ผู้เขียน หัวข้อ: พันธะพรางใจ บทที่ 2  (อ่าน 728 ครั้ง)

สิริเลขา

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 39
    • ดูรายละเอียด
พันธะพรางใจ บทที่ 2
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2014, 02:38:04 PM »
วรทย์แปลกใจเล็กน้อยเมื่อกลับมาถึงบ้านตอนเกือบห้าทุ่มและเห็นศราวณียังนั่งดูทีวีอยู่ตรงห้องนั่งเล่น ยังไม่ทันได้เอ่ยทักแต่เธอก็หันมาเห็นเขาก่อน
 
ให้ตายสิ...รอยยิ้มของศราวณีทำเอาเขาตะลึงจนลืมว่าจะพูดอะไรไปเลย

“พี่วรทย์กลับมาแล้ว วันนี้เป็นยังไงบ้างคะ เหนื่อยมากมั้ยคะ”

ก็ใช่ว่าจะไม่เคยมีใครพูดจาคะขากับเขามาก่อนเสียหน่อย จริงๆแล้วได้ยินมาบ่อยด้วยซ้ำ แต่ทำไมพอเป็นน้ำเสียงนุ่มหูของศราวณีแล้วใจเขามันถึงได้สั่นไหวอย่างนี้ล่ะ

“ทานอะไรมารึยังคะ ศราเตรียมอาหารไว้เผื่อพี่วรทย์จะหิว”

นั่นสิ...เขารู้สึกหิวจริงๆด้วย ก็ใครใช้ให้เธอพาใบหน้าหวานๆกับเนื้อตัวหอมละมุนของเธอมาใกล้เสือโหยอย่างเขาล่ะ

วรทย์มองแววตากลมแป๋วแหววที่จ้องเขาอย่างรอคอยคำตอบ คงเพราะเขามัวแต่ยืนนิ่งอึ้งอยู่นาน คิ้วโก่งได้รูปของหญิงสาวจึงขมวดย่นเข้าหากันด้วยความสงสัย และศราวณีไม่รู้ตัวเลยว่า กลีบปากแดงอิ่มของเธอที่อยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อมถึงนี้มันเชิญชวนคนหิวให้โผเข้าไปดื่มกินมากจนแทบอดกลั้นไม่ไหวมากแค่ไหน

แต่แล้วภาพสาวน้อยปริศนาในคืนนั้นก็แวบเข้ามารบกวนสมาธิเขาจนได้ วรทย์ถอนใจเฮือกใหญ่ด้วยความรู้สึกกึ่งเสียดายกึ่งโล่งอก เขาเกือบจะปล่อยให้ความหิวเข้าครอบงำจนลืมตัวทำอะไรไม่เหมาะสมออกไปเสียแล้ว

“เรียบร้อยแล้วครับ ว่าแต่ดึกแล้วทำไมศราทำไมยังไม่นอนอีกล่ะครับ”

“ศรารอพี่วรทย์ค่ะ”

“เกิดเรื่องอะไรขึ้น ทำไมไม่โทรเข้ามือถือพี่” น้ำเสียงคนถูกรอร้อนรนเป็นห่วงเป็นใยจนคนรออดยิ้มหวานให้อีกครั้งไม่ได้

“ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรอกค่ะ แต่ศราอยากรอรับพี่วรทย์กลับบ้าน ไม่ได้เหรอคะ”

ไม่เฉพาะคำพูดเท่านั้น แต่แววตาของหญิงสาวก็เปิดเผยความรู้สึกจากใจจริงให้วรทย์เห็นมันอย่างชัดเจน

“ได้ครับ แต่ต้องไม่ดึกอย่างนี้ คนท้องต้องรีบเข้านอน มานั่งหลังขดหลังแข็งอยู่นานๆอย่างนี้ไม่ดีกับลูกในท้อง”

ศราวณีหน้าเจื่อนลงไปเล็กน้อยจนคนที่มัวแต่ปลาบปลื้มกับการมีคนรอรับกลับบ้านไม่ทันสังเกต

ถึงจะไม่รู้ว่าเป็นลูกใครแต่เขาก็ยังเป็นห่วงแก ก็ยังดีกว่าไม่ใส่ใจเลยสักนิดล่ะนะ

หญิงสาวพยายามคิดในแง่บวกและทำจิตใจให้ร่าเริงเข้าไว้ แต่...

“งั้นพรุ่งนี้ศราเข้านอนตั้งแต่หกโมงเย็นเลยดีมั้ยคะ”

มันอดไม่ได้ที่จะประชด อุตส่าห์นั่งรอเพราะอยากเจอหน้าก่อนเข้านอนแท้ๆ กลับมาทำเสียงเข้มดุกันซะได้ มันน่าน้อยใจมั้ยล่ะ

“อ้าว อย่าเพิ่งรวนสิครับ ไม่ใช่ว่าพี่ไม่อยากให้รอ แต่ต้องดูเวลาด้วย ถ้าดึกอย่างวันนี้ก็ไม่ต้อง พี่เป็นห่วง”

“ห่วงศราหรือว่าลูกล่ะคะ”

“ทำไมถามอย่างนี้ ก็ห่วงทั้งคู่น่ะสิ เอ...วันนี้เป็นอะไรทำไมเกเรกับพี่จัง”

ใช่ว่าศราวณีจะไม่รู้ตัวว่ากำลังทำเรื่องไม่เป็นเรื่องให้เป็นเรื่อง มันถูกแล้วหรือที่เธอจะรู้สึกน้อยใจกับการที่เขาห่วงหรือไม่ห่วงเธอ

“ขอโทษค่ะ ต่อไปจะไม่ทำแบบนี้อีก”

ไม่ได้พูดลอยๆแต่ศราวณีตั้งใจที่จะไม่ให้ตัวเองเผลอคิดหรือทำกิริยาแง่งอนกับเขาอีก ก็ในเมื่อเธอไม่มีสิทธิ์ทำแบบนั้นตั้งแต่แรกนี่นา

นี่ไม่ได้น้อยใจจริงๆนะ

“ไม่ทำแบบนี้คือแบบไหน ถ้าจะไม่รวนพี่น่ะได้ แต่ถ้าจะเข้านอนแต่หัวค่ำเพราะไม่อยากรอรับพี่กลับบ้านอีกน่ะ พี่ไม่ยอมนะ”

วรทย์เดาไม่ถูกจริงๆว่าภายใต้ความเงียบของเธอนั้นมีความรู้สึกแบบไหนซ่อนอยู่

“เอาอย่างนี้ดีมั้ย พี่สัญญาว่าจะรีบกลับบ้านเร็วๆทุกวัน แต่ถ้าวันไหนพี่ติดงานหรือต้องกลับดึก พี่จะโทรมาบอก ศราจะได้ไม่ต้องรอพี่ดึกๆดื่นๆอีกแบบนี้ ตกลงมั้ยครับ”

น้ำเสียงอบอุ่นและแววตาอ่อนโยนของวรทย์ทำให้ศราวณีรู้สึกละอายใจ เขาไม่จำเป็นต้องเอาใจเธอขนาดนี้ก็ได้

ถึงจะไม่ได้เป็นสาวมั่น เริ่ด เชิดเพราะมีดีให้หยิ่งจนไม่ค่อยแคร์คนอื่นๆสักเท่าไหร่อย่างศศินาราพี่สาว แต่คนอย่างเธอก็ไม่ใช่ผู้หญิงช่างคิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องไม่เป็นเรื่องเสียหน่อย ทำไมกับเรื่องแค่นี้ถึงได้คิดน้อยใจเขาอยู่ได้

โทษฮอร์โมนของคนท้องก็แล้วกันที่ทำให้เธออารมณ์อ่อนไหวง่ายจนไม่เป็นตัวของตัวเองอย่างนี้

“ศราขอโทษที่พูดจารวนพี่วรทย์ค่ะ” หญิงสาวเอ่ยตามที่รู้สึก

“งั้นถ้าไม่ดึกมาก ศราก็จะอยู่รอรับพี่กลับบ้านใช่มั้ยครับ”

คราวนี้ศราวณีพยักหน้ารับคำโดยไม่มีอาการแง่งอนหลงเหลืออยู่จริงๆ วรทย์ยิ้มเอ็นดูและนึกอยากให้รางวัลคนว่าง่ายด้วยการหอมแก้มสักฟอด

หอมแก้ม!?!

เขาตกใจกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นจนนึกกลัวใจตัวเอง

อย่าเชียวนะวรทย์ นี่น้องเพื่อนนะโว้ย เจ้าศิระมันอุตส่าห์ไว้ใจฝากให้ช่วยดูแล ที่สำคัญศราวณีกำลังท้องอยู่ด้วย ห้ามทำ ห้ามคิดอกุศลกับเธอเด็ดขาด

“ดึกแล้ว พี่ไปส่งศราเข้านอนดีกว่า”

ศราวณียอมให้เขาจูงมือเธอราวกับเด็กหญิงตัวน้อยเดินตามผู้ปกครอง ทั้งคู่ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ของมันไปโดยไม่มีใครขัดจังหวะ จนกระทั่งมาถึงหน้าห้องนอน ศราวณีคิดว่าวรทย์จะส่งเธอเพียงแค่นี้เหมือนทุกครั้ง แต่เขาก็ทำให้เธอแปลกใจด้วยการเปิดประตูเข้าห้องเธออย่างถือสิทธิ์ และตรงไปยังเตียงนอนที่ตั้งอยู่กลางห้องโดยไม่มีทีท่าลังเลแต่อย่างใดราวกับว่าห้องนี้คือห้องของเขาเองอย่างนั้น

ถึงที่นี่จะเป็นบ้านของเขา แต่นับจากคืนแรกในวันแต่งงานแล้ วรทย์ก็ไม่เคยเข้ามาในห้องนอนของเธออีกเลยสักครั้ง ศราวณีไม่ได้คิดกลัวแต่แปลกใจกับการกระทำของเขามากกว่า หรือจะเป็นเพราะวรทย์เกรงใจที่เธอรอเขาจนถึงดึก เขาจึงได้ตามมาส่งเธอจนถึงเตียงนอน

วรทย์ไม่แปลกใจที่เห็นใบหน้างงๆของเจ้าของห้อง ก็ขนาดเขาเองยังแปลกใจตัวเองว่าเข้ามาทำอะไรถึงในนี้ แต่อะไรบางอย่างบอกเขาว่า แค่ส่งเธอที่หน้าห้องเหมือนทุกครั้งดูจะไม่พอเสียแล้ว ความต้องการของเขามันเลยเถิดไปไกลมากกว่านั้น แต่เขาจะให้ศราวณีรู้ไม่ได้เด็ดขาดว่าเขา...อยากนอนร่วมเตียงกับเธอ

ทาริก

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 63
    • ดูรายละเอียด
Re: พันธะพรางใจ บทที่ 2
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2014, 07:31:03 AM »
เอาแล้วๆ ชักเคลิ้มแล้ว