ผู้เขียน หัวข้อ: เฮอร์ริเคนหมุนรัก บทที่ 1  (อ่าน 1599 ครั้ง)

นิรีย์

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 56
  • เขียนทุกวัน จบสักวันแน่ๆ
    • ดูรายละเอียด
เฮอร์ริเคนหมุนรัก บทที่ 1
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2014, 08:51:31 AM »

บทที่ 1


สนามบินนานาชาติลอสแอนเจรีส เปลี่ยนแปลงไปมากจนชลิวรรณถึงกับยืนตะลึงเมื่อผ่านเข้าไปสู่ความมโหฬารล้ำสมัย และความคลาคล่ำของผู้โดยสารชนิดที่เทียบกันไม่ติดเลยกับเมื่อครั้งสุดท้ายที่เธอใช้บริการที่นี่

แต่นั่นเกือบจะเจ็ดปีมาแล้ว

จะไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงได้อย่างไรล่ะ ขนาดสนามบินสุวรรณภูมิของประเทศไทยที่รองรับผู้โดยสารได้สี่สิบกว่าล้านคนแล้วยังต้องขยาย แล้วเมืองแห่งสุดยอดแสงสีของโลกอย่างแอลเอย่อมต้องดึงดูดผู้คนจากหลากหลายเชื้อชาติวัฒนธรรมทั่วโลกให้หลั่งไหลมาที่มหานครแห่งนี้ เหมือนฝูงผึ้งที่อดใจไม่อยู่เมื่อได้กลิ่นน้ำหวานจากดอกไม้หอมเย้ายวน ถ้าชลิวรรณจำไม่ผิดจำนวนผู้โดยสารที่มาใช้บริการในปีที่ผ่านมาน่าจะทะลุหกสิบล้านคนแล้ว

ชลิวรรณถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายที่ต้องมานั่งแกร่วรอคอยคนมารับท่ามกลางผู้คนขวักไขว่ที่มักจะมองเธอจนเหลียวหลังโดยเฉพาะผู้ชายที่เดินทางคนเดียว หรือคนข้างตัวเผลอ
เมื่อเจ็ดปีที่แล้วเธอยังไม่เป็นที่สนใจมากขนาดนี้ คงเพราะสมัยนั้นเธอเป็นสาวน้อยเรียบร้อยเพิ่งจบปริญญาตรี มุ่งมั่นมาเรียนต่อโดยไม่คิดวอกแวกไปกับเรื่องใดทั้งสิ้น ดังนั้นเสื้อผ้า หน้า ผม ของเธอในยุคนั้นจึงมักเป็นแบบเรียบๆ ไม่ฉูดฉาดบาดใจเหมือนยุคนี้ที่ต้องทำตัวให้สวยสดเสมอเพราะมันช่วยให้การติดต่อเรื่องงานง่ายขึ้นอย่างมากเชียวแหละ ถ้าโชคร้ายไปเจอพวกหน้าหม้อเข้า

แต่วันนี้เธอไม่ได้ตั้งใจแต่งตัวเลยสักนิด ชุดเดินทางที่สวมเป็นสูทกางเกงธรรมดาสีทึมปิดมิดชิด หน้าก็เพียงตบแป้งรองพื้นสองสามทีเพราะแม้นจะชอบแต่งหน้าเพียงใด การต้องอยู่บนเครื่องบินกว่ายี่สิบชั่วโมงเธอขออยู่แบบหน้าหน้าสะอาดไร้เครื่องสำอางดีกว่า

“สวัสดีครับ ผมชื่อไมเคิล เรามาเที่ยวบินเดียวกัน จำได้ไหมครับ”  มีเสียงทักด้วยภาษาอังกฤษจากเด็กหนุ่มผมสีบลอนด์ทองที่นั่งอยู่ข้างๆ

ชลิวรรณหันไปมองนิดหนึ่ง ทำไมจะจำไม่ได้ล่ะ ก็หนุ่มน้อยหุ่นนักเตะอเมริกันฟุตบอลคนนี้ที่แม้นจะนั่งชิดหน้าต่างอยู่อีกฝากของแถวที่เธอนั่งแต่ยังขยันส่งสายตาหวานเชื่อมข้ามผู้โดยสารเกือบสิบคนมาให้เธอไม่ลดละตลอดการเดินทาง

“สวัสดีค่ะ ต้องขอโทษด้วยจำไม่ได้ค่ะ” เธอตอบอย่างไร้เยื่อใยด้วยภาษาเดียวกัน

“โอ้! ผมเสียใจจัง อุตส่าห์เสียมารยาทจ้องคุณขนาดนั้น ยังทำให้คุณสนใจไม่ได้”

พ่อหนุ่มน้อยกล้ามโตท่าทางจะช่างตื้อไม่เบา ต้องหาทางสลัดให้หลุดโดยเร็ว “รู้สึกเสียใจก็ดีแล้ว ลาก่อนค่ะ”

“อย่าใจร้ายนักซิครับ ผมอยากเป็นเพื่อนกับคุณจริงๆ ผมเป็นคนที่นี่ คุณคงเป็นคนไทย”

ไม่แปลกหรอกที่เขาจะเดาได้ว่าเธอเป็นคนชาติไหนเพราะคงเห็นเธอขึ้นเครื่องจากกรุงเทพฯ

“ค่ะฉันเป็นคนไทย” ดวงตาซื่อๆ ของไมเคิลทำให้เธออดอ่อนใจไม่ได้ แต่ไม่ได้ใจอ่อนหรอกนะ

“ช่างบังเอิญจริงๆ ผมเองเพิ่งกลับมาจากเที่ยวเมืองไทยเป็นครั้งแรก ผมไปภูเก็ตมาด้วยนะ ชอบมากเลยครับ ผมหลงเสน่ห์ที่นั่นเลยแหละ”

“ขอบคุณค่ะ ฉันเองก็ชอบเมืองของคุณ” และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยในอนาคตเธอเลยยิ้มให้พ่อหนุ่มไมเคิลหวานขึ้นอีกหน่อย

“คุณเคยมาแอลเอหรือครับ”

ลูกตาสีฟ้าสวยของไมเคิลเป็นประกายสดใสขึ้นมาทันที ชลิวรรณเลยรีบหุบยิ้ม

“ค่ะ ฉันเคยมาเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว มาแวะเยี่ยมญาติก่อนจะไปเรียนปริญญาโทต่อที่รัฐอื่น”

เอาล่ะเธอได้บอกให้หนุ่มน้อยรู้แล้วว่ากำลังเกี้ยวสาวที่อายุอาจจะห่างกันถึงสิบปีอยู่ ไม่อยากเข้าข้างตัวเองหรอกนะแต่เธอดูเด็กมากเวลาไม่แต่งหน้า

“เยี่ยมไปเลย ผมชอบคุยกับผู้หญิงที่อายุมากกว่าครับ ยิ่งมีความรู้มากๆ ยิ่งดีใหญ่เลย มีทั้งความเป็นผู้ใหญ่และความฉลาด”

ให้ตายซิ! วิธีนี้มันเคยใช้ได้ผลนี่แล้วทำไมเที่ยวนี้พ่อหนุ่มน้อยไมเคิลไม่ยอมหยุด ชลิวรรณชักหมดความอดทนกับความมุ่งมั่นจีบหญิงของอีกฝ่าย เธอไม่อยากมีเด็กหนุ่มมาตามต้อยๆ ในเวลาแบบนี้

“และมีสามีแล้ว”

เฮ้ย! เธอแค่คิดว่าจะพูดแบบนั้น แต่ใครมารู้ใจพูดแทนเธอ ชลิวรรณหันขวับไปดูหน้าคนพูดที่อยู่ด้านหลัง แล้วก็รีบหันกลับมามองหน้าไมเคิลเหมือนเดิม

“ฉันยังโสดค่ะ”

ทั้งเสียงและรอยยิ้มของเธอหวานจนหนุ่มน้อยเคลิ้มได้ และคงยังเคลิ้มต่อไปถ้าคนที่ชอบสอดเรื่องคนอื่นไม่ทำลายมนต์คลังนั้นด้วยประโยคเหี้ยมเกรียมต่อมา

“ไอ้หนู...นายคงไม่อยากมีปัญหากับฉันใช่ไหม”

มีไปเลยไมเคิล เธอหนุ่มกว่าอันธพาลคนนี้ตั้งเยอะ ชลิวรรณแอบเชียร์อยู่ในใจเมื่อเห็นขนาดรูปร่างที่พอฟัดพอเหวี่ยงของผู้ชายทั้งสอง

“แล้วนายเป็นใคร”

หนุ่มน้อยไมเคิลแสดงความอาจหาญด้วยการลุกขึ้นเข้ามายืนขวางกลางระหว่างเธอกับอันธพาล มันต้องอย่างนี้ซิไมเคิล เสียงดังข่มไว้

“ชลิวรรณ บอกไอ้หนูนี่ทีซิว่าฉันเป็นใคร”

“คุณชื่อชลิวรรณหรือครับ ผู้ชายคนนี้รู้จักคุณ” ไมเคิลหันมาถามเธอทันทีด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก

เธอจำใจพยักหน้า  ชักสงสารหนุ่มน้อย

“เขาเป็นใครครับ”

“เขาเป็น...คนสารเลวคนหนึ่ง”

ชลิวรรณสะใจเหลือเกินที่เห็นอาการหน้าถอดสีของนายอันธพาล คงนึกไม่ถึงว่าเธอจะกล้าตอบโต้ ชลิวรรณคนนี้ไม่ใช่ชลิวรรณคนเดิมเหมือนเมื่อเจ็ดปีก่อนที่ขี้ขลาด หวาดกลัวไปหมดอีกต่อไปแล้ว

“พูดได้ดีชลิวรรณ นั่นเป็นคำที่เหมาะกับฉันที่สุด”

“ยังมีอีกหลายคำที่เหมาะกับความชั่วร้ายของคุณ มิสเตอร์แอนดรูว์ ศิริพชร”

“เอาไว้บอกทีหลังนะที่รัก ตอนนี้ฉันขอต้อนรับเธอก่อน มิสซิสชลิวรรณ ศิริพชร”

โดยไม่ทันตั้งตัว แอนดรูร์ผลักไมเคิลที่ยืนตะลึงออกไปแล้วคว้าตัวชลิววรรณเข้ามากอดอย่างอุกอาจ

“ไปซะไอ้หนู นายคงไม่อยากเห็นฉากฉันรับขวัญเมียที่ไม่ได้พบกันมาเจ็ดปีหรอก”

คำสั่งวางอำนาจของแอนดรูว์ใช้ได้ผลในคราวนี้ เด็กหนุ่มเดินก้มหน้างุดจากไปทันที และทำให้ชลิวรรณเริ่มรู้ตัว แต่เธอไม่ได้ดิ้นรนหนีหรอกนะ
เพราะรู้ว่า...มันจะไม่มีผลอะไรเกิดขึ้นเลยเมื่ออยู่ในอ้อมกอดราวปราการเหล็กของ ‘คนสารเลวคนนี้’

“คุณนี่หน้าด้านจริงๆ”

เธอเปลี่ยนมาเป็นพูดภาษาไทยด้วยเสียงราบเรียบเย็นชา ด้วยความสูงแค่อกเขา เธอเลยต้องแหงนหน้าขึ้นเกือบตั้งฉากและถลึงตาใส่อย่างไม่เกรงกลัว วิธีเผชิญหน้ากันอย่างนี้ต่างหากที่ได้ผลกับคนๆ นี้

แอนดรูว์ก้มมองชลิวรรณนิ่งอย่างประหลาดใจ ต่อมาไหล่กว้างของเขาก็เริ่มกระเพื่อม แล้วตามด้วยเสียงหัวเราะดังลั่นรดหัวเธอ

“ปากจัดไม่เบานะหนูเล็ก ถ้าเป็นเมื่อก่อนป่านนี้คงร้องไห้ลั่นสนามบินแล้วรอให้ฉัน...จูบปลอบ”

เขาเปลี่ยนมาพูดภาษาไทยสำเนียงไทยชัดเจนเช่นเดียวกับเธอ แต่ต่างน้ำเสียงจนเกือบสุดขั้วเพราะมันเต็มไปด้วยความรู้สึกร้อนแรงจนหลากล้น สาดซัดเข้าใส่ใจชลิวรรณจนถึงขั้นเกือบสะเทือน

“นั่นมันเมื่อก่อน ตอนนี้เลิกแสดงบทสามีขี้หึง แล้วปล่อยฉันได้แล้ว” ชลิวรรณบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเดิม แม้นใจจะกวัดแกว่งไปบ้างกับการแนบชิดกับเขาอีกครั้ง

“ยังไม่ได้รับขวัญเลยจะปล่อยได้ยังไง” มีจุดเล็กๆ กำลังเต้นระริกอยู่ในดวงตาสีน้ำตาลเข้มของแอนดรูร์

“ฉันก็จะร้องให้ลั่นสนามบินน่ะซิ แต่ไม่ใช่ร้องไห้นะ ฉันจะร้องเรียกตำรวจ”

“ก็ร้องซิ ทำให้ฉันโดนจับ โครงการเฮอร์ริเคนงี่เงาของเธอกับพี่ชายจะได้จบเห่”

เขารู้ว่าเธอจะไม่ทำแบบนั้น คนสารเลวชั่วร้ายคนนี้คิดว่ารู้จุดอ่อนเธอเสมอ

“อย่ามาขู่  ไม่ได้มีคุณคนเดียวที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องพายุ ฉันมีปัญญาหาคนใหม่ และตอนนี้ฉันควรหาคนใหม่ดีกว่า ฉันไล่คุณออกจากโครงการนี้ ออกไปให้พ้นหน้าฉันได้แล้วคุณแอนดรูว์”

ครั้งนี้แอนดรูว์หัวเราะจริงๆ หัวเราะทั้งตัว หัวเราะจนต้องปล่อยตัวเธอให้เป็นอิสระอย่างที่ต้องการ แล้วเอามือไปกุมท้องตัวเองไว้

“ฉันว่าเธอเข้าใจผิดนะหนูน้อย ฉันเป็นเพียงคนๆ เดียวที่ตอบตกลงพาเธอไปทำข่าวเฮอร์ริเคนที่ฝั่งตะวันออก”

“ขืนหัวเราะอีกฉันฆ่าคุณแน่” ชลิวรรณตวาดแว้ด ในที่สุดเธอก็ต้องระเบิดอารมณ์ออกมาเพราะท่าทางยั่วเย้ากวนโมโหของนายยักษ์ใหญ่แอนดรูว์

“หนูเล็กขี้แงเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ” เขาหยุดหัวเราะ แต่ดวงตายังเต้นพราว

“ใช่ ทีนี้ก็ต่างคนต่างไปได้แล้ว ฉันไม่เชื่อว่าจะมีคุณเท่านั้นที่รับงาน ฉันจะหาคนใหม่ได้แน่ๆ ลาก่อนมิสเตอร์ศิริพชร”

ชลิวรรณหันหลังให้เขาทันที แล้วก้มลงไปหยิบกระเป๋าเดินทางใบเล็กที่เธอวางไว้ข้างๆ ที่นั่งก่อนที่จะถูก ‘คนสารเลว’ ถือวิสาสะดึงตัวเธอขึ้นไปกอด จากปรายหางตาเธอเห็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนหนึ่งกำลังเดินเตร่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ไม่ไกล เธอไม่แปลกใจหรอกเพราะเสียงของพวกเขาดังจนเป็นที่น่าตกใจของผู้คนรอบข้างอย่างนั้น

“ฉันเคยสาบานว่าจะให้เธอพูดคำว่า ลาก่อน กับฉันได้เพียงครั้งเดียว”

“เหรอ” เธอหันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง ปากอวบอิ่มแดงเรื่อแย้มยิ้มอย่างมีเลศนัยแล้วรัวคำพูดใส่หน้าเขา “ลาก่อน ลาก่อน ลาก่อน  ลาก่อน”

“มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับคุณผู้หญิง ”

เสียงของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแทรกขึ้นมาทันท่วงทีเมื่อเธอเห็นประกายตาวาวโรจน์ของแอนดรูว์

“และ ลาก่อนแอนดรูว์” เธอกระซิบบอกเขาอีกครั้ง ก่อนหันไปหาเจ้าหน้าที่คนนั้นแล้วพูดด้วยภาษาอังกฤษ “ค่ะ ดิฉันอยากแจ้งจับผู้ชายคนนี้ข้อหาลวนลามทางเพศ”

“ประกาศสงครามใช่ไหม” เขายังคงใช้ภาษาไทยถามเบาๆ แต่เสียงหนักแน่นราวกับหินสักสิบตัน

ชลิวรรณเชิดหน้าขึ้นแทนคำตอบ

“คุณผู้ชายครับ ผมขอเชิญ...”

“ก่อนที่จะเกิดการเข้าใจผิดกัน ผมขอแนะนำตัวก่อนนะครับคุณเจ้าหน้าที่ ผมคือดอกเตอร์แอนดรูว์ ศิริพชรผู้เชี่ยนชาญด้านภัยพิบัติของประเทศ ผู้หญิงคนนี้เป็นภรรยาผม เราแต่งงานกันเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว แล้วเธอก็หนีกลับเมืองไทยไปเฉยๆ ผมให้นักสืบเอกชนตามจนพบ และรู้ว่าเธอจะมาแอลเอวันนี้พร้อมกับ ชู้รัก ผมเลยมาดักพบ อย่างนี้แล้วน่าจะเป็นผมต่างหากที่ควรแจ้งจับผู้หญิงคนนี้ในข้อหาฉ้อโกงนะครับ เพราะเธอหนีไปพร้อมกับของมีค่าที่สุดของผม”

“อ้าว คุณผู้หญิง”

เจ้าหน้าที่คนนั้นมีท่าทางจะไปเข้าข้างอีกฝ่ายหน้าตาเฉย ชลิวรรณโกรธจนรู้สึกว่าเลือดในตัวเดือดผุดๆ และไม่คิดที่จะแสร้งทำเป็นเยือกเย็นอีกต่อไป

“ฉันไม่ได้เป็นภรรยาคุณ แล้วพิธีแต่งงานนั่นมันก็ไม่สมบูรณ์ เพราะเจ้าบ่าวมัวแต่มั่วกับอีตัวจนมาเข้าโบสถ์ไม่ทัน และอีกอย่างนะอย่าเหมาว่าคนอื่นจะส่ำส่อนเหมือนตัวเอง ฉันอาจฟ้องร้องคุณในข้อหาหมิ่นประมาทว่าฉันมีชู้อีกข้อหาก็ได้” เธอรู้ตัวเลยว่าจำคำพูดแรงๆ ในภาษาอังกฤษได้เยอะมากทั้งๆ ที่ไม่ค่อยได้ใช้

ดวงตาของแอนดรูว์เป็นประกายวาบขึ้นมา สีหน้าเย้ยหยันแข็งกระด้างเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลขึ้น “นี่ใช่ไหมเหตุผลจริงๆ ที่เธอหนีไป ทำไมไม่ถามความจริงฉัน”

“ไม่จำเป็นต้องถาม ในเมื่อฉันเห็นมันกับตา”

เขาเงียบไป หัวคิ้วดกดำขมวดมุ่น เธอใช้จังหวะนั้นหันไปพูดกับเจ้าหน้าที่ของสนามบิน

“ดิฉันขอโทษค่ะที่มาทะเลาะกันกลางสนามบินอย่างนี้”

“คุณกับสามีควรจะคุยกันดีๆ นะครับ”

เธอกำลังจะค้านว่าเขาไม่ใช่สามีของเธออีกครั้งพอดีแอนดรูว์รีบพูดแทรกขึ้นมา

“ครับ เราสองคนคงมีเรื่องที่ต้องปรับความเข้าใจกันอีกยาว แต่ตอนนี้พวกเราไปได้แล้วใช่ไหมครับ”

“ครับเชิญ” เจ้าหน้าที่สนามบินยิ้มให้นิดหนึ่ง

ชลิวรรณไม่ต่อต้านเมื่อแอนดรูว์เข้ามาช่วยหิ้วกระเป๋าเดินทางให้ แล้วใช้มืออีกข้างแตะข้อศอกเธอให้เดินไปกับเขา เธอเองก็ไม่อยากให้เรื่องลุกลามใหญ่โต แต่เขามันเป็นปีศาจร้ายที่กระตุ้นให้ด้านมืดของเธอผุดขึ้นมาตลอด

“ฉันจะเรียกแท็กซี่ไปเอง” เธอปัดมือเขาออก เข้าไปแย่งกระเป๋าจะมาถือเองในทันทีที่พ้นจากอาคารผู้โดยสารขาเข้า และพ้นจากสายตาของเจ้าหน้าที่สนามบินนายนั้น

“ไม่มีทาง” เขายึดหูกระเป๋าไว้แน่น ดึงออกให้ห่างมือของเธออย่างง่ายดาย

“ฉันไม่ต้องการคุณ ไม่รู้เรื่องหรือไงคุณแอนดรูว์ เอากระเป๋าฉันมาแล้วต่างคนต่างไป ต่างคนต่างอยู่อย่างที่มันเคยเป็น”

“มันไม่มีวันเป็นอย่างนั้นอีกแล้ว เมื่อเธอกลับมาอเมริกา”

เธออยากสะบัดหน้าหนีไปอีกทิศทางที่ไม่มีรูปร่างสูงใหญ่ภายใต้เสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีดำที่เหน็บชายอยู่ในกางเกงยีนธรรมดา เพราะเมื่อได้สังเกตเขาชัดๆ อย่างตอนนี้ไม่มีอะไรธรรมดาเลยสำหรับคนๆ นี้ ชุดที่แนบตัวทำให้เห็นมัดกล้ามที่เคลื่อนไหวอย่างทรงพลังของเขา ฮอร์โมนเพศชายฟุ้งกระจายไปทั่วตัว มันทำให้เธอหายใจเกือบติดขัด แค่เกือบนะ เวลาเจ็ดปีมากพอที่เธอจะสร้างภูมิคุ้มกันผู้ชายที่คิดว่าตัวเองเร้าใจผู้หญิงอย่างนายแอนดรูว์ แต่ให้ตายซิเขายังดูดีเหมือนเดิม เซ็กซี่ยิ่งกว่าเดิมจนเธอลืมตัวไม่ทำตามที่สมองสั่งให้หันหนี

“ถ้าไม่อยากโดนฉันปล้ำตรงนี้ อย่ามองฉันอย่างนั้น”

ชลิวรรณหน้าแดงซ่าน แต่เธอไม่ยอมให้เขาคิดว่าเธอยังหลงรูปเขาแบบเมื่อก่อน

“อย่าหลงตัวเองหน่อยเลย ฉันแค่มองเห็นว่าหัวคุณเริ่มเถิกแล้วต่างหาก”

“พยายามดีนี่ แต่กลบเกลื่อนไม่มิดนะหนูเล็ก หน้าเธอยังแดงอยู่”

นอกจากไม่โกรธแล้วเขายังยิ้มหวานบาดใจให้เธอ ตั้งใจโปรยเสน่ห์ไม่ยั้ง อารมณ์ที่เหมือนมีเมฆดำหนาทึบบดบังมาเจ็ดปีค่อยๆ จางลงเมื่อได้ยินเหตุผลการจากไปของชลิวรรณในวันนั้นจากปากของเธอ

สิ่งที่เธอเห็นคงเกินรับได้สำหรับเจ้าสาว อายุน้อย อ่อนโลกขี้แงอย่างเธอในตอนนั้น

เขาเตรียมคำอธิบายไว้แล้วเมื่อไปถึงงานแต่งงานของตัวเองช้าไปหนึ่งชั่วโมง

ไม่มีเจ้าสาวของเขาที่นั่น หรือที่ไหนอีกเลยในอเมริกา ชลิวรรณหนีกลับเมืองไทยโดยทิ้งจดหมายถึงเขาว่าถ้าเขาตามเธอไปที่เมืองไทยหรือบอกพี่ชายของเธอเรื่องการแต่งงาน

เธอจะฆ่าตัวตาย

เที่ยวนี้ต้องจบนะ นิรีย์

Tethys

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 114
    • ดูรายละเอียด
Re: เฮอร์ริเคนหมุนรัก บทที่ 1
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2014, 09:14:21 AM »
ตามมาหมุนต่อค่ะ  ;)

กุลภัสสร์

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 44
    • ดูรายละเอียด
Re: เฮอร์ริเคนหมุนรัก บทที่ 1
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2014, 09:20:59 PM »
อ๊ายยย จะทำอะไรอ่ะยัยชลิวรรณ รอติดตามอ่านตอนต่อไปนะคะ (ท่าทางจะเกิดเรื่องเข้าใจผิดขึ้นนะงานนี้...)

บีเลิฟ

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 387
    • ดูรายละเอียด
Re: เฮอร์ริเคนหมุนรัก บทที่ 1
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2014, 12:24:09 AM »
รอติดตามบทต่อไปครับผม

เอพริว

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 19
    • ดูรายละเอียด
Re: เฮอร์ริเคนหมุนรัก บทที่ 1
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2014, 05:03:29 PM »
รอมาตั้งแต่ แรลลี่ไหนนะ ฮ่าๆๆๆ

มาต่อเร็วๆๆ นะพี่ปูจ๋า

มะร่อแร่

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 29
    • ดูรายละเอียด
Re: เฮอร์ริเคนหมุนรัก บทที่ 1
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2014, 10:41:24 PM »
คำเดียวสั้นๆ

"แซ่บ"

 :o :o :o :o

ทาริก

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 63
    • ดูรายละเอียด
Re: เฮอร์ริเคนหมุนรัก บทที่ 1
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2014, 07:38:51 AM »
ก็นะ เรื่องมันซับซ้อน โดยเฉพาะฮอร์โมนเพศชายที่ฟุ้งกระจาย งานเข้าแน่หนูเล็ก ฮ่าๆ

buddy

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 342
    • ดูรายละเอียด
Re: เฮอร์ริเคนหมุนรัก บทที่ 1
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2014, 11:45:04 AM »
ติ้วๆๆๆๆๆๆ หมุนล่วงหน้ามานานแล้วนะคะพี่ปู รอกำลังเสริมช่วยหมุน อิอิ  :-* :-*
ผู้ชายร้ายๆ แบบนี้มันน่า...นัก คริคริ

Narina

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 11
    • ดูรายละเอียด
Re: เฮอร์ริเคนหมุนรัก บทที่ 1
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2014, 08:09:55 PM »
ผู้ชายแบบนี้ล่ะที่อยากหนีให้ไกล แต่ไม่เคยหนีพ้นเลยสักครั้ง เสน่ห์ร้ายเกินห้ามใจค่ะ
ฝันให้ไกลไปให้ถึงดวงจันทร์ หากว่าเราไปไม่ถึงเราก็ยังอยู่ท่ามกลางหมู่ดาว

เหมือนพระจันทร์

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 34
    • ดูรายละเอียด
Re: เฮอร์ริเคนหมุนรัก บทที่ 1
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2014, 12:01:09 PM »
ฮุฮุ...ร้อนแรกงตั้งแต่เปิดเรื่องเลย