ผู้เขียน หัวข้อ: มายาสวรรค์ ตอนที่ ๕.๐  (อ่าน 295 ครั้ง)

มายาสวรรค์

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 92
    • ดูรายละเอียด
มายาสวรรค์ ตอนที่ ๕.๐
« เมื่อ: กันยายน 29, 2014, 02:27:45 PM »
แสงจันทร์คืนนี้กระจ่างนัก ลมที่พัดเอื่อยปะทะใบหน้าและกลิ่นไม้ป่าสองข้างทางหอมรัญจวนเข้านาสิกสุดจะดื่มด่ำจนเกิดแทบจะลืมไปเสียแล้วว่า ณ เพลานี้เขากำลังทำอะไรอยู่

ม้าย่างเอื่อยอ่อย แม้เกิดจะควบมันมาตั้งแต่หัวค่ำแล้วแต่เจ้าม้าจอมขยันของเขาก็ไม่มีทีท่าว่าเหนื่อยนัก กระนั้นยามกลางคืนก็ย่อมสู้กลางวันมิได้ ถึงยามกลางวันอากาศจะร้อนกว่าแต่ปกติวิสัยของม้าที่ถูกใช้งานหนักส่วนใหญ่ในเวลากลางวันและพักยาวในเวลาค่ำจนชินนั้นยากที่จะปรับตัวได้ ดังนั้นเกิดจึงถนอมแรงม้าไว้ด้วยการควบอย่างเต็มที่และสลับกับการเดินย่างผ่อนออมกำลังราวกับกำลังขี่ควายชมทุ่งเช่นนี้

อีกอย่าง ม้าหนึ่งตัวบรรทุกคนได้สองคนควบเต็มกำลัง มาไกลได้ขนาดนี้ก็ดีแล้ว จากวิเศษไชยชาญเข้าสู่เขตบ้านระจัน ฃ
บางที ก่อนสว่างไปถึงเมืองปากน้ำโพได้ก็เต็มกลืนแล้ว เมื่อกลางวันที่เขาบอกหญิงสาวว่าจะไปแวะพักที่กำแพงเพชรนั้นเป็นไปไม่ได้เลยสักนิด แต่เขาก็โกหกเพียงแค่อยากจะหยั่งท่าทีของบุตรีสาวแห่งสมุหพระกลาโหมเพียงเท่านั้น เขาอยากรู้ว่านางจะมีปฏิกิริยาเช่นไรหากรู้ว่าต้องผ่านเมืองกำแพงเพชร บางที การที่นางแอบหนีออกมาจากขบวนคุ้มกันของขุนอินทรเทพอาจมีเหตุผลมากกว่านั้น แต่ปริศนานี้มันกว้างและคลุมเครือเกินไป เขามิอาจเดาได้ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นมีสิ่งใดแอบแฝงอยู่มากกว่าแค่การเร้นหายของว่าที่เจ้าสาวของออกญารามณรงค์สงครามหรือไม่

“ไม่ง่วงบ้างหรือคุณหลวง?” เสียงเอื้อนเอ่ยถามนั้นใสกังวานอย่างคนอารมณ์ดี

“กระผมนอนเอาแรงไว้แต่เมื่อกลางวันแล้วขอรับ”

“น่าแปลกนะ ข้านึกว่าคุณหลวงนอนไม่หลับเพราะคำถามจุกจิกกวนใจของข้าเมื่อกลางวันเสียอีก”

มีหน้าหัวเราะอีก ผู้หญิงคนนี้ เกิดลอบถอนใจ

“ที่น่าแปลกมากกว่าก็คือท่านหญิงต่างหากขอรับ ทุกทีเห็นฟุบคาหลังกระผมไปนานแล้ว”

กำปั้นน้อยทุบหลังเขาดังบึ้ก “แหงล่ะ ข้ามันลูกสาวขุนนาง วันๆ เอาแต่เย็บปักถักร้อยวุ่นอยู่กับการเป็นกุลสตรีและงานในวัง ไม่ได้แข็งแกร่งบึกบึนเหมือนหลวงราชเสน่หาผู้เก่งกาจแห่งธรรมาธิกรณ์นี่”

“เรื่องนั้นกระผมไม่รู้หรอกขอรับ ความคิดอันฉลาดปราดเปรื่องที่ต่อรองให้กระผมพาหนีมาที่นี่ คนที่วันๆ เอาแต่เย็บกระทงทอผ้าคิดไม่ออกหรอกขอรับ”

เขามองไม่เห็นข้างหลัง แต่เดาว่านางคงค้อนให้เขาวงใหญ่ “จะปราดเปรื่องเพียงใด ก็ไม่เท่ายอดนักไขคดีอันดับหนึ่งดอก”

เกิดหยุดพักม้า ทั้งคู่นั่งพักบนเถียงนาที่ไม่มีเจ้าของมาพำนักหลังจากที่เกิดหาน้ำให้ม้าแล้ว

“พักแบบนี้เมื่อใดจะถึง?”

“ท่านหญิงคงเร่งวันเร่งคืนให้ถึงกำแพงเพชรเร็วไว บางทีท่านหญิงคงเปลี่ยนใจแล้วกระมังขอรับ”

“อย่ามาปากพล่อย ข้าไม่มีทางเปลี่ยนใจไปเป็นเจ้าสาวของออกญารามณรงค์เด็ดขาด!”

“กระผมหมายถึงท่านหญิงคงจะเปลี่ยนใจมาเป็นเจ้าสาวของกระผมแทนต่างหากขอรับ”

คราวนี้บุตรีของอัครมหาเสนาบดีถึงกับอึ้ง เขาเองก็นิ่งไปนานเช่นกันเมื่อรู้ว่าตัวเองพลาดไปที่เอ่ยวาจาล้อเล่นโดยไม่ทันได้คิด เกิดอยากจะยกมือตบปากตนเองสักฉาดใหญ่ บางทีการพูดจาเรื่อยเปื่อยหาสาระไม่ได้ของเขาก็สร้างผลเสียเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่องจนได้

“เอ่อ...” ท่ามกลางแสงสลัว เขาเห็นใบหน้าหญิงสาวแดงระเรื่อ แต่บางทีเกิดก็ไม่แน่ใจนัก ท่านหญิงจันทร์ฉายอาจจะแค่ตกตะลึงวาจาตลกโปกฮาที่เอ่ยออกมาอย่างไร้สติของเขาก็ได้ หาได้ขวยอายหรือคิดอะไรกับเขาไม่

ชายหนุ่มส่ายหน้า เรียกสติตัวเองกลับคืน แล้วทำไมเขาต้องคิดถึงเรื่องเหล่านี้ด้วย ณ เพลานี้ สิ่งเดียวที่เขาต้องคิดคือทำอย่างไรให้ไปถึงเมืองตากโดยเร็วที่สุด หากบนหลังม้ามีเขาเพียงคนเดียว ป่านนี้เกิดอาจจะควบม้าไปจนถึงเมืองอู่ไทแล้ว และก่อนสว่างคืนนี้เขาคงเข้าเขตกำแพงเพชรก็อาจเป็นได้ แต่เป็นเพราะมีบุตรีสาวแห่งสมุหพระกลาโหม เขาจึงมาได้เพียงแค่นี้

เพราะฉะนั้น หนทางที่ดีที่สุดก็คือเขาต้องสลัดนางออกให้ได้ แต่ถ้ากระทำการเช่นนั้นแล้วสิ่งที่เขารับปากนางไว้จะทำให้เกิดกลายเป็นคนเช่นไรเล่า?

หลวงราชเสน่หา ยอดนักตระบัดสัตย์อันดับหนึ่งแห่งอโยธยาศรีรามเทพ!

แล้วเขาจะทำเช่นไร? การที่เมืองตากก็รีบเร่ง หากชักช้าไปมีแต่รังจะทำให้ความจริงเลือนหายหรือไม่แจ่มแจ้ง แต่ทางนี้ก็มีห่วงคล้องขาเขาไว้ข้างหนึ่งอยู่ เรื่องราวของการต่อรอง การยกบุตรสาวของสมุหพระกลาโหมให้เจ้าเมืองกำแพงเพชรเป็นสิ่งน่าสงสัย นางเองก็บอกเขาว่ากำแพงเพชรไม่มีทางแปรพักตร์เพราะถ้าทำแบบนั้นออกญารามณรงค์สงครามก็เท่ากับฆ่าตัวตาย แต่เหตุใดสมุหพระกลาโหมถึงได้เป็นเดือดเป็นร้อนถึงขนาดยกบุตรีสาวหัวแก้วหัวแหวนหนึ่งในสองคนให้คนระดับเจ้าเมืองชั้นโทเช่นนั้น

เพราะความรับผิดชอบทั้งหมดของหัวเมืองฝ่ายเหนือที่อัครมหาเสนาบดีต้องดูแลแทนพ่ออยู่หัวนั้นเป็นของสมุหนายก หาได้เป็นหน้าที่ของสมุหพระกลาโหมผู้ซึ่งรับราชโองการให้ควบคุมปกครองให้ดูแลหัวเมืองทางใต้ทั้งหมดไม่

เหตุใด สมุหพระกลาโหมถึงออกตัวข้ามหน้าข้ามตาท่านสมุหนายกเช่นนี้ อัครมหาเสนาบดีฝ่ายขวามีเหตุผลกลใดกันแน่
เกิดนึกไปถึงเรื่องราวการแย่งชิงเร่งสร้างความดีความชอบ การใส่ร้ายป้ายสีทางการเมือง เรื่องน่าเบื่อที่เขาสะอิดสะเอียนเหล่านี้เป็นปกติธรรมดาที่ไม่ว่ายุคสมัยใดย่อมเกิดขึ้น

วูบหนึ่งเขานึกถึงคำกล่าวของสองตายายเมื่อเย็นนี้

ภัยร้ายที่ยิ่งใหญ่กว่าล้านนา...บางทีอาจจะเป็นความขัดแย้งในกรุงศรีเองก็เป็นได้ ใช่สิ...ศึกนอกหรือจะหนักหนาเท่าศึกใน

แต่ถ้าหากเรื่องของท่านหญิงจันทร์ฉายเป็นเพราะเหตุผลนั้นเขาก็ไม่ติดใจอะไร เรื่องแบบนี้แก้ไขไม่ได้ แล้วแต่พระเสื้อเมืองทรงเมืองจะบันดาลให้เป็นไป บางทีขุนนางอำมาตย์แก่งแย่งชิงดีกันก็เป็นเรื่องปกติไม่ได้ร้ายแรงอะไร แต่บางสมัยแผ่นดินก็ลุกเป็นไฟได้เหมือนกัน ที่เกิดสนใจในเพลานี้เพียงแต่เพราะความฉลาดของบุตรีของอัครมหาเสนาบดีมากกว่าที่ทำให้เขาไม่ได้คิดอยู่เพียงแค่นั้น หรือว่ามันอาจจะมีอะไรหรืออาจจะไม่มีอะไรเลยก็ได้

เขาส่ายหัว ให้ตายสิ เขาคิดฟุ้งซ่านไปเรื่อยเปื่อยอีกแล้ว

อีกฝ่ายยังจ้องหน้าเขาอยู่ เกิดอยากจะหาทางออกกับความพลาดผิดของวาจาตนเองเมื่อครู่จึงพาหญิงสาวขึ้นม้าแล้วเริ่มออกเดินทางอีกครั้ง พอเวลาผ่านไปสักพักก็ชวนนางคุยต่อโดยพยายามเปลี่ยนเรื่องไปเสีย

“ไหนท่านหญิงบอกว่า ถ้าหากกระผมอยากรู้ว่าเหตุใดท่านสมุหพระกลาโหมบิดาของท่านหญิงจึงส่งตัวท่านให้เป็นเจ้าสาวของเจ้าเมืองกำแพงเพชรให้กระผมพาท่านหญิงหนีมาแล้วจึงจะบอกไงล่ะขอรับ?”

เสียงถอนหายใจหนักๆ ดังมาจากเบื้องหลัง “เหตุใดท่านจึงอยากรู้เรื่องที่ไม่ได้สลักสำคัญอันใดนัก อันที่จริงเรื่องของข้ามันไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีที่ท่านต้องไปแก้ไขที่เมืองตากไม่ใช่หรือ?”

“อย่าได้คิดเช่นนั้นท่านหญิงจันทร์ฉาย ไม่ว่าเรื่องราวใดๆ ที่บังเกิดขึ้นในโลกนี้ล้วนมีเหตุมีผลของมัน และไม่ว่าอย่างไร เรื่องราวหลายๆ เรื่องก็อาจเชื่อมโยงถึงกันไม่มากก็น้อย ถ้าเรามองให้ละเอียดถี่ถ้วน เราก็จะเห็นมันเอง”

“ขอบน้ำใจที่แนะนำ ข้าจะจำไว้”

เกิดหัวเราะ “เหตุใดต้องจำด้วยขอรับ ท่านหญิงไม่ได้จะไปไขคดีที่ไหนสักหน่อย”

“คุณหลวงคงไม่รู้ อันที่จริงข้าเคยใฝ่ฝันอยากเป็นนักไขคดีมาตั้งแต่ยังเล็กแล้ว”

เกิดแทบชะงักฝีเท้าม้า เขาพยายามเอี้ยวหันหลังกลับไปมองหน้าคนพูดแต่ก็ไม่ถนัดนัก เขาอยากจะเห็นสีหน้าของท่านหญิงจันทร์ฉายว่านางพูดเล่นหรือไม่ มีหรือที่นางในวังอย่างบุตรีสาวของอัครมหาเสนาบดีผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดินกรุงศรีอีกคนหนึ่งนั้นจะอยากเป็นอะไรที่...ที่...เอ่อ...นักไขคดี

แบบเขา...เกิดถอนหายใจออกมาอีกเฮือกใหญ่

“ท่านหญิง ท่านง่วงนอนหรือไม่ขอรับ?”

“เปล่านี่ ทำไมรึ?”

“กระผมนึกว่าท่านหญิงกำลังนอนละเมออยู่”

“ท่านว่ากระไร?”

“มีหรือที่หญิงสูงศักดิ์อย่างท่านหญิงผู้เกิดมาเพียบพร้อมทุกอย่างแต่กลับอยากเป็นนักสืบ”

“เหตุใดท่านเอ่ยเช่นนั้น ข้าอยากเป็นนักไขคดีนะ ไม่ได้อยากเป็นทาสโกยขี้ม้า น่าแปลกใจตรงไหน?”

“ในแผ่นดินกรุงศรีมีตำแหน่งการงานหลายอย่างที่หลายคนไขว่คว้าและใฝ่ฝันอยากเป็น ผู้ชายรวมไปถึงหญิงหลายคนฝันอยากเป็นขุนศึกผู้แกล้วกล้าออกรบกับอริราชศัตรูรอบเขตขัณฑ์พัธสีมา หญิงลางคนอยากเป็นนางรำในวังหลวงเพื่อเป็นที่โปรดปรานของใครต่อใคร บ้างก็อยากออกเรือเดินทางไปกับคนของพระคลังเพื่อค้าขายแลกเปลี่ยนบรรณาการกับแผ่นดินต้าชิง แต่ข้าเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรกที่หญิงสาวสวยและสูงศักดิ์อย่างท่านหญิงเอ่ยว่าอยากเป็นนักสืบ อาชีพที่ต้องแสวงหาความจริง และความจริงนั้นก็เป็นต้นเหตุให้ใครก็ตามที่โดนเปิดโปงความผิดมีอันต้องรับโทษและนำมาซึ่งความเกลียดชัง นำมาซึ่งการแก้แค้น และจบลงด้วยความตาย”

เสียงหัวเราะดังมาเบาๆ “ถึงว่า หลวงราชเสน่หาถึงได้มีแต่คนอยากจะเอาชีวิต เป็นเพราะเหตุนี้นี่เอง”

เกิดนิ่วหน้า “ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกท่านหญิง คนที่รักและเป็นมิตรกับกระผมก็พอมีบ้าง”

“ก็คงใช่ แต่เรื่องที่ท่านเคยก่อไว้เมื่อสี่ปีก่อนคงเป็นสิ่งแบ่งแยกและถ่วงน้ำหนักให้ใครต่อใครรู้ว่า ท่านมีแต่คนเกลียดมากกว่ามิตรสินะ”

เกิดเงียบไป เขาเริ่มสังหรณ์ว่านางกำลังวกเข้าหาเรื่องบางอย่างเข้าให้แล้ว

“นี่ หลวงราชเสน่หา ข้าขอถามอะไรท่านสักอย่างสิ”

มาแล้ว...

“อะไรหรือขอรับ?”

“เรื่องสี่ปีที่แล้วที่ท่านพ่อเล่าให้ข้าฟัง ท่านปรักปรำพ่ออยู่หัวว่าทรงสังหารทูตจากมะละกาจริงหรือไม่?”

นั่งไง เขานึกแล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 30, 2014, 02:02:10 PM โดย มายาสวรรค์ »

buddy

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 277
    • ดูรายละเอียด
Re: มายาสวรรค์ ตอนที่ ๕.๐
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กันยายน 30, 2014, 10:21:58 AM »
ท่านหญิงถามได้ตรงใจ คนอ่านก็อยากรู้ รีบไขมาเลยคุณหลวง  8)

มายาสวรรค์

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 92
    • ดูรายละเอียด
Re: มายาสวรรค์ ตอนที่ ๕.๐
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กันยายน 30, 2014, 02:03:16 PM »
ขอเปลี่ยนยศของเจ้าเมืองกำแพงเพชรจาก พระยา  เป็น ออกญา  นะขอรับ

บังเอิญ ข้าน้อย ผิดพลาดไปนิดนึง.....อิอิ

lung_tom

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 360
    • ดูรายละเอียด
Re: มายาสวรรค์ ตอนที่ ๕.๐
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: ตุลาคม 08, 2014, 06:04:43 PM »
นั่นสิ อยากรู้ด้วยคนค่ะ

บีเลิฟ

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 387
    • ดูรายละเอียด
Re: มายาสวรรค์ ตอนที่ ๕.๐
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: ตุลาคม 17, 2014, 11:06:30 AM »
ว้า บทนี้เกิดก็ไม่ได้ดั่งใจอีก อิอิ เราก็คิดแต่จะวกไปแต่เรื่องนั้นอยู่เรื่อยเชียว