ผู้เขียน หัวข้อ: 35 หน้า [...2...]  (อ่าน 555 ครั้ง)

ไอวินทร์

  • นักข่าว
  • Sr. Member
  • *
  • กระทู้: 251
    • ดูรายละเอียด
35 หน้า [...2...]
« เมื่อ: สิงหาคม 06, 2014, 12:04:52 PM »
หมายเหตุ***
กันตั้งแต่ ด้านบน ฮ่าๆ เขียนจบ คอมเสีย
 ยังไม่ได้ เช็กคำ พอได้คอมฯใหม่
 เวิร์ดคนละเวอร์ชั่น ใช้ไม่เป็น
เพราะงั้น คำผิดจะเยอะ ประโยคไม่เรียบร้อย
เย้ๆๆๆ  ;D
ก็ยังนึกสงสัย ส่งสนพ. ทำไม มันเละ ขนาดนี้ ฮ่าๆ
ส่งนานจนลืมสาเหตุ


บทที่ ๒


“อย่าทำตัวไร้เดียงสาไปหน่อยเลยเด็กน้อย”

“จะให้ฉันอยู่เฉย โดยไม่ทำอะไรเลย ก็ผู้หญิงปัญญาอ่อนนะสิ”

เขาหลิ่วตา “รู้ใจเสียด้วย ผมไม่ชอบผู้หญิงที่นอนแข็งทื่อเป็นตุ๊กตา ให้ความร่วมมือกันบ้าง ดีมากคนสวยของผม”

เกมแมวไล่จับหนูเกิดขึ้นภายในห้อง และจบลงโดยการที่หมดแรงด้วยกันทั้งสองฝ่าย
 เป็นโชคดีของวรรณรัมภาแท้ๆ ที่ก่อนหน้านี้นพวินทร์ดื่มมาพอสมควรเพราะคิดย่ามใจว่าจะเผด็จศึกให้ได้ในคืนนี้

“เลิกเล่นตัวเถอะ ผมหมดแรงแล้วเห็นมั้ย” เขาพูดปนเสียงหอบ

“ดี” หญิงสาวตอบเสียงอ่อนแรงไม่แพ้กัน พยายามคลานไปที่ประตูห้อง

ชายหนุ่มเห็นดังนั้นตัดสินใจรวบรวมกำลังกระโจนไปจับตัวเอาไว้
 หนนี้เขาไม่ปล่อยให้เธอหลุดมือแน่ เกิดมายังไม่เคยเจอผู้หญิงบริการคนไหนยั่วให้อยากแล้วจากไปมากขนาดนี้มาก่อน รับรองว่าเขาจะจ่ายเธออย่างงาม ขอให้ได้กอดสักครั้งให้สมใจ

“ชอบให้มัดก็ไม่บอก” เขาตัดสินใจผูกข้อมือทั้งสองข้างโยงไว้ที่หัวเตียง

“ปล่อยเถอะ ฉันเจ็บ ฉันไม่หนีแล้ว คุณจับฉันได้แล้ว”
จู่ๆ เธอก็เปลื่ยนท่าทีเหมือนเต็มใจขึ้นมา สงสัยจะได้เวลาเริ่มงานแล้วของเธอแล้ว

วรรณรัมภาหมดแรงจะหนี แม้เขาจะมีกลิ่นออลกอฮอล์แต่พละกำลังของเขาก็ยังมากกว่าเธออยู่ดี เมื่อหวนคิดไปว่าจะต้องมีอะไรกับคนแปลกหน้า ขนาดชื่อยังไม่รู้จัก และรู้สึกว่าเป็นเรื่องผิดมาก ชีวิตเธอจะต้องมาเจอเรื่องแย่ๆ ซ้ำอีก แต่เมื่อนึกว่าอดีตสามีของเธอทำอะไรกับเธอไว้บ้าง ความคิดอยากทำอะไรให้สะใจก็บังเกิดขึ้น จะเป็นไรไปในเมื่อเธอเป็นโสดอีกครั้ง เธอจะใช้ร่างกายของผู้ชายคนนี้เพื่อความสุขของเธอเองดูบ้าง

“งั้นไปอาบน้ำด้วยกันก่อน ดูสิคุณทำผมหมดสวรรณพ เหงื่อท่วมเลย”
เขาจังแจงแก้มัดเชือก แล้วดึงมือเธอขึ้นมาจากที่นอน ถ้าเขาคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงอย่างว่า เธอก็จะรับบทบาทนี้และทำให้เขาสยบต่อเพลิงพิศวาสที่เขาอยากได้นักหนา

เธอจัดการถอดเสื้อผ้าเขาออกทีละชิ้น จะว่าไปผู้ชายคนนี้รูปร่างดีไม่น้อย เมื่อพิจารณาโครงหน้า แล้วเธอก็รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก คิ้วเข้ม ดวงตาส่องแสงอย่างกับดาวพรายแสง จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากอิ่มหยักโค้งอย่างกับรูปปั้นเทพบุตรฝรั่ง ทำให้ใจเธอสั่นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

“ชอบหรือเปล่าคนสวย” เหมือนเขารู้ตัวดี ถามพร้อมกับรอยยิ้ม

“ค่ะ” เธอพยักหน้าแกล้งเขินอาย แล้วก้มลงถอดถุงเท้าให้เขา

แม้จะไม่เคยอาบน้ำให้ผู้ชายคนไหนมาก่อน แม้แต่อดีตสามี
แต่เธอก็ไม่ได้ไม่รู้ว่าการอาบน้ำคือการปลุกเร้าอารมณ์อย่างดีในอาชีพที่เขาคิดว่าเธอเป็น และหลักฐานที่เขาแสดงตรงหน้าก็บอกชัดเจน

“ไม่ค่ะ” เธอเบี่ยงหน้าหนีเพราะเขาโน้มตัวจะมาจูบ

“แต่ผมอยากจูบคุณ”

“คุณก็รู้ว่าฉันทำไม่ได้”

“คงจะเป็นกฎล่ะสิ ผมจ่ายให้คุณอีกห้าพัน”

“ต่อให้หมื่นหนึ่ง ฉันก็ทำไม่ได้ คุณต้องเข้าใจงานของฉัน”
เธอพยายามอธิบายอย่างใจเย็น แม้ในใจจะเริ่มโกรธกรุ่น เอ๊ะอะก็จะเอาเงินซื้อ สงสัยจะรวยมาก”
“แสนหนึ่ง”

“พูดเล่นหรือเปล่าคะ” เธอแกล้งใส่จริต ผู้ชายคนนี้นอกจากหล่อแล้วยังโง่อวดรวยอีกต่างหาก

“ผมเซ็นเช็คให้เดี๋ยวนี้เลยยังได้” ใครจะเชื่อ พอไปขึ้นเงินก็เช็คเด้งน่ะสิ

“ไม่ดีกว่าค่ะ”

“ผมพูดจริงนะ ผมมีเงินสดแค่ห้าหกหมื่นเท่านั้น”

“เอาไว้พรุ่งนี้ เราค่อยตกลงกันใหม่ดีกว่านะคะ ตอนนี้เราไปที่เตียงกันดีกว่า”
ปากเร่งเขาก็จริง แต่ในใจเกิดความรู้สึกหวั่นไหว นี่เธอกำลังทำอะไรอยู่ ประชดใคร แล้วตัวเธอจะได้อะไร จะเพิ่มความทุกข์ให้เธอมากขึ้นหรือเปล่า

“เดี๋ยวสิ คุณยังไม่ได้ถอดเสื้อผ้าเลยนะคนสวย มาผมถอดให้”
ชายหนุ่มจับไหล่ทั้งสองข้าง

“คุณไปรอก่อนนะคะ ฉันขอเวลาอาบน้ำก่อน ไม่เกินสิบนาทีนะคะ”
เธอหาข้ออ้าง ถ้าจะเริ่มก็อยากให้เป็นที่เตียงและจบลงอย่างเร็วที่สุด แล้วเธอจะรีบเผ่นหนีทันที

“ก็ได้ครับ”

เธอยิ้มหวานก่อนจะปิดประตูห้องน้ำ รู้สึกว่าตัวเองทำตัวเหลวไหลที่สุดในชีวิตก็ตอนนี้เอง สับสนว่าจะทำอย่างไรต่อดีถ้าเดินหน้าก็จะไม่มีทางย้อนกลับได้อีกแล้ว แต่เมื่อตัดสินใจแล้ว เพื่อความสะใจที่ได้ทำอะไรประชดชีวิตอาจทำให้เธอหายเศร้าไปได้ หลังจากอาบน้ำเรียบร้อยเธอนุ่งผ้าเช็ดตัวออกไป

“มาแล้วค่ะ”

นพวินทร์รู้สึกตื่นเต้นเมื่อเห็นเธอออกมาจากห้องน้ำไม่คิดว่าในที่สุดก็จะได้เธอ เธอเยี่องย่างช้าๆ ปีนขึ้นมาบนที่นอน แล้วขึ้นมานั่งคร่อมบนตัวเขา เริ่มต้นลูบไล้ไปทั่วสรรพางค์กายของเขา คืนนี้เขามั่นใจว่าเขาจะต้องได้รับความสุขอย่างไม่ผิดหวัง

เธอทำให้เขาตื่นเต้นทุกสัมผัส ปลุกเร้าอย่างที่ไม่เคยผู้หญิงคนไหนทำได้มาก่อน ความร้อนรุ่มเข้าครอบงำไปทุกส่วน ในที่สุดเขาทนไม่ไหว ต้องขอเปลื่ยนมาคุมเกมบ้าง เรี่ยวแรงทั้งหมดโดนเธอสูบหายไปในพริบตาเดียว ความรู้สึกสุดท้ายที่จำได้เขาพลิกตัวไปนอนด้านข้าง พอตื่นเช้ามาอย่างกับฝันไป ห้องว่างเปล่าไร้คนนอนเคียงข้าง ไม่มีแม้ร่องรอยของคนนอน แสดงว่าเธอหนีหายเขาไปตั้งแต่เมื่อคืน

 เขางุนงงไปหมดแล้ว เขายังไม่ได้จ่ายค่า... จริงสิบางทีเธออาจจะค้นเอาเงินจากในกระเป๋ากางเกงไปหมดแล้วก็ได้
ไม่เป็นไรเขาเต็มใจจ่าย เขาถอนใจรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ต่อกับเธออีกยกในตอนเช้าแบบนี้
แล้วต่อไปเขาจะทำอย่างไรดี ในเมื่อยังไม่รู้สึกว่าอิ่มในตัวเธอเลยสักนิด มีแต่ต้องการเพิ่ม
 เขาติดเนื้อต้องใจเธอมากขนาดนี้เชียวหรือ ตั้งแต่แรกเห็นแล้วที่เธอสะดุดเขาตรงหน้าทางเข้าคอนเสิร์ต มันทำให้หัวใจเขากระตุกและเต้นแบบแปลกๆ

สายมากแล้วจนเกือบจะเที่ยง นพวินทร์ไปหาอะไรรองท้องที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
 แล้วก็เห็นผู้ชายคุ้นตา ความรู้สึกแรกคือ ไม่ค่อยพอใจที่หมอนี่ก็เคยเป็นลูกค้าของคนสวยของเขามาก่อน หรือเป็นเสี่ยที่รับเลี้ยงดูเธออยู่
เขาแอบบ่นในใจพลางตักอาหารเข้าปาก ไม่นานหมอนั้นเช็กบิลแล้วลุกไป จริงสิมาคนเดียว
 แล้วดูนั้นดันลืมกุญแจรถยนต์ไว้บนโต๊ะอีก เขาชั่งใจแล้วลุกตามไปเรียกเอาไว้

   “คุณครับ ลืมกุญแจรถ”

   “โอ้ จริงด้วย ขอบคุณมากครับ ผมขี้ลืมเป็นประจำ”

   “ไม่เป็นไรครับ คุณน่าจะพาแฟนมาด้วยจะได้มีคนเตือน” เขาอดเอ่ยถึงเธอไม่ได้

   “พามาได้ก็ดีสิครับ ภรรยาผมไม่ชอบเที่ยวป่าเขา เธอชอบทะเลมากกว่า”

   “อ้าวเหรอครับ ขอโทษด้วยบังเอิญเมื่อวานเราอยู่ร้านอาหารเดียวกัน ผมเข้าใจผิดครับ”

   “อ๋อ คุณคงหมายถึงผู้หญิงสวยๆ เธอเป็นภรรยาของเพื่อนนักธุกิจของผมเองครับ”
เหมือนหมอนี่จะเป็นคนขี้คุยจริง เพราะตั้งท่าจะร่ายยาวอีก แต่พอดีโทรศัพท์มือถือดังเสียก่อน

   “เชิญตามสบายครับ”

เขาบอกแล้วเจ้านักธุรกิจก็เดินหายลับไป พร้อมกับความสงสัยของเขา เธอแต่งงานแล้วเป็นไปได้อย่างไรกัน หรือที่เธอบอกเขาเป็นเรื่องจริง แล้วทำไมต้องมายั่วยวนหลอกเขาด้วย เขาเป็นชู้กับภรรยาคนอื่น เรื่องนี้ทำเขาช็อกทีเดียว ผู้หญิงคนนี้เลวมาก
   หารู้ไม่ว่าความผิดที่เกิดขึ้น เกิดจากตัวนพวินทร์เองที่ดื้อดึงทำตามความต้องการของตัวเองโดยไม่สนอะไร

   ชายหนุ่มกลับไปนั่งที่โต๊ะอาหารอย่างเสียอารมณ์ ตักอาหารเข้าปากได้ไม่ก็คำก็หยุด ความจริงที่ได้รู้ทำให้โกรธเธอมาก คันไม้คันมืออยากจะจับตัวเธอมาเขย่าๆ เสียให้คอหัก คิดเอาไว้ว่าถ้ามีโอกาสได้เจอกับเธออีกจะต้องสั่งสอนเสียให้เข็ดหลาบ ว่าอย่าไปทำแบบนี้กับใครอีก ขณะที่นึกว่าจะทรมานเธออย่างไรดี เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้นมาขัดจังหวะบ้าง

   “ครับคุณป้า” แต่คราวนี้เขาคงเจองานหนักก่อนใคร

   “เจ้าวินทร์แกหายหัวไปไหนมา ไหนบอกลาพักร้อนอาทิตย์หนึ่ง แล้วนี่ครึ่งเดือนกว่าไปแล้ว กว่าจะโทรติดต่อได้ เลขาฯ แกรับผิดชอบงานแทนไม่ไหวแล้ว จะขอลาออกพร้อมกับขอค่ารักษาพยาบาลไปบำบัดโรคเครียดอีกต่างหาก ฉันให้เวลาแกหนึ่งวัน พรุ่งนี้ต้องไปทำงานเข้าใจหรือเปล่า ไม่งั้นฉันจะจุดธูปไปฟ้องพ่อกับแม่แกให้มาหักคอแกเสียให้สิ้นเรื่อง”

   “ครับๆ” เขาได้แต่ตอบได้คำเดียว คงต้องพักเรื่องอื่นเอาไว้ก่อน รีบกลับไปสะสางงาน ใครใช้ให้เขาไม่มีเวลาลาหยุดล่ะ ก็ป้าเขาทั้งนั้น อ้างว่าจะได้ยุ่งจนไม่มีเวลาไปทำตัวสำมะเลเทเมา นั้นก็ผ่านมานานแล้วตั้งแต่เขาเรียนจบใหม่ๆ สงสัยจะป้าเขาจะขี้ลืมอีกคน
   นพวินทร์ตัดสินใจกลับไปเคลียร์งานวันนี้เลย ไม่ว่าจะไปถึงเย็นแค่ไหน เผลอๆ อาจต้องทำงานยันเช้า เขาก็ต้องรับผิดชอบ เขาน่าจะหาคนมาช่วยงานเพิ่ม

วรรณรัมภาตอบไม่ได้ว่ารู้สึกอย่างไรกับความสัมพันธ์กับคนแปลกหน้าเมื่อคืน แค่ปล่อยตัวปล่อยใจ
แต่ทำให้เธอรู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก เธอเก็บข้าวของอย่างเร็วที่สุดแล้วหนีมา ดีว่าระแวกนั้น มีห้องพักให้บริการอีกหลายที่ นอนไม่กี่ชั่วโมงพอเช้ามืดเธอก็รีบตื่นแล้วขับรถยนต์ไปให้ไกลที่สุด ไม่อยากเจอหน้าเขาอีกคงจะทำหน้าไม่ถูก แม้แต่ชื่อของเขาเธอก็ยังไม่รู้เลย และตอนนี้ก็ไม่อยากรับรู้ด้วย ขออย่าได้เจอกันอีกเลย เธอภาวนาอย่างจริงจัง

   เพื่อให้ลืมความรู้สึกไม่ดี เธอจึงตัดสินใจไปเที่ยวต่อ ในเมื่อมีเวลาให้ใช้เงินแล้วเธอก็ควรตักตวงเวลานี้เอาไว้ หาข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือว่าที่ไหนน่าเที่ยว เติมน้ำมันเต็มถังแล้วมุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่เธอสนใจทันที

“หนูวรรณใช่หรือเปล่าจ๊ะ” เสียงทักทายจากคนข้างๆ ทำให้เธอหันไปดูและต้องวางกล่องขนมที่กำลังเลือกในร้านขายของกินของฝาก

“สวัสดีค่ะคุณป้าจอมใจ”

“ไหว้พระเถอะลูก ดูสิบังเอิญจริงๆ เลย ป้าเพิ่งรู้ข่าวหย่าเมื่อสองสามวันนี่เอง ไม่เป็นไรเริ่มต้นชีวิตใหม่นะลูกนะ เอาอย่างนี้สิ ถ้าหนูอยู่ว่างๆ ไปทำงานกับป้าหรือเปล่า ไม่ใช่งานหนักอะไรหรอก ก็ไปไหนต่อไหนเป็นเพื่อนป้าบ้าง ช่วยดูแลเอกสารนิดหน่อย สนใจมั้ยจ๊ะหนูวรรณ อยู่คนเดียวฟุ้งซ่านไปเปล่าๆ”
วรรณรัมภารู้สึกตกใจที่จู่ๆ ก็โดนถามพาดพิงถึงเรื่องอดีตที่เธอไม่อยากนึกถึง แถมยังจะโดนรวบรัดให้ไปทำงานด้วยอีก

“ขอบคุณค่ะคุณป้าที่เมตตาวรรณ แต่ตอนนี้หนูไม่อยากทำอะไรเลยค่ะ”

“ป้าเข้าใจ แต่ถ้ามีงานอะไรให้ทำบ้างก็จะได้คลายเหงา ยังช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับชีวิตอีกนะจ๊ะหนูวรรณ ป้าหวังดีแถมหนูก็เป็นหลานสาวของเพื่อนป้าคนหนึ่ง ป้าของหนูก็เป็นห่วงและไม่สบายใจกับเรื่องที่หนูเป็นทุกข์อยู่ตอนนี้ กลับไปคิดดูดีๆนะจ๊ะหนูวรรณ”

เหมือนเธอโดนต่อว่ากำลังทำตัวไร้สาระไปวันๆ แต่ใครไม่เป็นเธอจะรู้สึกอย่างที่เธอรู้สึกเหรอ เธอต้องการเป็นอิสระไม่อยากให้ใครมาบงการชีวิตอีกต่อไป

“ค่ะคุณป้า วรรณจะลองคิดดู” เธอยกมือไหว้ผู้อาวุโส แล้วหันไปสนใจกับการเลือกขนมต่อ อยากพูดอะไรก็เชิญพูดไปเถอะ เธอจะใช้ชีวิตไร้แกนสารบ้างจะเป็นไรไป

ความจริงไม่เป็นดังคาดการณ์ วรรณรัมภาถูกป้าของตัวเองยกแม่น้ำทั้งห้ามาหว่านล้อมอีกจนได้ ในที่สุดก็ตัดความรำคาญรับปากว่าจะไปทำงานเดือนหนึ่ง

ล่วงเลยมาจนวันที่สามนับจากวันนั้นเธอถึงได้เริ่มไปทำงาน เธอไม่แน่ใจนักว่าการไปเดินเข้าออกร้านจิลเวลลี่ ร้านเสื้อผ้า ไปงานราตรีสโมสรต่างๆ ไปรับชุดที่สั่งตัดเอาไว้ จะเรียกว่าเป็นงาน เธอแทบไม่ได้แตะเอกสารสักแผ่น ไม่สิ มีอยู่หนหนึ่งที่เธอต้องไปเอาแฟ้มเอกสารที่บ้านคุณป้า

และเธอก็ไม่ได้มีส่วนรู้เรื่องในธุรกิจใดๆ ทั้งสิ้น นี่คงเป็นแผนป้าของเธอกับป้าจอมใจแน่ๆ ที่ไม่ต้องการให้เธออยู่คนเดียวแล้วหายใจทิ้งไปวันๆ
กับความเศร้า
จริงๆ เธอคิดไปถึงสิ่งที่ตัวเองพลาดไป สิ่งที่ตัวเองอยากทำแล้วไม่ได้ทำนับตั้งแต่แต่งงาน เธออยากเดินทางท่องเที่ยว เรียนร้องเพลง

“หนูวรรณคืนนี้ไปงานเลี้ยงเต้นรำการกุศลเป็นเพื่อนป้าหน่อยนะจ๊ะ แต่งตัวให้เรียบร้อยป้าจะให้คนขับรถไปรับ แล้วเราไปเจอกันที่งาน”
เสียงป้าจอมใจสั่งเธอมาจากสาย

จะว่าไปครั้งสองครั้งที่เธอไปงานทำนองนี้ก็ไม่ได้ทำให้น่าเบื่ออย่างที่คิดเอาไว้ มีพวกเด็กกำพร้าเอางานฝีมือมาร่วมประมูลและขายในงาน ทำให้เธอใช้เวลาส่วนใหญ่กับพวกเด็กๆ ให้สอนงานบ้าง พูดคุยเล่นกันบ้าง ทำให้เธอรู้สึกว่าปัญหาที่เธอมีนับว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เธอไม่ต้องเดือดร้อนเรื่องเงินทอง เรื่องที่อยู่อาศัย เรื่องปากท้อง น้องๆ เหล่านี้ทำให้เธอมีกำลังใจสู้ชีวิตและอยากทำอะไรให้กับส่วนร่วมบ้าง

นพวินทร์ไม่อยากจะเชื่อสายตาเลย ยัยผู้หญิงลวงโลกคนนั้นเข้ามาอยู่ในงานไฮโซแบบนี้ได้ นี่คงจะมาหาจับผู้ชายหนุ่มๆ
 เอาไปนอนกกนอนกอดแก้เซ็งอีกแน่ แล้วนี่มากับสามีหรือเปล่าเขาจะบอกความจริงให้หมด
แต่ก็ต้องชะงักเท้า เขามิโดนต่อยล้มคว่ำในงานให้เป็นที่ครหา

ทันทีที่บอกว่า ผมนอนกับเมียคุณ และเธอชอบเล่นไม่ซื่อลับหลังคุณ เขาคงได้ดังไปทั่วงานและเกียรติประวัติอันฉาวโฉ่นี้จะติดตัวไปตลอด
 อย่างน้อยเขาก็ต้องไปสั่งสอนเธอสักหน่อย ถ้าเธอยังไม่หยุดทำตัวแบบที่ผ่านมา เขาปรี่ตรงไปยังจุดที่เธอนั่งอยู่

   “จะไปไหนนพวินทร์” เขาหันกลับไปตามเสียงอันคุ้นเคยที่ทำเอาหนาวเยือก

   “ไปหาอะไรดื่มหน่อยครับคุณป้า ไม่ทราบว่าคุณป้าก็มางานนี้กับเขาด้วย”

   “ไม่ต้องมาแกล้งประหลาดใจ ฉันถามว่าแกจะไปไหน ตอบมาดีๆ”

   “ผมทำอะไรก็ผิดในสายตาคุณป้าหมดเลยหรือครับ”

   “ฉันยังไม่ได้อบรมแกชุดใหญ่ ที่หนีเที่ยวแล้วทิ้งการทิ้งงานไว้ กว่าจะเจอตัวกันได้ ยากเย็นขนาดไหน”

   “คุณป้าเบาเสียงก่อนครับ ผมอาย ผมตอบตามจริงก็ได้ ผมจะไปจีบผู้หญิงคนนั้นที่นั่งอยู่ตรงด้านโน้น ที่ใส่ชุดสีครีม”

   “ไม่ได้ สันดานเจ้าชู้แบบนี้ เดี๋ยวก็ได้สร้างปัญหาหรอก
นั้นหนูวรรณหลานสาวเพื่อนป้าแกห้ามไปวุ่ยวายเด็ดขาดเข้าใจมั้ย ป้าสั่งเรื่องนี้แกต้องทำตาม”

   “แต่...”

   โชคดีที่มีคนรู้จักเข้ามาทักทายแล้วลากป้าเขาออกไปแนะนำกับแขกคนอื่น ทำให้เขายังไม่ได้ตอบตกลงอะไร
 แล้วอีกอย่างถึงตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้ว ในเมื่อเขายุ่งกับเธอไปแล้ว มันคงไม่มีผลอะไรที่เขาคิดจะไปสั่งสอนให้เธอกลับตัวกลับใจเสียใหม่
 เขาเป็นคนดีนะ

   “ว่าไงคุณ มากับเสี่ยคนไหนหรือมากับสามีล่ะ” วรรณรัมภาชะงักกับงานถักเชือกแล้วรีบลุกขึ้นเดินหนี

   “เดี๋ยวพี่ไปห้องน้ำก่อนนะ” เธอหันไปบอกกับเด็กๆ

   “เดี๋ยวสิคุณ ห้องน้ำไม่ได้อยู่ทางนั้นนะ” พอปลอดคน วรรณรัมภาหยุดเดิน
หันไปเอาเรื่องคนที่ไม่อยากเจอที่สุดในชีวิต ไม่สิรองลงมาจากอดีตสามี

   “คุณมีปัญหาอะไรไม่ทราบ” เธอเริ่มเปิดฉาก

   “ทำไมคุยไม่บอกผมว่าแต่งงานแล้ว” เขาก็ต่อว่าเธอทันทีเหมือนกัน

   “คุณไม่เชื่อเองแล้วจะให้ทำยังไง ฉันยังให้ดูเลยว่ามีรอยแหวนที่นิ้วนาง หรือไม่จริง”

   “แล้วทำไมคุณถึงยอมผมง่ายๆ”
เขานึกขึ้นมาได้และเขาเป็นไอ้โง่เอง ที่ไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ก็ตอนนั้นเขาเริ่มเมาแล้ว

   “ง่ายเหรอ คุณนี่มีปัญหาอะไรในนี้หรือเปล่า” เธอชี้ที่ศีรษะตัวเอง “ใครเป็นคนบุกไปที่ห้องพักฉัน”
เธอลดเสียงลงเป็นกระซิบ ไม่อยากให้ใครได้ยิน ใจจริงอยากจะว่าเขาตรงๆ แต่เพราะไม่รู้ว่าเขาจะมีปฏิกิริยายังไง

   “ผมเมา” เขาตอบโดยไม่กล้าสบตาเธอ

   “คำตอบนี้ก็คงบอกอะไรได้บ้าง หรือที่คุณโมโห เพราะคิดว่ากำลังเป็นชู้กับเมียชาวบ้าน”

เธอคงจะพูดแทงใจดำเขาทีเดียว เพราะเขาสะดุ้งแล้วหันไปมองทางอื่น

   “ก็คงอย่างนั้น ผมขอโทษ” เขารู้สึกละอายขึ้นมาทันที มันเป็นความผิดของเขาคนเดียวจริงๆ

   “หลังจากนี้เราคงไม่ต้องมีเรื่องอะไรที่ต้องพูดกันแล้ว และขอร้องว่าอย่ามาวุ่นวายอะไรกับฉันอีก”

   “ผมขอโทษด้วย” เขากล่าวซ้ำด้วยความจริงใจ

   “คุณควรจะรับปากฉัน ว่าเราจะไม่เจอกันอีก”

   “ผมรับปากว่าจะไม่ตามตื้อคุณอีก แล้วเอ่อ สามีคุณคงจะไม่รู้”

   “คุณอยากให้เขารู้อย่างนั้นเหรอ” เธอแกล้งถามจงใจยังไม่บอกความจริงว่าเป็นแค่อดีตสามี
ก็ในเมื่อไม่ต้องเกี่ยวกันอีกก็ไม่จำเป็นชี้แจงให้เขาเข้าใจ เขาจะได้ไม่มาวุ่นวายกับเธออีก

   “ความจริง... เอ่อ ไม่รู้สิครับ”

   “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวก่อน” เธอตัดบทแล้วเป็นฝ่ายทิ้งให้เขายืนอยู่คนเดียว
   “เดี๋ยวสิคุณวรรณรัมภา”

   “คุณห้ามเรียกชื่อและทำทีรู้จักฉันอีก” เธอหันควับมาต่อว่า

   “ป้าผมรู้จักคุณนะ”

   “ป้าคุณชื่ออะไรคะ”

   “จอมใจ คุณป้าผู้น่ารักชื่อจอมใจครับ”

โลกยังกลมได้อีก เธอไม่น่ามาทำงานกับป้าจอมใจเลยจริงๆ นิสัยหลานชายคนนี้เธอรับไม่ได้จริงๆ
แม้จะเคยพลาดท่าเสียทีเขาไปแล้วก็ตาม ยิ่งคิดก็ยิ่งอยากหลีกหนี
Licht und Schatten トーキョーグール-