ผู้เขียน หัวข้อ: วันที่ 3 ของการตั้งเป้ารีไร้ท์ แหวนแห่งธาษตรี  (อ่าน 709 ครั้ง)

mamae

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 83
    • ดูรายละเอียด
วันที่ 3 วันนี้เป็นการนำข้อความเดิมมานั่งอ่านปัดฝุ่นนิดหน่อย ทำให้ได้เยอะพอสมควร
“ว้าย”

“จะร้องทำไม คำดี”

เสียงเอ็ดของหญิงสาวร่างอวบอั๋นภายใต้อาภรณ์อันเก่าคร่ำคร่าเอ็ดหญิงสาวอีกคนที่นั่งคุดคู้ก้มหน้าก้มตา เมื่อเงยหน้าขึ้นทำให้เห็นใบหน้าที่หวาดผวาเมื่อได้ยินเสียงคำรามดังขึ้นพร้อมสายฟ้าฟาดลงกลางปรัมพิธี จนทำให้ข้าวของที่จัดเรียงรายไว้บนโต๊ะถูกแรงของการกระทบกันอย่างรุนแรง ตกแตกกระเจิงไม่เป็นชิ้นดี แววตาที่เธอเห็นเธอรับรู้ว่านางกลัวแต่หาใช่กลัวฟ้าที่ร้องเมื่อสักครู่ไม่ แต่คงเป็นกลัวหวายจะลงหลังมากกว่าที่ร้องเสียงหลงออกมา ก่อนจะได้ยินเสียงสบถจากผู้ที่ยืนทำพิธีเบื้องหน้าดังพร้อมๆ กับเสียงคำรามที่หายไป

“โธ้โว้ย!! พิธีจะเสร็จอยู่แล้ว”

“ท่านอาจารย์”

“ไม่ต้องกังวลไป คืนนี้ข้าจะส่งคนไปทำพิธีอีกรอบ”

“ท่านแน่ใจนะ”

“ข้าเคยทำให้เจ้าผิดหวังเช่นนั่นรึ”

ร่างอวบอั้นที่ไม่มีอาการสะทกสะท้านกับสิ่งที่เกิดขึ้นขยับจากท่านั่งพับเพียบ ลุกขึ้นยืนก่อนจะหันไปส่งสายตาเรียกให้สาวใช้ เธอหันมองใบหน้าที่ปกปิดด้วยผ้าคลุมสีดำสนิท มีรอยบาดแผลเก่าที่แก้มซ้ายซึ่งเจ้าตัวเก็บไว้เป็นสิ่งย้ำเตือนความอัปยศอดสูที่เคยเจอมา

“งั้นข้ากลับก่อน”

“ไวหน่อยหากฝนตกลงมาจริง เจ้าจะเปียก แล้วจะหาเหตุผลแก้ตัวไม่ได้”

การเร่งรีบเดินไม่เหมาะกับผ้านุ่งที่มีหน้าแคบ ลมพัดแรงบ่งบอกให้รู้ว่าขืนชักช้าอาจจะไม่ทันฝนที่กำลังทำท่าจะกระหน่ำลงมาอย่างแน่นอน สายฟ้าแลบแปลบเป็นระยะพอให้เห็นทางสำหรับการเดินกลับสาวใช้ซึ่งเดินนำหน้าหันมาบอกย้ำให้เธอระวัง

“ระวังหน่อยเพคะ ใกล้จะถึงประตูวังแล้ว”

“รีบหน่อย ขืนถูกฝนเปียกข้าจะหาเหตุอ้างไม่ได้ว่าออกไปไหน”

“เพคะ ใกล้แล้วอีกเพียงไม่กี่ก้าวจะถึงทางลัดแล้วเพคะ”

ประตูหลังที่ถูกละเลยไม่ใส่ใจมานานแสนนาน เป็นทางลัดที่ทั้งสองใช้เดินเข้าออกเป็นประจำ คราวนี้ก็เช่นกันมันยังคงเป็นที่ซึ่งไม่มีผู้ใดสนใจอยากจะเข้าใกล้ เพราะความที่มีประวัติที่น่ากลัว การเล่าขานต่อต่อกันมาว่า เห็นวิญญาณวนเวียนยามค่ำคืนเป็นประจำ แม้ทั้งสองจะเคยได้ยินเรื่องเล่าขานมาบ้างแต่มันเป็นช่องทางที่ปลอดภัยที่สุดที่จะออกไป เพื่อพบใครบางคนที่กลางป่า

“เจ้าไปเตรียมน้ำให้ข้า ข้าจะไปอาบน้ำ แล้วไปเข้าเฝ้าเสด็จพี่อย่างเคย ส่วนเจ้าไปบอกมันให้เตรียมต้อนรับคนของอาจารย์คืนนี้”

“เพคะ”

เสียงเอ็ดอึงดังขึ้นจากส่วนของฝ่ายในที่กำลังจัดเตรียมอาหารและการประดิษฐ์ประดอยดอกไม้ สำหรับไว้ใช้ต้อนรับพระราชอาคันตุกะ และบรรดาแขกเหรื่อที่จะเดินทางมาร่วมในพระราชพิธีคัดสรรพระคู่หมั้นสำหรับองค์รัชทายาทหลังทรงสำเร็จการศึกษา อันเป็นพิธีสำคัญของอาณาจักรธาษตรี คุณข้าหลวงใหญ่ตำหนักกลางซึ่งดำรงตำแหน่งคุณพระนมขององค์รัชทายาทท่านกำลังดุเหล่าข้าหลวงสาวที่กำลังเพลิดเพลินกับการชื่นชมบรรดาองครักษ์หนุ่ม ซึ่งตามเสด็จองค์รัชทายาทเข้ามาร่วมพิธีจนไม่เป็นอันทำงานต่างพากันสะดุ้ง แม้จะมีใครบางคนกล้าโต้เถียง แต่ก็ไม่มีใครกล้าเงยหน้าขึ้นสบตาเพราะเกรงกิตติศัพท์ความเจ้าระเบียบของท่าน

หนึ่งเดือนก่อนงานพระราชพิธีข้าราชบริพารฝ่ายพิธีการทั้งฝ่ายหญิง และฝ่ายชายกำหนดแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ งานที่ต้องใช้กำลังฝ่ายชายจะเป็นผู้รับหน้าที่จัดการ แต่หากเป็นงานที่ต้องใช้ความประณีตงดงามจะเป็นฝ่ายในเป็นผู้รับผิดชอบ การตระเตรียมงานทุกอย่างแม้จะดูวุ่นวายไปบ้าง เพราะคุณข้าหลวงสาวบางคนที่ยังไม่เคยเข้าร่วมงานพระราชพิธีต่างพากันตื่นตาตื่นใจไปกับความอลังการของการจัดเตรียมสถานที่แถมยังมีบรรดาองครักษ์หนุ่มรุ่นใหม่อีกจึงสร้างความตื่นตาตื่นใจให้ไม่น้อย แต่งานทุกส่วนก็พร้อมที่จะดำเนินให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ของพิธี หากมีข้อผิดพลาดใดเกิดขึ้นในงานพระราชพิธีสำคัญนี้อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่อาจจะเกิดอาเพททำให้ดินฟ้าอากาศผันแปรเปลี่ยนไป การทำมาหากินจะฝืดเคือง พื้นดินจะแห้งแล้ง ผลิตผลจะได้ไม่เต็มที่ ดังนั้นทุกฝ่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้มีเวทจะเข้มงวดกับการคัดสรรธำมรงค์เป็นพิเศษและเป็นความลับมิให้ผู้ใดล่วงรู้ได้

เมื่อถึงเวลายามพลบค่ำของวันก่อนพระราชพิธีความวุ่นวายในการจัดเตรียมงานเริ่มสงบลงเรื่อยๆ ทุกฝ่ายต่างถูกเร่งให้กลับไปพักผ่อนเพื่อวันรุ่งขึ้นจะได้ตื่นขึ้นมาประจำตำแหน่งแต่เช้ามืด มีเพียงเวรยามในแต่ละหน่วยงานเท่านั้นที่ยังคงเดินตรวจดูแลความเรียบร้อยทั้งภายในภายนอกเขตพระราชฐาน ทหารยามสี่นายยืนเฝ้าแต่ละจุดต่างทำหน้าที่อย่างขมีขมันเมื่อนายกองเดินผ่านต่างพร้อมใจกันทำความเคารพ

“เหตุการณ์ปกติดี”

“สถานการณ์เรียบร้อยขอรับ”

“ดี พรุ่งนี้จะเป็นวันพระราชพิธีแข็งขันกันหน่อย”

“ขอรับท่าน” เสียงตอบกลับอย่างชัดถ้อยชัดคำไล่หลังนายทหารผู้ตรวจการ

ยามดึกสงัดทุกอย่างเงียบเสียงบรรยากาศที่มีเพียงแสงไฟสลัวจากคบเพลิง เงาตะคุ่มกลุ่มใหญ่แอบอยู่บริเวณโคนต้นไม้ข้างริมคูน้ำขอบรั้วพระราชวัง นัยน์ตาฉายแววความจงเกลียดจงชังของคนตัวสูงใหญ่ภายใต้ผ้าคลุมสีดำที่ปิดใบหน้าจนมิดเหลือไว้เพียงดวงตา

“หัวหน้า ถึงเวลานัดไว้แล้ว”  เสียงกระซิบของใครบางคนในกลุ่มเอ่ยขึ้นให้ได้ยินกันเฉพาะบริเวณนั่น

“ลงมือได้” ผู้ที่ได้ชื่อว่าหัวหน้าชี้มือส่งสัญญาณไปยังลูกน้องที่เหลือที่อยู่ทางด้านหลังให้กลุ่มคนเหล่านั้นเริ่มทำงานเพียงไม่นานควันสีขาวจางๆ พ่นออกจากลำไม้ และด้วยแรงลมที่พัดเข้าหาประตูพระราชวัง ทำให้กลุ่มควันสีขาวดังกล่าวลอยลิ่วไปปะทะเข้ากับใบหน้าของทหารยามสี่นายเพียงครู่เดียวทุกร่างต่างพากันล้มฟุบลงแล้วหลับใหลไม่รับรู้เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นอีก เมื่อเห็นปลอดผู้คนและทางสะดวกแล้ว ผู้เป็นนายส่งสัญญาณให้ทุกคนต่างทยอยกันย่องผ่านประตูทางเข้าทีละคนอย่างระมัดระวัง

“มาแล้วรึ”

“ฮือ...พาข้าไปยังสถานที่ที่เจ้าจัดเตรียมไว้”

“ตามข้ามา” ผู้มาเชิญกลุ่มเงาตะคุ่มดำที่ลักลอบเข้าพระราชวังสวมใส่เสื้อผ้าสีดำทั้งชุด พยายามเร่งเดินแต่ก็ติดว่าขาข้างหนึ่งของเขาเมื่อย้ำลงบนพื้นดินมันเหมือนจะไม่สามารถรองรับน้ำหนักของเจ้าของที่รูปร่างอ้วนท้วมได้จึงทำให้เขาเดินกะเผลกไปด้านหนึ่ง

“สถานที่นี้ลับตาคน และอยู่ใกล้ธำมรงค์นั่นมากที่สุด” ชายร่างท้วมเอ่ยขึ้นหลังจากพาทุกคนเดินเข้ามาภายในกระท่อมแล้ว

กระท่อมหลังเล็กทุกด้านถูกปิดด้วยฟางหญ้าแห้งอย่างหนาแน่นหลายชั้น มีเพียงช่องทางประตูด้านเดียวที่จะสามารถผ่านเข้าออก ภายในมีโต๊ะบูชาที่ตระเตรียมสิ่งของไว้เพียบพร้อมตรงกลางมีอ่างที่เติมน้ำเต็มเปี่ยม ร่างสูงใหญ่ที่ทุกคนเรียกขานว่า ‘หัวหน้า’ เดินไปนั่งขัดสมาธิหน้าอ่างน้ำ จากนั้นจึงหลับตาลงหยุดนิ่งการกระทำทุกอย่างชั่วครู่ก่อนที่จะเริ่มขยับปากขมุบขมิบท่องมนตรา การทำพิธีในห้องแคบกินระยะเวลาเนิ่นนานจนเกือบค่อนแจ้ง ใบหน้าของผู้กำลังทำพิธีมีน้ำเหงื่อไหลเป็นทาง เจ้าของไม่สนใจที่จะเช็ดมันปล่อยให้ไหลย้อยลงไปจนสุดปลายคาง และแล้วเสียงผู้คนภายนอกก็เริ่มเอะอะตีเคาะไม้ส่งสัญญาณให้ว่าถึงเวลาที่ทุกคนจะตื่นขึ้น โดยเฉพาะผู้มีหน้าที่จัดเตรียมอาหาร และพิธีการ

“เจ้าเสร็จรึยัง พวกเราต้องรีบกลับกันแล้วมิเช่นนั้นจะมีคนมาเห็นเข้า”

“อีกเพียงไม่กี่บท ข้าก็จะทำสำเร็จแล้ว แต่ก็เอาเถอะอย่างน้อยงานพิธีในวันนี้ องค์รัชทายาทจะไม่ได้คู่ครองตามที่ตั้งใจไว้ ฮึ...ฮึ...ฮึ”
หลังจากคำพูดเหล่านั้นจบลง ชายร่างท้วมผู้นำทางเดินขากะเผลกไปที่ประตูเป็นคนแรก เขาแง้มมันออกเล็กน้อยก่อนที่จะสอดใบหน้าของตนเองออกมาดูลาดเลา ส่วนกลุ่มคนลึกลับภายในกำลังทำลายข้าวของที่ใช้ทำพิธีขณะที่เสียงเคาะสัญญาณภายนอกดัง พร้อมกับราดของเหลวบางอย่างลงไป เมื่อเห็นว่าปลอดผู้คนจึงส่งสัญญาณให้คนที่อยู่ภายในพากันทยอยออกไปตามเส้นทางเดิมที่เข้ามา ก่อนจะผละจากไปเขาถอนเสื้อผ้าที่ใช้อำพรางตัวยามค่ำคืนเหวี่ยงมันเข้าไปในกระท่อมแคบๆ ก่อนจะจุดไฟเผากระท่อมให้ไหม้เป็นจุณ ด้วยเป็นจุดที่ห่างไกลพอสมควรจึงมิมีผู้ใดสนใจแสงไฟที่ลุกไหม้

ตำหนักศตรัศมิ์ที่ประทับขององค์รัชทายาทหนุ่มอันร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ปกคลุม คุณพระนมกาน้าผู้บริบาลองค์รัชทายาทมาจนเป็นหนุ่มน้อยวรวงค์สูงใหญ่สมชายชาตรีกำลังสาละวนกับการสั่งการพวกคุณข้าหลวงสาวให้จัดเตรียมฉลองพระองค์ ก่อนอัญเชิญให้เสด็จมาประทับคุณพระนมจะไล่แม่พวกข้าหลวงสาวออกไปด้วยรู้พระทัยว่า องค์ชายของตนไม่โปรดให้สตรีรุ่นมาวุ่นวาย ทุกครั้งยามแต่งองค์ทรงเครื่องเพื่อออกพระราชพิธีต่างๆ จะเหลือแต่เพียงคุณพระนมและองครักษ์คนสนิทเท่านั้น ฉลองพระองค์ที่จะสวมใส่เข้าร่วมพระราชพิธีสำคัญเป็นชุดเครื่องแบบทหารของอาณาจักรสีขาวประดับด้วยเครื่องบอกพระยศแบบเต็มยศ

เครื่องแบบทหารจะมีหลากหลายรูปแบบแล้วแต่พิธีการที่ใช้ หากเป็นกึ่งทางการจะเป็นสีฟ้าเข้ม คอปกตั้งแขนสั้นกางเกงยาวคลุมถึงข้อเท้า หากเป็นแบบทางการจะเป็นสีขาวคอปกตั้งมีตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์ที่อกทั้งสองด้าน เชื่อมโยงด้วยเชือกสีทองมัดเป็นเกลียวหากเป็นองค์รัชทายาทจะมีเชือกสามเส้น องค์ราชาห้าเส้น และพระโอรสที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งเพียงหนึ่งเส้นบ่งบอกฐานะและยศศักดิ์ แต่หากเป็นข้าราชบริพารเชือกจะเป็นสีแดงมัดเป็นเกลียวขนาดเล็กกว่า ผู้มีตำแหน่งสูงสุดจะมีทั้งสิ้นสามเส้นและลดหลั่นกันไปตามตำแหน่งหน้าที่ ทรงประทับนิ่งปล่อยให้คุณพระนมแต่งองค์โดยไม่ปริโอษฐ์บ่น ทรงรับรู้หากดื้อดึงกับคุณพระนมจะไม่เป็นผลดีเป็นแน่ และเข้าพระทัยว่าเป็นพระราชพิธีสำคัญจัดขึ้นเพื่อพระองค์ แม้จะไม่ทรงโปรดการออกงานที่ต้องพบปะผู้คนสักเท่าใด

“องค์ชายของหม่อมฉันทรงพระสิริโฉมสง่างามไม่มีใครเหมือน”

“......” คุณพระนมเพียงแลเห็นรอยแย้มสรวลเล็กน้อยส่งให้อย่างเคยเท่านั้น

ท้องพระโรงอันกว้างใหญ่ถูกจัดเตรียมเป็นสถานที่ต้อนรับพระธิดาเจ้าหัวเมืองต่างๆ  แต่ละพระองค์พระพักตร์ผุดผ่องนวลละออพระปรางค์แดงระเรื่อด้วยเลือดฝาดสมวัยเพียงสิบสามเศษเท่านั้น แม้จะอยู่ในวัยซุกซนหากทุกพระองค์ทรงถูกอบรมเกี่ยวกับพระราชพิธีสำคัญ ซึ่งนับว่าพิธีเลือกคู่ครองเป็นราชพิธีที่ปฎิบัติสืบต่อกันมาตั้งแต่โบราณกาลของอาณาจักรธาษตรีที่ยิ่งใหญ่ และเป็นเพียงอาณาจักรเดียวที่มีประเพณีเช่นนี้ หากเมื่อใดองค์รัชทายาทมีชันษาครบบริบูรณ์ ทุกแว่นแคว้นจะได้รับพระราชสาส์นอัญเชิญพระธิดาที่มีพระชันษาเหมาะสมมาเข้าพิธี จึงทำให้แว่นแคว้นต่างๆ เมื่อประสูติพระธิดาที่มีชันษาไล่เลี่ยกับองค์รัชทายาทจะอบรมให้ถึงพร้อมซึ่งพระจริยวัตรอันงดงาม ที่ประทับของแต่ละองค์จะมีคุณข้าหลวงสาวคอยปรนนิบัติซึ่งส่วนใหญ่จะคอยเติมพระพักตร์ไม่ให้หมอง กับคอยหยิบคันฉ่องมาให้เจ้านายของตนทอดพระเนตรความงาม อีกฟากฝั่งเป็นที่ประทับของเหล่าบรรดาองค์ชายจากต่างเมืองแม้จะเป็นการเลือกคู่ของอาณาจักรยิ่งใหญ่อย่างธาษตรี แต่องค์ชายของแว่นแคว้นอื่นก็จะถือโอกาสพระราชพิธีนี้เมี่ยงมองหาคู่หมายเช่นกัน หากแต่ได้เพียงหมายตาเท่านั้นเพราะอย่างไรก็ตามต้องให้พระราชพิธีศักดิ์สิทธิ์ผ่านพ้นไปก่อน จึงจะสามารถแสดงตนว่าโปรดองค์หญิงองค์ใดได้ และยิ่งไปกว่านั่นในยามค่ำคืนทางพระราชวังจะมีการจัดเลี้ยงใหญ่โตพร้อมจัดให้มีการเต้นรำขององค์รัชทายาทและพระคู่หมั้น จึงเป็นโอกาสพิเศษที่องค์ชายต่างเมืองจะสามารถขอเต้นรำกับองค์หญิงที่ทรงหมายปองได้อย่างไม่ผิดธรรมเนียม

“องค์ราชา องค์รานี เสด็จแล้ว”

คำร้องบอกจากเจ้าหน้าที่พระราชวังดังขึ้นพร้อมกับเสียงเครื่องดนตรีดังเป็นสัญญาณให้ราชอาคันตุกะทุกพระองค์รับทราบ องค์ประธานในพิธีทั้งสองพระองค์เสด็จพระราชดำเนินมาพร้อมด้วยพระชายาทั้งสอง พระโอรสพระธิดา และพระบรมวงศานุวงศ์ตามเสด็จด้วย เมื่อเสียงดนตรีเงียบลงบานทวารไม้อันใหญ่ที่สลักลวดลายวิจิตรตระการตาเปิดออก องค์ราชาทรงชุดเครื่องแบบทหารสีขาวเต็มยศงามสง่า พระพักตร์ทรงไว้ซึ่งความหล่อเหล่าถึงแม้จะมีพระชนมายุล่วงเลยมาได้ห้าสิบชันษาแล้วก็ตาม ทรงแย้มพระโอษฐ์ให้กับบรรดาราชอาคันตุกะที่มาในงานก่อนที่จะเสด็จพระราชดำเนินผ่านไปยังพระที่ประทับที่ตั้งเด่นสุดปลายทาง องค์รานีทรงฉลองพระองค์ด้วยชุดราตรียาวประดับลวดลายบนพื้นผ้าแพรพริ้วด้วยอัญมณีสีฟ้าใสทรงเสด็จตามพร้อมแย้มพระโอษฐ์เช่นกัน จากนั้นขบวนของพระชายาพระโอรสทั้งสามพระองค์และองค์หญิงองค์น้อยก็ตามเสด็จและทรงทำตามเฉกเช่นประมุขของอาณาจักร ยกเว้นองค์รัชทายาทพระองค์เดียวที่ทรงวางพักตร์เฉยถึงกระนั้นก็สง่างาม แม้ไม่ทรงแย้มพระโอษฐ์ทักทาย บรรดาองค์หญิงจากต่างเมืองต่างพากันชำเลืองเนตรมามองพร้อมแย้มพระโอษฐ์อย่างเอียงอายส่งมาถวายให้ วงพักตร์ละม้ายคล้ายพระมารดาดวงพระเนตรสีน้ำตาลเข้ม พระนาสิกโด่งเป็นสัน พระโอษฐ์สีเข้มหนาถอดแบบพิมพ์มาจากพระบิดา รัชทายาทหนุ่มเพียงปรายพระเนตรไปยังบริเวณที่ประทับฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นที่จัดเตรียมไว้สำหรับพระสหาย ก่อนจะทรงเสด็จดำเนินต่อไปยังที่ประทับข้างพระมารดา

“ขอประทานอนุญาตเริ่มพระราชพิธีพะยะค่ะ” ราชเลขานุการชั้นผู้ใหญ่ก้าวมาเบื้องหน้าก่อนจะทำความเคารพและขอพระราชทานอนุญาตเริ่มพระราชพิธี องค์ประธานเพียงยกพระหัตถ์โบกเป็นสัญญาณ

เสียงบทสวดต่างพรั่งพรูจากกลุ่มคณะนักบวชที่นั่งด้านปรัมพิธีอย่างยาวนาน เมื่อทุกอย่างเงียบลงตัวแทนผู้มีเวทรุ่นเยาว์ในชุดสีน้ำเงินอัญเชิญพระธำมรงค์เงินสองวงมาถวายแด่องค์ชายพระเชษฐภาดาทั้งสอง ที่ประทับอยู่เบื้องซ้ายองค์ประธานพร้อมพระชายาซึ่งเป็นพระมารดา ทุกองค์รับพระธำมรงค์แล้วดำเนินไปยังอ่างน้ำมนต์บริเวณกลางปรัมพิธี หยิบธำมรงค์ขึ้นหลับพระเนตรชั่วครู่ก่อนจะหย่อนลงไป เสียงฮึมฮำเบาๆ ดังมาจากบริเวณที่ประทับของพระราชอาคันตุกะ องค์หญิงทุกพระองค์ที่มาร่วมพิธีทรงประทับสงบนิ่งคุณข้าหลวงข้างกายเหมือนจะหยุดหายใจลุ้นรอผลการเสี่ยงทายว่าผลจะเป็นเช่นไหร่

อ่างน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์เริ่มเดือดปุดๆ ควันสีขาวลอยขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความเข้มข้นของมันมีมากขึ้น แล้วจึงค่อยจางลงจนหมดไป สักพักธำมรงค์ที่องค์ชายแต่ละองค์หย่อนลงไปเริ่มลอยสูงขึ้น... สูงขึ้น... สูงขึ้น ... ก่อนจะหยุดนิ่ง... และ เริ่มหมุนวนรอบอ่างน้ำมนต์สามรอบ ก่อนจะลอยมุ่งตรงไปยังบริเวณที่ประทับขององค์หญิงต่างเมือง ธำมรงค์หมุนวนไปมาอย่างรวดเร็วอยู่พักหนึ่ง จากนั้นธำมรงค์เสี่ยงทายได้ลอยต่ำลง...ต่ำลง...และหยุดนิ่ง...เหมือนกำลังตัดสินใจว่า ควรจะไปอยู่ที่นิ้วขององค์หญิงพระองค์ใด
ณ เวลานั้นไม่มีเสียงใดแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ และแล้วธำมรงค์ก็ทำหน้าที่ของมันต่างลอยไปสวมพระกนิษฐาขององค์หญิงตามที่อำนาจแห่งฟ้าลิขิตและความศักดิ์สิทธิ์ของธำมรงค์ซึ่งผ่านการปลุกเสกจากป่าเวทอย่างเสร็จสมบูรณ์ เสียงประโคมดนตรีบอกพิธีการขององค์ชายพระเชรษฐภาดาเสร็จสิ้นบรรเลงขึ้นให้ทุกท่านในที่นั่นรับรู้
องค์หญิงผู้ถูกเลือกมีปฎิกิริยาขึ้นทันทีพระปรางค์ใสสองข้างแดงก่ำด้วยความเขินอาย เสด็จดำเนินอย่างเชื่องช้าไปยืนเคียงข้างองค์ชายผู้เสี่ยงทายโดยการชักนำของธำมรงค์ ทั้งสี่พระองค์ทรงพระดำเนินมายังเบื้องพระพักตร์องค์ประธาน มหาดเล็กอัญเชิญมงกุฎเล็กไปถวายให้กับองค์ชายทั้งสองเพื่อสวมให้กับพระคู่หมั้น พระปรางค์ของทั้งสองฝ่ายทาทาบด้วยสีเลือดฝาด องค์หญิงทั้งสองพระองค์ถวายบังคมพระหัตถ์หนาสมชายชาตรีของทั้งสองพระองค์ยื่นมารอรับพระหัตถ์ของพระคู่หมั้น ก่อนจะทรงพระดำเนินกลับไปยังที่ประทับอีกด้านที่จัดเตรียมไว้ให้ประทับ

องค์ประธานทรงหันพระพักตร์มาทางโอรสองค์เล็กส่งสายพระเนตรเป็นเชิงบอกให้รับรู้ ถึงคราวที่องค์รัชทายาทจะทรงต้องเข้าพิธีแล้ว รัชทายาทหนุ่มยังทรงพระพักตร์นิ่งเฉยแต่เสด็จไปหยิบธำมรงค์ทองสองวงที่มีอักขระสลักอยู่บนพานหน้าพระที่นั่งของพระบิดาและพระมารดา วงหนึ่งทรงสวมที่พระมัชฌิมาของพระองค์ก่อนทรงดำเนินไปยังอ่างน้ำมนต์ทองคำ มิได้ทรงตั้งอธิษฐานอะไรเฉกเช่นเดียวกับพระเชษฐภาดาทรงหย่อนพระธำมรงค์ทองอีกวงลงไปในอ่างน้ำมนต์ทองคำทันที

ทุกอย่างสงบเงียบไม่เกิดปฎิกิริยาใด ทุกพระองค์และทุกคนในที่นั้นต่างจ้องมองอ่างน้ำมนต์ทองคำอย่างไม่วางตา สักพักธำมรงค์เกิดแสงเจิดจ้าเปล่งออกมาและลอยขึ้นเหนือภาชนะที่บรรจุ

ก่อนจะหยุดนิ่ง...

องค์หญิงที่เหลือทุกพระองค์และคุณข้าหลวงน้อยทั้งหลาย ณ ขณะนั้นต่างได้ยินเพียงเสียงเต้นของหัวใจตนเองที่มีจังหวะเร่งเร้า บางองค์ถึงกับหายใจขัดขึ้นมาทันที  ธำมรงค์ทองคำสลักอักขระศักดิ์สิทธิ์เริ่มลอยตัวสูงขึ้น... สูงขึ้น... พร้อมเปล่งรัศมีสีทองเจิดจ้าออกมาโดยรอบ ก่อนจะลอยออกนอกหน้าต่างไปสู่ภายนอกปราสาท ทำให้เหล่านักเวทผู้ควบคุมพระราชพิธีและเสนาบดีทั้งหลายต่างพากันวิ่งตามไปหยุดมองยังขอบหน้าต่างแต่ละบาน ธำมรงค์ทองคำยังคงเปล่งรัศมีสีทองสุกปลั่งมากขึ้น
แล้วลอยสูงขึ้น... สูงขึ้น…หมุนวนไม่มีทิศทาง และเริ่มไกลออกไปทุกที ผู้มีเวทแกร่งกล้าสี่ห้าท่านรวบรวมสมาธินั่งขัดสมาธิปากเริ่มท่องคาถาเสียงดังขึ้น... ดังขึ้น... นักบวชที่อยู่ในปรัมพิธีเริ่มท่องคาถาสมทบเป็นจังหวะ รัชทายาทหนุ่มมิแสดงอาการตกพระทัย หรือตรัสประการใด เพียงทรงพระดำเนินกลับมายังที่ประทับตามเดิม ไม่นานธำมรงค์ทองคำที่ลอยสูงขึ้นและเริ่มไกลออกไปจนทุกสายตาของผู้เข้าร่วมพิธีมิอาจจะมองเห็นได้ จึงทำให้ทุกท่านที่อยู่ ณ ที่นั้นถอดใจเดินกลับมานั่งยังที่นั่งเดิม มีเสียงพึมพำสอบถามถึงเรื่องราวประการ แต่ก็เป็นเพียงครู่เดียวเมื่อผู้มีเวทท่านหนึ่งซึ่งเป็นหัวหน้าคณะตัวแทนของท่านเจ้าแห่งป่าเวทมั่นใจแล้วว่า ธำมรงค์เสี่ยงทายขององค์รัชทายาทไปยัง ณ ที่แห่งใด จึงรีบกล่าวบังคมทูลให้องค์ราชาทรงทราบ

“พระธำมรงค์เสี่ยงทายขององค์รัชทายาทอินธม ลอยหลุดออกไปจากอาณาจักร และไกลออกไปจากดวงดาวยังไม่รู้ทิศทางที่จะไปพะยะค่ะ”

“เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น แล้วใยผู้คุ้มครองธำมรงค์จึงไม่ขัดขวาง”  องค์รานีทรงร้อนพระทัย จึงตรัสถามเมื่อได้รับคำกราบทูล

“การเลือกคู่ครองขององค์รัชทายาทอาจถูกก่อกวน ผู้คุ้มครองอาจถูกมนตราสะกดทำให้มิอาจทำหน้าที่ของตนเองได้ ข้ากระหม่อมสื่อสารกับผู้คุ้มครองไม่ได้เลย” ตัวแทนจากป่าเวทเอ่ยตอบด้วยสีหน้าครุ่นคิดและเป็นกังวลถึงผู้ที่ส่งมาคุ้มครองธำมรงค์ว่าจะเป็นเช่นไหร่

“ท่านผู้ทรงเวท ข้ารบกวนให้พวกท่านเร่งหาสาเหตุที่แท้จริงโดยเร็ว” องค์ประธานในพิธีทรงมีรับสั่งอย่างสุขุม

“พะยะค่ะ”


รัญชิดา

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 229
    • ดูรายละเอียด
Re: วันที่ 3 ของการตั้งเป้ารีไร้ท์ แหวนแห่งธาษตรี
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: สิงหาคม 07, 2014, 10:57:49 PM »
ว้าวๆๆๆ คืนนี้ นู๋ยังไม่มีอะไรลงเลย ฮ่าๆๆ

พรุ่งนี้ค่อยอ่าน แปะอันนี้ไว้ก่อน ช่วงไฟท่วมนี่อ่านมะทันจริงๆ ฮ่าๆๆ

สู้ๆ ค่ะ

mamae

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 83
    • ดูรายละเอียด
Re: วันที่ 3 ของการตั้งเป้ารีไร้ท์ แหวนแห่งธาษตรี
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: สิงหาคม 08, 2014, 01:42:24 PM »
บัดดี้ห้องเรานี้ใจดีชะมัดเลย ขอบใจมากจ๊ะที่ตรวจคำผิดให้ด้วย น่ารักมาก เจอครั้งหน้าจะหอมแก้มสักฟอด
แจ้งข่าว วันที่ 4, 5, 6, 7, 8 ของการรีไร้ท์ จะไม่ได้เอามาลงนะคะ เพราะกลับต่างจังหวัด ไม่มีโน้ตบุ๊ค ค่อยเอามาเทรอบเดียววันพุธที่ 13 ส.ค.

rayya gandy

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 28
    • ดูรายละเอียด
Re: วันที่ 3 ของการตั้งเป้ารีไร้ท์ แหวนแห่งธาษตรี
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2014, 11:16:06 PM »
แอบเข้ามาอ่าน

รัญชิดา

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 229
    • ดูรายละเอียด
Re: วันที่ 3 ของการตั้งเป้ารีไร้ท์ แหวนแห่งธาษตรี
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2014, 01:46:29 AM »
ก็อกๆๆๆ เดินตามน้องข้างบน
มาอ่าน
และมาทวงค่ะ ฮ่าๆๆ


อยากบรรยายได้อย่างพี่มะแมมั่งง่ะ วิธีเลือกคู่เมืองนี้ระทึกบีบหัวใจดีจริงๆ
ให้แหวนเลือกคน เล่นลอยหายไปแล้ว เด็จพี่อินธมก็แห้วสิคะ แง้
แล้วเด็จพี่จะทำไง รอพี่มะแมมาเฉลย

บทนี้เจอผิดแค่สองที่ค่ะ

อาเพท----อาเพศ
ถอนเสื้อผ้า----ถอด

รออยู่นะคะ จะหายนานเกินไปแว้ว แรลลี่ก็จะมา ทำไมตารางอีเวนท์ของพวกเรามันช่างแน่นอย่างนี้ โอ้วววววววว

rayya gandy

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 28
    • ดูรายละเอียด
Re: วันที่ 3 ของการตั้งเป้ารีไร้ท์ แหวนแห่งธาษตรี
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: สิงหาคม 28, 2014, 10:27:09 PM »
ช่วยด้วยค่า เรญ่าเข้ากระดานฟ้าไม่ได้ จะเข้าไปลงทะเบียนแรลลี่