แข่งเขียนนวนิยายใน 3 เดือน แรลลี 19 เริ่ม 1 กันยายน - 30 พฤศจิกายน 2558 > 7. ตามฝัน / เอวิตา

ตอนที่ 6 ของสมนาคุณนางบำเรอ

(1/1)

k_ko:
ดาลันกลับมาที่โรงเรียนอีกครั้งเมื่อคนบ้ากามยอมปล่อยตัว แต่ทันทีที่ลงจากรถตู้เธอก็แทบทรุดลงไปกองกับพื้น โชคดีได้คนของเขาช่วยพยุงไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นคงจะเป็นเป้าสายตาของใครหลายๆ คน หญิงสาวฝืนเดินเข้าไปในโรงเรียนเพื่อรับลูกทั้งสองอย่างทรมาน ไหนจะระบมไปทั้งตัวราวกับถูกรถทับ ไหนจะเจ็บใจที่ถูกเขาดูถูกเหยียบหยาม แต่เมื่อเห็นหน้าลูกปากเธอก็ยิ้มออกมาโดยอัตโนมัติ แข่งขาพลันมีแรงก้าวเดินอย่างไม่น่าเชื่อ
“วันนี้แม่เดียร์ทำงานเหนื่อยมั้ครับ”
คำถามแรกของลูกชายทำเอาเธอน้ำตาแทบร่วง รู้สึกรังเกียจตัวเองที่ตัดสินใจขายศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง
“ไม่เหนื่อยหรอกจ้ะ”
“แม่เดียร์ขา วันนี้โดนัทวาดรูปเสร็จแล้วนะคะ”
“ไหนขอแม่เดียร์ดูหน่อยได้มั้ยจ๊ะ” ดาลันนั่งยองๆ ลงไปคุยกับลูกสาว ขณะที่โดนัทหยิบกระดาษสีขาวออกมาจากกระเป๋าเป้สีหวาน
“โดนัทวาดรูปดอกไม้ค่ะ จะได้เป็นกำลังใจให้แม่เดียร์”
คราวนี้ดาลันไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้ สวมกอดลูกทั้งสองพร้อมกับสะอื้นออกมาเบาๆ โดยไม่สนสายคนที่เดินผ่านไปผ่านมา ทว่าพอตั้งสติได้แล้ว ก็รีบใช้หลังมือปาดน้ำตาอย่างลวกๆ
“แม่เดียร์ร้องไห้ทำไมคะ” โดนัสถามเสียงใส
“แม่เดียร์ปลื้มที่โดนัทวาดรูปให้ไง” บัตเตอร์บอกยิ้มๆ
ดาลันยิ้มบางให้ลูกทั้งสองพลางลูบศีรษะน้อยๆ อย่างเอ็นดู
“เรารีบกลับบ้านกันเถอะจ้ะ ป่านนี้ป้าเอมคงทำอะไรอร่อยๆ รอแล้ว”
“ครับ/ค่ะ” โดนัทบัตเตอร์จูงมือคุณแม่คนละข้าง ก่อนจะเดินไปที่รถที่จอดหน้าโรงเรียนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

เมื่อกลับมาถึงบ้าน สิ่งที่ดาลันทำเป็นอันดับแรกคือชำระรอยมลทินออกจากตัว หญิงสาวใช้ใยบวบขัดอย่างแรงจนผิวเนียนขึ้นริ้วแดงไปหมด เธอรู้สึกขยะแขยงในตัวเขา แต่ก็ปฏิเสธสัมผัสจากเขาไม่ได้เช่นกัน นี่คือสิ่งที่เธอสมเพชตัวเอง ดาลันมองรอยคิสมาร์กตามเนินอกเรื่อยไปถึงขาอ่อนด้วยความรู้สึกอดสู แล้วภาพเหตุการณ์เมื่อตอนบ่ายก็ผุดขึ้นมาอีกครั้ง
“ทำให้หน่อยสิ” เขาดึงมือเธอให้มาจับความอ่อนนุ่มที่กำลังแข็งตัวเต็มที่
ดาลันหน้าร้อนวูบ รีบเอามือออกทันที
 “มันจะไม่เกินไปหน่อยเหรอ” แม้จะไม่เห็นใบหน้าของเขา แต่เธอก็จ้องมองผ่านความมืดอย่างเคียดแค้น
“อย่าลืมสิว่าเธอมีหน้าที่อะไร”
“แต่ฉันทำไม่ได้”
“เพื่อแลกกับเวลาช่วงกลางวัน”
ดาลันกำมือเข้าหากันแน่น เขาเอาสิ่งที่เธอต้องการมาแลกเปลี่ยนอย่างชั่วร้าย
“ถ้าฉันเปลี่ยนใจ ต่อให้เธอตั้งใจทำ ฉันก็ไม่คิดว่ามันเป็นการแลกเปลี่ยน”
หญิงสาวน้ำตาเอ่อคลอ เขาจะดูถูกศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงของเธอไปถึงไหน แค่นี้ก็บอบช้ำจนไม่กล้าออกไปสู้หน้าใครแล้ว แต่ดาลันไม่มีเวลาคิดนาน กลั้นใจก้มลงไปทำตามที่เขาต้องการอย่างจำทน
เวลาตอนกลางวันสำหรับเธอมีค่ามาก นอกจากจะเป็นเวลางานแล้ว ยังช่วยให้เธอหลุดพ้นจากการเป็นนางบำเรอชั่วคราว ไม่ต้องโดนเขาหักหาญน้ำใจให้เจ็บช้ำ แถมยังมีเวลาคิดอ่านหาทางแก้ไขปัญหาชีวิต 
ดาลันอดทนทำให้เขาจนอีกฝ่ายสำเร็จความปรารถนา เธอคงจะรู้สึกดีอยู่บ้าง ถ้าเขาไม่บังคับให้กลืนกินน้ำฝาดเฝื่อนเข้าไปในคอ เมื่อเป็นอย่างนั้นก็ยิ่งรู้สึกรังเกียจจนอยากจะบีบคอเขาให้ตายคามือ แต่ก็ทำได้เพียงเป็นเบี้ยล่างยอมทำตามคำสั่งเขาอย่างตรอมตรมเท่านั้น
“ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ เธอมาหาฉันสองทุ่มถึงหกโมงเช้าที่โรงแรมเดิมที่เคยมาครั้งแรก จำเอาไว้นะ ฉันไม่ชอบคนผิดเวลา” เขาบอกเสียงเข้มอย่างไม่เหลือร่องรอยความพิศวาส ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดโคมไปหัวเตียง แล้วลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำไป
หญิงสาวหันไปมองทันทีที่ประตูห้องน้ำปิดสนิท สาปแช่งเขาในใจอย่างเกลียดชัง เพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง เขาสอนให้เธอทำตัวราวกับโสเภณีแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน แต่นั่นยังไม่เจ็บปวดเท่ากับการที่เขาใช้ลูกๆ ของเธอเป็นเครื่องต่อรอง เพราะรู้ว่ายังไงเสียก็ต้องยอมจำนน
“อย่าให้ถึงวันของฉันบ้าง ฉันจะเอาคืนอย่าสาสมเลย” ดาลันพูดเสียงลอดไรฟัน พลางมองตรงไปข้างหน้าด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย

อเล็กซิสกลับมาพักผ่อนที่โรงแรมได้ไม่นาน ก็ออกไปตรวจเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์แต่งบ้านสินค้าที่นำเข้าจากอิตาลี คงจะมีแค่งานนี้เท่านั้นที่เป็นธุรกิจสีขาวที่ใช้ทำบังหน้า นอกนั้นไม่ว่าจะเป็นบ่อนกาสิโน ค้าอาวุธสงคราม นำเข้าของหนีภาษี ล้วนเป็นธุรกิจสีเทาทั้งสิ้น
เหตุที่ออกไปตรวจงานด้วยตัวเอง เพราะชายหนุ่มเป็นนักออกแบบนั่นเอง เขาจบสถาปนิกจากมหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งในเวลานั้นเขาเป็นนักฟุตบอลของมหาวิทยาลัยด้วย โดยวาดฝันไว้ว่าหลังจากเรียนจบแล้วอยากผันตัวเองเป็นนักฟุตบอลอาชีพ เพราะสนุกกับการได้เล่นกีฬา และจะทำงานอดิเรกที่ชอบไปด้วย นั่นก็คือออกแบบเฟอร์นิเจอร์และสุขภันฑ์
แต่ใช่ว่าทุกคนจะได้เดินตามฝัน อเล็กซิสถูกเรียกตัวกลับมาที่อิตาลีหลังเรียนจบเพื่อมารับช่วงกิจการต่อจากบิดาที่เป็นมาเฟีย ซึ่งก็คือธุรกิจสีเท่านั่นเอง
ตั้งแต่วันนั้นชีวิตเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากผู้ชายอบอุ่นที่มีรอยยิ้มเสมอ ถูกฝึกให้เข้มแข็ง อดทน รวมถึงยังต้องเรียนศิลปะป้องกันตัวทุกรูปแบบ และการใช้อาวุธทุกประเภท โดยเฉพาะปืนที่ถูกฝึกเป็นพิเศษ
เมื่อเขาชำนาญการแล้ว บิดาก็ให้เขามาเรียนรู้ง่านต่างๆ ตั้งแต่อายุยี่สิบสาม และหลังจากนั้นไม่นานมารดาเขาก็เสียชีวิตอย่างปริศนา ความเสียใจที่ถาโถมเข้ามาทำให้ชายหนุ่มกลายเป็นคนนิ่งขรึมเย็นชา เขาไม่พูดไม่จากับใครเป็นเวลาถึงสองปี และบิดาเขาก็เสียชีวิตตามไปอีกคนพร้อมกับพี่น้องร่วมสาบาน กิจการทุกสิ่งทุกอย่างจึงตกมาที่เขาคนเดียว ในฐานะพี่ชายคนโต ด้วยความรับผิดชอบที่เกินกำลังบวกกับต้องดูแลลูกน้องกว่าร้อยชีวิต เขาจำเป็นต้องเด็ดขาดในทุกๆ เรื่อง
“โซฟาตัวนี้สวยมากนะคะ คุณอเล็กซ์เป็นคนออกแบบหรือเปล่า” ผู้จัดการสาวประจำโชว์รูปเฟอร์นิเจอร์นำเข้าจากต่างประเทศเอ่ยถามชายหนุ่ม ขณะเห็นเขายืนมองโซฟาอย่างพินิจพิเคราะห์
“ใช่ เธอคิดว่าเป็นยังไงบ้าง” เขาถามโดยไม่มองหน้าหญิงสาว
“โซฟาชุดนี้คงได้แรงบันดาลใจมาจากเรือ เพราะเหมือนเอาเรือมาดัดแปลงและตัดเบาะใส่ ลักษณะเด่นอยู่ที่ดีไซน์เก๋ ล้ำสมัย ที่สำคัญไม่เหมือนใคร นี่แหละเอกลักษณ์การดีไซน์ของคุณอเล็กซ์”
ชายหนุ่มยกมุมปากขึ้นอย่างพอใจ แรงบันดาลใจออกแบบโซฟาชุดนี้ เกิดขึ้นตอนที่เขาไปล่องเรือที่เวนิส บรรยากาศสวยงามทำให้นึกอยากจะออกแบบเฟอร์นิเจอร์สักชิ้น พอกลับมาที่โรมเขาก็เริ่มออกแบบอย่างจริงจัง โดยใช้เวลาแค่สองวัน แล้วจึงส่งไปที่โรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ให้ผลิต และส่งขายในประเทศและต่างประเทศ
“ว่าแต่ เมื่อไหร่คุณอเล็กซ์จะให้ใส่ชื่อเป็นคนออกแบบคะ”
“ฉันก็แค่ทำสนุกๆ” เขาบอกอย่างไม่ใส่ใจ “แล้วเฟอร์นิเจอร์ตัวอื่นล่ะ เอาออกมาโชว์หรือยัง”
“เรียบร้อยหมดแล้วค่ะ เชิญชั้นสองเลยค่ะ” หญิงสาวเดินนำขึ้นไปบนโชว์รูมชั้นสอง ทีแรกกะจะชวนเขาคุยเพื่อความใกล้ชิดสักหน่อย ทว่าพอถึงชั้นสองเขาก็บอกให้เธอกลับไปทำงาน ผู้จัดการสาวเลยรู้สึกเสียดายนิดหน่อย เพราะนานๆ ที่เจ้าของบริษัทจะแวะเข้ามาดูกิจการ
อเล็กซิสใช้เวลาอยู่ที่โชว์รูมเกือบสองชัวโมง ก็เดินทางไปคุยธุรกิจกับลูกค้าต่างชาติต่อจนถึงหัวค่ำ แล้วจึงกลับเข้าโรงแรมพักผ่อน จริงๆ เขามีบ้านอยู่ที่กรุงเทพฯ เหมือนกัน แต่จากตอนแรกที่ตั้งใจจะอยู่ไม่กี่วัน จึงพักที่โรงแรมเพื่อความสะดวกสบาย ทว่าตอนนี้กลับต้องอยู่ยาวเพราะอยากจะลงทัณฑ์ใครบางคน แค่คิดก็อยากให้ถึงวันพรุ่งนี้เร็วๆ จริงๆ เขาไม่น่ายื่นข้อเสนอเรื่องเวลาให้เธอเลย กลายเป็นว่าเขาเสียอีกที่รู้สึกทรมาน เมื่อคิดว่าอยากจะสัมผัสเนื้อนิ่มๆ ตลอดเวลา
ว่าแต่วันแรกที่เจอกัน หญิงสาวแลดูเย็นชาเหมือนจำเขาไม่ได้ ผิดกับเขาที่จำเธอได้แม่นแม้เวลาจะผ่านไปหลายปี อย่างว่า คงจะมีผู้ชายมากหน้าหลายตาผ่านเข้ามาในชีวิต และเขาก็เป็นแค่เพียงผู้ชายคนหนึ่งที่บังเอิญมาเจอกัน เธอจะมาใส่ใจอะไร ดีล่ะ งั้นพรุ่งนี้ต้องมาระลึกความทรงจำกันหน่อย มาเฟียหนุ่มยกมุมปากขึ้นอย่างหมายมาด ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงกว้างอย่างเหนื่อยล้า ไม่นานก็ผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลียจนถึงเช้า

แสงสว่างลอดรอยต่อระหว่างม่านสองผืนมากระทบใบหน้าเนียนใสที่เต็มไปด้วยความอ่อนล้า ถ้าเป็นทุกวัน เวลานี้หญิงสาวคงตื่นขึ้นมาทำธุระส่วนตัวแล้ว ทว่าด้วยความเพลียจัดจากการทำหน้าที่นางบำเรอ ทำให้ร่างอรชรยังคงหลับสนิท กระทั่งป้าเอมมาเคาะประตู เธอจึงรู้สึกตัว
ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก
“คุณเดียร์ ตื่นหรือยังไงคะ ลุกไหวมั้ย ให้เอมไปส่งเด็กๆ แทนมั้ยคะ”
“ไม่เป็นไรจ้ะ เดียร์ขอเวลาสิบนาที จะรีบลงไปนะ” หญิงสาวบอกทั้งที่ยังรู้สึกสะลึมสะลือ ทว่าพอเห็นนาฬิกาที่ฝาผนังบอกเวลา 7.30 เธอก็รีบเด้งตัวขึ้นจากที่นอนทันที
“ตายแล้ว จะแปดโมงแล้วเหรอ” ด้วยความที่กลัวลูกๆ จะไปโรงเรียนสาย เธอจึงรีบก้าวลงจากเตียงอย่างรวดเร็วเป็นผลให้ร่างกายทรุดลงไปกับกองพื้นทันที หญิงสาวข่มความเจ็บปวดที่แล่นแปล๊บไปยังทุกส่วนของร่างกาย ยันตัวลุกขึ้นโดยเกาะขอบเตียงไว้ ก่อนจะฝืนเดินเข้าไปห้องน้ำอย่างทรมาน ไม่คิดเลยว่าการเป็นนางบำเรอจะบั่นทอนร่างกายได้ขนาดนี้

ดาลันลงมาข้างล่างในอีกสิบนาทีต่อมา ก็เห็นลูกๆ มองเธออย่างสงสัย แต่ไม่มีใครถามอะไรออกมา จึงบอกให้เด็กๆ ไปรออยู่ที่รถ เพื่อที่ตัวเองจะได้คุยกับคนสนิทอย่างเต็มที่
“เรื่องหนี้สิน ป้าเอมไม่ต้องเป็นห่วงนะ เดียร์เคลียร์กับนายทุนเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่เดียร์ไปต้องทำงานให้เขาช่วงกลางคืนเป็นเวลาสองเดือน ยังไงฝากป้าเอมดูแลเด็กๆ ตอนที่เดียร์ไม่อยู่ด้วยนะ”
คนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเกือบหกสิบปีมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความเป็นห่วง นางเดาได้ว่างานที่ว่าคืองานอะไร แต่ก็ไม่คิดจะถามให้อีกฝ่ายต้องกระดากอาย แค่นี้ก็คงจะกล้ำกลืนเต็มทนแล้ว
“ได้ค่ะ คุณเดียร์ไม่ต้องเป็นห่วงนะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะผ่านมันไปด้วยกัน” ชะเอมจับมือเรียวทั้งสองข้างไว้อย่างให้กำลังใจ
“ขอบคุณค่ะป้า เดียร์ไปก่อนนะ เด็กๆ สายแล้ว อ้อ เดียร์เริ่มงานตั้งแต่คืนนี้เลย กลับตอนเช้าทันมาส่งเด็กๆ พอดี”
“ค่ะ ดูแลตัวเองดีๆ นะคะ” ชะเอมยิ้มให้ร่างอรชรที่อยู่ในชุดเรียบง่าย ทว่าแววตาเศร้าโศกเหลือเกิน นางสงสารเจ้านายสาวที่ต้องมารับใช้หนี้แทนบิดาตั้งหลายร้อยล้าน ลำพังเรื่องในอดีตเธอก็แบกรับมามากพอแล้ว ยังมาเจอเคราะห์กรรมที่ไม่ได้ก่ออีก แล้วแบบนี้นางจะทิ้งคนที่เลี้ยงมากับมือได้อย่างไร ถ้าคุณผู้หญิงยังอยู่ คงไม่ยอมให้ลูกสาวคนเดียวต้องมาใช้ตัวขัดดอกแบบนี้ ยิ่งคิดก็ยิงสงสารจนเก็บน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่
ติ๊งหน่อง...
เสียงกริ่งหน้าบ้านทำให้ชะเอมต้องรีบเช็ดน้ำตา
“แตงไปดูซิ ใครมาติดต่ออะไร”
“ค่ะป้า” แตงเดินออกมาจากห้องครัว ก่อนจะรีบวิ่งไปดูที่หน้าบ้าน เมื่อเห็นว่ามาส่งของจึงเปิดประตูให้ แล้วเดินมาบอกชะเอมที่ยืนรออยู่ที่ประตูด้านใน “เขามาส่งโซฟาค่ะป้าเอม”
“โซฟาอะไร ใครสั่ง” ชะเอมทำหน้างง
“คุณเดียร์ค่ะ”
“คุณเดียร์นี่นะสั่งโซฟา”
“ค่ะ ก็เค้าบอกคุณดาลัน”
“อืมๆ งั้นป้าไปหาที่วางก่อนนะ แตงก็คอยดูไว้แล้วกัน” พูดจบชะเอมก็รีบไปเคลียร์พื้นที่ในบ้าน โชคดียังเหลือมุมว่างให้วางโซฟาตัวใหม่ ไม่อย่างนั้นต้องขยับพื้นที่ตรงห้องรับแขก กลายเป็นงานช้างอีก แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเจ้านายสาวจะสั่งโซฟามาทำไม อีกอย่างก่อนจะออกไปก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้
‘คงจะรีบ เลยไม่ได้สั่งไว้’ ชะเอมคิดว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น จึงไม่ได้โทรถามหญิงสาว ก่อนจะเดินออกไปบอกให้พนักงานยกโซฟาเข้ามาในบ้านได้
เมื่อจัดวางเสร็จเรียบร้อยแล้ว นางก็ตกแต่งมุมนั้นใหม่อย่างสวยงาม เวลาเจ้านายสาวกลับมาจะได้รู้สึกสบายใจ เพียงแค่ได้เห็นรอยยิ้มของหญิงสาว นางก็มีความสุขมากแล้ว ก่อนจะกลับเข้าไปในห้องครัวเตรียมทำขนมกับอาหารเย็นให้เด็กๆ หลังกลับมาจากโรงเรียน

เมื่อส่งลูกๆ เสร็จ ดาลันก็เดินทางเข้ามาที่บริษัทเพื่อสะสางงานที่ทำค้างไว้ตั้งแต่วันก่อน ทว่าเมื่อเปิดอีเมลดูก็ต้องประหลาดใจ เมื่อเห็นออเดอร์สั่งซื้อจากต่างประเทศเข้ามาจำนวนมาก หญิงสาวมีรอยยิ้มครั้งแรกในรอบหลายวัน จึงรีบสั่งงานให้ฝ่ายการตลาดรีบติดต่อลูกค้าทันที ก่อนจะนั่งตรวจเอกสารผลประกอบการเมื่อไตรมาสที่ผ่านมา เพื่อขอทำเรื่องกู้กับธนาคารอีกรอบ เธอจะต้องทำทุกวิถีทางในการหาเงินมาใช้หนี้ให้เร็วที่สุด
ดาลันนั่งทำงานเพลินจนเลยเวลาทานข้าวกลางวัน มารู้สึกตัวอีกทีก็ถึงเวลาที่ต้องออกไปรับลูกอีกแล้ว และหลังจากนั้นก็ต้องไปทำหน้าที่นางบำเรอต่อ แค่คิดว่าจะเจอหน้าคนบ้ากามคนนั้นเธอก็อยากผูกคอตายแล้ว หญิงสาวถอนหายใจอย่างแรง ก่อนจะนึกได้ว่าการที่มีอะไรกับเขาเมื่อวานอย่างไม่ทันตั้งตัวทำให้ไม่ได้ป้องกันตัวเอง จึงรีบพนมมือภาวนาขออย่าให้ตั้งท้องเลย เพราะเธอคงรับไม่ได้ถ้ามีคนเลวอย่างเขาเป็นพ่อ
“มันคงไม่โชคร้ายขนาดนั้นหรอก...”

ดาลันกลับถึงบ้านพร้อมลูกๆ ในตอนเย็น เพราะแวะไปซื้อของใช้เข้าบ้านที่ซูเปอร์มาเก็ตแถวโรงเรียนก่อน ทว่าพอเดินเข้าไปในบ้านก็ต้องประหลาดใจ เมื่อเห็นโซฟาเรือแจวสีแดงสดตั้งอยู่ที่มุมหน้าต่างบานกระจกพร้อมโต๊ะรับแขกเล็กๆ สีขาว ข้างๆ กันมีแจกันทรงสูงประดับดอกไม้เมืองหนาว ซึ่งเป็นดอกไม้ประดิษฐ์ที่ซื้อมาเก็บไว้นานแล้ว คาดว่าชะเอมคงจัดหามาวางให้ดูสดใสยิ่งขึ้น แต่โซฟารับแขกดีไซน์เก๋นี้ คนสนิทของเธอคงไม่ได้ซื้อมาแน่ เพราะราคาคงจะขึ้นหลักแสน
“ป้าเอมเอาโซฟามาจากไหนคะ สวยจังเลย” โดนัทไม่พูดเปล่า ชวนพี่ชายไปนั่งเล่น แถมยังกระโดนขึ้นกระโดดลงอย่างสนุกสนาน
ดาลันมองหน้าชะเอมอย่างต้องการคำตอบ
“คุณเดียร์ไม่ได้สั่งมาหรือคะ”
“เปล่านะ มาส่งผิดบ้านหรือเปล่า”
ชะเอมทำหน้าเหลอหลา
“ในใบส่งของระบุว่าคุณเดียร์เป็นคนสั่ง ไม่เชื่อลองดูนี่สิคะ” ชะเอมหยิบใบส่งของที่วางไว้บนโต๊ะรับแขกใหญ่ให้หญิงสาวดู
“เดียร์ไม่ได้สั่งนะ” ก่อนจะนึกอะไรได้ เมื่อสะดุดกับคำว่านำเข้าจากประเทศอิตาลี คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากนายทุนบ้ากามนั่น หึ คงคิดว่าเธอจะปลาบปลื้มดีใจสิท่า ฝันไปเถอะ! “เดี๋ยวพรุ่งนี้ป้าเอมให้คนเอาไปทิ้งนะ เดียร์ไม่อยากได้”
ทุกคนในบ้างหันมามองเธอเป็นสายตาเดียว
“ทำไมคะแม่เดียร์ โดนัทว่ามันสวยดีออก นิ่มดีด้วย”
“มันไม่ใช่ของที่แม่เดียร์สั่งค่ะ และแม่เดียร์ก็ไม่อยากมีของแบบนี้ในบ้าน”
ทุกคนที่ทำหน้าสงสัย
“เอาเป็นว่า ทำตามที่เดียร์บอกนะคะป้าเอม”
เมื่อคนสนิทพยักหน้า หญิงสาวก็เดินขึ้นบ้านด้วยใบหน้าบึ้งตึง สร้างความงุนงุนให้เด็กๆ ทั้งสองว่ามารดาของตัวเองเป็นอะไร เพราะก่อนหน้านี้ก็ยังอารมณ์ดีอยู่ โดนัทจึงเอ่ยถามป้าเอมด้วยความสงสัย
“แม่เดียร์โกรธใครคะ”
“แม่เดียร์โกรธคนส่งของค่ะ คงจะส่งของผิด”
“ส่งผิดก็เปลี่ยนได้นี่ ทำไมต้องเอาไปทิ้งด้วย” บัตเตอร์ตั้งขอสังเกต
ชะเอมยิ้มให้กับเด็กๆ
“แม่เดียร์คงมีเหตุผล ป้าเอมว่าเราอย่าไม่สนใจเลยนะ ไปอาบน้ำกันดีกว่า จะได้ลงมาทานข้าวเย็นกัน นะคะคนดีของเอม” ชะเอมเดินไปกอดเด็กทั้งสองอย่างแสนรัก ก่อนจะจูงมือขึ้นบ้านไปอาบน้ำตามที่บอก ซึ่งเด็กๆ ก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย และลืมเรื่องโซฟาเจ้าปัญหาไปในที่สุด

ใกล้เวลาทำงานของหญิงสาวแล้ว แต่ยังไม่เห็นแม้แต่เงา อเล็กซิสรู้สึกหงุดหงิดเมื่อคิดว่าอีกฝ่ายมาสาย หรืออาจจะไม่มาตามที่ตกลงกันไว้ จึงเรียกบอดี้การ์ดมาสั่งงาน หมายจะให้ไปรับเธอถึงบ้าน ทว่ายังไม่ทันจะพูดอะไร ร่างอรชรก็ปรากฏแก่สายตา วันนี้เธอใส่เสื้อยืด กางเกงยีน ไม่แต่งหน้าทำผมอะไรเลย จึงดูแตกต่างจากเมื่อวาน แต่จะว่าไปแล้วก็เหมือนกับตอนที่เขาเจอเธอครั้งแรกไม่มีผิด
อเล็กซิสบอกคนของตัวเองให้กลับไปอยู่ที่ห้องพัก ก่อนจะเรียกหญิงสาวให้มานั่งที่หน้าโต๊ะทำงาน
“มาตรงเวลาดีนี่” มาเฟียหนุ่มกอดอกมองคนตรงหน้าด้วยแววตาค้นหา
“ค่ะ” เธอตอบแบบขอไปที
“เห็นโซฟาหรือยัง” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง แววตามีล่องรอยการคาดหวังอย่างไม่ตั้งใจ
“โซฟาเรือ” เมื่ออีกฝ่ายพยักหน้า “ของคุณส่งไปหรือคะ ตายจริง ฉันนึกว่าส่งผิดบ้าน ให้คนยกไปทิ้งแล้วค่ะ”
ชายหนุ่มหน้าตึงขึ้นมาทันที และยิ่งเห็นสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ของหญิงสาวก็ยิ่งโมโหหนักที่เธอทำเป็นรังเกียจของของเขา แต่ก็พยายามเก็บอารมณ์นั้นไว้ รอปลดปล่อยทีเดียวตอนที่เธอต้องทำหน้าที่นางบำเรอ!
‘จะเก็บไว้เป็นเสนียดจัญไรหรือไง เห็นแล้วขยะแขยง’ ดาลันแบะปากเล็กน้อยเมื่อนึกถึง นั่นยิ่งทำให้เขาเกือบสติแตก มองใบหน้าเกลี้ยงเกาด้วยสายตาดุดัน ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ ราวกับข่มใจ
“ก็ดี”
ดาลันแปลกใจที่ไม่เห็นเขาเกรี้ยวกราดอย่างทุกครั้ง แต่ก็ดีเธอจะได้ไม่เจ็บตัว
“ออกไปกับฉัน” อเล็กซิกลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงาน
“ไปไหน” หญิงสาวลุกขึ้นตาม
“เดี๋ยวก็รู้เอง” เขาพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก็เดินนำหน้าไปที่ประตู โดยมีสายตาของดาลันมองตามร่างสูงใหญ่ไป หวังว่าเขาคงไม่ไปเซฟเฮ้าท์กลางป่านั่นอีก แค่คิดก็รู้สึกเจ็บร้าวไปทั้งสรรพางค์กายแล้ว ที่โดนปู้ยี่ปู้ยำด้วยเพลิงพิศวาสจนนับครั้งไม่ถ้วน

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

Go to full version