ผู้เขียน หัวข้อ: 35 หน้า [...4...]  (อ่าน 530 ครั้ง)

ไอวินทร์

  • นักข่าว
  • Sr. Member
  • *
  • กระทู้: 271
    • ดูรายละเอียด
35 หน้า [...4...]
« เมื่อ: สิงหาคม 06, 2014, 02:27:39 PM »
บทที่ ๔



นพวินทร์เร่งทำงานในช่วงเช้า แล้วแอบโดดงานไปตอนบ่าย ใช้เวลาไม่นานในที่สุด ก็เจอบ้านของวรรณรัมภา
 พอดูลักษณะภายนอกบ้านหลังไม่ใหญ่นัก นี่น่าจะเป็นบ้านที่เธอซื้อเอาไว้ต่างหาก เขาลองสอบถามคนข้างบ้านก็ไม่ค่อยสนิทสนมกับเธอ
 จึงแทบไม่ได้ข้อมูลอะไรนัก นอกจากเธอมาพักที่นี้เพียงคนเดียว
 เหมือนเขาคว้าน้ำเหลวยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อถามว่าเห็นเธอครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ แม้จะโดนมองด้วยสายตาแปลกๆ ก็ตาม
 แต่การซื้อข้อมูลย่อมได้ผลดี เธอเพิ่งลากกระเป๋าออกจากบ้านไปตอนสายนี่เอง

จากนั้นเขากลับไปถามป้าว่าพอจะรู้มั้ยว่าเธอไปไหน ก็ไม่ได้คำตอบชัดเจน แต่เขาคิดว่าเธอน่าจะไปเที่ยวตามลำพังอีก ตอนนี้เขาหมดปัญญาจะไปหาเธอนอกจากรอให้เธอเป็นฝ่ายกลับมาที่บ้าน อย่างน้อยเขาก็ได้รู้ว่าเธอนามสกุลอะไรจากการแอบฟังป้าของเขากับป้าของเธอคุยกัน
ไม่รอช้านพวินทร์ให้เลขาช่วยสืบค้นข้อมูลส่วนตัวเกี่ยวกับวรรณรัมภา ไม่ว่าหาได้มากหรือน้อยเขาก็ไม่เกี่ยง เขากวาดไล่สายตาอ่านทีละบรรทัดอย่างลุ้นระทึก

ความจริงที่ใครต่อใครปิดบังเขาเอาไว้ ทำไม ทั้งป้าของเขากับวรรณรัมภา คิดว่าเขาเป็นเสือผู้หญิงหรือไง
 ขนาดว่าแต่งงานแล้วก็ไม่เว้น นึกแล้วก็รู้สึกละอายใจอย่างมาก ตอนนั้นเขาไม่อยากจะโทษว่าเป็นความเมา
 เขาก็ตามตื้อเธอแม้ว่าเธอจะบอกว่าแต่งงานแล้ว ยังคิดเสียอีกว่าเธอโก่งค่าตัว
แต่ถึงยังไงก็ไม่ควรจะมาโกหกเขาอยู่ดี แถมย้ำนักย้ำหนาว่าเธอแต่งงานแล้วเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง
ต้องการกันเขาให้อยู่ห่าง ๆ ถ้ารู้ก่อนหน้านี้ล่ะก็คืนนั้นเธอก็ไม่รอดเงื้อมือเขาไปได้หรอก

คิดแล้วยิ่งเจ็บใจ เขาจะต้องถามเหตุผลจากปากของทั้งสองคนว่ามันเรื่องอะไรที่จงใจปิดบังเขาเรื่องเธอหย่า
เขารอเวลานี้มาหลายชั่วโมง พอเห็นเป้าหมายคุณหญิงป้าจอมใจที่เคารพส่งกระเป๋าถือให้ไสวเอาไปเก็บ

“ป้ามีอะไรจะแก้ตัวหรือเปล่าครับเรื่องน้องวรรณ ทำไม่ต้องโกหกผมว่าเธอยังแต่งงานอยู่”

“เธอขอร้องป้าเอาไว้ แล้วเราล่ะไปทำอะไรให้เขากลัวหรือเปล่า เขาถึงได้วิ่งแจ้นหายเข้ากลีบเมฆไปเลย”
เขาตอบไม่ได้เสียด้วยว่ามีความต้องการอยากจะทำมิดีมิร้ายเธอ

“นั้นไม่สำคัญหรอกครับคุณป้า ทำไมต้องการกันผมให้อยู่ห่างๆ จากหนูวรรณของป้าด้วย”

“แกน่าจะรู้ตัวดี ผู้ชายแบบแกผู้หญิงที่ไหนอยู่ใกล้ก็โดนหลอกทั้งเนื้อทั้งตัวให้เสียใจ”

“คุณป้าครับ นี่ไม่เคยมองหลานชายในแง่ดีบ้างเลยเหรอครับ”

“ถ้าวินาทีนี้แกเปลื่ยนไปแล้ว ฉันก็ต้องขอโทษด้วยแล้วกัน เอาล่ะมีอะไรอีกมั้ย ฉันอยากจะพักผ่อนแล้ว”
ป้าเขาตัดบท ทำท่าจะเดินเลี่ยงไป ไมรู้ว่าเหนื่อยจริง หรืออยากจะชิ่งหนีไม่ยอมตอบคำถาม

“ผมโกรธจริงๆ นะครับ โกรธทั้งคุณป้าแล้วก็หนูวรรณของผมด้วย”

“อะไรนะ ฉันได้ยินไม่ถนัด แกไม่มีสิทธิ์ไปโกรธผู้หญิงที่เขาต้องการปกป้องตัวเอง
 แล้วนี่ต้องการอะไรบอกมา อย่ามาทำโยเยเหมือนเด็กไม่เข้าเรื่อง”
 
“ป้าน่าจะพอรู้ว่าหนูวรรณของป้าหนีไปเที่ยวที่ไหน”

“ไม่รู้ไม่ต้องถามอีก แค่นี้นะ จบ”

“ป้า...คุณหญิงจอมใจดำ ไม่ยอมช่วยหลาน” เขาได้แต่ยืนเคว้งอยู่ที่เดิม คิดในใจแล้วจะทำยังไงดี





ผ่านมาอาทิตย์หนึ่งแล้ว นพวินทร์รู้สึกเหมือนคนกระอักเลือดอยู่ข้างใน จะทำอะไรก็ทำไม่ได้มันแน่นหน้าอกบอกไม่ถูก จะเดินหน้ารุกจีบเธอก็ไม่รู้ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน และไปกับใคร เขาอยากจะเป็นบ้าเสียให้ได้เลย ความโมโหแล้วก็โกรธที่เธอปิดบังความจริงว่าหย่าแล้ว หลอกให้เขาคิดว่าได้ข้องเกี่ยวกับผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว ทำให้เขาอยากจะสะสางบัญชีแค้นให้หน่ำใจ

 นอกจากนั้นไม่พอทั้งสองคนยังคอยย้ำให้เขารู้สึกผิดอีกต่างหาก
“ร้ายนักนะ ยัยตัวแสบ” เขานอนดูทีวีที่โซฟาพลางคิดว่าจะจัดการยังไงดี ถ้าเธอกลับมาแล้ว มันน่าหมั่นเขี้ยวจริง ๆ

และเหมือนสวรรค์จะเป็นใจ เขาลุกไปแอบฟังป้าจอมใจดำกับป้าของหนูวรรณคุยเรื่องงานการกุศลเพื่อทุนการศึกษาของเด็กกำพร้า ที่คราวนี้มีสปอนเซอร์หลายรายและเป็นงานด่วน ทำงานไม่ทันคนช่วยงานไม่พอ ทำให้ป้าเขาเสนอขอให้ตามตัวหนูวรรณมาช่วยอีกแรง ดูเหมือนเขาจะดวงสมพงษ์กับการการกุศลจริงๆ ถ้า เขาจีบเธอสำเร็จล่ะก็ เขาจะแจกทุนการศึกษาเด็กกำพร้าทุกปีเลย


งานแรกที่หนูวรรณคนสวยของป้าเขาจะต้องทำคือ มาดูแลของบริจาคว่าขาดเหลืออะไร และสถานที่แรกที่รับสิ่งของมาก็คือ ที่บ้านของเขาเอง ใครนะช่างคิดได้ เขาสะกดกลั้นอาการดีใจตอนที่เธอก้าวเข้ามาในบ้าน ตัดสินใจว่าจะปล่อยให้เธอทำงานทั้งวันก่อน และที่สำคัญจะได้ตายใจด้วย

ในเมื่อป้าช่วยหนูวรรณปกปิดความจริงได้ เขาเลยขอร้องให้ช่วยเขาบ้าง ไม่บอกให้เธอรู้ว่าเขารู้แล้วว่า เธอหย่ากับสามีแล้ว เพราะฉะนั้นเพื่อความสะบายใจของแกะน้อยเขาก็จำเป็นต้องเล่นบทหมางเมินไปก่อน เย็นชาได้เท่าไหร่ยิ่งดี

“อ้าว คุณวรรณ มาช่วยงานกุศลด้วยเหรอครับ”

โดยที่ไม่ปล่อยให้เธอรู้สึกว่าโดนรุก เขาเลยต้องเล่นละครต่อทันที “ขอโทษนะครับ อยากช่วยแต่ผมต้องไปธุระ”
เขาแกล้งก้มดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือ
ดูเหมือนเธอจะถอนหายใจอย่างโล่งอกที่เขาจะไม่อยู่ ทำไมเขาจะไม่เห็น แล้วเธอจะได้เจอกับเทพบุตรอย่าตกตะลึงวรรณรัมภา ผมสัญญา
เป็นไปดังที่เขาคาดการณ์เอาไว้ เธอลดความระวังตัวลงอย่างเห็นได้ชัด ยิ้มแย้มแจ่มใสมากขึ้น
คงนึกว่าจะหนีเขาพ้นแล้วสิท่า ไม่มีทางหรอก เขากลับเข้ามาที่บ้านอีกทีตอนสองทุ่ม

“โอโห ยังไม่เสร็จงานกันอีกเหรอครับเนี่ย” เขาหันไปทางที่ป้าเขานั่งอยู่ โดยไม่หันมองเธอแม้แต่น้อย

“แกว่างก็มาช่วยกันสิ ปีนี้ของบริจาคเยอะทีเดียว ช่วยกันเช็กหน่อยสินพวินทร์”

“ผมเพิ่งกลับมาเหนื่อยๆ นะครับคุณป้า แล้วนี่ทำไมยังใช้แรงงานหนูวรรณของคุณป้าอีกล่ะครับ เดี๋ยวสามีเขาก็ไม่พอใจหรอกครับ”

“งานบุญงานกุศลแบบนี้ แกคงไม่เคยได้แตะเท่าไหร่เลยไม่รู้อะไร ถ้าไม่อยากช่วยก็อย่ามาชักใบให้เรือเสีย ไปไกลๆ เลย”

“อ้าว คุณป้าครับผมก็หวังดีนะครับ แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวผมอาบน้ำแล้วจะลงมาช่วยนะครับ อย่าเพิ่งรีบทำเสร็จกันหมดล่ะ แบ่งบุญไว้ผมสักนิดนะครับ”
“เชิญเถอะย่ะพ่อมหาจำเริญ” ป้าจอมใจค้อนเขาเสียวงใหญ่

แม้แต่หนูวรรณก็ยังหัวเราะ แบบนี้ชักเข้าท่า เมื่อเหยื่อหลงตายใจล่ะก็ เขาจะขย้ำเสียให้หมดตัว

นพวินทร์รักษาระยะห่างเอาไว้ แต่ก็ไม่ได้ละทิ้งการหยอกล้อ พูดยั่วแหย่ให้เธอหัวเราะบ้างเพื่อให้เธอสบายใจว่าเขาไม่ได้คิดอะไรกับเธอแล้ว แม้จะยิ่งทรมานใจตัวอยู่ใกล้แต่ใจกลับห่างกัน นี่ชีวิตเขาถึงกับตกอับในเรื่องความรักขนาดนี้เชียวเหรอ

ที่ห้องโถงรับแขกของบ้าน เดี๋ยวนี้วรรณรัมภาลดอาการหวาดระแวง และแทบไม่ค่อยระมัดระวังตัวเวลาอยู่กับเขาสองต่อสอง
“หนูวรรณทำไมยังไม่มีลูกล่ะ แต่งงานกันมาหลายปีแล้วไม่ใช่เหรอ”

เขาเปิดฉากถามแม้จะรู้ว่าเธอจะต้องไม่ค่อยพอใจก็ตาม เพราะเขาอยากดูปฏิกิริยาจากเธอว่าตอนนี้รู้สึกกับอดีตสามีอย่างไรบ้าง
“ยังไม่พร้อมค่ะ” เธอตอบโดยไม่มองหน้า หันไปสนใจแต่งานตรงหน้า

“ใครไม่พร้อมเราหรือเขา”

“ทั้งสองคนค่ะ”

“ผู้หญิงถ้าไม่รีบมีลูกไว้มัดใจสามีระวังเขาจะไปมีลูกกับคนอื่นนะ พี่เตือนด้วยความหวังดี
 พอถึงจุดหนึ่งแล้ว ผู้ชายก็อยากได้ทายาทไว้สืบสกุลทั้งนั้นแหละ”

“เหรอคะ” เธอตอบเสียงเรียบ

“ถามจริงเขามีปัญหาอะไรหรือเปล่า ปรึกษาหมอสิ ไม่ต้องอายหรอก”

“วรรณว่าปล่อยให้เป็นปัญหาของวรรณเองดีกว่าค่ะ”

“พี่ก็อยากอุ้มหลาน ไม่มีอะไรหรอก แล้วนี่ตั้งหลายวัน ไม่เห็นเขามารับเราเลย ทำงานยุ่งตลอดเลยเหรอ สามีภรรยาอยู่ห่างๆ กันนักก็ไม่ดีนะ”

“พี่วินทร์คะ วรรณไม่ได้ต้องการจะปรึกษาปัญหาครอบครัวนะคะ ถ้าสนใจก็จะคิดถึงพี่วินทร์เป็นคนแรกเลยค่ะ แต่ว่าเรื่องของอื่นจัดการได้ แล้วทำไมพี่ไม่แต่งงานมีลูกเสียทีล่ะคะ” เธอย้อนหันมาเอาเรื่องเขาบ้าง สงสัยจะเริ่มโมโห

“ก็รออยู่ พอดีแอบรักคนมีเจ้าของ แต่คงหมดหวังแล้วล่ะ เพราะรู้สึกว่าเขาจะรักกันมาก พี่ก็ไม่อยากจะเป็นมือที่สามของครอบครัวใคร”

“ดีแล้วค่ะ ที่คิดแต่เรื่องดี ๆ เสียบ้าง” เหมือนเธอจะรู้ว่าเขาหมายถึงเธอนั้นเอง พยายามหลบสายตา

“นี่ชมพี่ใช่มั้ย แล้วไม่ถามเหรอว่า ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร”

“ไม่ใช่เรื่องของวรรณ”

“แต่พี่อยากให้ถาม”

“วรรณไม่ถาม”

“ก็แล้วไป อุตส่าห์จะเล่าแผนการณ์สนุกๆ ให้ฟังเสียหน่อยว่าพี่จะทำอย่างไรกับชีวิตต่อไปดี
 ไม่เป็นไรพี่เก็บเอาไว้คนเดียวก็ได้ แล้วอย่ามางอนล่ะหนูวรรณ”
“พี่วินทร์อย่าเรียกชื่อวรรณแบบนี้ได้มั้ยคะ”

“ทำไมล่ะ ป้าพี่ยังเรียกได้เลย”

“ไม่รู้ล่ะ วรรณไม่ให้เรียก” น้ำเสียงกระเง้ากระงอดแบบนี้ เขาเดาใจเธอไม่ถูกเลย

“นั่นคุณป้าจอมใจ”

“อ้าวแล้วกัน จะให้พี่เรียกหนูวรรณว่าอะไรล่ะ คนสวยของพี่ หนูวรรณก็คงไม่ชอบอีก เห็นมั้ยตาเขียวปั้ดแล้ว”

“พี่วินทร์อย่ามาล้อเล่นกับวรรณแบบนี้ วรรณไม่ชอบ”

“แล้วชอบให้ล้อเล่นแบบไหนครับคุณวรรณรัมภา ไปที่ห้องพี่มั้ย แล้วกระซิบบอกกันสองคน”
เขาหลิ่วตาให้ หนนี้เธอถึงกับคว้าแจกันใส่ดอกไม้บนโต๊ะ เงื้อจะขวางใส่เขาทีเดียว แต่ยิ่งได้แหย่เธอเขาก็ยิ่งสนุก รู้สึกเหมือนเขาอยากจะยิ้มทั้งวัน

“รู้จักกาละเทศะบ้างมั้ยคะ พี่วินทร์อายุก็ไม่ใช่น้อยแล้วนะคะ วันนี้วรรณกลับก่อนดีกว่า อารมณ์เสีย มีคนมาค่อยขัดขวางการทำงาน”

“เดี๋ยวก่อนสิหนูวรรณ พี่ล้อเล่นหน่อยเดียวเอง จริงสิไม่ชอบให้เรียกหนูวรรณแล้วอยากให้พี่เรียกว่าอะไรครับ
อยู่ทำงานให้เสร็จก่อนนะครับ เดี๋ยวคุณป้ากลับมาพี่ได้โดนเพ่นกะโหลกแน่ ทิ้งงานให้พี่ทำคนเดียวไม่ได้นะครับ”
เขาทำเสียงออดอ้อน เมื่อเห็นเธอทำท่าจะลุกไปหยิบกระเป๋า

“ไม่ต้องมาทำเป็นอ้อนเลย วรรณไม่เชื่อ บางทีน่าจะลองให้ทำคนเดียวเสียบ้าง
ไหนพี่วินทร์บอกอยากได้บุญนักไม่ใช่เหรอคะ ตอนนี้ก็เป็นโอกาสดีแล้ว คืนนี้งานเขาจะเริ่มแล้ว ไม่ทำตอนนี้แล้วจะทำตอนไหน โอ๊ย”
เสียงร้องตอนท้ายทำให้เขาตกใจ ลุกขึ้นเข้าไปดูเธอใกล้ๆ

“เป็นอะไรหนูวรรณ ไหนดูสิ” เขาดึงมือเธอมาดู

“ไม่เป็นไรคะ พี่วินทร์ ปล่อยมือวรรณนะคะ สงสัยตอนหยิบถุง เขามัดปากถุงด้วยลวดวรรณไม่ทันระวังเลยขูดมือ”

“เลือดออกด้วย พี่ว่าไปฉีดยากันพิษสุนัขบ้าดีกว่า”

“พี่วินทร์ยังมีแก่ใจจะมาทำตลกอีก วรรณจะไปล้างแผล"

“ไปสิ ใครห้าม”


“พี่วินทร์” เขาปล่อยมือเธอทันที

รอจนวรรณรัมภากลับมา เขาเรียกให้ไสวเอาชุดปฐมพยาบาลมารอท่าไว้แล้ว
“แผลไม่ลึกแต่ ลวดอาจมีสนิมนะคะคุณวรรณ ไสวว่าไปฉีดยากันบาดทะยักไว้ก่อนก็น่าจะดีนะคะ”

“จริงๆ” เขาพยักหน้าเห็นด้วย

“ส่วนงานที่เหลือ คุณวรรณกับคุณวินทร์ก็ไม่ต้องทำแล้วนะคะ เดี๋ยวไสวจัดการเอง”

“อ้าว ทำไมล่ะ” เขาหันไปถามหน้าซื่อ เพราะได้เตี๊ยมกันเอาไว้แล้ว

“คุณวินทร์ในฐานะที่เป็นเจ้าของบ้านก็ต้องรับผิดชอบพาคุณวรรณไปโรงพยาบาลนะสิคะ”

“จริงด้วย ฉันเป็นเจ้าของบ้าน ต้องทำหน้าที่นี้ ไม่สิ ไม่ดีหรอก เรียกคุณป้ามาดีกว่า
จะได้รู้ว่างานการกุศลของคุณป้าเกือบจะฆ่าหนูวรรณหลานสาวคนสวยของท่านเสียแล้ว”

“คุณวินทร์ไปเอาสำนวนแบบนี้มาจากไหนคะ รีบไปเถอะคะ เดี๋ยวรถจะติด” สาวใช้หัวเราะคิกคัก

“ฉันฝากที่เหลือด้วยนะ ขอบใจมาก แบ่งๆ บุญกันนะไสว ไปเร็วเข้าหนูวรรณที่รัก ช้ากว่านี้พิษจะแล่นเข้าสู่หัวใจได้นะ”
สาวใช้ได้แต่ส่ายหน้าระอาในความกะล่อนของเจ้านายหนุ่ม

วรรณรัมภารู้สึกสับสนไปหมด จู่ๆ เธอก็ต้องออกไปฉีดยากันบาดทะยักแบบกระทันหัน แต่เมื่อไม่แน่ใจว่าลวดจะมีสนิมจริงหรือเปล่า เพื่อเป็นการปลอดภัยไว้ก่อน แถมไม่ต้องขับรถไปเองให้เหนื่อยแบบนี้ ก็ควรไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ชักสงสัยเมื่อสักครู่ ใครเป็นนายใครเป็นบ่าวกันแน่ สาวใช้สั่งให้พี่วินทร์พาเธอไปหาหมอ

ใช้เวลาไม่นาน เธอก็เจ็บตัวซ้ำซ้อนในเวลาไล่เรื่ยกัน โดนลวดขูดมือ โดนฉีดวัคซีนกันบาดทะยัก ถือว่าวัดใจในการทำบุญ ก็ต้องมีอุปสรรคกันบ้าง
“พี่วินทร์คะ ไหนๆก็ออกมาแล้ว วรรณขอกลับบ้านเลยแล้วกันค่ะ และงานคืนนี้วรรณคงไปไม่ไหวแล้ว รู้สึกปวดแขน”

“คงจะเริ่มปวดตรงที่ฉีดยา ที่บ้านมียาแก้ปวดหรือเปล่า”

“มีค่ะ ให้วรรณลงที่ป้ายรถเมล์ข้างหน้าก็ได้ค่ะ รบกวนพี่วินทร์บอกคุณป้าให้วรรณด้วยนะคะ วรรณไม่ไหวจริงๆ”

“ยังจะห่วงงานอีก แล้วทำไมไม่ให้พี่ไปส่งบ้าน”

“มันไม่เหมาะค่ะ เดี๋ยวสามีของวรรณจะเข้าใจผิด เขาขี้หึงมากทีเดียว”

“ใบเสร็จจากสถานพยาบาลก็มี หลักฐานแผลที่มือก็มี จะไม่ฟังก็ให้มันรู้ไป”

“ใครบางคนก็งี่เง่าไม่ยอมฟังเหตุผลอะไรเหมือนกัน พี่วินทร์น่าจะคุ้นๆ นะคะ” หนูวรรณตอกหน้าเขาอีกจนได้

“โธ่ หนูวรรณ เรื่องมันผ่านไปแล้ว พี่ขอโทษนะครับ ให้พี่ไปส่งบ้านเถอะ เกิดหนูวรรณเป็นลมหมดสติในรถแท็กซี่มันจะยิ่งอันตราย”

“แล้วพี่วินทร์ไม่อันตรายเหรอคะ”
คนสวยย้อนถามจนเขาสะอึก อันตรายเหมือนกัน แต่พี่ไม่ได้ประสงค์ต่อทรัพย์ แค่ประสงค์ต่อร่างกาย

“นี่หนูวรรณกลัวว่าพี่จะทำอะไรไม่ดีเหรอครับ คนป่วยพี่ก็ต้องเว้นบ้างสิครับ
ไม่ ๆ พี่ล้อเล่นหรอก ใครจะทำได้ลงคอ ขืนคุณป้ารู้เข้าว่าพี่ไม่ดูแลหนูวรรณของคุณป้าให้ดี พี่ก็โดนด่าหูชาน่ะสิ”

“พอแล้วค่ะ วรรณไม่อยากฟังจะไปส่งๆ ก็ไป แต่ไม่ต้องพูดมากได้มั้ยคะ”

“รำคาญก็บอกได้พี่ไม่ถือนะจ๊ะคนสวย”

“พี่วินทร์”

“ครับๆ แล้วไม่บอกทางไปบ้านเหรอครับ พี่นั่งทางในไม่เก่ง”
แม้เขาจะรู้ว่าบ้านเธออยู่ที่ไหน แต่ก็ต้องทำทีเป็นไม่รู้ เดี๋ยวเธอจะตื่นตกใจว่าเขาแอบมาบ้านเธอ

หญิงสาวถอนหายใจก่อนจะบอกเส้นทาง “ถ้าวรรณป่วยหนักกว่านี้แล้วเจอคนกวนโมโห วรรณรู้แล้วว่า ทำไมถึงบันดาลโทสะอยากเอาปืนมายิงคน”

“น่ากลัวจัง ดีนะในรถพี่ไม่มีปืน”

“แต่บ้านวรรณมีค่ะ”

“ขู่พี่เล่น เอ๊ะ หรือขู่จริงจ๊ะ คนสวยเขามักว่าสวยดุ”

“พี่วินทร์ ขอวรรณอยู่อย่างสงบสักสิบนาทีได้มั้ยคะ”

“ไม่ พี่ชอบคุยกับวรรณสนุกดี”

“พอไปถึงบ้าน วรรณจะเสิร์ฟรับรองด้วยกาแฟผสมลูกตะกั่วแล้วกันค่ะ”

“เห็นมั้ยแบบนี้แหละ พี่ชอบ”

ดูเหมือนคนสวยจะเอนเบาะไปด้านหลังแล้วหลับตาด้วยความเพลีย ต่อการปะทะคารมกับเขา
 แบบนี้ก็ดีไปอีกแบบ เขาได้ลอบมองเธอเพลินไปเลย หวังว่าอีกไม่นานเธอจะเป็นของเขาทั้งหัวใจ


Licht und Schatten トーキョーグール-