ผู้เขียน หัวข้อ: ห้วงเสน่หา ไฟอารมณ์: ตอนที่ ๑ โอ้...อสูร (๑)  (อ่าน 1403 ครั้ง)

นิรีย์

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 56
  • เขียนทุกวัน จบสักวันแน่ๆ
    • ดูรายละเอียด
ห้วงเสน่หา ไฟอารมณ์: ตอนที่ ๑ โอ้...อสูร (๑)
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2015, 08:47:35 AM »
ตอนที่ ๑
โอ้...อสูร


เบื้องหน้า ‘จอมเทวา’ ประมุขแห่งเผ่าเทพ คือ เด็กชายตัวน้อยชาวอสูรตนหนึ่ง หน้าตามันไม่ถึงกับอัปลักษณ์เหมือนพวกพ้อง ดูคล้ายพวกมนุษย์ที่ตัวใหญ่ แต่ไม่ลดความน่ารังเกียจในความคิดของเทพผู้ยิ่งใหญ่ และมันกล้าจ้องมองจอมเทวา

“เจ้าอสูรน้อย เจ้าบังอาจเข้ามาในวิหารเทพของข้า รู้ไหมว่าโทษของเจ้าอาจถึงตาย” เสียงกัมปนาทของจอมเทวาดังสนั่นก้องวิหารเทพศักดิ์สิทธิ์ และด้วยรูปกายหยาบที่สูงใหญ่ทำให้ยิ่งน่ายำเกรง เทพทุกตนมีกายหยาบ นิรมิตมาห่อหุ้มกายทิพย์โปร่งใสซึ่งเป็นอมตะ เทพสามารถนิรมิตกายหยาบเป็นอะไรก็ได้แต่ต่างชอบที่จะมีกายหยาบเหมือนมนุษย์

“ข้ามาหาแม่” ลูกอสูรตอบอย่างฉะฉานแม้นจะมีท่าทางเกร็งๆ พร้อมยิ้มกว้างอย่างไร้เดียงสาจนเห็นเขี้ยวเล็กๆ คมกริบซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่บ่งบอกถึงความเป็นอสูร รอยยิ้มนั้นส่งไปถึงดวงตากลมโตทำให้ดวงตาคู่นั้นสุกใสเจิดจ้าชวนให้น่ามองยิ่งขึ้น

จอมเทวาขมวดคิ้ว นัยน์ตาแบบนี้ รูปหน้าแบบนี้ช่างคุ้นเหลือเกิน เหมือนเคยเห็นมาก่อน ช่างเหมือน...กายหยาบของเหล่าลูกๆ ของเขาในยามเยาว์วัย จอมเทวารีบปัดความคิดที่เข้ามาใหม่ออกไปทันที

อสูรคืออสูร ไม่มีทางมาคล้ายคลึงเทพ มันเป็นความบังเอิญ

และเพราะหงุดหงิดกับความคิดนั้น จอมเทวาจึงยิ่งส่งเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

“อะไรนะ! มาหาแม่ ที่นี่ไม่มีแม่ของเจ้าหรอกเจ้าเด็กโง่ ที่นี่เป็นที่อยู่ของเทพไม่ใช่ของอสูรอย่างพวกเจ้า”

“ท่านแม่อยู่ที่นี่จริงๆ ท่านตา”

“บังอาจ!”

อสูรน้อยไม่เข้าใจ ท่านพ่อบอกให้เรียกผู้นั่งอยู่บนบัลลังก์ทองว่าท่านตา ท่านพ่อไม่โกหกแน่นอน แต่ทำไมท่านตาถึงเสียงดังและดุอย่างนั้น ความเป็นเด็กที่เพิ่งพ้นวัยทารกไม่นานทำให้ความกล้าที่รวบรวมมาอย่างยากเย็นหดหายรวดเร็ว อสูรน้อยร้องไห้จ้า

“ท่านแม่ ท่านแม่ ข้าจะหาแม่”

“จับมันออกไป”

ทหารเทพหลายตนกรูกันเข้ามาล้อมรอบอสูรน้อย หนึ่งในนั้นกระชากแขนเด็กโดยแรงเพื่อจะพาตัวออกไปตามคำสั่งผู้เป็นประมุข แต่นั่นคือการกระทำที่ผิดอย่างมหันต์
มือข้างที่แตะต้องลูกอสูรลุกท่วมด้วยไฟอย่างฉับพลัน

เสียงร้องโหยหวนของเทพดังขึ้นเป็นครั้งแรกในวิหารที่เทพทั้งหลายได้รับการคุ้มครอง ไม่มีใครหรืออะไรทำร้ายเทพภายในวิหารนี้ได้

เทพทุกตนในวิหารมิอาจขยับเขยื้อนตัวด้วยความตื่นตะลึงต่อเหตุการณ์ในอึดใจแรก แต่ต่อจากนั้นมาจากความพรั่นพรึงเมื่อต่างสำเหนียกถึงความหมายของมัน
เทพเท่านั้นที่ได้รับการปกป้อง

เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด! ที่ลูกอสูรที่กำลังร้องไห้จ้ากลางวงล้อมของทหารเทพจะได้รับการปกป้อง

นอกจากจะเป็น...ลูกของเทพ

เด็กอัปยศจากสมสู่ของเทพและอสูรชั้นต่ำ

“ใครคือพ่อของเจ้า” จอมเทวาถามด้วยท่าทางเยือกเย็นภายนอก ซ่อนเพลิงพิโรธร้อนแรงที่พร้อมเผาผลาญทุกสิ่งให้เป็นจุณไว้ภายใน

“พ่อชื่ออสุรา”

อีกครั้งที่เทพทั้งมวลเงียบงัน ทุกสายตาพุ่งตรงมาที่ร่างเด็กน้อยชาวอสูรที่กำลังใช้หลังมือปาดทั้งน้ำตาและน้ำมูกจากหน้า

“อสุรา! จอมทัพอสุรา!”

เสียงอุทานนั้นหลุดออกมาจากปากของ ‘เทพแห่งดิน’ บุตรคนโตของจอมเทวา หนึ่งในผู้ที่ยืนรายล้อมประมุขแห่งเทพในขณะนี้ 

“ไอ้เด็กน้อย บอกข้าอีกครั้งพ่อเจ้าคือจอมทัพทัพอสุราใช่ไหม” เทพแห่งดินเม้มปากแน่นระหว่างรอฟังคำตอบที่ตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

“ใช่ ใช่ ใครๆ เรียกท่านพ่อว่าจอมทัพ ท่านพ่อของข้ารบเก่งที่สุดเลยนะ”

น้ำเสียงโอ้อวดนั้นทำให้เทพแห่งดินยิ่งเม้มปากแน่นขึ้น

เทพแห่งดินเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพเทพผู้ไม่เคยปราชัยในสนามรบใด ยกเว้นเพียงศึกครั้งเดียวเมื่อหนึ่งร้อยปีก่อนที่เทพต้องการกำราบความเหิมเกริมของประมุขคนใหม่ของเผ่าพันธุ์อสูรที่อหังการยกเลิกการบวงทรวงปวงเทพชั้นสูง และครั้งนั้นเทพแห่งดินได้เผชิญหน้ากับจอมทัพอสุรา ประมุขหนุ่มเลือดร้อนดุดันของเหล่าอสูร และเกือบพ่ายแพ้ถ้าไม่ได้น้องชายทั้งสามคือเทพแห่งน้ำ เทพแห่งลม และเทพแห่งไฟเข้ามาช่วย

ครั้งนั้นคืออับอายใหญ่หลวงในชีวิตเทพผู้สูงส่งเพราะจอมทัพอสุราแหงนหน้าขึ้นหัวเราะก้องกล่าวหาว่าเทพอย่างเขาเป็นพวกหมาหมู่กลางไพร่พลของทั้งสองฝ่ายที่กำลังห้ำหั่นกันอย่างดุเดือด เทพแห่งดินกล้ำกลืนศักดิ์ศรี ไม่อาจเสี่ยงต่อการพ่ายแพ้แม้ต้องการสู้กับอสุราตัวต่อตัว สี่เทพร่วมกันฟาดฟันจอมทัพอสุราด้วยดาบศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถพิชิตทุกอย่างบนพิภพนี้ได้ ร่างของประมุขเผ่าอสูรแดงฉานไปด้วยเลือดทั้งของตัวเองและเลือดจากกายหยาบของเทพ

บุตรชายทั้งสี่ของจอมเทวาใช้เวลาถึงสามราตรีจึงสามารถจับอสุราเพียงตนเดียวได้ กองทัพอสูรที่เหลือล่าถอยหายลับเข้าไปในป่าทมิฬรกทึบ แต่เหล่าเทพรู้ดีว่าพวกอสูรจะไม่ยอมหยุด พวกมันต้องกลับมา จอมเทวาจึงบัญชาให้คุมขังประมุขของพวกมันไว้เป็นตัวประกันแทนการบั่นศีรษะ

ศึกระหว่างเทพและอสูรยุติลงตั้งแต่ครั้งนั้น

“เป็นไปไม่ได้ อสุรายังอยู่ในคุกใต้บาดาล” เทพแห่งดินออกอาการร้อนรนผิดวิสัยเงียบขรึม “เจ้าอสูรน้อยตนนี้จะเกิดในขณะที่พ่อถูกคุมขังได้อย่างไร”

“เทพแห่งน้ำเจ้าลงไปดูที่คุกบาดาลให้เห็นความจริงที” จอมเทวาที่นั่งนิ่งเงียบอยู่ครู่ตัดสินใจสั่งบุตรชายคนรองที่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยเสียงเย็นเยียบ มีเพียงเทพแห่งน้ำเท่านั้นที่สามารถใช้กายทิพย์ไปและกลับจากใต้บาดาลได้รวดเร็วที่สุด

“ข้าจะไปด้วย” เทพแห่งดินเสนอตัว นอกจากความเกียจชังอสุราเป็นการส่วนตัวแล้ว ยังมีบางสิ่งแฝงเร้นอยู่ในเงามืดของจิตใจเทพแห่งดินที่สลัดทิ้งไม่ได้ เชื่อมโยงผู้จะเป็นประมุขเทพคนต่อไปกับจอมทัพแห่งอสูรด้วยเส้นใยบางๆ สีดำสนิท       

มันคือ...ความละอายใจ

ชัยชนะจากการต่อสู้ที่ไม่สมศักดิ์ศรีทำลายความภาคภูมิใจเสียยิ่งกว่าความพ่ายแพ้

“ไม่ต้อง เจ้าอยู่นี่”

จอมเทวาห้ามลูกชายคนโต รับรู้ถึงความรู้สึกเกลียดชังล้ำลึกระหว่างเทพแห่งดินและจอมทัพอสุรา อาจจะมีการปลิดชีวิตอสุราในทันทีที่พบ และนั่นหมายถึงสงครามครั้งใหญ่อีกครั้ง แม้เทพจะไม่มีอายุขัยแต่...ข้อแลกเปลี่ยนเก่าแก่ตั้งแต่ครั้งสร้างพิภพ ทำให้เทพไม่อาจฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อสูร ศัตรูตัวฉกาจของเทพได้ แม้นอยากจะทำมากเพียงใด

ที่มาของการแลกเปลี่ยนตั้งแต่ครั้งสร้างพิภพคงมีด้วยเหตุนี้ ป้องกันการทำลายล้างกันเอง

หลังจากได้สร้างเผ่าพันธุ์ต่างๆ มาระยะหนึ่ง ผู้สร้างได้ให้ตัวแทนของสามเผ่าพันธุ์ที่มีจำนวนมากที่สุดคือ เทพ อสูร และมนุษย์ ขอหนึ่งสิ่งที่ต้องการแล้วผู้สร้างจะขอหนึ่งสิ่งกลับ และต่างไม่รู้ว่าข้อแลกเปลี่ยนของอีกสองเผ่าพันธุ์คืออะไร

เผ่าพันธุ์เทพขอเป็นเผ่าพันธุ์ที่อยู่เหนือทุกเผ่าพันธุ์ โดยสิ่งที่โดนขอกลับคือเมื่อใดที่วิหารเทพไร้การบวงสรวงจากเผ่าพันธุ์อสูรหรือมนุษย์...เทพจะสูญสิ้น

เผ่าพันธุ์อสูรขอเป็นเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุด โดยต้องยอมรับหัวใจที่เปราะบางในเรื่องของความรัก

ส่วนเผ่าพันธุ์มนุษย์ขอเป็นเผ่าพันธุ์ที่อยู่รอดบนพิภพไปตลอดกาล โดยแลกกับการเป็นเผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอที่สุด

ไม่มีเทพ อสูร หรือมนุษย์ล่วงรู้ข้อแลกเปลี่ยนนี้นอกจากผู้เป็นประมุขของแต่ละเผ่าพันธุ์ ความลับที่ถ่ายทอดระหว่างผู้นำของเผ่าพันธุ์เท่านั้น จอมเทวาได้รับรู้จากเทพบิดาผู้เป็นต้นตระกูลเทพในวันที่เทพบิดาสละตำแหน่งประมุขเทพ ละทิ้งกายหยาบบนพิภพสู่ดินแดนแห่งดวงจิตพิสุทธิ์พร้อมกับเทพมารดา ทิ้งหน้าที่สำคัญที่สุดไว้ให้จอมเทวา

การคงพิธีบวงสรวงเทพไว้ตลอดกาล

ดังนั้นทั้งอสูร มนุษย์ ยังต้องอยู่บนพื้นพิภพและนั่นคือเหตุผลที่ต้องสยบพวกอสูรให้กลับมาบวงสรวงเทพดังเดิม   

“แม่ของเจ้าคือใคร”

จอมเทวาไม่อาจหลีกเลี่ยงการถามคำถามนี้

“แม่ข้าชื่อแม่จ๋า”

คำตอบไร้เดียงสาของเด็กน้อยยิ่งโหมไฟแห่งความโกรธให้ลุกโชติขึ้นจนจอมเทวาแทบไม่อาจซ่อนมันไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็นได้อีกต่อไป แต่ผู้อยู่ตรงหน้าเป็นเพียงแค่อสูรตัวน้อย ผู้เป็นใหญ่แห่งเทพไม่ทำร้ายเด็กแม้นว่าเด็กนั่นจะไม่สมควรมีชีวิตอยู่ต่อไป

“พ่ออสูรของเจ้าเรียกนางว่าอะไร” จอมเทวาเปลี่ยนคำถามเพื่อการค้นหาความจริง เทพหญิงที่ทำเรื่องเสื่อมทรามเช่นนี้ต้องได้รับโทษอย่างสาสม

“เทวี”

“เทวีอะไร”

“จำไม่ได้”

“พยายามคิดซิอสูรน้อย ถ้าข้าไม่รู้ชื่อแม่ของเจ้า ข้าก็หานางมาให้เจ้าไม่ได้” จอมเทวาพยายามใจเย็น ใช้น้ำเสียงอ่อนโยนขึ้นเพื่อไม่ให้เด็กหวาดกลัวจนร้องไห้อีก

อสูรน้อยทำท่าคิดอยู่นานก่อนตอบว่า “เทวี รัก เทวีความรัก”

“เทวีแห่งความรัก” จอมเทวาพึมพำชื่อที่สมบูรณ์ และอสูรน้อยรีบพยักหน้ารับ

ความจริงกรีดกลางใจจอมเทวา เจ็บปวดรวดร้าวจากแผลใจที่ไม่เคยคิดว่าเทพผู้สูงส่งจะรู้สึกเฉกเช่นเดียวกับมนุษย์

หัวใจหลั่งเลือดอยู่ข้างในมันเป็นเช่นนี้เอง

หัวใจของพ่อที่โดนลูกสาวคนเดียวจ้วงแทงด้วยการเริงกามอย่างไม่คิดถึงชั้นวรรณะ และยังมีหอกข้างแคร่ออกมาประจานให้เผ่าพันธุ์เทพเสื่อมทราม

“ไปพานางมา” ประมุขแห่งเทพบัญชาสั้นๆ ไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ แต่ผู้ใกล้ชิดถึงกับผงะเมื่อสบสายตาเชี่ยวกรากของคลื่นอารมณ์ที่กำลังกระหน่ำซัดรุนแรง

“น้องหญิงไม่มีทางทำเช่นนั้นท่านพ่อ”

พวกลูกชายของจอมเทวาคัดค้านแทนน้องสาวคนเดียวแทบพร้อมกัน

“ข้าจะตัดสินเอง ไปตามนางมา”

เทพแห่งไฟซึ่งใกล้ชิดกับน้องสาวคนเล็กที่สุดเป็นผู้ออกไปตามตัวนาง เทวีแห่งความรักมีวิหารของตัวเอง นางชมชอบความอิสระ ไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใดแม้นแต่ความกราดเกรี้ยวของจอมเทวาผู้บิดา




นิรีย์ ต้องจบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 16, 2015, 11:37:43 AM โดย นิรีย์ »
เที่ยวนี้ต้องจบนะ นิรีย์

pannapat

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 64
    • ดูรายละเอียด
Re: ห้วงเสน่หา ไฟอารมณ์: ตอนที่ ๑ โอ้...อสูร
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2015, 01:53:24 PM »
รีบตามมา ข้ารออยู่
ให้ไวๆ

รัญชิดา

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 250
    • ดูรายละเอียด
Re: ห้วงเสน่หา ไฟอารมณ์: ตอนที่ ๑ โอ้...อสูร
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2015, 09:20:42 PM »
ว้าวววววววววววววว

สองตอนเลย พี่ปูสู้ๆ พี่ปูสู้ๆ

ไอวินทร์

  • นักข่าว
  • Sr. Member
  • *
  • กระทู้: 288
    • ดูรายละเอียด
Re: ห้วงเสน่หา ไฟอารมณ์: ตอนที่ ๑ โอ้...อสูร
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2015, 09:34:49 PM »
เข้ามา แบบ งงๆ  ตามลิงก์ จิจ้ามา
 
อ้าว วันที่ หนึ่งแล้ว ฮ่าๆ

 นำไปก่อนเลยค่ะ พี่ปู   ;D
Licht und Schatten トーキョーグール-

นิรีย์

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 56
  • เขียนทุกวัน จบสักวันแน่ๆ
    • ดูรายละเอียด
Re: ห้วงเสน่หา ไฟอารมณ์: ตอนที่ ๑ โอ้...อสูร
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2015, 10:25:23 AM »
[size=18pt
]คอป จิจ้า ไอ จ๋า คราวนี้พี่ปูเอาจริงนะ ต้องจบๆๆๆ

[/size]
เที่ยวนี้ต้องจบนะ นิรีย์

noneko

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 136
    • ดูรายละเอียด
Re: ห้วงเสน่หา ไฟอารมณ์: ตอนที่ ๑ โอ้...อสูร
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2015, 10:43:08 PM »
รออ่านตอนต่อไปนะคะ

buddy

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 350
    • ดูรายละเอียด
Re: ห้วงเสน่หา ไฟอารมณ์: ตอนที่ ๑ โอ้...อสูร
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2015, 11:37:10 PM »
เทวีแห่งนิยายค้างมารายงานตัวค่าาาาา
รออ่านนิยายจบของท่านพี่สาววววว  ;)

บีเลิฟ

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 387
    • ดูรายละเอียด
Re: ห้วงเสน่หา ไฟอารมณ์: ตอนที่ ๑ โอ้...อสูร
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2015, 04:40:36 PM »
แวะมาส่งกำลังใจครับ จบๆๆๆๆๆ