนะ” เธอตอบแล้วหันหน้าหนีไปชมวิวอีกทาง กำลังจะง้อสักหน่อย พนักงานก็ประกาศเตือนให้ผู้โดยสารกลับขึ้นรถยนต์ เขาเลยทำเนียนจูงมือเธอไปที่รถยนต์โดยไม่พูดอะไร


บรรยายเยอะทำม้ายยยย นัก  ???
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 05, 2014, 10:17:52 PM โดย ไอวินทร์ »
Licht und Schatten トーキョーグール-

ไอวินทร์

  • นักข่าว
  • Full Member
  • *
  • กระทู้: 208
    • ดูรายละเอียด
บทที่ ๙


   รถยนต์แต่ละคันทยอยวิ่งออกมากจากเรือเฟอร์รี่
   “ผมเคยมาเที่ยวที่นี้หนสองหน พอจะรู้จักบังกะโลดีๆ อยู่บ้าง” เขาชวนคุยขณะขับรถไปตามเส้นทางคดเคี้ยวบนเกาะ
   “เหรอคะ”
   “มีน้ำตกด้วยนะครับ”
   “ก็ดีค่ะ”
   “มีช้างด้วยครับ”
   “ญาติคุณหรือคะ”
   “เลิกทำตัวยียวนแบบนี้สักทีเถอะครับที่รัก ผมขอโทษจะร้อยครั้งแล้วนะครับ ผมจะไม่กระตุกผมคุณแบบนั้นอีก ผมขอสาบานก็ได้เอ้า”
   “แก้ตัวด้วยอาหารเย็นอร่อยๆ แล้วฉันจะยกโทษให้ แต่ถ้าคุณทำอีกฉันจะแอบตัดผมคุณให้แหว่งไปเลย แล้วคราวต่อไปก็จะไม่ใช่เส้นผม” เธอขู่อาฆาตเสียงเข้มพร้อมกับมองที่กางเกงเขา จนเขารู้สึกว่าเธอน่าจะทำได้จริงๆ ไม่รู้คับแค้นใจอะไรกับเจ้าลูกชายของเขานัก จ้องจะตัดกันเลยทีเดียว  ๐๕/๐๖/๕๗ ๒๒:๒๕ น.
   “ไม่ทำอีกแล้วครับ ผมกลัว เดี๋ยวผมจะแก้ตัวใหม่ ใจเย็นๆ นะครับนางฟ้า” เขารีบประจบเอาใจ แววจะกลัวเมียอีกคนล่ะมั้งเขา
   “นางฟ้าน่าจะโหดกว่าฉันอีกหลายเท่า เพื่อสั่งสอนคนไม่ดี” เธอทิ้งท้ายให้เขาสยองอีกนิด
   จากนั้นเขาก็ตั้งตาตั้งตาขับรถเพื่อไปให้ถึงบังกะโลโดยเร็ว ถ้าเขาจำไม่ผิดรู้สึกว่าจะห่างจากท่าเรือประมาณห้ากิโลเมตรและคนก็ไม่ค่อยพลุ่งพล่านนัก อาจเพราะชายหาดฝั่งนี้อาจจะมีระยะทางสั้นไปนิด แต่เขาคิดว่าไม่เลวนัก พอถึงที่หมายเขารีบจอดแล้ววิ่งไปเปิดประตูให้เธอ กุลีกุจอไปจองห้องพักแล้วขนของลงจากรถยนต์  ที่นี้เป็นกันเองง่ายๆ ไม่มีอะไรมาก
เพราะชาวสวนชาวไร่หันมาสร้างบังกะโลแบบอนุรักษ์ธรรมชาติด้วยตัวเอง ไม่ได้เป็นสิ่งก่อสร้างที่รบกวนสิ่งแวดล้อมมากนัก
   “เป็นไงครับที่นี้” เขาเดินไปไปหาบิสกิตที่กำลังยืนดูวิวทะเลและชายหาดอยู่ ดูก็รู้ว่าเธออยากไปเดินเล่น
   “สวยมากนะคะ”
   “เดี๋ยวเอาของไปเก็บที่พักแล้ว เราออกมาเดินเล่นกันนะครับ” ที่สำคัญเขาอยากถ่ายรูปเธอด้วย
   “ค่ะ” เธอหันกลับมาลากกระเป๋าเสื้อผ้าตัวเองอย่างกระตือรือร้น
   “อยู่ทางนี้ครับ” เขาเดินนำทาง พื้นทางเดินมีประดับตกแต่งด้วยเปลือกหอย
   พอถึงที่พักซึ่งสร้างด้วยไม้ ให้บรรยากาศแปลกไปอีกแบบ อยู่แต่ห้องปูนคอนกรีตจนเบื่อ ทำให้ที่นี้มีความรู้สึกว่าเป็นที่พักอาศัยมากกว่า
   “ฉันขอไปล้างหน้าแปปหนึ่งนะคะ” เธอบอก
   “เดี๋ยวคุณล็อกประตูห้องด้วยนะครับ ผมจะกลับไปสั่งอาหารเย็นล่วงหน้าไว้ก่อน”
   เรื่องความสดของที่นี้ไม่ต้องห่วงอยู่แล้ว ฝีมือการทำอาหารของชาวบ้านก็เรียกได้ว่าเชฟยังต้องขอคารวะ อาหารพิเศษที่นี้ถ้าไม่เหลือบากกว่าแรงเรื่องวัตถุดิบจนเกินไป เพิ่มเงินอีกนิดหน่อยก็อิ่มแปล้แล้ว แถมยังราคาถูกว่าในเมืองหลายเท่า เขาจะต้องแก้ตัวด้วยอาหารเย็นมื้อนี้ให้ได้ แม้ไม่ได้หวังอะไรตอนกลางคืนเพื่อให้ได้นอนกอดเธอ แต่เขาไม่อยากให้เธอโกรธเขานานๆ
   “มากับแฟนหรือพ่อหนุ่ม” ลุงคำเจ้าของบังกะโลที่เขา พอจะสนิทอยู่บ้างเอ่ยปากถามทันที
   “ครับกำลังพยายามจะเลื่อนฐานะให้เขาเป็นแม่ของลูกอยู่”
   “เหนื่อยหน่อยล่ะ” แกพูดกลั้วหัวเราะ
   “ไม่ให้กำลังใจผมเลยนะครับ ตอนนี้ก็ดูงอนๆ ผมอยู่ ผมเลยจะมาสั่งอาหารอร่อยๆ ไปง้อเธอหน่อย ขอเมนูพิเศษพอกินเข้าไป พูดอะไรให้สาวรักสาวหลงเลยนะครับลุง เธอจะได้ตอบตกลงแต่งงานสักที” เขาได้ทีเรียกคะแนนสงสาร
   “ลุงว่าเอ็งต้องไปฝึกอีกนาน หรือชาตินี้ข้าว่าเอ็งอย่าไปหวังสูงเลย ผู้หญิงเขาท่าทางดีกว่าเอ็งหลายขุมนะ”
   เขาถึงกับช็อกไปเลยทีเดียว เหมือนโดนตีแสกหน้าด้วยไม้หน้าสาม
   “ผมถึงต้องจับเขาให้ได้ไม่ยอมปล่อยหลุดมือไปหรอก”
   “ปลาหรืออะไร คนที่จะมาเป็นเมียเอ็งไม่ใช่เหรอ” ลุงแกก็เล่นมุกกับเขาบ้าง ช่างไม่เห็นใจคนกำลังหดหู่เลย
   “โธ่ ลุงคำ ผมจริงจังนะครับ แล้วช่วยจัดโต๊ะที่ริมหาดด้วยนะครับ ผมอยากได้เทียนจุดแบบที่พวกฝรั่งชอบกัน”
   “ได้สิ เดี๋ยวนี้มื้อเย็นก็ทำกันแบบนี้แหล่ะ จะได้ไม่ต้องมีคนมาขอพวกฝรั่งชอบนั่งกินบรรยากาศริมทะเล”
   “ถ้าอย่างนั้นแยกห่างจากโต๊ะอื่นหน่อยนะครับ แฟนผมสวยผมไม่อยากให้คนอื่นมองมากนัก”
   “เอ่อ ขี้หวงเสียด้วย เดี๋ยวลุงสั่งเด็กมันให้ ลุงจัดโต๊ะให้ตอนหกโมงเย็นนะ”
   “ครับ ขอบคุณครับลุงคำ” เขายกมือไหว้ แม้ว่าบริการต่างๆ จะต้องเสียเงินก็ตาม สิ่งต่างๆ ที่แกทำให้ลูกค้าบางครั้งก็แทบไม่ได้กำไรอะไร แกบอกว่าขอให้คนมาพักที่นี้ มีความสุขกลับไปแกก็พอใจแล้ว เขาล่ะอิจฉาชีวิตเรียบง่ายของแก
   “ไม่เป็นไร แล้วถ้ามีลูกเมื่อไหร่ อย่าลืมพามาอวดลุงล่ะ”
   “ผมยังไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือเปล่า แต่ผมถือว่าลุงอวยพรให้ผมโชคดีมีลูกทันใช้เร็วๆ นี้นะครับ เอ่อ ผมเพิ่งนึกได้ มีเรื่องรบกวนลุงอีกนิดนะครับ มีคนมาชอบแฟนผมแล้วอยากจะมาเอาตัวไป พวกลูกคนมีอิทธิพล ถ้าลุงเห็นพวกผู้ชายท่าทางแปลกจากนักท่องเที่ยวลุงโทรบอกผมด้วยนะครับ”
   “เอ็งไม่คิดเปลื่ยนใจเหรอวะ มีแฟนสวยก็ต้องลำบากเหมือนกันนะ เกิดไปต้องตาต้องใจใครเขาอีก เอ็งจะโดนฆ่าตายง่ายๆ เลยนะ ข้าไม่ได้ล้อเล่น”
   “ลุงก็พูดซะผมขนลุกเลย ขอบคุณที่หวังดีครับแต่ผมก็รักของผม” เขายกมือไหว้แกอีกรอบ แกจริงใจกับเขาเสมอมา เรื่องไหนแกจะเตือน แกก็พูดตรงๆ แบบนี้แหล่ะ
   “เออ ๆ ข้าเข้าใจ รีบกลับห้องไป ถ้าไม่ไปฟังเดี๋ยวแฟนหายไปจะมาโทษว่าข้ามัวแต่ชวนคุยไม่ได้นา” แกหัวเราะตบท้าย
   “ครับ” เขารับคำแล้วนึกกลัวอย่างที่แกบอก แถมปล่อยให้เธอรออีก
   เขาแทบวิ่งมาถึงห้องพักทีเดียว รีบเคาะประตูแต่ปรากฏว่าเงียบไม่มีเสียงตอบ เลยลองตะโกนเรียก
   “บิสกิตครับ ผมเอง” ใจชักเริ่มหวั่น ว่าเธอจะโดนคนมาลักพากตัวไป เขาเรียกอีกหลายครั้ง จนแทบจะบ้าที่ติดต่อกับเธอไม่ได้ แล้วก็นึกได้ว่าเธอน่าจะเอาโทรศัพท์มือถือไป สมัยนี้ลืมกระเป๋าสตางค์ได้ แต่ห้ามลืมโทรศัพท์
   เขารีบร้อนหยิบโทรศัพท์จนแทบทำหลุดมือ
   เสียงรอสายทำให้เขารู้สึกว่ารอยาวนานเกินไป “อยู่ไหนครับ”
   ‘เดินเล่นอยู่แถวนี้ไงคะ’
   “ทำไมไม่รอผมก่อน”
   ‘คุณหายไปนานมาก นึกว่าติดธุระนี่คะ’
   “ต่อไปจะไปไหนคุณต้องบอกผมก่อนนะครับที่รัก อย่าพยายามไปไหนคนเดียว ผมเป็นห่วง พวกนั้นอาจจะตามเรามาแล้วก็ได้”
   ‘ไม่ใช่ว่ากลัวใครมาจีบเหรอคะ โอเคค่ะ ฉันล้อเล่น แล้วทำไมคุณไม่พาฉันไปให้ไกลกว่านี้อย่างพระจันทร์’
   “บิสกิตครับ เพราะผมเห็นแก่ตัวอีกแล้วนะสิครับ ผมอยากพาคุณมาฮันนีมูนที่นี้ แต่จะว่าไปมันก็เทียบเคียงได้กับพระจันทร์ของคุณได้เหมือนกัน มาสิครับกลับห้องดีกว่า” เขาค่อยอารมณ์ดีขึ้นมาหน่อย ที่เธอรับสายทันที
   ‘ฉันก็เดินเล่นอยู่แถวหน้าหาดนี่เอง เดี๋ยวกลับไปค่ะ’ เธอตอบแล้ววางสาย แต่เขายังไม่วางใจหรอก เขาออกเดินและเห็นเธออยู่ลิบ เลยวิ่งไปหา
   “บิสกิต” เขาเข้าไปกอดเธอ
   “นี่คุณ ถึงที่นี้ไม่ค่อยมีคนไทยอยู่ แต่ฉันก็ไม่ชอบให้ใครมาทำรุ่มร่ามนะ” เธอพยายามผลักเขาออกแต่ฝืนสู้แรงเขาไม่ได้
   “แล้วชอบให้ทำอะไรครับ” เขาแกล้งหยอกล้อเธอกลับ
   “ปล่อยนะคะ แดดเริ่มร้อนแล้ว ฉันจะกลับห้อง” เขาทำตามที่เธอบอก เพราะไม่อยากขัดใจเธออีก กลัวว่าเย็นนี้จะง้อเธอไม่ได้
   “มาสิครับ เดี๋ยวผมให้ขี่หลัง”
   “บ้าสิ”
   “ขี่หลังผม แล้วไม่บ้าหรอก ถ้าอย่างนั้นผมอุ้มคุณก็ได้” เขาว่าพลางจะช้อนตัวเธอขึ้น
   “ไม่ต้องเลยค่ะคุณชาญ คุณจะทำให้ฉันอายทำไมคะ”
   “ผมอุ้มคุณผมยังไม่อายเลย”
   “ตามใจแล้วกัน” เธอเปลื่ยนใจเอาดื้อๆ และต้องมีเหตุบางอย่าง แต่ตอนนี้เขาอยากจะอุ้มเธอก่อน แดดส่องมาที่หน้าทำให้เธอหันหน้ามาซบที่เสื้อเชิ้ตของเขา เขาไม่รู้ว่าใครเห็นภาพนี้แล้วจะอิจฉาหรือเปล่า แต่เขามีความสุขที่สุด
   เดินไปอีกสักพักเขาก็เริ่มรู้แล้วว่าทำไมเธอถึงยอมให้อุ้ม แข้งขาของเขาเริ่มอ่อนกำลังลงเรื่อยๆ นี่เอง ประกอบกับได้ยินเสียงหัวเราะเขาถึงได้มั่นใจว่าเธอแกล้งให้เขาหมดแรง พอใกล้จะถึงห้องพักเขาถึงวางเธอลง
   “ลงก่อนนะครับ ผมแทบไม่มีแรงเดิน เพราะคุณทำให้ผมหมดแรงตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว”
   “ทะลึ่ง” เธอถลึงตาต่อว่าแล้วรีบไขกุญแจเข้าห้องไป น่าจะอายเขามากกว่า แค่นี้ก็ทำให้เขายิ้มได้แล้ว เขาขาอ่อนจนต้องขอนั่งพักที่เก้าอี้แถวนั้นก่อน
   พอเข้าไปในห้อง เธอเปิดทีวีทิ้งไว้แต่คนนอนหลับอยู่ที่ปลายเตียง อีกสองชั่วโมงกว่าลุงแกจะให้คนมาตั้งโต๊ะเสิร์ฟอาหารเย็น เขาเลยตัดสินใจไปนอนพักเอาแรงด้วยเหมือนกัน เสียงร้องเพลงที่โหยหวนจากในทีวีปลุกให้เขาตื่นก่อน รายการอะไรเนี้ยเขาคิด ตอนนอนก็ลืมปิดคงเพราะเหนื่อยจริง แทบแดดก็ร้อนมากด้วย เขาเห็นด้านนอกเริ่มมืดจนต้องรีบหยิบยกนาฬิกามาดู อีกสิบนาทีจะหกโมงแล้ว เดี๋ยวลุงแกก็จะด่าเอาได้ เขาเริ่มปลุกบิสกิต ทั้งเขย่าตัวทั้งเรียกเธอก็ไม่ตื่น จนนึกได้ว่าวิธีนี้ไม่ได้ผล ต้องจูบเท่านั้น เธอช่างเลือกวิธีให้คนมาปลุกได้แสนหวานจริงๆ เขาจูบเธอไม่ยั้งหวังจะแกล้งด้วย ไม่ถึงนาทีบิสกิตก็ตื่นจากนิทรา พร้อมกับตบเขาอีก ดีว่าเขาหลบได้ทัน
   “ทำไมต้องปลุกแบบนี้ด้วย” เธอโวยวายพร้อมกับเอามือเช็ดปาก
   “ปลุกแบบนี้สิคุณถึงตื่น ผมทั้งเขย่าทั้งเรียกก็แล้ว ไว้คราวหลังผมจะถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐานว่า คุณไม่ยอมตื่นจริงๆ”
   “ห้ามปลุกแบบนี้อีก”
   “ได้ครับ” เขาคิดหาวิธีปลุกแบบอื่นที่ล้วนแล้วเขาได้ประโยชน์ทั้งสิ้น เธอห้ามวิธีนี้เองนะ แล้วอย่ามาเสียใจทีหลังนะครับที่รัก เขาคิดอย่างเบิกบานใจ
   “แล้วปลุกทำไมคะ”
   “จะได้เวลาอาหารเย็นแล้วครับ ผมนัดกับลุงแกไว้ตอนหกโมง แกไม่ชอบคนผิดนัด คุณรีบไปล้างหน้าล้างตาสิครับที่รักจะได้ออกไปพร้อมกัน” เธอเดินงัวเงียไปที่ห้องน้ำอย่างไม่อิดออด หรืออาจเป็นเพราะเริ่มหิวแล้ว ตอนกลางวันพวกเขาสองคนก็ซื้อขนมปังกินกันในรถยนต์ไม่ได้จอดแวะข้างทางที่ไหน
   “อยู่ที่ไหนคะ” เธอพูดหลังจากออกมาจากห้องน้ำ หยดน้ำยังเกาะพราวที่ใบหน้า เขาจะถามหลายรอบแล้วว่าทำไมเธอถึงไม่ใส่แว่นตา แต่ได้มองใบหน้าเธอเต็มๆ แบบนี้ก็ทำให้เขาเพลิดเพลินจนลืมถามทุกที
   “ไม่ไกลหรอกครับ ชายหาดแถวนี้แหล่ะครับ”
   “ไปสิคะ” เธอเป็นฝ่ายเร่งเขาเอง แต่เขาวิ่งสวนไปที่ห้องน้ำใช้เวลาล้างหน้าห้าวินาที ก็มีสภาพเปียกมะล่อกมะแล่กแล้ว จากนั้นก็ฉุดแขนเธอให้ออกจากห้องพัก
   แสงอาทิตย์ยามเย็นสีสันส้มอมแดงตัดกับท้องฟ้า ไม่ว่าจะยามไหนธรรมชาติก็งดงามอยู่ในตัวของมันเองเสมอ
บิสกิตมองพระอาทิตย์กำลังจะตกดินอย่างชื่นชม มีนักท่องเที่ยวหลายกลุ่มพากันออกมานั่งที่โต๊ะเพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศก่อนหน้าเขาแล้ว เพียงครู่เดียวที่เขามาถึง อาหารก็มาเสิร์ฟจนแทบจะเต็มโต๊ะ เขาเห็นเธอตาลุกวาวเวลาอาหารแต่ล่ะอย่างมาที่โต๊ะ ตักกับข้าวใส่จานโดยไม่ห่วงเรื่องน้ำหนักที่เธอเคยบ่นว่ากลัวอ้วน
   “ผมแกะปูให้นะครับ”
   “แกะกุ้งด้วยค่ะ”
   “ครับๆ” เขาตามใจเธอทุกอย่างอยู่แล้ว ง้อด้วยอาหารน่าจะสำเร็จ แต่ไม่รู้ว่าจะมีผลกับการนอนคืนนี้หรือเปล่า แต่เขาคิดว่า โอกาสที่เธอจะยินยอมพร้อมใจน้อยมาก เพราะเมื่อเช้าก็เท่ากับว่าเขาใช้กำลังบังคับตอนเธอหลับไปแล้ว เขาเอาอกเอาใจเธอสารพัดรินน้ำ ตักข้าว ตักกับข้าวให้ ใช้เวลาไปกับอาหารเย็นถึงสองชั่วโมงกว่า ฟังเสียงคลื่นซัดหาดแทนเสียงดนตรี เพิ่มบรรยากาศการกินอาหาร เลยนานเป็นพิเศษ
   “อาหารอร่อยหรือเปล่าครับ” เขาถามย้ำเพื่อให้แน่ใจ ใช่ว่าเธอกินจุมากวันนี้จะแปลว่าอร่อย แต่อาจเพราะเธอหิวมากกว่า เขายิ้มให้กับความคิดนี้
   “สุดยอดไปเลยค่ะ ฉันให้ห้าดาว” เธอตอบพร้อมกับแหงนดูท้องฟ้ายามราตรี
   “ไม่ให้สักล้านดวงล่ะครับ”
   “อาหารเทวดาแล้วถ้าให้ดาวมากอย่างนั้น คุณชาญฉันขออาบน้ำก่อนนะ เริ่มง่วงแล้ว” เธอรีบบอกเขาก่อนจะถึงประตูห้องพักเสียอีก
   “ตามสบายเลยครับที่รัก”
   เป็นไปตามที่เธอบอก อาบน้ำแล้วนอนหลับในเวลาต่อมาไม่นาน เขาขอนั่งดูอะไรอีกสักนิดก่อน รอให้ง่วงมากกว่านี้จะได้ไม่ต้องนอนฟุ้งซ่านบนเตียงคนเดียว แต่การอดนอนเมื่อคืน ตลอดจนเรื่องราวที่เกิดในห้องนอนตอนเช้า แล้วไหนจะออกเดินทางมาที่เกาะ ทำให้เขารู้สึกต้องการชาร์ตพลังงานเร็วกว่าที่คิด
   เช้านี้เขาตื่นสายกว่าปกติอีกเช่นเคย แปดโมงครึ่งและบิสกิตก็ยังนอนหลับอุตุ เป็นผู้หญิงที่ขี้เซาจริงๆ เขาจะต้องเป็นคนปลุกเธอทุกเช้าหรือเปล่านะ ถ้าจำไม่ผิดเธอห้ามปลุกด้วยการจูบปากเธอ แล้วถ้าจูบที่อื่นล่ะ เมื่อไอเดียแล่นวาบขึ้นมา เขาก็เริ่มปฏิบัติการทันที ดึงเสื้อนอนเธอขึ้นจูบที่หน้าท้องเนียนนุ่มยังไม่ทันได้สัมผัสด้วยลิ้น เธอก็พลิกตัวหนีแล้วลุกขึ้นนั่ง
   “คนลามก” เธอพูดเสียงยานคาง ดูเหมือนระบบอื่นของเธอจะยังทำงานได้ไม่เต็มที่ แต่ประสามสัมผัสจากเขาเธอเริ่มปรับให้ไวขึ้น คงเพราะครั้งแรกที่ลองใจเปิดโอกาสให้เขา แล้วตัวเองทำตัวขี้เซาก็เจอกับการโดนเขาถอดเสื้อผ้าออก
   “ตรงไหนครับ ก็คุณบอกเองว่าห้ามจูบปลุกแบบเดิม”
   “ฉันไม่ได้อนุญาตให้มาปลุกด้วยวิธีอื่นสักหน่อย”
   “ถ้าผมไม่หาวิธีปลุก คุณก็ไม่ยอมตื่นสิครับ ผมว่าเราออกเดินทางกันดีกว่า ผมรู้สึกสังหรณ์ใจยังไงไม่รู้”
   “คุณก็จับพวกนั้นมัดรวมกัน แล้วโยนให้ปลาฉลามกินสิคะ”
   “ผมไม่ใช่ฮีโร่นะครับ ผมคนเดียวจะได้สู้ผู้ร้ายได้เป็นสิบเป็นร้อย”
   “ถ้าอย่างนั้นฉันก็คงต้องไปหาคนมาช่วย คนที่เก่งๆ หน่อย” เธอแกล้งว่าเขาทางอ้อม
   “ใครครับ” เขาเริ่มรู้สึกหึงหวง อย่างที่ไม่เคยเป็นกับใครมาก่อน
   “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ไงคะ ที่เกาะนี่มีมั้ยคะ”
   “มีครับ แต่เป็นตำรวจท่องเที่ยว”
   “ตำรวจไม่ทำงานหรือคะ”
   “บิสกิต”
   “คะ”
   “ไม่ต้องมาทำเป็นนางฟ้าแอ๊บแบ๊ว ไปอาบน้ำแต่งตัว แล้วไม่ต้องแต่งตัวสวยนักนะครับ แว่นตาคุณหายไปไหนครับ ทำไมไม่เห็นเอามาใส่เลย” เขาได้ทีถามเสียที คาใจอยู่เป็นวัน
   “เหมือนจะลืมเอามาค่ะ”
   “ทำไมไม่หาซื้ออันใหม่ แว่นตากันแดดก็ได้ ใส่ซะหน่อยสิครับ แดดแรงด้วย”
   “จะให้ฉันปลอมตัวอีกเหรอคะ หรือคุณกลัวพวกนั้นตามมาเจอ ไม่ก็กลัวคนมาจีบฉัน”
   “ผมกลัวพวกนั้นตามมาเจอมากกว่า รีบไปอาบน้ำแต่งตัวสิครับ” บิสกิตคงกำลังนึกกังวลอยู่เหมือนกัน ถึงได้ทำตามที่เขาบอก
   เสียงทุบประตูด้านนอกทำให้เขา ลุกขึ้นเดินไปดูที่หน้าต่าง เป็นพวกนั้นที่เขาเคยเจอที่คอนโดจริงๆ ด้วย


เริ่มหิว  ::)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 06, 2014, 01:00:14 AM โดย ไอวินทร์ »
Licht und Schatten トーキョーグール-

ไอวินทร์

  • นักข่าว
  • Full Member
  • *
  • กระทู้: 208
    • ดูรายละเอียด
10

จบแล้วจ้า



ฮ่าๆ เอาเคล็ดก่อน กำลังปั่น   ;D
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 05, 2014, 11:47:08 PM โดย ไอวินทร์ »
Licht und Schatten トーキョーグール-

ไอวินทร์

  • นักข่าว
  • Full Member
  • *
  • กระทู้: 208
    • ดูรายละเอียด
บทที่ 10  จบจ้า 


   เขารีบหยิบโทรศัพท์มือถือแล้วกดออกไปหาลุงคำ บอกแกให้แจ้งตำรวจ แล้วหาคนมาช่วยที อธิบายคร่าวๆ แกก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด เขาบอกว่าจะถ่วงเวลาพวกนี้ให้
   “บิสกิต พวกนั้นมาแล้ว อยู่แต่ในห้องน้ำอย่าออกมานะครับ ผมจะล็อกประตูห้องด้านนอกด้วย ไม่ต้องกลัว ผมขอความช่วยเหลือจากลุงคำแกแล้ว ไว้ใจได้” เขาสั่งอย่างรวดเร็วก่อนที่พวกนั้นจะบุกเข้ามาพาบิสกิตไปจากเขา
   เขาเปิดประตูออกไปเผชิญหน้ากับพวกนั้นทันที
   “มีอะไรกันครับ” เขาเล่นบทสุภาพอย่างเต็มที่
   “ส่งตัวผู้หญิงคนนั้นมา” พวกนี้มากันสี่คน คนที่ดูเหมือนหัวหน้ากลุ่มเป็นคนพูด
   “ผู้หญิงคนนั้นที่คุณหมายถึง คือใคร อธิบายให้ผมเข้าใจหน่อยได้มั้ยครับ มาถึงพวกคุณก็เคาะประตูปึงปัง แล้วบอกส่งผู้หญิงมา”
   “ไม่ต้องมาทำแกล้งเซ่อเลย ผู้หญิงคนนั้นนายพวกเราอยากได้ตัว ถ้าไม่อยากตายก็อย่ายุ่ง”
   “ผู้หญิงคนไหนไม่รู้ ที่นายพวกคุณอยากได้ แต่ผู้หญิงที่อยู่ในห้องเป็นภรรยาผม”
   “ไม่ต้องมาเล่นละครตบตาเลย วันนั้นแกหลอกพวกเรา ผู้หญิงคนนั้นชื่อบิสกิต และตรงตามกับที่นายเราบอกไว้ทุกอย่าง”
   “ผู้หญิงชื่อเดียวกัน รูปร่างคล้ายกันก็เยอะไป ดูอย่างพวกนางแบบสิ จะมาโมเมว่าเป็นคนเดียวกันได้ไง”
   “พวกเราไม่ได้โง่นะโว้ย นายเราก็จ้างนักสืบนะสิวะ”
   มาถึงตรงนี้เขาก็จนปัญญาจะเล่นบทสุภาพชนอีกต่อไป “เอ่อ ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ภรรยาฉัน แต่เป็นเมียฉันพอใจหรือยัง นอนกันมาสิบๆ ครั้งแล้ว แต่ยังไม่เบื่อมีอะไรมั้ย บอกนายแก ถ้าอยากจะได้ของเหลือเดนจากฉันก็ต้องรอก่อน”
   “จัดการมัน” เสียงสั่งการทำให้เขาตั้งการ์ดป้องกันตัว ถึงจะพอมีพื้นฐานอยู่บ้าง แต่เจอหมาหมู่แบบนี้ ต่อให้เก่งแค่ไหนก็ต้องจอดป้ายทุกราย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ล้มพวกมันได้คนหนึ่ง ซัดไปหลายหมัด
   “เก่งจริงอย่ารุม” เขาท้า
   “ไม่มีเวลามาเล่นกับพวกปากดีหรอกโว้ย” คนที่เขาซัดลงไปนั่งกับพื้นเป็นคนตอบ คนอื่นกรูเข้ามาจับตัวเขาหิ้วปีกคนละข้าง แล้วถลุงเขาอย่างกับกระสอบทรายจนเขาทรงตัวไม่อยู่ ลงไปนอนกองกับพื้น แล้วมีคนหนึ่งที่ทำท่าจะเตะซ้ำ เขาคิดว่าคงเป็นคนที่เขาซ้อมน่วมไปก่อนหน้านี้ คิดจะเอาคืน
   เสียงปืนดังปังหลายนัด ทำให้เขาพอมีกำลังใจมาบ้าง นึกถึงหน้าลุงคำทันที
   “หยุดเลยพวกมุง ขืนขยับโดนยิงไส้แตกแน่ ที่นี้ที่ส่วนบุคคล เข้ามาก่อกวนกุยิงหมาได้ทุกตัวขอบอก จะไสหัวออกไปดีๆ หรือจะให้ฝังลูกตะกั่วเอาไว้ที่ก้นก่อน” ฮ่าๆ
   “ทำไมจะต้องไป พวกเราก็มีปืนนะไอแก่ แถมมีสี่กระบอกด้วย”
   “แกนับเลขผิดแล้วไอกร๊วก ข้าไม่ได้มาคนเดียว หันไปดูด้านหลังเสียก่อน” การปรากฎตัวของลุงคำอย่างกับมาดนายอำเภอในหนังคาวบอย ทั้งเถื่อนทั้งเท่ได้ใจคนหนุ่มอย่างเขาไปเลย มีชาวบ้านอีกนับสิบคนเล็งปืนยาวมาที่พวกมัน
   “เฮ้ย อะไรกันวะ” พวกนั้นร้องเอ๊ะอะกันใหญ่
   “ทีนี่จะไปกันได้หรือยัง แล้วอย่ามาเหยียบที่นี้อีก ไป!” พวกนั้นลนลานวิ่งจนล้มลุกคุกคลาน คงไม่ได้กลัวบารมีลุงคำแกหรอก แต่กลัวบรรดาปืนแต่ละกระบอกของชาวบ้านๆ มากกว่า เขายืนกายลุกขึ้นเดินไปหาแก
   “ลุงคำ ลุงไม่น่าเอาตัวมาเสี่ยงเลย ถ้าเกิดมันเอาปืนมายิงก่อนจะทำไงครับ”
   “ข้าก็กระโดดหลบสิ ขาข้ายังไม่ผุนะ แต่ดูสภาพเอ็งสิ ยับเยิน สนใจจะไปแลกเบอร์โทรกับพญายมแล้วหรือไง แล้วแฟนเอ็ง ปลอดภัยหรือเปล่า”
   “ครับ ยังอยู่ในห้อง ต้องขอบคุณลุงคำ แล้วก็พี่ป้าน้าอาทุกคนด้วยนะครับ” เขาลากสังขารไปยกมือไหว้ชาวบ้านรอบทิศ ที่พากันเดินเข้ามาหาเขาแล้ว
   ประตูเปิดผลัวะออกมา บิสกิตวิ่งเข้าไปกอดลุงคำทันที พร้อมกับยกมือไหว้
   “ขอบคุณค่ะๆ” เธอพูดซ้ำหลายครั้ง ก่อนจะหันไปไหว้คนอื่นๆ บ้าง
   เสียงชาวบ้านเซ็งแซ่ขึ้นมาทัน บ้างก็ว่า ‘สวยอย่างนี้นี่เล่า ซวยไปตลอดแน่’ ตอนแรกเขายังนึกว่าเธอจะได้รับความนิยมเสียอีกที่ไหนได้ กลับโดนมองข้ามเรื่องสวยงามไปเสียดาย แต่เขาก็ลืมไปชาวบ้านเขาอยู่กับแบบพอเพียง ไม่วัตถุจนเกินไปเหมือนคนในเมืองหรอก ก่อนทุกคนจะแยกย้ายไป ลุงคำก็หันไปขอบคุณเพื่อนบ้านอีกที เขาก็ตะโกนขอบคุณส่งท้ายพวกเขาด้วยเหมือนกัน ถ้าไม่ได้พวกเขามาช่วยคนที่อื่นอย่างเขามีหวังโดนซ้อมจนตายไปแล้ว แถมเขาไม่สามารถช่วยบิสกิตได้ด้วย
   “ลุงเก่งมากๆ เลยนะคะ ไว้สอนหนูยิงปืนบ้างได้มั้ยคะ” เธอหันไปชื่นชมลุงคำ โดยที่ไม่เหลียวแลเขาแม้แต่น้อย เขาคนเจ็บนะครับที่รัก ถูกซ้อมก็เพราะใคร
   “ได้สิ แต่ว่าไม่คิดจะพาแฟนไปทำแผลก่อนเหรอ ดูสิเลือดออกด้วย” ลุงคำสบตากับเขาถึงได้ช่วยพูดให้ มองด้วยความเห็นใจกึ่งเวทนาเขาซะงั้น
   “อ้าว จริงด้วย หนูลืมเลยค่ะ แต่ว่าที่ห้องไม่มีอะไรทำแผล”
   “ไปที่สำนักงานสิ” แกบอกแล้วเดินนำไป
   “ค่ะ” เธอเดินตามลุงคำ แล้วหันมากวักมือเรียกเขาให้ตามไปไวๆ
   “ไม่คิดจะช่วยพยุงกันบ้างหรือครับที่รัก ผมโดนรุมซ้อมจนน่วมเลย” เขาตัดพ้อ “แต่โชคดีแล้วที่คุณไม่เห็น ภาพคงไม่น่ามองเท่าไหร่”
   “เดี๋ยวลองถ่ายรูปออกมาก็จะรู้ว่าน่ามองหรือเปล่า ถือว่าเป็นรูปที่ระลึกแล้วกันนะคะ” เธอล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาถ่ายรูปเขาจริงๆ
   “อย่าครับ”
   “ฉันไม่ฟัง ฉันจะถ่ายรูปคุณเอาไว้ อยากทำเก่งแบบมือเปล่าเองนี่คะ”
   “ผมผิดหรือครับที่ต้องการปกป้องคุณ”
   “คุณนี่ซื่อบื้อจริงๆ ถ้าไม่ออกไปตั้งแต่แรก กว่าพวกนั้นจะพังประตูเข้ามาถึงห้องน้ำ ลุงคำก็คงมาช่วยทันเวลาพอดี ไม่ต้องเจ็บตัวด้วย”
   “ผมผิดจริงๆ ด้วย แล้วไม่มีความดีความชอบเลยหรือครับ”
   “มีค่ะ แต่มันคนละส่วนกัน ฉันไม่ชอบให้ใครมาตายเพราะฉันนะคะ ฉันไม่อยากติดหนี้บุญคุณใคร”
   “เพราะผมรักคุณ ห่วงคุณถึงได้ทำอะไรโง่ๆ ลงไปโดยไม่ทันคิด แต่คุณยังมาตำหนิอีก ผมรู้สึกเศร้ามากเลยนะครับที่รัก”
   “สำหรับคนเจ็บ ทำไมพูดมากนักล่ะคะ ไปทำแผลก่อนค่ะ” เธอเดินย้อนกลับมาพยุงเขา
   ทำแผลเสร็จเรียบร้อย เขาก็ถามลุงคำว่าแจ้งความกับตำรวจให้หรือเปล่า แกบอกไม่ต้องห่วงให้ดักจับอยู่ที่ฝั่งบนบกนั้นแหละ เขาถึงได้เบาใจ อย่างน้อยเจ้าตัวลูกพี่ก็คงต้องวุ่นวายหาเงินมาประกันตัวลูกน้องอีกพักหนึ่ง แล้วถ้าหากมันยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจที่จะอยากได้บิสกิตของเขาอีกล่ะก็ เขาก็จะพาเธอไปให้ไกลสุดขอบโลกเลย เดินทางรอบโลกก็น่าจะดีเหมือนกัน
   “กินยาแก้ปวดสองเม็ดเลยนะคะ แล้วเดี๋ยวเราไปหาหมอกันค่ะ” เธอส่งแก้วน้ำกับยาพาราฯมาให้
   “ไม่เป็นไรครับ พักสักเดี๋ยวก็คงจะดีขึ้น”
   “ถ้าไม่ไปหาหมอก็ไม่ต้องมาพูดกับฉันอีก ทางใครทางมันแล้วกันค่ะคุณชาญ”
   “นี่คุณขู่ผมหรือครับที่รัก ผมเจ็บเพราะคุณขนาดนี้แล้วยัง ผมช่างอาภัพนัก”
   “คุณก็ร้องไห้ด้วยเลยสิคะ มีผ้าเช็ดหน้าหรือยังคะคุณชาญ บอกให้ไปหาหมอไม่ยอมไป แต่พออย่างนี้ล่ะก็มาทำสำออย”
   “ทำไมดุกับคนเจ็บนักล่ะอิหนู” เสียงลุงคำแทรกขึ้นมา แกคงเป็นห่วงเดินมาดูอีกรอบ
   “ก็เขาไม่ยอมไปหาหมอนี่คะลุง”
   “ทำไมไม่ไป” แกหันมาถามเขา แล้วเขาจะตอบได้ยังไง ว่าอยากอ้อนเมีย
   “เอ่อ”
   “อือ ข้าเข้าใจแล้ว อย่าลืมไปหาหมอด้วยล่ะ”
   “ครับลุง” เขารับคำอย่างว่าง่าย
   “อะไรของคุณเนี่ยคุณชาญ ไปก็ลุกขึ้นสิคะ”
   “ครับ” หมดข้ออ้างอีกต่อไป เขาเลยต้องไปหาหมอโดยมีนางฟ้าเป็นผู้ควบคุมตัวไป

   ผ่านมาสามวัน เขากับบิสกิตยังคงพักอยู่ที่บังกะโลของลุงคำ หนึ่งคือรักษาอาการบาดเจ็บที่หมอบอกว่าอาการไม่หนักหนาอะไร แค่ช้ำในกินน้ำใบบัก บวกกับให้บิสกิตที่หมอเรียกว่า พยาบาลส่วนตัวดูแลอย่างใกล้ชิด ขี้คร้านจะหายวันหายคืน ขนาดหมอยังอุตส่าห์มาพูดติดตลกกับเขาอีกแน่ะ ส่วนเขาสิอารมณ์บูด เพียงไม่นานใครต่อใครบนเกาะพากันรู้จักบิสกิตเพราะเรื่องราวที่มีคนอยากจะได้ตัวเธอจนต้องส่งลูกน้องมาชิงไปจากเขา ส่วนพระเอกของเรื่องนะเหรอ ก็ลุงคำกับพวกชาวบ้าน
เธอเจอใครก็เล่นเรื่องนี้ให้คนอื่นฟัง ส่วนเขาก็โดนมองด้วยสายตาเวทนา
   ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอก็ไม่มีทีท่าว่าจะคืบหน้าไปทางไหน เธอยังคงรักษาระยะห่าง เรียกเขา คุณชาญเหมือนเดิม และไม่มีการแตะเนื้อต้องตัวโดยไม่จำเป็น ส่วนเขาสิพยายามแทบตายอย่างมากก็ได้แค่โอบเอว ทั้งที่ก็นอนเตียงเดียวกันแท้ๆ จนเขาเหมือนหมดอาลัยตายอยากในชีวิต ลุงคำก็นำข่าวดีมาบอก
   “คนนั้นมันโดนตำรวจซิวไปแล้วนะ” ลุงคำแจ้งข่าวแบบชวนสงสัยอีกแล้ว แกมักอยากให้คนอื่นถามต่อ เพื่อแกจะได้เล่าเรื่องราวทีละนิดๆ
   “อ๋อ ครับ”
   “อะไรกัน เอ็งตอบได้แค่นี้เองเหรอวะ ข้าอุตส่าห์ไปหาข่าวมาให้”
   “ก็ผมเดาว่า น่าจะเป็นลูกชายผู้มีอิทธิพลที่ต้องการตัวบิสกิต”
   “เอ็งนี่ไม่ได้เรื่องเลย มาขัดคอคนได้ยังไงกัน  ต้องถามข้าด้วยความอยากรู้ว่า คนนั้นมันเป็นใคร ไม่ใช่มาทำอวดรู้ก่อน ทำข้าหมดสนุกกันพอดี มิน่าเอ็งถึงไม่รู้ใจผู้หญิง ข้าว่าเอ็งกินแห้วแน่”
   “อ้าว ตอนนี้ผมก็หมดสนุกเหมือนกันนี่ครับลุงคำ ดูสิใครๆ ก็รู้จักบิสกิตกันหมด ส่วนผมก็ต้องนั่งๆ นอนๆ อยู่แต่ที่พัก”
   “เอ็งอิจฉาคนอื่นหรือไง ที่มาแย่งเวลาแฟนตัวเองไปหมด แต่เดี๋ยวนะข้าว่าพวกเอ็งไม่ใช่แฟนกันหรอก ไม่เห็นเขาจะไยดีอะไรเอ็งสักนิด แค่มาดูแลป้อนยาให้ตรงเวลาแค่นั้นเอง” ลุงคำพูดกระแทกใจดำจนเขาจุกทีเดียว
   “ผมจะทำอย่างไรให้เธอยอมแต่งงานกับผมครับ”
   “บางอย่างพูดไปเขาก็คงไม่เชื่อ เอ็งต้องแสดงให้เขาเห็น”
   “ผมยังแสดงความจริงใจให้เขาเห็นไม่พออีกเหรอครับ”
   “ไปถามกันเองสิวะ ข้าจะไปรู้ได้ไง”
   “ถ้าไม่มีปัญญาทำให้ผู้หญิงที่ตัวเองรักเชื่อใจได้ เอ็งก็อย่าแต่งงานเลย ข้าว่าเองไม่เหมาะกับชีวิตคู่หรอก”
   “ลุงพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไงครับ”
   “เอาไปคิดเองบ้างสิโว้ย เอาแต่ถามข้า แล้วเอ็งก็ไม่เข้าใจสักอย่าง อิหนูนั้นว่าเอ็งซื่อบื้อ ข้าว่าคงจะจริงนั้นแหละ”
   ตอนกลางคืนเขาเอาข่าวดีไปบอกเธอ เรื่องลูกชายผู้มีอิทธิพลโดนจับหลายข้อหา ทั้งพกอาวุธมีสิ่งเสพติดไว้ในครอบครองก็เพราะวันที่ประกันตัวลูกน้องนั้นแหละ ไปทำกร่างที่สถานีตำรวจ เลยเจอตำรวจจับตรวจปัสสาวะซะเลย หาเรื่องให้ตัวเองโดนจับแท้ๆ ดูเหมือนบิสกิตจะดีใจมากที่จะได้กลับคอนโดแล้ว ไม่ต้องห่วงว่าจะมีใครมาคอยจับตัวไปอีก เขายังสับสนตัวเองบอกไม่ถูก จะทิ้งระยะห่างปล่อยให้ความคิดตกตะกอนก่อนว่าจะทำอย่างไรเรื่องของเขากับเธอต่อไปดี แผลเขาก็ยังไม่หายดีนัก
    บางทีเขาน่าจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระ พรุ่งนี้เห็นเธอบอกว่าจะกลับแม้จะบอกว่าจะกลับเอง แต่เขาเป็นคนพาเธอมาก็ต้องเป็นคนพาเธอไปส่งให้ถึงคอนโดเรียบร้อย
   วันเดินทางลุงคำเอาผลไม้หลายอย่างให้คนมาใส่กะบะหลังรถยนต์เต็มไปหมด ทั้งที่เขาบอกกินไม่ไหว แกบอกเห็นเขาเป็นลูกหลานคนหนึ่ง เรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อยมาก เขารู้สึกซึ้งในน้ำใจของแกมากขึ้นเรื่อยๆ เลย ขากลับ บิสกิตก็ไม่ได้ทำตัวผิดปกติแต่อย่างใดเงียบเหมือนอย่างเคย นั้นคือนอนหลับแทบจะตลอดทาง เขาเดินไปส่งเธอที่หน้าห้อง เธอโบกมือลาเขาแล้วก็ปิดประตูห้อง จนเขารู้สึกโหวงเหวงข้างใน สรุปว่าเธอปฏิเสธเขาใช่หรือเปล่า ทั้งที่คิดว่าจะไม่ปล่อยเธอไป แต่ใจมันท้อไม่อยากจะบังคับจิตใจเธออีก หรือเพราะอาการบาดเจ็บทำให้เขาหมดกำลังใจสู้เอาชนะใจเธอ

   เขาตัดสินใจทิ้งระยะห่างจากเธอดู บางทีอาจได้คำตอบของเรื่องราวครั้งนี้ เรื่องของหัวใจต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
แม้จะไม่อยากทำแบบนี้  ไม่ได้เห็นหน้าเธอแต่เขาก็สามารถอดใจไม่ไปเคาะประตูห้องได้สำเร็จ เป็นเวลาหนึ่งเดือน  เขาทำงานไปอย่างซังกะตายไปวันๆ จนเพื่อนที่ทำงานเริ่มจับสังเกตได้ ล้อกันไปเรื่อยเปื่อยว่าเขาอกหัก เขาไม่สนใจหรอก แต่แล้ววันหนึ่ง ก็มีเรื่องให้เขาแทบโกรธจนลมออกหู เจ้ารัณเพื่อนเขาโทรมาหา บอกว่ามีข่าวครูสอนเต้นโพลแดนซ์สาวสวยที่เคยทำงานที่ผับเจ้เงาะออกไปกินข้าวกับพระเอกละครหลังข่าวช่องหนึ่ง แต่เหมือนเธอจะประกาศตัวว่ามีแฟนแล้วด้วยนะ เลยอยากรู้ว่าเขารู้จักบ้างหรือเปล่า
   แล้วมันเกี่ยวกับเขาตรงไหน ตอนแรกเขาโมโหหึงขึ้นมาวูบหนึ่ง แต่ถ้าเธอชอบแบบนั้นเขาก็จะไปมีสิทธิอะไร ความสุขของเธอเขาควรจะดีใจ ทำให้เขารีบทำงานแล้วรีบกลับบ้านเพราะหงุดหงิดจนเกินจะทำงานต่อได้ เดินสะพายกระเป๋าลงจากรถยนต์ ไม่นึกอยากกินอะไร เขาแทบไม่ได้กินอาหาเย็นตามจำนวนวันที่เขาได้เจอกับบิสกิต ดื่มเครื่องดื่มเสียมากกว่า แต่เขาก็ระวังไม่ให้เมาหัวราน้ำทุกวันจนไปทำงานไม่ไหว เขารู้ว่ากำลังทำตัวแย่มาก แต่ขอแค่ช่วงนี้แล้วกัน เขายังทำใจไม่ได้
   เดินเข้าไปในลิฟต์แล้วก็ต้องตกใจ เพราะยังไม่พร้อมจะเจอหน้าเธอเร็วนัก เขาพยักหน้าให้แล้วเลี่ยงไม่สบตาหรือทักทายเธอ
   “เพิ่งเลิกงานเหรอคะ” เธอเป็นฝ่ายทักเขาก่อน แต่ไม่ทำให้เขาดีใจหรอก เธออาจจะทักทายตามมารยาท
   “ครับ”
   “ไม่ค่อยเจอกันเลยนะคะ”
   “ครับ” เขาสับสนเล็กน้อยที่เธอมาชวนคุยด้วย
   “ไม่คิดจะตอบอย่างอื่นบ้างหรือคะ”
   “ครับ เอ่อ ผมไม่รู้จะพูดอะไร”
   “ว่างมั้ยคะ ไปเปลื่ยนหลอดไฟในห้องให้หน่อย”
   “เอ่อ ผม”
   “หรือคุณติดธุระ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไรค่ะ”
   “เอ่อ ว่างๆ ครับ คงใช้เวลาไม่นาน” ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากใช้เวลาร่วมกับเธอ แต่เพราะกลัวจะตัดใจไม่ได้ต่างหาก
   “ตอนนี้ฉันได้เป็นครูสอนเต้นโพลแดนซ์ที่มีใบประกาศแล้วนะคะ” เธอบอกถึงความก้าวหน้าของอาชีพ
   “ผมยินดีด้วยนะครับ” เขารู้สึกดีใจกับเธออย่างแท้จริง เธอจะได้ไม่ต้องไปทำงานตอนกลางคืน ที่เสี่ยงทั้งคนเมาและคนอยากจะได้ตัวเธอ พวกเขาพากันเดินออกจากลิฟต์โดยเดินเคียงข้างกันไป แต่เขากลับรู้สึกเกร็งๆ อย่างบอกไม่ถูก
   “ขอบคุณค่ะ แล้วคุณเป็นอย่างไรบ้างคะคุณชาญ ดูคุณผอมลงนะคะ”
   “เอ่อ ผมไม่ค่อยรู้สึกอยากอาหาร”
   เธอพึมพำ จนเขาฟังไม่ได้ถนัดได้ยินแต่ตอนท้าย ‘แล้วอยากอะไร’
   “ว่าอะไรนะครับ” เขาถามซ้ำ พร้อมกับเปิดประตูห้องให้เธอเข้าไปก่อน
   “ไม่อยากอาหารแล้วอยากอะไรคะ”
   “ผมขอโทษครับ ผมคงตอบไม่ได้”
   “นี่คุณอยากกินฉันใช่มั้ยคะคุณชาญ”
   “เอ่อ หลอดไฟอยู่ไหนครับ” ทำไมจู่ๆ เธอถึงกล้าพูดอะไรแบบนี้ออกมา ปกติคงจะต่อว่าเขาาเป็นพวกลามกไปแล้ว
   “ตู้ใต้อ่างล้างจานค่ะ”
   “ที่เก็บไม่ค่อยดีเลยนะครับ เดี๋ยวหลอดไฟก็โดนน้ำเสียหมด”   
   “ทำไงได้ผู้หญิงไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้หรอกค่ะ”
   “ถ้าผมอยู่... เอ่อไม่มีอะไรครับ จะให้เปลื่ยนหลอดไฟที่ไหนครับ”
   “ในห้องน้ำค่ะ สงสัยฉันคงลืมเปิดทิ้งไว้บ่อยๆ หลอดเลยหมดอายุเร็ว”
   “ครับ” เขาจัดการเปลื่ยนหลอดภัยให้เธอเรียบร้อย จนเดินดุ่มๆ ไปที่ประตู แล้วก็อดอยากรู้ไม่ได้จนต้องถามความในใจออกไป “ตกลงคุณต้องการให้ผมมาเปลื่ยนหลอดไฟแค่นั้นหรือครับคุณลัคนา”
   “เวลาผ่านไป ความรู้สึกคุณเปลื่ยนไปหรือยังคะ”
   “ไม่ครับ แต่คุณมีแฟนแล้วผมก็ดีใจด้วย” เขาตอบแล้วไม่กล้าสบสายตากับเธอ
   “ใครบอกคุณว่าฉันมีแฟนแล้ว แล้วแฟนฉันชื่ออะไรคะ” เธอจับข้อมือเขาเพื่อเค้นเอาคำตอบ
   “ไม่รู้ครับ เพื่อนผมบอกว่าเป็นดาราละคร”
   “เชื่อเลยพวกผู้ชาย ไหนบอกว่าพวกผู้หญิงเป็นพวกช่างเม้าธ์ตัวเองก็ไม่น้อยเลย ปากต่อปากกันไป ฉันบอกนักข่าวที่มาสัมภาษณ์ดาราที่มาเรียนว่าฉันมีแฟนแล้ว ชื่อ ชาญค่ะ”
   “อะไรนะครับ”
   “ไม่ได้ยินก็แล้วไปค่ะ แต่ว่าฉันมีข้อเสนอให้คุณข้อหนึ่ง ฉันจะยอมแต่งงานกับคุณถ้าคุณมาดูฉันเต้นเป็นการส่วนตัว แต่ห้ามล่วงเกินฉันเป็นเวลาหนึ่งปี”
   “โห นานไป ครึ่งปีพอ”
   “ตกลงตามนี้ค่ะ ทีแรกฉันจะให้คุณสามเดือน แต่เมื่อคุณทนได้หกเดือนฉันก็จะคอยดู”
   “บิสกิตนางฟ้าตัวแสบ ไม่ใช่ว่าหรอกให้ผมดีใจเก้ออีกนะครับที่รัก มาให้ผมกอดก่อน”
   “แค่กอด” เธอสั่ง
   เขาจะทำอะไรได้นอนจากทำตาม ความรักของเราสองคนคงต้องเริ่มบ่มเพาะกันให้มากกว่านี้ ถึงจะเข้าใจกัน ยอมรับและเรียนรู้กันไปตราบนานแสนนานนนนนน
 
จบเท่านี้ก่อนจะตีสี่แย้ววว ๐๖/๐๖/๒๕๕๗ ๐๓:๕๐:๓๑ น.
Licht und Schatten トーキョーグール-