ผู้เขียน หัวข้อ: บทที่ 2 สื่อรักสองโลก  (อ่าน 576 ครั้ง)

มณีแก้วตา

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 15
    • ดูรายละเอียด
บทที่ 2 สื่อรักสองโลก
« เมื่อ: กันยายน 03, 2015, 12:09:55 PM »

บทที่ 2
   
“ ป้าเขียวๆ  จะรีบไปไหนจ๊ะ “ 

“ จะไปหาอาจารย์ใหญ่นะซิ ไปเอาตะกรุด เห็นว่าเหลืออีกไม่มาก จะพอแจกหรือเปล่าไม่รู้ “

“ แจกหรือจ๊ะ  แจกฟรีเลยหรือ”   ผักกาดไม่ค่อยเชื่อเท่าไร

“ อาจารย์ใหญ่น่ะแจกฟรี   เสียค่ายกครูแค่ 9 บาท แต่มีค่าทำบุญสร้างอะไรไม่รู้ข้าจำไม่ได้ อีกสองพัน “

 “โอ้โห้ อะไรกัน แพงอย่างงี้ป้ายังจะเอาอีกหรือ “

“เห็นว่า อาจารย์จะช่วยหมู่บ้านเราให้พ้นจากพวกปอบน่ะ แพงเพิงอะไร เอ็งอย่าไปลบหลู่เข้านะ ปอบมันแรง เดี๋ยวมันจะกินตับไตไส้พุงเอ็งนะ “  ป้าเขียวคุยไปเดินไปอย่างเร่งรีบ จนเสียงหอบแฮกๆ

  “ งั้นป้ารีบไปเหอะเดี๋ยวจะหมดเสียก่อน “  ฉิ่งก็ยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ก็สนับสนุนให้ไปเอาตะกรุดเหมือนตัวเอง

“ ไอ้ฉิ่งเอ็งจะให้ป้าเขียวเขาเสียตังค์ทำไมวะ”   ผักกาดเริ่มโมโหมากขึ้น ตบไหล่ฉิ่งดังตุ๊บ  จนไหล่เอียงไปข้าง

“ พี่ผักกาด ในเมื่อเขาเชื่อกันขนาดนี้แทบจะหมดหมู่บ้านแล้วพี่จะไปทำอะไรได้ ก็เชื่อตามเขาไปดีกว่าจะได้ปลอดภัย “
 
 “ข้าไม่ไหวแล้วนะไอ้ฉิ่ง  จะต้องมีคนเดือดร้อนอีกเท่าไร หมู่บ้านเราขนาดไม่มีอาจารย์ใหญ่มาต้มตุ๋น  เราก็แทบจะกินดินกันอยู่แล้วนะไอ้ฉิ่ง “

“ใจเย็นพี่ ๆ  มันต้องมีหนทางซิฉิ่งว่านะ “    ฉิ่งห้ามเพราะรู้ว่า ผักกาดใจร้อน ไม่ยอมคน

“ ถ้าเราไม่ไปเตือนมัน มันก็คิดว่าพวกเราโง่  หลอกต้มไปกันใหญ่ ยิ่งได้ใจ โอ้ยไม่ไหวแล้ว” ผักกาดตะโกนเสียงดังจนไก่แจ้ข้างทางกระพือปีกจะบินหนี

             โต๊ะหมู่บูชาถูกจัดไว้อย่างดี ในห้องทำพิธี พานขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยแบงค์ร้อย  แบงค์ห้าร้อย และแบงค์พัน เป็นเงินที่ได้จากการทำพิธี อาจารย์อ้างว่า เงินเหล่านี้เป็นกองบุญที่เก็บไว้เพื่อทำพิธีปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายเพื่อหมู่บ้านเรา   ที่จริงอาจารย์ใหญ่คิดค่ายกครู คนละแค่ 9 บาท    แต่ค่าพิธีกรรมมีราคามากน้อยแตกต่างกัน  บางพิธีก็มีราคาถึงหลักหมื่นก็มี  แถมถ้าไม่มีเงินอาจารย์ยังรับจำนำจำนองอีกชั้นหนึ่ง  แม้แต่สร้อยแหวนเงินทองก็เอามาไว้กับอาจารย์ก่อนได้ อ้างว่าเพื่อช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนจริงๆเท่านั้น   

                ในบ้านของอาจาร์ย์ซึ่งเขาให้ทุกคนเรียกว่า “ตำหนัก “ อาจารย์นั่งบนเก้าอี้โต๊ะสูงกว่าใคร  แสดงถึงสถานะอันสูงส่ง   ชาวบ้านหลายคนที่เป็นลูกศิษย์ต่างนั่งพนมมืออย่างพร้อมเพรียงเหมือนเด็กอนุบาลนั่งสวดมนต์

“ พวกเอ็งไม่ต้องมาหาข้าดอกนะ ถ้าไม่เดือดร้อนจริงๆ ข้าไม่อยากได้เงินของพวกเอ็งหรอก  เงินทุกข์เงินยาก  แต่ทำไงได้ในเมื่อสวรรค์เบื้องบนส่งข้ามาช่วยเหลือมนุษย์แล้ว  ข้าจำต้องทำ  ข้าขอใช้เงินของพวกเอ็งแค่คนละ 9 บาทเท่านั้นแหละ เป็นค่ายกครู เพราะข้ามีครูบาอาจารย์ที่ต้องเซ่นไหว้ทุกวัน “

 คำพูดของอาจารย์ช่างน่านับถือศรัทธาจริงๆ จนบางคนถึงกับยกมือท่วมหัว กล่าว “สาธุ”

“ จิตใจอาจารย์ช่างประเสริฐจริงจร๊ง โธ่ พ่อคู๊ณ  เทวดามาเกิดเนอะพวกเรา “ ชาวบ้านคนหนึ่งกล่าวด้วยความศรัทธาอย่างล้นเหลือ

“ วันนี้ข้ามีตะกรุดเหลือแค่ 30 อัน แต่พวกเอ็งมากันซะ โอ้ว ... หนึ่ง สองสามสี่ ห้าหก..นับไม่ไหว น่าจะเกินห้าสิบคน”  อาจารย์ใหญ่เป็นผู้เก่งการตลาดมาก สิ่งใดที่มีน้อย แต่คนอยากได้มีมากกว่า คนก็ยิ่งอยากได้กันมาก

“ หมู่บ้านเรามีปอบมาอาละวาดหนักเลย  ข้ามองเห็นในญาณว่ามันมีเป็นสิบตัว พวกเอ็งต้องระวังตัวกันหน่อยนะ มันดุร้ายมากกินตับไตไส้พุงคนเป็นว่าเล่น  ไอ้คนที่มีตะกรุด ก็คงปลอดภัย  แต่คนที่ไม่มีน่ะ ก็แล้วแต่เวรแต่กรรม  ข้าก็ทำอะไรไม่ได้นะ ข้าจะถอดจิตไปช่วยได้ไม่ทุกคนดอกนะ  พวกเอ็งต้องช่วยเหลือกันเองไปก่อน จนกว่าข้าจะเสกคาถาทำตะกรุดอีกชุดเสร็จก่อน ก็คงอีกหลายวัน”    อาจารย์ใหญ่พูดขู่ ให้ชาวบ้านกลัว  จึงเกิดการยื้อแย่งกันอุตตลุด

“ ขอป้าก่อน ฉันแก่แล้ว “

“ ไม่ได้ ข้ามารอแต่ตีสี่  มาก่อนเพื่อนเลย”

หลายคนเถียงกันเพราะแย่งตะกรุด  จนเกือบจะเกิดจราจล

“ อย่าทะเลาะกันๆ หยุดๆๆ  อยู่ต่อหน้าอาจารย์ใหญ่อย่าทำหยาบคายแบบนี้ เดี๋ยวท่านก็ไม่ช่วยหรอก”  ลูกศิษย์หน้าตาโหดเหี้ยมเหมือนโจรเพิ่งออกจากคุกบางขวาง  เข้ามาห้าม

“  เอางี้เราจะให้สิทธิคนที่พร้อมจ่าย ใครมี สองพันชูมือ ชูเงินขึ้นก่อนได้ตะกรุดก่อน “  ลูกน้องคนหนึ่งพยักหน้าส่งต่อให้อีกคนหนึ่ง ที่หน้าโหดใกล้เคียงกัน   

 หลายคนชูเงินขึ้นมาสูงท่วมหัว ลูกน้องเจ้าพ่อรีบดึงเงินออกจากมือแล้วส่งตะกรุดอันเล็กๆให้ทันที แบบยื่นหมูยื่นแมว แล้วนับจำนวนไปเรื่อยๆ ทำให้คนได้รับตื่นเต้นเหมือนได้มาแบบฟรีๆ

“เหลืออีก5 อันเอง ใครจะเอาบอกมา “  ลูกน้องเจ้าพ่อคนหนึ่งชูตะกรุดล่อใจให้คนอยากได้

“ ไอ้อยากได้น่ะ อยากได้แต่ฉันมีแค่พันห้า ขอติดไว้อีกห้าร้อยได้ไหม”  ชาวบ้านคนหนึ่งต่อรองเพราะมีเงินเหลือน้อย  แต่ลูกน้องอาจารย์เหลือบไปเห็นแหวนทองที่สวมอยู่ที่นิ้วนาง จีงพยักหน้าทำสัญญาณให้ลูกน้องอีกคนหนึ่งปลดจากมือหญิงคนนี้เลย

“ แหวนฉันราคาหลายพันเลยนะ “

“งั้นเอามาให้ห้าร้อยเมื่อไรก็มาเอาแหวนคืนไป “

“ หยุดนะ หยุดก่อน”   เสียงร้องของผักกาดมีพลังสะกดทุกคนให้หยุดเหมือนต้องมนต์ขลัง

“เอ็งจะมายุ่งอะไรกับข้า  หาอีผักกาด” อาจารย์ใหญ่ตะคอกเสียงดัง

“ ไม่ยุ่งไม่ได้ ก็แกหลอกชาวบ้านให้เสียตังค์ จนจะหมดหมู่บ้านแล้ว “

“ต่างคนต่างอยู่ดีกว่า ข้าไม่เคยยุ่งเรื่องของเอ็ง ก็ก็ควรจะไปให้พ้นๆจากบ้านข้าเสีย “

“ชาวบ้านจะอดตายกันอยู่แล้ว  ปีนี้พืชผลก็ไม่ดี แทบจะขุดดินกินกันอยู่แล้ว แกยังจะมาหลอกหาอะไรอีกหึ  ไอ้อาจารย์สิบแปดมงกุฎ”   ฉิ่งตกใจที่ผักกาดเอาจริง จนต้องรีบฉุดแขนผักกาดไม่ให้เขาใกล้อาจารย์

            อาจารย์พยักหน้าให้สมุนร่างยักษ์หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวเหมือนผีเปรตจากนรกขุมสุดท้าย    อุ้มผักกาด หญิงร่างเล็กๆแต่ใจกล้าเหมือนผู้ชายอกสามศอก

“ ปล่อยนะแกจะทำอะไรฉัน ปลอ่ยฉัน “ ชายร่างใหญ่อุ้มผักกาดยกสูงขึ้นพาดบ่าไปกองที่ลานหน้าบ้านของ อาจาร์ยใหญ่ แต่ผักกาดดิ้นจนตกลงมากองเสียก่อน  หล่อนเจ็บจริง  แต่ก็ยังฮึดสู้ ไม่ยอมแพ้  ฉิ่งก็ได้แต่ร้องขอให้ปล่อยอย่าทำอะไรผักกาด 

“ แกสองคนระวังตัวให้ดี จะอยู่ที่นี่ไม่ได้ ใครขัดขวางอาจารย์กู รู้ไหมอะไรจะเกิดขึ้น”  พูดแล้วก็ใช้นิ้วชี้ทำท่าปาดคอ  อย่างน่ากลัวจน  ฉิ่งต้องปิดตาเหลือข้างเดียวไม่กล้ามอง    รีบประคองลูกพี่เดินหนีไปจากบ้านอาจารย์อย่างรวดเร็ว  แต่ผักกาดเจ็บตัวนั้นไม่เท่าไรแต่เจ็บใจนี่ซิสาหัสกว่า   

........................................
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 04, 2015, 03:28:57 PM โดย มณีแก้วตา »

บีเลิฟ

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 387
    • ดูรายละเอียด
Re: บทที่ 2 สื่อรักสองโลก
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กันยายน 05, 2015, 09:17:01 AM »
 :o :o :o

noneko

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 136
    • ดูรายละเอียด
Re: บทที่ 2 สื่อรักสองโลก
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กันยายน 09, 2015, 11:38:25 PM »
:)