ผู้เขียน หัวข้อ: ตอนที่ 1 กลลวงบ่วงรักซาตาน  (อ่าน 941 ครั้ง)

k_ko

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 10
    • ดูรายละเอียด
ตอนที่ 1 กลลวงบ่วงรักซาตาน
« เมื่อ: กันยายน 12, 2015, 02:25:01 PM »
เสียงหัวเราะสลับกับเสียงตะโกนของเด็กสองคนที่กำลังเล่นกัน ทำให้คนที่ต้องการใช้สมาธิในการอ่านรายงานรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย จึงย้ายที่ทำงานลงไปที่สวนหย่อมหน้าบ้าน ทว่านั่งได้ไม่นาน ความร้อนที่คาดว่าทะลุสามสิบเจ็ดองศา ก็ทำให้ร่างอรชรกลับเข้ามาในบ้านอีกครั้ง ท่ามกลางความงุนงงของของเด็กน้อยทั้งสอง ก่อนเด็กหญิงดาริยาหรือน้องโดนัทจะเอ่ยถามคนเป็นแม่ด้วยน้ำเสียงเล็กแหลม
“แม่เดียร์เป็นอะไรคะ หอบงานไป หอบงานมา ไม่เหนื่อยหรือคะ”
“เหนื่อยสิคะลูก” ดาลันพูดด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังนักพร้อมทิ้งตัวลงบนโซฟา แล้วทอดสายตาไปที่เด็กน้อยทั้งสองอย่างแสนรัก
“ก็หนูสองคนส่งเสียงดัง ทำให้คุณแม่ไม่มีสมาธิทำงานไงล่ะคะ คุณแม่ถึงหอบงานไปหอบงานมาอย่างที่พวกหนูเห็น” ป้าชะเอมเดินออกมาจากครัวพอดีจึงบอกกับเด็กๆ ก่อนจะวางจานผลไม้ที่จัดเรียงอย่างสวยงามไว้บนโต๊ะรับแขก
“จริงหรือครับยายเอม ขอโทษนะครับแม่เดียร์ บัตเตอร์กับโดนัทจะเล่นกันเบาๆ นะครับ” เด็กชายดนัยภัทร หรือน้องบัตเตอร์เข้าไปอ้อนมารดาโดยการสวมกอด ทำให้อีกคนรีบเข้าไปสวมกอดบ้างอย่างกลัวจะน้อยหน้า
“ขอบใจจ้ะ ว่าแต่เลิกเล่นกันเมื่อไหร่ อย่างลืมเก็บของเล่นเข้าที่นะ และห้ามให้ยายเอมเก็บให้เด็ดขาด ถ้าแม่เดียร์เห็น แม่เดียร์จะตีทั้งคู่เลย” หญิงสาวทำเสียงเข้มเล็กน้อย แต่สีหน้าแววตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน
“ให้ยายเอมช่วยเก็บก็ไม่ได้หรือคะ” โดนัทถามอย่างต่อรอง เพราะของเล่นที่รื้อออกมาไม่ใช่น้อยเลย
“ไม่ได้ เพราะยายเอมไม่ได้เล่นด้วย ใครเล่น คนนั้นต้องเป็นคนเก็บค่ะ เข้าใจมั้ยคะลูก”
“เข้าใจค่ะ/ครับ” เด็กทั้งสองตอบรับพร้อมกันทำให้คนเป็นแม่ยิ้มออกมาอย่างสุขใจ รวมถึงชะเอมด้วย ที่แม้จะเป็นเพียงคนรับใช้ แต่หญิงสาวก็ให้เกียรตินางเสมอ นางรักจึงรักและเอ็นดูเจ้านายทั้งสามมากขึ้นไปอีก
ติ๊งหน่อง...
เสียงออดหน้าบ้านดังขึ้น ฉุดคนทั้งสี่ให้หันไปมองที่หน้าต่างบานกระจก เห็นคนรับใช้สาววิ่งไปที่หน้าประตู ก่อนจะเปิดออกให้แขกผู้มาเยือนขับรถเข้ามาภายใน เมื่อดาลันเห็นรถก็รู้ทันทีว่าใครมาหาเธอ พลางคิดในใจว่าคงจะมีธุระสำคัญ เพราะปกติแม่เลี้ยงจะไม่ค่อยมาหาที่บ้าน เนื่องจากเจอกันที่บริษัทเกือบทุกวันอยู่แล้ว
“รบกวนป้าเอมเตรียมของว่างด้วยนะคะ” ดาลันหันไปบอกคนสนิท
“ได้ค่ะคุณเดียร์”
เมื่อชะเอมเดินหายเข้าไปในครัว ดาลันก็บอกกับลูกทั้งสองอย่างนิ่มนวล
“โดนัท บัตเตอร์ คุณยายมาคุยธุระกับแม่เดียร์ หลังสวัสดีคุณยายแล้ว ให้ขึ้นไปเล่นบนห้องก่อนนะลูก แม่เดียร์จะให้พี่แตงขึ้นไปอยู่เป็นเพื่อนนะ”
“โดนัทอยู่เป็นเพื่อนแม่เดียร์ไม่ได้หรือคะ” โดนัทจับมือมารดาอย่างออดอ้อน
“ไม่ได้ เพราะแม่เดียร์ต้องคุยธุระกับคุณยาย เราเป็นเด็ก ต้องอยู่ส่วนเด็ก เข้าใจหรือเปล่า” บัตเตอร์ดุน้องแทนมารดา ทำให้คนเป็นแม่อดขำไม่ได้ และเมื่อเห็นลูกสาวกำลังจะแบะปากร้องให้ เธอก็รีบอุ้มขึ้นมาปลอบอย่างอ่อนโยน
“พี่บัตเตอร์พูดถูก แต่อาจจะใช้น้ำเสียงเข้มไปหน่อย” ดาลันยิ้มให้ลูกชาย “ถ้าโดนัทกับบัตเตอร์เล่นอยู่ข้างล่าง แม่เดียร์ก็จะคุยงานกับคุณยายไม่รู้เรื่อง แล้วก็จะเสียงานนะลูก ทีนี้ถ้าเสียงาน แม่เดียร์ก็ไม่มีเงิน แล้วจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายค่าเทอมให้โดนัทล่ะคะ ทีนี้เข้าใจหรือยังลูก”
“เข้าใจค่ะ” โดนัทพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะปาดน้ำตาที่เอ่อคลอดวงตากลมใสป้อยๆ
เมื่อแม่ลูกทำความเข้าใจกันเสร็จแล้ว อนงค์วตีก็เดินเข้ามาในบ้านด้วยรอยยิ้ม ทักทายเจ้าของบ้านกับเด็กๆ หอมปากหอมคอแล้วก็มานั่งที่โต๊ะรับแขก ซึ่งชะเอมเตรียมอาหารว่างไว้รอแล้ว
“คุณน้ามีอะไรด่วนหรือเปล่าคะ” เมื่อส่งลูกๆ ขึ้นชั้นสองแล้ว ดาลันก็เดินมานั่งที่โต๊ะรับแขกฝั่งตรงข้ามกับอนงค์วตี
“จริงๆ น้าก็ไม่อยากมารบกวนเวลาพักผ่อนของเดียร์หรอกนะ แต่เผอิญมีเรื่องร้อนใจ กลัวว่าถ้ารอถึงวันจันทร์จะไม่ทันกาล” อนงค์วตีไม่พูดเปล่า หยิบซองสีน้ำตาลจากกระเป๋าเอกสารส่งให้ลูกเลี้ยงดูทันที
“คืออะไรคะ” สีหน้าของหญิงสาวซีดเผือดด้วยความตกใจ ช่วงนี้เธอเจอแต่เรื่องหนักๆ เข้ามาในชีวิต ตั้งแต่ธุรกิจของครอบครัวประสบปัญหาขาดทุน บิดาเครียดจนเส้นเลือดในสมองแตกและเสียชีวิตในเวลาถัดมา ซ้ำร้ายเพื่อนรักที่เป็นฝ่ายบัญชีก็มาประสบอุบัติเหตุรถชน และนี่ยังจะมีอะไรอีก เท่านี้เธอยังเครียดไม่พออีกหรือไง
“ลองอ่านดูสิ น้าเองก็พูดไม่ออก บอกไม่ถูก ก่อนหน้านี้ก็เป็นลมไปรอบนึงแล้ว ตอนเห็นเอกสารนี่แหละ”
คำพูดของแม่เลี้ยงยิ่งทำให้เธอใจสั่น ไม่กล้าแม้แต่จะเปิดซองออกดู แต่ในเมื่อยังไงก็หนีความจริงไปไม่พ้น จึงตัดสินใจเปิดซองด้วยหัวใจที่เต้นตึกตัก มือไม้เย็นเฉียบเหมือนคนกำลังจะเป็นลม ดาลันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วกลั้นใจดึงเอกสารออกมาดูอย่างกล้าๆ กลัวๆ
“ทุกอย่างเป็นการตัดสินใจของคุณเดชอุดม น้าห้ามก็ไม่ฟัง แล้วนี่ดูสิ คนที่อยู่ข้างหลังต้องมานั่งรับผิดชอบ น้าล่ะสงสารหนูเดียร์จริงๆ แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง”
ดาลันได้แต่นิ่งอึ้ง อ่านเอกสารในมือแทบไม่ออก เพราะหยาดน้ำใสๆ กบดวงตาทั้งสองข้างจนพร้าเบลอไปหมด หญิงสาวใช้หลังมือซับน้ำตา แล้วกลั้นใจอ่านข้อความในเอกสารจนจบ นั่นก็ทำให้เธอถึงกับเป็นลมสลบคาโต๊ะรับแขก อนงค์วตีตกใจจนทำอะไรไม่ถูก รีบตะโกนเรียกชะเอมให้เข้ามาดูแล เมื่อหญิงสาวฟื้นขึ้นมาแล้ว นางจึงของตัวกลับบ้าน เพราะรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนกัน โดยมีชะเอมพยุงไปส่งถึงรถ จากนั้นอนงค์วตีก็ขับรถออกจากบ้านไปด้วยสีหน้าไม่สู้ดี

หลังจากแม่เลี้ยงกลับไปแล้ว ดาลันก็อยู่ในอาการซึมเศร้าอย่างเห็นได้ชัด จนชะเอมต้องเข้ามาปลอบและให้กำลังใจ เธอไม่รู้เลยว่าจะผ่านช่วงเวลาที่โหดร้ายไปได้อย่างไร ถ้าไม่มีลูกที่ต้องรับผิดชอบ เธอคงทิ้งทุกอย่างแล้วไปสงบสติอารมณ์ที่ไหนสักแห่ง เมื่อคิดมาถึงตรงนี้น้ำตาก็เอ่อคลอเต็มดวงตาคู่สวย ก่อนจะไหลรินอาบแก้มอย่างคนที่หมดสิ้นหนทาง
“อย่าร้องสิคะคนดีของเอม เดี๋ยวมันก็ผ่านไปค่ะคุณเดียร์” ชะเอมดึงร่างอรชรมาสวมกอดให้กำลังใจ
“เมื่อไหร่ล่ะคะ เดียร์แบกรับทุกอย่างจนจะรับไม่ไหวอยู่แล้ว” หญิงสาวกอดคนสนิทไว้แน่นแล้วระบายความอัดอั้นออกมาอย่างหนัก ไม่คิดเลยว่าจากชีวิตสุขสบาย อยากได้อะไรก็ได้ ไม่เคยเจอกับความยากลำบากมาก่อน จะมาย่ำแย่หมดเนื้อหมดตัวถึงเพียงนี้
“แบกไม่ไหวก็ปล่อยวางเถอะค่ะ กลับมานับหนึ่งใหม่อย่างคนธรรมดา เอมเชื่อว่าคนเก่งๆ อย่างคุณเดียร์คงลำบากได้ไม่นาน เดี๋ยวก็ตั้งหลักได้ค่ะ” ชะเอมมั่นใจในตัวเจ้านายสาว แม้ตอนนี้จะล้มลุกคลุกคลานเจอแต่เรื่องร้ายๆ แต่สักวันเธอจะลุกขึ้นยืนด้วยขาของตัวเองอีกครั้งอย่างสง่าผ่าเผย
“มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกป้าเอม” ดาลันดันตัวออกมองคนสนิททั้งน้ำตา “ลำพังนับหนึ่งใหม่ เดียร์ไม่ซีเรียสเลย แต่นี้มันติดลบมหาศาล ขายบ้าน ขายรถ ขายทรัพย์สินทั้งหมด ยังไม่ได้เศษเสี้ยวของดอกเบี้ยเลย”
“แต่ถึงกระนั้นก็ต้องสู้นะคะ คุณเดียร์ยังมีลูกที่ต้องดูแล อย่าเพิ่งท้อแท้สิ้นหวัง และป้าอยากจะบอกว่า ไม่ว่าคุณเดียร์จะตกระกำลำบากแค่ไหน ป้าก็จะไม่ทิ้งคุณเดียร์กับเด็กๆ เด็ดขาดค่ะ” ชะเอมจับมือเจ้านายสาวไว้มั่น มองใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาอย่างสงสารและเห็นใจ นางรับใช้ครอบครัวนี้ตั้งแต่มารดาของดาลันยังไม่เสียชีวิต และเลี้ยงดาลันมาตั้งแต่เด็กจนโต จนเป็นแม่นมให้ลูกทั้งสองของดาลัน ความรักความผูกพันจึงมีอย่างมากมาย และตั้งแต่บิดาของดาลันเสียชีวิต นางก็ไม่ขอรับเงินเดือนจากหญิงสาวอีกเลย เพราะรู้ว่าเธอเองก็ลำบากไม่น้อย
“ขอบคุณค่ะป้าเอม” ดาลันโผเข้าสวมกอดร่างท้วมอีกครั้ง ตราบชีวิตยังไม่สิ้น ก็ดิ้นกันต่อไป “เดียร์จะไม่ท้อ เดียร์จะผ่านมันไปให้ได้ เดียร์สัญญา”
“ดีค่ะ ป้าจะช่วยสวดมนต์ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้คุณเดียร์ผ่านอุปสรรคนี้ไปให้ได้นะคะ” ชะเอมลูบหลังเจ้านายสาวเบาๆ อย่างปลอบโยน ทำให้คนที่สะอื้นฮักสงบลงได้ นางจึงหยิบทิชชูมาเช็ดหน้าเช็ดตาให้ ขณะที่ดาลันเองก็อมยิ้มเมื่อภาพในวัยเด็กหวนมาในความนึกคิดอีกครั้ง
“เมื่อก่อนที่โดนคุณแม่ตี ป้าเอมก็คอยซับน้ำตาให้”
ชะเอมตื้นตันใจจนน้ำตาคลอ
“แต่ถ้าเลือกได้ เอมอยากทำอยากอื่นให้คุณเดียร์มากกว่าการซับน้ำตานะคะ”
“ป้าเอมรู้มั้ย บางครั้ง...การที่เราได้ร้องไห้ออกมา มันก็ทำให้สบายใจขึ้นนะคะ”
“ถ้าสบายใจขึ้น ป้าก็ดีใจค่ะ ต่อไปนี้ถ้าคุณเดียร์เครียด หรือไม่สบายใจอะไร ก็มาเล่าให้ป้าฟังได้นะคะ อย่างน้อยการที่ได้พูด ได้คุย ก็ยังดีกว่าเก็บความทุกข์เอาไว้คนเดียว”
“ค่ะ ขอบคุณป้าเอมมากนะคะ ที่อยู่เคียงข้างกันเสมอ เดียร์สัญญาว่าจะดูแลป้าเอมในฐานะญาติผู้ใหญ่ตลอดไปค่ะ”
คราวนี้ชะเอมน้ำตาร่วงเผาะ แม้ดาลันจะพูดประโยคนี้เสมอ แต่นางก็รู้สึกปลาบปลื้มทุกครั้งที่ได้ยิน
“ขอบคุณค่ะ...คุณเดียร์”

อนงค์วตีกลับถึงบ้านพักในอีกสองชั่วโมงถัดมา นางรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก เมื่อผลักภาระก้อนมหาศาลออกจากตัวได้สำเร็จ จริงอยู่นางควรรับผิดชอบคู่กับลูกเลี้ยงในฐานะผู้ถือหุ้นคนหนึ่งของบริษัท แต่ในเมื่อพ่อของหล่อนเสียชีวิตไปแล้ว นางก็ไม่มีอะไรผูกพันกับคนตระกูลนี้ จะให้มาร่วมใช้หนี้ด้วยยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ นางไม่มีทางให้เงินที่ยักยอกมาหลายสิบล้านบาทกระเด็นออกจากบัญชีของตัวเองเด็ดขาด
“กลับมาแล้วเหรอนงค์ ลูกเลี้ยงของเธอว่ายังไงบ้าง” ชัยยศถามภรรยาด้วยใบหน้าอยากรู้
“จะว่าอะไรได้ ก็ในเมื่อพ่อของมันเป็นคนเซ็นชื่อทุกอย่าง ก็รับผิดชอบไปคนเดียวเถอะ” อนงค์วตีบอกอย่างไม่แยแส
“แล้วนงค์จะทำยังไงต่อไปล่ะ จะถอนหุ้นออกจากบริษัทเลยมั้ย เราจะได้ไปเริ่มต้นทำธุระกิจที่เชียงใหม่ด้วยกัน”
“ยัง ถ้าฉันไปตอนนี้ นังเดียร์ต้องสงสัยฉันแน่ ฉันจะรอดูท่าทีของนายทุนอีกซักพัก ว่าจะเอายังไง ฉันว่าเงินขนาดนั้น เขาคงไม่ยอมแน่ เผลอๆ ถ้านังเดียร์อาจจะถูกอุ้ม ถ้าไม่มีเงินจ่ายดอกเบี้ย ไว้ถึงเวลานั้นเราค่อยไปเริ่มต้นทำธุระกิจตัวใหม่ก็ยังไม่สาย”
อนงค์วตีแสยะยิ้ม ตลอดเวลาที่ผ่านมานางไม่เคยรักบิดาของดาลันเลย แต่ที่ต้องทนอยู่เพราะเงินเพียงตัวเดียว เขาสามารถให้เงินนางได้ทุกครั้งที่ร้องขอ จนนางสามารถซื้อบ้านเดี่ยวหลังละยี่สิบล้านได้ และเมื่อเขาโอนหุ้นของบริษัทให้อีกสามสิบเปอร์เซ็นต์ นางก็เหมือนเสือติดปีก เข้ามาช่วยสามีดูแลบริษัทในฐานะรองกรรมการบริหาร และนั่นก็ทำให้นางมีช่องทางหาเงินได้เพิ่มมากขึ้น
 “จะว่าไปแล้วก็สงสารเดียร์เหมือนกันนะ” ชัยยศแอบชอบหญิงสาวมานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้ครอบครองสมดังใจปรารถนา เพราะติดที่บิดาของเธอคอยกันท่าตลอดเวลา เขาจึงแบนเข็มมาที่อนงค์วตี ถึงจะอายุเข้าเลขสี่ นางก็ยังเร่าร้อนน่าสัมผัสสำหรับเขาเสมอ แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่ลืมหญ้าอ่อนอย่างดาลันอยู่ดี
“ไปสงสารมันทำไม!” อนงค์วตีตวาดแวดทันที “อย่าบอกนะว่าจะเอามันทำเมียอีกคน”
ถ้าได้ก็ดี เขาอยากจะพูดไปอย่างนั้น แต่ก็นิ่งเงียบไม่ต่อความยาวสาวความยืดให้เรื่องบานปลาย
“พูดอะไรอย่างนั้น เดียร์น่ะ รุ่นลูกผมเลยนะ ผมก็แค่เอ็นดูเด็กสองคนนั้นเฉยๆ”
“เอ็นดูเหรอ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าคุณคิดอะไรอยู่ ฉันบอกไว้เลยนะ ถ้าคุณคิดนอกใจฉันเมื่อไหร่ ก็อย่าเหลืออะไรไว้ทำพันธุ์เลย!” อนงค์วตีจ้องต่ำไปที่เป้ากางเกงของชัยยศ แล้วช้อนตาขึ้นมองหน้าสามีอย่างดุดัน เธอทั้งรักทั้งหวงผู้ชายคนนี้ เพราะเขาสนองความต้องการของเธอได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องบนเตียง ถ้าไม่ติดว่าอีกฝ่ายเคยเป็นผู้ช่วยของเดชอุดมมาก่อน นางก็จะให้เขาย้ายมาเป็นเลขาฯ ของตัวเอง จะได้อยู่ห่างจากนังลูกเลี้ยงเสียที บอกตรงๆ นางไม่สบายใจเลยที่ทั้งสองคนทำงานใกล้ชิดกัน
“ไม่เอาน่า เธอทั้งสวยทั้งเก่งแบบนี้ ฉันจะไปมองคนอื่นอีกได้ยังไง” ชัยยศรีบลุกจากโซฟามาเอาใจอนงค์วตีด้วยการสวมกอด แล้วจุมพิตหนักๆ ไปที่แก้มของเธออย่างเสน่หา เพียงแค่นี้ร่างอวบอิ่มก็อ่อนระทวย เปิดโอกาสให้เขาจุดไฟพิศวาสได้ตามอำเภอใจ โดยไม่สนว่าตรงนี้จะเป็นห้องรับแขกที่มีแสงสว่างส่องเข้ามาอย่างทั่วถึงก็ตาม

รุ่งเช้าวันใหม่ ดาลันตื่นเช้ากว่าทุกวัน เพราะอยากใส่บาตรอุทิศส่วนกุศลให้กับบิดามารดา และในช่วงสายเธอตั้งใจพาลูกๆ ไปไหว้ศาลเจ้าไต้ฮงกงที่มูลนิธิแห่งหนึ่ง ที่นี่เปรียบเสมือนที่พึ่งทางใจสำหรับคนทั่วไปรวมถึงคนที่มีเชื้อสายจีน ซึ่งมารดาของเธอเคยพามาไหว้ตั้งแต่เธอยังเป็นเด็ก พอโตขึ้น เวลามีเรื่องไม่สบายใจก็มักจะมาทำบุญไหว้พระที่นี่ เธอเชื่อมั่นว่าจะได้รับสิ่งดีๆ กลับไปเสมอ แต่ต้องทำความดีควบคู่ไปด้วยสิ่งที่ขอถึงจะสัมฤทธิ์ผล
“เตรียมของไหว้เสร็จแล้วค่ะ คุณเดียร์จะไปกี่โมงคะ” ชะเอมเอ่ยถามเมื่อเจ้านายสาวเดินเข้ามาในบ้าน
“ซักสิบโมงก็ได้ค่ะ ป้าเอมไปด้วยกันนะคะ จะได้มีคนช่วยดูเด็กๆ”
“ได้ค่ะ งั้นป้าไปเตรียมอาหารเช้าก่อนนะคะ อ้อ เมื่อคืนขึ้นไปร้องไห้อีกใช่มั้ย ตาถึงได้บวมขนาดนี้”
“เห็นชัดเลยหรือคะ”
“ค่ะ นี่ถ้าเด็กๆ เห็น จะต้องทักแน่ๆ ว่าทำไมคุณแม่ถึงตาบวม”
“แล้วมีวิธีแก้มั้ยคะป้าเอม”
“งั้นป้าจะเอาถุงชาที่ชงไหว้พระเมื่อเช้าไปแช่ตู้เย็น เสร็จแล้วจะให้แตงเอาขึ้นไปให้ คุณเดียร์ก็ค่อยๆ ประคบที่ตานะคะ เดี๋ยวก็หายค่ะ”
“ขอบคุณมากนะคะ” ดาลันเดินเข้าไปสวมกอดร่างท้วมอย่างขอบคุณ
“ไม่เป็นไรค่ะ ป้าบอกแล้วไง อะไรที่ป้าพอช่วยได้ ป้าจะช่วยอย่างเต็มที่ งั้นป้ารีบไปจัดการให้ก่อนนะคะ”
หญิงสาวพยักหน้าน้อยๆ แล้วเดินขึ้นห้องของตัวเองไปเงียบๆ เธอมีเวลาสร้างกำลังใจให้ตัวเองอีกหนึ่งวันเต็มๆ ก่อนจะไปเจอกับนายทุนหน้าเลือด ที่จะยึดทรัพย์สมบัติทุกอย่างที่หลงเหลืออยู่ ไม่เว้นแม้แต่ตัวเธอกับลูกในวันรุ่งขึ้น

หลังจากทานข้าวเช้าเสร็จแล้ว ดาลันกับลูกๆ และชะเอมมาไหว้พระที่ศาลเจ้าไต้ฮงกง โชคดีช่วงนี้ไม่ใช่เทศกาล ที่ศาลเจ้าจึงมีคนไม่มากนัก ดาลันฝากให้ชะเอมดูลูกทั้งสอง ก่อนตัวเองจะเดินเข้าไปในศาลเจ้าไหว้หลวงปู่ไต้ฮงที่ตัวเองนับถือ
เมื่อดาลันเดินเข้าไปในศาลเจ้าแล้ว โดนัทกับบัตเตอร์ก็รอมารดาอยู่กับชะเอม แต่ด้วยความที่เป็นเด็กไฮเปอร์ทั้งคู่ จึงไม่อยู่นิ่ง วิ่งไหล่จับกันจนชะเอมรู้สึกปวดหัว ซึ่งก็ประจวบเหมาะกับที่มีคนมาชวนชะเอมคุย นางจึงไม่ค่อยได้หันไปดูเด็กๆ ที่กำลังวิ่งเล่นอยู่หน้าศาลเจ้าสักเท่าไหร่ อาศัยฟังเพียงเสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กๆ ที่เล่นกันอยู่เท่านั้น
โดนัทกับบัตเตอร์เล่นซ่อนแอบตามประสาเด็กๆ แต่ไม่ว่าโดนัทไปแอบที่ไหน คนเป็นพี่ก็หาตัวเจอตลอด คราวนี้โดนัทจึงคิดจะไปแอบหลังประตูหน้าศาลเจ้า แต่ด้วยความเร่งรีบจึงวิ่งชนร่างสูงใหญ่ที่กำลังเดินเข้ามาด้านในเสียหลักล้มลงไปกับพื้น
“เจ็บหรือเปล่าครับคนดี” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เจ็บค่ะ แต่หนูต้องรีบไปแอบแล้ว”
คนฟังทำหน้าฉงน แต่ก็อมยิ้มเมื่อเห็นเด็กชายที่มีใบหน้าคล้ายกันกำลังเดินมองซ้ายมาขวา เดินมาทางนี้
“อย่าออกไปข้างนอกเลยครับ เดี๋ยวรถชนนะ แอบข้างหลังลุงก็ได้ ไม่มีคนเห็นหรอก” เขาบอกอย่างอ่อนโยน ไม่อยากจะเชื่อตัวเองเลยว่า ปกติเขาไม่ใช่คนรักเด็ก แต่กลับถูกชะตากับเด็กน้อยคนนี้ โดยเฉพาะดวงตากลมบ๊อกของเธอ ช่างน่ารักน่าชังจนอยากจะอุ้มขึ้นมากอด แล้วหอมแก้มแดงๆ ที่เต็มไปด้วยเลือดฝาดสักทีสองทีให้หายมันเขี้ยว
“งั้นคุณลุงอย่าบอกพี่บัตเตอร์นะว่าโดนัทอยู่ตรงนี้”
“ไม่บอกครับ”
บัตเตอร์เดินตามหาน้องสาวไปทั่ว จนมาสะดุดตากลับชายร่างสูงที่ยืนเยื่องกับประตูทางเข้า ซึ่งเขาเห็นน้องสาวจอมซนโผล่หัวมาแอบมอง พบสบตากับเขาก็ผุบไปอยู่หลังต้นขาของผู้ชายคนนั้น เขาจึงรีบวิ่งไปดึงตัวน้องสาวออกมาพร้อมกับสั่งสอนชุดใหญ่
“โดนัทไปแอบด้านหลังคนแปลกหน้าได้ยังไง เดี๋ยวก็โดนจับตัวไปหรอก” บัตเตอร์ดุน้องด้วยน้ำเสียงจริงจัง จนโดนัทหน้าเสียมีน้ำตามาคลอเบ้า
“ก็คุณลุงบอกว่าให้แอบได้นี่” น้องสาวตอบกลับพี่ชายแบบซื่อๆ
บัตเตอร์มองหน้าคุณลุงที่ว่าอย่างเอาเรื่อง ก่อนจะจูงมือน้องสาวไปหาชะเอม แต่ก็ไม่วายหันมามองชายร่างสูงด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ
ชายหนุ่มเห็นแววตาของคนเป็นพี่ก็อดขำไม่ได้ ตัวแค่นี้แววตาหาเรื่องไม่เบา ที่สำคัญหวงน้องสาวเสียด้วยสิ เสียดายที่เขามีเวลาไม่มากนัก ไม่อย่างนั้นจะเข้าไปทักทายสองพี่น้องที่หน้าตาน่ารักราวกับลูกครึ่งสักหน่อย
ร่างสูงใหญ่เดินเข้าไปในศาลเจ้าแบบจีน ซึ่งก็สวนทางกลับดาลันที่เดินออกมาพร้อมกับกลุ่มคนที่มาสวดมนต์อีกสี่ห้าคน หญิงสาวมีสีหน้าสดใสขึ้นกว่าตอนแรกมากนัก เพราะใช้ไม้เสี่ยงทายสิ่งที่อธิษฐานขอพรกับหลวงปู่เอาไว้ และผลที่ออกมาก็คือ ‘เช้งปวย ’
“ดื้อกับป้าเอมหรือเปล่าเด็กๆ” ดาลันถามมาแต่ไกล
“ไม่ค่ะ/ไม่ดื้อครับ” โดนัทกับบัตเตอร์ตอบออกมาพร้อมกัน คนเป็นแม่จึงลูบศีรษะทั้งคู่อย่างเอ็นดู
“ดีมากจ้ะ” แล้วหันไปถามชะเอม “ป้าเอมจะไปไหว้ข้างในมั้ยคะ เดี๋ยวเดียร์ดูเด็กๆ เอง”
“ไม่ค่ะ ป้าไหว้ตรงนี้แล้ว”
“งั้นกลับกันเลยนะคะ เดียร์ว่าจะแวะไปเยี่ยมชลที่โรงพยาบาลซักหน่อย”
“ดีครับ บัตเตอร์คิดถึงน้าชลจะแย่อยู่แล้ว” บัตเตอร์กับโดนัทกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ
“โดนัทก็เหมือนกัน”
ดาลันยิ้มให้ลูกทั้งสอง ก่อนจะจูงมือโดนัทกับบัตเตอร์ออกจากศาลเจ้า ตรงไปที่ลานจอดรถของมูลนิธิ โดยมีชะเอมถือถุงของไหว้เดินตามทั้งสามไป การทำบุญไหว้พระในวันนี้ทำให้จิตใจแจ่มใสมากขึ้นก็จริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะหลีกเลี่ยงสิ่งที่ต้องเผชิญในอนาคตได้ เพราะทุกอย่างถูกพรหมลิขิตไว้หมดแล้ว


-------------------------------------------------------------

1 เครื่องเสี่ยงทายหรือไม้เสี่ยงทาย ( ไป , โปย , ปวย , เช้งปวย ฯลฯ) ลักษณะเป็นไม้นูนโค้งหลังเต่า, ด้านหน้าเรียบซึ่งสามารถนำมาประกบเข้าหากันเป็นอันเดียว มีสองอันเป็นหนึ่งชุด ถ้าเสี่ยงทายในครั้งแรกและได้ผล คว่ำหนึ่งอัน-หงายหนึ่งอัน แสดงว่าสิ่งที่อธิฐานจะสำเร็จ



 
 




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 12, 2015, 02:27:55 PM โดย k_ko »

หนึ่งลิปดา

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 26
    • ดูรายละเอียด
Re: ตอนที่ 1 กลลวงบ่วงรักซาตาน
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กันยายน 14, 2015, 02:08:47 PM »
อา...พี่เจิดรักเด็กค่ะ
ชอบดู พัฒนาการความน่ารักของเด็กม๊ากกกก
ว่างๆ โดนัท บัตเตอร์ ไปหัดยิงหนังสะติ๊ก กับพี่เจิดนะคะ
อิ อิ

lung_tom

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 384
    • ดูรายละเอียด
Re: ตอนที่ 1 กลลวงบ่วงรักซาตาน
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กันยายน 14, 2015, 08:04:15 PM »
รออ่านบทต่อไปนะคะ ^^

noneko

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 136
    • ดูรายละเอียด
Re: ตอนที่ 1 กลลวงบ่วงรักซาตาน
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กันยายน 21, 2015, 09:51:25 PM »
ชื่อเด็กๆน่ารักจัง ชอบ