ผู้เขียน หัวข้อ: Heartbreaker...รักเธอสุดหัวใจ บทที่ 2  (อ่าน 506 ครั้ง)

รัญชิดา

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 229
    • ดูรายละเอียด
Heartbreaker...รักเธอสุดหัวใจ บทที่ 2
« เมื่อ: สิงหาคม 07, 2015, 12:40:50 AM »
บทที่ 2

   เสียงฮัมเพลงรักของพี่ชายทำให้วายุที่กำลังทอดกายนอนยาวเหยียดบนโซฟาในห้องนั่งเล่นละสายตาจากจอทีวีผงกหัวขึ้นมอง ภูผากำลังจะเดินผ่านไป พอดีกับที่มองเข้ามาเห็นน้องชายจึงเดินเข้ามาด้วยใบหน้ามีความสุขจนคนเห็นสงสัย

   "ถูกหวยหรือไงพี่ ดูอารมณ์ดีไปนะ" วายุลุกขึ้นนั่ง หน้าตายังงัวเงีย สภาพของเขาคล้ายคนยังไม่ตื่นดี

   ภูผาเห็นสารรูปน้องก็แกล้งย่นจมูกใส่ "แล้วทำไมมานอนอืดในนี้ ไม่มีงานเหรอ"

   "อือ...ว่าง ลงมาหาแผ่นหนัง แล้วขี้เกียจขึ้นห้องก็เลยนอนดูมันซะที่นี่เลย คราวนี้จะตอบคำถามผมได้ยัง อารมณ์ดีเรื่องอะไร"

   "ไม่มีอะไร"

   "น่าเชื่อตายชัก หน้าพี่ระรื่นซะขนาดนี้ก็เห็นจะมีอยู่เรื่องเดียวนั่นแหละ ผู้หญิง" วายุเดาพลางจ้องหน้าพี่

   "ใช่ที่ไหน" ภูผาปฏิเสธไม่เต็มเสียง "เรื่องงานทั้งนั้น วันนี้ฉันไปคุยงานกับอากุ๋ยมา มีงานละครเรื่องใหม่ อยากให้ฉันไปกำกับและฉันก็รับปากอาเขาไปแล้ว"

   วายุหรี่ตามองพี่อย่างครุ่นคิด "ฟังดูก็เหมือนว่าได้งานธรรมดา ไม่น่ามีอะไรให้ตื่นเต้น แต่ทำไมผมรู้สึกว่ามันมีอะไรมากกว่านั้นนะ"

   "แสนรู้" ภูผาหัวเราะเมื่อถูกน้องชายทำหน้าบึ้ง "เฮ้ย นี่ฉันชม แต่แหมแกนี่มันจริงๆ เลยนะพาย รู้ทันพี่ไปหมด"

   "จะบอกมั้ย ถ้าไม่ผมจะไปอาบน้ำ พอดีนัดเพื่อนไว้"

   "บอกแล้วๆ เรื่องดีๆ แบบนี้ ฉันก็ไม่อยากปิดบัง แกรู้มั้ยว่าละครเรื่องใหม่ที่ฉันได้กำกับน่ะ คุณหงส์ก็ร่วมแสดงด้วยนะ อย่างนี้แกจะไม่ให้ดีใจได้ยังไง หูย...ไม่รู้ว่าสวรรค์จะเปิดทางให้ฉันขนาดนี้ นี่แหละนะที่เขาว่าคู่กันแล้วคงไม่แคล้วกัน"

   "ถ้าไม่เกรงใจเอียดผมจะอ้วกมันซะตรงนี้" วายุส่ายหน้าระอาพลางลุกขึ้นปิดทีวี

   "อ้าว เฮ้ย นั่นแกจะไปไหน ไม่ยินดียินร้ายอะไรกับฉันหน่อยเหรอ"

   วายุถอนใจเฮือก หยุดชะงักแต่เลือกที่จะไม่หันหลังกลับไปอวดสีหน้าสุดเซ็งให้พี่ชายเห็น เขาเพียงแต่ยักไหล่แล้วบอกด้วยน้ำเสียงเย็นชาไร้ความรู้สึก "ผมจะมีความสุขกับพี่ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องของผู้คนนั้น ผมไม่ชอบ"

   ภูผาอ้าปากค้างได้แต่มองตามแผ่นหลังของน้องชายอย่างไม่เข้าใจนัก นี่กาลเวลาทำให้เจ้าพายสุดที่รักของเขาตาบอดหรืออย่างไร หรือการไปใช้ชีวิตต่างประเทศนั่นจะทำให้รสนิยมของมันเปลี่ยนไป มันอาจชอบฝรั่งหัวแดงไปแล้ว แต่มาพูดว่าไม่ชอบคุณหงส์เนี่ยนะ ไอ้น้องรักต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ผู้หญิงที่มีทุกอย่างที่ผู้ชายต้องการอย่างนั้น มันกล้าเชิดใส่ โห...เขาล่ะนับถือหัวใจมันจริงๆ ตาถั่วแบบนี้เป็นช่างภาพได้ไงวะ

   ด้านช่างภาพผู้ถูกนินทาว่าตาถั่วก็เดินหน้าหงิกเข้าห้องด้วยความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายออกมาได้ เขาไม่พอใจนั่นแหละถูกต้องที่สุด อยากจะโกรธพี่ชายก็ดูจะไม่ยุติธรรม พี่ภูไม่รู้เรื่องเขากับจรัสรวีแต่เป็นคนอื่นได้ไหมเล่า ไม่เอาคนนี้ แค่คิดว่าต้องตีหน้าเหมือนคนไม่เคยรู้จักกันก็ทำไม่ได้แล้ว สวรรค์คงเปิดทางให้พี่ภูแล้วเอาความหดหู่ทั้งโลกมาโยนให้เขาสินะ เหตุการณ์มันถึงได้เป็นอย่างนี้ ดูเหมือนจรัสรวีจะอยู่รอบๆ ตัวเขานี่เอง พี่ภูก็ดูจะเอาจริงซะด้วย เขาจะทำยังไงดี

   วายุทิ้งตัวลงนอนเหยียดยาวบนเตียงพลางยกมือขึ้นก่ายหน้าผากสายตาจับบนเพดาน ขณะที่กำลังจะเริ่มคิดเสียงโทรศัพท์บนโต๊ะก็ดังขึ้น ชายหนุ่มเอื้อมมือไปกดรับโดยไม่ได้สนใจจะดูเบอร์เพราะรู้อยู่ว่ามีคนโทรมาหาเขาไม่กี่คนหรอก ถ้าไม่ใช่ที่สตูฯ ก็คงจะเป็นนิกกี้เพื่อนสาวร่างเล็กกะทัดรัดที่นัดกันไว้

   "ครับ"

   "พายคะ มาร้านถูกมั้ย ให้นิกกี้ไปรับหรือเปล่า"

   นั่นไงล่ะ ผิดจากที่คิดซะที่ไหน ชายหนุ่มยิ้มกับเพดาน ก่อนบอกกับคนที่โทรมาหา "ไม่ต้องหรอกนิกกี้ ผมไม่หลงหรอกน่า วางใจได้ว่าแต่คุณเถอะจำทางได้แน่นะ"

   "นิกกี้ก็ไม่พลาดหรอกค่ะ งั้นเดี๋ยวเจอกันนะคะ คิดถึงนะ จุ๊บ!"

   เฮ้อ...วายุมั่นใจว่าไม่เคยแสดงท่าทางให้ความหวังอะไรกับเพื่อน แต่เธอก็ยังชอบจะทำแบบนี้อยู่เรื่อย บางทีเขาก็ไม่สบายใจ เพื่อนในความหมายของเขาก็คือเพื่อนจริงๆ ไม่ใช่ก้ำกึ่งคาบลูกคาบดอก เขาเป็นผู้ชายที่ชัดเจนพอกับการยอมรับว่าชอบใครสักคน แต่มันไม่ได้รู้สึกแบบนั้นมานานแล้ว ไม่มีสาวคนไหนใกล้เคียงเลย ความรักของเขามันถูกแช่แข็งมานานนับตั้งแต่อกหักรักเป็นพิษกับ...

   ไม่! เขาจะต้องไม่คิดถึงผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว เลิก! เลิก! เลิก! ไอ้พายพอสักที ไม่เข็ดหรือไง ต่อให้แกฟูมฟายบ้าคลั่งเจ้าหล่อนก็ไม่มีทางสนใจหรอก แถมผ่านมานานขนาดนี้ชื่อของแกแทบจะไม่หลงเหลือผุยผงในจักรวาลของเธอแล้ว

   ช่างภาพหนุ่มผู้ที่หัวใจเคยถูกทำร้ายพร่ำเตือนตัวเอง ก่อนจะเดินหน้ามุ่ยเข้าห้องน้ำไปอย่างหงุดหงิด วันนี้เขาคิดถึงจรัสรวีมากเกินไปแล้ว มันไม่ทำให้หัวใจเขาดีขึ้น มีแต่ความเจ็บปวดซ้ำๆ ซากๆ ที่อยากจะลืมแต่ไม่อาจทำได้



   ดวงตาเย้ายวนภายใต้แว่นกันแดดทันสมัยกำลังมองหาคนที่นัดหมายไว้ อันที่จริงจรัสรวีไม่ต้องมาเองก็ได้เพราะเรื่องนี้แสงโสมสามารถตัดสินใจได้เอง แต่เพราะผู้ที่โทรไปนัดดันเป็นเจ้าของโครงการประกวดนางแบบที่เธอเคยได้รางวัลมาซึ่งมันคงเป็นการเสียมารยาทมากหากปฏิเสธ ได้แต่สงสัยมาตลอดทางว่าคนที่เธอต้องมาเจอนั้นเป็นใคร

   "มองหาเหมือนจะรู้นะว่าเขานัดให้มาเจอใคร"

   "ก็ไม่รู้นะสิถึงได้มองหาก่อน เผื่อเป็นคนรู้จัก" จรัสรวียังไม่เลิกชะเง้อ

   "ในวงการนี่แกรู้จักช่างภาพซักกี่คนกัน แต่ฉันก็จะแปลกใจมากนะถ้าช่างภาพคนนั้นจะเป็นคุณพาย" แสงโสมสะกิดเพื่อนให้หันไปด้านซ้ายมือ โต๊ะริมหน้าต่าง วายุอยู่ตรงนั้นหันหน้าออกหน้าร้านซึ่งเป็นทิศที่พวกเธอยืนกันอยู่ หากเขามองมาก็ต้องเห็น แต่ว่าเขาไม่ได้เหลือบแลมา โจทก์เก่าของจรัสรวีไม่ได้มาคนเดียวและคนที่นั่งอยู่กับเขาก็เป็นผู้หญิงซะด้วย

   "ขอโทษครับ คุณจรัสรวีใช่มั้ยครับ" เสียงบริกรขัดเข้ามา ทำให้สองสาวต้องหันไปมอง

   "ใช่ค่ะ"

   "เชิญด้านนี้เลยครับ" พนักงานของร้านค้อมตัวนอบน้อมก่อนจะเดินนำดาราสาวกับผู้จัดการไปอีกฟากของร้าน

   จรัสรวีโล่งใจได้ว่าคนที่นัดไม่ใช่วายุ แต่ก็โล่งได้ไม่กี่นาที พอเห็นคนที่เธอต้องคุยด้วยความรู้สึกเซ็งในตอนแรกก็กลับมา แสงโสมพูดถูกว่าเธอรู้จักช่างภาพไม่กี่คน และคนที่นั่งยิ้มหวานรอเธอก็เป็นหนึ่งในนั้น รู้จักกันดีซะด้วย

   "สวัสดีค่ะ คุณนาทนั่นเอง นึกว่าจะเป็นคนอื่นซะอีก"

   คุณนาท หรือ กัมปนาทคนนี้เป็นช่างภาพที่มีชื่อเสียงพอตัว งานถ่ายแบบเซตแรกในไทยหลังจากเธออำลาแสงสีในต่างแดนก็ได้เขาคนนี้เป็นคนถ่ายภาพ หลังจากนั้นเขาก็ชอบพาตัวเองมาให้เธอเห็นหน้าบ่อยๆ การพบปะผู้คนมากมายทำให้เกิดการเรียนรู้ จรัสรวีชินซะแล้วกับการเข้ามาหาของผู้ชาย เธอรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าคนที่เข้ามาต้องการอะไร และเธอให้เขาได้ในระดับไหน กัมปนาทเป็นคนสุภาพ หน้าตาหล่อเหลาตามแบบฉบับลูกผสมระหว่างไทย จีน เขาตั้งใจจีบเธอตรงไปตรงมาชนิดว่าไม่เกรงใจผู้จัดการของเธอเลย แต่ก็นั่นแหละหัวใจเธอยังไม่พร้อมต้อนรับใคร ข้อสำคัญที่เธอจำเป็นต้องเว้นระยะจากกัมปนาทให้ห่างจากผู้ชายคนอื่นเพราะเขาเป็นลูกชายของเสี่ยฐานันดรแฟนคลับระดับพรีเมี่ยมของเธอนั่นเอง

   มันเป็นความโกลาหลที่ทำให้เธอปวดหัว ช่างภาพไฮโซ ดาราจอมฉาวและนายกสมาคมทองคำ ช่างเป็นของหวานถูกปาก(กา)ของนักข่าวยิ่งนัก จรัสรวีถูกสาดสีตีไข่เรื่องนี้เยอะพอสมควร แต่เรื่องไม่จริงคิดหรือว่าเธอจะแคร์ แค่ข่าวเสี่ยฐานันดรถอนตัวจากการเป็นสปอนเซอร์ช่องทีเคเอส เธอก็โดนหนังสือซุบซิบเหน็บหนักอยู่หลายเล่ม นี่ถ้ามีนักข่าวเก็บภาพเธอกับกัมปนาทได้ล่ะก็คงเขียนกันสนุกใหญ่เลย

   "คุณเป้าคงเข้าใจผมมั้งครับ ตั้งแต่แยกตัวออกมาเปิดสตูฯ เป็นของตัวเอง ผมก็แทบจะไม่ได้เจอคุณหงส์เลย"

   "อะแฮ่ม..." แสงโสมส่งเสียงกระแอมขัดคอช่างภาพที่กำลังจะแปลงร่างเป็นพ่อค้าขายขนมจีบวางมือหมับบนมือของดาราสาว ผู้จัดการสาวโหดยิ้มไม่รู้ไม่ชี้ก่อนจะค่อยๆ ยกมือฝ่ายชายออก "แหม...พอดีช่วงนี้แสบคอค่ะ ไม่รู้เป็นอะไร ขอโทษที่ขัดจังหวะ เชิญคุยต่อได้เลยค่ะ แต่คุณนาทต้องรักษาเวลานิดนึงนะคะ ยัยหงส์มีงานตอนทุ่มหนึ่งค่ะ"

   "อ้าว ผมนึกว่าคุณหงส์ว่างซะอีก"

   "เอ่อ..." จรัสรวีหน้าเหวอ เลิกคิ้วมองหน้าเพื่อน แสงโสมก็พยักหน้าหงึก

   "อู๊ย...ไม่ว่างหรอกค่ะ งานนี้สำคัญด้วย เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วเจ้าของงานยังโทรมาถามมูนอยู่เลย"

   "งั้นก็เข้าเรื่องเลยดีกว่าครับ" กัมปนาทจำเป็นต้องกลับเข้าประเด็นเรื่องงาน ซึ่งรายละเอียดก็ไม่สำคัญนัก เขาแค่ใช้มันบังหน้าเพื่อหาโอกาสคุยกับจรัสรวีบ้างก็แค่นั้น เสียดายเขาไม่น่าพลาดลืมยัยผู้จัดการตัวแสบของเธอเลย ดูก็รู้ว่าแม่นั่นพยายามกีดกันสุดฤทธิ์ ฮึ! ดี...ก็ถ้าแสงโสมแน่จริงทำไมดาราของเจ้าหล่อนยังเป็นข่าวกับผู้ชายได้ไม่ว่างเว้น แบบนี้มันเข้าตำรายิ่งว่ายิ่งยุรึเปล่านะ

   เพราะเนื้อหางานไม่ได้ซับซ้อนบวกกับตัวนางแบบก็ผ่านงานมาเสียจนไม่ต้องเตรียมตัวอะไรกันมา กัมปนาทจึงถ่วงเวลาได้ไม่นานนัก เมื่อบอกรายละเอียด เวลาและสถานที่เรียบร้อยเสียงยัยผู้จัดการตัวแสบก็รีบตัดบททันที

   “จริงๆ เรื่องแค่นี้ตกลงผ่านมูนก็ได้นะคะ ไม่เห็นต้องนัดมาให้เสียเวลาคุณนาทเลย คุณเป้านี่น่าตีจริงๆ”

   “อย่าโทษเขาเลยครับ สำหรับทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคุณหงส์ผมยินดี” กัมปนาทบอกเสียงนุ่ม ทว่าดวงตาเรียวเล็กมองคนพูดเหมือนไม่สบอารมณ์ แต่ยังต้องปั้นหน้ายิ้มต่อไปได้ ชายหนุ่มบอกตัวเองว่ายัยผู้จัดการนั่นไม่ใช่เป้าหมาย จรัสรวีต่างหากที่น่าสนใจกว่า

   “ไหนๆ ก็คุยธุระเสร็จแล้ว พวกเราขอตัวเลยแล้วกันนะคะ” แสงโสมบอกพร้อมกับดึงมือของจรัสรวีให้ลุกขึ้น

   ได้เห็นหน้าตาคล้ายผิดหวังของกัมปนาทแล้วจรัสรวีก็ได้แต่ยิ้มให้กำลังใจเขา แม้เธอจะไม่สามารถรับความปรารถนาดีที่เขาเต็มใจให้ไว้ได้ แต่อย่างน้อยผู้ชายคนนี้ก็ไม่ได้ทำอะไรผิด การมีคนรักย่อมดีกว่ามีคนเกลียด อย่างน้อยในความคิดเธอเขาก็เป็นเพื่อนคนหนึ่ง

   “หงส์ต้องขอโทษคุณนาทด้วยนะคะ เอาไว้ถ้ามีโอกาสคงได้คุยกัน วันนี้ต้องขอตัวก่อน”

   “งั้นก็ไปพร้อมๆ กันนี่แหละครับ เดี๋ยวผมเดินไปส่งที่รถ” กัมปนาทกวักมือเรียกพนักงาน จ่ายเงินเสร็จก็ลุกขึ้นยืนและเดินไปพร้อมกับสองสาวจนกระทั่งถึงประตูทางออกก็ได้ยินเสียงหนึ่งจากด้านหลัง

   “แหม...นิกกี้ก็นึกว่าพี่นาทไปไหนไม่กลับบ้านกลับช่องที่แท้ก็มาแอบตอดเด็กป๋านี่เอง”

   คำพูดของฐานิกาไม่เพียงแต่จะทำให้พี่ชายหันมาตียักษ์ใส่เท่านั้น แสงโสมและจรัสรวีเองก็ไม่พอใจเหมือนกันที่จู่ๆ ก็มาถูกว่ากระทบเข้าแบบนี้ ทว่าปฏิกิริยาของทั้งสามไม่ทำให้คนพูดสะดุ้ง หญิงสาวแสร้งถอนหายใจเหนื่อยหน่ายพลางสอดแขนเข้าไปคล้องกับท่อนแขนของวายุ

   “ตอนแรกก็ภาวนาให้ตัวเองตาฝาดมองผิดเป็นคนอื่น ว้า...แย่จัง จะให้ฉันเรียกเธอว่าไงดีล่ะ”

   จรัสรวีคลี่ยิ้มเยือกเย็น ขณะทอดสายตามองคนที่จงใจหาเรื่อง ก่อนจะปรายตาไปมองชายหนุ่มที่ยืนข้างกายเจ้าหล่อน ดาราสาวกระตุกมือผู้จัดการไว้เป็นการเตือน แสงโสมมักจะพร้อมรบแทนเธอทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ ทว่าวันนี้เธอจะลงมือเชือดลูกสาวเสี่ยฐานันดรเอง!

   “ก็เรียกตามที่เธอสบายใจได้เลย เพราะไม่ว่ายังไงฉันก็ไม่มีเวลามาสนใจเธอหรอก แต่แหม...โลกมันกลมจนน่าเกลียดเลยนะ ฉันไม่คิดว่าจะเจอคุณที่นี่เลยนะคะพาย” ประโยคหลังดาราสาวจงใจพูดกับชายหนุ่มข้างกายฐานิกาด้วยวาจาหวานเป็นพิเศษ

   “นี่เธอรู้จักพายตั้งแต่เมื่อไร” ฐานิกาตาเขียวปัด มองจรัสรวีเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ

   “ตายจริง! นิกกี้นี่เธอไปอยู่ที่ไหนมา หรือว่าคุณไม่ได้บอกเธอคะพาย ตายๆ เรื่องสำคัญแบบนี้ไม่บอกได้ไงคะ”

   “มันเรื่องอะไรกันคะพาย คุณกับนังนี่มีเรื่องอะไรกัน” ฐานิกาคาดคั้นคนข้างกาย ทว่าวายุยังเฉย ดวงตาของคุณช่างภาพสงบนิ่ง หากแต่เหมือนเป็นการนิ่งของท้องทะเลก่อนเกิดพายุใหญ่

   “จุ๊ๆๆ ไม่เอาค่ะ อุตส่าห์แอ๊บเป็นนางเอกแสนดีต้องนานสองนาน มาหลุดเรียกจิกฉันแบบนี้ไม่น่ารักเลย เดี๋ยวผู้ชายของคุณก็เห็นธาตุแท้หมดหรอก ถ้าสงสัยถามดีๆ ฉันก็ตอบให้ได้ค่ะ แต่น่าเสียดายที่วันนี้ฉันมีงานต่อ ขอตัวเลยแล้วกันนะคะ” แล้วจรัสรวีก็ทำให้ทุกคนตะลึงด้วยการก้าวเข้าไปกระซิบบางอย่างข้างหูของวายุ

   ดวงตาคมมองเข้าไปในตาท้าทายของหญิงสาวที่ผละห่างแล้วเดินจากไปพร้อมผู้จัดการของเธอ ปล่อยให้เขาต้องรับมือทั้งฐานิกาและกัมปนาท

   “เรื่องมันเป็นยังไงคะพายคุณไปรู้จักกับนังนั่นตอนไหน พี่นาทก็อีกคนใช้ผู้หญิงคนเดียวกับป๋านี่มีความสุขเหรอถามจริงๆ”

   “นิกกี้!” สองหนุ่มพร้อมใจกันเรียกด้วยระดับความขุ่นเคืองที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

   “ทำไมคะ นิกกี้พูดเรื่องจริง ทนฟังกันไม่ได้รึไง” ฐานิกามองหน้าวายุสลับกับหน้าพี่ชาย

   “เรื่องจริงที่แกนึกมโนขึ้นมาเองนะสิ” กัมปนาทแย้ง

   “ก็คงเพราะพี่เชื่อแบบนั้นล่ะมั้ง ถึงได้ควงกันร่อนครึ่งค่อนเมืองไม่กลัวว่าใครจะเก็บไปนินทา ยอมทะเลาะกับพ่อเพราะผู้หญิงคนเดียว”

   “แกจะคิดยังไงก็เอา ตามใจเลย เชิญบ้าไปคนเดียวเถอะฉันไม่อยากจะอยู่ฟังเสียงแกแว้ดๆ แล้ว หนวกหู” กัมปนาทส่ายหน้าอย่างระอาก่อนจะเดินหนีออกจากร้านไปอีกคน

   ฐานิกากระทืบเท้ากับพื้น ใบหน้าบูดบึ้งไม่พอใจที่พี่ชายแสดงอาการเบื่อหน่ายกับเธอ เพราะนังหงส์ร่อนนั่นคนเดียวที่ทำให้ครอบครัวเธอแตกแยก แค่นั้นยังไม่พอมันยังจะมาทำท่าอ่อยผู้ชายของเธออีก หากความเกลียดของเธอคือภูเขา เธอจะยกมันทุ่มใส่นังนั่นไม่ให้ได้โผล่มาผุดมาเกิดอีกเลย

   “คนมองใหญ่แล้วผมว่าเราไปกันเถอะ” วายุพูดพลางดึงแขนฐานิกาให้เดินตามกันออกมา

   ระยะทางจากร้านถึงลานจอดรถแทบไม่มีคำพูดใดเล็ดลอด แต่วายุก็สัมผัสได้ถึงอารมณ์อันร้อนระอุของฐานิกา ชายหนุ่มส่งลูกสาวเสี่ยฐานันดรขึ้นรถของเธอ หลังจากฉลองกันเสร็จจะได้ต่างคนต่างขับรถกลับบ้านใครบ้านมัน เพราะต่อจากนี้เขากับฐานิกาจะไปฉลองกับเพื่อนๆ ต่อที่ผับแห่งหนึ่ง แม้ฐานิกาจะงอแงขอไปรถคันเดียวกันทว่าเขาก็ปฏิเสธเธอไป ชายหนุ่มคิดว่าให้เธอขับกลับไม่ไหวจริงๆ ค่อยไปส่งก็ได้ แต่จากร้านอาหารไปผับเธอต้องขับรถตัวเองไป

   ชายหนุ่มเข้ามานั่งในรถของตัวเอง ดวงตาคมมองท้ายรถของฐานิกา ก่อนจะติดเครื่องยนต์และออกรถตามหญิงสาว แม้สายตาจะจดจ้องมองถนนแต่ในห้วงความคิดนั้นกลับมีแต่เรื่องของจรัสรวี นึกแล้วก็แค้นใจยัยตัวแสบที่มาหาเรื่องให้เขา

   จรัสรวีร้ายนัก จากสายตาท้าทายของเธอมันทำให้เขาอยากจับเธอเขย่าให้หัวหลุดเสียตรงนั้น อยากเปิดเผยเรื่องราวในอดีตกับเขางั้นหรือ เปล่าหรอกเธอต้องรู้ว่าฐานิกาคิดยังไงกับเขาจึงแกล้งยั่วเอาแบบนั้น แต่การเข้ามาประชิดของเธอในขณะที่เขาไม่ทันตั้งรับมันเป็นอะไรที่บ้าชะมัด เธอทำหัวใจเขาสั่นอีกแล้ว

   วายุเกิดความรู้สึกอยากจะผลักเธอออกไปให้ไกลๆ มากพอๆ กับอยากดึงมากอดไว้ให้แน่นๆ จนร่างกายของเธอหลอมละลายในอ้อมกอดของเขา

   หาก 4 ปีก่อน ความเจ็บปวดรวดร้าวที่เจอมันทรมานราวตกนรก เขาก็อยากจะบอกตัวเองในตอนนี้เหลือเกินว่าคิดผิด นรกของจริงมันเป็นวันเวลาต่อจากนี้ต่างหาก การมีจรัสรวีวนเวียนรอบตัวแต่ไม่อาจอยู่ใกล้ชิดสนิทสนมเหมือนวันวาน มันคือความทรมานที่ไม่อาจบรรยายได้

   ช่างภาพหนุ่มหล่อเม้มปากอย่างไม่พอใจ การหลอกตัวเองว่าลืมจรัสรวีไปแล้วเป็นเรื่องน่าสมเพชที่สุดในชีวิต ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่เขาจะทำได้จริง ก็ในเมื่อลืมไม่ได้ก็จำให้แม่นๆ เลยว่าเธอเคยทิ้งเขาไปอย่างเลือดเย็นแค่ไหน เมื่อเธอเห็นงานสำคัญกว่าเขาที่เป็นคนรัก สุดท้ายเขาก็กลายเป็นไอ้ขี้แพ้ที่เธอเขี่ยทิ้ง



****************************************************
หมดสต็อกแล้ว เย้ๆ
เข้าโหมดกะปริบกะปรอย 55555

หัวหน้ากับท่านรองไหว นู๋ก็ไหว
 ;) ;)

ไอวินทร์

  • นักข่าว
  • Full Member
  • *
  • กระทู้: 240
    • ดูรายละเอียด
Re: Heartbreaker...รักเธอสุดหัวใจ บทที่ 2
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: สิงหาคม 08, 2015, 09:40:56 PM »
"ถ้าไม่เกรงใจเอียดผมจะอ้วกมันซะตรงนี้" วายุส่ายหน้าระอาพลางลุกขึ้นปิดทีวี
คนใช้ แม่บ้านใช่มั้ย มีงง 
ถ้าไม่เกรงใจคนเก็บกวาด ผมจะอ้วกมันซะตรงนี้
ถ้า ไม่มี บทบาท ไร อย่าเพิ่งให้เกิด คนอ่านจะจำไม่ได้นะจ๊ะ
นู๋รู้ค่ะ นู๋เขียนนานแล้ว เป็นของเก่า ยังไม่ได้รีไรท์  ฮ่าๆ

"ผมจะมีความสุขกับพี่ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องของผู้คนนั้น ผมไม่ชอบ"
ผู้ชายคนนั้นช่างหงอยเหงา ในมือของเขามีทินเนอร์
ผู้หญิง

ตัวละคร  เริ่มจะทำ แฟมิลี่ ทรีได้แล้ว ฮ่าๆ
บทนำ จัดมาเลยนะ ชื่อจริง ชื่อเล่นด้วย
วายุ  พาย พระเอก ตากล้อง
ภูผา พี่ภู พี่ชาย  ผู้กำกับ
จรัสรวี  หงส์ นางเอก ดาราสาวนางร้าย เอ็กซ์เซ็กบอม
แสงโสม  มูน ผู้จัดการ เพื่อนทั้งสองคน
คุณหญิงปรางเดือน  แม่
บทที่ 1
จรัสรวี วงศ์วรรธณ์ นางมีนามสกุลแล้ว ฮ่าๆ
คุณแสด ผู้บริหารของช่องเจพี เอ็นเตอร์เทนเมนต์
แฟนคลับสองเสี่ย
เสี่ยฐานันดร 52 ปี พ่อหม้ายตู้ทองเคลื่อนที่ มีลูกชายลูกสาว
เสียกำจาย เจ้าของร้านเพชร เมียหึงโหด
ผู้จัดละคร คุณกุ๋ย กุลดา
ยี่หวา นักแสดงสาว อดีตเด็กภูผา
ฉลองที่เราทำช่องดิจิตอลครบ 5 ปี 
ล้ำสมัยจริง ฮ่าๆ
บทที่ 2
เอียด แม่บ้านหรือคนใช้ ??
นิกกี้ เพื่อนสาวร่างเล็ก หวังสนิท
กัมปนาท  นาท ช่างภาพมีชื่อ อีกคน ลูกชายเสี่ยฐานันดร
“จริงๆ เรื่องแค่นี้ตกลงผ่านมูนก็ได้นะคะ ไม่เห็นต้องนัดมาให้เสียเวลาคุณนาทเลย คุณเป้านี่น่าตีจริงๆ”
คุณเป้าไหนอ่ะ ฮ่าๆ พลาดเป้าไปตอนไหน ฮ่าๆ
นิกกี้ ฐานิกา อย่าบอกนะ ว่าลูกเสี่ย ฐานันดร ดูมันจะวนเวียนคนกันเองนะ ฮ่าๆ
นิกกี้ ตีกัน นางเอก ว่าเป็นเด็กป๋า เพราะหวง พาย อยากกินเอง
 “มันเรื่องอะไรกันคะพาย คุณกับนังนี่มีเรื่องอะไรกัน” ฐานิกาคาดคั้นคนข้างกาย ทว่าวายุยังเฉย ดวงตาของคุณช่างภาพสงบนิ่ง หากแต่เหมือนเป็นการนิ่งของท้องทะเลก่อนเกิดพายุใหญ่
นางร้ายได้อุบัติขึ้นทันใด ฮ่าๆ
หาก 4 ปีก่อน ความเจ็บปวดรวดร้าวที่เจอมันทรมานราวตกนรก เขาก็อยากจะบอกตัวเองในตอนนี้เหลือเกินว่าคิดผิด
3 ปี ???  เดี๋ยวคนอ่านสับสนนะเนี่ย

ตัวละครเยอะไม่พอ ยังให้จำ ชื่อเล่น ชื่อจริงอีก ฮ่าๆ ชื่อตัวละครก็ดับเบิ้ลนะจ๊ะ ฮ่าๆ

ไม่รู้ไหวมั้ย แค่ให้มัน "จบ" ฮ่าๆ
Licht und Schatten トーキョーグール-