ผู้เขียน หัวข้อ: รักเธอรัญชิดา (๑)  (อ่าน 1204 ครั้ง)

หนึ่งลิปดา

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 26
    • ดูรายละเอียด
รักเธอรัญชิดา (๑)
« เมื่อ: กันยายน 14, 2015, 01:20:51 PM »

บทที่ 1





รักเธอรัญชิดา  โดย เจิดจ้า (นามชั่วคราว)


เกริ่นนำ : นวนิยายเรื่องนี้ เขียนเพื่อนความบันเทิงเอาฮาล้วนๆ ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายพาดพิงถึงผู้ใดโดยเฉพาะเจาะจง  จะมีสาระหรือไม่มีสาระนั้น ย่อมอยู่ที่มุมมองของผู้อ่านเอง เพราะผู้เขียนเขียนได้แค่นี้ 

ไม่ๆๆๆๆ   หมายถึงในตอนนี้เท่านั้น เพราะต่อไปจะต้องเขียนได้ดีกว่าเดิม เพราะคนอย่างเจิดจ้า ไม่ใช่คนที่ย่ำอยู่กับที่ เธอเป็นคนมีความฝัน  มุ่งมั่นในตอนฝัน การเขียนนวนิยายของเธอออกจะมีอุปสรรคมากมาย แต่ตอนนี้เธอไม่สนอุปสรรคแล้ว เธอจะลงมือเขียน และจะเขียนทุกวันด้วย หยุดไม่อยู่แล้วนะค่าท่านผู้ชม

แรงบันดาลใจ : เกิดจากความอิจฉาล้วนๆ วุ้ย  ทำไมใครๆ ก็ประสบความสำเร็จไปเสียหมด โลกไม่มีที่จะให้ เจิดจ้าฉายแสง บ้างหรือยังไง  ( แม้กระทั่งแฟนที่คิดเอาแบบคาบเส้นมาตรฐานไอ เอส โอ แล้ว มานยังแอบไปมีกิ๊ก เลวมาก พอเอาแค่นี้ อย่าไปคิดถึงมัน)

มันเป็นเรื่องท้าทายนะ เพราะฉันเป็นคนมีความรู้ เป็นคนสวยขนาดที่ผู้ใหญ่บ้านจะส่งเข้าประกวดมิสบานาน่าปีนี้   เงินฉันก็มีหลังจากถูกไล่ออกจากงาน ฟ้องบริษัทได้เงินชดเชยมาเยอะ บวกกับความไม่ประมาทในการใช้เงิน ทำให้ฉันมีเงินใช้สบายเลยล่ะ แถมมาอยู่นี่ แม้จะเรียกว่า มาเพื่อความกตัญญู แต่พี่สาวทั้งสี่คนของฉันก็ต้องจ่ายเงินให้ฉันนะ  อ้าว ก็น้องสาวตกงาน มาอยู่ดูแลพ่อแม่ปู่ย่าตายาย มันก็ต้องอุดหนุนกันบ้างล่ะ เพราะพวกเขามาเองไม่ได้ และฉันน่ะไม่ใช่สาวสมองกรวงนะ ตอนฉันจบปริญญาตรีน่ะ เกียรตินิยมอันดับหนึ่งเชียวนะ แถมฉันจะต้องทำรายงานส่งพี่สาวทุกเดือนด้วย ว่าใครเป็นอย่างไร 

ก็ออกจะสบายมีความสุขอย่างนี้  แต่ทำไม๊ทำไม ฉันไม่ยักจะภูมิใจในตัวเองเลย ฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยจะประสบความสำเร็จกับเขาบ้างเลย   ฉันอยากเป็นนักเขียน อยากเป็นนักเขียน รู้ไหม พ่อแม่พี่น้องโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ย่ายาย  อย่าพูดได้ไหมว่ามันเรื่องเพ้อเจ้อ  ฉันมีเงินเก็บนะ เขียนแล้วฉันพิมพ์เอง ขายเองก็ได้  อย่ามาหาว่าไม่มีฝีมือนะ  อิจฉาคนที่ได้เขียนออกเป็นเล่มจังวุ้ย

จะเขียนเรื่องอะไร : แน่นอนฉันจะต้องเขียนเรื่องใกล้ตัว  และเพื่อใกล้ชิดกับตัวละคร ตามที่ฉันอ่านตำราแนะนำการเขียนนวนิยายมา ฉันก็ตกลงใจว่า ฉันจะเป็นนางเอกเอง ใครจะไปรู้ใจนางเอกเท่ากับฉันไม่มีแล้ว  นางเอกในเรื่องนี่ก็ต้องโคตะระเก่ง มองโลกในแง่ดี มีความสะดวกสบาย ไม่มีจุดอ่อนอะไรทั้งสิ้น  น่าน ท้าทายนะ การจะเขียนนวนิยายสักเรื่อง ที่ตัวละครไม่มีจุดอ่อนเลย เขาว่า มันพัฒนายาก  เปลี่ยนแปลงยาก ก็จะไปเปลี่ยนทำไม  เจมส์บอนด์ไม่เห็นจะมีจุดอ่อนอะไร โคตรเก่งเหลือเชื่ออีกต่างหาก คนยังคอยดูคอยชมกันตลอดเลย ก็ไม่เห็นว่าจะเปลี่ยนตรงไหน  เอาเป็นว่า นางเอกฉันเทียบเคียงได้กับนางเอกในหนังเรื่อง The hunger games  ก็แล้วกัน ส่วนพระเอกของฉัน...




“เจิดเอ๊ย ปิดไฟได้แล้ว ยายจะนอน”

เจิดจ้าหันไปมอง คุณยายแสงแก้ว ที่เดินเข้าห้องมาแล้วนอนลงเตียง  เธอถอนหายใจเบาๆ นี่ล่ะอุปสรรคอย่างหนึ่งของคนจะเป็นนักเขียน เวลาสมองกำลังไหล ต้องมีเหตุให้หยุด

“ทำไมนอนเร็วนักละยาย ยังไม่สามทุ่มเลย ทำไมยายไม่ไปดูละคร”

“พรุ่งนี้หวยออก ยายจะนอนฝันเอาหวยลูก”

โอ คุณพระช่วยด้วย อุปสรรคของเธอ คืออันนี้หรอกหรือ

“มานอนด้วยกันลูก แล้วบอกยายด้วยว่า ฝันอะไรบ้าง ถ้าถูกยายจะแบ่งให้”

เจิดจ้าคันปากยิบๆ อยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่กล้าพูด  อะไรๆ ยายแสงแก้วที่รักเคารพของเธอก็น่านับถือหมด แต่เรื่องหวย ใครอย่าได้มาแหยมบอกให้แกเลิกซื้อเชียวนะ แกถึงกับรวบรวมสมัครพรรคพวก ล้มรัฐบาลได้เลยขอบอก

คุณยายแสงแก้วไม่ได้นอนห้องนี้ประจำหรอก แต่ท่านก็ชอบมานอนคุยด้วย และเธอก็ชอบฟังที่ท่านคุยเรื่องราวต่างๆ ให้ฟังตามประสาคนอยากเป็นนักเขียน และตั้งแต่ที่ท่านเล่าว่า  เสาตกมันที่ห้องเธอเฮี้ยนนัก เธอก็ไม่เกี่ยงเลยที่ท่านจะมานอนด้วยทุกวัน แต่มาหลังๆ เธอชักไม่แน่ใจแล้วว่า เรื่องนั้นจะจริงไหม  เพราะคุณยายจะชอบเข้ามานอนด้วยบ่อยๆ เพราะบอกว่า ห้องนี้ทำให้ท่านฝันดี ยิ่งในวันหวยออกอย่างนี้ ท่านไม่พลาดแน่ 

หญิงสาวจำใจต้องปิดโน้ตบุ๊ก ปิดโคมไฟ  เดินมานอนข้างๆ คุณยาย แล้วก็อดถามไม่ได้ว่า

“ถูกหวยแล้วยายจะเอาเงินไปทำอะไร”

“ก็เอาให้ลูกหลานนะสิ ยายแก่แล้วจะเอาไปทำอะไรล่ะ”

ฟังดูดีแฮะ แต่ที่ผ่านมา ลูกหลานจะเสียเงินเพราะท่านเล่นหวยเสียมากกว่า

“นี่ถ้ายายถูกหวยสักล้าน ยายจะแบ่งให้พวกเอ็งคนละสองแสน เอาไหมลูก”

ถ้าถูกหวย คุณยายแสงแก้วต้องให้แน่นอน เจิดจ้ามั่นใจ เธอก็ไม่อยากจะดับฝันคนแก่หรอกนะ เพราะความภาคภูมิใจของคุณยายแสงแก้วคือมีเงินให้ลูกหลานจริงๆ แต่มันก็อดไม่ได้

“ทำไมยายจะต้องรอให้ถูกหวยก่อนละคะถึงจะให้เจิด  เอาอย่างนี้ไหมคะ เงินสองแสนน่ะ ถ้ายายจะให้เจิดจริงๆ ผ่อนก็ได้ค่ะ งวดละพันก็ได้ ไม่ถึงสิบปีก็ได้แล้ว”

“ถ้ายายถูกหวย มันอาจจะได้มากกว่านั้นนะลูก นอนเถอะ ยายชักเคลิ้มแล้ว”

อ้าว เป็นซะอย่างนั้น คุณยายแสงแก้ว เจิดจ้านึกขำในใจ ก่อนจะหลับตาลง...รับรองคุณยายแสงแก้วจะต้องเป็นตัวละครในนวนิยายของเธอแน่

***************
ดึกแล้วเจิดจ้ายังไม่หลับ ไม่ใช่เพราะเสียงกรนของคุณยายแสงแก้ว ที่ดังและก็เงียบไปเป็นระยะ  เพราะเธอเคยชินกับเสียงกรนแล้ว ถ้าคุณยายไม่กรนเลยต่างหากที่จะทำให้เธอตกใจ จนต้องปลุกท่าน เพราะกลัวว่าจะเกิดอาการขาดออกซิเจนชั่วคราวไป แต่ถ้าท่านกรนเสียงดังไป เธอจะลุกมาค่อยๆ พลิกให้ท่านนอนตะแคง เสียงกรนก็จะได้เบาลง

การกลับมาอยู่ที่บ้านจะหกเดือนแล้ว ทำให้เธอเรียนรู้ที่จะปรับตัวในเรื่องหนึ่งคือ ให้เคารพผู้ใหญ่ ท่านพูดอะไรก็ให้ฟังเอาไว้ก่อน แต่จะทำตามหรือไม่ทำตาม ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง การไปแสดงความเห็นขัดแย้งในความเชื่อที่ส่งสมมานานของพวกท่าน มันไม่ได้ข้อสรุปที่ดีนัก เพราะท่านก็ทำของท่านแบบนั้นมานาน และก็อยู่ได้มาตลอด ความคิดเห็นใหม่ๆ จะเข้าไปสอดแทรกได้ก็ต่อเมื่อท่านอยากจะตามใจเราเท่านั้น แต่ก็แค่ครั้งสองครั้ง ท่านก็จะกลับไปเป็นเหมือนเดิม ก็ไม่ว่ากันละนะ เพราะไม่อย่างนั้น คงจะต้องมีเรื่องที่ต้องทะเลาะกันปวดหัวทุกวัน

แต่ที่ดีอยู่อย่างก็คือ ที่บ้านจะไม่มีการบีบบังคับให้ใครทำอะไรในเรื่องที่ไม่เห็นด้วย ค้านหัวฟัดหัวเหวี่ยงไปเลย แต่เรื่องวาจาถากถางกันนั้น ก็ถือซะว่า ลับคารมกันประจำวัน

เจิดจ้า นอนฟังเสียงยายกรนจนจะเคลิ้มหลับ ในเวลาที่ครึ่งหลับครึ่งตื่น หญิงสาวแว่วเสียงคนเรียกเบาๆ

เจิด เจิดจ้า ตื่น  ฉันเจ็บ
 เป็นอะไร
ไอ้จอร์จมันมากัดฉัน
 จะนอน อย่าเพิ่งมายุ่ง
ฉันเจ็บ เธอต้องจัดการ ไม่อย่างนั้น ฉันจะโกรธมาก และเธอ โอ๊ย! มันกัดอีกแล้ว

“โอ๊ย! “  เจิดจ้าอุทานสะดุ้งลืมตา

“เช้าแล้ว ทำไมยังไม่ตื่น”

“แม่ หนูเพิ่งจะหลับ”

“ยายตื่นไปใส่บาตรแล้ว แม่จะไปโรงเรียน วันนี้ป้าเกลียวจะมาเอากล้วยนะ ไปตัดรอไว้ด้วย”

“ก็ ไปบอกแสนศักดิ์สิ มาบอกเจิดทำไม ไม่ใช่หน้าที่ของเจิด”

พูดแล้วเจิดจ้า ก็หันหลัง ดึงหมอนเข้ามากอดจะนอนต่อ แต่เมขลา หยิกหมับเข้าที่แขนลูกสาว

“อุ๊ย คุณนายเมขลา เจ็บนะ”

“อย่าขี้เซา วันนี้แสนศักดิ์ไปสอบ เดี๋ยวยายจะกลับมา หาเรื่องฝันเตรียมไว้ด้วยล่ะ แล้วเขียนโพยให้ยายงวดนี้ อย่าเขียนของแม่ผิดอีกนะ ไม่อย่างนั้นจะให้จ่ายเอง” เมขลา สตรีวัยห้าสิบต้นๆ สั่งลูกสาวแล้วก็เดินออกไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอม

“โอยยยยย” เจิดจ้าคราง สายตามองไปยังขื่อเพดาน  เรื่องตัดกล้วยไม่เท่าไหร่ แต่เรื่องเตรียมความฝันนี่ ต้องเตรียมเอาไว้ให้ยายแสงแก้ว ไม่อย่างนั้นคุณยายจะถือว่า ขัดฤกษ์  แต่จะเอาฝันอะไรไปเล่าให้ยายแสงแก้วฟังล่ะ  คุณยายชอบซื้อหวยก็จริงนะ แต่ใครอย่าได้ไปบอกตัวเลขท่านตรงๆ เชียว ท่านไม่ชอบ ต้องเล่าเป็นความฝัน หรือเห็นอะไรสักอย่าง ให้ท่านตีความเอาเอง ท่านถึงจะยอม ไอ้ประเภทจดหมายลูกโซ่ส่งต่อมาว่า เป็นคนในกองสลาก ถูกมาแล้วมหาศาลงวด แล้วบอกตัวเลขโน่นนี้ พร้อมกับถ้าถูกค่อยโอนเงินไม่ให้ ประเภทนี้ ไม่ได้แอ้มคุณยายแสงแก้วหรอก

“ก็ถ้ารู้จริง รู้แม่น มันทำไมไม่ซื้อเอาเอง”

ท่านพูดอย่างมีเหตุผล  แต่ไอ้ความช่างค้านของเธอ ก็อดไม่ได้อีกล่ะ

“ก็เขาก็บอกว่า เขาเป็นคนไม่มีดวงทางนี้ เลยต้องให้คนอื่นทางอ้อมยังไงละยาย”

“อ้าว ดวงใครก็ดวงมันสิ จะมาเผื่อฟลุ๊ก ขอส่วนบุญคนอื่นทำไม ซื้อหวยมันไม่ได้ถูกง่ายๆ นะ ”

ใช่ มันไม่ถูกง่ายๆ อันนี้เจิดจ้าไม่ค้านสักแอะ และที่ยายแสงแก้วพูดอย่างนี้ ก็ใช่ว่า ยายจะใจจืดใจดำ ไม่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่นะ  เพราะว่า ท่านฝันอะไร ท่านจะซื้อเลขไหน ท่านบอกทุกคน แต่ปิดรับที่จะไม่ฟังคนอื่นบอกเป็นตัวเลขตรงๆ เท่านั้น ...ท่านต้องตีความเอง ต้องการได้เงินจากการถูกหวยจากประสบการณ์การเล่นหวยของท่านเอง และการที่มันเฉียดไปเฉียดมา มันยิ่งทำให้อะดรีนาลินคุณยายแสงแก้วพุ่งพล่าน อยากเอาชนะกองสลากให้ได้ทุกสิบห้าวันเลยล่ะ

เจิดจ้าลุก เดินไปที่หน้าต่าง ที่ห้องของเธอจะมองเห็นสวนกล้วยที่อยู่ไม่ห่าง มันเป็นแปลงกล้วยทดลองปลูกของเธอ กล้วยเพิ่งจะตัดปลีและห่อกระดาษเพื่อกันแมลงและให้ผลออกมาสวยๆ แต่ที่เธอจะต้องไปตัดให้ป้าเกลียววันนี้ จะอยู่อีกไร่ที่ลึกเข้าไป

เจิดจ้ากำลังจะหันหลังกลับ แล้วหางตาก็แวบไปเห็นสิ่งหนึ่งที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ต้นกล้วยใบสวยต้นอวบ เครือที่ยาวถูกห่อด้วยกระดาษ ตอนนี้มีเจ้าตัวกระรอกกำลังมุดกัดกินอย่างมีความสุข

ตายล่ะ ไอ้จอร์จมันกัดกล้วยต้นโปรดคุณยายแสงแก้วซะแล้ว    เธอหันกลับจะออกจากห้อง แล้วก็สะดุดกึกกับความฝัน  คุณยายบอกว่าเหมือนต้นนั้นจะมีบางอย่างสิงสู่อยู่

อย่าล้อเล่นนา เธอคนรุ่นใหม่ ไม่กลัวผี อยู่แล้ว เจิดจ้าบอกตัวเอง ขณะที่มองขนแขนสแตนอัพของตัวเองด้วยความรู้สึกหวาดๆ


เจิดจ้าอาบน้ำแต่งตัวออกมา มันยังเช้าและน่าจะไม่ถึงเจ็ดโมงด้วยซ้ำ แต่คนที่นี่ แถวนี้ตื่นกันเช้า เธอเดินออกไปที่ชานบ้าน มองไปยังด้านหน้า คุณยายแสงแก้วตักบาตรเสร็จแล้ว และยืนคุยอยู่กับป้าสองแถว  ป้าสองแถวไม่ได้ชื่อนี้หรอก แต่เป็นสมญาที่เธอตั้งให้ตั้งแต่ยังเด็ก  ตอนนั้นป้าสองแถวเท่มาก เพราะเป็นผู้หญิงที่ขับรถสองแถวรับส่งคนระหว่างหมู่บ้านกับในเมือง เธอต้องนั่งรถไปโรงเรียนตั้งแต่อยู่ชั้นอนุบาลจนถึงชั้นประถม ก่อนที่จะไปอยู่โรงเรียนประจำในชั้นมัธยม ป้าสองแถวเป็นที่รู้จักของคนแถวนี้ และสนิทสนมกับยายแสงแก้วเป็นพิเศษ เพราะเป็นคอหวยด้วยกัน แต่ในตอนเด็กนั้น ป้าสองแถวจัดได้ว่าเป็นไอดอลสำหรับเธอเลย เพราะเธออยากขับรถสองแถวใส่หมวกแก็ปปักอักษรเอ็นวายกลับหัวขับรถบ้าง ก็เพราะอย่างนี้ละมัง ตอนนี้เธอเลยต้องมาขับรถกระบะส่งกล้วยอยู่นี่...ฝันในวัยเด็กของเธอก็ใกล้เคียงแล้วอย่างหนึ่งล่ะ

เจิดจ้าหันกลับเดินไปยังห้องครัวที่อยู่ติดกับห้องคุณยาย บ้านหลังนี้ไม่ได้เป็นบ้านทรงเรือนไทย แต่ก็เป็นบ้านไม้หลังใหญ่มีชานกว้าง ที่แบ่งบ้านออกเป็นสองปีกในลักษณะรูปตัวยู เธอกับยายอยู่ปีกด้านในติดสวน ส่วนพ่อกับแม่อยู่ปีกที่อยู่ด้านนอก ส่วนตรงกลางจะยกพื้นขึ้นไปเป็นระเบียงยาวกว้างสองเมตร ก่อนที่จะกั้นเป็นห้องยาว เป็นทั้งที่นั่งเล่น ทำงาน และห้องหนังสือประจำบ้าน แม่ของเธอเป็นครู ส่วนพ่อแม้จะเป็นชาวสวน แต่ท่านก็ชอบอ่านชอบเรียนรู้ หนังสือจึงมีมาก

ก็ผนังตรงที่กั้นนี่ล่ะ คือประวัติของครอบครัวเธอ เพราะมีอะไรก็แขวนโชว์เอาไว้ตรงนั้นหมด ไม่ต้องห่วงว่าฝนจะสาดเข้ามาด้วย เพราะพ่อสร้างหลังคาคลุมมาจนถึงครึ่งชานโน่น

เจิดจ้าเข้าไปในครัวแล้วเปิดเตาแก๊ส เอาข้าวต้มออกมาอุ่น ตอนเช้าคุณยายจะกินข้าวต้มกับไข่เค็มและต้มจับฉ่ายเป็นหลัก แต่เธอจะต้องทำกับข้าวเพิ่มให้อีกอย่างเสมอ ไม่ผัดผัก ก็จะเป็นพวกไข่เจียวหรือไม่ก็ผัดหัวไชเท้า ยำกุ้งแห้ง พ้นไปจากนี้คุณยายไม่ชอบกิน  สำหรับเธอนั้นจะดื่มกาแฟและขนมปังธรรมดา แล้วก็นั่งกินไปกับท่านที่ชานบ้าน

ก่อนนั้นการทำกับข้าว พ่อจะเป็นคนทำ และท่านก็ทำตั้งแต่เป็นหนุ่มสมัยแต่งงานกับแม่โน่น เพราะแม่ของเธอไม่มีฝีมือเอาเสียเลยในการทำอาหาร ใครๆ ก็ชอบล้อพ่อว่า  กลัวเมีย  ท่านก็จะยิ้มเฉยๆ แต่ถ้าไปพูดตอนที่ท่านอารมณ์ไม่ดี ก็จะเจอคำตอบที่ว่า

“เออ กูกลัวเมีย แต่ไม่กลัวมึง มีปัญหาไหม”

ตอนที่ยายเล่าให้ฟังอย่างนี้ มันทำเอาเธอสะใจ รักพ่อของเธอชะมัด นี่ล่ะ พ่อผู้ชายตัวจริง

เจิดจ้าเตรียมอาหารเสร็จ ก็เอาใส่ถาดยกออกมารวดเดียว เธอวางไว้ที่โต๊ะ ก็พอดีกับที่คุณยายแสงแก้วขึ้นบันไดมา เจิดจ้าเลยรีบไปรับเอาถาดตักบาตรจากท่าน

“พระอาจารย์ให้หวยหรือเปล่าคะ ยาย”

เจิดจ้าถามเล่นๆ แต่คุณยายแสงแก้วสั่นหน้า

“ไม่ได้ถามท่าน เพราะท่านมัวคุยให้ฟังว่าหลานชายจะมาบวช”

“อ้าว แล้วหลานชายท่านอายุเท่าไหร่ละคะ ย่าไม่ได้ถามเหรอ เผื่อจะเป็นเลขเด็ด”

เจิดจ้าจัดแจงถามเป็นนัยยิ้มๆ  วันหวยออก เธอก็ต้องตามเล่นกับคุณยายเรื่องหวยทั้งวัน จนกว่ามันจะออกจริง จากนั้น ก็จะใบ้กินกันไปอีกวันสองวัน

“ยายไม่ได้ถาม เสียดายจริง แต่มันคันๆ นิ้วชอบกล ปกติแบบนี้มันต้องมีแปดนะ”

 เอาเข้าไปคุณยาย  เจิดจ้ายิ้มขำ  ก่อนจะบอกว่า “เดี๋ยวเจิดไปเอาน้ำมาให้ยายกรวดน้ำนะ”

“ไม่ต้อง ยายกรวดแล้ว เอากับแม่สองแถวนั่นแหละ”

เจิดจ้ายิ้ม เมื่อยายเรียกสมญานั้นเช่นเดียวกับเธอ

“งั้นเดี๋ยวเจิดไปชงกาแฟออกมากินกับยาย อย่าเพิ่งกินหมดก่อนนะ เดี๋ยวไม่มีคนคุยด้วย” ตอนท้ายเธอแกล้งพูดยิ้ม แล้วเดินไปในครัว แต่ยายแสงแก้วเดินตามมา ถามว่า

“ฝันอะไรหรือเปล่า”

“ฝันว่า นางตานีมาปลุก บอกว่าไอ้จอร์จไปกัดเธอค่ะ” เจิดจ้าบอกตามตรง

ยายแสงแก้วขมวดคิ้ว  “ฝันแบบนี้มันมีแปด เหมือนยายคันนิ้วเลย”

“แล้วยายจะล้างมือก่อนกินข้าวใช่ไหม จะได้หายคัน” เจิดจ้าถามเป็นเรื่องขำ  ก่อนจะพูดว่า

 “เดี๋ยวสายๆ เจิดจะไปตัดกล้วย เตรียมไว้ให้ป้าเฉลียว”

“อ้าว แล้วแสนศักดิ์ไปไหน”

“แม่บอกว่ามีสอบ คงไปแต่เช้าแล้วมัง” เธอตอบแล้วก็เบี่ยงตัวให้คุณยายไปที่ก๊อกน้ำเพื่อล้างมือ

“กินเสร็จแล้วไปตัดเลยดีกว่า สายๆ จะได้มาเขียนเลขให้ยาย”

“ค่ะ”

“กินเสร็จยายก็จะไปดู กล้วยของยายเหมือนกัน”

เจิดจ้ากลืนน้ำลายเอื๊อก ไอ้จอร์จเอ๋ยเอ็งเสร็จแน่ ถ้ายายแสงแก้วเห็น

 
หลังจากกินกาแฟเสร็จเจิดจ้าก็เปลี่ยนชุดให้รัดกุมขึ้น เธอสวมเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตแขนยาวปิดกระดุมตั้งแต่คอลงมา แล้วก็สวมกางเกงยีน  หมวกที่ใช้เป็นหมวกฟางปีกกว้าง รองเท้าบู๊ท มันเป็นชุดที่ใส่แล้วก็สะใจตัวเองมาก มันเหมือนคาวเกิรล์ยังไงอย่างนั้น แต่ที่มันไม่เท่ก็คือมอเตอร์ไซต์พ่วงรถลากไม้นี่ล่ะ ถ้าได้ขี่ม้า ไปในท้องทุ่งกว้างก็ดีสิ  แต่นี่มันไร่กล้วย  แค่มีถนนเรียบๆ ให้เธอได้ใช้มอเตอร์ไซต์ก็ดีถมเถแล้ว

งานตัดกล้วยเป็นงานที่ใช้ทักษะอยู่ไม่น้อย และถ้าทำคนเดียวมันก็จะเป็นเรื่องลำบากยิ่งขึ้นสำหรับมือใหม่ แต่เพราะเธอเป็นหญิงสาวที่แข็งแรง มันก็เลยไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงตรงไหน เพราะหลังจากที่รอดคมมีดเพราะหัดตัดกล้วยมาได้หลายรอบ และเก่งพอที่หาจังหวะและน้ำหนักในการฟันท้องกล้วยโน้มลำต้นลงมาตัดเครือแล้ว เธอก็พอจะทำได้ด้วยตัวเอง แต่พ่อจะไม่ค่อยให้เธอทำสักเท่าไหร่เพราะกลัวเธอพลาด  นี่ถ้าพ่อไม่ไปประชุมเกษตรกรดีเด่นที่ในเมือง งานนี้เธอคงไม่ต้องมาลุยเอง

เจิดจ้าจอดรถมอเตอร์ไซต์  แล้วเดินถือหนังสะติ๊กไปสำรวจเล่นๆ ก่อนว่าจะตัดต้นไหนดี หนังสะติ๊กเป็นสิ่งที่เธอเก่ง ยิ่งสมัยเด็กแข่งกันยิงกระป๋องน้ำอัดลมด้วยแล้ว เธอเป็นที่หนึ่งเสมอ

เธอไม่รู้ว่าป้าเฉลียวจะต้องการสักเท่าไหร่ แต่ทุกครั้งที่ตัดไป ป้าเฉลียวก็รับไว้หมด  ป้าเฉลียวเป็นแม่ค้าที่มารับกล้วยไปส่งที่ตลาดอีกต่อหนึ่ง ไม่ได้จ่ายเงินในทันที แต่จะจ่ายให้เป็นเดือน เรียกได้ว่าแม่ของเธอให้เครดิตป้าเฉลียวอยู่เหมือนกัน สิ่งเดียวที่เธอไม่ชอบใจในตัวป้าเฉลียว ก็คือ ความอยากรู้อยากเห็น ไปเสียหมด ก็จะว่ากันไม่ได้หรอก เพราะป้าเฉลียวมีลูกชายเป็นถึง อบต. นี่นา ต้องทำตัวให้หูตากว้างไกลเข้าไว้ เพื่อเป็นหัวคะแนนให้ลูกชาย 

เจิดจ้าเดินเข้าไปเรื่อยๆ คิดจะเอาต้นไหน ก็ใช้หนังสะติ๊กยิงไปที่ใบกล้วยให้มันแตกเข้าไว้ จะจำได้ไม่ได้ก็เป็นอีกเรื่อง เห็นใบแตกๆ ล่ะก็ตัด เธอคิดเอาไว้อย่างนั้น เพราะความจริงการยิงหนังสะติ๊กมันเป็นความบันเทิงอย่างหนึ่งของเธอต่างหาก เพราะพ่อไม่อนุญาตให้เธอหัดเตะมวยเหมือนแสนศักดิ์ ที่จะใช้ต้นกล้วยเป็นที่ซ้อม

เพราะอยู่ในสวนคนเดียว เจิดจ้าเลยนึกสนุก ยิงหนังสะติ๊กด้วยท่วงท่าต่างๆ ราวกับนักแม่นปืนไปเลย กระสุนน้นไม่ต้องห่วง เธอพกมาเป็นสิบ เธอสนุกของเธอได้ราวกับอยู่ในโลกของภาพพยนต์ เมื่อเธอยิงหนังสะติ๊กด้วยท่วงท่าต่างๆ  มีทั้งวิ่งไปหลบหลังต้นกล้วย หันหลังกลับมายิงเจ้ากระรอกบนต้นไม้ วิ่งไปยิงเจ้ากิ้งก่าที่วิ่งหนีหลบอยู่ใต้ใบกล้วย แต่แล้วมันก็เสร็จเธอในระยะประชิดเผาขน เธอจูบหนังสะติ๊กราวกับมีควันปืนออกมาเมื่อประสบความสำเร็จ แล้วก็หยิบก้อนหินอันใหม่ขึ้นมาเพื่อจะไล่ล่าศัตรูตัวใหม่

“ยังเก่งอยู่เหมือนเดิมนี่”

เสียงพูดกลั้วหัวเราะ ทำให้เจิดจ้าสะดุ้ง เธอหันไป แล้วเผลอปล่อย หนังสะติ๊กที่เหนี่ยวค้างอยู่แล้วในทันที

“โอ๊ย”

“อ้าว ขอโทษนึกว่าต้นกล้วย”

 “ต้นกล้วยบ้านเธอนะสิ จะหล่ออย่างนี้”

เจิดจ้าขมวดคิ้วเดินเข้าไปหาร่างสูงสวมเสื้อฮู้ดสีดำยืนกุมหัวอยู่ไม่ไกล  เธอว่าเธอหลงตัวเองขี้โม้แล้วนะ แล้วนายนี่เป็นใคร ถึงได้บังอาจมาโม้แข่งเธอ



lung_tom

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 384
    • ดูรายละเอียด
Re: รักเธอรัญชิดา (๑)
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กันยายน 14, 2015, 05:57:06 PM »
คิดถึงคุณยายแสงแก้วและเจิดจ้ามากค่ะ

รัญชิดา

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 260
    • ดูรายละเอียด
Re: รักเธอรัญชิดา (๑)
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กันยายน 16, 2015, 02:42:22 AM »
ไอ้จอร์จ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

noneko

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 136
    • ดูรายละเอียด
Re: รักเธอรัญชิดา (๑)
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กันยายน 21, 2015, 10:17:07 PM »
คิดถึงเจิดจ้า