ผู้เขียน หัวข้อ: ท้องฟ้าของเรา - บทที่ 3  (อ่าน 630 ครั้ง)

nalin

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 22
    • ดูรายละเอียด
ท้องฟ้าของเรา - บทที่ 3
« เมื่อ: กันยายน 30, 2015, 12:58:32 PM »
บทที่ 3
   เย็นนั้นฉันกลับถึงบ้านและรีดจัดแจงทำงานบ้านให้เสร็จเรียบร้อยก่อนพี่โทนจะกลับมา แต่ปรากฎว่าเขาไม่กลับขอค้างคืนบ้านของเขาแทน

 ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร มันกลับว่ารู้สึกดีขึ้นมาก บ่อยครั้งที่ฉันเริ่มรู้สึกแบบนั้นขึ้นมาเวลาที่ได้อยู่กับครอบครัวของฉัน หรือ อยู่คนเดียว

โดยไม่มีเขาร่วมชายคาด้วย ฉันนั่งทำงานต่อและดูรูปภาพสาวน้อยโพสต์ผ่านอินสตาแกรม ดูไปดูมาฉันก็เข้าพวกกับพวกเธอได้เหมือนกันนะ

เธอแต่งภาพเสริมความน่ารักด้วยไอคอนต่าง ๆ ดูออกมาน่ารักทีเดียว ก่อนจูลี่จะเข้านอนเธอโทรศัพท์มาขอบคุณฉันสำหรับวันนี้

และกล่าวขอโทษที่ได้คุยกันน้อยไปหน่อยเพราะมีเพื่อน ๆ มาด้วยจะมานั่งคุยกันเรื่องของเราสองคนก็ยังไงอยู่ ฉันหัวเราะที่เธอพูดแบบนั้น

ฉันต่างหากต้องเป็นฝ่ายขอบคุณ ถือได้ว่าเธอมาเติมเต็มวันน่าเบื่อในบางวันที่ฉันรู้สึกว่ามันเริ่มจะมีมากขึ้น ฉันวางหูไปพร้อมกับรอยยิ้ม

วันนี้เหมือนได้รับพลังบางอย่างและนั่งทำงานแปลต่อเพราะว่าใกล้จะถึงวันส่งต้นฉบับแล้ว อีกอย่างเห็นทางบรรณาธิการแจ้งมา

ว่าอาจจะมีงานชิ้นใหม่ซึ่งหนังสือเล่มนี้อาจจะให้เราเป็นคนเริ่มเขียนใหม่เลยโดยไม่ต้องแปล แล้วฉันจะทำได้เหรอ แต่มาถึงจุดนี้แล้ว

มันก็ท้าทายและน่าสนุกดีนะ ฉันคงต้องไปคุยรายละเอียดหลังจบการแปลหนังสือเล่มนี้

   เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ฉันรีบรับโทรศัพท์ทันที

   “นี่เฌอ พี่มีเรื่องจะบอก เดือนหน้าพี่จะไปเที่ยวทะเลกับครอบครัวนะ พี่ชายพี่เขาจองตัวไว้เรียบร้อยแล้ว” น้ำเสียงเขาดูสดใสและตื่นเต้น

   “อ้อค่ะ” ฉันตอบสั้น ๆ

   “ไม่เป็นไรใช่ไหม ที่ไม่ได้ไปด้วยกัน” พี่โทนถามกลับมา

   “ไม่ค่ะ เฌอไม่ชอบไปไหน พี่ไปเถอะจะได้พักผ่อน” ฉันตอบด้วยน้ำเสียงยินดีกับเขาจริง ๆ เพราะก็เป็นแบบนี้ทุกครั้งนี่นะ

ที่เขาไม่เคยจองที่พักหรือซื้อตั๋วเครื่องบินเผื่อฉันเลยสักครั้ง เขาชอบไปไหนมาไหนเฉพาะครอบครัวของเขาเท่านั้น

ฉันก็ไม่ได้อยากไปเท่าไหร่ เพราะเวลาที่มีฉันอยู่ในนั้นกลุ่มครอบครัวของเขา ฉันเหมือนส่วนเกิน เขาจะพูดคุยสนุกสนานกับพี่ชายของเขา

และฉันก็จะเดินตามหลังครอบครัวของเขาเสมอ มันดีแล้วที่ฉันไม่ต้องลำบากใจเข้าร่วมการเดินทางอันแสนสุขนั้น

   ฉันโพสต์ภาพถนนแสนว่างเปล่าหน้าพิพิธภัณฑ์ และแต่งสีเป็นซีเปียดูเหมือนภาพโบราณ ฉันไม่ได้เขียนข้อความอะไรลงไปในภาพนั้น

พอจะหลับตานอนเสียงเตือนการโพสต์ข้อความของแมทธิวดังขึ้น เขาโพสต์ภาพถนนสีเทาซึ่งตัดกับกำแพงสีส้มอิฐ

พร้อมมีต้นไผ่สองต้นข้างกำแพง เขาเขียนข้อความว่า ‘คู่’ สั้น ๆ ฉันยิ้มและหลับไป

   หนึ่งเดือนต่อมาพี่โทนนั่งเก็บของเตรียมจะไปขึ้นเครื่องที่สนามบิน

   “เที่ยวให้สนุก” ฉันอวยพรเขา

   “เฌอไม่เหงาใช่ไหม อ้อ แต่เฌอคงได้โอกาสไปเที่ยวกับญาติ คงไม่เหงาหรอก” ญาติในที่นี้หมายถึงน้องและหลานของฉันนั่นเอง

   ฉันไม่ได้พูดอะไร

   “ระหว่างการพักผ่อนถ้าไม่มีอะไรทำ ก็หาที่พักหรือที่เที่ยวที่เราจะไปกันด้วยนะ อยากไปเร็ว ๆ แล้ว” ฉันพูดกับเขา

   “อยากไปไหนก็หาไว้เถอะ ไปไม่กี่วันดูที่ไม่ต้องออกนอกเมือง โรงแรมนอนดี ๆ ก็ได้ของจะได้ไม่หาย เปลี่ยว ๆ มากก็ไม่ต้องไปนะ” เขาสั่งยาว

   “ใคร ๆ ก็บอกว่าไต้หวันปลอดภัยนะ อีกอย่างเราสองคนคงเที่ยวแค่ในเมืองเท่านั้น พี่ไม่ได้ลางานได้หลายวัน

เฌอไม่กล้าหาที่ไกล ๆ หรอกค่ะ ทั้งที่ตอนแรกเฌออยากไปไทจงด้วยนะ”

ฉันพูดยังไม่ทันจบเขาก็หันไปกดโทรศัพท์หาแม่ของเขาบอกว่ากำลังจะออกจากบ้านแล้วเจอกันที่สนามบินเลย

   “เฌอไปนะ” เขาเดินมาตบไหล่และเดินออกจากห้องนอนไป

   แล้วไอ้ที่ฉันพร่ำไปนั่นมันคืออะไร เวลาฉันพูดเรื่องโปรแกรมไปไต้หวันเขาก็ฟังเฉย ๆ ออกความเห็นบ้าง แต่ไม่เคยเห็นเขา

ช่วยหาโปรแกรมหรืออะไรเลย วัน ๆ เขานั่งหาข้อมูลว่าทะเลที่เขาจะไปมีที่เที่ยวตรงไหนหน้าสนใจและยังโทรศัพท์มาหา

สั่งให้ฉันจองตั๋วนั่งเรือข้ามเกาะให้พวกเขาอีก ฉันได้แต่ถอนหายใจและคิดเงียบ ๆ เบา ๆ ว่า “ไม่เป็นไร”

ผ่านไปสักชั่วโมงพี่โชนโทรศัพท์กลับมา

   “ถึงแล้วหรือคะ” ฉันถามกลับไปด้วยความเป็นห่วง

   “ถ้าไปเที่ยวยังไงรีดผ้าไว้ให้เรียบร้อยด้วยนะ ไม่ใช่มัวแต่เที่ยวกับญาติอยู่แค่นี้นะ” เขาวางหูไปพร้อมกับการออกคำสั่งที่มันใช่เรื่องหรือเปล่า

   วันนั้นทั้งวันฉันหัวเสียมากระหว่างการเดินทางไปทำงาน จู่ ๆ น้ำตามันไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ฉันนึกโทษตัวเอง หรือจะจริงที่เขาบอกกันว่า

 คนเราในช่วงอายุแต่ละระดับจะมีความรู้สึกต่างกันออกไป ฉันเคยอ่านหนังสือเจอเขาบอกว่า เมื่อเราอายุช่วง 18 ปี

 เด็กส่วนใหญ่อยากจะมีชีวิตเป็นของตัวเอง อยากหนีออกจากบ้าน เมื่อเราอายุ 20-30 ปี จะรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่แล้ว

 อยากทำหรือตัดสินใจเอง และเมื่อย่างเข้า 30-40 ปี ก็จะรู้สึกอยากขอโทษพ่อแม่ เพราะเมื่อเริ่มเจอเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิตมากมาย

จะเริ่มรับรู้แล้วว่า คำที่พ่อแม่สอนหรือห้ามเตือนเราในช่วงที่ผ่านมาเพราะความหวังดีและท่านอาบน้ำร้อนมาก่อนท่านจึงรู้ว่าอะไรควรไม่ควร

   น้ำตาฉันไหลออกมาความรู้สึกผิดมีมากมายในใจ นึกถึงคำพูดของแม่ก่อนที่ฉันจะตัดสินใจบอกกับทางบ้านว่าฉันจะแต่งงาน

 ตอนนั้นฉันคิดว่าทุกอย่างไม่น่ามีปัญหาก็ทุกอย่างยังคงดำเนินไปด้วยดี ไม่มีปัญหาระหว่างใครกับใคร แต่ก็มีบางอย่าง

ผู้ใหญ่ติงมาว่าตัดสินใจไปแล้วมันคือยากที่จะจบนะ การแต่งงานไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้ว ยิ่งได้ฟังคำพูดจากปากของแม่

ว่าเมื่อไม่นานมานี้หลังจากพ่อได้จากพวกเราไปแล้ว ว่าพ่อเองก็เสียใจและไม่ได้เต็มใจเท่าไหร่กับเรื่องการแต่งงานของฉัน

แต่เพราะรักฉันมากจึงยอม และได้แต่หวังว่าลูกสาวคนนี้จะมีความสุข ยิ่งคิดในหัวสมองฉันมันยิ่งแน่นจนตื้อไปหมด เสียงบอกสถานีปลายทาง

ที่ฉันต้องลงจากรถไฟฟ้าแล้ว ฉันรีบปาดน้ำตาเพราะมันคงดูไม่ดีนักที่จู่ ๆ ก็ร้องไห้กลางสาธารณชนแบบนี้

ฉันว่าทฤษฎีที่ต่างชาติเขียนไว้คงจะจริงนะ  ตลอดการพักผ่อนสามวันของพี่โทนไม่ได้มีเสียงโทรศัพท์กลับมาหาฉันเลย

ฉันเห็นหน้าเขาจากโซเชียลที่เขาโพสต์เท่านั้นเอง แต่มันดีนะจริง ๆ แล้วฉันเคยพิสูจน์ตัวฉันเอง ตอนพี่โทนไปทำงานที่ไต้หวันหลายเดือน

 ในเวลาที่ไม่มีเขาฉันสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ไหม ความรู้สึกบางอย่างที่เกิดขึ้นตอนนั้นคืออะไรรู้ไหม มันคือ

 ความเบาสบายที่หัวใจและความรู้สึก รู้สึกว่ามีกลิ่นแห่งความเป็นอิสระ อยากจะทำหรืออยากคิดอะไรหลายอย่างมากมาย

ซึ่งไม่ได้เกิดแบบนี้มานานแล้ว

   ในเวลาว่างฉันยังคงวางโปรแกรม โรงแรมที่พัก สำหรับการเดินทางไปไต้หวันจนมันเสร็จสมบูรณ์คงเหลือแต่ว่าจะไปกันเมื่อไหร่

นี่ก็จวนจะสิ้นปีแล้ว ใกล้จะถึงงานวันเกิดของแมทธิวซึ่งเขาจัดขึ้นมาเพื่อได้พบปะกับแฟนคลับที่สนใจเข้าร่วมงานด้วย แต่กำหนดการของฉัน

ยังไม่เห็นมีวี่แววเลยสักนิด จนพี่โทนไปเที่ยวกับครอบครัวมาแล้วถึงสามครั้ง ฉันยังคงนั่งทำงาน กลับบ้านไม่ได้ไปไหนกับคนอื่น

 ทะเลก็ไม่ได้เห็นมากี่ปีกันแล้ว บางทีก็คิดนะ ถ้ามีการสำรวจว่าผู้หญิงคนไหนที่โง่ที่สุดในโลก คำตอบ คงเป็นฉันแน่เลย

 ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าปล่อยให้ตัวเองอยู่กับสถานการณ์แบบนี้มานานเท่าไหร่แล้ว หรือว่าตั้งแต่แต่งงานนะ

   จูลี่ส่งอีเมลล์มาหาฉันพร้อมกับถามว่าฉันโอเคที่จะไปร่วมงานวันเกิดของแมทธิวไหมซึ่งจะจัดขึ้นก่อนวันเกิดของเขาหนึ่งวัน

 เธอจะพาฉันเข้างานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ฉันต้องปฏิเสธไปเพราะฉันยังไม่ได้คำตอบจากพี่โทนว่าจะไปไต้หวันกันเมื่อไหร่ดี

 จูลี่บอกว่าจะจัดการให้ทั้งหมดขอแค่เพียงตอบตกลง มันจะเป็นไปได้ยังไง ฉันปฏิเสธเธอไปอีกครั้ง เธอไม่ได้ว่าอะไรฉัน

 แค่บ่นเล็กน้อยว่า ทำให้เจอกันช้าไปอีกนะ เพราะว่าคิดถึงอยากจะพบกันเร็ว ๆ พอถึงงานวันเกิดของแมทธิวฉันได้แต่นั่งดูภาพ

และคลิปวีดีโอจากทวีตเตอร์ของจีน แฟนคลับถ่ายรูปมากมาย เขาดูน่ารักสดใสและเป็นหนุ่มเต็มตัวกับวัยสามสิบปีเต็ม

 นับจากละครเรื่องแรกที่ฉันติดตามเขามาตั้งแต่สมัยที่ฉันเรียนจบใหม่ ๆ จนตอนนี้เขาก็อยู่วงการนี้มาถึงสิบปีเต็มแล้ว

 นานเหมือนกันนะที่ความมีชื่อเสียงของเขาไม่ตกลงเลย ฉันรู้สึกมาปลื้มเขามาก ๆ ตอนนี้เขาอายุ 29 ปีตอนนั้นหุ่นเขาฟิตเฟิร์มมาก

 ซิกแพ็คมาครบหกลูกเลย และทำหนังสือภาพถ่ายส่วนตัวที่ต่างประเทศ รวมถึงผลงานการถ่ายภาพของเขาด้วย

 ฉันมีเก็บไว้เล่มหนึ่งรู้สึกภูมิใจและดีใจมาก ตั้งปณิธานไว้ว่าจะตั้งใจเรียนภาษาจีนมาก ๆ เพราะอยากจะรู้จักเขาจากหนังสือ

ที่เขาลงมือเขียนด้วยตัวของเขาเอง อยากรู้จักให้มากกว่านี้ อยากรู้จักเขาโดยไม่ได้ผ่านสื่อหรือการสัมภาษณ์

 เพราะหนังสือน่าจะทำให้รู้จักตัวตนของเขามากที่สุด ตอนนี้ฉันมีหนังสือที่เกิดจากการเขียนของเขาเองถึงสองเล่มแล้ว

 ตอนเข้าวงการใหม่ ๆ และ ตอนอายุ 29 ปี วันนี้ฉันได้ดูสัมภาษณ์ของเขาซึ่งฟังไม่ออกทั้งหมดหรอก แต่ไปตามอ่าน

จากหนังสือพิมพ์ทางอินเตอร์เน็ตที่ลงบทสัมภาษณ์ไว้ เขาถูกถามเรื่องคนรักบ่อย ๆ เขาเคยมีภาพหลุดกับแฟนสาวเมื่อสองสามปีก่อนด้วย

 ซึ่งตลอดเวลาเขาบอกว่าไม่มีแฟน แล้วภาพนั้นคืออะไร เขาบอกว่าใช่เป็นแฟนเก่าของเขาซึ่งแวะมาเยี่ยมเยียนกันเฉย ๆ

 แต่ไม่มีอะไรมากกว่านั้น พอถามถึงสเป็คคนรักที่เขาอยากแต่งงานด้วย เขาชอบตอบว่าชอบคนอายุมากกว่า พูดน้อย เรียบร้อย

 ดูสง่างาม แหมมันใช่ฉันหรือเปล่านะ สาว ๆ คงคิดแบบนั้นกัน และธุรกิจที่เขาทำร้านกาแฟร่วมกับเพื่อนของเขาซึ่งเขา

เพิ่งตัดสินใจไปร่วมทุนได้สักหนึ่งปีที่ผ่านมาก็กำไรดีทีเดียว ตอนนี้เพิ่มส่วนอาหารเข้าไปมากขึ้นเปิดตั้งแต่เช้ายังดึก

และนั่นเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่ฉันต้องแวะไปให้ได้หวังว่าจะได้เจอหรือไม่เจอก็ไม่เป็นไร คงเป็นอย่างที่เขาพูดกันว่า

ถ้าคนเรามีวาสนาต่อกันให้ไกลกันเกินหมื่นลี้ก็ต้องได้พบกัน แต่ถ้าไม่ใช่ถึงอยู่ใกล้กันก็ไม่มีวันพบเจอ ฟังแล้วมีกำลังใจ หรือ เจ็บปวดกันนะ

   แมทธิว หรือ แมท หรือ ฉวน เจียอ้าย แล้วแต่ความถนัดปาก ฉันเคยขำกับชื่อและนามสกุลของเขานะ คนอะไรชื่อแปลว่า

รักเต็มบ้าน ทำให้นึกถึงละครเกาหลี เรื่อง Full house ขึ้นมาทันทีเลย จริง ๆ แล้วชื่อนามสกุลของเขารวมกันแปลว่า ครอบครัว

ซึ่งคำ ๆ นี้ฉันโหยหามานานแล้ว ฉันว่าชีวิตของฉันในตอนนี้ถ้าคนเรามีพจนานุกรมในชีวิต คำศัพท์ของฉันคงหายไปหลายคำ

ไม่ว่าจะเป็นคำว่า ครอบครัว ความสุข รอยยิ้ม และ รักแท้ สี่คำที่สำคัญในตอนนี้มันแทบจะไม่หลงเหลือในชีวิตของฉันเลยแม้แต่คำเดียว

ถ้าปาฏิหาริย์มีจริง ใครกันนะจะเติมเต็มคำเหล่านั้นให้ฉันได้บ้าง

   เสียงโทรศัพท์จากฟรีคอลดังขึ้น

   ฉันกดรับโทรศัพท์ “ว่ายังไงจูลี่”

   “ขอที่อยู่ได้ไหมคะ” เธอส่งเสียงภาษาอังกฤษชัดถ้อยคำกลับมา

   “จะแอบส่งอะไรให้เหรอ” ฉันเย้าเธอ

   เสียงหัวเราะใส ๆ ของเธอส่งกลับมา “อยากให้พี่สาวดีใจ”

   “เอ อะไรกันนะ” ฉันแกล้งส่งสำเนียงจีนเพี้ยน ๆ ไปหาเธอ

   “ถ้าบอกก็ไม่เซอร์ไพรส์ซิ รอนะ รอนะ” เราพูดคุยกันเล็กน้อยก่อนจะร่ำลากันทางเสียง

   คืนนั้นฉันนั่งอ่านบทสัมภาษณ์ของแมทธิวในอีกหลาย ๆ เว็ป ก็ไม่มีอะไรแตกต่างกัน แต่ที่รู้เห็นหน้าของเขาเต็มไปหมด

 รอยยิ้มของเขาทำให้ฉันยิ้มตามด้วยเสมอ ในวันนั้นเขาโพสต์ภาพการไปออกกำลังกายของเขาที่ยิม พร้อมคำขอบคุณ

 พรุ่งนี้จะเป็นวันเกิดจริง ๆ ของเขาฉันก็ไม่รู้ว่าเขาจะโพสต์ข้อความใด ๆ หรือมีรูปกับครอบครัวของเขาให้ได้เห็นหรือเปล่า

 ฉันเก็บรอยยิ้มนั้นไว้ในใจและนั่งคิดงานใหม่ที่ได้คุยคร่าว ๆ กับบรรณาธิการสำนักพิมพ์ที่ฉันแปลหนังสืออยู่ พรุ่งนี้ฉันลาพักร้อน

เพราะมีนัดคุยงานกับบรรณาธิการและนักเขียนต่างแดนคนหนึ่งซึ่งบรรณาธิการยังไม่ได้บอกว่าเป็นใคร

 แต่คิดว่าน่าจะเป็นชาวอังกฤษหรืออเมริกันที่แวะมาดูงานเมืองไทยและเขาคงอยากให้ฉันรู้จักเจ้าของลิขสิทธิ์งานตัวจริง

และได้พูดคุยกันถึงแนวคิดในการเขียนหนังสือเล่มที่ฉันกำลังจะแปลเหมือนทุกครั้ง และจากนั้นฉันตั้งใจแอบไปพักทำงาน

ที่ร้านหนังสือของโมริจังสักหน่อย นี่สักเดือนกว่าแล้วฉันไม่ได้แวะไปเยี่ยมเธอเลย มีแต่โทรศัพท์คุยกันถามสารทุกข์สุกดิบ

ซึ่งชีวิตฉันก็ค่อยข้างเหมือนจะสุกงอมจะเละได้ที่แล้ว พักหลัง ๆ ฉันกับพี่โทนมีเรื่องคุยกันน้อยลงมาก เราคุยอะไรกันก็คิดกันไปคนละทาง

 ยิ่งอาทิตย์หน้าฉันจะไปต่างจังหวัดกับครอบครัวของฉัน เขาก็โวยวายและทำทีท่าพูดคุยกับฉันน้อยลงมาก

 มีกลิ่นตุ ๆ แปลก ๆ ระหว่างเราสองคนพอควร ซึ่งลางสังหรณ์ของฉันคงไม่แม่นขนาดนั้นหรอกนะ


รัญชิดา

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 243
    • ดูรายละเอียด
Re: ท้องฟ้าของเรา - บทที่ 3
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ตุลาคม 01, 2015, 12:53:48 AM »
3 บทเลย อ๊ากกกกกกกก

นักข่าวเฉพาะกิจอ่านไม่ทัน55555

แต่จัดมาอีกนะคะ จัดมาหนักๆ