ผู้เขียน หัวข้อ: Too Much 6  (อ่าน 600 ครั้ง)

นิรีย์

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 56
  • เขียนทุกวัน จบสักวันแน่ๆ
    • ดูรายละเอียด
Too Much 6
« เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2014, 04:06:36 PM »
บทที่ 6



“ไม่ว่าหรอกค่ะ ฉัน...เออ...พราวรู้ว่าคุณจักรมีเหตุผลที่ดี แต่หลังจากเสร็จเรื่องตรงนี้อย่าลืมอธิบายเหตุผลดีๆ นั่นให้ทั้งพราวและคุณพ่อคุณจักรฟังด้วยนะคะ” จบประโยคด้วยยิ้มที่ฉันคิดว่าหวานที่สุด

ลืมบอกไปค่ะว่าสมัยมัธยมฉันชอบเล่นละครโรงเรียน ฉากแบบนี้ฉันถนัดค่ะ

“ได้ซิจ๊ะ”

แค่ทำเสียงทุ้มๆ อ้อนนิดๆ นายหน้าจืดไม่เหลือคราบผู้ชายแข็งกร้าวคนเดิมเลย นี่แสดงว่า ไม่ใช่ฉันคนเดียวที่เก่งการแสดง

แต่มันออกจะสมจริงเกินไป และคราวนี้เป็นสัญชาติญาณหญิงที่นานๆ ครั้งจะออกมาเต้นโครมครามร้องเตือนว่าฉันจะต้องมีปัญหาขนาดมหึมาตามมาแน่ถ้าตามใจสัญชาติญาณนักสืบทุกเรื่องอย่างนี้

ฉันไม่เชื่อคำเตือน

นายจักรภัทร กับฉัน จะไม่มีทางมีความสัมพันธ์ใดอีกหลังจากผ่านเหตุการณ์จับพลัดจับผลูนี้ไป แต่เขาเป็นหนี้คำอธิบายและมันต้องสมเหตุสมผลด้วย ไม่เช่นนั้นฉันจะถลกหนังเขาแน่

โอ้! อย่าคิดว่าฉันเป็นคนป่าเถื่อนนะคะ

ฉันไม่ได้จะถลกหนังคนจริงหรอกแค่จะจิกเล็บลงบนเนื้อนายหน้าจืดเท่านั้น ถ้าเขายอมรับโทษแต่โดยดี

“ผมขอพาพราวไปพักที่ห้องรับรองก่อน เธอคงเหนื่อยเกินกว่าจะเจอนักข่าวที่กำลังแห่มา ทางนี้ต้องขอรบกวนพวกผู้กอง”

นั่นไง ฉันว่าแล้วว่าผู้ชายกลุ่มนี้ต้องเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ แต่ทำไมคดีนี้มีตำรวจจากที่อื่นมาเกี่ยวพันด้วยล่ะ แล้วยอดนรีรู้เรื่องนี้ไหม มันชักยังไงๆ อยู่นะ และทีชักยังไงๆ อีกอย่างคือนายหน้าจืดที่ทำท่าเหมือนจะเข้ามาประคองฉันเลยทีเดียว จะแสดงแนบเนียนเกินไปแล้ว

“ไม่ต้อง เดินเองได้” ฉันกระซิบเสียงแข็ง แต่นายหน้าจืดคือนายหน้าจืดที่ไม่เคยยอมรับคำปฏิเสธ ฉันเลยถูกกึ่งลากกึ่งประคองออกไปจากลานจอดรถอย่างรวดเร็ว

“ปล่อยได้แล้ว” พอพ้นสายตาของคนอื่น ฉันเริ่มโวยวาย หยุดเดินดื้อๆ เพื่อแกะมือเขาออก แต่ให้ตายซิ คนอะไรมือแข็งอย่างนี้ แกะยังไงก็ไม่หลุด

“อย่าเพิ่งเสียงดัง เข้าไปในห้องรับรองก่อน”

“ฉันไม่ให้คุณจับไปอยู่ที่ไหนอีกแล้ว แค่ครั้งเดียวก็เกือบตาย เอาล่ะบอกมาว่ามันเรื่องอะไรถึงโมเมว่าฉันเป็นคนพิเศษบ้าบอนั่น ถ้าฟังแล้วไม่เข้าหูฉัน คุณเตรียมโดนถลกหนังได้เลย”

เขาเบิ่งตากว้าง ทำอาการเหมือนเห็นตัวประหลาด ต่อจากนั้นทำเสียงหัวเราะขลุกขลักอยู่ในลำคอ

“ฉันไม่ได้พูดตลกนะ”

ต้องใช้เวลาประมาณสิบวินาทีนายหน้าจืดถึงหยุดหัวเราะได้ “คุณเป็นผู้หญิงที่พูดตรงสุดๆ ตั้งแต่ผมพบมา และไม่เคยกลัวอะไรเลยใช่ไหม”

“คุณเองก็ใช่ย่อย”

“ผมว่าคุณชนะผมนิดหน่อย จากวีรกรรมที่สุดทำ ตอนนี้คุณกลายเป็นวีรสตรีของทีม KY ไปแล้ว”

“ฉันไม่อยากเป็นอะไรทั้งนั้นของทีม KY”

“อ้าว! คุณมาเชียร์ อ้า...ผมรู้แล้ว มันเป็นแผนทำตัวกลมกลืน”

“เลิกเฉไปเรื่องอื่นสักทีได้ไหม อธิบายมาเร็ว”

“ตรงนี้คงไม่เหมาะ”

“ถ้าคุณไม่พูดตอนนี้ ตรงนี้ ฉันจะกลับบ้านทันที”

คำขู่ของฉันคงมีผลบ้างเพราะได้ยินเสียงถอนหายใจยืดยาว

“ก็ได้” เขาหยุดคิดเหมือนไตร่ตรองสิ่งที่กำลังจะพูดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ถ้าคุณไม่เปิดเผยตัวแบบนั้น ผมคงไม่บอกว่าคุณเป็นคนพิเศษของผมหรอก มันเป็นเหตุผลที่ดีว่าทำไมคุณไปอยู่ที่รถผมตอนนั้นพอดี คุณคงไม่อยากเล่าเบื้องหลังให้ตำรวจจากหน่วยพิเศษของส่วนกลางฟังหรอก เพราะมันจะลุกลามใหญ่โตและเป็นผลเสียกับเพื่อนคุณ อีกอย่างการเป็นผู้หญิงของผมอาจช่วยชีวิตคุณไว้ได้”

ช่วยชีวิต!

เรื่องนี้คอขาดบาดตายถึงกับมีคนจะฆ่าฉันเลยหรือ

“อย่ามาล้อเล่นนะ แค่เปิดประตูรถกระแทกหน้าคนร้าย มันจะแค้นจนกลับมาฆ่าฉันหรือไง แล้วถ้ามาจริงฉันไม่กลัวมันหรอก ฉันรู้วิธีป้องกันตัวเอง”

“มันไม่ใช่แค่คนร้ายกระจอกคนเดียว แต่เรากำลังเผชิญกับเอเย่นต์ยาเสพติดที่ใหญ่ที่สุด ต่อจากนี้ไปนักข่าวจะรุมคุณ และผมคิดว่าพวกเขามาถึงที่นี่แล้วด้วย จะมีรูปคุณออกสื่อในฐานะฮีโร่หญิงอย่างที่พ่อผมพูด คนจะรู้จักคุณ พวกมันก็จะรู้จักคุณ พราว...คุณไม่ปลอดภัย”

“ฉ...ฉันไม่รู้”

“ไม่มีใครรู้เรื่องนี้หรอกนอกจากผมและทีมตำรวจจากหน่วยพิเศษ”

“เพื่อนฉันล่ะ”

“เพื่อนคุณแค่รู้ว่ามีการส่งยาในหมู่พวกวัยรุ่นเท่านั้น ไม่อย่างนั้นคงไม่ให้คุณมาช่วย”

“แล้วทำไมคุณถึงได้รู้เรื่องนี้ด้วย”

“เพราะผมเป็นเจ้าของทีม KY ที่กำลังถูกสงสัยว่าเป็นเอเย่นต์ยาเสพติดรายนี้นะซิ ผมถึงต้องให้ความร่วมมือและช่วยเหลือตำรวจในทุกทางเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ของผม และคนในทีม”

“คุณบอกฉันทำไมค่ะ ฉันเป็นคนแปลกหน้านะ”

“พราว คุณไม่ใช่คนแปลกหน้าตั้งแต่กระแทกประตูใส่หน้าเจ้าโจรนั่นเพื่อช่วยผมจับมัน คุณกล้ามากๆ คุณมีน้ำใจช่วยเพื่อน หรือแม้แต่คนที่รู้จักไม่ถึงชั่วโมงอย่างผม และผมกำลังต้องการผู้ช่วยที่มีคุณสมบัติอย่างคุณมาช่วยไม่ให้ผมติดคุก”

นี่มันเกินกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะ

เป็นผู้ช่วยนายหน้าจืด

“ไหนคุยว่าคุ้มครองชีวิตฉันได้ แล้วคุ้มครองตัวเองให้พ้นคุกไม่ได้เหรอไง”

“ผมคุ้มครองคุณได้ถ้าไม่อยู่ในคุก เพราะฉะนั้นถ้าคุณยังรักชีวิตอยู่ก็ต้องช่วยไม่ให้ผมไปอยู่ในนั้น”

ตรรกะของเขาทำให้ฉันปวดหัวจี๊ด

“เรื่องนี้...ฉันขอคิดดูก่อน”

“ให้เวลาคิดสิบวินาที”

“บ้า นี่ชีวิตฉันเชียวนะ”

“เดือนละหนึ่งแสนบาท”

“ฉันไม่ใช่คนเห็นแก่เงิน”

“สวัสดิการค่ารักษาพยาบาลทั้งของคุณของพ่อแม่ ไม่จำกัด”

“อย่ามาซื้อกันเลย พ่อแม่ฉันมีประกันสุขภาพ”

“มีรถประจำตำแหน่ง พร้อมค่าน้ำมัน”

“เมืองนี้เล็กนิดเดียว”

“ล่วงหน้าหกเดือน งานเสร็จก่อนไม่ต้องคืน แถมโบนัสพิเศษสิบสองเดือน”

“เพิ่มเงินเดือนเป็นแสนห้า ถอนตัวได้โดยไม่คืนเงินล่วหน้า” ฉันแกล้งโก่งค่าตัวเพื่อลองใจ

“Deal” เขาไม่กระพริบตาด้วยซ้ำตอนตกลง

“ตกลง” จะให้ฉันทำยังไงล่ะคะนอกจากตอบตกลง

“สิบวินาทีพอดี”

นายหน้าจืดยกนาฬิกาขึ้นมาดูแล้วส่งยิ้มล้อเลียนมาให้ ฉันอยากจะพูดอะไรเจ็บๆ ให้หน้านั้นหุบยิ้มลงบ้างก็พอดีกับสายตาเหลือบไปเห็นร่างของคุณจักรกำลังเดินมาทางด้านหลังของนายหน้าจืดอย่างเงียบเชียบ

“งานแรก คุณต้อง”

ไม่มีทางเตือนเขาไม่ให้พูดทัน นอกจาก...

แล้วฉันก็ทำในสิ่งที่บ้าที่สุดคือเข้าไปกอดนายหน้าจืดหมับ เป็นครั้งที่สองแล้วในวันนี้ที่ฉันอยู่ในอ้อมกอดของเขาในเวลาที่ห่างจากครั้งแรกไม่ถึงครึ่งชั่วโมง

ฉันไม่มีทางเลือกนี่ มีวิธีนี้ที่จะหยุดไม่ให้เขาพูดได้ชะงักที่สุด

เขาก้มลงมามองในจังหวะที่ฉันเงยหน้าขึ้นพอดี มีคำถามจากสายตาที่กรุ้มกริ่มขึ้นมาทันที ฉันรีบกระซิบบอกด้วยเสียงห้วนๆ

“พ่อคุณอยู่ข้างหลัง”

นายหน้าจืดชะงักอย่างที่ฉันต้องการ ทั้งสายตาและสีหน้าเปลี่ยนกลับไปเป็นเรียบเฉย

“ขอโทษนะ”

คำพูดขอโทษเบาๆ ของนายหน้าจืดทำให้เกิดเสียงระเบิดเปรี้ยงป้าง ขึ้นในหัวฉัน เขากำลังจะทำอะไรอีก! เวลาเขาขอโทษทีไรมันต้องมีอะไรที่ฉันต้องไม่ชอบใจอย่างมากๆ ตามมาแน่ และเพียงไม่กี่วินาทีสิ่งนั้นก็เกิดขึ้น

ฉันโดนจูบ

ไม่ใช่จูบที่แก้ม หรือที่หน้าผาก

ไม่ใช่จูบผ่านๆ หรือแผ่วบาง

นายทุเรศหน้าจืดจูบฉันที่ริมฝีปาก และเป็นจูบหนักหน่วงจนเกือบเข้าขั้นรุนแรงด้วยแรงอารมณ์ที่ฉันไม่เข้าใจ

“อือ...อ”

ฉันพยายามร้อง พยายามผลัก พยายามเบือนหน้าหนี แต่ความพยายามทั้งหลายมีผลทำให้จูบนั้นล้ำลึกขึ้น และร่างกายถูกรัดแน่นจมลึกเข้าไปในอ้อมอกอุ่น

ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่กว่าเขาจะหยุดจูบ หัวฉันหมุน ขาสองข้างแทบยืนไม่อยู่ หูอื้อจนแทบไม่ได้ยินเสียงแผ่วกระเส่าข้างหู

“คุณสอบผ่านงานแรก ทำให้เหมือนเป็นคู่รักต่อหน้าพ่อผม”




เที่ยวนี้ต้องจบนะ นิรีย์