ผู้เขียน หัวข้อ: ---- ใต้เงาเมฆา ---- บทที่ 1 ผม ดาว พลวัฒน์ ทิวา รุ้งพราว และดอกลำดวน  (อ่าน 348 ครั้ง)

ไฟลั่มโบโบ้.

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 6
    • ดูรายละเอียด
---- ใต้เงาเมฆา ----
บทที่ 1 ผม ดาว พลวัฒน์ ทิวา รุ้งพราว และดอกลำดวน



ผมรับซองจดหมายจากชายแปลกหน้าในตอนเช้า ไม่เห็นตัวคนนำส่ง จดหมายในซองวางไว้ในกล่องรับจดหมายหน้าบ้าน ดังนั้นผมจึงสรุปว่ามันแปลกหน้า ทั้งจดหมายและคนเอามาวาง

ซองจดหมายเก่า ยับยู่ยี่ เปิดออกอ่าน เนื้อความสั้น ฉันอยากเจอแก เดินทางมา แล้วแกจะพบคำตอบ  จดหมายลงลายมือชื่อ พลวัฒน์
ผมวางจดหมายไว้ พึมพำชื่อ พลวัฒน์ พลวัฒน์ พลวัฒน์ วนเวียนซ้ำซาก คุ้นเคย ติดที่ริมฝีปาก แต่นึกไม่ออก ว่าเคยรู้จักชื่อคนส่ง เดินเข้าครัว ต้มน้ำ ชงกาแฟดำ

อีกสิบนาทีเก้าโมงเช้า อากาศนอกบ้านเย็นสบาย กรมอุตุนิยมวิทยาทำนายว่า จะหนาวไปแบบนี้อีกสามเดือน บ้าไปแล้ว...อากาศวิปริตขนาดนี้เลยเหรอ ปกติประเทศไทยไม่เคยหนาวเกินสัปดาห์ อย่างเก่งก็แค่สองสัปดาห์ แต่ก็ดี หน้าหนาวดีกว่าหน้าร้อนที่ไม่อยากทำอย่างอื่นเลยนอกจากแช่น้ำ

ผมเดินถือแก้วกาแฟออกไปนั่งที่เก้าอี้ตรงระเบียงหน้าบ้าน มองไปต้นไม้สูงใหญ่ที่ขึ้นสองข้างทางลาดปูน บดบังทัศนียภาพนอกบริเวณบ้าน นึกถึงแม่ ถ้าแม่ผมไม่รวยขนาดที่เรียกว่าเศรษฐี ผมคงไม่มีปัญญาอยู่บ้านกลางดงต้นไม้แบบนี้ในย่านสีลมที่ราคาที่ดินแพงระยำ ตารางนิ้วละแสนกว่าบาท!

ผมจิบกาแฟและตัดสินใจกระดกแก้วกระเดือกลงคอจนหมด ขี้เกียจละเลียดจิบ อากาศเย็นทำให้กาแฟเย็นจืดไว ตอนนี้ลมหนาวเปลี่ยนความร้อนของกาแฟในแก้วให้เหลือแค่อุ่น วางแก้ว นั่งเหม่อมมองคิดเรื่อยเปื่อย   

พลวัฒน์...ชื่อนี้แว่บเข้ามาอีกครั้ง ใครวะ พลวัฒน์ ทำไมไม่รู้จัก หรือจดหมายส่งมาผิดบ้าน ก็ไม่น่าจะผิด เพราะชื่อบนซองก็โชว์หราว่าเป็นชื่อผม ที่อยู่ถูกต้อง ไม่มีตกหล่น

ฉันอยากเจอแก เดินทางมา แล้วแกจะพบคำตอบ  เนื้อความพิลึก ปั้นปริศาให้คลี่ออก เดินทางไปแล้วจะพบคำตอบ นี่เรามีคำถามอะไรด้วยเหรอ มันจะให้คำตอบอะไรกับเรา

ในตอนนั้นลมเย็นพัดใบต้นบีบสูงใหญ่ร่วงกราว ผมนึกถึงคนๆหนึ่ง

ดาว...ผมนึกถึงดาว ถ้าเธอยังอยู่ที่นี่ เธอคงชอบอะไรแบบนี้ ปริศนาอักษรไขว้ เข้ารหัส ขบคิดหัวแตก อาหารจานโปรดของดาว แล้วดาว เธอไปอยู่ที่ไหน เธอได้ยินเสียงผมมั้ย ได้รับรู้ความคิดถึงของผมมั้ย ผมนึกขำตัวเอง ลิเก ที่คิดอะไรแบบนี้
ใจห่อเหี่ยว เอนหลัง ผมซุกหน้าลงกับฝ่ามือ น้ำตาเริ่มเอ่อล้นอีกครั้ง ผมไม่ได้ร้องไห้เนื่องจากดาวมานาน

ก่อนหน้านั้น ช่วงที่เรื่องเกิดใหม่ๆ ผมร้องไห้มานับไม่ถ้วนกับเธอ ผู้หญิงที่ชื่อดาว ลางานโดยไม่รับเงินไม่มีกำหนด คงสภาพพนักงานตลอดกาลด้วยหน้าที่รับผิดชอบดูแลระบบคอมพิวเตอร์ตัวหลักขององค์กร ซึ่งไม่มีใครรู้ดีเท่าผม ดังนั้น การลางานแบบไม่มีกำหนดเวลากลับไปจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้สำหรับผม ไม่มีใครค้าน หัวหน้ายังง้อ บริษัทต้องการผม

ตอนนั้น การรักษาแผลในความรู้สึกและการเยียวยาความทรงจำ ผมมีทางเลือกสองทาง หาอะไรทำให้ลืมดาว หรือไม่ก็ทุกข์ให้สุดๆ จมอยู่ในความโศกเศร้า เอามันเป็นตัวล้างอดีตล้างความทรงจำ เหมือนเรากินเหล้า เมาและแฮ๊งค์ ต้องถอนด้วยเหล้า... แมร่งงี่เง่า ความเชื่อโบรารณไร้คลาส ผมไม่เคยเชื่อ

ผมจึงเลือกทางออกแรก หาอะไรทำ

ปริศนาในจดหมายตอนนี้น่าสนใจ อย่างน้อยก็ทำให้ผมขบคิด มีอะไรทำ เพื่อลืมดาวให้สนิท ผมไม่อยากเก็บความทรงจำเกี่ยวกับดาวไว้อีก มันโหดร้ายต่อความรู้สึกเกินไป เศร้าเกินไป ถ้าผมไม่ลงมือทำอะไร ความทรงจำเหล่านั้นคงฆ่าผมตายสักวัน

พุดซ้อนเดินเชิดหน้าออกมา ปีนขึ้นมาซุกตัวในตัก แหงนหน้ามองหน้าผม ร้องทักเบาๆ ก้มหน้าซุกลงไปที่ตัก นอนนิ่ง ผมลูบหัวของมันแผ่วเบา ขนของมันนุ่มมือ ถอนหายใจ มันมาได้ถูกจังหวะ เมื่อเห็นมันผมยิ่งคิดถึงดาวหนักเข้าไปอีก

ผมคิดย้อนกลับ ความทรงจำรีเพลย์เหมือนม้วนหนังกรอกลับ....เรื่องของดาว

เรื่องของเจ้าพุดซ้อน แมวที่ซุกตัวนอนในตักผม ย้อนหลับมาก่อน
ดาวเป็นคนซื้อแมวเปอร์เซียตัวนี้มา ซื้อต่อมาจากป้อม...เพื่อนที่ทำงาน ป้อมให้เหตุผล เลี้ยงไม่ไหว ไม่มีเวลาเล่นกับมัน งานแย่งเวลาไปจากแมว แมวเหงา โดดเดี่ยวและเริ่มจมสู่ห่วงเศร้า หนักเข้า ซึม นิ่ง นอนทั้งวัน ไม่มีเสียงร้อง ผู้เชี่ยวชาญเรื่องแมวบอก สัตว์เลี้ยงทุกตัวต้องการเอาใจใส่จากเจ้าของ ต้องการให้เราเล่นด้วย พูดคุย ทำเหมือนเป็นคนๆหนึ่ง ไม่อย่างนั้น มันจะเป็นโรคประสาท เข้าขั้นบ้า สติหลุดลอย

ดาวเล่าเรื่องความเหงาของแมวให้ผมฟัง ผมคิด แมร่งเยอะ...ผมคิดในใจตอนที่ดาวเอาพุดซ้อนเข้ามาในบ้านวันแรก อะไรจะเลี้ยงยากอย่างนั้นวะ
เอาเถอะ ผมยอม เลี้ยงก็เลี้ยง คิดในแง่ดี อย่างน้อยก็เป็นเพื่อนเล่นกับดาวในวันที่ผมงานชุก กลับดึก

สองสัปดาห์ต่อมา ทิวา รุ้งพราว และดอกลำดวน ก็กลายเป็นสมาชิกใหม่ของบ้าน ผมพูดไม่ออก ดาวบอกว่า พุดซ้อนต้องการเพื่อน มันอยากได้เพื่อนเล่น ผมถาม ดาวรู้ได้ยังไง เธอตอบเสียงใสราวกับผมนี่โง่ ถามอะไรไม่รู้ ดาวก็คุยกับมันซิ ถามมันตรงๆ มันก็บอกดาวตรงๆ ไม่มีอ้อมค้อม
ผมอดสงสัยไม่ได้..มนุษย์เป็นสัตว์สังคม แมวก็เป็นสัตว์สังคมด้วยเหรอวะ?

ดาวไปหาป้อม พาพุดซ้อนไปด้วย บอกป้อมให้พาไปแหล่งแมว อยากได้แมวเพิ่ม ป้อมพาไป บ้านหลังใหญ่ หลังบ้านสร้างเป็นเรือนหลังเล็ก ทำฟาร์มแมว ดาวเล่าฟังว่า คะแนด้วยสายตาคร่าวๆ รวมๆแล้วแมวทั้งหมด เล็ก กลาง ใหญ่ น่าจะราวๆ พันกว่าตัว ธุรกิจค้าแมวเฟื้องฟู แมวสะอาด เลี้ยงง่าย ขี้อ้อน ขนนุ่ม อุ่มได้ตลอดเวลา คนนิยม

ราวๆพันกว่าตัว นั่นมันกองทัพแมวชัดๆ ... ผมบอกดาว

ผมถาม...แล้วเลือกยังไงไอ้สามตัวนี่
ดาวตอบ...ให้พุดซ้อนเลือก มันร้องเมี่ยวๆ สามครั้ง ไอ้สามตัวนี่เดินเข้ามาคลอเคลียที่เท้าของดาว จบ แค่นั้น ง่ายๆ
ง่ายจริงๆ อย่างน่าประหลาด แมวเลือกเพื่อน ไม่ใช่เราเลือกให้มัน มันกำหนดโลกของมันเอง โลกนี้มีอะไรประหลาดๆ ที่บางทีเรานึกไม่ถึง

แมวสามตัวเข้าบ้านผม ดาวร่าเริงสุดขีด และก็ถึงตอนสำคัญ นั่นคือชื่อ

โป..อยากให้ชื่ออะไรบ้างล่ะ ดาวถามผม

ผมมองเจ้าเหมียวพันธุ์เปอร์เซียทั้งสามตัวแล้วถอนหายใจ หันไปมองพุดซ้อน ซึ่งนอนอยู่บนตักของดาว พุดซ้อนยกหัวขึ้นมองหน้าผมเหมือนจะเย้ย ... ผมเห็นปากมันขยับบอก เอาชื่อไทยๆต้องคิดว่า ฉันชื่อพุดซ้อนนะ แล้วหาชื่อให้ไอ้สามตัวนั่นเพราะๆด้วย ดังนั้นไอ้สามตัวนั่นชื่ออะไร คิดซิคิด

ผมมองไปที่ตัวสีดำสนิท ... ทิวา ล่ะกัน ชื่อนี้เหมาะกับสี
ตัวที่สอง ลำดวน ขนมันสีเหมือนกลีบดอกลำดวน .... อื่มแล้วมันตัวเมียหรือเปล่าวะ ช่างมันจะตัวเมียหรือตัวผู้ไม่สำคัญ
ตัวที่สุดท้าย มันแยกตัวนอนที่ใต้เก้าอี้ ขนของมันมีสีหลากหลาย ผมลองนับเล่นๆ หนึ่ง สอง สามสี่ ห้า หก เจ็ด ...เจ็ดสี มีแมวเปอร์เซียเจ็ดสีด้วย เกิดมาเพิ่งเคยเห็น งั้นชื่อ รุ้งพราว ก็แล้วกัน

สี่สหายรักกันกลมเกลียว เหนียวแน่น ไม่เคยไปไหนจากกันไกล เล่นด้วยกัน กินพร้อมกัน ราวกับเป็นแมวที่ฝึกความพร้อมเพียงอย่างดีในค่ายทหาร ส่งมอบให้ลูกค้า

ผมจำได้ดี ปีที่แล้ว วันเวลาเดียวกันกับตอนนี้ ฤดูหนาวมาเยือน อากาศเย็นสบาย ท้องฟ้าแทบไม่มีแดด สีเทาหม่น ดวงอาทิตย์ซ่อนตัวหลังกลีบเมฆ ไม่เสนอหน้ามา ราวๆตอนสายของวันเสาร์ เราสองคนกำลังจะออกไปต่างจังหวัด โรงแรงถูกจอง วีคเอ็นที่น่าสนุกกับเสียงคลื่น ลมทะเลและหายทราย ดาวขึ้นนั่งบนรถบ่นปวดหัวนิดๆ ผมบอกให้พัก หลับยาวไป ถึงชะอำแล้วจะบอก ดาวนอนไปตลอดทาง ฮอนด้าแอคคอร์ดพร้อมแอร์เย็นฉ่ำกับเพลงแจ๊สฟังสบายๆเป็นเพื่อนร่วมทางของผม เป็นทริปที่ผมแทบไม่ได้คุยกับดาว แน็ทคิงโคลล์ขับกร่อมเพลงแจ๊สแต่ผมแทบไม่ได้ยิน กลับได้ยินเสียงลมหายใจหนักหน่วงของดาวแทน

เราถึงหัวหินราวๆบ่าย ท้องฟ้ากระจ่างใส ลมทะเลพัดมา ผมจอดในบริเวณรีสอร์ทหรูแห่งหนึ่ง ปลุกดาว งัวเงียตื่น สะลึมสะลือเหมือนคนที่กำลังนอนหลับลึกแล้วถูกเรียกให้ตื่นแบบกระทันหัน

ดาวลงจากรถโซเซไปมา โคลงเคลงและล้มลง ทรุดร่างลงเหมือนร่างกายของเธอปราศจากกระดูกระยางค์ตรึงเนื้อหนัง ผมปราดเข้าไปประคอง เธอปิดเปลือกตา ผมเขย่าร่างซ้ำๆ ปราศจากเสียงตอบ นิ่งสนิท พนักงานต้อนรับของโรงแรมวิ่งเข้ามาช่วย สิบนาทีต่อมาผมได้ยินเสียงไซเรนของรถพยาบาลแผดร้อง

ผมทำเรื่องยกเลิกที่พักในวันนั้น โรงพยาบาลในอำเภอหัวหินส่งตัวดาวกลับกรุงเทพ เนื่องจากดาวต้องได้รับการผ่าตัดด่วนด้วยหมอที่ดีที่สุดทางด้านสมอง
ในช่วงหนึ่งของการสนทนา...ผมถามหมอ ดาวเป็นอะไร

นายแพทย์วัยกลางคนหน้าตาเครียด ใบหน้าราวกับไม่เคยรู้จักรอยยิ้ม ถอนหายใจ หลุบตาลงมองที่กระดาษที่บันทึกผลการตรวจเบื้องต้นบนโต๊ะ แล้วส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะตอบ

ผมเดินออกมาจากโรงพยาบาลในวันนั้น ดาวเดินทางล่วงหน้าไปแล้วด้วยรถพยาบาล เดี๋ยวผมจะขับรถตามไป
ผมพาเจ้าเก๋งฮอนด้าแอคคอร์ดสีดำออกจากลานจอดรถหน้าโรงพยาบาล ปิดแอร์ ปิดเพลง เปิดบานกระจกประตูข้างคนขับเอาไว้ ลมเย็นพัดมา แต่ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น

รถวิ่งอยู่บนถนนช่วงหนึ่งที่ไกลออกไปทางซ้ายคือทะเล ผมไม่เห็นทะเลเพราะสิ่งก่อสร้างบดบังแต่ผมได้กลิ่นน้ำทะเล ได้ยินเสียงลมและเสียงคลื่น ในที่สุดผมก็ไม่สามารถขับต่อไปได้อีก หักพวงมาลัยเอารถจอดแอบข้างทาง ดับเครื่องยนต์กำมือทั้งสองข้าง ทิ้งกระแทกลงบนพวงมาลัยอย่างหนักหน่วงสามสี่ครั้ง ตะโกนก่นด่าอะไรก็ได้ที่ทำให้ดาวเป็นแบบนี้ ไม่ช้าผมก็ปล่อยโฮออกมา ซบใบหน้าเปียกแฉะเข้ากับฝ่ามือทั้งสอง ร้องไห้ยาวนาน

ตอนนั้นผมได้ยินเสียงเมี้ยว... เสียงลากยาว ครั้งเดียว ฉุดผมให้กลับมาสู่ปัจจุบัน พุดซ้อนร้องเรียก มันคงเห็นผมนั่งนิ่งไปนาน ผมยิ้มให้มัน

“แกคงคิดถึงนายของแกใช่มั้ย” ผมชวนมันคุย

ราวกับว่ารู้ เข้าใจคำถาม มันร้องเมี้ยวสองครั้ง ผมถอนหายใจ มองคราบที่ทิ้งไว้ในแก้วกาแฟ อยากกินกาแฟร้อนอีกสักแก้ว ลมหนาวพัดมาวูบนึง ผมกอดพุดซ้อนแน่น หางตาจับอะไรบางอย่างที่เคลื่อนไหวตรงประตูบ้าน เพื่อนๆพุดซ้อน ทิวา รุ้งพราว และดอกลำดวน ทั้งสามเดินมาสมทบและนอนที่ข้างเท้าผม

ผมใช้ฝ่ามือลูบขนพุดซ้อนแผ่วเบา สายตามองไปยังต้นบีปหลายสิบต้นที่ปลูกข้างถนนเข้าสู่ตัวบ้าน
ผมคิดถึงดาว อยากรู้ว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน คำถามง่ายๆแค่นั้น ผ่านมาปีกว่าผมไม่เคยได้คำตอบต่อคำถามนี้ และผมก็ยังถามคำถามเดิมนี้อยู่


จบบทที่ 1
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 04, 2015, 07:45:02 AM โดย ไฟลั่มโบโบ้. »

บีเลิฟ

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 387
    • ดูรายละเอียด
แวะมาส่งกำลังใจครับ จบๆๆๆๆๆ

ไอวินทร์

  • นักข่าว
  • Full Member
  • *
  • กระทู้: 208
    • ดูรายละเอียด
เป็นความคิดเห็น ส่วนตัว อย่าโกรธกันนะคะ  :)
นักเขียนทุกท่าน ก็มี วิถีทางของ ตัวเอง
ไม่ค่อย เม้นท์ยาวๆ
(ขี้เกียจ ฮ่าๆ ไม่รับจ้างเม้นท์ด้วย กร๊ากกๆๆ)


ถ้าแปลกหน้าก็ แสดงว่า เคยเห็นหน้าหรือเปล่าคะ
คือ คล้าย อารมณ์ว่า พักนี้มีคนแปลกหน้ามาดูลาดเลาบ้านหลังนั้น
ต้นประโยค เลย เหมือน ว่าได้รับจดหมายจาก(มือ)ชายแปลกหน้า
ผมรับซองจดหมายจากชายแปลกหน้าในตอนเช้า
น่าจะเป็น จดหมายปริศนา
จดหมายในซอง 
อันนี้น่าจะตัดออกได้นะคะ คือ มันมีจดหมายหลายฉบับแล้วในประโยค  ฮ่าๆ

>>>ผมเจอซองจดหมายปริศนาในตอนเช้า ไม่เห็นตัวคนนำส่ง วางไว้ในกล่องรับจดหมายหน้าบ้าน
ดังนั้นผมจึงสรุปว่ามันแปลกหน้า ทั้งจดหมายและคนเอามาวาง

ซองจดหมายเก่า ยับยู่ยี่ เปิดออกอ่าน เนื้อความสั้น ฉันอยากเจอแก เดินทางมา แล้วแกจะพบคำตอบ 
จดหมายลงลายมือชื่อ พลวัฒน์
ผมวางจดหมายไว้ พึมพำชื่อ พลวัฒน์ พลวัฒน์ พลวัฒน์ วนเวียนซ้ำซาก คุ้นเคย ติดที่ริมฝีปาก

ซองจดหมายเก่า ยับยู่ยี่ เปิดออกอ่าน เนื้อความสั้น

ฉันอยากเจอแก เดินทางมา แล้วแกจะพบคำตอบ 
พลวัฒน์

(ลองขึ้นบรรทัด ใหม่ จดหมายจะได้ แลดูน่าสนใจขึ้นหรือเปล่าคะ)

จดหมายลงลายมือชื่อ พลวัฒน์ ผมวางจดหมายไว้
พึมพำชื่อพลวัฒน์วนเวียนซ้ำซาก คุ้นเคย ติดที่ริมฝีปาก 

คิดว่า พลวัฒน์เดียวก็พอค่ะ แล้วเน้นบรรยายเพิ่ม แบบ
จนกระทั่งจะนอนผมยังหลับไปพร้อมกันชื่อ พลวัฒน์ อะไรทำนองนั้นค่ะ

โป..อยากให้ชื่ออะไรบ้างล่ะ ดาวถามผม
'โป..อยากให้ชื่ออะไรบ้างล่ะ'  ดาวถามผม

ดาวลงจากรถโซเซไปมา โคลงเคลง 
โซเซ โคลงเคลง ความหมายเดียวกันหรือเปล่า

เปิดเรื่องด้วยความอยากรู้  จดหมายปริศนา ของพลวัฒน์
ต่อมา เป็น จักรวาลของแมว
และจบ ด้วย ซีรีย์เกาหลี เคล้าน้ำตา
แต่ให้ตายเหอะ  พลวัฒน์ มันหายไปไหน
ควรจะ เป็น ความอยากรู้ว่า พลวัฒน์ มันคือใคร
มากกว่า ดาวอยู่ไหน หรือเปล่า
ฮ่าๆ

ถ้าอย่างนั้น ก็ เปิด ด้วย ดาว ตั้งแต่แรกไปเลย
อ่านแล้วรู้สึก เหมือน ฟิล เรื่องสั้น มีการหักมุม ทุกระยะ ฮ่าๆ

กระเดือก
แมร่งงี่เง่า  (ใช้ได้ ?? คำสุภาพ โคตรงี่เง่า ฮ่าๆ สุดงี่เง่า ที่สุดของความงี่เง่าในสามโลก)
เปียกแฉะ
ขอบคุณค่ะ ทำให้ ไปค้นหาความหมาย ว่า จะใช้สถานการณ์ไหนดี

ปล. ไม่ต้องตอบคอมเม้นท์นี้นะคะ เขียนไปเลย อย่าได้สนใจเสียงนกเสียงกา ฮ่าๆ
Licht und Schatten トーキョーグール-