ผู้เขียน หัวข้อ: ผูกหัวใจไว้ด้วยรัก 2  (อ่าน 1525 ครั้ง)

สิริเลขา

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 39
    • ดูรายละเอียด
ผูกหัวใจไว้ด้วยรัก 2
« เมื่อ: กันยายน 06, 2015, 10:33:27 AM »
บทที่ 1 (2)

      มันก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถ คงมีใครสักคนบนโลกนี้ที่จะเก่งกล้าพอที่จะโน้มน้าวให้คนอย่างภูมิเปลี่ยนพฤติกรรมเหลวไหลไม่รู้จักโตของเขาได้ แต่กานดาสิริไม่คิดว่าคนคนนั้นจะเป็นเธอ
      เธอรับปากตามคำขอร้องของสมภพ และแน่นอนว่าฝ่ายนั้นไม่ได้รับการยืนยันใด ๆ ว่าความพยายามของเธอจะประสบผล เวลาสี่ปีในมหาวิทยาลัยที่เคยสนิทกันยังไม่อาจเปลี่ยนเขาได้ แล้วคำพูดเพียงไม่กี่คำจะสร้างปาฏิหาริย์เปลี่ยนจากดำเป็นขาวได้อย่างไร
      กานดาสิริสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด เรียกความกล้าที่หลบซ่อนอยู่ในส่วนลึก ๆ ของความรู้สึกออกมาก่อนจะก้าวเท้าไปหยุดตรงหน้าโต๊ะซึ่งมีชายหนุ่มเจ้าปัญหากำลังนั่งเอนหลังพิงพนักหลับตาอย่างสบายอยู่
      หญิงสาวแสร้งส่งเสียงกระแอม ครั้งแรกไม่ประสบผล จึงตามมาด้วยครั้งที่สองและสาม แต่ฝ่ายนั้นก็ยังหลับตาพริ้มไม่รับรู้อยู่เช่นเดิม เธอจึงเปลี่ยนเป็นยื่นมือไปเขย่าแขนเขาเบา ๆ แต่ก็ยังนิ่งอยู่ จึงเพิ่มน้ำหนักแรงขึ้น
      กานดาสิริไม่เชื่อหรอกว่าทำขนาดนี้แล้วภูมิจะยังไม่รู้สึกตัว เห็นมุมปากเขาขยับยิ้มก็รู้ว่าถูกแกล้งเข้าให้แล้ว น่าโมโหนัก
      “ถ้าคุณยังไม่ตื่นอีก ฉันคงต้องเรียกรถพยาบาล การหมดสติในที่ทำงานไม่ใช่สถานการณ์ปกติของพนักงานที่นี่”
      ภูมิยอมลืมตาขึ้นมา แต่ยังมีหน้ามาแกล้งทำเป็นสะลึมสะลือทั้ง ๆ ที่แววตาเปล่งประกายเจิดจ้าขนาดนั้น ร้อยเธอก็ไม่เชื่อพันเธอก็ไม่เชื่อหรอกว่าเมื่อกี้เขาหลับ
      “อ้าว นี่ผมเผลอหลับอีกแล้วเหรอ โทษทีนะ เมื่อคืนหนักไปหน่อย”
      คำว่าหนักที่เขาเน้นย้ำส่งผลให้คลื่นความขุ่นใจของเธอกระเพื่อมอย่างไม่อาจห้าม แต่กานดาสิริก็เก่งพอที่จะตีหน้าเฉยราวกับไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นในความรู้สึกเธอได้อย่างแนบเนียน
      “พี่ตั้มเรียกประชุมงาน และทุกคนกำลังรอคุณอยู่”
      “ผมไม่คัดค้านอะไร เอาอย่างที่พวกคุณลงมติกันได้เลย” ภูมิตอบง่าย ๆ และทำท่าจะหลับตานอนอีกครั้ง
      “ทุกคนอยากได้อะไรที่มากกว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยจากคุณค่ะ และถึงแม้ว่าคุณตั้งใจจะเก็บซ่อนไอเดียเจ๋ง ๆ ไว้เพราะกลัวคนอื่นจะรู้ว่าคุณไม่ใช่คนไม่เอาไหนอย่างที่คุณแสดงออกมาก็ตาม แต่ในฐานะพนักงานของที่นี่ คุณต้องเข้าประชุมค่ะ”
       ภูมิหรี่ตามองเธออย่างมีเลศนัย “ผมแค่มาเรียนงาน”
      “การเข้าร่วมประชุมคือส่วนหนึ่งของการเรียนรู้งานค่ะ”
      “ก็ถ้าคุณว่าอย่างนั้น” ภูมิลุกขึ้นยืนอย่างเกียจคร้าน บิดตัวไปมาแล้วสางผมที่ยุ่ง ๆ อยู่แล้วให้ยิ่งยุ่งไม่เป็นทรง แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังดูมีเสน่ห์อันยากจะต้านทานอยู่ไม่เปลี่ยน
      “บอกหน่อยได้ไหมว่าทำไมคุณถึงถูกเลือกให้เป็นคนมาเชิญผม” เขาถามขณะตามหลังกานดาสิริที่ก้าวฉับ ๆ อยู่ข้างหน้าระหว่างทางเดินไปยังห้องประชุม
       กานดาสิริหยุดหันหลังกลับมามอง “ไม่มีอะไรพิเศษหรอกค่ะ ก็แค่เรื่องบังเอิญเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ว่าฉันเคยเรียนที่เดียวกับคุณ พี่ตั้มเลยคิดว่าคุณอาจจะยอมรับฟังเพื่อนร่วมรุ่นบ้าง”
      “อ้อ ที่แท้ก็หัวหน้าคนเก่งสั่งมานี่เอง โชคดีจริง ๆ ที่ผมบังเอิญเป็นเพื่อนร่วมรุ่น เพราะไม่อย่างนั้นคุณคงไม่แม้แต่จะรับรู้การมีตัวตนของผมในบริษัทนี้ด้วยซ้ำ”
      “ฉันรับรู้ว่าคุณคือส่วนหนึ่งของที่นี่ คุณต่างหากที่ไม่เคยพยายามปรับตัวให้เข้ากับการทำงานและวัฒนธรรมองค์กรที่นี่”
      “ง้านเรอะ”
       กานดาสิริพยายามระงับความโกรธที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยการหันหลังและก้าวต่อ มันไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกสำหรับคนอย่างภูมิที่จะพูดจากวนประสาทและไม่สนใจว่าคนอื่นจะรู้สึกยังไง เธอจะไม่ยอมให้เขาชนะด้วยการแสดงความรู้สึกขุ่นเคืองไม่พอใจนี้ออกไปให้เขาเห็นหรอก
      “คุณเป็นห่วงผมเรื่องการปรับตัวในที่ทำงานใช่มั้ย”
      “ที่ฉันเป็นห่วง” กานดาสิริหยุดและหันไปหาเขาอีกครั้ง คราวนี้ภูมิก้าวมาอยู่ข้าง ๆ เธอ มันใกล้มากจนเธอแทบจะต้องแหงนหน้ามองเพราะความสูงของเธอเพียงระดับไหล่เขาเท่านั้น “คือการที่คนอื่น ๆ กล่าวหาพี่ตั้มในเรื่องไม่เป็นเรื่อง อย่างเช่น ประจบสอพลอคุณเพราะคุณเป็นลูกชายผู้บริหารระดับสูงทั้ง ๆ ที่มันไม่จริง”
      “จริงสิ บังเอิญผมดันเป็นลูกชายของคุณทรงธรรม สิทธิเดชา ผู้บริหารระดับสูงของที่นี่จริง ๆ”
      “ฉันหมายถึงเรื่องที่คนอื่นกล่าวหาพี่ตั้ม”
      ภูมิยิ้มหยัน ความเฉยชาอาบไปทั้งใบหน้า “คุณห่วงเขา”
      กานดาสิริจับความนัยจากน้ำเสียงนั้นได้ทันที “ฉันห่วงเขาในฐานะรุ่นน้องที่รักและหวังดีต่อรุ่นพี่ ลูกน้องที่เคารพหัวหน้า”
      “ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่” ภูมิรู้สึกโล่งและอุ่นซ่านขึ้นทันทีกับคำอธิบายนั้น
      “แต่สายตาและน้ำเสียงของคุณไม่ได้บอกอย่างนั้น และฉันก็ไม่ชอบ แค่พฤติกรรมที่คุณทำอยู่ก็สร้างปัญหาให้พี่ตั้มมากพอแล้ว ขอร้องว่าอย่าสร้างมันเพิ่มด้วยเรื่องที่คุณคิดอกุศลไปเอง”
       “แล้วคุณไม่ห่วงผมเหรอกานดาสิริ”
      กานดาสิริไม่ชอบเลยที่เขาเรียกชื่อเต็มของเธอ เพราะมันมักจะหมายความว่าเขากำลังโกรธ ซึ่งมันแย่ก็ตรงที่เธอไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นต้นเหตุของความรู้สึกนั้น
      “คุณไม่มีอะไรน่าห่วงนี่” เธอโกหก ไม่เคยเลยที่เธอจะไม่เป็นห่วงเขา ไม่ว่าในตอนนี้หรือในอดีต
      “งั้นก็แปลว่าการที่ผมไม่พยายามปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมองค์กรของที่นี่เป็นปัญหาสินะ”
      “เป็นสิ การที่คุณทำตัวมีอภิสิทธิ์เหนือพนักงานคนอื่น มันทำให้ทุกคนไม่พอใจและข้องใจในอำนาจการบริหารงานของพี่ตั้ม”
      “อ้อ...” ภูมิหยุดเดิน ความเจ็บปวดส่งผ่านมาทางดวงตาเมื่อจ้องมองเธอ “งั้นผมก็ไม่ต้องกังวลอะไรสิ เพราะนั่นไม่ใช่ปัญหาของผม”


noneko

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 136
    • ดูรายละเอียด
Re: ผูกหัวใจไว้ด้วยรัก 2
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กันยายน 09, 2015, 10:17:10 PM »
สองคนนี้ต้องเคยมีความรู้สึกดีๆต่อกันมาก่อนแน่

หนึ่งลิปดา

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 26
    • ดูรายละเอียด
Re: ผูกหัวใจไว้ด้วยรัก 2
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กันยายน 14, 2015, 01:45:42 PM »
...กำลังดีค่ะ  ค่อยๆ เปิดออกมาทีละนิด  เหมือนหัวหอมมีหลายชั้น...

ให้น้องโน เดาไปเรื่อยๆ   ^--^

รัญชิดา

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 260
    • ดูรายละเอียด
Re: ผูกหัวใจไว้ด้วยรัก 2
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กันยายน 16, 2015, 01:07:52 AM »
คุณภูมิกวนได้โล่เลยค่ะ

สองคนนี้มันต้องมีอะไรแน่ๆ

สู้ๆ นะคะ จัดมาอย่าทิ้งนานค่ะ เก๊าคิดถึง ;D ;D ;D