แข่งเขียนนวนิยายใน 3 เดือน แรลลี 16 > 8. นรินา และ มูล่าร์

จักพรรดิดวงใจ คำชี้แจง(ไม่เป็นทางการ) และบทนำ (ทางการ)

(1/2) > >>

Narina:
คำชี้แจง (ไม่เป็นทางการ)

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ พี่ ๆ แห่งฟอร์ไรเตอร์ทุกคน เป็นนักเขียนใหม่สำหรับที่นี่ค่ะ
พอดีเคยได้ยินที่นี่มีสนามประลองยุทธิ์จากเพื่อนอีกทีหนึ่ง
ก็เลยลองเปิดเข้ามาดู แล้วก็จังหวะเหมาะที่มีการเปิดรับสมัครการเขียนแรลลี่ เลยใจง่ายสมัครร่วมด้วย

นิยายเรื่อง "จักรพรรดิดวงใจ" เป็นเรื่องที่หนึ่งในซีรีย์ชุด "นิราศรักนครา"  ซึ่งประกอบไปด้วย
"จักรพรรดิดวงใจ" "หฤทัยทิวาวาร"และเรื่องสุดท้าย "เสน่หาดาราวดี"
เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเมืองสมมติ 3 เมือง คือ บุรินทราราช, ปัฐพินทรา ,จุฑามัณฑ์รัฐ
สามเมืองที่ยิ่งใหญ่ในดินแดนไตรภาค

อ่านแล้วคงเหมือนเขียนเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่จริง ๆ ไม่เลยค่ะ นี่คือพล็อตหลัก ๆ ที่คิดเอาไว้ในสมองแค่นั้นเอง  :P

เป็นแค่ความฝันที่สักวันจะต้องสำเร็จค่ะ



บทนำ
บุรินทราราช

แสงแรกแห่งสุริยฉานสาดส่องไปทั่วนครบุรินทราราชในยามเช้า ถนนสายหลักที่ทอดผ่านกลางมหานครคลาคล่ำไปด้วยผู้คน
ไม่ว่าจะเป็นชนชั้นสูงหรือยาจกคนยากไร้ ที่ต่างเดินซื้อข้าวของกันขวักไขว่เต็มไปหมดทั้งสองข้างทาง

อีกทั้งรถม้าที่บรรทุกสินค้าที่มาค้าขายจากต่างเมือง และขบวนกองเกวียนที่นำผู้คนที่อาศัยอยู่นอกเมืองเข้ามายังเมืองหลวงแห่งนี้
ทำให้บุรินทราราชยิ่งใหญ่สมกับเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางของการค้าทางฝั่งตะวันตกของดินแดนไตรภาค

ความสับสนวุ่นวายที่บังเกิดขึ้นในตอนนี้ผู้คนต่างสนใจแต่เรื่องราวของตนเองจนแทบจะไม่มีใครสังเกตเห็นชายหนุ่มร่างกำยำหน้าตาคมคายสวมเสื้อผ้าป่านแขนยาวสีขาวที่ยืนกอดพิงกำแพงท่าทางสบายอารมณ์ดูไม่ต่างไปจากชาวบ้านธรรมดาที่เห็นได้ทั่วๆไป

 “เฮ้ยย ไอ้หนูแกขโมยถุงเงินข้าไปเหรอ เอาคืนมานะ ไม่งั้นแกเจ็บตัวแน่ ๆ”

เสียงดังโหวกเหวกทำให้ผู้คนแถวนั้นต่างเข้าไปรุมล้อมดูเหตุการณ์อย่างสนใจรวมทั้งคนที่ยืนพิงกำแพงซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลนัก
ชายคนที่กำลังส่งเสียงเอะอะโวยวายมือข้างหนึ่งจับคอเสื้อเด็กที่สวมหมวกไหมพรมเก่าเห็นรอยขาดหลายแห่งอยู่
ส่วนอีกมือหนึ่งพยายามจะล้วงเข้าไปตามเนื้อตัวของเด็กอย่างพัลวัน แต่ดูเหมือนจะเป็นไปได้อย่างยากลำบากเพราะเด็กคนนั้นดิ้นรนอย่างสุดชีวิตเหมือนกัน

“ไม่ได้เอาไปสักหน่อย ไหนล่ะถุงเงิน ถ้าเอาไปก็ต้องมีซิ”

เด็กมอมแมมคนนั้นตะโกนตอบพร้อมทั้งดิ้นรนขัดขืนพยายามจะให้หลุดจากการจับของชายคนดังกล่าว การต่อสู้และการโต้เถียงเกิดขึ้น
ซึ่งเป็นเรื่องปกติของที่นี่ ในแต่ละวันจะมีคนโดนขโมยทั้งเงินและสิ่งของจากหัวขโมยในนครบุรินทราราชนี้ 

แม้ว่าเมืองนี้จะเป็นเมืองที่เจริญไปด้วยเศรษฐกิจการค้าเพราะเป็นศูนย์กลางของสินค้าที่จะต้องผ่านไปยังอีกสองเมืองด้านฝั่งตะวันตกคือปัฐพินทรนคร
และเมืองที่ติดทะเลอย่างจุฑามัณฑรัฐ   ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าไม่มีทางบกใดที่จะไปยังสองเมืองนั้นโดยไม่ผ่านบุรินทราราชได้เลย

เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่ทำให้เมืองทั้งสามตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีลักษณะคล้ายแหลมที่ยื่นไปในมหาสมุทร
ดังนั้นนครแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนเมืองหน้าด่านที่สำคัญของอาณาจักรไตรภาคนี้

“บอกว่าไม่ได้เอาไป ไม่ได้ยินหรือไง อย่ามายุ่งกับข้านะ”

เจ้าเด็กคนนั้นยังคงปฏิเสธเสียงแข็งพร้อมทั้งดิ้นรนเตะถีบอย่างหนัก จนชายเจ้าของเงินเงื้อมือกำลังจะซัดไปที่ใบหน้าของเด็ก
แต่ด้วยแรงดิ้นรนทำให้ในที่สุดหมวกที่เด็กสวมอยู่หลุดร่วงลงกับพื้นเผยให้เห็นผมสีน้ำตาลเข้มเป็นลอนยาวเลยต้นคอมาเกือบถึงกลางหลัง
ผู้คนที่อยู่รอบข้างส่งเสียงอืออึงเมื่อเห็นว่าเด็กหน้าตามอมแมมคนนี้เป็นผู้หญิง

“เด็กผู้หญิงเหรอนี่ ฮ่า ๆๆๆ ดีเลย ถ้าเจ้าไม่เอาถุงเงินมาคืน ข้าจะเอาตัวเจ้าไปเป็นคนรับใช้ลูกสาวข้า”

“ข้าไม่ไป ข้าไม่รับใช้ใครทั้งนั้น ได้ยินไหมไอ้แก่หัวล้าน” เด็กสาวตะโกนสวนกลับอย่างไม่ลดละ
คนรอบข้างที่ได้ยินอยู่ต่างหัวเราะชอบใจที่เด็กสาวสู้อย่างไม่ยอมแพ้ ชายคนนั้นโกรธจนหน้าแดงเมื่อโดนเด็กหญิงตะโกนใส่ ทำท่าจะยกมือขึ้นฟาดที่ใบหน้าอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้มือที่ยกขึ้นต้องค้างอยู่อย่างนั้นเพราะมีมือแข็งแรงของชายคนหนึ่งยึดข้อมือข้างนั้นเอาไว้อย่างง่ายดาย

“เจ้าต้องการเงินเท่าไหร่ ข้าขอซื้อเจ้าเด็กคนนี้แล้วกัน ถือว่าข้าชดใช้ให้”

“เจ้าเป็นใคร บังอาจเอามือโสมมมาจับมือของข้า ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้”

ชายที่คิดจะทำร้ายเด็กสาวพยายามจะดึงมือออกมาแต่ก็ไม่สามารถที่จะทำได้ แรงที่กดลงบนข้อมือของเขาทำให้ชายคนนั้นถึงกับต้องโน้มกายลงต่ำเพราะความเจ็บปวด
ซึ่งตอนนี้มือข้างที่จับคอเสื้อของเด็กสาวก็อ่อนแรงลง จนเธอสามารถสะบัดตัวให้หลุดออกมาได้

“ข้าบอกเจ้าแล้วไงว่าต้องการเงินเท่าไหร่”

น้ำเสียงเย็นเยียบที่เปล่งออกมาจากปากชายคนนี้ ทำให้ชายแก่อดไม่ได้ที่จะมองหน้าเจ้าของเสียง แต่แล้วท่าทีของชายแก่ก็เปลี่ยนไปทันทีเมื่อเขามองไปเจอกับแววตาแข็งกร้าวที่กำลังมองมาที่เขาอย่างดุดัน 

“จัดการมันเลยนาย บิดให้ข้อมือมันหักไปเลย สมน้ำหน้ามาหาว่าข้าขโมยเงิน” เด็กสาวยืนหัวเราะชอบใจส่งเสียงเชียร์หลังจากที่หยิบหมวกไหมพรมที่ตกอยู่ที่พื้นขึ้นมาใส่ดังเดิม

“เจ้านั่นล่ะอยู่เงียบ ๆ”

ชายในชุดขาวหันมาดุพร้อมทั้งส่งสายตาแข็งกร้าวมายังเด็กสาว จนเธอต้องรีบสงบปากสงบคำทันที
ชายหนุ่มล้วงเข้าไปในเสื้อคลุมหยิบถุงเงินเล็ก ๆขึ้นมาด้วยมือข้างที่เป็นอิสระก่อนที่จะปล่อยมือที่จับชายคนนั้นออก แล้วโยนถุงเงินไปยังชายแก่คนนั้น

“ข้าให้เจ้าเป็นค่าตัวเจ้าหนูนี่แล้วกัน” ท่าทางชายคนนั้นไม่พอใจเท่าไหร่แต่เมื่อเปิดถุงเงินเห็นเป็นเหรียญทองก็ยิ้มออก

“นี่ข้าไม่อยากทำเด็กผู้หญิงหรอกนะ ถือว่าข้าไม่เอาเรื่องแล้วกัน แต่อย่าให้ข้าเห็นหน้ามันอีกนะ ไม่งั้นข้าแจ้งทางการแน่นอน”

พูดจบชายคนนั้นก็ทำท่าจะเดินไปแต่ก่อนที่จะจากไปก็หันมาทำหน้าถมึงทึงให้เด็กสาวมอมแมม แต่ก็ดูเหมือนว่าเจ้าหล่อนจะไม่กลัวเพราะเธอก็ตอบโต้ด้วยการแลบลิ้นกลับไปทันที 
ชาวเมืองที่มุงดูอยู่เมื่อสักครู่พอเห็นว่าเรื่องจบแล้ว ต่างก็แยกย้ายกันไป โดยไม่ได้สนใจเด็กสาวกับชายร่างกำยำอีก เหมือนเมื่อครู่ไม่เคยเกิดอะไรขึ้น ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของเมืองนี้แล้วที่จะมีเรื่องคล้ายแบบนี้เกิดขึ้นแทบทุกวัน

“เจ้าไปได้แล้ว แต่วันหลังเลิกขโมยถุงเงินชาวบ้านเสีย เจ้าคงไม่โชคดีเหมือนวันนี้หรอกนะ”

“ข้าทำอะไร ท่านก็หาว่าข้าเป็นขโมยด้วยอีกคนเหรอ ถ้าอย่างนั้นมาช่วยข้าไว้ทำไม” เด็กสาวถูจมูกอย่างขัดใจ

“แล้วอะไรล่ะที่เจ้าโยนไว้ในตะกร้าข้างร้านขายผลไม้เมื่อกี้น่ะ”

“ไม่มี ข้าไม่ได้โยนอะไรทิ้งทั้งนั้น ท่านน่ะตาฝาดแล้วกระมัง”

“ดีแล้วที่เจ้าไม่ได้โยนไว้ที่ตะกร้านั่น เพราะเมื่อครู่ข้าเห็นคนมาแบกตะกร้าใบนั้นไปแล้ว”ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ

เด็กสาวหน้าตื่นก่อนจะหันหลังวิ่งกลับไปที่ร้านผลไม้ แล้วก็ต้องโล่งอกเมื่อตะกร้าใบที่ชายชุดเทาอ้างถึงยังคงอยู่ที่เดิม เธอเอามือล้วงลงไปเพื่อคว้านหาสิ่งที่ต้องการ

และก็ยิ้มออกเมื่อดึงถุงเงินผ้าไหมออกมาได้ ก่อนที่จะรีบยัดเข้าไปซ่อนไว้ในกางเกงอย่างรีบร้อนเหมือนกลัวใครจะเห็นเช้า
แต่เมื่อเด็กสาวหันไปมองคนที่ช่วยเหลือ เธอก็ต้องตกใจเพราะชายคนนั้นเดินจากไปเสียแล้ว

“เอรี”

เด็กสาวตั้งท่าจะวิ่งตามชายคนนั้น แต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อเธอดังขึ้น

“มีอะไรเหรอ พีต้า ส่งเสียงเอะอะโวยวายไปได้” เด็กสาวหันไปถามเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกันที่วิ่งกระหืดกระหอบมาส่งข่าวให้เธอ

“พ่อเจ้า เป็นลมล้มที่ไร่ ตอนนี้ยังไม่ฟื้นเลย”

เด็กสาวตกใจกับสิ่งที่เพื่อนบอกใจหนึ่งก็อดที่จะหันไปมองด้านหลังของชายหนุ่มที่กำลังเดินห่างออกไป แต่ในทีสุดสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือพ่อ 
เธอล้วงถุงเงินที่ซ่อนในกางเกงออกมาแล้วโยนให้เพื่อนทันที

“เอาเงินนี่ไป แล้วไปตามหมอไปที่ไร่ให้ได้นะพีต้า เอาเงินในถุงนั่นล่ะ ให้เขาให้หมด ข้าจะกลับไปดูพ่อเอง”

พูดยังไม่ทันจบ เด็กสาวก็ออกวิ่งสุดกำลังไปตามทางที่จะมุ่งไปสู่ไร่ของเธอ.

(มีต่อ)

Narina:
ลงบทนำเอาฤกษ์ก่อนค่ะ ผิดพลาดประการใดผู้เขียนน้อมรับด้วยความยินดี

ป.ล. การจัดหน้าค่อนข้างขลุกขลัก เนื่องด้วยมือใหม่มากค่ะ ใครอ่านไม่สบายตาบอกด้วยนะคะจะได้แก้ไข

กุลภัสสร์:
ชอบมากค่ะ ;D  ชอบเรื่องแนวนี้อ่ะ จะรอติดตามอ่านตอนต่อไปนะคะ
แล้วก็นะ เรื่องการจัดย่อหน้า เราก็จัดได้ไม่ค่อยดีเหมือนกันอ่ะ ไม่สันทัดเท่าไหร่ หากใครมีคำแนะนำให้ก็จะดีมาก TT

บีเลิฟ:
เริ่มต้นมาได้น่าสนใจแล้วครับ รีบมาต่อเร็วๆ นะครับ

Tethys:
โอ้ คุณ นรินามาลงแล้ว  มลาร์อยู่หนายยยยยย


กรี๊ดดดด ชื่อเมืองเท่มากมาย บุรินทร์รรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร อู้ววว เป็นซีรีย์ด้วย ตามๆๆๆๆ

เอ สาวน้อยขี้ขโมยน่าจะเป็นนางเอกนะ ว๊าววว ชายที่มาช่วยก็น่าเป็นพระเอกเนอะ
อิอิ ยังไงก็ต้องเป็นตัวเอกแน่ๆ ล่ะ

ตื่นเต้นๆๆๆ รออ่านต่อนะคะ สู้ๆ ค่ะ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

Go to full version