ผู้เขียน หัวข้อ: แผนร้ายก่อการรัก บทที่ 1  (อ่าน 402 ครั้ง)

ตามฝัน

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 95
    • ดูรายละเอียด
แผนร้ายก่อการรัก บทที่ 1
« เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2014, 11:30:31 AM »
บทที่ 1    
หญิงสาวนั่งมองตึกราบ้านช่องที่ขึ้นเต็มสองข้างทางอย่างตื่นตาตื่นใจ อาคารบ้านเรือนถูกตกแต่งอย่างสวยงาม จนคนที่เพิ่งมาถึงประเทศอัคซาลอีกครั้งในรอบห้าปี เริ่มหลงใหลในสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานกันในแบบอาหรับและตะวันตกอย่างลงตัวถึงกับชื่นชมความเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่เห็นครั้งนี้ไม่ได้ แม้แต่ร้านค้าต่างๆ ยังประดับประดาไปด้วยของแปลกตานานาชนิด ทั้งที่เป็นของในประเทศอัคซาลเองและของจากต่างประเทศ เพื่อดึงดูดสายตานักท่องเที่ยวนานาชาติให้สนใจในภาพลักษณ์ร้านค้าของตนจนต้องเข้าไปใช้บริการ ซึ่งร้านค้าเหล่านี้มีมากตลอดสองข้างทางที่รถแล่นผ่าน

วริศาไม่อยากเชื่อเลยว่าประเทศที่เพิ่งเปิดประตูรับโลกภายนอกแค่ไม่กี่ปีอย่างอัคซาล จะเจริญขึ้นผิดหูผิดตามากมายขนาดนี้ ผิดกับในความทรงจำของเธอเมื่อห้าปีก่อน ที่การค้าและการเปิดรับสถานทูตจากประเทศต่างๆ ของที่นี่ยังอยู่ในช่วงยุคบุกเบิก รวมถึงการท่องเที่ยวภายในประเทศ และเอกสิทธิ์ลูกพี่ลูกน้องของเธอที่กำลังทำหน้าที่ขับรถในขณะนี้ได้เข้ามาเปิดบริษัททัวร์ในอัคซาลตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่มีการรับนักธุรกิจต่างชาติเข้ามาดำเนินกิจการภายใน จนตอนนี้บริษัท ‘เอกสิทธิ์ทราเวล’ สามารถขยายกิจการและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจนเป็นที่รู้จักในประเทศอัคซาลและต่างประเทศไปแล้ว

และด้วยเหตุผลนี้ คุณป้าดารณี มารดาของเอกสิทธิ์ จึงใช้ให้เธอเข้ามาช่วยงานลูกชายคนเล็กของท่านถึงที่นี่ทันทีที่ทราบข่าวว่าเธอตกงาน เพราะเกิดไปซัดหน้าอดีตเจ้านายที่พยายามจะมาไต่เต้าเธอ ทั้งๆ ที่คนอย่างวริศาไม่เคยคิดจะใช้วิธีเอาเต้าไปไต่ท่านผู้บริหารแม้แต่ครั้งเดียว แต่หากจุดประสงค์ในการทำงานของเจ้านายและลูกน้องไม่ไปในทิศทางเดียวกัน เธอก็ขอลา แต่ถ้าจะลาออกเฉยๆ ก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่ชื่อ ‘วริศา เลิศไพรรัตน์’ ดังนั้นหญิงสาวจึงซัดอดีตเจ้านายคนสุดท้ายเสียหมอบราบคาบในห้องทำงาน ที่ๆ เขาพยายามจะเลื่อนสถานะเธอจากเลขาหน้าห้องให้ไปเป็นเลขาบนเตียง

แต่หญิงสาวก็ไม่คาดคิดว่าทันทีที่ตกงาน เธอจะได้รับข้อเสนอดีๆ จากคุณป้าดารณี คุณป้าแท้ๆ ฝั่งมารดาที่มีฐานะร่ำรวยเพราะได้สามีเป็นนักธุรกิจพันล้าน ผิดกับครอบครัวของเธอที่พ่อแม่รับราชการมีฐานะพอมีพอกินเท่านั้น และท่านทั้งสองประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกันไปเมื่อสองปีก่อน ทำให้หญิงสาวต้องใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง แต่คุณป้าดารณีก็คอยดูแลเธอมาโดยตลอด 

วันที่เธอตกงาน คุณป้าได้ยื่นข้อเสนอให้เธอมาทำงานกับลูกชายคนเล็กของท่าน ด้วยค่าจ้างต่อเดือนที่สูงถึงห้าหมื่นบาทเป็นระยะเวลาสามปี นี่ยังไม่รวมกับค่าจ้างที่เอกสิทธิ์ต้องให้เธออีกเดือนละห้าหมื่นบาท รวมๆ แล้ว เดือนๆ หนึ่งหญิงสาวได้ค่าจ้างสำหรับงานนี้ถึงหนึ่งแสนบาทต่อเดือนทีเดียว ถ้าเธอไม่รับข้อเสนองานนี้ก็บ้าแล้ว ครบสามปีเธอมีเงินไปลงทุนทำอะไรอย่างอื่นได้สบายๆ หรือถ้าเธอจะทำงานที่อัคซาลต่อ เอกสิทธิ์ก็ต้องจ้างเธอถึงเดือนละห้าหมื่นบาทอยู่ดี

แต่ดูท่าเจ้าของบริษัทจะไม่เต็มใจรับพนักงานใหม่เข้าทำงานสักเท่าไหร่ ขนาดตื่นแต่เช้าขับรถไปรับเธอที่สนามบิน เขายังนั่งทำหน้าบอกบุญไม่รับมาด้วยกันตลอดทาง คงจะรู้สิว่าการที่เธอมาทำงานกับเขาในครั้งนี้ เป็นเพราะคุณป้าดารณีต้องการให้เธอมาสอดส่องพฤติกรรมของเขาที่นี่ เพราะนิสัยคาสโนว่าตัวพ่อของเอกสิทธิ์ที่มีข่าวไม่ดีเกี่ยวกับตัวลูกชายเริ่มเข้าถึงหูคุณป้าที่เมืองไทย ทำให้ผู้ให้กำเนิดกังวลว่าลูกชายจะไปคว้าผู้หญิงไม่ดีมาร่วมวงศ์ตระกูล ถ้าผู้หญิงคนนั้นจนท่านไม่ว่า แต่ถ้านิสัยไม่ผ่านมาตรฐานของท่าน รับรองคุณป้าดารณีลุยแหลก และเธอก็ถูกส่งมาให้สืบพฤติกรรมของพี่ชายว่าข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร แต่การที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ ทำไมวริศาจะไม่รู้ว่าเอกสิทธิ์นั้นเจ้าชู้ตัวพ่อเชียว

ทั้งหล่อ รวย มีหรือสาวๆ จะไม่อยากจะกระโจนเข้าหา บางทีคนที่โดนกระโจนอาจจะเต็มใจให้ผู้หญิงพวกนั้นกระโจนใส่ หรือกระโจนใส่เสียเองก็ไม่รู้

“พี่เอกทำหน้าให้มันดีๆ หน่อยได้มั้ย ฉันมาทำงานด้วยนะ จะยิ้มรับทักทายกันบ้างไม่มี” หญิงสาวพูดประชดพี่ชายที่เอาแต่นั่งทำหน้าเซ็งโลกทั้งโลกตั้งแต่เจอหน้ากัน

“แล้วจะมาทำงานอะไรไกลถึงที่นี่เนี่ยฮ่ะวิว เมืองไทยไม่มีอะไรให้ทำแล้วรึไง” ถ้ายัยน้องสาวแค่มาเที่ยว อยู่ด้วยกันสักพักเขาก็คงจะดีใจอยู่หรอก แต่นี่จะมาทำงานอยู่ด้วยกัน พักอยู่ด้วยกัน อย่างน้อยๆ ก็สามปี ชีวิตเขาก็ขาดอิสรภาพนะสิ ในเมื่อนพสิทธิ์พี่ชายแท้ๆ ได้โทรมาบอกล่วงหน้าก่อนแล้วว่า ยัยน้องสาวคนนี้ถูกส่งมาเป็นกองสอดแนมและหน่วยรบด่านหน้าให้มารดา เพราะถ้าเขาใช้ชีวิตออกนอกลู่นอกทางเมื่อไหร่ เขาต้องกลับเมืองไทยไปทำงานที่บริษัทของครอบครัวทันทีตามที่เคยสัญญากับผู้ให้กำเนิดทั้งสองไว้ และตั้งแต่มาอยู่ที่อัคซาล อย่าว่าแต่ออกนอกลู่นอกทางเลย เขามาไกลกว่าคำนั้นเยอะ เพียงแต่ที่นี่อยู่ไกลจากครอบครัวเขามาก การใช้ชีวิตของเอกสิทธิ์จึงไม่รู้ถึงหูคนที่อยู่เมืองไทย แต่ถ้าวริศามาอยู่ด้วยกันอย่างนี้ เขาก็แย่นะสิ ลำพังวีรกรรมที่เคยเจอยัยน้องสาวตัวแสบขัดขวางคู่ขาเขาแต่ละคนตอนอยู่ด้วยกันที่เมืองไทย ก็ปวดหัวจะแย่ มานี่วริศาจะมาไม้ไหนอีกก็ไม่รู้

“งานที่เมืองไทยน่ะมี แต่พี่อยากเห็นฉันเสร็จไอ้พวกเจ้านายหื่นกามรึไง แต่ละคนมันอยากจะนอนคุยงานกับฉันอย่างเดียว” หญิงสาวยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น ไอ้ความสวยที่เธอภาคภูมิใจมันกลับกลายมาเป็นดาบสองคม หลายบริษัทที่เธอต้องระเห็จออกมามีแต่เรื่องเจ้านายชีกอทั้งนั้น ทั้งๆ ที่เธอเรียนจบมาด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งด้านภาษา แต่ทำไมทุกคนถึงตีราคาความสามารถของเธอที่สัดส่วน 36 24 36 มากกว่าใบปริญญาที่เธอได้มากันนัก

“ก็ไปทำกับพี่นพสิ จะทำตำแหน่งอะไรก็เลือกเอา บริษัทเราเอง” ความจริงเขาก็ไม่อยากให้วริศาไปทำงานที่ไหนหรอก เป็นห่วงสวัสดิภาพของน้องสาวคนนี้ ทุกครั้งที่รู้เรื่องไอ้พวกเจ้านายชีกอหวังเคลมน้องสาว เอกสิทธิ์ก็เดือดทุกครั้งไป แม้วริศาพอจะเอาตัวรอดได้ แต่เขาไม่มั่นใจว่ามันจะโชคดีไปทุกครั้ง การให้เธอทำงานกับนพสิทธิ์จึงปลอดภัยที่สุด แต่ยัยน้องสาวก็ไม่ยอมไปทำ เที่ยวระเหเร่ร่อนไปเรื่อย

“ไม่เอา ที่นั่นมีแต่คนเก่งๆ เดี๋ยวหาว่าฉันใช้เส้นทำงาน” วริศาปฎิเสธทันควัน นพสิทธิ์เคยชวนเธอไปทำงานด้วยกันแล้วหลายครั้ง พี่ชายคนโตจะให้เธอนั่งตำแหน่งบริหารด้วยซ้ำไป แต่หญิงสาวปฏิเสธมาตลอด เธออยากพิสูจน์ความสามารถในการทำงานของตนเอง บริษัทของครอบครัวคุณป้าดารณีเป็นบริษัทส่งออกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ผู้บริหารทุกฝ่ายล้วนแต่มีความสามารถกันทั้งนั้น เธอไม่กล้าเข้าไปเทียบชั้นกับคนเหล่านั้นหรอก ขนาดเอกสิทธิ์ยังขอออกมาตั้งบริษัทเองเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ แต่วริศารู้ว่านั้นคือข้ออ้างของพี่ชายคนรอง เพราะจริงๆ แล้ว พี่ชายเธอคนนี้ แค่อยากทำตัวตามสบายไกลหูไกลตาผู้ให้กำเนิดเท่านั้น

“แล้วทำกับฉันไม่ใช้เส้นเลยรึไง อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าแม่ใช้เธอมา”

“ไม่พอใจก็ส่งฉันลงข้างทางนี่แหละ ไม่ทำงานด้วยก็ได้ เดี๋ยวหางานแถวนี้ทำแทน ถ้าใครมันอยากจะจับจะปล้ำก็ตามใจมัน ช่างหัวมัน ฉันมันลูกไม่มีพ่อไม่มีแม่นี่ ท่านหนีไปอยู่สวรรค์กันหมดแล้ว ใครๆ มันก็เลยแต่จะรังแก ขนาดมีพี่ชายยังไม่คิดจะปกป้อง ไอ้เรามันจนเลยไม่มีใครอยากจะนับญาติด้วย” วริศาแกล้งตีบทเศร้าเมื่อถูกเอกสิทธิ์จับทางได้

“พอๆ ไม่ต้องมาดราม่า ทำเป็นน้อยใจเป็นเด็กๆ ไปได้ ไม่พอใจก็จะหนี จะอยู่ก็อยู่ไป แต่อย่ามายุ่งเรื่องส่วนตัวฉันก็แล้วกัน ไม่อย่างนั้นจะจับยัดเครื่องบินส่งกลับเมืองไทยทันที”

“พี่เอกก็ทำตัวดีๆ แล้วกัน เราจะได้อยู่ด้วยกันอย่างสงบ ไอ้ข่าวที่คุณป้าได้ยินมาว่า เจ้าของบริษัทเอกสิทธิ์ทราเวลเป็นคาสโนว่า หว่านเสน่ห์ไปเรื่อย เปลี่ยนคู่ควงไม่ซ้ำหน้า มันไม่ใช่เรื่องจริง คุณป้าจะได้สบายใจ แต่ถ้าเป็นเรื่องจริง ฉันในฐานะน้องสาวไม่มีสิทธิ์จะเลือกพี่สะใภ้รึไง จริงมั้ยพี่เอก” วริศานั่งมองคนที่อุตส่าห์ขับรถไปรับที่สนามบินทำหน้าหงุดหงิดมากกว่าเดิมแล้วอดขำไม่ได้ ดูท่าไอ้ข่าวที่คุณป้าได้ยินมาคงจะเป็นเรื่องจริงเสียละมั้ง เสือยังไงก็ไม่ทิ้งลาย แล้วยิ่งเสือผู้หญิงด้วยแล้ว รอยลิปสติกมาเต็มเชียว งานรับจ้างพิเศษของเธอคราวนี้คือส่งข่าวให้คนทางเมืองไทยรับทราบพฤติกรรมของลูกชายคนเล็กที่อยู่ที่นี่ และขัดขวางว่าที่พี่สะใภ้ที่ไม่ผ่านมาตรฐานครอบครัวให้ไกลจากเอกสิทธิ์ให้มากที่สุด งานนี้เธอเตรียมตัวมาปฏิบัติภารกิจเต็มที่ และหวังว่ามันจะผ่านไปด้วยดีเหมือนที่ผ่านมา

   
การเดินทางจากสนามบินนานาชาติอัคซาลมาถึงบ้านพักที่เป็นทั้งบ้านและบริษัทของเอกสิทธิ์ ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงก็ถึงจุดหมาย และทันทีที่หญิงสาวได้เห็นบริษัทเอกสิทธิ์ทราเวลอีกครั้ง เธอรับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของอาคารที่มีการต่อเติมจนดูใหญ่โตกว่าเมื่อห้าปีก่อน

ในส่วนบริเวณชั้นหนึ่ง เจ้าของบ้านยังคงทำเป็นออฟฟิตสำหรับทำงานและติดต่อลูกค้าเช่นเดิม แต่พื้นที่ดูกว้างขวางมากขึ้น เพราะกิจการกำลังไปได้สวย ชั้นสองเป็นในส่วนห้องพักรับรองและห้องเก็บอุปกรณ์รวมถึงเอกสารสำนักงานต่างๆ ส่วนชั้นสามเป็นสถานที่ส่วนตัวของเจ้าของบ้าน ซึ่งแบ่งเป็นส่วนของห้องพักและสถานที่พักผ่อนของเอกสิทธิ์ มีระบบคีย์การ์ดเข้าออกสำหรับชั้นนี้โดยเฉพาะ เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการรบกวนจากคนที่ชายหนุ่มไม่ต้องการ วริศาเข้าพักอยู่ที่ชั้นสามด้วยเช่นกันเพราะเป็นน้องสาวของเจ้าของบ้าน
   
หญิงสาวใช้เวลาตลอดช่วงเช้าสำหรับการพักผ่อนหลังจากที่ต้องนั่งเครื่องบินมาตลอดการเดินทางที่ยาวนานหลายชั่วโมง แม้บรรยากาศภายนอกของประเทศนี้จะเต็มไปด้วยแสงแดดที่ร้อนระอุ แต่นั่นไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับคนที่เดินทางมาจากประเทศไทย เพราะเจ้าของบ้านติดตั้งเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำไว้ทั่วทั้งบ้าน รวมทั้งห้องนอนทุกห้อง ทำให้วริศาสามารถหลับได้อย่างสบาย

แต่การที่เพิ่งเดินทางมาถึงประเทศที่ไม่คุ้นเคยทำให้หญิงสาวชาวไทยยังไม่สามารถปรับเวลานอนได้เต็มที่ วริศารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในตอนเที่ยงวัน ตั้งใจเดินลงมาหาพี่ชายที่ห้องผู้บริหารซึ่งอยู่ด้านในสุด เป็นห้องที่ติดมู่ลี่ไว้อย่างมิดชิด คนภายนอกไม่สามารถมองเห็นคนที่อยู่ด้านในได้ หญิงสาวกำลังจะเคาะประตูเรียกเจ้าของห้อง แต่เสียงเล็ดลอดของหญิงชายที่ดังออกมาจากข้างในเป็นภาษาอาหรับทำให้น้องสาวเจ้าของบ้านต้องหยุดยืนฟัง
   
“พอก่อนเถอะเคธี่ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”

วริศาได้ยินเสียงพี่ชายเอ่ยเตือนใครบางคนในห้อง
   
“โธ่ ใครๆ ก็รู้ว่าเราเป็นอะไรกัน คุณจะกลัวอะไรอีกล่ะคะ คนรักกัน กอดกัน จูบกัน แค่นี้ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย หรือคุณกลัวอดใจไม่ไหวอยากทำอะไรมากกว่านี้”

คนที่ยืนฟังอยู่หน้าห้องถึงกับเงยหน้ามองเพดาน กลอกตาไปมาอย่างสุดเซ็งกับสิ่งที่ได้ยิน
   
“เคธี่ อย่าซนสิครับ ผมทำงานอยู่นะ” 
   
“ฉันพร้อมสำหรับคุณเสมอนะคะเอก งานพวกนี้ปล่อยให้ลูกน้องทำไปเถอะค่ะ เรามาทำเรื่องของเรากันดีกว่า ขึ้นไปห้องข้างบนกันมั้ยคะ หรือจะในห้องทำงานกันดี เปลี่ยนบรรยากาศหน่อยก็ดีนะคะ ฉันต้องการคุณใจจะขาดแล้ว ปกติคุณเอาแต่ใจจะตาย ที่รัก”
   
วริศาแทบอยากจะร้องกรี๊ดออกมากับประโยคที่ได้ยิน ผู้หญิงอะไรใจกล้าเชิญผู้ชายก่อน งานนี้ไม่ต้องให้เห็นหน้า เธอก็รู้ว่า ยังไงๆ ผู้หญิงในห้องไม่มีทางผ่านมาตรฐานลูกสะใภ้คุณป้าดารณีแน่ๆ เพราะขนาดเธอยังไม่อยากจะนับญาติกับผู้หญิงกร้านโลกแบบนี้เลย งานนี้ไม่ต้องถึงมือคุณป้าหรอก เธอจัดการเอง แล้วก่อนที่คนในห้องทั้งสองจะทำอะไรกันมากไปกว่าที่ได้ยิน ในฐานะน้องสาวที่มีหน้าที่สอดส่องมาตรฐานลูกสะใภ้ให้คุณป้าสุดที่รัก วริศาจึงไม่รั้งรอที่จะกระหน่ำเคาะประตูห้องผู้บริหารเสียงดัง รัวเร็วเป็นกองชัย จนเจ้าของห้องต้องรีบวิ่งมาเปิดประตูด้วยความตกใจ
   
“วิว!” เอกสิทธิ์เรียกชื่อคนที่ยืนทำหน้าเหมือนโกรธคนทั้งโลกอยู่หน้าประตูด้วยความตกใจ แค่มองตาก็รู้ว่าน้องสาวคงได้ยินอะไรดีๆ เข้า แล้วเขาก็แทบหลบไม่ทันเมื่อเธอผลักเขาให้พ้นทางเดินเพื่อเข้าไปยืนจ้องหน้าคู่ควงคนล่าสุดที่เป็นสาวลูกครึ่งอังกฤษ-อาหรับ หุ่นเซ็กซี่อย่างไม่เป็นมิตร   

“ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร” วริศาถามพี่ชายเป็นภาษาอาหรับ เพราะเธออยากให้คนที่เธอกำลังยืนจ้องหน้าอยู่ตอนนี้เข้าใจสิ่งที่เธอพูด ในเมื่อผู้หญิงแปลกหน้าคนนี้พูดภาษาอาหรับกับเอกสิทธิ์ เธอก็ต้องแสดงศักยภาพของตัวเองออกมาบ้าง เกียรตินิยมด้านภาษาอย่างเธอ ต่อให้พี่ชายควงสาวสักกี่ประเทศเธอจัดการได้หมด และนี่คือหนึ่งเหตุผลที่คุณป้าดารณีเลือกให้เธอมาเป็นกองสอดแนมด้วยค่าจ้างแพงลิบลิ่ว   

“เอกคะ ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร หรือเป็นพวกผู้หญิงที่คุณสลัดทิ้งไปแล้วแต่ยังตามรังควานคุณอยู่” เคธี่มองหน้าหญิงแปลกหน้าโซนเอเชียอย่างเยาะเย้ย เมื่อคิดว่าวริศาคืออดีตคู่ขารายเก่าๆ ของแฟนหนุ่ม ทำไมหล่อนจะไม่รู้ว่าเอกสิทธิ์ขึ้นชื่อเรื่องผู้หญิงแค่ไหน แต่คนอย่างหล่อนมีหรือจะยอม ในเมื่อผู้ชายคนนี้ทั้งหล่อ ทั้งรวย แถมเรื่องบนเตียงยังเร่าใจสุดๆ เคธี่เดินเข้าไปหาแฟนหนุ่มเพื่อแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของโดยการ โอบรอบคอเขาไว้ แล้วประกบริมฝีปากกับชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว
   
วริศามองภาพนั้นตาค้าง เธอไม่อยากเชื่อว่าผู้หญิงคนนี้จะใจกล้าขนาดนี้ เธอนี่อายแทน เกิดมาเพิ่งเคยเห็นคนยืนจูบกันระยะประชั้นชิด และคนที่ตกใจกับการกระทำของเคธี่อีกคนก็คือเอกสิทธิ์ ถึงเขาจะพร้อมเรื่องอย่างว่าเสมอ แต่ไอ้การที่จะมายืนจูบกันต่อหน้าคนอื่นแบบนี้เขาไม่นิยม โดยเฉพาะต่อหน้าน้องสาวของตนเองที่ยืนทำตาโตกับภาพที่เห็น เอกสิทธิ์รีบผลักคนที่รัดเขาอย่างกับงูเหลือมออกทันที จนคนถูกผลักถึงกับมองหน้าคนรักอย่างตกใจ
   
“เอกคะ คุณทำกับฉันอย่างนี้ได้ยังไง เมื่อคืนคุณยังบอกว่าชอบเวลาที่เราจูบกันอยู่เลย จูบของฉันหวานกว่าผู้หญิงคนไหนๆ ที่คุณเคยผ่านมา” สาวลูกครึ่งพยายามพูดถึงความสำคัญของตัวเอง หล่อนกำลังแสดงให้ผู้หญิงอีกคนในห้องนั้นรู้ว่าตนเองนั้นเป็นที่ถูกใจเจ้าของบริษัทเอกสิทธิ์ทราเวลแค่ไหน ผู้หญิงคนอื่นที่เขาผ่านมามันเทียบไม่ได้กับหล่อนด้วยซ้ำ
   
“หยุดได้แล้วเคธี่ ผมไม่บ้าพอที่จะมายืนจูบคุณต่อหน้าน้องสาวผมหรอกนะ” เอกสิทธิ์ถึงกับตวาดคู่ขาดังลั่นเพื่อให้หยุดพูดถึงความสัมพันธ์ที่เข้าขั้นอิโรติก

และนั่นทำให้แม่สาวลูกผสมหันมามองหน้าผู้หญิงที่คนรักบอกว่าเป็นน้องสาวอย่างพิจารณา ตาดำ ผมดำ หน้าตาสวยคมแบบคนเอเชีย ผู้หญิงคนนี้เป็นน้องสาวของคนรักหล่อนหรือเนี่ย เคธี่ลืมไปเสียสนิท ก็เมื่อเช้าเอกสิทธิ์ปลุกหล่อนให้ลุกจากเตียงบนห้องรับรองชั้นสองของบ้านหลังนี้ตั้งแต่เช้าตรู่ แล้วขับรถไปส่งที่คอนโด เขาบอกว่าเช้านี้จะต้องไปรับลูกพี่ลูกน้องที่จะมาทำงานด้วยกันที่สนามบิน เคธี่ไม่คิดว่าจะเป็นผู้หญิงคนนี้ เพราะเอกสิทธิ์นั้นชอบคนสวย และผู้หญิงคนนี้ก็สวยจนน่ากลัว ถึงได้ตั้งป้อมท้ารบกับหญิงแปลกหน้าเอาไว้ก่อน แต่ถ้าคนตรงหน้าไม่ใช่คู่ขาของเอกสิทธิ์ เคธี่ก็สบายใจ จึงได้ปรับเปลี่ยนอารมณ์เสียใหม่และส่งยิ้มสดใสทักทายน้องสาวคนรัก

“สวัสดีค่ะคุณน้อง ยินดีที่ได้รู้จัก พี่ชื่อเคธี่ เป็นแฟนเอกสิทธิ์”
   
“สวัสดีค่ะ แต่ฉันไม่ยินดีที่จะทำความรู้จักกับคุณ และคุณก็ควรจะหยุดสถานะคำว่าแฟนกับพี่เอกไว้แค่นี้ เพราะฉันไม่ยอมรับคุณ และคนที่บ้านก็ไม่มีใครยอมรับคุณแน่ๆ” วริศาแสดงความชัดเจนสิ่งที่คิดทันที ผู้หญิงคนนี้ ยังไง๊ ยังไงก็ไม่ผ่านมาตรฐานลูกสะใภ้คนไทย กำจัดเจ้าหล่อนไปเสียตั้งแต่ตอนนี้จะได้ไม่ต้องเดือดร้อนคุณป้าที่เคารพรัก   

“วิว อย่ามายุ่งเรื่องส่วนตัวของพี่” เอกสิทธิ์พูดเป็นภาษาไทยปรามน้องสาวเสียงแข็ง เขาเพิ่งจะคบคู่ควงคนนี้ได้ไม่ถึงเดือน ก็ไม่ได้หวังจะจริงจังอะไรด้วยหรอก เพียงแค่ยังติดใจในรสรักเจ้าหล่อนอยู่ก็เท่านั้น
   
“ไม่ได้ ฉันต้องมีส่วนในการเลือกพี่สะใภ้ แล้วไอ้ที่ประเภทใจกล้าหน้าด้านไร้ยางอายก็อย่าได้คิดจะมาร่วมวงศาคณาญาติด้วย” วริศาตอบกลับเป็นภาษาอาหรับเพราะตั้งใจว่ากระทบผู้หญิงอีกคนในห้องให้ได้ยิน
   
“พี่บอกว่าอย่ายุ่ง” เอกสิทธิ์ตวาดน้องสาวกลับเสียงแข็ง เขายังพูดเป็นภาษาไทยเพื่อไม่ให้เคธี่เข้าใจ

แต่คำพูแค่นี้มีหรือที่คนอย่างวริศาจะยอม ในเมื่อเธอได้รับหน้าที่มอบหมายมาเพื่อภารกิจนี้โดยเฉพาะ หญิงสาวจึงหันหน้าไปเจรจากับผู้หญิงอีกคน

“เชิญคุณเคธี่กลับได้แล้วค่ะ และอย่ามาที่บ้านนี้อีก”
   
“วริศา! ถ้าเธอไม่หยุดก็ออกไปซะ!” เป็นอันรู้กันระหว่างพี่น้องว่า ถ้าเมื่อไหร่เอกสิทธิ์เรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างเต็มยศ เขาโกรธแล้วจริงๆ
   
วริศาได้แต่ยืนมองพี่ชายน้ำตาคลออย่างน้อยใจ เธออุตส่าห์มาตั้งไกล อยู่ด้วยกันยังไม่ทันข้ามวันเขาก็ไล่เธอออกจากบ้านเสียแล้ว เธอจึงตอบกลับพี่ชายเป็นภาษไทยกลับไปว่า

“ถ้าพี่เอกเห็นผู้หญิงคนนี้ดีกว่าน้องตัวเอง ก็เชิญอยู่กันให้พอใจกันไปเลยไป๊ ฉันไม่อยู่เป็นก้างขวางคอแล้ว” วริศาพูดจบก็เดินออกไป ไม่ลืมที่จะกระแทกประตูห้องปิดให้ดัง ปัง!
   
แม้สาวลูกครึ่งจะไม่เข้าใจในสิ่งที่สองพี่น้องชาวไทยพูดกันในตอนท้าย แต่จากลักษณะท่าทางและอาการที่ต่างฝ่ายต่างไม่พอใจก็สามารถวิเคราะห์ได้ว่าทั้งสองทะเลาะกันเพราะตนเอง และน้องสาวคงโกรธที่พี่ชายเลือกคนที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งมากกว่าน้องสาวที่ชอบแส่เรื่องชาวบ้าน

“เป็นแค่ลูกพี่ลูกน้อง แถมมาอาศัยคุณอยู่ มาของานคุณทำ แล้วจะมายุ่งเรื่องของคุณทำไมล่ะคะ เธอควรที่จะอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัวไม่ใช่มาทำกิริยาต่ำๆ ใส่เจ้าของบ้านอย่างนี้” เคธี่ได้โอกาสรีบเข้าไปกอดเอวเอาใจคนรัก นึกดีใจที่เอกสิทธิ์เห็นหล่อนสำคัญกว่าทุกคน แม้แต่ยัยน้องปากร้ายเขายังตะเพิดออกไปเพื่อปกป้องตนเอง
   
“หยุดเดี๋ยวนี้เคธี่” เอกสิทธิ์ดึงมือคู่ควงออกจากตัว หันมาจ้องมองตาเขม็งและพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “วิวเป็นน้องสาวของผม เธอเป็นลูกคุณน้าแท้ๆของผม ผมรักเธอมาก ไม่ว่าเธอจะทำอะไรผิด คุณไม่มีสิทธิ์มาว่า ถ้าผมได้ยินอีก เราไม่ต้องมาเจอหน้ากัน” ถึงยังไงวริศาก็เป็นน้อง เป็นน้องสาวคนเดียวของเขาด้วย เขาดุเธอว่าเธอได้คนเดียวเท่านั้น คนอื่นไม่มีสิทธิ์
   
“ฉันขอโทษค่ะ อย่าโกรธนะคะที่รัก” เคธี่รีบเข้าไปจูบปลายคางคนรักอย่างเอาใจ
   
“คุณกลับไปก่อนเถอะ ผมจะทำงาน ไว้ค่อยเจอกัน” ชายหนุ่มผละไปนั่งที่เก้าอี้ทำงานและเปิดเอกสารที่อ่านค้างไว้ ไม่สนใจคนที่ยืนอยู่
   
“ได้ค่ะ ฉันตามใจคุณอยู่แล้ว แล้วเจอกันค่ะที่รัก เคธี่รักคุณนะคะ” สาวลูกผสมเดินเข้าไปสวมกอดแล้วหอมที่แก้มสากอีกครั้งก่อนจะเดินออกไป หล่อนไม่มีวันปล่อยผู้ชายคนนี้หลุดมือไปเด็ดขาด ลำพังแค่เงินเดือนประชาสัมพันธ์โรงแรมมันจะพอยาไส้อะไร เคธี่รู้ดีว่าครอบครัวของเอกสิทธิ์ร่ำรวยขนาดไหน เอาแค่บริษัททัวร์ที่อัคซาลนี้เขาก็พาเกินพาเที่ยว แถมมีเงินให้ใช้ไม่ขาดมือ ยอมๆ เรื่องน้องสาวเขาไปหน่อยหล่อนจะได้ไม่ลำบาก แต่ถ้ายัยน้องสาวมีปัญหามากนัก จัดการเสียก็สิ้นเรื่อง

เมื่อไม่มีใครอยู่ภายในห้องแล้ว เอกสิทธิ์ก็ถึงกับเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ถอนหายใจอย่างเซ็งๆ

เขาไม่ได้รักเคธี่มากมายจนเผลอเอ็ดวริศาเอาหรอก และไม่ได้คิดจะปกป้องคู่ควงคนล่าสุดด้วยเช่นกัน แต่เขาไม่อยากให้วริศามายุ่งเรื่องส่วนตัวของเขามากจนเกินไป โดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง เขามันผู้ชาย จะมีเรื่องแบบนี้บ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา และเมื่อกี้น้องสาวตัวแสบก็ทำเกินไปที่ไปว่าเคธี่อย่างนั้น ถ้าเขาไม่ปรามเสียบ้าง มีหวังวริศาได้ยุ่งกับเขาไม่เลิก แล้วผู้ชายอย่างเขาขาดผู้หญิงได้ที่ไหน สิ่งที่เขาทำลงไปในวันนี้ เอกสิทธิ์คิดว่าตนทำถูกแล้ว เพราะตอนหลังเขายังเล่นงานคู่ควงที่กล้าว่าน้องสาวเขาเลย

ว่าแต่ป่านนี้คนขี้น้อยใจงอนตุ้บป่องไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ชายหนุ่มยกหูโทรศัพท์กดเบอร์ภายในโทรถามแม่บ้านทันที เมื่อรู้ว่าวริศากลับขึ้นไปบนห้องพักเขาก็สบายใจ ข้างบนมีของกินอยู่เต็มตู้เย็น ถ้ายัยตัวแสบหิวคงหาอะไรกินเอง แล้วเขาก็สั่งทุกคนว่า ถ้าไม่มีอะไรด่วนห้ามรบกวน

แล้วเจ้าของห้องก็ตั้งหน้าตั้งตาเคลียร์เอกสารตรงหน้าต่อไป ลูกทัวร์กรุ๊ปใหม่กำลังจะมา

บีเลิฟ

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 358
    • ดูรายละเอียด
Re: แผนร้ายก่อการรัก บทที่ 1
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2014, 11:43:01 AM »
แวะมาส่งกำลังใจครับ

mamae

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 83
    • ดูรายละเอียด
Re: แผนร้ายก่อการรัก บทที่ 1
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2014, 10:44:41 PM »
แวะมาแอบดู แต่ง่วงมาก ขอแปะไว้ก่อนนะ