ผู้เขียน หัวข้อ: มายาสวรรค์ ๑.๕  (อ่าน 290 ครั้ง)

มายาสวรรค์

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 92
    • ดูรายละเอียด
มายาสวรรค์ ๑.๕
« เมื่อ: กันยายน 08, 2014, 03:40:59 PM »
ม้าฝีเท้าจัดวิ่งฝ่าสายฝนออกจากเรือนของเกิดมาได้พักใหญ่แล้ว เขาไม่เคยพบม้าลักษณะดีแบบนี้มาก่อน กล้ามเนื้อแน่นขนัด ขนกายสีแดงแผงคอสีขาว ข้อเท้าสีขาวและพวงหางสีทอง หรือว่าเจ้าจันคนนี้อาจไม่ใช่คนรับใช้ที่แค่ทำหน้าที่มาเพียงรับเขาอย่างเดียวเป็นแน่ ศักดิ์มันต้องสูงกว่านั้น หาไม่แล้วลำพังคนระดับนี้จะมีม้าลักษณะดีถึงเพียงนี้ได้อย่างไร ขนาดคนตำแหน่งหลวงอย่างเขายังไม่มีปัญญาได้มาเลย

บางทีเจ้าคนนี้อาจจะเป็นคนสนิทของคนใหญ่คนโตในกรุงศรีก็เป็นได้  ในเมื่อบอกว่าพระยาไกรสีห์ส่งมา ถ้าเช่นนั้นเจ้าจันคนนี้คงไม่แคล้วเป็นทหารเอกของพระยาไกรสีห์ผู้มีอิทธิพลล้นเหลือในกรุงศรีเป็นแน่แท้ ดูท่าทีรึก็แข็งขัน ปราดเปรียว

ม้าวิ่งฝ่าสายฝนมาจนถึงเขตหมู่บ้านดงตาล จากนั้นก็เลี้ยวซ้ายเลียบคลองก่อนจะบ่ายหน้าขึ้นทิศเหนือ อีกไม่นานนักคงผ่านบางกอกที่นั่นน่าจะเป็นที่พักหลบฝนทั้งคนทั้งม้าชั่วคราวก่อนจะใช้เพลาอีกครึ่งวันเพื่อเข้าสู่รั้วรอบขอบกำแพงกรุงอโยธายาศรีรามเทพ คงต้องมีพักกันอีกหลายครั้ง ก็ขนาดตัวเขาเองยังแทบจะทนไม่ไหวด้วยร่างกายสะท้านและฟันบนล่างกระทบกันมาตลอดทาง ไหนเลยกับม้าที่ออกแรงวิ่งมาสามชั่วโมงมิหนำซ้ำยังบรรทุกคนมาถึงสอง

แต่จู่ๆ ม้าก็หยุด เกิดเกาะบ่าจันแน่นเมื่อเจ้าม้าขนสีแดงยกขาหน้าทั้งสองขึ้นส่งเสียงร้องกังวาน สารถีใช้มือซ้ายตบแผงคอมันแรงๆ เพื่อปลอบให้หยุดตระหนก สาเหตุมาจากกลุ่มคนบนหลังม้าที่ยืนเป็นแผงขวางทางอยู่เบื้องหน้า
คนพวกนั้นแต่งกายด้วยชุดทหารกรุงศรี!

“มีเหตุอันใดขวางทางพวกเรา พวกท่านขอทางให้เราสองคนซึ่งกำลังมีเรื่องเร่งด่วนผ่านไปได้หรือไม่?” จันตะโกนออกไป

ชายฉกรรจ์รูปงามที่อยู่ตรงกลางชักม้าขยับออกมาเบื้องหน้าสองสามก้าว สีหน้าเยือกเย็นนั้นแสยะยิ้ม “เกรงว่าจะมิได้ขอรับ พวกเรารับคำสั่งจากท่านสมุหพระกลาโหมให้มานำตัวหลวงราชเสน่หาเข้ากรุงศรีโดยด่วน”

จันชำเลืองมองมาหาเขา ก่อนจะตอบกลับไป “หามิได้ ข้าได้รับคำสั่งจากท่านพระยาไกรสีห์ผู้ให้มารับคุณหลวงเช่นกัน”

ทหารหนุ่มยิ้ม “ท่านเองก็น่าจะรู้ดีนะ ว่า ณ เพลานี้เป็นยามศึกสงคราม เพราะฉะนั้นคำสั่งของท่านอัครมหาเสนาบดีย่อมเด็ดขาดเหนือขุนนางผู้ใด”

คราวนี้จันเงียบไป

“หรือว่า ท่านกับท่านพระยาไกรสีห์คิดจะละเมิดคำสั่งของท่านสมุหพระกลาโหม?”

จันมีท่าทีลังเล เขาควบคุมม้าให้นิ่งและกระชับต้นขาเหมือนจะเตรียมพร้อมให้ออกวิ่งต่อ เหมือนทหารกลุ่มนั้นจะสังเกตท่าทางได้จึงพากันโอบล้อมเข้ามาทันที เกิดกระชับดาบในมือที่ถือมาด้วยมั่น แน่ใจได้เลยว่าครานี้ไม่พ้นประดาบกันแน่แท้

“จะว่าไปแล้ว อันที่จริงท่านพระยาไกรสีห์กับท่านสมุหพระกลาโหมเป็นสหายกัน จึงไม่น่าจะเป็นไปได้อย่างยิ่งที่จะมาขัดแย้งกันเรื่องเช่นนี้ เรื่องนี้ข้าชักสงสัยขึ้นมาเสียแล้วว่า อันที่จริงแล้ว ท่านที่อยู่ตรงหน้าข้าตอนนี้หาได้เป็นคนของท่านพระยาไกรสีห์ไม่”

ม้าของจันหมุนบ่ายหน้าจนได้ครึ่งวงกลม เขากระตุกบังเหียนพาม้าฝ่าออกไป ทหารที่รายล้อมอยู่กรูกันเข้ามา เกิดการตะลุมบอนขึ้นระหว่างทหารกรุงศรีฝ่ายที่รับคำสั่งจากสมุหพระกลาโหมกับนายจัน คนสนิทของพระยาไกรสีห์เพียงผู้เดียว
เกิดเห็นท่าไม่ดี เขากระโดดลงจากหลังม้า หลบหลีกคมดาบอย่างแคล่วคล่องก่อนจะกระโจนลงคลองไป พยายามว่ายน้ำข้ามฝั่งไปให้ทันก่อนที่จะมีใครสักคนง้างธนูเข้าใส่

เขาเหลือบมองเห็นจันควบม้าฝ่าวงล้อมได้สำเร็จ มีทหารไม่กี่คนควบม้าไล่ตามไปแต่ก็คงยากเพราะม้าดีเช่นนั้นจันคงไม่ปล่อยให้ตัวเองโดนจับไปง่ายๆ แน่ ส่วนทหารที่เหลือพากันอ้อมคลองเป็นสองด้าน จากนั้นก็โอบล้อมตัวเขาซึ่งกำลังเปียกปอนไว้

ทหารหนุ่มผู้เป็นหัวหน้าหัวเราะลั่น เคลื่อนม้ามาใกล้เขาจนลมหายใจของเจ้าสัตว์ฝีเท้าจัดอันเป็นพาหนะกระทบใบหน้าเข้า “ฮ่ะๆ นี่น่ะหรือ หลวงราชเสน่หายอดนักไขคดีอันดับหนึ่งแห่งแผ่นดินกรุงศรี เพลานี้เสมือนลูกสุนัขตกน้ำยิ่งนัก”

“เกินไปแล้วนะเจ้าหนุ่ม เจ้าเป็นใครกัน?” เกิดตวาดด้วยความโมโห

“ข้าคือขุนอินทราเทพ”

“อ้อ...แล้วไง มาล้อมข้าไว้แล้วก็หัวเราะใส่หน้า มีเหตุธุระแค่นี้ใช่ไหม?” เกิดยืนขึ้นประจันหน้ากับทหารหนุ่มผู้ไร้มรรยาท

“คุณหลวงคงไม่ได้ยินกระมัง ที่ข้าเพิ่งบอกไป ข้ามารับตัวคุณหลวงตามคำสั่งของท่านสมุหพระกลาโหม”

“ได้ยิน แต่ข้ามีนัดกับท่านพระยาไกรสีห์แล้ว”

ขุนอินทรเทพกวาดสายตาไปรอบๆ ที่นี่มีแต่ท้องทุ่ง คลอง ท้องฟ้า แล้วก็สายฝน “เสียแรงที่เป็นจอมสืบอันดับหนึ่งแห่งอโยธยาศรีรามเทพ เพียงแค่นี้ท่านก็มองไม่ออกเลยหรือ ว่าคนที่มารับท่านไม่ใช่คนของท่านพระยาไกรสีห์”

เกิดอึ้งไป ม้าที่จันขี่เป็นม้าฝีเท้าจัดที่มาจากเปอร์เซีย และมีไม่กี่ตัวที่เพิ่งนำมามอบให้ขุนนางชั้นสูงในกรุงศรีอโยธยา และสำหรับม้าที่มีขนกายสีแดงแผงคอสีขาว ข้อเท้าสีขาวและพวงหางสีทองมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ครอบครองมันอยู่ ณ ตอนนี้

พระยายุทธิษฐิร เจ้าเมืองเชลียงผู้เอาใจไปขึ้นต่อเชียงใหม่!!!

“ไอ้จันนั่นเป็นพวกล้านนา?”

ขุนอินทรเทพแสยะยิ้ม “มิผิดดอกคุณหลวง”


บีเลิฟ

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 387
    • ดูรายละเอียด
Re: มายาสวรรค์ ๑.๕
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กันยายน 08, 2014, 05:02:11 PM »
แย่แล้ว

buddy

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 277
    • ดูรายละเอียด
Re: มายาสวรรค์ ๑.๕
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กันยายน 09, 2014, 10:26:50 AM »
คุณหลวงเป็นนักสืบนี่เอง เป็นเพื่อนร่วมอาชีพกันนะเนี่ย เชียร์ๆๆๆ  8)

lung_tom

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 372
    • ดูรายละเอียด
Re: มายาสวรรค์ ๑.๕
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กันยายน 24, 2014, 06:55:35 PM »
อา... น่าสนใจมั่กๆค่ะ