แข่งเขียนนวนิยายใน 3 เดือน แรลลี 19 เริ่ม 1 กันยายน - 30 พฤศจิกายน 2558 > 7. ตามฝัน / เอวิตา

ตอนที่ 5 นางบำเรอล้างหนี้

(1/1)

k_ko:
ระหว่างสามวันนี้ดาลันวิ่งแลกเช็คเป็นว่าเล่น แต่ได้เงินมาเพียงไม่กี่แสนบาท ครั้นจะกู้นอกระบบก็เกรงจะเป็นภาระมากเกินไปเพราะสู้ดอกเบี้ยไม่ไหว เธอจึงตัดสินใจขายสินค้าที่มีอยู่ในสต๊อกทั้งหมดได้เงินมาสามล้านบาท สรุปตัวเลขแล้วเธอมีเงินในบัญชีประมาณเจ็ดล้านบาท ยังไม่รวมกับมูลค่าบ้านกับสิ่งของเบ็ดเตล็ดที่ตั้งใจว่าจะขาย แต่ถึงกระนั้นก็ยังได้ไม่ถึงครึ่งดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายอยู่ดี
ดาลันทำใจแล้ว อะไรมันจะเกิดก็ให้มันเกิด เธอพร้อมเผชิญหน้ากับความจริง และวันนี้ก็ถึงกำหนดที่จะต้องเข้าไปเคลียร์ดอกเบี้ยคงค้างทั้งหมด หญิงสาวตั้งใจว่าจะไม่ไปเจรจากับเขา และก็อยากรู้ว่านายทุนจอมโหดจะเอายังไงต่อไป บางทีมันอาจจะไม่รุนแรงอย่างที่คิดก็ได้ เธอภาวนาขอให้เป็นอย่างนั้น

วันนี้อเล็กซิสนั่งรอลูกหนี้คนสวยทั้งวัน ยิ่งเวลาผ่านไปเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งหงุดหงิดมากขึ้นเท่านั้น เพราะไม่เคยต้องมานั่งรอใครหลายชั่วโมงขนาดนี้ ชายหนุ่มขบเขี้ยวเคี้ยวฟันพลางมองรูปหญิงสาวที่เขาสั่งให้ลูกน้องสะกดรอยตามมาตลอดสามวัน ดูท่าเธอคงจะเครียดไม่น้อย แต่จะให้ทำยังไงได้ อยากหยิ่งยโสกับเขาก็ต้องโดนแบบนี้ล่ะ และเขาจะไม่อ่อนข้อให้เด็ดขาด
“ดูท่าวันนี้ เธอคงไม่มาที่นี่แน่นอนครับ” บีเกียร์เข้ามารายงาน เมื่อลูกน้องโทรมาแจ้งว่าหญิงสาวกลับเข้าบ้านพร้อมลูกๆ ไปหลายชั่วโมงแล้ว และก็ไม่มีวีแววว่าจะขับรถออกมาข้างนอก
“ดี!” เขาเค้นเสียงเข้ม “พรุ่งนี้หลังจากที่เธอไปส่งลูกแล้ว ให้จับตัวมาที่เซฟเฮ้าส์ ฉันจะไปรอเธออยู่ที่นั่น”
“คุณอเล็กซ์จะเก็บเธอหรือครับ” เห็นหญิงสาวตัวคนเดียวต้องเลี้ยงลูกตั้งสองคน ก็อดสงสารไม่ได้ จึงเผลอถามในสิ่งไม่ควรถามออกไป เมื่อนึกได้ก็ต้องรีบหลบสายตาคมดุของเจ้านาย
“ทำเท่าที่ฉันบอกพอ ออกไปได้แล้ว”
“ครับ” บีเกียร์รีบคำนับมาเฟียหนุ่ม ก่อนจะสาวเท้าเร็วๆ ออกจากห้องรับแขกไปทันที
อเล็กซิสถอนหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด ทำไมเขาถึงรู้สึกงุ่นง่านขนาดนี้ การที่อยากจะเจอใครสักคนแล้วไม่ได้เจอมันทำให้เขากระสับกระส่ายจนนั่งไม่ติดเชียวหรือ
ชายหนุ่มกำลังคิดว่าเขาอาจจะแค้นเธอมากที่โดนลบเหลี่ยม เลยอยากจะเอาคืนเร็วๆ ถึงได้มีอาการพาลโกรธเช่นนี้ คงไม่ใช่อยากเจอหน้าเพราะคิดถึงอะไรหรอก เมื่อคิดได้แบบนั้นเขาก็อารมณ์ดีขึ้น จึงคว้ากุญแจรถออกจากห้อง ไปหาความสำราญยามราตรีอย่างที่ควรจะทำ จะได้ไม่หมกมุ่นอยู่กับการคิดถึงใครบางคนให้งุ่นง่านอีกต่อไป

หลังกลับมาจากรับลูกที่โรงเรียน ดาลันก็เก็บตัวอยู่ในห้องนอน โดยให้เหตุผลว่าปวดหัว แต่จริงๆ แล้วเธอกำลังนั่งสวดมนต์เพื่อผ่อนคลายความตรึงเครียดในการหาเงินตลอดสามวันที่ผ่านมา คงจะมีเพียงธรรมะเท่านั้นที่เครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจให้สงบมากขึ้น และพรุ่งนี้ก็ตั้งใจว่าหลังจากไปส่งลูกแล้ว เธอจะเข้าไปไหว้อากงที่ศาลเจ้าสักหน่อย เผื่อเรื่องร้ายๆ ที่กำลังประสบจะได้กลายเป็นดีขึ้นมาเสียที…โดยหารู้ไม่ว่าหายนะกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที


รุ่งเช้าวันใหม่ ดาลันตื่นเช้าเป็นปกติ ทั้งๆ ที่ไม่ได้นอนดึก แต่ใบหน้าของเธอกลับหมองคล้ำหมดราศรีจนชะเอมร้องทัก บอกให้หญิงสาวขึ้นไปแต่งหน้าให้สดใสกว่าเดิม โดยให้เหตุผลว่าเธอยังต้องไปหาลูกค้า จำเป็นต้องมีใบหน้าที่สดใสกว่านี้ หญิงสาวเข้าใจว่าคนสนิทหวังดี และก็จริงอย่างที่นางบอก จึงกลับขึ้นไปแต่งหน้าอีกครั้ง ทั้งๆ ที่ภายในทุกข์ระทมเกินกว่าที่จะพูดคุยกับใครได้
ดาลันกลับลงมาอีกครั้งด้วยใบหน้าสดใสกว่าเดิม แต่มันก็เพียงหน้ากากเท่านั้น ใครจะรู้ว่าตอนนี้เธอเครียดเพียงใด หญิงสาวไม่มีอารมณ์ทานอาหารเช้า เมื่อลูกๆ ทานอาหารเสร็จ เธอก็ขับรถไปส่งที่โรงเรียนตามปกติ ซึ่งระหว่างทางเธอสังเกตเห็นว่ามีรถตู้ขับตามมา แต่ก็คิดว่าอาจจะวิตกไม่เอง เพราะนี่แค่เลยนัดจ่ายดอกเบี้ยมาแค่หนึ่งวันเท่านั้น นายทุนหน้าเลือดคงไม่ถึงกับส่งคนมาอุ้มเธอหรอก ทว่าหญิงสาวคิดผิด!
หมับ!
“พวกนาย!” ดาลันตกใจ เมื่อจู่ๆ มีคนมาจับแขนเธอขณะกำลังจะเปิดประตูรถ หลังจากส่งลูกๆ เข้าโรงเรียนเรียบร้อยแล้ว
“ถ้าไม่อยากมีปัญหา ไปกับผมเดี๋ยวนี้” เขาสั่งเสียงเข้ม
ดาลันกำลังจะอ้าปากร้องขอความช่วยเหลือ ทว่าพอมีอะไรแข็งๆ มาจี้ที่เอวหญิงสาวก็หุบปากฉับทันที ยอมเดินตามร่างสูงเดินไปขึ้นรถตู้แต่โดยดี
“จะพาฉันไปไหน” จริงๆ เธอก็พอเดาได้ว่าพวกนี้เป็นใคร เพราะจำผู้ชายที่เดินมาเปิดประตูให้เธอตอนไปพบนายทุนหน้าเลือดได้ แต่ก็ถามออกไปเมื่อเห็นว่ากำลังออกนอกเส้นทางไปโรงแรมหรูที่เธอไปเมื่อวันก่อน
“นั่งเงียบๆ เถอะ ถึงแล้วเดี๋ยวก็รู้เอง”
“แล้วจะพาฉันกลับมามั้ย ฉันเป็นห่วงลูก” ดาลันรู้สึกกระวนวายใจระคนตื่นกลัว
“นั่นขึ้นอยู่กับคุณ”
“ทำไมเจ้านายคุณถึงได้ใจร้ายขนาดนี้ เงินตั้งหลายสิบล้าน ให้เวลาแค่สามวัน ใครจะไปหาได้ทัน” หญิงสาวบ่นออกมาอย่างน้อยใจ แต่ก็ไม่มีใครเห็นใจเธอสักคน นั่งหน้าเคร่งกันเป็นแถว
“ถ้าอยากกลับ ก็อย่าพูดคำนี้กับคุณอะ” เขาเกือบจะหลุดชื่ออเล็กซิสออกมาแล้ว “ฟรานเชสโก้เด็ดขาด”
“หึ!” ดาลันทำเสียงขึ้นจมูก รู้สึกเกลียดผู้ชายที่ชื่อฟรานเชสโก้มากขึ้นกว่าเดิมร้อยเท่า พร้อมกับสบถในใจอีกหลายยก คนหน้าเลือดแบบนี้คงจะไม่ตายดีหรอก แถมแช่งชักหักกระดูกให้เขาไปที่ชอบ...ที่ชอบเร็วๆ

รถตู้สีดำติดฟิล์มทึบขับเข้ามาในบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งอยู่ในสวนป่าแถบชานเมือง และบริเวณรอบๆ ก็ไม่มีบ้านตั้งอยู่เลยสักหลัง ดาลันเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดี พลางคิดว่าถ้าเขาสั่งเก็บเธอ คงจะไม่ใครหาศพเจอแน่ๆ แล้วถ้าเธอตายไปจริงๆ แล้วลูกเธอจะอยู่อย่างไร หญิงสาวอยากจะร้องไห้ออกมาดังๆ ให้สาแก่ใจ แต่ทำได้เพียงเดินตามแรงฉุดของคนที่ตัวใหญ่กว่า เพราะตอนนี้เธอหมดเรี่ยวและพร้อมจะทรุดไปกองกับพื้นได้ทุกเมื่อ ถ้าเขาปล่อยแขนเธอลง
เมื่อเข้ามาในบ้านชั้นเดียวที่ไม่มีหน้าต่าง หญิงสาวก็ประหลาดใจเล็กน้อยที่เห็นการตกแต่งภายในดูหรูหรากว่าที่ควรจะเป็น ทั้งๆ ที่ภายนอกเต็มไปด้วยป่าและต้นหญ้ารกชัฏ ในบ้านกลับสว่างด้วยโคมไฟระย้าแบบคริสตัล และสวยสะดุดตาด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์โมเดิร์น
ดาลันรีบกวาดสายตามองนายทุนหน้าเลือดทันที แต่ก็ไม่เห็นเขาอยู่ในบ้าน ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่กำลังปะทะตัวเธอทำให้รู้สึกหนาวจับขั้วหัวใจ ทว่าพอนึกอะไรได้ก็รีบถอยห่างจากชายฉกรรจ์ที่พาตัวเธอมาทันที
“รออยู่ในห้องนี้นั่นแหละ เดี๋ยวคุณฟรานเชสโก้คงออกมา” ชายคนที่ฉุดเธอมาเป็นคนพูด ขณะที่หญิงสาวมองเขาอย่างหวาดระแวง
เมื่อชายฉกรรจ์ทั้งสามออกจากบ้านไปแล้ว หญิงสาวก็รีบวิ่งไปที่ประตูหมายจะเปิดออก ทว่ามันถูกล็อกจากภายนอก ดาลันหัวใจเต้นแรงกว่าเดิม เขย่าลูกบิดและทุบประตูหวังจะให้มันเปิด แต่ก็เหนื่อยเปล่า เพราะไม่มีใครเดินมาเปิดประตูให้เธอสักคน
“เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้นะ ฉันบอกให้เปิดไง”
โครม! โครม! โครม!
“บ้าเอ๊ย! จะมาขังฉันไว้แบบนี้ไม่ได้นะ ปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้”
ดาลันทั้งทุบทั้งเขย่าประตู ทว่าสิ่งที่สะท้อนกลับมามีแต่ความเงียบงันจากคนภายนอก แต่เธอยังไม่หมดความหวัง เดินหาสิ่งที่พอจะทุบลูกบิดได้ จนมาเธอกับรูปหล่อม้าทองเหลืองซึ่งตั้งโชว์อยู่ในตู้บิ้วอิน หญิงสาวคว้ามันออกมาทันที แต่ยังไม่ทันจะเดินไปที่ประตูเธอก็มีเสียงเหี้ยมเกรียมดังขึ้นเสียก่อน
“หยุดบ้าได้แล้ว!”
ดาลันหันไปมองตามเสียงก็เห็นนายทุนหน้าเลือดยืนอยู่หน้าห้องด้านใน ใบหน้าเขาถมึงทึงจนดูบิดเบี้ยว ใจหนึ่งอยากจะทุ่มม้าทองเหลืองตัวนี้ใส่หน้าเขานัก แต่ถ้าทำอย่างนั้นเธอคงไม่มีชีวิตรอด หรืออาจจะออกไปไม่ครบสามสิบสอง จึงวางมันไว้ที่เดิม แล้วเดินมานั่งที่โซฟารับแขก
“ทำไมเมื่อวานไม่มาตามนัด” เขาเดินมาหยุดที่โซฟาตัวที่เธอนั่งอยู่ พลางมองด้วยสายตาดุดันต่างจากเมื่อครั้งแรกที่เจอกันอย่างสิ้นเชิง
“ยังหาเงินไม่ได้” หญิงสาวตอบโดยไม่สบตาเขา
“หาไม่ได้ก็นิ่งเฉยหรือไง!” อเล็กซิสดึงร่างอรชรขึ้นมาจากโซฟา แล้วบีบแขนทั้งสองข้างของเธอไว้แน่น
ดาลันรู้สึกปวดร้าวราวกับกระดูกกำลังจะหัก แต่ก็ไม่ร้องขอให้เขาปล่อย กัดฟันมองหน้าคนใจดำด้วยสายตาเกลียดชัง
“ใครบอกว่าฉันนิ่งเฉย ฉันวิ่งหาเงินทุกวัน ขายทุกอย่างจนไม่มีอะไรจะขายอยู่แล้ว แต่มันก็ยังไม่พอ”
“หึ! แล้วจะเอายังไง” เขาผลักเธอลงไปที่โซฟาเช่นเดิม เมื่อเห็นหญิงสาวแสดงอาการเจ็บปวดจากการที่ถูกเขาบีบแขนเมื่อครู่
“ขอเวลาอีกซักเดือนได้มั้ย”
“ไม่ได้! อีกเดือน ดอกเบี้ยก็จะเป็นทั้งหมดเจ็ดเดือน เธอมีปัญญาจ่ายเหรอ” อเล็กซิสกอดอกมองหญิงสาวด้วยสายตาสำรวจ ทว่าพอเธอเงยหน้าขึ้นมา เขาก็เปลี่ยนเป็นดุดันทันที
“มี! ฉันจะหามาให้ได้” เธอไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างเขาเด็ดขาด ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่มีทางหาเงินมาใช้หนี้ได้
“จะเอาอย่างนั้นก็ได้ แต่บอกไว้เลยนะ ถ้าถึงวันนั้นไม่มีเงินมาจ่าย เธอจะต้องเอาลูกทั้งสองคนมาขัดดอกแทน” อเล็กซิกยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เมื่อเห็นรอยประหวั่นในสายตาของหญิงสาว ดาลันรีบปฏิเสธข้อเสนอนี้ทันที
“นี่จิตใจคุณทำด้วยอะไร แม้แต่เด็กน้อยตาดำๆ ก็จะไม่เว้นเลยหรือไงฮะ” เธอลุกขึ้นจ้องหน้าเขาอย่างเหลืออด
“จะกลัวอะไร ถ้ามั่นใจว่าหาเงินมาจ่ายได้ จริงมั้ย”
ดาลันหน้าซีด เมื่อถูกตอกกลับด้วยความจริงเช่นนี้ แต่ถึงยังไงเธอก็ไม่มีทางเอาลูกทั้งสองมาต่อรองกับเรื่องพวกนี้เด็ดขาด
หญิงสาวกัดฟันแน่น นันย์ตาสั่นระริก มองนายทุนหน้าหล่อแต่ใจดำอำมหิตยิ่งกว่าซานตาน
“แล้วถ้าฉันยอมทำตามข้อเสนอที่คุณเคยพูดไว้ล่ะ”
อเล็กซิสหัวเราะออกมาทันที แต่เป็นเสียงหัวเราะที่น่าสะอิดสะเอียดที่สุดสำหรับคนฟังอย่างเธอ
“ในที่สุด...ในที่สุดเธอก็ยอมเอาตัวเขาแลก หึๆ” ชายหนุ่มมองหญิงสาวด้วยสายตาเยาะยัน ทว่าแฝงไปด้วยความพอใจอยู่ลึกๆ ที่สุดท้ายแล้วเธอก็ยอมเป็นนางบำเรอ ถึงจะไม่ไม่ยินดีก็ช่าง แต่เขาก็ไม่สน
ดาลันรู้สึกอดสูจนอยากจะฆ่าตัวตายไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด ถ้าไม่ติดว่าเป็นห่วงลูกทั้งสองเธอคงไม่ยอมทำแบบนี้ เพราะมันไม่เหลือแม้ศักดิ์ศรีความเป็นคนให้เธอหยัดยืน แต่จะให้ทำยังไงได้เมื่อชีวิตไม่มีทางเลือก
“คุณบอกเงื่อนไขมา ว่าฉันต้องทำยังไงบ้าง” ร่างอรชรทรุดนั่งบนโซฟาอย่างหมดอาลัยตายอยาก หญิงสาวเสมองไปทางอื่นเพราะไม่อยากสบตาคนใจดำเช่นเขา
อเล็กซิสนั่งข้างๆ เชยคางมนขึ้นสบตา
“หกสิบล้านใช่มั้ย ง่ายๆ เธอก็ต้องมาอยู่กับฉันหกสิบวัน”
หญิงสาวอึ้งไปนิดนึง ก่อนต่อรอง
“แต่ฉันต้องไปรับไปส่งลูก ไหนจะงานฉันอีก” ดาลันปัดมือเขาออกจากคางอย่างรังเกียจ
“งานของเธอฉันไม่สน ฉันให้เวลาเธอแค่ไปรับส่งลูกเท่านั้น เสร็จแล้วต้องมาหาฉัน”
มือเรียวกำมือเข้าหากันแน่น จ้องมองเขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“ฉันไม่ได้บังคับ จะไม่ทำตามนี้ก็ได้”
อเล็กซิกลุกขึ้นเดินไปที่ห้องด้านในที่เขาเดินออกมาครั้งแรก ดาลันหันไปมองตามร่างสูงใหญ่ทันที เธอไม่มีเวลาคิดนานเพราะเป็นลูกไก่ในกำมือ จึงรีบลุกขึ้นตามเขาไป ทันคว้าแขนหนั่นแน่นที่เต็มไปด้วยมัดกร้ามพอดี ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะเดินเข้าไปในห้อง
“ตกลงตามนั้น”
ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนออกทอประกายเจิดจ้า มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยอย่างพึงใจ เขาดึงหญิงสาวเข้ามาในห้องนอนของบ้านหลังนี้ ก่อนจะรวบร่างอรชรที่ยังไม่ได้ตั้งตัวเอาไว้ในอ้อมอก กลิ่นหอมจากกายสาวทำให้เลือดในกายฉีดพล่านจวนเจียนจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ ถ้าไม่ได้ยินเสียงของเธอดังขึ้นมาเสียก่อน
“ปล่อยนะ!” ดาลันพยายามขัดขืน
“ลืมแล้วหรือว่าเธอมีหน้าที่ต้องทำอะไร” เขาบอกเสียงพร่า ทำให้หญิงสาวที่ตั้งท่าขัดขืนยืนตัวแข็งทื่อทันที นรกบนดินกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว และเธอกำลังถูกลงทัณฑ์จากรรมที่ไม่ได้ก่อ แค่คิดน้ำตาก็เอ่อคลอเต็มดวงตาคู่สวย ทว่าหญิงสาวก็พยายามข่มมันเอาไว้ เพราะไม่อยากให้เขาดูหมิ่นตัวเองไปมากกว่านี้
เมื่อหญิงสาวสงบลงเหมือนสั่งได้ ริมฝีปากร้อนผ่าวก็เข้าครอบครองกลีบปากเย็นชืดทันที เขาเก่งพอจะรู้วิธีเปิดปากอิ่มคู่นั้นด้วยการใช้มือฟอนเฟ้นไปที่ทรวงอกแน่นคัด ไม่นานหญิงสาวก็ร้องครางออกมาอย่างลืมตัว คนหิวกระหายไม่รอช้า แทรกลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดควานหาความหวานละมุนอย่างหื่นกระหาย ทว่ามืออีกข้างก็ยังเคล้นคลึงทรวงสล้างอย่างย่ามใจ
แปลกที่ชายหนุ่มโหยหาสัมผัสนี้เหลือเกิน และเขาไม่อาจต้านทานความปรารถนาที่มีต่อตัวเธอได้ อเล็กซิสยังคงบดจูบคนในอ้อมกอดอย่างหนักหน่วง จนแทบจะกลืนกินเธอได้ทั้งร่าง เมื่อสาแก่ใจแล้วเขาก็ช้อนร่างอรชรไปวางบนเตียงนอน แล้วจัดการถอดเสื้อผ้าของหญิงสาวออกทันที
ดาลันรู้สึกสมเพชตัวเองที่บางครั้งก็เผลอไผลไปกับสัมผัสของเขา แต่ต่อให้ดิ้นรนขัดขืนยังไงก็คงหนีไม่พ้นเงื้อมมือซานตานอยู่ดี จึงกัดฟันอดทน แล้วภาวนาให้มันจบเร็วๆ เธอจะได้ออกจากนรกนี้ไปเสียที
เมื่ออาภรณ์หลุดออกจากร่างไร้งามที่ติ ดาลันก็รีบหันหลังหนี ยกมือทั้งสองข้างปิดอกขาวอวบของตัวเองไว้ด้วยความกระดากอาย ขณะที่ชายหนุ่มตาลุกวาว กายช่วงร่วงบีบรัดเขม็งเครียดไปหมด อยากจะปลดปล่อยพันธนาการความใคร่ออกมาเหลือเกิน แต่มันคงเร็วเกินไป เพราะเขายังไม่ได้เล่นสนุกกับเธอเลย
“ช่วยปิดไฟก่อนได้มั้ย ขอร้องเถอะ” ถึงจะอยู่ในฐานะนางบำเรอ แต่ก็กระดากอายเกินกว่าที่จะมีอะไรกับเขาในที่สว่างแบบนี้ มันน่าอดสูสิ้นดี
“ทำไมฉันต้องทำตามคำพูดของเธอ”
หญิงสาวกัดฟันแน่น นึกเกลียดผู้ชายคนนี้ขึ้นสมอง เกลียดจนไม่อยากเห็นหน้า ทำไมเขาถึงไม่มีความละอายบ้าง ใจดำยังไม่พอ ในหัวยังมีแต่กิเลสตัณหา บ้ากามอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
“งั้นก็ตามใจ อยากจะทำอะไรก็ทำ” เธอจะนอนเป็นท่อนไม้นี่แหละ ดูซิยังจะมีอารมณ์ร่วมรักกับเธออยู่ไหม
มือหนาพลิกร่างอรชรกลับมา แล้วจัดการถอดเสื้อผ้าให้เธอดูอย่างช้าๆ และก็เป็นอย่างที่คิด หญิงสาวหลับตาปี๋เหมือนกลัวเขาเสียเต็มประดา ต่างจากผู้หญิงคนอื่นที่มองเขาอย่างคลั่งไคล้ จนอยากจะเป็นคนเดิมเกมเสียเอง
เมื่อถอดเสื้อผ้าเสร็จแล้ว มือหนาก็เอื้อมไปปิดโคมไฟที่หัวเตียงทั้งๆ ที่ไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เอาเสียเลย ห้องทั้งห้องจึงมืดมิดเพราะไม่มีหน้าต่าง ไม่มีแสงใดๆ ลอดเข้ามา ทำให้หญิงสาวสบายใจขึ้นนิดหน่อย อย่างน้อยก็ไม่ต้องทนเห็นคนที่เกลียดมายุ่มย่ามอยู่บนตัวเธอ ดาลันหลับตาลง ทำเป็นตุ๊กตาไม่มีชีวิต ไม่ตอบสนองความต้องการของเขา แต่ทำได้ไม่นาน ร่างกายก็ทรยศเธออีกครา
อเล็กซิสบดจูบหญิงสาวอย่างหนักหน่วงอีกครั้ง ก่อนจะขยับลงมาดื่มด่ำกับเนินทรวง และอกอิ่มเต็มไม้เต็มมือ มือร้อนลูบไล้ไปตามส่วนเว้าโค้งประดุจนาฬิกาทราย เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าหุ่นแบบนี้จะมีลูกถึงสองคน ถ้าไม่รู้ประวัติมาก่อน คงคิดว่าเธอเป็นสาวแรกรุ่นที่ยังบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่
ชายหนุ่มเคลื่อนมือจากสะโพกกลมกลึงไปที่จุดบอบบาง เพียงแค่สัมผัสเบาๆ กายสาวก็สะท้านเยือก มาเฟียหนุ่มยกยิ้มพอใจ เพราะอย่างน้อยเธอก็ยังมีความรู้สึกอยู่ แม้จะไม่ตอบสนองอย่างผู้หญิงที่เคยนอนกับเขาก็ตาม แต่เชื่อเถอะว่าฝืนไม่ได้นานหรอก เพราะเขาชำนาญในการปลุกเร้าสตรีเพศยิ่งกว่าใคร
เมื่ออิ่มหนำกับทรวงสล้างอวบอิ่ม อเล็กซิสขยับตัวลงมาหมายชิมน้ำหวานบ้าง กลิ่นกายสาวช่างหอมยั่วยวนจนเขาอยากจะฝากฝั่งตัวตนลงไปลงไปเสียเดี๋ยวนี้ แต่ก็ต้องอดเปรี้ยวไว้กินหวาน เพราะไม่อยากให้เธอทรมานจนเกินไป แค่นี้ก็เจ็บปวดใจมากแล้วที่ต้องฝืนทนมานอนกับเขา แต่จะให้ทำยังไงได้ ก็อยากทำไม่ดีกับเขาก่อนทำไม อีกอย่างเขาก็ไม่ได้แก้แค้นเธออย่างหนักหน่วงเสียหน่อย ออกจะทะนุถนอมเอาใจ เพราะยังมีเวลาเหลืออยู่ให้แก้แค้นตั้งห้าสิบเก้าวัน
ทันทีที่ลิ้นร้อนลากผ่านจุดอ่อนไหว กายสาวก็สั่นสะท้านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หญิงสาวพยายามเบี่ยงตัวหนีความเสียวซ่านที่ไม่เคยพานพบ แต่ก็ถูกตรึงด้วยมือใหญ่ทั้งสองข้าง ทำให้เธอขยับตัวไปไหนไม่ได้
“อย่าทำแบบนี้ ขอร้องเถอะ!” ดาลันเกลียดเขาเหลือเกิน แต่ก็ไม่อาจต้านทานความรัญจวนที่เขามอบให้ได้ กายสาวบิดเร่า ร้องครางออกมาอย่างสุขสมระคนสมเพศตัวเอง
“พอแล้ว หยุดทรมานฉันซักที”
ชายหนุ่มไม่สนใจ ยิ่งเร่งจังหวะรัวเร็วจนร่างอรชรบิดเกร็ง มือทั้งสองข้างกำผ้าปูที่นอนไว้แน่น
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ...ปล่อย...ปล่อยฉัน” ดาลันครางออกมาเบาๆ ตอนนี้หัวสมองพร่าเบลอไปหมด เธอพยายามยับยั้งชั่งใจแล้ว แต่ก็ยังถูดำฤษณาครอบครองจิตใจให้ด่ำดิ่งสู่ก้นเหวลึก จนยากจะควบคุมความต้องการของตัวเอง
อเล็กซิกกระหยิ่มยิ้มเมื่อมันใจว่าหญิงสาวใกล้แตะฝั่งฝันแล้ว เขาเลิกทรมานเธอด้วยสัมผัสนุ่มๆ ขยับขึ้นมาทาบทับพร้อมแทรกความร้อนจัดเข้าไปในกายอุ่น แต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย เธอยังคงแน่นฟิตราวกับสาวแรกรุ่น เขาจึงค่อยๆ บดเบียดอย่างช้าๆ มือทั้งสองข้างก็ฟอนเฟ้นอกอิ่มเต็มไม้เต็มมือไปด้วย
“เธอฟิตเหลือเกิน...สาวน้อย” เขาพึมพำอย่างพอใจ เมื่อฝังตัวตนเข้าไปในกายสาวได้สำเร็จ ก่อนจะบดสะโพกรัวเร็วตามอารมณ์ปรารถนาที่พุ่งยานไปอย่างไม่มีจุดหมาย ความสุขสมทำให้เขาครางกระหึ่มในลำคอพร้อมเร่งจังหวะอย่างเร่าร้อนรุนแรง ไม่นานเขาและเธอก็ได้ไปแตะโค้งฟ้าที่สวยงามสมการรอคอย
ดาลันหอบเหนื่อยอยู่ใต้ร่างกำยำ ไม่คิดเลยว่าเมื่อถึงจุดจุดหนึ่งเธอไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เลย แถมยังสวมกอดเขาไว้แน่นด้วยความสิเน่หา คิดแล้วก็รังเกียจตัวเองที่เผลอไผลกับสิ่งที่เขาปรนเปรอจนถลำลึก ร้องครางร่วมไปกับเขา จากที่ตั้งใจว่าจะเป็นเพียงไม้ท่อนหนึ่งที่ไม่มีชีวิตจิตใจเท่านั้น
อเล็กซิสขยับลงมาข้างๆ ร่างงาม ก่อนจะเอี้ยวตัวไปเปิดโคมไฟที่หัวเตียง แสงสว่างทำให้หญิงสาวพยายามปกปิดร่างกายให้มากที่สุด
“อยากไปอาบน้ำมั้ย” เขาถามดีๆ
“อยากลับบ้าน” เธอตอบเสียงห้วน
“ยังไม่ถึงเวลา ฉันจะให้เธอกลับก็ต่อเมื่อถึงเวลาไปรับลูกเท่านั้น เสร็จแล้วก็ต้องมาอยู่กับฉัน...ทั้งคืน”
“แค่นี้คุณยังไม่พออีกเหรอ” ดาลันหันมามองหน้าชายหนุ่มด้วยสายตารังเกียจ
“มันจะไม่น้อยไปหน่อยหรือ” เขาเลิกคิ้วใส่หญิงสาวพร้อมมองอย่างเหยียดๆ “อย่าบอกนะว่าไม่ชอบ”
ดาลันปฏิเสธไม่ได้เลย เพราะร่างกายตอบสนองตามแรงกระตุ้นทุกอย่าง แม้พยายามฝืนแล้ว สุดท้ายก็พ่ายต่อเพลิงปรารถนา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าชอบในสิ่งที่เขาทำ
“เอาเป็นว่า ถึงเวลาแล้วฉันจะให้คนไปรับไปส่งที่บ้านของเธอเอง”
“ไม่ต้อง! ฉันไม่อยากให้คนที่บ้านรู้ ว่าสุดท้ายแล้วต้องมาเป็นนางบำเรอขัดดอก ถึงเวลาเดี๋ยวฉันมาเอง” เธอบอกน้ำเสียงกระแทกกระทั้น แล้วหันหลังให้เขา
“งั้นก็มาให้ตรงเวลาด้วย ฉันไม่ชอบคนไม่รักษาเวลา เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน”
มือหนากระชากร่างอรชรให้ขยับเข้ามาใกล้ กลิ่นกายเธอยังกระตุ้นความปรารถนาเขาได้เสมอ ชายหนุ่มเริ่มปรนเปรอหญิงสาวอีกรอบอย่างเรียกร้องถวิลหาในคราแรก และจบลงอย่างหนักหน่วงในตอนท้าย สร้างความหฤหรรษ์ให้เขาไม่รู้จบ ซึ่งมันคุ้มค่าต่อการรอคอยที่แสนยาวนาน ในที่สุดเขาก็ได้แก้แค้นเธอแล้ว ถึงจะเป็นการแก้แค้นที่แสนรัญจวนใจก็เถอะ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

Go to full version