ผู้เขียน หัวข้อ: บทที่ 1 ลิขิตรักไฟร้อน  (อ่าน 1134 ครั้ง)

บีเลิฟ

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 387
    • ดูรายละเอียด
บทที่ 1 ลิขิตรักไฟร้อน
« เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2014, 07:31:46 AM »
*นิยายเรื่องนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537
ห้ามมิให้ผู้ใดลอกเลียนแบบ ดัดแปลง หรือทำซ้ำ
 หากผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษตามกฏหมาย*

บทที่ 1

สิบนาฬิกา รินดาลืมตาตื่นขึ้นด้วยอาการมึนงงงัวเงีย รู้สึกหนึบหนับและหนักที่สมองเล็กน้อยถึงปานกลาง มือบางค่อยๆ พยุงร่างอ้อนแอ้นให้อิงกับหัวเตียง เมื่อเอาผ้าห่มสีขาวที่คลุมกายออกไปจึงได้รู้ว่าเธออยู่ในสภาพที่ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะเสื้อตัวนอกหายไป ปกติเธอไม่เคยนอนโป๊เช่นนี้ ใครถอดเสื้อให้เธอ

ร่างบอบบางขาวโพนผุดผ่องเหลือแต่เสื้อชั้นในลายลูกไม้เท่านั้น ซึ่งไม่อาจจะปกปิดความงดงามที่เต่งตูมอยู่ภายในได้มิดชิด จึงเผยเนินเนื้ออกอวบออกมาเกือบครึ่งค่อนเต้าอย่างน่าหวาดเสียว เป็นรูปเป็นร่าง กลมกลึง และงดงาม ใหญ่โตมโหฬารจนน่าตะลึง นั่นแค่ท่อนบนเท่านั้นนะ และเมื่อมองเลยลามไปจนถึงด้านล่าง ต่ำลงไปจากหน้าท้องแบนราบเรียบและรูสะดือกลมกลวง เธอเผลอถอนหายใจออกมานิดหน่อยอย่างโล่งใจ โชคยังดีที่กระโปรงสั้นกิ่วของเธอที่ยาวเลยชั้นในไปเล็กน้อยยังเกาะเกี่ยวอยู่ที่สะโพก

เธอมาอยู่ในสภาพแบบนี้ได้อย่างไร...?

ภายในห้องขนาดกะทัดรัด ซึ่งเคยเป็นระเบียบเรียบร้อย ก่อนหน้านี้ แต่ตอนนี้ ดูรก เลอะเทอะ ด้วยขวดเหล้าขวดเบียร์ที่วางเกลื่อนกลาด บางขวดคว่ำกลิ้งที่พื้น ถุงขนม ระเกะระกะ ขณะมองไปรอบห้องนั้นอย่างนึกแปลกใจ ไม่มีใครอยู่ในห้องนั้น มนุษย์คนอื่นหายหัวไปไหนกันหมด รินดาลุกขึ้นแล้วลากตัวเองเข้าห้องน้ำไป เธอเปิดก๊อกให้น้ำไหล วักน้ำสาดใส่หน้าของตัวเอง ลูบหน้าลูบตา เพื่อสลัดไล่ความมึนงง ค่อยรู้สึกสดชื่นขึ้นมาหน่อย แล้วสบตากับตัวเองที่หน้ากระจก

เมื่อมองรวบๆ ในแวบแรกนั้น เธอเป็นหญิงสาวที่มีหน้าตาสวยคม ผมยาวสลวย เธอยิ้มอย่างปลาบปลื้มในความงดงามที่ปรากฏต่อหน้า เธอสบตากับตัวเองอย่างภาคภูมิใจ หากจะอธิบายให้ลึกซึ้งไปอีกสักหน่อย ก็คงกล่าวได้ว่า เธอมีใบหน้าเล็ก ที่ประกอบไปด้วยเครื่องหน้าที่ถูกจัดวางมาอย่างลงตัว ดวงตากลมโต ใต้แผงขนตางอนยาว จมูกโด่งและเชิดรั้นนั้นรับกับรูปหน้าเรียว ทำให้เธอดูสวยเฉี่ยว กลีบปากเล็กสีชมพูนั่นอวบอิ่ม ผิวหน้าขาวนวลเนียนละเอียดลออ สดใสอย่างกับสาวแรกรุ่น ยังไม่มีร่องรอยกระด่างกระดำหรือริ้วร่องยับย่นสักนิดให้กังวล เธอไม่อยากจะคุย เมื่อสมัยตอนเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเธอเคยเป็นดาวมหาวิทยาลัย เธอเคยเป็นดัมเมเยอร์ไม้หนึ่ง ควงคทา หมุนไปหมุนมา มีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ตามจีบให้เพียบ ภาพเหล่านั้นย้ำชัดว่าเธอเป็นผู้หญิงที่สวยเชียวล่ะ

รินดาเป็นหญิงสาวผิวขาว รูปร่างเล็กอรชร เอวคอด บอบบาง ทว่าส่วนเว้าส่วนโค้งของเธอเป็นที่น่าสนใจและโดดเด่น ทรวงอกอวบอูมนูนดันบราเซียร์สีขาวชันออกมาอย่างท้าทายสายตา เป็นรูปเป็นร่างอร้าอร่าม อย่างงดงาม รินดาจ้องมองและพินิจพิเคราะห์หน้าอกตัวเองที่ล้นขึ้นมาจากเสื้อชั้นใน เกือบครึ่งค่อนเต้า อย่างภาคภูมิใจ...อะไรจะล้นหลามและมหึมาขนาดนี้...

หลังจากชื่นชมทรวงอกอวบของตัวเองอยู่นานสองนาน เธอก็มองไล่ลงไปจนถึงหน้าท้องที่แบนราบเรียบไร้ไขมันอย่างน่าพอใจ เป็นผลพวงมาจากการดูแลเรื่องอาหารการกินและออกกำลังกายที่ฟิตเนสเป็นประจำในช่วงเย็นเกือบทุกวัน เธอหันซ้ายหันขวาต่อหน้ากระจก และที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ เธอมีสะโพกที่งอนงามเย้ายวน
รินดายิ้มกว้างอย่างยินดีให้กับตัวเองในกระจก ทว่า ผมเผ้าด้านบนศีรษะของเธอยุ่งเหยิงพันกันราวกับไปมุดพงหญ้าที่ไหนมาก็ทำให้เธอมีสีหน้าที่ตกใจเล็กน้อยจนต้องรีบเอามือสางผมลงมาให้เข้าทรง และพลางคิดว่าทำไมเธอถึงมองข้ามส่วนนี้ไปได้

ก่อนหน้านี้สักสิบชั่วโมงหรือสิบสองชั่วโมง เธอจำได้ เมื่อคืนเธอเต้นรำกับเพื่อนผู้หญิงสี่ห้าคนในห้องนี้ พูดคุยและเมามายอย่างหนัก และเป็นเธอเองที่มีอาการเสียสติมากกว่าใครเพื่อน พอเมาได้ที่ เธอก็เต้นรูดเสาอย่างไม่อายใคร อย่างขาดการยับยั้งชั่งใจ อย่างเสียสติ เธอไม่ได้เป็นแบบนี้บ่อยครั้งนัก หากภาพที่อาจทำให้เธอดูแย่ในสายตาคนอื่นเกิดขึ้นหลังจากที่เธอไปงานแต่งงานของเพื่อนสาวคนหนึ่งมา

ทำไม...?

รินดาอายุเกือบจะสามสิบเข้าไปแล้ว ขาดอีกแค่เดือนหรือสองเดือนเท่านั้น แต่ยังหาสามีไม่ได้สักที ในขณะที่เพื่อนๆ ของเธอค่อยๆ แต่งงานไปทีละคน ทีละคน บางคนแต่งถึงสองครั้งสามครั้งแล้วก็มี นั่นคือปมด้อยที่เธอมี สายตาดูถูกเย้ยหยันจากเพื่อนในกลุ่มของเธอ เหยียบย่ำซ้ำเติม ค่อนแคะเธอ หาว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ไม่มีใครเอา

เมื่อถึงตรงนี้ รินดาอาจจะคิดค้านเพื่อนๆ เล็กน้อย ตรงที่พวกหล่อนหาว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ไม่มีใครสนใจ ยังหาสามีไม่ได้สักที เพื่อนๆ จะรู้อะไรว่ามีชายหนุ่มมาต่อแถวขายขนมจีบเธอยาวเป็นหางว่าว มากกว่าคนที่ไปยืนรอจ่ายเงินในซุปเปอร์มาเก็ตตอนสิ้นเดือนเสียอีก เธอถอนหายใจ ช่างเถอะ รินดาเฝ้ามองเพื่อนของเธอที่จากไป เดินเข้าประตูวิวาห์ไปทีละคน ทีละคน เหมือนทอดทิ้งให้เธอต้องยืนอยู่คนเดียวบนหน้าผาเดียวดายสูงลิบลิ่วที่ด้านล่างนั้นเต็มไปด้วยโขดหินและน้ำทะเลซัด...แหม คิดมาถึงตอนนี้ รินดาก็นึกอยากจะร้องไห้ขึ้นมา

เหตุใดคนอย่างเธอถึงไม่มีผู้ชายสักคนมาขอแต่งงานด้วย เหตุใดเธอถึงยังไม่ได้ลงหลักปักฐานกับใครสักที ทั้งที่เธอเองก็เป็นผู้หญิงที่สวย การงานหรือก็ดี เธอเป็นถึงนักวิจัยการตลาดผู้เชี่ยวชาญ

ผู้ชายหลายคนที่เธอเคยคบเป็นแฟน สุดท้ายก็ต้องเลิกราไปหมด เพราะสิ่งที่เธอไม่ชอบมากที่สุดนั่นคือความเจ้าชู้ ซึ่งสิ่งนั้นมักบรรจุอยู่ในบรรดาผู้ชายของเธอ คนสุดท้ายที่รินดาเพิ่งเลิกคบไปเมื่อเดือนก่อน ชื่อเอก เขาทั้งหล่อและรวย ค่ำคืนนั้นเธอบังเอิญไปเที่ยวที่ร้านเดียวกับเขา แต่นั่งอยู่คนละโต๊ะ และไม่ได้บอกกล่าวกับเขาล่วงหน้า การไม่บอกกล่าวกับคนรักล่วงหน้าอาจนำพาสู่ความจริงที่ไม่อยากคาดฝัน

ท่ามกลางแสงไฟสลัวรางและเสียงเพลงแจ๊สแว่วหวาน ขณะเธอกำลังพูดคุยและดื่มบ้างนิดหน่อยกับเพื่อนสาวสามคนอย่างสนุกสนาน

“เฮ้ย นิว นั่นไอ้เอกแฟนแกนี่หว่า” นุสบาเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุด หล่อนบอกกับรินดาและมองไปยังโต๊ะหนึ่งซึ่งถัดไปไม่ไกลนัก

รินดาหันขวับไปทันที และเธอก็เห็นชายหนุ่มที่ชื่อเอกกำลังกอดจูบอยู่กับหญิงสาวนางหนึ่ง ความปวดแปลบปรี๊ดขึ้นสมองทันที โกรธจนเนื้อเต้น ควันออกหู ดั่งโดนไฟสุมอยู่ในอก...รินดา ผู้กำลังถูกหักหลังลุกขึ้นอย่างมาดมั่น และกำลังเดินไปที่โต๊ะนั้น เพื่อนสาวทั้งสามพากันอ้าปากค้าง ในขณะที่คนชื่อเอกทำท่าตกใจเพียงเล็กน้อยขณะที่หันมา รินดาเอาแก้วเหล้าบนโต๊ะของเอกยกขึ้นสาดใส่หน้าเขา อย่างกับในมิวสิควิดีโอ แล้วเอ่ยอย่างสะใจ “ไปตายซะ”

รินดาสลัดความคิดนั้นออกไป ช่างเถอะ เธอปลอบโยนกับตัวเองอย่างเข้มแข็ง สักวันหนึ่ง เธอจะต้องได้พบกับผู้ชายที่ดี ผู้ชายที่มีรักจริง เขาคนนั้นจะมีดวงตาสีฟ้าและใส่ชุดเกราะเหมือนกับพระเอกในภาพยนตร์ย้อนยุค ขี่ม้าขาวจากอีกเมืองหนึ่งมาหยุดตรงหน้าเธอ ส่งยิ้มอันอบอุ่นอ่อนโยนให้ ยื่นมือให้เธอจับ และฉุดรั้งเธอขึ้นไปบนหลังม้า ประคองกอดเธอไว้ที่ด้านหน้า ควบตะบึงและพาเธอไปให้พ้นจากฝันร้ายนี้เสียที

รินดาคว้าหยิบเสื้อยืดที่ห้อยอยู่ในไม้แขวนเสื้อในห้องน้ำมาสวมอย่างลวกๆ แม้จะยับย่นไปบ้างแต่ก็ยังโชคดีที่เธอยังพอใส่ได้ แม้จะหลวมๆ ไปหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีใส่ ยังดีกว่าที่จะให้เธอเดินโทงๆ ออกไปเช่นนี้

หญิงสาวก้าวเท้าออกจากห้องน้ำ และสะดุดตากับกระดาษสีขาวที่บรรจงวางอยู่บนโต๊ะกลางห้องโดยมีขวดเบียร์ที่วัตถุเหลวในนั้นยังมีอยู่เกือบครึ่งค่อนทับอยู่ แลเห็นข้อความอย่างหวัดๆ ในนั้นว่า ‘อย่าลืมล็อกห้องให้ด้วยนะจ๊ะ’

ใช่สิ นี่มันไม่ใช่ห้องของเธอ เวลานี้เธอควรก้าวขาออกจากห้องนี้ เธอควรกลับที่พักของเธอ รินดาเอื้อมมือหยิบโทรศัพท์ของเธอที่วางจอดอยู่ใกล้กับโน๊ตนั้นเพื่อดูเวลา ในจอสี่เหลี่ยมขึ้นว่าสายไม่ได้รับเกือบสิบสาย และมีข้อความจากนุสบาเพื่อนสนิทของเธอว่า ‘ตื่นได้แล้ว ยัยขี้เซา’

สิบโมงกว่า สายมากแล้ว เวลานี้เธอควรอยู่ที่ทำงาน ป่านนี้เพื่อนๆ ของเธอที่ฉลองด้วยกันเมื่อคืนคงแยกย้ายกันไปทำงานกันหมดแล้วล่ะ...รินดาคนสวย เธอมาอยู่อะไรตรงนี้ โดนเจ้านายด่าเละแน่....

ความคิดที่ว่าเธออาจจะได้เจอชายในฝันขี่ม้าขาวนั้นยังวนเวียนในสมอง ไม่แน่ เมื่อเธอก้าวพ้นผ่านประตูห้องนี้ออกไป เขาอาจจะยืนรออยู่ที่หน้าประตูแล้วก็ได้ เขาจะใส่สูทสีขาวอย่างดีและหล่อแบบดาราฮอลีวูด มีรอยยิ้มอบอุ่นให้เธอ พร้อมก้มลงคุกเข่าต่อหน้า และยื่นแหวนที่ประดับเพชรแวววาวในกล่องกำมะยี่สีแดงให้แล้วพูดอย่างนุ่มนวลอ่อนหวานว่า “แต่งงานกับผมเถอะครับ”

เท่านั้นรินดาก็มีแววตาที่เปล่งประกายสดใส เธอยิ้มขึ้น ราวกับบอกตัวเองให้เข้มแข็ง...สักวันเธอคงได้เจอกับผู้ชายคนนั้น...

มือบางล้วงลงไปในกระเป๋ากระโปรงสั้นกุดของเธอ โชคดีที่มีกุญแจรถอยู่ในนั้น เมื่อเธอลงลิฟต์มาถึงด้านล่าง สวนกับผู้ชายวัยรุ่นคนหนึ่งท่าทางแบดบอย เขายิ้มหวานให้เธอ รินดาไม่ได้สนใจนัก เธอเดินไปยังลานจอดรถ ก้าวไปยังรถเก๋งสีแดง เป็นรถมือสองที่เธอเพิ่งซื้อมาไม่กี่เดือน สภาพยังดูใหม่อยู่ กดรีโมทเพื่อเปิดรถ และก้าวเข้าไป สตาร์ทเครื่องและเคลื่อนรถออก

รถสีแดงแล่นอยู่บนถนนด้วยความเร็วไม่มากนัก สองข้างทางเต็มไปด้วยตึกสูง รถราในเมืองใหญ่วิ่งกันขวักไขว่จนน่าเวียนหัว อาการมึนศีรษะจากแอลกอฮอล์เมื่อคืนยังคงค้างอยู่ เธอไม่แน่ใจ อาจจะผสมผสานกับกลิ่นท่อไอเสียจากรถคันข้างหน้าที่แทรกเข้ามาในรถ จึงทำให้เธออยากจะอาเจียนขึ้นมา รินดาเอื้อมมือบางกดปุ่มเครื่องเล่นเพลง ปลดปล่อยให้เพลงสากลของนักร้องผิวสีจังหวะครึกครื้นคลี่คลุมไปทั่วทั้งรถ เธอว่าเพลงนี้มันสนุกดีแม้จะไม่เคยร้องตามได้ทันสักที กระนั้นมันก็ทำให้อาการมึนศีรษะลดลงไปได้บ้าง

รถของเธอหยุดติดไฟแดง อยู่ที่สี่แยก รถจอดต่อกันเป็นขบวนยาวอย่างกับรถไฟ เธอฟุบหัวลงกับพวงมาลัยและหลับตาสักพัก เพื่อไล่อาการมึนงง เธอเงยหน้าขึ้น มองไปยังด้านหน้า เด็กขายพวงมาลัยเดินจากรถคันข้างหน้ามายังรถของเธอ ยื่นพวงมาลัยให้เธอดู เธอส่ายหน้า

เมื่อสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียว หญิงสาวจึงเคลื่อนรถออกไป เกือบจะชนกับรถอีกคันที่เปลี่ยนเลนปาดหน้าแซงเธออย่างกะทันหัน รินดารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาขณะเหยียบเบรก เธอบ่นกระปอดกระแปดออกมาอย่างโมโห “จะรีบไปตายหรือไงวะ”

ถัดมาอีกสองนาที ขณะความหงุดหงิดจากไอ้รถที่ขับปาดหน้ายังไม่จางไป อยู่ๆ รถของเธอก็เกิดอาการสะดุด สั่น กึกๆ และดับไปอย่างรวดเร็ว เธอตกใจและขวัญเสียอย่างหนักเมื่อสตาร์ทเครื่องไม่ติด

“เป็นอะไรอีกวะ”

เธอหมุนกุญแจสตาร์ทสองสามครั้ง แต่ไม่ติด จึงพยายามควบคุมรถในขณะที่ยังแล่นอยู่ช้าๆ ให้เข้าจอดข้างทาง อย่างตื่นตระหนก เสียงแตรจากรถคันข้างหลังบีบไล่เธอ “ปี้น...” เพราะเธอปาดเข้าข้างทางอย่างกะทันหัน

“จะบีบทำไมกันนักกันหนา รู้แล้วว่าแตรดังน่ะ” เธอบ่นขมุบขมิบอย่างหัวเสีย

รถดับได้อย่างไรนะ เธอนึกอย่างหงุดหงิด เมื่อรถของเธอจอดสนิทข้างทางหน้าร้านค้าอะไรสักอย่าง เธอไม่ได้สนใจนัก ตอนนี้เธอสตาร์ทเครื่องอีกสองสามครั้ง ก็ไม่ติด หมุนกุญแจอีกครั้ง ไม่ติดเช่นเดิม ไม่มีวี่แววเลยสักนิด เหมือนรถได้ตายสนิท ไม่ติดแน่แล้ว รินดาเหลือบมองดูที่เกจ์วัดน้ำมัน ก็ยังมีเหลืออยู่

“บัดซบ เอ้ย”

รินดาสบถขึ้นมา ใบหน้าสวยของเธององ้ำหงุดหงิด เธอเคว้งคว้างและสิ้นหวัง ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี...ใครที่เคยขับรถอยู่ดีๆ แล้วจู่ๆ มันก็ดับวูบลงกลางถนน และแม้เราจะพยายามสตาร์ทเครื่องอีกสักกี่ครั้ง มันก็ไม่ติด ไม่มีท่าทางจะติด โดยที่มาตรวัดน้ำมันก็ยังบ่งชี้ว่าน้ำมันคุณยังไม่หมด คงเข้าใจความรู้สึกของรินดาในตอนนี้ดี

หญิงสาวล้วงคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างร้อนรน ตั้งใจจะโทรหาเพื่อนที่ชื่อนุสบา ปรึกษาเพื่อนว่าจะเอาอย่างไรดีกับชีวิต พลันนั้นสายตาก็สะดุดกับป้ายหน้าร้านที่อยู่ไม่ห่างจากตรงนั้น ที่มีข้อความว่า ‘รับซ่อมเครื่องยนต์ทุกชนิด’ เพียงไม่ถึงร้อยเมตร

รินดามองออกไปนอกรถ ตอนนั้นเป็นเวลาสิบเอ็ดโมง ซึ่งแดดกำลังร้อนจัด แล้วเธอก็ลืมร่มเอาไว้ที่ออฟฟิศเสียด้วยเมื่อวานนี้ ครีมกันแดดเธอก็ยังไม่ได้ทาเลย แต่คงไม่มีเวลาแล้ว ชุดของเธอก็ดูไม่เรียบร้อยเท่าไหร่ เธอถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง แล้วตัดสินใจเปิดประตูและจ้ำเท้าไปที่อู่ซ่อมรถซึ่งอยู่ไม่ไกล

เมื่อถึงที่อู่ซ่อมรถ พวกผู้ชายที่กำลังทำงานอยู่อย่างขะมักเขม้น ละทิ้งจากเครื่องมือฉับพลัน ประหนึ่งว่ามันไม่ได้มีความหมายกับพวกเขาสักนิดและหันมาจ้องมองที่รินดาเป็นตาเดียว อย่าลืมว่าเธออยู่ในเสื้อยืดตัวหลวมกับกระโปรงสั้นกุดที่ยาวกว่าชั้นในไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ขาขาวยาวเรียวจึงดึงดูดสายตาพวกหนุ่มๆ ได้อย่างชะงัดนัก โชคดีที่ตอนนี้เธอสวมเสื้อยืดอยู่ ไม่ใช่สายเดี่ยวสีดำแบบเมื่อคืนนะ ไม่เช่นนั้นบางคนคงได้ตาทะลักกันบ้าง

“มีอะไรให้ช่วยครับ คนสวย” เสียงจากชายร่างท้วม “ผมเป็นเจ้าของอู่ ยินดีให้บริการทุกอย่างครับ” เขายิ้มและมีทีท่ากระลิ้มกระเหลี่ยเหลือเกิน

รินดาฝืนยิ้ม ไม่แสดงท่าทีรังเกียจออกไป “รถดับค่ะ สตาร์ทไม่ติดเลยค่ะ จอดอยู่ตรงนี้ ไปดูให้หน่อยได้ไหมคะ” เสียงของเธอออดอ้อนเล็กน้อยอย่างไม่ได้ตั้งใจ ชี้นิ้วเรียวไปทางรถของเธอ

“ได้ครับ” ชายคนนั้นยิ้มแฉ่ง

เมื่อถึงรถเก๋งสีแดง เจ้าของอู่เปิดกระโปรงหน้ารถ ตรวจดูเครื่องยนต์ จับสายไฟตรงโน้นตรงนี้ รินดามองดูอย่างไม่เข้าใจ สายไฟอะไรระโยงรยางค์ไปหมด น่าปวดหัวชะมัด

สรุปเลยแล้วกันว่ารินดาไม่สามารถขับรถต่อไปอีกได้เพราะเครื่องยนต์มีปัญหาต้องให้ช่างซ่อม เธอรับนามบัตรจากเจ้าของอู่ที่ยังพยายามส่งยิ้มให้เธอแล้วก้าวเท้าออกมาจากอู่ เธอส่ายหน้าอย่างเบื่อหน่าย เพิ่งซื้อมาไม่ถึงสองเดือนเลยนะ ซวยอะไรนักหนานะ ค่าซ่อมจะกี่บาทก็ไม่รู้

เมา แฮ้งค์ ผมไม่เข้าทรง ตื่นสาย ไปทำงานช้า เจ้านายด่า โดนคนขับรถปาดหน้า เครื่องรถยังมาพังอีก

   ...อะไรจะซวยขนาดนี้เนี่ย...

หญิงสาวยืนหน้าบึ้งรออยู่ที่ป้ายรถโดยสาร ตั้งใจจะกลับบ้านด้วยรถเมล์ ไม่อยากกลับแท็กซี่ เพราะกลัว ข่าวว่าคนขับแท็กซี่พาผู้โดยสารไปข่มขืนทำให้เธอไม่กล้านั่งแท็กซี่ และด้วยชุดของเธอแบบนี้ กระโปรงสั้นอย่างนี้ เธอคงไปไม่ถึงที่พักของเธอแน่ ตอนที่เธอยืนอยู่นี้ก็สังเกตได้ว่ามีสายตาหนุ่มๆ บางคนแอบมอง เธอนึกหงุดหงิดเล็กน้อย
มีรถตู้แล่นมา หน้ารถตู้มีตัวหนังสือบอกสถานที่ผ่านทางที่เธออยู่พอดี ไปรถตู้ก็ดีเหมือนกันนะ รินดาคิด แอร์เย็นสบาย มีที่นั่ง ไม่ต้องยืน ค่ารถแพงกว่านิดหน่อย จ่ายได้อยู่แล้วน่ะ เมื่อรถตู้จอด เธอก้าวขึ้นไปบนรถตู้ เดินเข้าไป นั่งลงที่เบาะเกือบจะหลังสุด ตรงนั้นมีที่ว่างพอดี

รินดาเชิดหน้า หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นเกมแบบไม่สนใจใคร อย่าให้เขารู้ว่าเราเพิ่งรถเสียมา เจ๊ที่นั่งสะลึมสะลือข้างๆ หันมามอง สงสัยเสียงคงดังรบกวนแก หญิงสาวจึงปิดเกมและเลิกเล่น

คนขับรถตู้ขับรถฉวัดเฉวียนเหลือเกิน แซงซ้ายแซงขวา จะรีบไปไหนเนี่ย รินดาคิด อาการเมาค้างทำให้เธออยากจะอาเจียนขึ้นมาอีกรอบ พยายามกลืนน้ำลาย เธอรู้สึกขมปาก จะถึงบ้านไหมเนี่ย ขับให้มันดีๆ กว่านี้ได้ไหม เธอบ่นคนขับในใจ อยากจะบ้าตาย รวบรวมสมาธิ ตั้งจิตมั่น หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกช้าๆ เธอนึกถึงยาดม

สักพักรถก็แล่นเป็นระเบียบขึ้นในทางที่โล่ง รถราไม่ค่อยเยอะนัก รินดารู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อย มองออกไปข้างทาง อีกไม่ไกลก็จะถึงที่หมายแล้ว มองไปที่หลังเบาะของคนขับมีข้อความ ‘สามสิบห้าบาทตลอดสาย’ ตอนนั้นเองที่รินดารู้สึกว่างโหวงอย่างไรชอบกล เมื่อเธอคิดบางอย่างขึ้นมาได้

เอ...กระเป๋าสตางค์อยู่ไหนนะ!!!

เธอค่อยๆ ล้วงมือลงในกระเป๋ากระโปรงทั้งสองข้าง ทั้งซ้ายและขวา เจอแต่นามบัตรของช่างซ่อมรถ เธอขยับตัวขยุกขยิก วุ่นวายกับการหากระเป๋าสตางค์ แต่ไม่มีเลย อาจจะอยู่ในกระเป๋าด้านหลังก็ได้ ภาวนาให้มันอยู่ในกระเป๋าด้านหลัง หน้าเริ่มเสีย ทำไมไม่รู้สึกเหมือนนั่งทับอะไรอยู่เลย ก้มหน้าเล็กน้อย เอาน่าลองดูก่อน ค่อยๆ ล้วงมือเข้าไป

“ฉิบ...”

เธอสบถหยาบในใจ ไม่มี  สงสัยลืมไว้ที่ห้องเพื่อนแน่ๆ ล้วงมือลงในกระเป๋าด้านหน้าใหม่อีกครั้ง อาจมีแบงค์ร้อยเก่าๆ สักใบ คิดในแง่ดี ขยุกขยิกตัวอย่างหงุดหงิด จนคนข้างๆ เริ่มมอง

...ไม่มี...

แล้วจะเอาเงินที่ไหนจ่ายเป็นค่าโดยสารล่ะเนี่ย บอกใครจะเชื่อ คนสวยอย่างรินดาเนี่ยนะ ไม่มีเงินจ่ายค่ารถสามสิบห้าบาท แม่เจ้า...
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


บีเลิฟ

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 387
    • ดูรายละเอียด
Re: บทที่ 1 ลิขิตรักไฟร้อน
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2014, 07:35:14 AM »
เรื่องนี้จบไปตั้งนานแล้ว แต่ยังไม่ได้รีไรท์สักที ไม่รู้เหมือนกันว่ามันติดขัดตรงไหน ฝากเพื่อนๆ พี่ๆ ช่วยแนะนำด้วยนะครับ และขอสวัสดีคุณบัดดี้ด้วยครับ สู้ๆ นะครับ

lung_tom

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 384
    • ดูรายละเอียด
Re: บทที่ 1 ลิขิตรักไฟร้อน
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2014, 09:18:34 AM »
คุณบีเลิฟมาจุดไฟ ลงเอาฤกษ์เอาชัยตั้งแต่วันแรกเลย ขอให้รีไรท์จบบริบูรณ์อย่างที่ตั้งใจนะคะ เชียร์

mamae

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 83
    • ดูรายละเอียด
Re: บทที่ 1 ลิขิตรักไฟร้อน
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2014, 01:49:28 PM »
พี่มะแมมาจองที่ติดขอบสนามเลยค่ะ

noneko

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 136
    • ดูรายละเอียด
Re: บทที่ 1 ลิขิตรักไฟร้อน
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2014, 08:19:41 PM »
มาช่วยเชียร์ด้วยค่ะ  ;D

ตามฝัน

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 123
    • ดูรายละเอียด
Re: บทที่ 1 ลิขิตรักไฟร้อน
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2014, 11:41:57 AM »
เริ่มเห็นประกายไฟแล้ว

buddy

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 342
    • ดูรายละเอียด
Re: บทที่ 1 ลิขิตรักไฟร้อน
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: กรกฎาคม 27, 2014, 12:19:12 PM »
 :D