ผู้เขียน หัวข้อ: มายาสวรรค์ ตอนที่ ๓.๕  (อ่าน 270 ครั้ง)

มายาสวรรค์

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 92
    • ดูรายละเอียด
มายาสวรรค์ ตอนที่ ๓.๕
« เมื่อ: กันยายน 17, 2014, 09:43:15 PM »
“โอ๊ย!”

เสียงอุทานนั้นหวานใส บอบบางน่าทะนุถนอม

ผู้หญิง!

เกิดพยายามเพ่งมองร่างที่เขาเพิ่งชน เป็นหญิงสาวเอวบางร่างเล็กนั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่กับพื้นใต้ถุนเรือนคหบดีบุญ  ผิวไหล่และแขนขาวผ่องนั้นสะท้อนแสงไต้จากบนเรือนขาวนวลเนียน แม้จะมีผ้าผืนบางคลุมหน้าเหลือเพียงลูกตาสองข้างอยู่แต่เกิดก็พอเดาออกว่าเป็นใคร

เขาย่างสามขุมเข้าหา เอื้อมมือจะกระชากผ้าคลุมออก แต่เจ้าของร่างชิงดึงออกเสียก่อน

“ท่านหญิงจันทร์ฉาย!”

นางถลึงตาใส่เขา “มิใช่ท่านรู้อยู่แล้วดอกหรือ ว่าเป็นข้า?”

“หามิได้ กระผมไม่รู้หรอกขอรับ”

หญิงสาวทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ “ท่านจะไปไหน?”

เกิดแทบจะหัวเราะออกมา “กระผมต้องเป็นคนถามมากกว่าขอรับ ท่านหญิงจะย่องลงไปไหนยามวิกาลเช่นนี้”

“ข้าจะไปไหนได้ ก็มาเดินเล่นน่ะสิ”

เขายิ้ม “เดินเล่นแต่มีผ้าคลุมหน้าน่ะหรือขอรับ? ยุงบ้านท่านบุญคงชุมนัก”

นางหน้าบึ้งตึง “อย่ามายุ่งเรื่องของข้าให้มันมากนัก”

เกิดไม่เอ่ยอะไร  เขาหันหลังเดินหนีนางออกจากใต้ถุนเรือนมุ่งไปยังคอกม้า ปรากฏว่าลูกสาวคนสวยของอัครมหาเสนาบดียังเดินตามมาอีก เขาหันกลับ หยุดเดิน

“ท่านหญิง จะไปไหนกันนี่?”

“ท่านล่ะ จะไปไหน?”

เกิดแหงนมองฟ้าที่ยังมืดมิดอยู่เช่นเดิม “ข้าบอกไม่ได้หรอกขอรับ ท่านหญิงขึ้นเรือนไปนอนเสียเถิด พรุ่งนี้ยังต้องเดินทางอีกไกล ประเดี๋ยวจะเหนื่อยเช่นวันนี้อีก”

หญิงสาวเงียบไป ก่อนจะเอ่ย “หลวงราชเสน่หา ข้ารู้ว่าท่านจะไปไหน ท่านจะหนีไปเมืองตากเพียงลำพังใช่หรือไม่?”

เกิดสะดุ้ง หญิงสาวคนนี้ไม่ใช่คุณหนูเอาแต่ใจเพียงเท่านั้น นางยังสังเกตเขาออกด้วยว่าเขาคิดอะไรอยู่ “ท่านหญิงรู้ได้เยี่ยงไร?”

“ข้าพอจะเดาออก สีหน้าและท่าทางที่ท่านไม่พอใจข้า คงเป็นเพราะข้าเป็นตัวถ่วงการเร่งเดินทางไปไขคดีของท่าน เพียงแค่เดินทางร่วมขบวนไปกับข้าคงใช้เวลาหลายวัน คืนนี้เป็นคืนแรกที่เพิ่งออกจากกรุงศรีท่านก็เลยคิดได้ว่าควรจะต้องเร่งเดินทางไปเพียงลำพัง แต่ขุนอินทรเทพคงมิยอม ท่านเลยมอมเหล้าเขาแล้วคิดหนีไปใช่หรือไม่?”

“ท่านหญิงคิดอย่างนั้นหรือ?”

“ข้ามิได้คิดไปเอง แต่ข้าแอบเห็น”

“ท่านหญิงแอบดูกระผมอยู่กระนั้นหรือ?”

หญิงงามพยักหน้ารับ “ที่ข้าพูดนี้จริงหรือไม่?”

เหนือความคาดหมายยิ่งนัก หญิงงามผู้นี้ “ใช่แล้วขอรับ ท่านหญิง กระผมจะหนีไปเมืองตากเพียงลำพัง เชิญท่านหญิงกลับขึ้นเรือนไปเถิดขอรับ กระผมจะรีบไป”

นางขยับเข้ามาใกล้เขาอีก ใกล้เสียจนเกิดได้กลิ่นกายหอมรัญจวนของหญิงสาวสูงศักดิ์ “ให้ข้าไปด้วยได้หรือไม่?”

“ว่ากระไรนะ!”

“หูหลวงราชเสน่หาคงไม่ค่อยดีนัก ข้าพุดว่า ข้าขอไปกับท่านด้วย”

เขาหันมองซ้ายขวา การสนทนาตรงนี้ชักจะนานเกินไปแล้ว เกิดฉุดแขนหญิงสูงศักดิ์เดินผ่านพุ่มไม้ใหญ่เร้นสายตาคนเข้าสู่เขตคอกม้า เห็นคนเลี้ยงม้าสามคนจุดตะเกียงร่ำน้ำจันทน์อยู่ตรงกระท่อมชายทุ่ง ส่งเสียงเอะอะท่ามกลางราตรีอันมืดดำ กลิ่นกระดังงาโชยแผ่วมาตามสายลม เจือกับกลิ่นกายอันน่ารัญจวนของหญิงสาว พลันนั้นความรู้สึกบางอย่างก็ส่งผ่านอุ้งมือของเกิดที่กุมข้อมือของหญิงสาวเข้าสู่หัวใจ มันรู้สึกวูบวาบจนเขาต้องรีบปล่อยมือทันที

“ท่านหญิงจะไปกับกระผมได้อย่างไรขอรับ ในเมื่อท่านหญิงต้องไปกำแพงเพชร?”

สีหน้างามในความสลัวนั้นหม่นลง บุตรีสาวของอัครมหาเสนาบดีเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่ว

“หลวงราชเสน่หา ท่านรู้จักความรักหรือไม่?”

เดี๋ยวก็เจ้า ประเดี๋ยวก็ท่าน หญิงนางนี้ใช้สรรพนามเรียกใครต่อใครได้ไม่น่าเบื่อเลย “ท่านหญิงขอรับ ท่านคงทราบว่ากระผมเคยมีเมียมาก่อนหน้านี้”

“แล้วเมียท่านที่ชื่อนางมะขามก็จากท่านไปเมื่อสี่ปีก่อน ข้ารู้ดี แล้วท่านรักนางไหม?”

เขาประสานสายตากับนาง “สุดหัวใจเลยขอรับ”

ท่านหญิงจันทร์ฉายพยักหน้า “นั่นสินะ แต่หลวงราชเสน่หา ท่านทราบหรือไม่ว่าการส่งตัวข้าไปกำแพงเพชรครานี้ หาได้มีความรักมาเกี่ยวข้องไม่ ทั้งหมดเป็นเรื่องการเมืองล้วนๆ”

“กระผมเข้าใจขอรับ มันยากที่จะยอมรับว่าเราเกิดมาแล้วไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามที่เราต้องการ กระผมอาจจะไม่รู้จักชีวิตแบบท่านหญิงนัก แต่ก็พอรู้มาว่า ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหญิงหรือบุตรสาวของขุนนางอำมาตย์ใหญ่โต ส่วนใหญ่มีหน้าที่เพียงรับคำสั่งจากผู้นำครอบครัวเท่านั้น”

“ท่านเข้าใจก็ดีแล้ว ถ้าเช่นนั้นท่านก็ให้ข้าไปด้วยเถอะนะ”

เกิดส่ายหน้า “มิได้ดอกขอรับ กระผมไม่อยากต้องอาญาโทษฐานพาเจ้าสาวท่านพระยารามณรงค์สงครามหนี”

“ถึงอย่างไรเสียท่านหนีขบวนส่งตัวข้า ก็มีความผิดอยู่แล้ว”

“แต่มันก็ไม่เหมือนกัน กระผมสามารถโต้แย้งได้ว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องรีบไปรวบรวมหลักฐานและพยานเพื่อไขคดี การที่กระผมต้องเดินทางร่วมขบวนพร้อมท่านหญิงทำให้งานของกระผมล่าช้าได้”

เจอประโยคนี้หญิงงามจึงไม่เถียงต่อ ได้แต่ใช้สายตาเว้าวอนส่งมา เกิดถอนหายใจ

“ท่านหญิงขอรับ การไปเป็นท่านหญิงของพระยารามณรงค์สงครามก็เพื่อซื้อใจให้กำแพงเพชรไม่ทุรยศเพื่อป้องกันพิษณุโลกสองแควกับสุโขทัยไว้ กระนั้นท่านหญิงได้โปรดอย่าลืมข้อนี้สิขอรับ”

“หลวงราชเสน่หา ท่านน่ะเป็นนักไขคดี หาใช่ทหารไม่ เหตุใดท่านถึงทำเป็นรู้ดี”


เสมือนคำปรามาส เกิดรู้สึกว่าหญิงงามนางนี้ช่างต่อปากต่อคำนัก แต่ก็อดทนตั้งใจฟัง “ท่านหญิงเอ่ยเช่นนี้หมายความว่ากระไร กระผมพูดไม่ถูกหรอกรึ การที่ท่านสมุหพระกลาโหมยอมเสียสละยกบุตรีผู้เลอโฉมอย่างท่านหญิงให้กับพระยารามณรงค์ก็เพื่อบ้านเมืองทั้งนั้น กำแพงเพชรยังต้องควรเอาใจอยู่กับกรุงศรีต่อไปเพื่อป้องกันมิให้เชียงใหม่มาตีกระหนาบเหล่าหัวเมืองทางเหนือทั้งปวงได้”

หญิงสาวยิ้มที่มุมปาก ส่ายหน้า “ท่านไปฟังผู้ใดมากัน หลวงราชเสน่หา หาได้เป็นดังเช่นท่านว่าไม่ เรื่องทั้งหมด หากท่านอยากรู้ ข้าจะแถลงไขให้กระจ่างให้ฟัง”

“เรื่องอันใดหรือขอรับ? ที่ท่านหญิงรู้”

“ท่านลองไตร่ตรองดูให้ดีเถิด ท่านคิดว่าพระยารามณรงค์สงครามคิดจะเอาใจออกห่างอโยธยาศรีรามเทพจริงหรือ?”

“ก็ไม่แน่”

“ไม่ใช่ไม่แน่ ไม่มีทางเลยต่างหาก”

“เหตุใดท่านหญิงมั่นใจเช่นนั้น?”

“ลองคิดดูให้ดีๆ หลวงราชเสน่หา กำแพงเพชรกล้าเข้ากับเชียงใหม่เฉกเช่นเดียวกับเมืองเชลียงได้หรือไม่ เมืองเชลียงอยู่ทางเหนือ ห่างไกลพิษณุโลกสองแควและเมืองตากมากนัก มีเพียงสุโขทัยเท่านั้นที่ใกล้ที่สุด หากคิดจะเข้ากับเชียงใหม่ เมืองลี้เมืองโกศัยย่อมเป็นประกันการช่วยเหลือหากกรุงศรีส่งใครสักคนไปปราม แต่กำแพงเพชรจะทำเยี่ยงนั้นได้อย่างไร ในเมื่อเมืองตากขวางทางอยู่เช่นนั้น หากพระยารามณรงค์ทุรยศก็เท่ากับฆ่าตัวตายชัดๆ”

“ทำไมจะเป็นไปมิได้ หากกำแพงเพชรแข็งเมืองจริง ร่วมมือกับเชียงใหม่ตีกระหนาบเมืองตาก เมืองตากคงย่อยยับ”

เสียงหญิงสาวหัวเราะบาดลึกลงไปถึงหัวใจ เหมือนนางกำลังจะเย้ยหยันว่าเขาช่างเขลายิ่งนัก

“กว่าเชียงใหม่จะยกทัพมา พิษณุโลกสองแควก็เร่งมาหักเอาเมืองได้แล้ว ท่านลองไตร่ตรองดูระยะทางก่อนเถิด ว่าเหตุใดควรเป็นไปได้หรือเป็นไปไม่ได้”

จริงของนาง ท่านหญิงจันทร์ฉายผู้สูงศักดิ์คนนี้ต่างจากบุตรีของเหล่าขุนนางทั่วไป ปกติคนอื่นจะเก่งแต่งานในวังและประดิษฐ์ประดอย เหตุใดจึงเชี่ยวชาญเรื่องการทหารเช่นนี้ เขาใคร่รู้เหลือเกิน

“แล้วเหตุใด ท่านสมุหพระกลาโหมถึงส่งท่านหญิงไปกำแพงเพชร ในเมื่อรู้ทั้งรู้ว่าไม่มีประโยชน์อันใด มิหนำซ้ำยังถ่วงเวลาให้กระผมไปถึงเมืองตากช้าลงไปอีก?”


“ท่านอยากรู้หรือ หลวงราชเสน่หา?”

“อยากรู้มากพอๆ กับปริศนาคดีพระยาจันทบูรเลยทีเดียวขอรับ”

นางหรี่ตาใส่เขา “ถ้าอยากรู้ ก็พาข้าไปด้วย แล้วข้าจะบอกให้ หลวงราชเสน่หา”

บีเลิฟ

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 387
    • ดูรายละเอียด
Re: มายาสวรรค์ ตอนที่ ๓.๕
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กันยายน 20, 2014, 01:37:23 PM »
พานางไปด้วยเถอะ นางโฉมงามขนาดนี้แล้ว เจ้าจะกลัวอะไร ถ้าเป็นข้า จะไม่เสียเวลาคิดสักนิดดอก รีบๆ ไปกันเถอะ ก่อนที่คนอื่นเขาจะตื่นมาพบเข้า ชีวิตคนเราจะตายวันนี้พรุ้งนี้ยังไม่รู้เลย รีบๆ เข้าเหอะ อย่ามัวร่ำไร ฮ่าๆ

buddy

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 277
    • ดูรายละเอียด
Re: มายาสวรรค์ ตอนที่ ๓.๕
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กันยายน 23, 2014, 10:45:50 AM »
ท่านหญิงจอมแก่น จะหนีงานแต่งงานทั้งที น่าจะแต่งตัวให้รัดกุมหน่อยนะ โชว์ไหล่โชว์แขนนี่มันหวาดเฉียว ฮาๆๆๆ

lung_tom

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 360
    • ดูรายละเอียด
Re: มายาสวรรค์ ตอนที่ ๓.๕
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กันยายน 24, 2014, 11:21:12 PM »
ขำคุณบี เร่งให้พาหนีลูกเดียว 5555  ;D ;D ;D