ผู้เขียน หัวข้อ: มายาสวรรค์ ตอนที่ ๑.๐  (อ่าน 296 ครั้ง)

มายาสวรรค์

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 92
    • ดูรายละเอียด
มายาสวรรค์ ตอนที่ ๑.๐
« เมื่อ: กันยายน 03, 2014, 08:04:05 PM »
ในวันที่ฝนพรำ ใครหลายคนนั่งจับเจ่าอยู่แต่ในบ้าน ฝนนำมาซึ่งความชุ่มชื้น แต่บางทีก็ทำให้ความขยันหายไป ชายหนุ่มนั่งชันเข่าอยู่ชานเรือนของตนเองอย่างเกียจคร้าน มองฝ่าม่านน้ำสีเงินยวงที่หล่นลงมาจากฟ้า มีคนบางคนเคยบอกว่าบนฟ้ามีความลับ และทุกๆ สรรพสิ่งล้วนกำเนิดมาจากผืนดิน แต่ถูกกำหนดให้ขีดเส้นเดินโดยเบื้องบนสวรรค์ แต่สิ่งใดกันเล่าที่กำหนดทางเดินให้สวรรค์อีกทอดหนึ่ง และนั่นแหละคือหนึ่งในความลับ

ละอองฝอยของฝนปลิวมาตามแรงลมปะทะหน้าเขา อากาศเริ่มเย็นเฉียบ ฝนที่พรั่งพรูไม่ลืมหูลืมตาแบบนี้ทำให้เขาไม่อยากออกไปไหน ผืนนาเพิ่งผ่านการเก็บเกี่ยวมาสามเดือนแล้ว และสามเดือนที่ว่างเว้นจากการทำนา เกิดได้แต่เข้าป่า ชีวิตของเขาอยู่ระหว่างป่ากับบ้าน บางครั้งก็สามวัน บ้างก็เจ็ดวันถึงจะออกจากป่ามาสักครั้ง และทุกครั้งจะต้องมีสมุนไพรหายากติดมือมาด้วยเสมอ

ชีวิตที่อยู่อย่างพอเพียง ไม่ต้องแข่งขัน ฟาดฟัน แก่งแย่งชิงดีกับใคร ช่างเต็มไปด้วยความสุขยิ่งนัก เกิดถอนหายใจพรู ทำไมเขาเพิ่งคิดได้ ถ้าเกิดตระหนักถึงเรื่องนี้ได้เร็วกว่านี้สักหน่อย วันนี้เขาคงไม่ต้องนั่งฟังเสียงฝนอยู่คนเดียวแบบนี้ กายคงไม่ต้องหนาวสะท้านเพียงลำพัง

เสียงฝนบวกกับความว้าเหว่ คงไม่ทำให้จิตใจของเขาอ้างว้างและเดียวดายได้ถึงเพียงนี้ และคนที่เขารักมากที่สุด ก็คงไม่ต้องมาจากไป

ถ้าเขาไม่ดึงดันจะรับราชการอยู่ในกรุงศรี ถ้าเขาไม่อยากทุ่มเทความรู้ความสามารถของตัวเองเพื่อทำงานให้กับบ้านเมืองรับใช้ถวายชีวิตแด่พ่ออยู่หัว ถ้าในราชสำนักไม่เต็มไปด้วยความริษยาหวาดระแวงและชิงดีชิงเด่น เขาก็คงไม่ต้องเสียเธอไป

แผ่นดินนี้ไม่ได้สวยงาม โลกใบนี้ไม่ได้งดงาม

เขาอ่อนต่อโลกเกินไป

ถ้าเขาฉลาดมากกว่านี้ เขาคงไม่ต้องเสียมะขามไป เธอคือสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต เขารู้อยู่เต็มอกแต่ก็ยังปล่อยให้เรื่องเลวร้ายนั้นเกิดขึ้นกับเธอ

เกิดถอนหายใจแรง เอนกายลงนอน สาโทในใหใบเขื่องพร่องลงเกือบครึ่ง เหล้าที่ส่งมาจากทางเหนือรสชาติดีเหลือเกิน อากาศเย็นๆ ฝนพรำและความร้อนวูบวาบที่เกิดขึ้นยามกระดกเหล้าลงคอ

สวรรค์ไม่มีจริง แต่บนโลกใบนี่ก็ไม่ได้เลวร้ายนัก

เสียงฝีเท้าม้าแว่วมาแต่ไกล แถบนี้ไม่มีบ้านใครนอกจากเรือนหลังใหญ่ของเขาหลังนี้ คงจะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาเยือนเป็นแน่ เกิดไม่รอช้า วางไหเหล้าอย่างบรรจงแล้วคว้าดาบคู่ที่ขัดอยู่บนฝาเรือนมาแนบไว้ในมือ ไหล่ขวาพิงอยู่กับริมบันได ฝีเท้าม้าหยุดหน้าบ้าน เสียงตะโกนของผู้มาเยือนดังขึ้นหลังจากเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง

“คุณหลวงขอรับ”

เขายังเงียบ เหตุใดผู้มาเยือนเรียกเขาว่าคุณหลวง หรืออาจจะมีใครสักคนในละแวกนี้รู้จักตำแหน่งเดิมของเขา? แต่ไม่หรอก ตลอดช่วงเวลาที่อยู่ที่นี่ เกิดไม่เคยแสดงตัวตนให้ใครที่นี่รู้ว่าเขาคือใครและมาจากไหน คนที่เรียกเขาว่าคุณหลวงจะต้องมาจากกรุงศรีเป็นแน่ ชายหนุ่มค่อยๆ ชำเลืองมอง เห็นชายวัยฉกรรจ์มีหนวดยาวสวมเสื้อผ้าเหมือนผู้ลากมากดีในเมืองกรุงยืนตากฝนอยู่เคียงม้าตรงร่มมะม่วงหน้าบ้านเขา

“คุณหลวงขอรับ” ชายผู้นั้นเริ่มตะโกนเรียกอีกครั้ง “คุณหลวงขอรับ”  “คุณหลวงขอรับ”

มันจะเรียกอะไรนักหนาวะ เขาคิดในใจ พลางค่อยๆ ย่อตัววางดาบลงกับพื้น คนที่มาแหกปากตะโกนเรียกเฉกเช่นนี้คงไม่ใช่ผู้ปองร้ายแต่อย่างใด เพราะหากเป็นเช่นนั้นแล้วไซร้คงบุ่มบ่ามเข้ามาหมายเอาชีวิตเขาแล้ว คงไม่รีรอตากฝนอยู่หน้าบ้านเป็นแน่ คิดได้ดังนั้นเกิดก็ปรากฏตัวขึ้นให้ผู้มาเยือนเห็น

“เจ้าเป็นใคร มีธุระอันใดรึ?”

รอยยิ้มยินดีปรากฏขึ้นบนใบหน้าชายหนวดยาว “คุณหลวง”

เกิดขมวดคิ้ว เขาไม่รู้จักชายผู้นี้ แต่เพียงเห็นแค่ครั้งเดียวผู้มาเยือนก็รู้ว่าเขาเป็นใคร ชักจะอย่างไรเสียแล้ว

“เจ้าคือ?”

“กระผมชื่อจันขอรับ ท่านพระยาไกรสีห์สั่งให้กระผมมาตามคุณหลวงกลับกรุงศรีขอรับ”

“เข้ามาที่เรือนก่อน” เขากวักมือเรียก แต่อาคันตุกะส่ายหน้า

“เรื่องนี้รอช้าไม่ได้ขอรับ เป็นเรื่องด่วนและเรื่องสำคัญ ท่านพระยาสั่งให้กระผมพาคุณหลวงฝ่าฝนกลับกรุงศรีบัดเดี๋ยวนี้เลยขอรับ”

ยังคงตากฝนอยู่ใต้ร่มมะม่วงที่ป้องกันอะไรไม่ได้ตามเดิม ท่าทางจะมีเรื่องด่วนจริงๆ เกิดก้าวลงบันได “เรื่องอันใด?”

เรื่องท่านพระยาจันทบูร ญาติผู้พี่ของคุณหลวงขอรับ”

ใจของเกิดหล่นวูบ “เกิดอะไรขึ้น?”

จันเงียบไปครู่หนึ่ง “ท่านพระยาจันทบูรสิ้นแล้วขอรับ”

เกิดทรุดลงนั่งกับบันได พระยาจันทบูรกับเขาโตมาด้วยกัน ญาติผู้พี่ของเขาเป็นนักรบที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของกรุงศรีอโยธยา ทั้งฉลาด ทั้งแข็งแกร่ง ไม่น่าเชื่อว่าจะจากไปได้เร็วขนาดนี้ แต่เขาก็พอทำใจได้ ชีวิตของนักรบในยามที่บ้านเมืองยังมีภัยคุกคามอยู่เสมอเช่นนี้ ไม่มีอะไรแน่นอนทั้งสิ้น

“อย่าหาว่ากระผมอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะขอรับ แต่คุณหลวงยังมีเวลาเศร้าโศกอีกเยอะ ตอนนี้กระผมอยากให้คุณหลวงรีบไปกับกระผมเดี๋ยวนี้เลยขอรับ”

เขามองหน้าจัน “ทำไมต้องรีบด้วย คนก็ตายไปแล้ว ขอทำใจสักพักได้ไหม?”

จันถอนหายใจ “เกรงว่าจะไม่ได้หรอกขอรับ ท่านพระยาจันทบูรไม่ได้เสียด้วยเหตุอันปกติ เรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนขอรับ”

“ตายในสนามรบ จะไม่ปกติได้ยังไง พระยาจันทบูรไปรั้งเมืองตากไว้เพื่อรับศึกล้านนามิใช่หรือ?”

“หาไม่ขอรับ ท่านพระยาจันทบูรสิ้นในสนามรบขณะไปรั้งเมืองตากก็จริง แต่ไม่ได้ปะทะกับข้าศึกขอรับ”

“หมายความว่ายังไง?”

จันกลืนน้ำลาย ทำหน้ากระอักกระอ่วนพักหนึ่งก่อนจะตอบ “ท่านพระยาจันทบูรกับทหารทั้งหมดที่รั้งเมืองตากอยู่รอศึกล้านนาเข่นฆ่ากันเองในกำแพงเมืองตอนเพลาค่ำเมื่อสี่วันที่แล้วขอรับ”


buddy

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 277
    • ดูรายละเอียด
Re: มายาสวรรค์ ตอนที่ ๑.๐
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กันยายน 04, 2014, 04:00:07 PM »
อ้าว กรรมล่ะสิ ไหงฆ่ากันเองเล่า  ???
รีบมาเฉลย อย่ารอท่านะ คุณหลวงมาด

บีเลิฟ

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 387
    • ดูรายละเอียด
Re: มายาสวรรค์ ตอนที่ ๑.๐
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กันยายน 07, 2014, 12:11:40 PM »
จัน ดารา หรือเปล่าอ่ะ

lung_tom

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 360
    • ดูรายละเอียด
Re: มายาสวรรค์ ตอนที่ ๑.๐
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กันยายน 24, 2014, 06:46:27 PM »
HOOK อันเบ้อเร่อเลย! ;D