ผู้เขียน หัวข้อ: บทที่6 สือรักสองโลก  (อ่าน 883 ครั้ง)

มณีแก้วตา

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 15
    • ดูรายละเอียด
บทที่6 สือรักสองโลก
« เมื่อ: กันยายน 10, 2015, 01:05:51 PM »
บทที่6

ผักกาดกำลังเครียดกับกิริยาของคุณดาวเหนืออย่างเหลือเกิน  งานแรกก็เจองานหินแบบนี้เสียแล้ว จะรอดไหมเนี่ย แต่อย่างไรก็ต้องพยายามลองดูสักตั้ง ทำอย่างไรคุณดาวเหนือก็หน้าตาไม่เป็นมิตรสักที หันหน้าเมินหนีตลอด  ผักกาดจะคุยอะไรก็ไม่สนใจ เหมือนอยู่อีกโลกหนึ่ง  ในโลกที่มีเธออยู่เพียงคนเดียว ไร้ผู้คน  บางครั้งเธอก็พูดคนเดียว พร่ำพรรณนาถึงผู้ชายคนหนึ่ง จับใจความได้ว่า ชื่อ  ชิดดนัย  ซึ่งทำให้ผักกาดมึนงงไม่น้อย

“ พยายามหน่อยนะ อีหนูเอ้ย “  คุณตาเจ้าที่นั่งไขว่ห้างกระดิกเท้าบนโต๊ะม้าหินข้างๆ ผักกาด

“ คุณตา พอรู้ไหมว่า คุณเธอเป็นอะไร บอกหนูหน่อยซิคะ “

“ ข้าไม่อยากบอกเอ็งเลย  เอาไว้เอ็งอยู่ๆไปก็รู้เองแหละ “  เจ้าที่ประจำบ้านไม่ยอมบอกอะไร

“ คุณตาไม่บอกแล้วหนูจะอยู่ได้ไง วันนี้หนูอาจจะลาออกเลยก็ได้นะ “

“ ไม่เอาอย่าทำแบบนี้  ข้าถูกชะตากับเอ็งมากเลย  เอ็งเป็นคนแรกที่มองเห็นข้า ข้าเป็นเทวดาในชั้นนี้มาหลายร้อยปี ไม่เคยมีคนมาคุยกับข้าเลย  คุยกับพวกผีชั้นต่ำมาตลอด ข้าเซ็งผุดๆ”

“ น่านะ คุณตาใจดีรูปหล๊อ หล่อ  ช่วยหนูหน่อยนะคะ “ ผักกาดยกมือไหว้สูงท่วมหัว  ขอร้อง  ในขณะที่ คุณดาวเหนือนั่งเม่อลอย ไม่รับรู้อะไรเลย

“ เอาละๆ ข้าจะบอกก็ได้ “

“ บอกมาเลยค่ะ เพราะอะไรคะ  คุณเธอน่าสงสารมากๆเลยค่ะ” ผักกาดเริ่มสนิท เลยเซ้าซี้เจ้าที่ผู้อาวุโสให้เล่าเรื่องราวของคุณหนูดาวเหนือ

“ เมื่อก่อนคุณหนูไม่ได้เป็นอย่างนี้หรอกนะ เธอเป็นเด็กใสๆบริสุทธิ์  แต่เมื่อเจ้ากรรมนาย ของเธอมาพบเธอเข้า ก็เลยเข้ามาสิงร่าง บังคับให้เธอทำร้ายตัวเอง จนบาดเจ็บต้องไปรักษาตัวในโรงพยาบาลอยู่นาน  พอกลับบ้านก็เลยอยู่ในสภาพนี้ “

“ แล้วทำไมคุณตาไม่ช่วยเธอล่ะคะ ปล่อยให้เธอถูกทำร้ายได้อย่างไง “ ผักกาดขัดจังหวะขึ้นมา

“ ข้าจะไปช่วยอะไรได้ กรรมของใครก็ของเขา ไม่มีใครช่วยใครได้ แล้วเจ้ากรรมนายเวรเธอก็มากมายเสียเหลือเกิน”

“  เจ้ากรรมนายเวรของเธอมาจากไหนคะคุณตา”

“ มนุษย์เราสร้างกรรมมาทุกชาติแหละหลานเอ้ย  อาจเป็นเจ้ากรรมนายเวรของชาติก่อนๆโน้น ก็ไม่รู้ชาติไหน  เรื่องแบบนี้ข้าก็ช่วยไม่ได้ มันเป็นกฎของสวรรค์ เบื้องบน”

“  อ้าว แล้วแบบนี้หนูจะช่วยอะไรเขาได้คะคุณตา “

“ เอ็งก็ทำงานไป ตามเวรตามกรรมนะซิ  สักวันหนึ่งบางทีเจ้ากรรมนายเวรของคุณหนูอาจให้อภัย”

“ งั้นหนูต้องบอกให้คุณดาวเหนือขออโหสิกรรมเจ้ากรรมนายเวรของเธอเสีย บางทีสถานณการณ์อาจดีขึ้น “

“ อีหนู  ดูเสียก่อนคุณดาวหนือเธอมีสติสตังค์แบบเราหรือเปล่า “   คุณตาเจ้าทีท้วงผักกาด

“ ใช่ซิ บางทีอาจไม่ได้ผล   ..แต่รู้อย่างนี้แล้ว เธอก็น่าสงสารนะ “

“ แน่ละ อีหนู  บางทีเบื้องบนอาจส่งหนูมาช่วยเธอก็ได้นะ”   

ผักกาดเริ่มใจอ่อน จากที่คิดว่า งานแบบนี้เธอคงทำไมได้  แต่พอได้ยินเจ้าที่วัยชราบอกเธอก็เริ่มสงสารคุณหนูขึ้นมาแล้ว

“ คุณดาวเหนือคะ มีอะไรจะใช้ผักกาดได้นะคะ  คุณท่านส่งผักกาดมาเป็นเพื่อนคุณดาวเหนือค่ะ “
 ผักกาดพยายามพูดคุยด้วยท่าทีที่เป็นมิตรเผื่อจะลดความเกรียวกราดของเธอลงได้บ้าง 

“ ผักกาด  เธอชื่อผักกาดหรือ “

“ ใช่ค่ะ  ผักกาดมาเป็นเพื่อนนะคะ  คอยรับ ใช้ดูแล  หรือทำอะไรก็ได้ค่ะ ที่คุณดาวเหนืออยากให้ทำ”

คุณดาวเหนือเริ่มใจอ่อน พูดรู้เรื่องมากขึ้น

“ ทำไมต้องดูแลฉัน ฉันไม่เป็นอะไร ฉันไม่เป็นอะไร “ เธอพูดซ้ำ แบบคนขาดสติ

“ คุณดาวเหนือพูดตามผักกาดได้ไหมคะ “

 “ เธอจะให้ฉันพูดอะไร “

“ คุณดาวเหนือยกมือพนมไว้นะคะ แล้วว่าตามผักกาดค่ะ”   ผักกาดเชื่อตามที่คุณตาเจ้าที่บอก และเชื่อว่า ..บางทีวิธีที่ผักกาดให้ทำอาจช่วยเธอได้

“ ทำไมฉันต้องทำตามเธอด้วย”  คุณดาวเหนือสงสัย แต่ก็พนมมือตามที่ผักกาดบอก

“กายะกัมมัง วะจีกัมมัง มะโนกัมมัง สัญจิจจะกัมมัง
 อะสัญจิจะกัมมัง ขะมันตุ เม อะโหสิกัมมัง ภะวะตุ เม.

        กรรมใดๆ ไม่ว่าจะเป็นกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ที่ข้าพเจ้าได้ทำล่วงเกินแก่ผู้ใด ทั้งโดยตั้งใจก็ดี ไม่ได้ตั้งใจก็ดี ในภพชาติใดก็ตาม ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย จงโปรดยกโทษให้เป็นอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้า อย่าได้จองเวรจองกรรมต่อกันอีกเลย  แม้แต่กรรมใดที่ใครๆ ทำแก่ข้าพเจ้าก็ตาม ข้าพเจ้าขออโหสิกรรมให้ทั้งสิ้น ยกถวายพระพุทธเจ้าเป็นอภัยทาน ขอจงดลใจให้เขาเหล่านั้นกลับมีเมตตาจิต คิดเป็นมิตรกับข้าพเจ้า เพื่อจะได้ไม่มีเวรกรรมต่อกันตลอดไป

       ด้วยอานิสงส์แห่งอภัยทานนี้ ขอให้ข้าพเจ้าพร้อมทั้ง ครอบครัว ตลอดจนวงศาคณาญาติ ผู้มีอุปการคุณของข้าพเจ้า พ้นจากความทุกข์ยากลำบากเข็ญใจความทุกข์อย่าได้ใกล้ ความเจ็บไข้อย่าได้มี ขอได้มีความสุขสวัสดีมีชัย เสนียดจัญไรและอุปัทวันตรายทั้งหลาย จงเสื่อมสิ้นหายไป นึกคิดปรารถนาสิ่งใดที่เป็นไปโดยชอบประกอบด้วยธรรมแล้ว ขอให้สิ่งนั้นจงพลันสำเร็จ ลงพลันสำเร็จ จงพลันสำเร็จเทอญ
   
ผักกาดจำบทนี้มาจากแม่ชี แม่ชีสอนเธอเสมอในเรื่องกฎแห่งกรรม  ที่จริงแล้วแม่ชีก็เป็นผู้มีญาณ สามารถติดต่อผักกาดได้ในทางจิต

 และแม่ชียังมีญาณหยั่งรู้ รู้เรื่องบางอย่างรู้เรื่องอนาคตได้  แม่ชีเคยบอกว่า ที่ผักกาดเป็นเช่นนี้เพราะว่าเป็นการถ่ายทอดทางพันธุกรรม   
ผักกาดเคยสงสัยว่า ทำไมเธอต้องไม่เป็นเหมือนเด็กคนอื่นๆ 

แต่แม่ชีก็ตอบว่า  เป็นความสามารถที่พิเศษ ไม่ใช่ความผิดปรกติ  แต่ไม่ควรบอกใครให้รู้เพราะอาจเดือดร้อนเอง   แต่ครั้งนี้ผักกาดตัดสินใจแล้วว่า จะช่วยคุณดาวเหนือ

ทันทีที่คุณดาวเหนือกล่าวจบ ก็เกิดเสียงหัวเราะดังลั่น ของหญิงหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว   ปรากฏร่างนั่งคร่อมที่หัว ขี่คอ ขาหย่อนมาข้างหน้า คุณดาวเหนือ และ ไม่ได้มีคนเดียว ยังมีอีกสองคนยืนข้างหลัง เป็นเด็กผู้หญิงร่างเล็กผิวคล้ำคนหนึ่ง อีกคนเป็นชายผอมแห้ง เข้ามาจับที่แขน ขา 

“ อะไรกันเนี่ย มาจากไหนกันมากมายขนาดนี้ ” 

“ มึงอย่ามายุ่งเรื่องของกู  กูไม่ให้อภัย”  ผักกาดเข้าใจได้ทันทีเลยว่า พวกนี้คือเจ้ากรรมนายเวรของคุณดาวเหนือ

“ พวกแกต้องการอะไร ทำไมมาทำร้ายคุณดาวเหนือ อย่างนี้”

“ มึงไม่ต้องมายุ่ง  ผู้หญิงคนนี้ มันทำร้ายครอบครัวกู ลูกกู ผัวกู ไม่ได้ไปผุดไปเกิด “

“ นี่มันเรื่องชาติไหนกันล่ะ “ ผักกาดดูจากการแต่งกายก็รู้ว่า ไม่ใช่คนในโลกปัจจุบัน

“ ชาติไหนก็ไม่รู้  กูจะเอาชีวิตมัน”

“ ความแค้นหากไม่ให้อภัย พวกแกก็ไม่ได้ไปเกิด ต้องเป็นผีเร่ร่อนแบบนี้ ชัวกัปชัวกัลป์”

“ ใช่ๆๆ อย่ามายุ่งกับคุณหนูเลยพวกเอ็ง “  คุณตาเจ้าที่ปรากฏตัวมาร่วมวงด้วย

“หุบปากนะใอ้แก่ “   ผีตวาดดังลั่น

“ ฉันมาเตือนดีๆนะ”  คุณตาเจ้าที่กลัวไม่กล้ามองหน้า ผักกาดรู้เลยว่าทำไมเจ้าที่ทำอะไรไม่ได้ ก็เพราะกลัวผีพวกนี้เอง

คุณตาเจ้าที่แว๊บมาหลบข้างหลังผักกาด อาศัยเป็นกำบัง

“ คุณตาเป็นผีนะ ยังจะกลัวผีด้วยกันอีกหรือ”

“ ไอย่ะ !    ข้าไม่ได้เป็นผีนะอีหนู  ข้าเป็นเทวดาเชียวนะ  ในชั้นจาตุมหาราชิกา    ข้ามีบารมีสูงกว่าผีนะ ร่างกายถึงได้สวยงามอย่างนี้”
แล้วเจ้าที่วัยชราก็ทำท่าหมุนตัวโชว์เสื้อผ้าหน้าผม

“ทำคุยอีก คุณตา สวยงามอย่างเดียว แต่ไม่มีความกล้า แบบนี้เสียศักดิ์ศรีเทวดานะคุณตา”


“ เอาเถอะ อีกหนูจะว่าอะไรก็ช่าง ก็ฉันไม่ชอบความรุนแรง ฉันรักความสงบ “


“ เอาอย่างไงว่ามา พวกแกต้องการอะไร” ผักกาดทำหน้าเซ็งคุณตาเจ้าที่อย่างบอกไม่ถูก หันไปพูดกับผี

“ กูจะเอาชีวิตอีนังคนนี้ไปด้วย “

“ เอาไปอย่างไงล่ะ เขายังไม่ถึงเวลา พวกแกก็รังแต่จะสร้างกรรมเปล่าๆ คนเราถึงเวลาก็ต้องตาย ไม่ช้าก็เร็ว”

“ กูไม่เชื่อ “

“ เอางี้ไหม  แล้วฉันจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้พวกแกจะได้ไปในภพภูมิที่สูงขึ้น ต่างคนต่างอยู่เข้าใจไหม”

“ เอ้อ อีหนูนี่เก่งว่ะ เอาอยู่”  คุณตาบ่นเสียงเบา กลัวผีได้ยิน

“ วันนี้ฉันจะไปวัดทำบุญให้พวกแกเลยนะ ให้ทุกตัวทุกตนเลย คอยรับส่วนบุญด้วยนะ ลองเชื่อฉันสักครั้งเถอะ ”

พูดจบผักกาดหยิบข้าวสารที่ติดกระเป๋าไว้กำในมือ และพระองค์เล็กกำอีกข้างหนึ่ง ขึ้นมาขู่

“ พวกแกเคยเจอแบบนี้ไหม ถ้าไม่เชื่อ จะลองดีใช่ไหม”  ผักกาดขู่ฟอดๆ

“ กูไม่เชื่อ “
 
“ จะไปดีๆ หรืออยากเจอดี “ พูดจบหญิงสาวก็สาดข้าวสาร  ผีทั้งสามตัวหายวับไปกับตา

คุณตาเจ้าที่ยืนปรบมือรัวๆ บ่นอีกว่าไม่เคยเจอใครที่มีดีขนาดนี้ตั้งแต่เกิดมาร้อยกว่าปี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 10, 2015, 01:10:51 PM โดย มณีแก้วตา »

noneko

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 136
    • ดูรายละเอียด
Re: บทที่6 สือรักสองโลก
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กันยายน 21, 2015, 10:05:23 PM »
ยัยผักกาด สู้ๆ