ผู้เขียน หัวข้อ: Doll’s house คลับนี้ไม่วุ่นรัก 2.  (อ่าน 676 ครั้ง)

ไอวินทร์

  • นักข่าว
  • Sr. Member
  • *
  • กระทู้: 285
    • ดูรายละเอียด
Doll’s house คลับนี้ไม่วุ่นรัก 2.
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 28, 2015, 07:05:39 PM »

ต่อ บท หนึ่ง
--
พอเดินไปถึงเขาเปิดประตูห้องรับประทานอาหารค้างไว้ แล้วผายมือให้เธอเดินเข้าไปนั่ง

“ไม่ทราบว่าคุณควันเทียนมีอาหารที่ไม่สามารถรับประทานได้
หรือแพ้อาหารอะไรหรือเปล่าครับ คราวหลังผมจะได้สั่งแม่ครัวเอาไว้”
 เขาทำหน้าที่เจ้าของบ้านผู้ใส่ใจแขกเหรื่ออย่างเต็มที่

“ฉันไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่องอาหารค่ะ และถ้าไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป
ไม่ต้องเรียกฉันว่าคุณหรอกค่ะ คุณตั้งมั่นเป็นนายจ้างของฉันนะคะ” 

“ตกลงครับ” เขายอมรับ กำลังคิดว่าเธอจะมีจุดประสงค์แอบแฝงเกี่ยวกับตุ๊กตาของเขาหรือเปล่า
 แต่ถ้ามาบังอาจแตะต้องตุ๊กตาของเขาโดยมีความคิดชั่วร้ายซ่อนอยู่ล่ะก็ อย่าหวังจะจากไปอย่างง่ายดายแล้วกัน

ระหว่างนั้น อาหารเริ่มทะยอยมาเสิร์ฟจน เรียกได้ว่าโต๊ะที่กว้างสำหรับนั่งได้แปดที่นั่ง เริ่มเกือบเต็มพื้นที่

 ในช่วงแรกเธอดูเกร็งๆ ไม่ค่อยกล้าตักอาหารเท่าไหร่ ทำให้เขาต้องเหนื่อยสร้างบรรยากาศให้เป็นกันเอง
โดยการยกเรื่องต่างๆ นาๆ มาชวนคุย ซึ่งโดยปกติแล้ว ความมีมารยาทอันดีงามของเขาในฐานะเจ้าของบ้าน
ก็แล้วแต่อารมณ์เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่อย่างน้อยก็คุ้มค่าสำหรับทำให้อะไรๆ มันง่ายขึ้น
สำหรับแผนการของเขาในลำดับต่อไป เมื่อคิดได้ดังนั้น ตั้งมั่นก็เก็บรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เอาไว้ข้างในไม่ให้เธอเห็น
เมื่อเห็นเธอยกแก้วน้ำดื่มเป็นที่เรียบร้อย เขาก็เข้าสู่เรื่องสำคัญทันที

"ต้องการขนมหรือผลไม้อะไรหรือเปล่าครับควันเทียน"

"ไม่ค่ะ ขอบคุณค่ะ"

"ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลย เรากลับไปที่ห้องรับแขกกันสักครู่นะครับ ผมคิดว่าเราต้องทำเรื่องนี้ให้ถูกต้อง
การจ้างงานคุณจะได้มีผลตามกฎหมายทันทีไงครับ"
เขาลุกขึ้นแล้วบอกเธอว่าจะไปหยิบเอกสารมาให้เธอเซ็น

"เอ่อ คุณตั้งมั่นคะ"

"ครับ"

"คือว่า ฉันลืมเอาบัตรประชาชนมา ไว้พรุ่งนี้ได้หรือเปล่าคะ"

"ไม่เป็นไรครับ ขอให้คุณกรอกเอกสารเท่าที่กรอกได้ แค่เซ็นเอกสารไปก่อน
ส่วนที่เหลือค่อยเอามาให้ผมทีหลัง ผมจะได้จัดการเรื่องบัญชี เรื่องเงินค่าจ้างให้เรียบร้อย"
เขาสังเกตว่าเหมือนเธอไม่ได้เตรียมใจว่าเขาจะรุกเร็วถึงขนาดนี้
มาเจอกันหนแรกก็ถึงกับโดนจับมัดมือชกให้เซ็นสัญญากันเลย

"ฉัน เอ่อ" เธอลังเล จนพูดไม่ออก เขาเลยต้องเสริมแรงกระตุ้นสักเล็กน้อย

"ควันเทียน ถ้าคุณไม่พร้อมสำหรับงานนี้ หรือรู้สึกไม่สะดวกใจที่นายจ้างของคุณเป็นผู้ชาย ผมก็เข้าใจครับ
ผมก็ไม่อยากบังคับใจใครให้มาทำงานที่นี้ ผมต้องการให้เราสบายใจกันทุกฝ่าย
ถ้าอย่างนั้นผมก็ขอบคุณที่คุณเสียสละเวลามา เดี๋ยวโทร.เรียกแท็กซี่จากศูนย์ให้นะครับ"

 ประโยคที่พูดออกมาทำให้เขาแทบอยากจะวิ่งเข้าห้องน้ำเพราะอาหารที่เพิ่งรับประทานเข้าไปพุ่งขึ้นมาถึงคอหอย
 'สุภาพบุรุษ' เขาไม่เคยเจอ 'ตั้งมั่น' แบบนี้มาก่อนเลย ยิ่งนานไปก็ยิ่งขนลุกตัวเอง ทำไปได้อย่างไรกัน
แต่มานึกอีกทีก็เพราะมีเป้าหมายสำคัญรออยู่นะสิ เขานึกภาพแม่ตุ๊กตาหน้านิ่งคนนี้ได้ในอนาคต
และนั้นก็คงจะสนุกเอามากๆ อาจเพราะเขายืนนิ่งอยู่นานเกินไปทำให้ไม่ได้ยินเสียงเรียกจากอีกฝ่าย
จนเสียงของเธอดังขึ้นกว่าเดิมจนแทบเป็นตะโกนเขาถึงรู้สึกตัว

"คุณตั้งมั่น"

"อ้าว ควันเทียน ขอโทษครับพอดีผมเผลอคิดเรื่องงานที่ค้างอยู่
สรุปว่า รอผมเรียกแท็กซี่ให้ใช่หรือเปล่า ถ้าอย่างนั้นรอสักครู่นะครับ"

"ไม่ใช่ค่ะ" เธอรีบปฏิเสธเสียงร้อนรน "ฉันตกลงทำงานค่ะ"
 เห็นสีหน้ากระอักกระอ่วนใจของควันเทียนแล้ว เขาก็ไม่เกิดความรู้สึกสงสารแต่อย่างใด

"ผมก็คิดว่าเราน่าจะร่วมงานกันได้ดี" จากนั้นเขาก็แทบถลาไปที่ห้องทำงาน เพื่อหยิบสัญญาที่เขาเตรียมเอาไว้
สัญญานี้จะทำให้ชีวิตเธอเปลื่ยแปลงไปตลอดกาล แม่สาวจอมโกหก
หลังจากวางเอกสารไว้บนโต๊ะรับแขก เขาต้องพยายามเก็บอาการไว้อย่างสุดกำลัง
 ไม่ทำหน้าตาเหมือนหมาป่ากำลังจะขม้ำเหยื่อที่อยู่ตรงหน้า

"อ่านดูก่อนสิครับ ใช้เวลาตามสบายเลย ต้องเข้าใจผมด้วยนะครับ ตุ๊กตาของผมแต่ละตัวถึงราคาไม่ถึงหลักล้านก็จริง
แต่ก็มีคุณค่าทางจิตใจของผมมาก เพราะฉะนั้นผมจึงต้องรอบคอบสักหน่อยถ้าเกิดว่ามันเป็นอะไรขึ้นมา
 เพราะผมจะได้ไปเคลมกับบริษัทประกันได้ด้วย"
สัญญาการจ้างงานธรรมดาทั่วไปนี่แระ ทั้งหมดก็ประมาณแปดหน้าเท่านั้นเอง
แต่เขาเพิ่มข้อเรียกร้องแทรกไว้ระหว่าง ค่าความเสียหายเกี่ยวกับตุ๊กตาของเขา

เวลาผ่านไปประมาณห้านาที แต่เขารู้สึกเหมือนผ่านไปนาน
นี่แม่คุณคิดจะอ่านให้ละเอียดเลยหรือเปล่า ไหนว่าคนไทยส่วนใหญ่หละหลวมเกี่ยวกับพวกสัญญาไง

"อยากเอาสัญญากลับไปอ่านที่บ้านหรือเปล่าครับ ควันเทียน"
 เขาเผลอถามไปโดยไม่ได้ตั้งใจ หากว่าเธอตอบตกลงล่ะก็ คงได้ผิดแผนอีก
เธอสะดุ้งแล้วเงยหน้าขึ้นมาเหมือนตกใจว่ายังมีเขานั่งเฝ้ามองอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วย

"ไม่ๆ ค่ะ"
 เธอรีบตอบ แล้วก้มหน้าก้มตาอ่านสัญญาต่อ เขาภาวนาอยู่ในใจ อ่านข้ามประโยคพวกนั้นซะ แล้วฉันจะรักเธอควันเทียน
แล้วก็นึกหงุดหงิดใจ ทำไมต้องไปรักผู้หญิงที่ไม่ซื่อสัตย์ด้วยล่ะ เขายกมือขึ้นมากอดอกด้วยความรู้สึกไม่พอใจตนเอง
แต่นั้นอาจทำให้ควันเทียนเข้าใจผิดไปเองว่าเขาเร่งรัดเธอ เพราะไม่นาน
เธอก็จรดปากกาลงบนกระดาษเซ็นชื่ออย่างเรียบร้อย เขาทำเป็นไม่สนใจต่อไป

"ตัดสินใจได้แล้วสินะครับ ถ้าอย่างนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมอยากพาคุณทัวร์ดูน้องๆ
ที่รักของผมสักสิบห้านาทีก่อนคุณจะกลับนะครับ ผมคิดว่าคุณต้องหลงรักเด็ก ๆ พวกนั้นอย่างผมแน่นอน
 เขาไม่แลเอกสารบนโต๊ะสักนิด แม้จะดีใจแทบอยากตะโกนว่า "เธออยู่ในอุ้งมือฉันแล้วควันเทียน"

เขาลุกขึ้นยืน "เชิญทางนี้ครับ" เขาเดินนำหน้าโดยไม่สนใจว่าเธอจะเดินตามมาหรือเปล่า มุ่งตรงไปที่ห้องตุ๊กตาที่อยู่ชั้นล่าง
 ห้องนี้ไม่ใช่ห้องที่เขาหวงสักเท่าไหร่ ราคาก็อยู่ที่ระดับพันระดับหมื่นบาท เพื่อยืนยันให้เธอรู้ว่า
 เขามีตุ๊กตาสะสมไว้จริงๆ และเขาเป็นเจ้าของตัวจริง เขายืนรอเปิดประตูค้างไว้เช่นเคย

เห็นเธอรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับตุ๊กตาที่เขาสะสมก็อดรู้สึกภูมิใจไม่ได้
ถ้าตุ๊กตาตัวไหนไม่เข้าตาเขาล่ะก็ ไม่ได้มาอยู่ที่บ้านหลังนี้หรอก

"เยอะขนาดนี้เลยเหรอคะ"

"แค่บางส่วนครับ สำหรับตอนนี้จนกว่าเราจะเข้าใจตรงกันเกี่ยวกับวิธีดูแล ผมขอความกรุณาว่า ดูได้แต่อย่าจับนะครับ"

"สวยมาก" เขาได้ยินเสียงเธอรำพึงกับตัวเอง ย่อมต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว
เพราะเขาเป็นคัดเลือกด้วยตัวเองทุกตัว เขาปล่อยให้เธอสำรวจอยู่ครู่หนึ่งจึงได้เอ่ยขัดจังหวะ

"ผมว่าเรายังมีเวลาอีกมากที่จะเรียนรู้เกี่ยวตุ๊กตาไปด้วยกัน สำหรับคืนนี้ผมว่าคุณควรจะรีบกลับบ้านจะดีกว่า
พรุ่งนี้ต้องไปเรียนหนังสืออีกไม่ใช่เหรอครับ"
ประโยคสุดท้ายทำเอาเธอมีอาการสะดุ้งนิดๆ หันกลับมาหาเขาพยักหน้าตอบรับ

"ค่ะ"

-

ส่งควันเทียนกลับบ้านไปแล้ว เขาก็รีบเปิดหาเว็บไซต์ที่ต้องการ เลื่อนหน้าจอไปมามองดูเสื้อผ้าแต่ละแบบอย่างมีความหมายในใจ

“สำหรับเธอ แม่คนหลอกลวงต้องเหมาะกับชุดเมดสาว จะได้คอยฟังคำสั่งแล้วเอาอาหารมาเสิร์ฟให้ฉันตามที่ต้องการ”

ชายหนุ่มกดเม้าส์ในมือรัวเร็ว สั่งชุดคลอสเพลย์ในเว็บไซต์มาหลายชุด 
ไม่ว่าจะเป็นชุดกระต่ายน้อยสุดเซ็กซี่บันนี่เกิร์ล ชุดแม่บ้านที่ได้สั่งเป็นชุดแรก
ชุดสาวเสิร์ฟร้านคอฟฟี่ช็อปที่มีผ้ากันเปื้ยน
แน่นอนว่าชุดพวกนี้ตุ๊กตาของเขามีสวมใส่แล้วหลายตัว นอกจากนี้เขายังคิดว่า
ชุดพวกนี้อาจเติมเต็มจินตนาการลับๆ ของเขาให้เป็นจริง เขาอยากเห็นใครสักคนได้ใส่ชุดเหล่านี้
และแน่นอนไม่มีใครเหมาะสมเท่าเธออีกแล้ว 'ควันเทียน'
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 18, 2015, 06:52:29 PM โดย ไอวินทร์ »
Licht und Schatten トーキョーグール-

ไอวินทร์

  • นักข่าว
  • Sr. Member
  • *
  • กระทู้: 285
    • ดูรายละเอียด
Re: Doll’s house คลับนี้ไม่วุ่นรัก 2.
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มีนาคม 03, 2015, 06:50:22 PM »
บทที่ ๒

ควันเทียนลงจากรถแท็กซี่ แล้วเดินเข้าบ้านด้วยความรู้สึกมึนงงเล็กน้อย แม้จะได้เซ็นสัญญาการทำงานไปแล้ว แต่เธอกลับไม่รู้สึกดีใจอย่างที่นึกเอาไว้ตั้งแต่แรก ก็เพราะสายตาของนายจ้างคนใหม่ของเธอนะสิ ทำไมเธอจะดูไม่ออก ภายนอกเหมือนเขาพยายามทำตัวเป็นสุภาพบุรุษมีน้ำใจ แต่สายตายามเผลอมองเธอ เหมือนกับนักล่าชัดๆ

นี่เธอไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจหรือเปล่า ก็เพิ่งเจอหน้ากันวันแรกแท้ๆ ถ้าไม่เป็นเพราะเธอจะต้องออกจากงานสิ้นเดือนนี้แล้ว เธอคงไม่ทำอะไรสุ่มเสี่ยงด้วยการปลอมประวัติตัวเองไปสมัครงานหรอก แต่นั้นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของเธอสักเท่าไหร่ ปัญหาครอบครัว คิดมาถึงตรงนี้ เธอถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไขกุญแจเข้าบ้านแล้วก็มองสภาพเละเทะของบ้านเธอ ญาติมหาภัยของเธอเข้ามาขออาศัยอยู่ที่บ้านเธอด้วยความไม่เต็มใจสักนิด เป็นเพราะแม่ของเธอใจอ่อน ได้แต่พร่ำบอกว่า ญาติกันลำบากก็ต้องช่วยเหลือกัน

ลำบากกับผีนะสิ เธอคิด ติดการพนันงอมแงม ดีไม่ดี ตื่นเช้าขึ้นมาจะมีเสี่ยกับลูกน้องหน้าตามาเฟีย มาลากเธอไปจากที่นอนเพื่อเป็นการจ่ายหนี้แทน  เพียงแค่สองอาทิตย์บ้านของเธอกับอย่างกับนรกแตก ข้าวของเครื่องใช้ไฟฟ้าหายไป แม่ของเธอก็บ่นว่าสร้อยคอทองคำที่เธอเคยทำให้ตอนทำงานมีเงินเดือนๆ แรกก็ไม่รู้หายไปไหน ทางที่ดีเธอควรรีบหาวิธีกำจัดญาติของเธอออกไปจากบ้านจะดีกว่า และจะต้องให้ออกไปด้วยความเต็มใจ เพราะขืนเธอไปเอาตำรวจมาจับข้อหาขโมย มีหวังคงได้คิดเล่นงานเธอทีหลังแน่ ไม่รู้เป็นญาติหรือศัตรูมีแต่นำความเดือดร้อนมาให้

จริงสิ เธอก็มัวแต่บ่นกับตัวเอง แม่คงจะหลับไปแล้ว เธอโทร.มาบอกตั้งแต่ตอนเย็นว่าไม่ต้องรอ บ้านหลังนี้เธออยู่กับแม่เพียงสองคน ไม่สิตอนนี้ก็มีปลิงมาอาศัยอยู่ด้วยอีกตัว แต่ความจริงเธอก็เลี้ยงแมวไว้ด้วยนะ ชื่อ ‘ยิ่งสวย’ เป็นแมวที่ไม่เรื่องมาก เธอถึงได้ชอบเจ้าหล่อนเอามากๆ
ในตอนนี้ควันเทียนรู้สึกเหนื่อยล้ามาก จะว่าไปต้องเรียกว่า ตัวเกร็งไปหมดต่างหาก

 แค่ไม่กี่ชั่วโมงที่ไปบ้านนายจ้าง สายตาของเขาที่คอยจับจ้องทำให้เธออึดอัดตลอดเวลา แต่อย่างน้อยเธอก็อุ่นใจได้ว่า เธอมีงานทำแล้ว ตอนแรกเธอก็ยังลุ้นอยู่เหมือนกันว่า เจ้าของจะรับเธอเข้าทำงานหรือเปล่า แม้จะผิดคาดไปบ้างที่เขาไม่ใช่ผู้หญิงอย่างที่เธอคิดเอาไว้ ก็ใครจะไปรู้ว่าผู้ชายก็เล่นตุ๊กตาใส่กระโปรงแบบนั้น หรือบางทีเขาอาจจะเป็นเพศทางเลือก ช่างเถอะจะเป็นอะไรก็เป็น ขอให้มีเงินจ่ายค่าจ้างเธอก็พอ ควันเทียนหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วไปอาบน้ำ

-
เช้านี้ควันเทียนตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น เมื่อเรื่องกังวลว่าจะไม่มีงานทำหายไปแล้ว วันนี้เธอจะไปทำงานที่เก่าเป็นวันสุดท้าย อย่างน้อยก็ทำให้เธอฮึดสู้ต่อไป บางทีเธออาจหาเงินลงทุนทำอะไรสักอย่าง ที่ไม่ต้องมีสถานะเป็นลูกจ้าง เพราะงานที่เธอทำไม่มั่นคงนัก สักวันเธอก็ต้องมาเดินเตะฝุ่นหางานทำใหม่ เมื่อไปถึงที่ทำงาน เธอตั้งใจทำงานอย่างดีที่สุด

ส่วนเรื่องคนจะมารับช่วงต่องานก็ไม่ต้องเป็นห่วงอะไร พอมีสมาธิกับงานเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วจนพักเที่ยง เธอซื้อแซนด์วิชมาไว้แล้ว จึงไม่ต้องเสียเวลาออกไปข้างนอก แล้วก็นึกได้ว่าอยากค้นประวัตินายจ้างเธอสักหน่อย เผื่อจะเจออะไรในโลกโซเซียลบ้าง เธอลองพิมพ์ชื่อเขาลงไป ‘ตั้งมั่น’ จริงสิเธอจำนามสกุลเขาไม่ได้ แน่นอนว่าผลลัทธ์ที่ได้มา ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเขาเลย เธอเพิ่มคำว่าตุ๊กตาลงไปหลังชื่อเขา แม้ไม่หวังว่าจะเจออะไรแต่ก็ต้องแปลกใจว่ามีความเกี่ยวข้องกัน เหมือนจะเป็นเว็บไซต์อะไรสักอย่าง

 เธอเลยเข้าไปสำรวจ คล้ายเป็นคลังความรู้เกี่ยวกับตุ๊กตา รวมทั้งมีเว็บบอร์ดให้คนรักตุ๊กตาเข้าไปสอบถามปัญหาต่าง ๆ ได้ด้วย เธอลองกดเข้าไปอ่านอยู่พักหนึ่ง แล้วก็ต้องรีบออก เมื่อนึกได้ว่า สิ่งที่เธอต้องการรู้คือ ประวัติของนายจ้างเธอต่างหาก แต่กลับไม่พบอะไรมากรู้คร่าวๆ เพียงว่าเขาเริ่มสะสมตุ๊กตาตั้งแต่เด็ก เพราะแม่ของเขาก็มีตุ๊กตาสะสมอยู่ก่อนแรก เธอแอบคิดในใจบางทีเขาอาจจะชอบผู้ชายด้วยก็ได้ เธอไม่รู้มาก่อนว่าผู้ชายก็เล่นสะสมตุ๊กตาน่ารักแบบนั้น จนถึงกับเรียกได้ว่าคลั่งไคล้

ดูจากปริมาณที่เธอเห็นเมื่อวานนี้ แถมเขายังบอกว่านี่แค่บางส่วน เธอแน่ใจว่าเขาต้องมีตุ๊กตาตัวโปรดของหวงซ่อนเอาไว้เชยชมเล่นเป็นการส่วนตัวแน่ บางทีไปหาคำตอบเกี่ยวกับตัวเขาที่บ้านเขาเองเลยน่าจะดีที่สุด ไหนๆ เย็นนี้เธอก็ต้องไปเจอกับเขาอยู่แล้ว พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นพนักงานคนอื่นทะยอยกลับเข้ามาแล้ว เธอเลยปิดหน้าจอเว็บไซต์
เตรียมทำงานรอบบ่าย


-
แม้จะทำงานที่นั้นมาได้สองปีแล้วก็ตาม เธอก็ไม่สนิทกับใครจึงไม่มีใครพาไปเลี้ยงส่ง ซึ่งเธอก็ไม่รู้สึกอะไร กลับดีเสียอีกเพราะไม่ชอบกล่าวอำลากับใคร เธอนั่งรถโดยสารแล้วเดินเข้าไปในซอยบ้านของนายจ้างอีกเล็กน้อย บ้านของเขามีพื้นที่พอสมควร เธอเดาว่าคงจะอาศัยอยู่ที่นี้มาได้หลายสิบปีแล้ว เพราะราคาที่ดินแถวนี้ก็แพงเอาเรื่อง จะว่าไปก็คล้ายย่านผู้ดีมีเงินสมัยก่อนอยู่เหมือนกันดูจาก ลักษณะบ้านแต่ละหลังและมีการต่อเติมอาคารสมัยใหม่ทีหลัง เธอกดกริ่งหน้าบ้าน ยืนรอสักครู่แม่บ้านก็เดินมาเปิดประตูให้พร้อมกับรอยยิ้ม

“เชิญค่ะ คุณควันเทียน”

“ขอบคุณค่ะป้า คุณตั้งมั่นกลับมาจากทำงานหรือยังคะ”
เธอชวนคุยระหว่างเดินเข้าไปในตัวบ้าน ซึ่งเธอเพิ่งได้สังเกตว่าเป็นบ้านที่ดูทันสมัยแบบกึ่งๆ สไตล์รีสอร์ตทีเดียว ดูน่าพักผ่อนมีระเบียงแทบจะรอบบ้าน ต้นไม้ล้อมรอบตัวบ้าน แต่ไม่รกจนเกินไป พอดีว่าเมื่อคืนความมืดทำให้เธอเพ่งมองอะไรไม่ชัดนัก

“อ้าวคุณควันเทียนไม่รู้เหรอคะคุณตั้งมั่นทำงานอยู่ที่บ้าน”

“อ๋อ ค่ะ” เธอก็ไม่กล้าจะถามต่อว่า เขาทำงานอะไรดูจะเป็นการถามซอกแซกจนเกินไป

“เดี๋ยวคุณควันเทียนไปนั่งรอที่ห้องรับแขกก่อนนะคะ ป้าจะไปเอาของทานเล่นมาให้” แกส่งยิ้มปิดท้ายแล้วเดินแยกออกไปทันที
เธอเดินไปนั่งแล้วเริ่มสำรวจไปรอบ ๆบ้าน อย่างไม่มีอะไรทำ ดูข้าวของที่ตกแต่งในบ้าน มีแจกันจีนด้วย คงไม่ใช่แจกันโบราณอายุสามร้อยปีหรอกมั้งเธาเดาไปเรื่อย ถ้าใช่ นายจ้างเธอก็คงมีฐานะระดับมหาเศรษฐีทีเดียว และสิ่งที่ตามมาคู่กันคือ นิสัยเอาแต่ใจเธอแอบถอนหายใจเบาๆ แล้วก็ต้องสะดุ้งเพราะมีเสียงผู้ชายดังแว่วมา

“มีอะไรไม่ชอบใจหรือครับ ควันเทียน” เขาเดินลงมาจากชั้นสองมือข้างหนึ่งสอดอยู่ในกระเป๋ากางเกง ดูผู้ดี๊ผู้ดีเลยนะ เธอแอบหมั่นไส้นิดๆ
“เปล่าค่ะ”

“เดี๋ยวทานของว่าง แล้วเราค่อยเริ่มงานกันนะครับ” เขากล่าวเนิบๆ ส่งยิ้มอบอุ่นละลายใจมาให้เธออีกแล้ว แต่เธอกลับรู้สึกเหมือนต้องเพิ่มการระมัดระวังตัวมากกว่า

“ไม่เป็นไรค่ะ เริ่มงานก่อนก็ได้ค่ะคุณตั้งมั่น ฉันยังไม่รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง”

“วันนี้คุณแต่งตัวสุภาพเรียบร้อยจัง วันนี้ไม่มีเรียนหรือครับ”
คำถามนี้ทำให้เธองุงงงไปสิบวินาที แล้วก็ก้มมองดูเสื้อผ้าตัวเอง รู้สึกใจหายวาบ จริงสิ เธอบอกเขาไปว่าเธอเป็นนักศึกษานี่นา

“เอ่อ ค่ะ” เธอเลือกตอบแบบสั้นๆ ไว้ก่อน

“เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้น คุณก็ต้องเปลื่ยนเป็นชุดทำงานของทีนี้เสียก่อน”

“อะไรนะคะ”

“ก็ในสัญญาไง ผมระบุเอาไว้แล้ว นี่คุณอ่านข้ามเหรอครับควันเทียน” น้ำเสียงมีแววหยอกเย้านิด ๆ

“เอ่อ ดูเหมือนว่าสัญญาฉันจะลืมเอากลับไปบ้านค่ะ ถ้าอย่างไรรบกวนคุณตั่งมั่นหยิบให้ฉันด้วยนะคะ”

“โธ่ ผมล้อเล่นหรอก เรื่องชุดทำงาน ผมไม่ได้บังคับสักหน่อย ก็ใส่ตามความสมัครใจของคุณ ถ้าเผื่อคุณจะได้เห็นชุดก่อนจะตัดสินใจ ตามผมมา
ครับ”
 แล้วเขาก็ไม่ให้เธอได้ปฏิเสธอะไร เดินนำหน้าไปยังห้องหนึ่งที่อยู่ชั้นล่าง เขาเปิดประตูยืนรอให้เธอเข้าไปก่อนอีกเช่นเคย ห้องนี้เหมือนเป็นห้องรับแขก มีเตียงมีโต๊ะเครื่องแป้ง มีตู้เสื้อผ้า และชุดที่เขาหยิบออกมาพาดบนที่นอนก็เป็นชุด กระโปรงสั้นขาวดำมีผ้ากันเปื้อนสีขาว แบบในหนังฝรั่งที่เธอเคยเห็น ชุดแม่บ้าน

“ชุดนี้เหรอคะ”

“ยังมีในตู้อีก คุณจะเลือกชุดไหนก็ได้นะควันเทียน แต่ผมคิดว่าชุดเมดน่าจะคล่องตัว เหมาะสำหรับงานดูแล เคลื่อนไหวได้ถนัดหน่อย”

“งานดูแลตุ๊กตานะเหรอคะ” เธอย้อนถามอย่างสงสัย

“หรือคุณอยาก...ทำงานทำความสะอาดบ้านด้วย” เขาตอบอย่างมีนัย  และเธอไม่คิดอยากหาคำตอบ ไม่ใช่งานดูแลเขาก็เป็นอันใช้ได้
“ถ้าฉันไม่สะดวกใจจะใส่ล่ะคะคุณตั้งมั่น”

“ถึงผมจะเป็นนายจ้าง และคุณเป็นแค่ลูกจ้าง ผมก็ไม่บังคับคุณหรอก อย่างไหนที่คุณจะไม่สบายใจผมก็จะไม่ทำ”
 แต่ในความหมายของเขาคือ ถ้าอยากให้นายจ้างสบายใจเธอก็ควรใส่ชุดเมด ช่างยอกย้อนนัก ถ้าใครมาบอกเขาดูสุภาพเป็นสุภาพบุรุษล่ะก็ เธอจะยอมเก็บเงินเดินทางไปเที่ยวอิตาลีเลยสามเดือน ไปทนลำบากซะที่นั้น

“ขอบคุณค่ะ” เธอตอบประชดไปอย่างนั้น รู้ดีว่ายังไงเขาก็ต้องบังคับให้เธอเปลื่ยนชุดให้ได้

“ถ้าอย่างนั้น ระหว่างที่คุณเปลื่ยนชุดผมจะออกไปรอข้างนอกนะครับ”
พูดในใจยังไม่ทันขาดคำเห็นไหมล่ะ
หลังจากนายจ้างเธอออกไปแล้ว เธอก็อยากกรีดร้องให้ลั่นห้อง นี่คงจะเป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้น ไม่รู้ว่าเธอจะทนพวกคนรวยหยิ่งยะโสอย่างเขาได้ถึงเดือนหรือเปล่า แต่ก็ต้องทนในช่วงที่เธอยังไม่รู้ว่าจะไปหารายได้อื่นจากไหน

เธอคว้าชุดแล้วเดินเข้าห้องน้ำ จัดการผลัดเปลื่ยน แล้วก็ต้องนึกแปลกใจ ทำไมเสื้อผ้าถึงได้แทบจะพอดีตัวเธอขนาดนี้ ชุดพวกนี้เป็นของใครมาก่อนหรือเปล่า อาจเป็นนักศึกษาเคราะห์ร้ายสักคน อาจโดนฆ่าขมขืนแล้วฝังอยู่ในสวนหลังบ้าน ภาวนาอย่าให้เขาเป็นฆาตรกรโรคจิตแล้วกัน มีหวังเธอต้องติดต่อนักสืบโจนส์ให้มาช่วยเหลือโดยด่วน

 เธอกลั้นใจยกเสื้อผ้าขึ้นมาดม ไม่ได้หวังว่าจะได้กลิ่นอะไร แต่มันอาจทำให้สบายใจขึ้น ไม่มีกลิ่นน้ำหอม ไม่มีกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่ม เธอขมวดคิ้ว นี่เป็นเสื้อผ้าใหม่เหรอ เธอทิ้งกระเป๋าไว้ในห้องนี้ แล้วเดินออกไปเปิดประตู
ยังไม่ทันได้อ้าปากถามเกี่ยวกับชุดนี้ เขากวาดสายตามองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าแล้ว ย้อนขึ้นไปมองที่ชุดอย่างวิเคราะห์เจาะลึกทีละส่วน แววตาโชนแสงอย่างประหลาด จนเธอรู้สึกอย่างถอยกลับไปในห้องเหลือเกิน คดีฆ่าข่มขืนวาบขึ้นมาในใจ

“คุณตั้งมั่นคะ” เธอเรียกเขาเพื่อต้องการหยุดสายตานั้นไว้

“ครับ”

“เริ่มงานได้หรือยังคะ”

“เริ่มสิ ตามผมมา” เขาพาเดินไปยังชั้นสองที่เคยพาเธอมาเมื่อวานนี้ แล้วเขาก็หยุดชะงัก จนเธอแทบเดินชน

“มีอะไรคะ”

“ตั้งแต่พรุ่งนี้ไป ก่อนทำงานคุณต้องอาบน้ำสระผมล้างมือให้เรียบร้อยก่อนนะครับ ควันเทียน เพื่อไม่ทำให้น้องๆ พวกนี้มีรอยเปื้อน หวังว่าจะเข้าใจนะครับ แต่สำหรับวันนี้ ผมจะอนุโลมให้ก่อน เพราะว่าผมจะอธิบายคร่าวๆ เกี่ยวกับตุ๊กตาให้ฟัง แล้วเราก็จะจัดห้องจัดของกันนิดหน่อยเท่านั้น”

“ค่ะ” เธอตอบรับอย่างงงๆ รักความสะอาดขนาดนั้นเชียว และเขาอาจจะหวงตุ๊กตาเอามากๆ ก็ได้ แต่นึกสงสัยอยู่นิดหน่อยจัดห้องอะไรกัน

“มาทางนี้ก่อนครับควันเทียน” เขายืนอยู่หน้าตู๊โชว์กระจกใส มีตุ๊กตาขนาดเล็กๆ เรียงรายเต็มไปหมด

“จะให้ฉันทำอะไรบ้างคะ” เธอต้องแสดงตัวอย่างกระตือรือร้นบ้าง เดี๋ยวจะหาว่าไม่ตั้งใจทำงาน

“ตุ๊กตาพวกนี้แม้จะดูมีขนาดเล็กแต่ก็มีราคาหลักพันจนไปถึงหลายหมื่น และทำจากเรซิ่นคุณภาพดี”

เธอจ้องมองตุ๊กตาที่สูงไม่เกินครึ่งไม้บรรทัด หน้าตาเหมือนเด็กฝรั่งรูปร่างคล้ายกามเทพคิวปิด มีผมสีทอง ผมสีน้ำตาล หลากสีสัน รวมทั้งผิวสีช็อกโกแลตก็มี ต้องยอมรับว่าหน้าตาน่าเอ็นดู แววตาออดอ้อนจริงๆ บางตัวมีตาสีฟ้าใสแจ๋ว ริมฝีปากจิ้มลิ้ม แก้มสีชมพูอ่อนดูเป็นธรรมชาติ ขนตางอนยาว สวมเสื้อผ้าแบบเด็กเล็กๆ น่ารัก แขนขาขยับไปตามอิริยาบทที่จัดวางเอาไว้ ความหลากหลายของตุ๊กตาทำให้เธอขยับเข้าไปมองจนหน้าจะแตะกับตู้โชว์ เธอคิดว่าเธอเริ่มหลงเสน่ห์ตุ๊กตาตัวน้อยเข้าให้แล้ว

“ไม่ต้องเอาเอาหน้าพุ่งเข้าไปอย่างนั้นครับควันเทียน ตู้โชว์นี่เปิดได้ เดี๋ยววันหลังผมจะให้คุณพาน้องๆ ออกมาสูดอากาศข้างนอกบ้าง”
เธอนึกดีใจ  ถึงแม้จะไม่รู้เมื่อไหร่ ราคาแพงขนาดนี้เขาคงต้องใช้เวลานานมากกว่าจะไว้ใจเธอระดับนั้นได้ สิ่งที่ควันเทียนไม่รู้ก็คือ ตั้งมั่น ไม่ได้กลัวว่าจะมีใครมาขโมยตุ๊กตา เพราะห้องพวกนี้มีกล้องวงจรปิด และได้ทำประกันตุ๊กตาเอาไว้แล้วมูลค่ามหาศาลทีเดียว

“พวกที่ตั้งโชว์อยู่ด้านนอกล่ะคะ ให้ฉันทำอะไร” เธอหันไปให้ความสนใจตุ๊กตาที่นั่งเผชิญหน้ากันสองตัว จำลองห้องรับแขกมีโต๊ะเก้าอี้และถ้วยชา พร้อมกับขนมเค้กบนโต๊ะ ดูๆ ไปแทบจะมีความรู้สึกว่าเป็นเป็นห้องตุ๊กตาที่มีรายละเอียดมากทีเดียว เหมือนดูรายการทีวีแชมเปี้ยนของจิ๋วอยู่ด้วย

“นี่ไง ที่ผมบอกว่าจัดห้อง ผมมีห้องครัว ห้องอาบน้ำ ระเบียงสวน ห้องนอน และอื่นๆ อีกมากมาย”
 ทำไมตอนที่เขาพูดว่าห้องนอนจะต้องปรายตามามองเธอด้วยก็ไม่รู้ คดีฆาตรกรหื่นกาม แว่บขึ้นมาในหัว เธอรู้สึกเหมือนมีเหงื่อผุดตามร่างกาย และรู้สึกหนาวสลับร้อนขึ้นมาดื้อๆ

“อ๋อ ค่ะ” เธอตอบและไม่พยายามนึกถึงภาพที่เขาอยู่กับนักศึกษาสาวคนก่อน นี่คือสาเหตุที่เขาต้องการจ้างเด็กสาวเอ๊าะๆ มานี่เอง เพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง

“คุณชอบห้องไหนควันเทียน ผมจะสาธิตการทำงานให้คุณดู”
เขาเดินไปตรงมุมห้องมีที่มีเคาเตอร์ ย่อตัวลงแล้วเปิดตู้ออกมาหยิบอะไรบางอย่าง

“ห้องไหนก็ได้ค่ะ ฉันไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับตุ๊กตามากนัก”

“ต่อไปคุณจำเป็นต้องรู้ครับ ผมขอยืนยันเพราะมันจะทำให้คุณสนุกกับการดูแลน้องๆ เหล่านี้ เอาเป็นว่าผมเลือกเป็นสวนข้างบ้านแล้วกัน”
 เขาหยิบกล่องหนึ่งออกมามาแล้วยกของออกมาวางบนโต๊ะเปล่าตัวหนึ่ง ดูเหมือนเป็นหน้าที่ของมันโดยเฉพาะ จัดจากตรงนี้เสร็จก็ เอาไปวางโชว์บนเคาเตอร์รอบๆ ห้อง

“ตุ๊กตาพวกนี้เป็นตุ๊กตาญี่ปุ่นเหรอคะคุณตั้งมั่น” เธอหมายถึงตุ๊กตาที่มีขนาดประมาณตุ๊กตาบาร์บี้ ที่เขาบอกว่าจะจัดห้องให้ใหม่ มีดวงตากลมโตเหมือนอย่างที่เคยเห็นในอนิเมชั่นของญี่ปุ่น ดูคาเรคเตอร์แอ๊บแบ๊ว หวานแหวว เกือบทุกตัว

“ใช่ครับ แต่ของที่อื่นก็มี” 
เขาตัดบทไม่อธิบายอะไร ให้ความสนใจกับการยกฉากสวนข้างบ้านออกมาวาง แล้วหยิบนั้นนี่มาวาง มีชิงช้ามีต้นไม้ พวกของประกอบฉาก แม้กระทั่งรูปปั้นแมว สุนัข นก กระต่าย ผีเสื้อก็มี อาจเป็นพวกดินปั้นเธอก็ไม่ค่อยรู้เสียด้วยว่าทำจากวัสดุไหนกันแน่

“ให้ฉันช่วยอะไรคะคุณตั้งมั่น”

“มาช่วยกันจัดสิครับ” 

ประโยคสั้นๆ แต่ทำเอาเธอทำอะไรไม่ถูกอยู่ดี เดินไปแล้วหยิบของอุปกรรณ์ตกแต่งส่งไปให้เขา มีลองวางเองบ้างก็ตรงชิงช้านั้นแหละ เขาก็ขยับไปตำแหน่งที่เขาชอบใจอยู่ดี ห่างจุดเดิมแค่ไม่กี่เซนติเมตรเอง คนอะไรเอาใจยากชะมัด เวลาผ่านไปประมาณสิบนาทีเห็นจะได้โดยที่ไม่มีการพูดจากัน ดูเหมือนเขามีสมาธิกับสิ่งที่ทำอยู่ เธอไม่รู้ว่าเขาสนุกหรือเปล่า แต่หน้าตาจริงจังเกินไปมั้ย เป็นเธอล่ะก็คงจะร้องเพลงไปด้วย

“เสร็จแล้วครับ เป็นอย่างไรบ้างฝีมือผม” จู่ๆ เขาก็เงยหน้าขึ้นมาจากฉากตุ๊กตา

“ดูน่ารักดีค่ะ จนอยากเข้าไปนั่งเล่นในนั้นด้วยเลยค่ะ” เธอตอบความจริง ถ้ามีสวนแบบนี้เธอคงหยิบหนังสือดีๆ สักสองสามเล่มไปนั่งไปนอนอ่านหนังสือ

“คุณชอบสวนแบบนี้หรือครับควันเทียน”

“ค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นคุณต้องชอบ เพราะว่าที่นี้ก็มีสวนจริงๆ อยู่ด้วย ผมสั่งช่างให้จำลองสวนมาเป็นฉากของตุ๊กตา”  ย่ะ พ่อคนรวย ความหมั่นไส้เธอเริ่มเพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆ เวอร์อลังการให้เต็มที่ไปเลย ฉันแค่ลูกจ้างค่ะ

“ถ้าอย่างนั้น ถ้าวันไหนฉันขออนุญาตไปนั่งเล่นบ้างได้มั้ยคะ” นึกถึงตรงนี้ เธอก็รู้สึกตื่นเต้นยินดี

“แน่นอนครับ” พอเขาตอบแบบนี้ เรื่องรวยเวอร์เธอให้อภัยเขาแล้ว “จริงสิคุณเรียนอยู่ปีไหนนะครับควันเทียน ดูสิผมลืมซะแล้ว”

“เอ่อ ปีสี่ค่ะ” ทำไมอยู่ๆ ดีเขาเริ่มมาตั้งคำถามเธอล่ะ

“คณะไหนนะ ผมก็อยากรำลึกถึงตัวเองเหมือนกัน”

“คณะมนุษย์ฯ ค่ะ”

“อืมคณะมนุษย์ฯ วันไหนใส่ชุดนักศึกษามาให้ผมดูหน่อยได้มั้ย อย่าทำหน้าแปลกใจมองผมอย่างนั้นควันเทียน ผมไม่ใช่พวกหวังเคลมเด็กสาวๆ หรอกนะ ผมแค่อยากเห็นว่าคุณใส่ชุดนักศึกษาแล้วเป็นอย่างไร”

แม้เขาจะออกตัวว่าไม่สนเด็กนักศึกษา แต่เธอคิดว่าความจริง มันคือใช่เลยล่ะ พวกเฒ่าหัวงู ให้ทุนการศึกษาแลกกับความสาว ไม่อย่างนั้นเขาจะระบุในใบสมัครเอาไว้เหรอว่า รับเฉพาะเด็กนักศึกษาผู้หญิง แน่จริงไม่รับผู้ชายล่ะ แต่เอ่อ ก็ต้องเด็กผู้หญิงสินะถึงเล่นตุ๊กตา

“ทำไมเงียบไปล่ะครับ คำขอของนายจ้างคนนี้จะสมหวังหรือเปล่าครับ” เธอจะบอกได้ไงว่า กำลังนินทาเขาอยู่

“ค่ะ”
“พรุ่งนี้ได้มั้ย” เขาเร่งรัดมาอีก

“เอ่อ ได้ค่ะ”

“ดูเหมือนคุณไม่ค่อยเต็มใจเลยนะควันเทียน” เขาทำหน้าบึ้งเหมือนไม่ค่อยพอใจเธอ นี่เธอก็บอกว่าได้ แล้วเขาจะเอาอย่างไรอีก

“ก็ทำไมจะไม่เต็มใจล่ะคะ ฉันก็รับปากแล้วนี่คะ” เธอเผลอยกมือขึ้นมากัดตรงข้อนิ้วชี้อย่างหงุดหงิด

“นั้นอะไร คุณใส่แหวนด้วย” เขาเปลื่ยนเรื่องปุปปับจนเธองง หรือจะเป็นพวกรักสวยรักงาม

“ค่ะ เป็นแหวนที่พ่อซื้อให้ตอนวันเกิด” เธอจำได้ว่าเย็นวันนั้นพ่อไปรับเธอที่โรงเรียน แล้วแวะร้านขายเครื่องประดับในห้างสรรพสินค้า ให้เลือกแหวนเอง แล้วจากนั้นไม่กี่เดือนพ่อเธอก็ป่วยแล้วจากไป จะว่าไปแหวนวงนี้ก็คล้ายของดูต่างหน้าของพ่อเธอ เธอค่อนข้างหวงและใส่ติดตัวประจำ

“ขอดูหน่อยได้มั้ยควันเทียน” ตอนแรกเธอจะปฏิเสธแต่แล้วก็ต้องจำใจถอนแหวนให้เขาไป

“สวยดีนะ เทอร์คอยช์ใช่มั้ย แล้วประดับรอบๆ นี่อะไรดูเหมือนจะเป็นมุกเม็ดเล็กๆ ออกแบบได้น่ารักดี แต่ฉันขอเตือนอะไรอย่างนะ ระหว่างทำงานห้ามใส่เครื่องประดับ เพราะฉะนั้นตอนนี้ฉันจะเก็บแหวนให้เธอก่อน พอเลิกงานเธอค่อยมาเอากลับไป

“ไม่ค่ะ เดี๋ยวฉันจะไปเก็บที่ห้องดีกว่า”

“อย่าเสียเวลาน่าควันเทียน นี่ฉันไม่คิดอยากได้แหวนเงินวงเล็กๆ ของเธอหรอก เธอจะแอบอู้งานก็บอกมาดีกว่า เดินไปเดินมาก็เสียเวลาเป็นสิบนาทีแล้ว” ดูเหมือนนิสัยร้ายกาจของเขาจะเผยออกมาเรื่อยๆ ท่าทางสุภาพบุรุษคงจะเสแสร้งไม่ได้แล้วสินะ

“ไม่ค่ะ ฉันต้องการแหวนคืน” เธอไม่อยากทำให้เขาถือไพ่เหนือกว่าโดยการบอกว่า แหวนวงนี้มีความสำคัญกับเธอยังไง แต่การที่เธอปฏิเสธเขาก็คงคิดว่าเธอแค่อยากเอาชนะ

“ไม่เห็นต้องทำตัวเรื่องมากเลยควันเทียน นี่เธอไม่รู้หรือว่าการทำให้นายจ้างไม่พอใจ มันจะมีผลอย่างไร เป็นนักศึกษาก็อย่าทำตัวอวดเก่งนัก เธอรู้หรือเปล่าว่าฉันจะเรียกค่าชดเชยการทำงานจากที่เธอหนีงานได้ด้วยนะ”

“นี่คุณระบุไว้ในสัญญาหรือคะ”

“ก็อะไรอีกหลายๆ ข้อ คืนนี้เธอควรเอากลับไปอ่านให้ละเอียดนะ และการโกหกจนเป็นนิสัย เลยทำงานที่ไหนไม่ทนสินะ ไม่มีเพื่อนร่วมงานคนไหนชอบคนขี้โกหกหรอก”
เธอเห็นเขาหย่อนแหวนของเธอใส่กระเป๋าเสื้อ ทำให้เม้มปากอย่างกลั้นอารมณ์ เขาไม่คิดจะคืนแหวนเธอ ต่อให้เธอจู่โจมเขาจนเจ็บตัวเธอก็จะทำเพื่อเอาแหวนมาให้ได้ เรื่องที่เขารู้ว่าเธอไม่ใช่นักศึกษาไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร เธอก็เบื่อจะปกปิดความจริงเหมือนกัน ไม่อยากให้ทำงานก็บอก ไม่เห็นต้องมาแสดงละครเหมือนกัน แล้วมาหาว่าเธอเป็นพวกชอบโกหก

“พูดออกมาตรงๆ เลยค่ะ คุณตั้งมั่น คุณหัวเสียที่ฉันไม่ใช่นักศึกษา ถ้าอย่างนั้นฉันก็ขอยกเลิกการทำงาน แล้วเชิญไปหานักศึกษาสาวๆ เซ็กซี่สักคนอย่างที่ชอบแล้วกันค่ะ แต่กรุณาคืนแหวนวงนั้นให้ฉันด้วย” เธอยื่นมือออกไป

“เธอนี่จะรู้ใจฉันได้อย่างไรกัน แบบไหนที่ฉันชอบ” เขายิ้มเยาะ ถึงหน้าตาเขาจะหล่อเหลาไม่ถึงขั้นเทพบุตร แต่นี่แหละซาตานที่ซ่อนอยู่
ตอนนี้ตัวตนที่แท้จริงของเขาโผล่ออกมาแล้วสินะ






--------------------------------------------------------  พระเอกขี้ขโมย ฮ่าๆ

(“ก็ทำไมจะไม่เต็มใจล่ะคะ ฉันเป็นลูกจ้างคุณนี่คะ” นี่เธอไม่ได้ตั้งใจประชด มันคือความจริงใจล้วน ๆ
“ไม่ใช่ว่าไม่มีชุดนักศึกษาหรือควันเทียน” เขาถามเสียงเข้มอย่างกับว่ารู้อะไรบางอย่าง เธอรู้สึกชาวาบไปทั้งตัวแต่เน้นหนักไปที่ใบหน้ามันร้อนผ่าวไปหมด เขาหมายความว่าอะไร
“ทำไมถึงคิดว่าฉันจะไม่มีชุดนักศึกษาล่ะคะ ในเมื่อฉันเป็นนักศึกษา” เธอตอบไม่ค่อยจะเต็มปากเต็มคำนัก
“ก็เพราะว่าผมรู้น่ะสิ ว่าคุณทำงานแล้ว ไม่ใช่นักศึกษาอย่างที่คุณกล่าวอ้าง คุณปลอมประวัติใบสมัครงาน แล้วอยากรู้มั้ยว่าตำรวจจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ ถ้าผมไปแจ้งความ”
“คุณพูดเรื่องอะไรคะคุณตั้งมั่น”
“ไม่ต้องแกล้งทำหน้าซื่อแล้ว ควันเทียน รู้มั้ยโทษของการหลอกลวงคนอย่างตั้งมั่นคืออะไร”  ไปสิบแปดบวก เหรอ ฮ่าๆ ตกลงจะฉะ กันตั้งแต่ บทที่สองเลย ??? แค่ จับไหนว่าไม่ใช่นักศึกษาก็พอไม่ต้อง บวก ฮ่าๆ
“ฉันไม่ได้ทำให้คุณเสียหายอะไรสักหน่อย ก็ถ้าคุณต้องการแค่คนมาดูแลตุ๊กตา ไม่ได้ต้องการเด็กสาวมา...มาเอ่อ เพิ่มความสนุกสนานให้”
“ควันเทียน สงสัยผมต้องเพิ่มบทเรียนให้คุณอีกสักสองสามบท ไม่ว่าจุดประสงค์ของผมจะเป็นอย่างไร มันก็เรื่องของผม ใครเสนอผมก็สนอง ตอบแทนกันมันผิดตรงไหน ผมไม่ชอบให้ใครมาลูบคมแล้วคิดว่าผมเป็นไอ้หน้าโง่คิดว่าจะหลอกอะไรก็ได้ และดั่งสุภาษิตที่ว่า มีคุณต้องทนแทน มีแค้นต้องชำระ
“คุณจะเอายังไง”
“ถอดเสื้อผ้าออก”
“พระเอกนิยาย นี่มันปัญญาอ่อนหรือไง เอะอะ ก็ให้ถอดเสื้อผ้าออก ปล้ำเป็นแต่ผู้หญิงหรือไง เก่งจริงปล้ำผู้ชายให้ดูหน่อยเป็นไง”
“ได้ เธออย่ามาท้าฉันนะควันเทียน ฉันจะปล้ำผู้ชายให้ดู”
“ฉันจะรอค่ะ”  หญิงสาวกอดอกด้วยความรู้สึกถือไพ่เหนือกว่า)

-----------------------------------------------
บทที่ 2 คิดว่าจะเป็น การเริ่มทำงาน ของควันเทียน สอดแทรก ความรู้เรื่อง ตุ๊กตา อธิบาย โดยตั้งมั้น
ทำจากวัสดุ ชนิดไหน ราคา เสื้อผ้า
เท่าที่จำได้  ควันเทียน โกหก ว่าเป็นนักศึกษา เพราะอย่างนั้น ก็จะต้องทำเป็นว่าไปเรียน ก่อนค่อยมาทำงาน
 แต่เพื่อ ความสะดวกของ คนเขียน ฮ่าๆ จะต้องทำให้ความจริง เปิดเผยโดยเร็ว
และ สัญญานั้น มันมีอะไรบ้าง เพื่อ มาผูกมัด ไม่ให้ ควันเทียน หนีไป ฮ่าๆ
คือ บีบบังคับให้สารภาพ ความจริง หรือ จะให้ ควันเทียน ตกงานพอดี จะได้ ต้องมาทำงาน ประจำ ฮ่าๆ

 ;D
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 18, 2015, 06:29:25 PM โดย ไอวินทร์ »
Licht und Schatten トーキョーグール-