ผู้เขียน หัวข้อ: สืบรัก สะกดรอยรัก  (อ่าน 772 ครั้ง)

เมืองสอง

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 3
    • ดูรายละเอียด
สืบรัก สะกดรอยรัก
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2015, 10:50:58 AM »
สืบลับ : สะกดรอยรัก (บทนำ)   




เมืองสอง มองผ่านกระจกออกไป ฝนยังตกอยู่ และตอนนี้ ถนนหน้าสำนักงาน น้ำก็เริ่มท่วมมาเกือบจะถึงฟุตบาทแล้ว
เขาถอนใจอย่างเหนื่อยหน่าย และเมื่อก้มมองแขนที่กำลังเข้าเฝือกอยู่ของตัวเอง ก็สั่นหน้าน้อยๆ

นี่มันยิ่งทำให้น่าเซ็งยิ่งกว่าฝนตกไม่รู้จักหยุด

ถ้ามือไม่เจ็บ เขาคงจะขับรถออกไปไหนต่อไหนแทนที่จะให้เจ้าเพื่อนที่บอกว่า เดี๋ยวจะกลับมารับไปตัดเฝือก แทนที่
จะมานั่งจ๋อมรอในสำนักงานคนเดียวอย่างนี้  ตอนแรกก็อยู่กันสองสามคนละ แต่เพราะพักเที่ยงก็พอกันออกไปหาอะไร
กันหน้าปากซอย ก็ยังดีที่มีอยู่คนเยี่ยมหน้ามาถามเขาว่า

“พี่เมือง จะกินอะไร ผมจะซื้อมาฝาก”

เขาก็สั่งข้าวผัดกับไข่ดาว พร้อมกาแฟเย็น  แต่ตอนนี้บ่ายสองแล้ว พวกนั้นก็ยังไม่กลับมา เขาก็พยายามคิดว่าคงจะไป
ติดฝนกันอยู่

เมืองสองคิดจะผละจากตรงนั้นกลับมานั่ง แต่เขาก็เห็นรถคันหนึ่ง วิ่งฝ่าน้ำที่เจิ่งเข้ามาจอดที่หน้าสำนักงาน ผู้ที่เปิดประตู
ลงมาเป็นสตรีที่อยู่ในชุดกระโปรงเข้ารูป สะพายกระเป๋าใบใหญ่ หล่อนเปิดประตูเข้ามาในสำนักงานอย่างไม่ลังเล   

เมืองสองเดินไปดึงม่านปรับแสงเพียงเล็กน้อยที่ผนังกระจกอีกด้าน เห็นร่างนั้นพอเปิดประตูเข้ามาแล้ว
ก็มองกวาดไปทั่ว ข้างนอกมีโต๊ะทำงานอยู่สองสามโต๊ะ แล้วก็ชุดโซฟาเล็กๆ หล่อนเดินไปชะโงกมองที่โต๊ะตัวแรก แล้ว
หล่อนก็หันมามองที่ห้องที่เขาอยู่ ก่อนจะเปิดกระเป๋าหยิบทิชชูออกมาซับๆ ใบหน้าที่คงโดนฝนเล็กน้อย หล่อนหันซ้าย
ขวา แล้วเอากระดาษที่ซับเมื่อครู่ทิ้งใส่ในกระเป๋าตัวเองใหม่ คงเพราะหาถังขยะไม่เจอ

เขามองสำรวจหล่อนอยู่ครู่หนึ่ง จึงตัดสินใจออกไปต้อนรับ... มีลูกค้ามาหา เขาอยู่คนเดียว ก็คงต้องเป็นเขานี่ละ คิดว่า
รับเรื่องเอาไว้

“สวัสดีครับ”

หล่อนหันมา แล้วเอียงคอมองเขา จากนั้นสายตาก็มองหน้าและเฝือกที่แขนเขาสลับกันไปมา

“มีธุระอะไรหรือครับ?”

“ฉันต้องการจ้างนักสืบ”

“งั้นก็มาถูกที่แล้วครับ เชิญข้างในครับ”

เขาเปิดประตูกว้างให้ เจ้าหล่อนมองหน้าเขาอยู่ชั่วครู่ แล้วจึงเดินเข้าไป หล่อนไม่ได้นั่งเก้าอี้ในทันทีแต่หันไปมองรอบๆ
ห้อง ซึ่งมันไม่มีอะไรตกแต่งมากมาย นอกจากโต๊ะทำงาน ตู้เอกสาร และก็ชั้นวางหนังสือ มีต้นไม้ในร่มตั้งอยู่ และก็ภาพ
ติดผนังเท่านั้น

“เชิญนั่งครับ”

เมืองสองบอกแล้วก็เดินเข้าไปนั่งเก้าอี้ด้านใน หยิบเอา สมุดโน้ตและปากกามาวาง ขณะที่หล่อนนั่งลงแล้วก็พูดว่า

“ฉันต้องการจ้างนักสืบ”

“ครับ” เขาตอบแล้วยิ้มน้อยๆ มองหล่อนที่เอากระเป๋าวางบนโต๊ะ แล้วก็เปลี่ยนใจเอาไปวางไว้ที่ตัก ก่อนจะเอากลับ
มาวางที่โต๊ะอีกครั้ง

“คุณเป็นนักสืบหรือ?” หล่อนถาม แล้วก็ชี้มาที่แขน “ได้รับบาดเจ็บเพราะการทำงานหรือเปล่า”

“ไม่ใช่” เขาตอบ แล้วถามเข้าเรื่องว่า “คุณต้องการให้ติดตามใคร หรืออะไรหายหรือครับ”

หล่อนยังไม่ได้ตอบ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น มันดังมาจากกระเป๋าใบโตของหล่อนที่อยู่บนโต๊ะ เขาหันไป มองหน้าหล่อน
 แล้วก็เห็นใบหน้านั้นแสดงอาการตกใจ ก่อนที่จะหยิบมือถือออกจากกระเป๋ามองเบอร์แล้วก็กดสายทิ้งไป วางมันไว้บน
โต๊ะ ถามเขาว่า

“การสะกดรอยคน โดยที่ไม่ให้เขารู้ตัวนี่ยากไหม?”

“ไม่ยากครับ พวกเราเป็นมืออาชีพ ทำได้อยู่แล้ว”

หล่อนนิ่งไปชั่วครู่แล้วถามขึ้นว่า

“แล้วมันเป็นไปได้ไหมว่า คนถูกสะกดรอยนั้นเหมือนจะรู้ตัว เพียงแต่ไม่รู้ว่าเป็นใครหรือมองไม่เห็นใครเท่านั้น”

“ก็เป็นไปได้ครับที่คนถูกสะกดรอยจะรู้สึกตัวว่าเหมือนมีคนติดตาม แต่ทางเราจะไม่ให้ถูกจับได้แน่นอน”

หล่อนพยักหน้า แล้วถอนหายใจน้อยๆ เหมือนจะโล่งอก  แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อเสียงโทรศัพท์ดังอีกครั้ง แต่ไม่
ได้ดังมาจากเครื่องเดิม ดูเหมือนจะมีอีกเครื่องในกระเป๋า แล้วหล่อนหยิบมือถือขึ้นมา พร้อมกับลุกขึ้น เดินไปชิด
กระจกห้อง 

เมืองสองมองตามแล้วก็ขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิด ผู้หญิงคนนี้ดูเหมือนจะจิตใจไม่อยู่กับตัวเท่าไหร่ เหมือนกลัวๆ อะไร
สักอย่าง เขาไม่คิดจะฟังว่าหล่อนพูดอะไร แต่มันก็ได้ยินเอง และเมื่อปะติดปะต่อแล้ว หล่อนก็ไม่ได้คุยอะไรมาก
เมื่อหล่อนบอกไปว่าหล่อนอยู่สำนักงานนักสืบ และกำลังจะกลับ

“ฉันต้องการจ้างนักสืบ” หล่อนบอกอีกครั้งเมื่อกลับมานั่ง

“จะให้ติดตามใคร ” เขาถามซ้ำไปอีกครั้งเมื่อหล่อนนิ่งไปอีก

“ผู้หญิงชื่อ ชิดนาง เอื้อเปี่ยมสุข ”

เมืองสอง จดชื่อนั้นลงที่กระดาษ  “คุณมีรายละเอียดมากกว่านี้ไหมครับ ที่อยู่ อายุ อาชีพ หรือรูปถ่าย”

หล่อนนิ่งมองเขา ถามขึ้นว่า “คุณถนัดซ้ายหรือ?”

ชายหนุ่มลอบถอนใจ ผู้หญิงคนนี้ ควรจะตอบคำถามเขา มากกว่าจะมาถามเขา

“ผมเขียนหนังสือได้ทั้งมือซ้ายขวา”

“เก่งจัง ต้องเป็นคนที่มีสมาธิดีมากแน่ๆ ฉันไม่ยังไม่รู้เลยว่า คุณชื่ออะไร?”

“ผมชื่อเมืองสอง”

หล่อนขมวดคิ้ว “นี่ไม่ใช่สำนักงานนักสืบอดิศักดิ์หรอกหรือ?”

“ก็ใช่ครับ แต่ตอนนี้อดิศักดิ์ เขาไม่อยู่ ผมเลยรับหน้าที่แทน คุณมีรูปถ่ายของผู้หญิงที่ต้องการให้ติดตาม
ไหมครับ” เขาพยายามพาหล่อนกลับเข้าเรื่องอีกครั้ง พร้อมๆ กับภาวนาให้หล่อนเปลี่ยนใจเดินออกไป
แล้วกลับมาใหม่ตอนนายอดิศักดิ์เข้ามาแล้วดีกว่า

“คุณไม่ต้องใช้รูปถ่าย หรือรายละเอียดอะไรก็ได้ เพราะชิดนางผู้หญิงที่ฉันต้องการให้ติดตามนั้น คือฉันเอง”

เมืองสองอึ้ง ผู้หญิงคนนี้ กำลังมาจ้างให้นักสืบ ติดตามตัวเอง อย่างนั้นหรือ... บ้าหรือเปล่า

“ฉันไม่ได้บ้านะ” หล่อนพูดขึ้นมาเสียงแข็งทันที ราวกับเดาความคิดของเขาออก “ฉันแค่ต้องการให้มีคน
ติดตามฉันทุกฝีก้าว”

“คุณมีคนปองร้ายอย่างนั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นไม่จ้างบอดี้การ์ดละ ผมแนะนำให้ได้”

หล่อนสั่นหน้า “ ฉันไม่แน่ใจ แต่ฉันต้องการให้รายงานฉันทุกอย่างว่า เวลาไหน ฉันอยู่ไหน กับใคร  ทำอะไร
 ถ่ายรูปเป็นหลักฐานด้วย”

ทำไมไม่จ้างเลขนุการแทนละ   เมืองสองคิด แล้วก็สะดุ้งเมื่อหล่อนพูดขึ้นว่า

“ที่ฉันไม่จ้างเลขานุการ ก็เพราะ ฉันไม่อยากให้ใครรู้นะสิ”

แล้วหล่อนก็เปิดกระเป๋า หยิบเอาเงินออกมา “นี่เงินค่าใช้จ่าย ฉันจ่ายให้ก่อนห้าหมื่น ฉันอยากให้เริ่มงานเร็ว
ที่สุด คุณช่วยเขียนเบอร์โทรศัพท์หรืออีเมล ที่ฉันสามารถติดต่อนักสืบอดิศักดิ์ให้ฉันด้วย ฉันต้องรีบไปแล้ว”

เมืองสองมองหน้าหล่อน สลับกับเงินห้าหมื่นที่วางบนโต๊ะ แล้วเขาก็เขียนอย่างที่หล่อนต้องการส่งให้โดยไม่
พูดอะไร...เขาคิดเสียว่าหล่อนไว้ใจ และยกให้การตัดสินใจจะรับงานหรือไม่อยู่ที่อดิศักดิ์จะดีกว่า

เขาลุกขึ้น เดินตามหล่อนที่เดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว แต่เขาก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ของหล่อนดังขึ้นก่อน
ที่หล่อนจะเปิดประตูออกไปสวนกลับพวกลูกน้องของเขาที่เข้ามาพอดี

“ใครหรือ?”

“ลูกค้า มาหานายศักดิ์”

“สวยดีนะ”

“ไม่ต้องพูด ไปเอาข้าวใส่จานมา หิวแล้ว”

เมืองสองสั่งแล้วก็เดินกลับเข้าไปในห้อง เขามองเงินห้าหมื่นที่หล่อนวางเอาไว้ ก่อนจะเก็บมันเข้าลิ้นชัก
นึกสงสัยขึ้นมาว่า ชิดนาง เอื้อเปี่ยมสุข นี้เป็นใคร และคิดว่ากินอิ่มแล้วอาจจะมาเปิดดูที่อินเตอร์เน็ต

เมืองสองคิดอย่างนั้น แต่ขณะที่กำลังกินอยู่ ปรากฏว่าฝนตกหนัก แล้วไฟก็ดับ หนำซ้ำอดิศักดิ์ก็โทรเข้ามาบอก
ว่า ฝนตกน้ำท่วมรถติด ให้เขานั่งแท็กซี่ไปโรงพยาบาลเอาเองแล้วกัน เรื่องที่จะคุยด้วยจะโทรไปเล่าฟังทีหลัง
เขาก็มีโอกาสบอกเรื่องของชิดนางให้ฟังคร่าวๆ เท่านั้น ก่อนจะวางหู และเมื่อกินเสร็จเขาก็เรียกแท๊กซี่มารับออก
จากสำนักงานทันที

ต้องใช้เวลาอยู่ร่วมสองชั่วโมงกว่าที่เมืองสองจะมาถึงโรงพยาบาล และต้องรอหมออยู่อีกชั่วโมงกว่าเขาจะได้ตัด
เฝือก แต่ขณะที่มานั่งรอเพื่อจ่ายเงินนั้น เขาก็นั่งดูทีวีที่ทางโรงพยาบาลจัดไว้ เป็นรายการละคร แต่เมื่อมีการ
เสนอข่าวด่วน เขาก็ต้องนั่งตะลึงอยู่ตรงนั้น เมื่อเห็นภาพคนในข่าว

...เกิดเหตุน่าสลดใจ เมื่อนางสาวชิดนาง เอื้อเปี่ยมสุข ทายาทพันล้านของนายเลอสรร เอื้อเปี่ยมสุข กระโดดตึก
ตาย ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเพราะอะไร แต่ ณ จุดนั้น มีคนกระโดดฆ่าตัวตายไปแล้วสองรายเมื่อเดือนก่อน...

หล่อนยังอยู่ในชุดที่มาพบกับเขาอยู่เลย
 

*************



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 01, 2015, 11:34:19 AM โดย เมืองสอง »

นิรีย์

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 56
  • เขียนทุกวัน จบสักวันแน่ๆ
    • ดูรายละเอียด
Re: สืบรัก สะกดรอยรัก
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2015, 11:48:16 AM »
มารออ่านอีกรอบค่ะ อย่าให้เค้าค้างนะตัวเอง
เที่ยวนี้ต้องจบนะ นิรีย์

noneko

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 136
    • ดูรายละเอียด
Re: สืบรัก สะกดรอยรัก
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2015, 11:01:27 PM »
ชักเริ่มสนุก รอติดตามอ่านต่อนะคะ

buddy

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 342
    • ดูรายละเอียด
Re: สืบรัก สะกดรอยรัก
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2015, 11:54:02 PM »
ตามสะกดรอยอย่างใกล้ชิด คริคริ

ไอวินทร์

  • นักข่าว
  • Sr. Member
  • *
  • กระทู้: 251
    • ดูรายละเอียด
Re: สืบรัก สะกดรอยรัก
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2015, 03:26:47 PM »
   ::)   เมืองสอง  เย้ๆๆๆๆ   

ฉันไม่บ้านะคะ   :o

เค้ามีเงินจ้าง ก็รับๆๆ งานเหอะน่า ฮ่าๆ
Licht und Schatten トーキョーグール-

lung_tom

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 384
    • ดูรายละเอียด
Re: สืบรัก สะกดรอยรัก
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2015, 06:47:54 AM »
กอดดดดดด... พี่เมืองสอง คิดถึงเจงๆเล้ย!!!