ผู้เขียน หัวข้อ: A LOVE'S CONCERTO เสียงประสานแห่งรักนิรันดร์ : บทนำ  (อ่าน 1371 ครั้ง)

ฮาบีบี้

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 39
    • ดูรายละเอียด
A LOVE'S CONCERTO เสียงประสานแห่งรักนิรันดร์ : บทนำ
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2014, 09:27:34 PM »
สวัสดีพี่น้องชาวฟอร์ไรต์เตอร์ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ฤกษ์งามยามดีเหมาะกับวันโพสบทนำสวยๆ (555 สวยแน่ๆ แล้วก็ซวยน่ๆ)

เสียงประสานแห่งรักนิรันดร์ หรือ เพลงรักสองเรา จริงๆ มีเพียงชื่อยังไม่มีพล็อตใดๆ ทั้งสิ้น ก็ตั้งใจไว้ว่าอยากให้นางเอกเป็นนักศึกษาดนตรีที่ชนะการประกวดดนตรีได้ทุนไปเรียนต่อที่เวียนนา แล้วไปเจอผู้อำนวยการเพลงหนุ่มใหญ่กับจิตรกรผู้รักการเล่นดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ แล้วเกิดชิงรักหักสวาทและผลงานกัน

พล็อตนี้เข้าท่านะเนี่ย ช่ายเข้าท่ามากกกกกกกกก และมันน่าจะโรแมนติกด้วยยยย 555

แต่พอเริ่มจะลงมือแต่งก็มึนตึ๊บ ฮ่วย จะเริ่มตรงไหนดีเนี่ย คิดจนหัวจะแตก แล้วตูจะพาตัวละครไปเวียนนาได้ยังไงฟะเนี่ย จะบรรยายสนามบินยังไงฟะ อู้ยยยย... คิดไปต่างๆ นานา สุดท้าย คิดถึงคำคมของโกวเล้ง "จงเขียนในสิ่งรู้"

เอาวะ สิ่งที่รู้ไม่ใช่เวียนนา และฮาก็จิ้นไม่ออกว่าจะไปยังไง เลยวกกลับมาที่จุดเริ่มต้นใหม่ คิดใหม่ คิดถึงเรื่องรอบๆ ตัว ช่วงนี้มีเรื่องเข้ามาแทบทุกวัน ก็มากลั่นเป็นเรื่องราว

เลยได้เสียงประสานแห่งรักนิรันดร์ หรือ เพลงรักสองเรา ในแบบฉบับบ้านๆ เรื่องราวของชินานาง ที่ฮาตั้งใจไว้จะมีผู้ชาย 4 คน เข้ามาวุ่นวายในชีวิตของเธอ

โห... ตั้ง 4 คน เชียวนะ ทำไมมันเยอะแยะอะไรขนาดนี้...

เอ่อ... คือ... แค่ตั้งใจไว้ว่า 4 คน แต่ความจริง อาจะเหลือ 2 หรือ 3 คนก็ได้งับบบบบ

การเขียนครั้งนี้ ไร้ตรรกะใดๆ ทั้งสิ้นง้าบ (เพราะไม่เคยมีอยู่แล้วเรื่องนั้น555) จะซึ้ง จะโหด จะบ้า จะออกทะเลก็ขออภัยไว้ก่อนงับ อาจโพสบทนำแล้วหายต๋อมไปเลยก็ได้ ฮ่าๆๆๆ

ปล.บทนำร่างแรกไม่มีทวนเลยกั๊บพี่น้อง><



บทนำ : คนโกหก

ใครจะรู้... ว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น... แม้แต่เธอก็ยังไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นได้...

ฟ้าสีแสด ตะวันจวนเจียนลับขอบฟ้า วันอาทิตย์วันที่ว่างเว้นจากงานสอนดนตรี ชินานาง ถือแก้วน้ำชาเปิดประตูออกมาด้านนอกอาคารสีฟ้าสดใสในย่านอุตสาหกรรมเก่า นั่งลงบนม้านั่งตัวยาวสีเขียวสดท่ามกลางอากาศหนาวเย็นกลางเดือนมกราคม จิบน้ำชา ทอดสายตามองรถแล่นสวนไปมาบนถนนใหญ่ด้วยใจจดจ่อ

รถตู้โดยสารแล่นมาจอดริมถนน ชินานางวางแก้วน้ำชาลงบนม้านั่งลุกยืนอัตโนมัติโดยไม่ต้องมีใครบอก ชะเง้อมองอยู่ครู่ ประตูรถตู้เลื่อนเปิด ชายหนุ่มร่างเพรียวสวมเสื้อยืดสีนำเงินพอดีตัวและกางเกงยีนก้าวลงมา แวบแรกเธอคิดว่าชายหนุ่มที่ลงจากรถตู้คือชานนท์ คนรักที่หายหน้าไปทำธุระกับทางบ้านที่อยุธยาหนึ่งอาทิตย์ จึงเกือบจะส่งเสียงเรียกออกไป แต่ก็ชะงักทันทีที่ได้เห็นหน้าชายคนนั้น

“นะ...”

หญิงสาวรีบยกมือปิดปาก ที่แท้คนที่ลงจากรถตู้โดยสารก็คือทิวสนเจ้าของร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ซึ่งอยู่ถัดไปอีกสองห้อง ที่สำคัญยังเป็นน้องชายเพื่อนของชานนท์คนรักของเธอ ที่เป็นคนให้ยืมเงินเหยียบล้านมาลงทุนทำโรงเรียนสอนดนตรี โชคยังดีนะที่เธอยั้งปากไว้ทัน ไม่อย่างนั้นคงได้หน้าแตกกันบ้างล่ะ ที่เรียกชื่ออีกคนหนึ่งแล้วกลายเป็นอีกคนหนึ่ง

“เกือบไปแล้วไหมล่ะ นั่นไม่ใช่นนท์ซักหน่อย”

เธอพึมพำนั่งลงบนม้านั่งตัวยาวตามเดิม มองคนที่กำลังเดินเลาะริมถนนเข้ามาในย่านอุตสาหกรรมเก่า แล้วเบนสายตามองฟ้าที่มืดลงเรื่อยๆ ลมหนาวพัดมาปะทะจนสะท้านไปทั้งตัว กระชับเสื้อหนาวสีแดงสดลายจุดสีขาวแล้วกอดอก จริงอยู่ว่าอากาศกลางเดือนมกราคมหนาวเย็นกว่าทุกปีที่ผ่านมา ทว่าความหนาวเหน็บแค่นี้ไม่สามารถทำให้เธอเลิกล้มความตั้งใจ นั่งรอคนรักกลับมาได้หรอก

กระนั้นก็เถอะ อากาศหนาวๆ เย็นๆ สำหรับเธอมีแต่ต้องจินน้ำชาร้อนๆ หรือไม่ก็กาแฟร้อนๆ เท่านั้นถึงจะคลายหนาวได้ แล้วเธอก็ชงน้ำชามาด้วยแก้วหนึ่ง ดังนั้นจะกลัวอะไรกันล่ะ ถ้ามันหมดก็แค่เข้าไปข้างในแล้วชงมาใหม่อีกครั้งก็เท่านั้น เธอคิดพลางยกแก้วชาขึ้นจิบ เวลานั้นพอดีกับรถยนต์สีขาวแล่นมาจอดตรงทางเข้าย่านอุตสาหกรรมเก่า ชายคนหนึ่งเปิดประตูก้าวลงมาจากรถ ทีแรกเธอไม่ได้สนใจว่าคนที่ลงมาจากรถคันนั้นเป็นใคร แต่พอได้ยินเสียงอีกเสียงหนึ่ง ซึ่งเป็นเสียงของหญิงสาวเรียก ‘ชานนท์’ และแสงไฟจากทางเข้าย่านอุตสาหกรรมส่องสลัวแต่ก็พอให้รู้ว่าชายคนนั้นก็คือคนรักของเธอ

แล้วก็มีเหตุให้ช็อกอีกครั้ง เมื่อหญิงสาวเจ้าของรถยนต์สีขาวลงจากรถตามมากอดและจูบชานนท์ซึ่งเป็นชายคนรักต่อหน้าต่อตา ชินานางหน้าร้อนผ่าวด้วยโกรธแทบจะทันใด จนคิดอยากตรงไปกระชากหญิงคนนั้นให้ห่างจากคนรักของเธอ แต่ก็สู้ทำเป็นนิ่งแม้จะรู้สึกเหมือนถูกตบจนหน้าชา พยายามถามตัวเองว่าที่เห็นมันคืออะไรกัน ทำไมคนรักของเธอถึงได้ลงมาจากรถคันนั้น แล้วทำไมหญิงสาวเจ้าของรถคันนั้นถึงได้ใจกล้าหน้าด้านมาจูบคนรักของเธอได้อย่างหน้าไม่อาย

ชินานางรอด้วยใจอดทนจนทั้งคู่ผละจากกัน ผู้หญิงคนนั้นขับรถออกไป ชานนท์เดินผิวปากตรงมาราวกับเมื่อครู่นี้ไม่ได้เกิดอะไรขึ้น และยังส่งเสียงทักทายคนที่เดินนำมาก่อนที่อีกฝ่ายจะแยกไป ส่วนเธอนั้นเห็นเต็มตาและในหัวก็คิดให้สับสนวุ่นวายไปหมด และก่อนที่จะคิดจนหัวระเบิดเป็นเสี่ยง ชานนท์เดินมาหาเธอและถามด้วยรอยยิ้มแห้งๆ สีหน้าส่อแววพิรุธว่า

“ยะ... อยู่ตรงนี้นานแล้วเหรอนาง”

เพี๊ยะ!

สิ่งที่เธอมอบให้ไม่ใช่คำตอบที่เขาต้องการ แต่คือการตวัดมือฝากรอยห้านิ้วไว้บนแก้มเขาอย่างไม่อาจยั้งใจได้ แล้วจึงตามด้วยคำตอบที่เขาอยากได้

“ฉันอยู่ตรงนี้นานมากพอจะทำกับนายแบบเมื่อกี้ได้ก็แล้วกันล่ะ”

คนรักของเธอหน้าเหลอหลายืนนิ่งใบ้รับประทานชั่วขณะ ยกมือลูบแก้มที่ถูกฝากรอยห้านิ้วอย่างคนไม่รู้เรื่อง ด้วยความหมั่นไส้เธอจึงฟาดมือลงไปบนแก้มอีกข้างของเขาจนหน้าหัน แน่ล่ะว่าเสียงตบลั่นสนั่นทุ่งแบบนั้นทำให้คนที่กำลังไขประตูเหล็กบานพับอย่างทิวสนถึงกับชะงักและชะเง้อมองว่าเกิดอะไรขึ้น เธอจึงกระชากคอเสื้อหนุ่มคนรักแล้วเข้ามาด้านในอาคาร ซึ่งชั้นสามของอาคารคือที่หลับที่นอนของเธอและเขา ส่วนชั้นหนึ่งและชั้นสองจัดไว้สำหรับเป็นห้องสอนดนตรี ทันทีที่เข้ามาด้านในปลอดสายตาคนอื่นก็ผลักเขาลงบนโซฟาตัวยาวแล้วพูดด้วยเสียงเย็นยะเยียบเกินกว่าที่ใครจะคิดได้

“บอกมาว่าเจ้าของรถคันนั้นเป็นใคร”

“เจ้าของรถ?”

“ใช่ เจ้าของรถที่ขับมาส่งนายเมื่อครู่นี้”

“อะ อ๋อ นั่นนะเหรอ”

ชานนท์ยิ้มเจื่อนๆ แต่พอเห็นสีหน้าเอาเรื่องของเธอ จึงอึกอักแล้วก็เงียบไปอึดใจคล้ายกำลังครุ่นคิดบางอย่าง เธอเลิกคิ้วมองสีหน้าของชายคนรัก เธออาจโง่ก็จริง แต่ไม่ได้โง่จนมองไม่ออกว่าเขากำลังพยายามคิดหาคำตอบที่จะทำให้เธอพอใจ แต่โทษทีเถอะ เห็นภาพบาดตาบาดใจเต็มสองตาขนาดนั้น ให้ตอบดีโดนใจแค่ไหนเธอก็ไม่มีวันพอใจคำตอบของเขาถ้าตอบไม่ตรงคำถาม จึงได้พูดขู่ดักคอไว้ก่อน

“บอกไว้ก่อนนะ ถ้าตอบไม่ตรงกับที่ถามนายเละเป็นโจ๊กแน่ๆ”

“เฮ้ย ขนาดนั้นเลย”

“เออ ก็ขนาดนั้นนะสิ!” เธอตวาดเสียงขรม ลากเก้าอี้มานั่งตรงหน้าชายคนรัก แล้วถามอย่างสงสัยว่า “เดี๋ยวนะ ฉันชักสงสัยซะแล้วสิว่าบางทีนายอาจกำลังโกหกฉัน ไอ้ที่นายบอกเมื่ออาทิตย์นู้นว่าจะไปทำธุระกับแม่และพี่สาวที่อยุธยาน่ะ ฉันชักจะสงสัยว่านายไม่ได้ไปกับคนที่บ้านซะแล้วสิ แต่นายน่าจะไปกับผู้หญิงที่ขับรถมาส่งเมื่อกี้นี้มากกว่าใช่ไหม”

“คำถามแรกเรายังไม่ทันตอบเลยนะ” เขาบอก

“งั้นก็ตอบมาสิ ตอบมันมาทีเดียวให้หมดทั้งสองนั่นแหละ ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร แล้วที่นายบอกว่าไปกับที่บ้านแต่ความจริงนายไปกับผู้หญิงคนนี้ใช่ไหม!”

ถามจบชินานางหรี่ตามองชานนท์ คนรักที่เริ่มมีทีท่าแหยงๆ จนน่าหมั่นไส้ มันน่าฝากรอยนิ้วอีกสักฉาดสองฉาด เธอกับเขาคบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมจนถึงตอนนี้ เขาคือผู้ชายคนเดียวที่เธอวางแผนไว้ว่าจะมีอนาคตร่วมกัน จนถึงขั้นที่เธอยอมทิ้งทุกอย่างที่บ้าน รวมถึงผู้ชายที่บิดามารดาหมายหมั้นไว้ให้ เพื่อมาอยู่กับเขาที่คิดว่าจะไม่มีวันทรยศเธอได้

แต่ดูตอนนี้สิ!

ที่เห็นวันนี้มันคืออะไร!

ให้ตายสิ เธออยากกระชากผู้ชายที่นั่งตรงหน้านี้ขึ้นมาถามเหลือเกิน!

“เอ้า นั่งเงียบอมพะนำอยู่นั่นแหละ ในปากอมอะไรไว้หรือไง ทุกทีผีเจาะปากให้พูดมากกว่านี้ไม่ใช่เหรอ กับคำถามง่ายๆ ทำไมถึงตอบไม่ได้ซักที!”

“ก็เล่นถามไปด่าไปใครจะกล้าตอบ”

ชานนท์พูดแล้วเบือนหน้าไปอีกทาง คล้ายๆ หลบสายตาจ้องจับผิด ชินานางอยากจะหัวเราะให้ลั่น เธอลุกขึ้นแล้วหยิบหมอนอิงจากโซฟาตัวที่เขานั่ง แล้วปาใส่หน้าเขาแรงๆ

“ถามไปด่าไปงั้นเหรอ ฉันแค่ถามยังไม่ได้ด่านายซักคำเลยนะ”

“ก็นั่นแหละไม่ด่าก็เหมือนด่า แล้วถ้าจะถามก็ถามอย่างเดียวสิ จะต้องตบหน้าด้วยทำไม รู้ไหมว่ามันเจ็บ”

“น้อยไปสิไม่ว่า” เธอคำรามใส่ “แค่ฉันตบหน้ามันยังน้อยไปด้วยซ้ำ แล้วนายก็ควรรู้ไว้ถ้าฉันถามนายก็ต้องตอบ ไม่ใช่มานั่งนิ่งอมพะนำแล้วก็ต่อปากต่อคำอย่างนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะซัดนายให้หน้าหงายไปเลย!”

“อย่านะ!” คนรักของเธอร้องเสียงหลงยกมือขึ้นห้าม ก่อนจะลุกขึ้นมาประจันหน้า โยนกระเป๋าสะพายไปที่โซฟา แล้วยอมรับด้วยน้ำเสียงสั่นสู้ “เออ ไปกับผู้คนนั้นแล้วทำไม ถ้าเราไปกับผู้หญิงคนนั้นจริง เธอจะทำอะไรได้ อย่างมากก็แค่ตบตีแล้วก็ด่าเราเท่านั้น”

“ไอ้บ้านี่ นายกล้าพูดอย่างนี้เหรอ”

“อ้าว บอกเองป่าวๆ ว่าอยากรู้ ก็นี่ไง พ่อก็สนองให้แล้วไง หรือพอบอกไปแล้วรับไม่ได้ แล้วจะมาถามทำไมให้เสียเวลา!”

ชินานางได้ยินถึงกับปรี๊ดแตก กำมือทั้งสองข้างแน่น อยากซัดผู้ชายตรงหน้าสักตุบสองตุบ แต่กลับทำเพียงแสยะยิ้มแล้วถามด้วยเสียงยะเยือกว่า

“เมื่อไหร่”

“อะไรเมื่อไหร่”

“นายกับผู้หญิงคนนั้นไปรู้จักมักจี่กันเมื่อไหร่ทำไมถึงได้กล้าโกหกฉัน ทิ้งงานที่นี่ไปตั้งอาทิตย์แล้วไปไหนไกลๆ ด้วยกันแบบนั้นได้”

“สองเดือนที่แล้ว” เขากระแทกเสียงตอบ

“ที่ไหน”

เธอยังคงถามต่อและพยายามระงับความโกรธไว้

“โธ่เว้ย หยุดถามซักทีสิ จะถามอะไรกันมากมายก็ได้คำตอบไปแล้วไม่ใช่เหรอ แค่รู้ว่าเราไปกับผู้หญิงคนนั้นก็น่าจะพอใจแล้วนี่”

ชินานางมองคนรักด้วยดวงตาวาววับดุจแม่เสือที่กำลังอยากขย้ำเหยื่อเต็มที หากเขายังเฉไฉไม่ตอบคำถามของเธอดีๆ มีหวังได้โดนซัดอีกทีแน่

“งั้นไม่ถามข้อนี้ก็ได้ แต่ขอข้ามไปข้อสุดท้ายเลยแล้วกัน”

“จะเอาแบบนั้นก็ได้ อยากถามอะไรก็ว่ามาเลย ถ้าตอบได้จะตอบ แต่ถ้าตอบไม่ได้ก็ไปคิดเอาเองก็แล้วกัน”

“ได้ งั้นก็เตรียมคำตอบไว้ให้ดีแล้วกัน บอกฉันทีว่าหายไปด้วยกันนานหนึ่งอาทิตย์นายกับผู้หญิงคนนั้นคงยังไม่ได้มีอะไรกันใช่ไหม”

คำถามข้อสุดท้ายของหญิงสาวทำชายคนรักถึงกับสะอึก ยืนบื้ออ้าปากค้างพูดไม่ออก ปฏิกิริยาแค่นี้ก็รู้ทันทีว่าคำตอบเป็นอย่างที่ใจกลัว ทั้งคู่มีอะไรกันแล้วแน่ๆ ไม่งั้นคงไม่ออกอาการเหวอขนาดนี้ ยิ่งนิ่งยิ่งแน่ใจว่าใช่ ความโกรธพลุ่งพล่านอยู่ในทุกอณูของร่างกาย เธอเงื้อมือหวดหน้าเขาอย่างเต็มแรงหนึ่งที

“นาย! นายมันแย่ที่สุด! โกหกหน้าด้านอย่างเหลือเชื่อ บอกกับฉันว่าไปธุระกับคนที่บ้าน แต่ความจริงนายไปกับคนอื่น แล้วไอ้การที่นายเงียบพูดอะไรไม่ออก มันก็เท่ากับนายยอมรับว่ามีอะไรกับผู้หญิงคนนั้นแล้วรู้ไว้ซะด้วย!”

เธอตะโกนใส่หน้าคนที่ยืนนิ่งราวกับเป็นใบ้ไม่ต่างจากคนบ้า กระแทกเท้าเดินไปหยิบกุญแจรถที่ตู้ซึ่งตอกไว้ข้างฝาเพื่อเก็บกุญแจทุกชนิด แล้วออกมาข้างนอก เปิดประตูขึ้นรถยนต์ก่อนหุนหันขับมันออกไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่คิดจะกลับมาอีกเลยตลอดทั้งคืน



โปรดเถิดดวงใจ... โปรดรออ่านตอนต่อไป... ไม่นานหรอก อิ อิ อิ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 01, 2014, 09:36:29 PM โดย ฮาบีบี้ »

รัญชิดา

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 243
    • ดูรายละเอียด
Re: A LOVE'S CONCERTO เสียงประสานแห่งรักนิรันดร์ : บทนำ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2014, 10:48:06 PM »
ผช 4 คน ไม่เยอะหรอกค่ะ หามาเพิ่มก็ได้ นู๋ชอบบบบ ยิ่งเยอะยิ่งครึกครื้น :P

เปิดมาบทแรกจะเป็นลม แฟนหายไปกะหญิงอื่น แบบนี้ต้องเจี๋ยนให้สิ้นซาก
ถามก็ยังมาทำเอาลมเสีย บทหน้าฝากชกเบ้าตาสักทีนะพี่ หมั่นไส้!

คุณพีทคุง

  • นักข่าว
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 47
    • ดูรายละเอียด
    • คนเขียนฝัน พิธันดร
Re: A LOVE'S CONCERTO เสียงประสานแห่งรักนิรันดร์ : บทนำ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2014, 08:57:02 AM »
แหม้ นายชานนท์นี่กล้ามากนะฮะ กอดจูบต่อหน้าต่อตา แล้วยังเฉไฉ น่าเอาตึกโรงงานเก่าทุบกระโหลกจริงจิ๊ง สงสัยตกรอบแล้วล่ะนายนนท์

buddy

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 350
    • ดูรายละเอียด
Re: A LOVE'S CONCERTO เสียงประสานแห่งรักนิรันดร์ : บทนำ
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2014, 09:41:32 AM »
อย่างนี้มันต้องเจี๋ยนนนนน  >:(

อย่าส่งมาแต่บทนำนะอาราเร่ ฮาบีบี้ สู้ๆ

กุลภัสสร์

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 44
    • ดูรายละเอียด
Re: A LOVE'S CONCERTO เสียงประสานแห่งรักนิรันดร์ : บทนำ
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2014, 09:59:02 AM »
เปิดมาตอนแรกก็น่าสนใจมากแล้วค่ะ รอบทที่ ๑ อยู่นะคะ

บีเลิฟ

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 387
    • ดูรายละเอียด
Re: A LOVE'S CONCERTO เสียงประสานแห่งรักนิรันดร์ : บทนำ
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2014, 12:41:43 PM »
ผู้ชายอย่างนี้ไม่ต้องสนใจหรอกครับ รอบทที่ 1 ต่อไปครับ

Tethys

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 114
    • ดูรายละเอียด
Re: A LOVE'S CONCERTO เสียงประสานแห่งรักนิรันดร์ : บทนำ
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2014, 09:11:25 AM »


แง แงง คนเขียนใจร้าย ตัวเล็กทรมานคนแก่



อึมม์ เป็นพี่อ้อคงไม่มาถามหาคำตอบอีกล่ะ ไม่รอคำอธิบายด้วย ถึงฝ้ายหญิงจะจูบร่ำลา ไม่มีอะไรก็เหอะ
ไปตั้งแต่เห็นเลย หุหุหุ


อึมม์ โน้ตผู้ชายตัวที่หนึ่งผ่านไป จะตามมาอีกสองหรือเปล่านะ กว่าจะได้เป็นเสียงประสานแห่งรักนิรันดร์

รออ่านตอนต่อไปจ้า



ทาริก

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 63
    • ดูรายละเอียด
Re: A LOVE'S CONCERTO เสียงประสานแห่งรักนิรันดร์ : บทนำ
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2014, 07:49:14 AM »
พี่นนท์เป็นคนดีจริงๆ  ฮ่าๆ