ผู้เขียน หัวข้อ: บุปผาแดนมังกร-บทที่ 3 บุตรสาวบุญธรรม  (อ่าน 602 ครั้ง)

noneko

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 136
    • ดูรายละเอียด
บุปผาแดนมังกร-บทที่ 3 บุตรสาวบุญธรรม
« เมื่อ: สิงหาคม 07, 2014, 07:41:43 PM »
   แววปราชญ์ลืมตาตื่นเพราะรู้สึกว่ามีใครสักคนมาเขย่าตัวเธอ หญิงสาวลืมตาโพลงและเขยิบตัวหนีด้วยสัญชาตญาณแวดระวัง
   หญิงวัยกลางคน รูปร่างอวบอ้วนสมบูรณ์ ผิวขาวเหลือง แก้มแดงบ่มแดด มีริ้วรอยบนใบหน้าพอสมควร สวมชุดแบบสาวจีนโบราณสีน้ำตาล เกล้าผมมวยผูกริบบิ้น ยืนอยู่ข้างเตียง ส่งรอยยิ้มกว้างให้เธอ
   “โกวเนี้ย”
   เธอพูดคำๆนี้สองครั้งอย่างช้าๆชัดๆ แววปราชญ์พอฟังออกว่าคำนี้แปลว่า 'คุณหนู'
   “มีอะไรหรือคะ?”
   แววปราชญาถามยังไม่ทันจบประโยคดีก็ถูกคุณป้าวัยราวๆหลักสี่สิบต้นๆอุ้มขึ้นแนบอก ท่าเดียวกับที่ชายหนุ่มผมยาวอุ้มเธอเมื่อวานเด๊ะๆ หญิงสาวขืนตัวสุดชีวิตปากก็ร้องโวยวาย
   “ไม่เอานะ! จะพาฉันไปไหน ปล่อย!”
   ไม่เพียงไม่ปล่อย หญิงร่างอ้วนยังโอบรัดเธอแน่นยิ่งกว่าเดิมอีกเหมือนกับกลัวว่าเธอจะดิ้นหลุดหายไปอย่างนั้นแหละ จะว่าไปแล้วผู้หญิงคนนี้ก็น่าจะรู้ดีว่าตอนนี้แววปราชญ์ไม่มีเรี่ยวแรงจะหนีไปไหนได้อยู่แล้ว แขนขาเดี้ยงจนต้องพันผ้าเหมือนมัมมี่เห็นออกชัดขนาดนี้
   เพียงไม่นานหลังจากแววปราชญ์ทำหน้านิ่ว เจ้าตัวคงจะเพิ่งรู้สึกตัวว่าบีบไหล่หญิงสาวในอ้อมแขนแรงไป ลำแขนใหญ่แข็งแรงนั้นจึงคลายลง น้ำเสียงใหญ่สมตัวพูดเบาลงแทบเป็นกระซิบ
   “โกวเนี้ยไม่ต้องกังวล ทำตัวตามสบายเจ้าค่ะ”
   สตรีวัยกลางคนพาแววปราชญ์มาอีกห้องหนึ่งซึ่งอยู่ข้างๆห้องที่เธอนอนหลับแทบเป็นตายตลอดคืน ห้องนี้มีขนาดไม่กว้างมากนัก พื้นบางส่วนเป็นไม้ไผ่และมีส่วนที่ลาดต่ำเป็นก้อนหินขัดมันลวดลายสวยงาม กลางห้องเป็นบ่อน้ำเล็กๆ มีควันพวยพุ่งเป็นไอลอยออกไปนอกหน้าต่างซี่ลูกกรงซึ่งเปิดรับลมเย็นๆจากบึงวิเวกตลอดทั้งวัน
   หรือว่าคุณป้าคนนี้จะพาเธอมาอาบน้ำ?
   ไม่พูดพล่ามให้เสียเวลา สตรีวัยกลางคนคงเกรงว่าแววปราชญ์จะดิ้นรนให้แกต้องเหนื่อยอีกจึงจับร่างของหญิงสาวหย่อนลงไปในบ่อน้ำทั้งๆที่ยังสวมเสื้อผ้าเต็มยศ
   “เฮ้ย!”
   แววปราชญ์ร้อง ก้มมองสภาพเปียกปอนของตัวเองสลับกับเงยหน้ามองสตรีผู้สวมชุดกระโปรงยาวแบบโบราณที่กำลังชุลมุนกับการถอดเสื้อผ้าให้เธออยู่
   “ว้าย! ใครเขาถอดกางเกงยีนส์กันแบบนี้คะป้า หนูยอมอาบน้ำแล้ว หนูยอมแล้วป้า ป้าอย่าเอามีดมาตัด หนูถอดชุดเองได้ค่ะป้า”
   ..........
   เทพบุตรหยกขาวผู้เป็นเจ้าของเรือนไม้ไผ่ถึงกับส่งเสียงหัวเราะออกมาคราหนึ่งเมื่อได้ยินเสียงโหวกเหวกดังมาจนถึงห้องรับรองแขก เขากำลังนั่งจิบชารอคอยในขณะที่สตรีวัยกลางคนกำลังทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย
   เขาเป็นบุรุษ และนางเป็นสตรี อันที่จริงการอยู่ร่วมชายคาเดียวกันโดยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกันทางสายเลือดเลยแม้แต่น้อยย่อมตกเป็นข่าวติฉินนินทาจากขี้ปากชาวบ้าน แล้วยิ่งช่วงนี้นางได้รับบาดเจ็บ แม้แต่การอาบน้ำหรือกินข้าวก็ยังทำไม่ได้อีกด้วย เทพบุตรหยกขาวจึงตัดสินใจให้หญิงชาวนาวัยกลางคนซึ่งอาศัยปลูกสร้างบ้านอยู่เชิงเขาเยี่ยซานให้มาช่วยอาบน้ำแต่งตัวให้ 'ลูกสาว' ของเขา
   เทพบุตรหยกขาวคาดว่าตนเองคงจะเลอะเลือนไปแล้วแน่ๆ ที่จริงแล้วชายหนุ่มตั้งใจจะรับสตรีแปลกหน้าที่ชอบหนีเขาไปอยู่เรื่อยคนนี้เป็นลูกศิษย์ แต่ไหนกลับกลายเป็นลูกสาวไปได้เล่า
   สตรีชาวนานางนั้นแม้ไม่รู้จักสนิทสนมแต่เพราะบุญคุณที่เคยช่วยเหลือไว้เมื่อพบหน้าเทพบุตรหยกขาวคราใดก็ก้มตัวลงคุกเข่าคำนับให้เสมอและไม่ปฏิเสธคำขอทั้งยังไม่คิดค่าตอบแทนแม้แต่อีแปะเดียว
   เรื่องยุ่งยากคงตามมาอีกไม่จบไม่สิ้นดั่งคลื่นถาโถมโหมกระหน่ำ แต่เขาเป็นผู้นำพามันเข้ามาในชีวิตเองมิใช่หรือ? ย่อมสมควรที่จะแบกรับและเผชิญหน้ากับมันจึงจะถูกต้อง
   เสียงสตรีวัยกลางคนดังแว่วใกล้เข้ามาปลุกเทพบุตรหยกขาวให้ละจากภวังค์ ม่านไม้ไผ่ถูกเปิดออกเพื่อเปิดตัว 'ลูกสาว' ในยามเช้าของวันที่อากาศเย็นสบาย
   น้ำชาที่กำลังยกขึ้นจิบอีกครั้งถูกวางลงกับโต๊ะด้วยผู้ดื่มต้องวางความสำคัญให้กับมันเป็นลำดับรองลงไปเมื่อหญิงสาวแปลกหน้าผู้สวมอาภรณ์แปลกตาเมื่อวานบัดนี้นางสวมชุดยาวกรอมเท้าสีน้ำตาลไหม้เหมือนใบไม้ร่วงหล่นในฤดูใบไม้ร่วง เส้นผมสีเข้มแต่ไม่ดำสนิทนั้นยาวประบ่า ประดับผมด้วยปิ่นปักผมราคาถูกที่สามารถซื้อหาได้ทั่วไปในตลาดและถักเปียแซมริบบิ้นเล็กน้อยแต่พองาม ใบหน้าขาวนวลไร้การแต่งแต้มสีสัน เมื่อมองเพียงผิวเผินนางก็ไม่แตกต่างกับหญิงชาวบ้านทั่วไปนัก
   ไม่งามพร้อมเหมือนดอกโบตั๋นแต่เป็นเพียงดอกไม้ป่าไร้นามที่อดทน แข็งแรง หากได้ขัดเกลาท่วงท่าและกิริยาให้งามสง่าสมกุลสตรีเพิ่มขึ้นอีกนิด ย่อมเป็นที่หมายปองของบุรุษทั่วหล้าไม่น้อยเลยทีเดียว
   “ดูสะอาดสะอ้านขึ้นมาก ต้องขอบคุณท่าน”
เทพบุตรหยกขาวประสานมือกำลังจะผงกศีรษะขอบคุณผู้สูงวัยกว่าซึ่งอุ้มบุตรสาวของเขามานั่งที่โต๊ะแล้วแต่ช้ากว่าสตรีร่างอ้วนที่ทรุดตัวลงก้มหน้ากับพื้นห้อง
    “หามิได้ ท่านช่วยชีวิตสามีของข้าจากโรคร้าย ทั้งยังมอบอาหารให้ครอบครัวเรายามหิวโหย บุญคุณใหญ่หลวงเช่นนี้ ข้าทำเพียงเท่านี้นับว่าน้อยไปด้วยซ้ำ”
   เทพบุตรหยกขาวยิ้มละไม ประคองสตรีวัยกลางคนขึ้นยืนและกล่าวตอบ
   “ไม่เป็นไร เราเป็นเพื่อนบ้านกันหาใช่ใครอื่นไกล หากวันใดข้าอับจนปัญญาเฉกเช่นวันนี้ก็คงต้องพึ่งพิงครอบครัวของท่านแล้วท่านป้าหวัง”
   “หามิได้ๆ ช่วงก่อนค่ำข้าจะมาอีกครั้ง”
   ป้าหวังประสานมือก้มศีรษะลงเล็กน้อยและเดินทางกลับบ้าน นางเพียงทำหน้าที่ของนางให้เสร็จ เรื่องปลีกย่อยเช่นการรับลูกสาวบุญธรรมอย่างกะทันหันของเทพบุตรหยกขาว และที่มาของสตรีนางนี้ล้วนไม่ควรใส่ใจใดๆทั้งสิ้น
   บุตรีบุญธรรมหมาดๆ กำมือกับชายชุดคลุม มองเทพบุตรหยกขาว และอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ นางคงทำตัวไม่ถูกกระมัง เทพบุตรหยกขาวจึงนั่งลง ส่งรอยยิ้มอย่างเป็นมิตรให้นางและเอ่ยชื่อของตนเองอีกครั้ง
   “หยางชุน”
   จากนั้นนิ้วเรียวของเขาก็ชี้ที่นางแล้วเอ่ยชื่อที่เพิ่งคิดตั้งให้เมื่อคืนหมาดๆ
   “ฟง”
   หญิงสาวตรงหน้าทำหน้าเหรอหราไม่รู้เรื่อง ชายหนุ่มจึงเอ่ยคำคำนี้ย้ำอีกครั้งและตั้งใจจะเรียกชื่อนี้กับนางบ่อยๆ เพื่อให้รู้สึกคุ้นเคยด้วยกันทั้งคู่
   เทพบุตรหยกขาวต้องการจะกักตัวหญิงสาวแปลกหน้านางนี้ไว้กับตนเองจนกว่าเขาจะมั่นใจว่านางไม่เป็นพิษเป็นภัยใดๆ ต่อทั้งกับเขาเองและคนผู้นั้น ดังนั้นนางอย่าได้หวังเลยว่าจะหนีรอดจากเงื้อมมือของเทพบุตรหยกขาวหยางชุนคนนี้ไปได้
   ความเจ้าเล่ห์เพทุบายถูกซ่อนไว้อย่างมิดชิด กลบทับด้วยรอยยิ้มใสบริสุทธิ์ราวเด็กหนุ่ม
   “เจ้าอายุเท่าใดแล้ว?” ชายหนุ่มถามบุตรสาวบุญธรรมหมาดๆ พลางยกตะเกียบคีบผัดผักให้นางรับประทาน
   คงอีกนานนับเดือนกว่าแขนของนางจะใช้การได้ตามปกติ
   เมื่อเห็นสตรีตรงหน้าเงียบ ชายหนุ่มจึงกล่าวต่อ
   “ข้าทราบว่าเจ้าพูดภาษาเดียวกันกับข้าได้บ้างเล็กน้อย พบกันครั้งแรกเจ้าก็ถามว่าข้าเป็นอะไรสักอย่างอยู่ที่นี่ จงตอบ เจ้าอายุเท่าใดแล้ว?”
   สีหน้าของหญิงสาวซีดเซียวไร้เลือดฝาด ด้วยคำพูดของเทพบุตรหยกขาวแม้ฟังรื่นหู ไม่ได้บังคับขู่เข็ญ แต่กลับแฝงแววคุกคามอยู่มาก ไม่นานสตรีผู้มีนามใหม่ว่าฟงจึงตอบคำถาม
   “ยี่สิบ”
   เทพบุตรหยกขาวส่งเสียงในลำคอดังอึม นับว่าถูกต้องแล้วที่เขาคิดรับนางเป็นบุตรีบุญธรรม นางอายุน้อยกว่าเขายี่สิบปีพอดี
   “ข้าอายุสี่สิบปี”
   เทพบุตรหยกขาวมีใบหน้าอ่อนเยาว์กว่าวัยอยู่มากทั้งนี้เกิดจากการฝึกวรยุทธ์ ร่างกายจึงแข็งแรง ผิวพรรณไม่ร่วงโรยไปตามวัย แม้อายุจะล่วงเลยเข้าสู่วัยสี่สิบปีแล้วก็ตามแต่ยังดูหนุ่มแน่นราวกับอายุมากกว่าสตรีตรงหน้าเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น
   บุตรสาวบุญธรรมของเขายังทำหน้างงงัน หรือชายหนุ่มจะพูดเร็วเกินไปแต่ก็ไม่เป็นไร ยังมีเวลาสืบเรื่องราวของนางอีกนาน
   ตลอดชีวิตของเขาเลยทีเดียว
   ..........
   แม้แววปราชญ์ไม่อยากจะเชื่อว่ามันคือความจริงแต่ก็คงต้องบอกว่าหากเป็นความฝันเธอก็คงจะฝันนานเกินไปแล้ว ทำไมถึงไม่ตื่นเสียทีเล่า
   หญิงสาวต้องร้องบอกตัวเองว่าอย่าใจอ่อนกับสโตรกเกอร์โรคจิตคุ้มดีคุ้มร้ายคนนี้เด็ดขาด แค่ป้อนข้าวให้ก็อย่าไปหลงคิดว่าเขาเป็นคนดี ที่เขายังไม่ได้ทำอะไรที่เป็นการล่วงเกินเธออาจจะเป็นเพราะว่ากำลังวางแผนอะไรอยู่ในใจก็ได้ ไม่ว่ายังไงเธอก็ต้องหนีไปจากที่นี่ให้ได้!
   เมื่อชายหนุ่มเจ้าของบ้านป้อนข้าวให้แววปราชญ์แล้วก็พันแผลให้ใหม่อีกครั้งพร้อมกับนำแผ่นไม้ประกบที่ขาคล้ายกับการพันเฝือกในโลกของเธอ หญิงสาวได้แต่นั่งๆนอนๆอย่างเบื่อหน่ายอยู่บนเตียงไม้ไผ่ เพราะหลังจากนั้นเขาก็พูดอะไรกับเธอก็ไม่รู้แล้วก็ออกไปจากตำหนักหมิงเยว่
   แค่ร่างสูงนั้นเดินลับหายไปจากพุ่มไม้แววปราชญ์ก็รีบยืนขึ้นเพื่อจะหนีออกไปก่อนที่เขาจะกลับมา แต่ขาของเธอไม่ยอมเป็นใจด้วยเลยสักนิด กระดูกหักใครเขาจะลุกเดินเหิรไปไหนมาไหนได้เล่า
   หรือจะรอให้คุณป้าที่มาอาบน้ำให้เมื่อเช้าพาเธอหนีไปดี แต่ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้อีกนั่นแหละ เธอเห็นท่าทางคุณป้าสนิทสนมกับอีตาหยางชุนนี่ออก เห็นพูดคุยกันยิ้มแย้มแจ่มใสขนาดนั้น แทบที่จะบอกทางหนีทีไล่ให้เผลอๆ จะรับอาสามาเป็นคนช่วยเฝ้าเธอแทนเวลาเขาไม่อยู่เสียด้วยซ้ำไป
   แววปราชญ์คิดไม่ตกในเรื่องนี้ คิดไปก็คิดไม่ออกอยู่ดีจึงนอนเอกเขนกมองไปมองมารอบๆห้องว่าจะมีอะไรให้ทำฆ่าเวลาหรือไม่แล้วก็สะดุดกับกระเป๋าที่วางอยู่ใต้โต๊ะกินข้าว มันคือกระเป๋าสะพายข้างสียีนส์ขนาดย่อมซึ่งเป็นกระเป๋าของเธอเอง
   แววปราชญ์ทำตกไว้ตั้งแต่เมื่อวาน ตอนนั้นเธอตกใจที่หยางชุนยกกระบี่จ่อคอหอยของเธอจึงเป็นลมและเมื่อฟื้นขึ้นมาจึงรีบหนีเอาตัวรอดไว้ก่อนโดยลืมสัมภาระทุกอย่างไว้ที่นี่ทั้งหมด
   หญิงสาวรีบยื่นมือออกไปหมายจะหยิบกระเป๋ามาเช็คดูว่าของข้างในยังอยู่ครบดีหรือไม่แต่เพราะความดีใจที่เจอกระเป๋าเลยลืมตัวว่าตัวเองขาหักแถมแขนข้างขวาก็เจ็บพอๆกันแววปราชย์จึงหงายหลังลงมาจากเตียงไม้ไผ่เสียงดังโครม
   เสียงโอยดังลั่น แววปราชญ์เจ็บระบมไปทั้งตัวจนน้ำตาไหลพราก กระดูกแขนขาหากขยับเขยื้อนตัวเองให้น้อยที่สุด ทำกายภาพบำบัดยังต้องใช้เวลารักษานานนับเดือนหรือมากกว่านั้น แล้วนี่หล่นลงจากเตียง ก้นกระแทกพื้นอาการไม่ยิ่งหนักกว่าเดิมหรอกหรือ
   แววปราชญ์นอนตัวงอด้วยความเจ็บร้าวทั่วทั้งตัว ภาพชีวิตทั้งช่วงเวลาที่มีความสุข เวลาร้องไห้หลั่งไหลเข้ามาในห้วงความคิดอย่างไม่ขาดสายราวกับภาพยนต์ที่ฉายซ้ำไปซ้ำมา จากนั้นทุกสิ่งทุกอย่างก็กลายเป็นสีขาวโพลนราวกับหิมะ
   ไม่น่าเป็นไปได้ หรือว่าเธอกำลังจะตายแล้วถึงได้มองเห็นภาพสับสนวุ่นวายขนาดนี้ บ้านก็ยังไม่ได้กลับ เรียนก็ยังเรียนไม่จบ เธอจะมาตายที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด!
    เปลือกตาของหญิงสาวหลุบลงช้าๆ สติเริ่มลางเลือนลงและในที่สุดทุกสิ่งทุกอย่างตรงหน้าก็กลายเป็นสีเดียวกับความมืด
   ..........
   เทพบุตรหยกขาวรินสุราลงในจอกเหล้า ดื่มทีละนิด สายตาของเขาทอดมองท้องฟ้ายามค่ำคืน วันนี้ท้องฟ้าโปร่ง ดวงดาวนับร้อยนับพันดวงส่องสว่างล้อมรอบดวงจันทร์สีเหลืองหม่น สายลมพัดกรูนำพาความเย็นผ่านผิวกาย แต่ชายหนุ่มผมยาวยังนั่งอยู่ที่เดิม ที่ระเบียงชมจันทร์ริมบึงวิเวกแสนสงบ ไม่มีโต๊ะ เก้าอี้ กับแกล้ม หรือสหายรู้ใจ มีเพียงร่างเจ้าของนิวาสสถานนั่งชันเข่าพิงฝาผนังในท่วงท่าสบายๆ นั่งดื่มสุราเพียงคนเดียวเท่านั้น
   ชายหนุ่มได้ยินเสียงของท่านป้าแซ่หวัง มันดังเสียจนปลาในน้ำตกใจจนแตกฮือไปคนละทิศคนละทาง ท่าทางนางคงเอ็ดบุตรสาวบุญธรรมของเขาโทษฐานที่กำลังบาดเจ็บอยู่แท้ๆ แต่กลับนอนไม่ระมัดระวังจนพลัดตกลงมาจากเตียงเสียได้
   ทำไมเขาจะไม่รู้ว่านางกำลังคิดหาทางหนีไปจากบึงวิเวก แต่สภาพร่างกายเช่นนี้จะหนีไปไหนได้อย่างไรหากไม่มีใครคอยช่วยเหลือ
   ไม่นานทีมาของนางจะต้องกระจ่างแจ้ง และเมื่อเวลานั้นมาถึงเทพบุตรหยกขาวจะตัดสินใจเองว่านางควรจะอยู่หรือควรจะไป
   หยางชุนคลี่ยิ้ม รินสุราอีกจอก หยดสุราใสราวกระจกสะท้อนเป็นรูปดวงจันทร์กลมโต เสียงบ่นราวกับท่องคัมภีร์ของป้าหวังยังดังก้อง ฟงพูดโต้ตอบกับนางเป็นระยะๆ แล้วก็เงียบเสียงไปในที่สุดเมื่อไฟในห้องเล็กๆนั้นดับลง

rayya gandy

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 28
    • ดูรายละเอียด
Re: บุปผาแดนมังกร-บทที่ 3 บุตรสาวบุญธรรม
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2014, 11:31:24 PM »
สวัสดีค่ะ แวะมาเป็นกำลังใจค่ะ เรญ่าไม่ค่อยได้แวะมา เพราะยุ่งมาก คุณโนเนโกะเขียนสนุกคะ คำผิดแทบไม่มีเลย ต่างกับเรญ่า ผิดเยอะมาก...