ผู้เขียน หัวข้อ: บทที่ 1 ร้อนรักเทพบุตรฮอลีวูด  (อ่าน 518 ครั้ง)

บีเลิฟ

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 387
    • ดูรายละเอียด
บทที่ 1 ร้อนรักเทพบุตรฮอลีวูด
« เมื่อ: กันยายน 01, 2015, 11:55:15 AM »


ร้อนรักเทพบุตรฮอลีวูด
   

* สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พุทธศักดิ์ราช 2537บทที่ 1

“คุณครับ”

   เสียงเรียกนั้นทำให้ สิมันตรา สาวสวยวัยยี่สิบสอง เงยหน้าขึ้นจากสมุดบัญชีรายรับรายจ่ายที่เธอกำลังตรวจดูอย่างเคร่งเครียดมานานเกือบชั่วโมงแล้ว เธอนั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์โดยลำพัง ภายในบริเวณส่วนต้อนรับของรีสอร์ทชายทะเล สามีภรรยาวัยกลางคนคู่หนึ่งยืนอยู่ที่ด้านหน้า ทั้งสองแต่งกายภูมิฐาน ฝ่ายชายส่งยื่นกุญแจห้องให้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
   
สิมันตราลุกยืนขึ้นอย่างกระตือรือร้นพร้อมรับกุญแจนั้นไว้ในมือ แล้วร้องทักออกไปด้วยความแปลกใจ

“กลับแล้วหรือคะ?”

กระนั้นก็ยังไม่ลืมส่งรอยยิ้มหวานสดใสออกไปด้วย และเพราะความน่ารักของเธอ หนุ่มใหญ่จึงอดที่จะยิ้มกว้างตอบมาไม่ได้

“ครับผม”

   “ทำไมรีบกลับล่ะคะ ที่จองไว้น่ะสองคืนไม่ใช่หรือคะ?” สิมันตราไถ่ถามอย่างเป็นกังวลนิดหน่อย “ทางเราบกพร่องสิ่งใดในการให้บริการหรือเปล่าค่ะ เรายินดีจะแก้ไขให้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ”

“เปล่าเลยครับ รีสอร์ทของคุณสวยมากครับ และบริการทุกอย่างก็ดีมาก ผมรู้สึกประทับใจมากครับ...” เขาทำท่าจะพูดยืดยาวต่อไปอีกแต่ฝ่ายภรรยาที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็แทรกขึ้นมาเสียก่อนว่า

“พอดีมีธุระด่วนน่ะค่ะ”
   สิมันตรารู้สึกเสียดาย ทั้งสองน่าจะมีโอกาสได้พักที่รีสอร์ทของเธออีกสักคืน สีหน้าและน้ำเสียงของหญิงสาวจึงเศร้าลงเมื่อเอ่ยว่า “ถ้ามีโอกาสก็อยากให้แวะมาอีกนะคะ”
   
“ครับผม” ฝ่ายชายตอบด้วยรอยยิ้มกว้างขวางอีกครั้ง

   “ขอบคุณมากนะคะ”
   
สิมันตรายกมือขึ้นไหว้อย่างสวยงาม จบแค่ประโยคนั้น แล้วสองสามีภรรยาก็ก้าวเดินจากไป เจ้าของรีสอร์ทมองตามหลังพวกเขาที่เคลื่อนห่างไปแล้วถอนหายใจออกมานิดหน่อย ใบหน้านวลงดงามนั้นเผือดซีดลง ดวงตากลมโตหม่นลงอย่างหดหู่...ลูกค้ารายสุดท้ายของเธอ เช็คเอาท์ออกไปแล้ว ในรีสอร์ทของเธอ ไม่มีใครเหลืออีกแล้ว...

   หญิงสาวก้าวขาออกจากตรงนั้น พาร่างบอบบางของเธอไปตามทางปูนเล็กๆ ที่สองข้างทางประดับประดาไปด้วยต้นไม้ดอกไม้หลายชนิด ให้ทั้งความสดชื่นและร่มรื่นแก่บรรยากาศ ลีลาวดีกำลังออกดอกสีสวยงดงาม ต้นปาล์มแผ่กิ่งก้านพลิ้วไหวล้อเล่นไปกับสายลม ทางเดินนั้นเรียบเคียงไปกับสนามหญ้าสีเขียวเล็กๆ กว้างสามเมตร สุดสนามหญ้าเป็นสระว่ายน้ำสีฟ้าขนาดเล็กรูปวงกลม น่ารักดีเหลือเกิน น้ำใสแจ๋วชวนให้น่ากระโดดลงไปว่ายเล่น มีเก้าอี้ผ้าใบสีสดสำหรับนั่งนอนพักผ่อนหย่อนใจสามตัววางอยู่รอบสระ

สิมันตราอดที่จะถอนหายใจออกมาอีกครั้งอย่างเหนื่อยหน่ายไม่ได้ เพราะตลอดแนวทางเดินปูนฝั่งนี้และทางเดินปูนอีกฝั่งที่ขนาบสนามหญ้านั้น เต็มไปด้วยห้องพักที่ว่างวายผู้คน
   
“นิด เห็นคุณแม่ไหม?”

สิมันตราชะโงกหน้าเข้าไปถามกับเด็กสาวอายุสิบเจ็ด ซึ่งกำลังทำความสะอาดอยู่ในห้องพัก ที่สองสามีภรรยาเพิ่งออกไปเมื่อครู่

   เด็กสาวนิดที่กำลังสาละวนอยู่กับหน้าที่ของตนเอง เมื่อถูกเรียกจึงละมือจากงานแล้วหันมาตอบด้วยรอยยิ้ม

“น่าจะอยู่ที่หาดนะคะ คุณมุก”
   


สิมันตราก้าวตามทางเดินไปจนสุดทาง ล่วงผ่านประตูรั้วไม้สีขาวเตี้ยๆ ที่เปิดอ้าอยู่แล้ว เหยียบย่างไปบนพื้นทรายสีขาวนวลสะอาดตา ตอนนั้น พระอาทิตย์ใกล้จะลาลับขอบฟ้าเต็มทีแล้ว แถบท้องฟ้าที่ติดอยู่กับแผ่นน้ำทะเลเป็นสีแดงอมส้ม มีสีขาวเป็นริ้วๆ สลับแซมอยู่เล็กๆ น้อยๆ อย่างลงตัว งดงามเหลือเกิน กลมกลืนราวกับเป็นความตั้งใจของจิตกร เป็นภาพที่วิจิตรตระการตา แต่ก็เปราะบางและก็ใกล้จะโรยลาเต็มที...แม้จะงดงามเพียงใด แต่ก็ให้ความรู้สึกหม่นหมองไปด้วยเช่นกัน...

ชายหาดนี้ทอดยาวไปไกลแสนไกล ตลอดแนวนั้นถูกประดับไปด้วยเตียงผ้าใบและร่มสีสวย แซมด้วยทิวแถวของต้นมะพร้าวสูงต่ำสลับสล้าง ซึ่งกิ่งก้านของมันกำลังเหวี่ยงไหวราวล้อเล่นกับสายลมรำเพยที่พัดแผ่วมา น้ำทะเลสีเขียวครามสลับกับฟองคลื่นสีขาวขุ่นที่หมุนวนเข้าหาชายฝั่งลูกแล้วลูกเล่าแล้วถูกกลืนหายไป

   เหนือหาดทรายขึ้นไปส่วนมากเป็นรีสอร์ทสำหรับให้นักท่องเที่ยวได้มาพักผ่อน ที่เป็นโรงแรมระดับห้าดาวสูงลิบหลายสิบชั้นก็มีอยู่สองสามแห่งด้วยกัน ตามหน้าต่างบนตึกสูงเริ่มเห็นแสงไฟวิบวับที่เพิ่งถูกเปิดกันพรึบพรับเมื่อครู่บ้างแล้ว หลังจากดวงอาทิตย์ลับหายไปแล้วที่ขอบฟ้าไกล
   พระจันทร์นวลลอยเด่นขึ้นมา เชื้อเชิญให้หมู่ดาราที่เร้นกายอยู่ในความมืดมิดประกายแสงระยิบระยับออกมา แสงของมันส่องลงมากระทบหญิงผู้หนึ่งร่างสูงโปร่ง ที่ยืนหันหลังให้อยู่ลำพังที่ชายหาดแห่งนั้น เหม่อหน้าสู่ทะเลกว้างไกลเวิ้งว้างว่างเปล่า เงาสีดำของหญิงผู้นั้นทอดทาบไปบนพื้นทราย และเหมือนว่าร่างนั้นกำลังเคลื่อนย่างลงสู่ทะเลอันน่ากลัว สิมันตรามองไปที่ร่างนั้นแล้วตกใจ ก้าวเท้าเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว แทบจะวิ่งเสียด้วยซ้ำ และในที่สุดก็ยื้อฉุดแขนเอาไว้ได้ทัน

   “คุณแม่! จะทำอะไรคะ?”

   น้ำทะเลยังจุ่มอยู่แค่ปลายเท้าเองในขณะที่คุณสุมนทาหันตัวกลับมา ดวงตาคู่สวยอาบไปด้วยหยาดน้ำตา สีหน้าเศร้าสร้อยเหลือเกิน นางยกมือขึ้นปาดน้ำตาทันที ไม่อยากให้ลูกสาวเห็น แต่ก็ไม่อาจซ่อนรอยขมขื่นจากน้ำเสียงยามเมื่อเอ่ยตอบออกไปว่า
   
“เปล่านี่ลูก”
   
เท่านั้น สิมันตราก็ร้องไห้ออกมาบ้าง เจ็บปวดแปลบปลาบขึ้นมาที่หัวใจทันที พร้อมกับรั้งผู้เป็นแม่ให้ขึ้นมาจากน้ำทะเล แล้วพากันทรุดนั่งลงบนชายหาดขาวสะอาด ห่างจากแผ่นผิวน้ำเพียงสองสามก้าวเท่านั้น
   
“คุณแม่เป็นอะไรไปคะ?” สิมันตราสะอื้นถามอย่างทุกข์ใจ หน้าสวยสดใสเอ่อนองไปด้วยน้ำตาอย่างน่าสงสาร เวทนา
   “แม่...เปล่า”
   
คุณสุมนทาละล่ำละลักตอบเช่นนั้น ขณะมองสบตากับลูกสาว ผู้เป็นลูกจ้องหน้ามารดาเขม็งอย่างไม่เชื่อ คาดคั้น และต้องการหาคำตอบ

“คุณแม่จะทิ้งหนูไปหรือคะ?”

   คนถูกจ้องหลบหน้าวูบ “เปล่าหรอกลูก แม่ไม่เคยคิดอย่างนั้น”

สีหน้าของคุณสุมนทาแสดงความรู้สึกผิดออกมาชัดเจน นางส่ายศีรษะไปมาอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองเพิ่งคิดกระทำลงไป แล้วโผเข้าคว้าลูกสาวมากอดไว้แน่นอย่างแสนรัก รู้ดีว่าไม่อาจจะโกหกอีกฝ่ายได้แนบเนียนนัก มือเหี่ยวย่นลูบที่ไหล่หลังบอบบางของลูกสาวราวกับจะปลอบโยนให้อีกฝ่ายผ่อนคลาย ให้หายโกรธแม่

   “แม่แค่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยน่ะลูก”

   สิมันตราค่อยๆ ดันตัวผู้เป็นแม่ออกอย่างผิดหวังนิดหน่อยแล้วจ้องมองที่ดวงตาลึกล้ำ ราวกับจะหยั่งลึกให้ถึงความคิดและจิตใจ
   
“แม่ขอโทษ แม่แค่คิดถึงพ่อ” คุณสุมนทากล่าวด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้งอีกครั้ง

   “คุณพ่อทิ้งหนูไปแล้ว คุณแม่ยังจะทิ้งหนูไปอีกคนหรือคะ” หญิงสาวร้องไห้สะอึกสะอื้นขึ้นมา

   “แม่ไม่...แม่ขอโทษ”

   

ยามนั้น แผ่นน้ำทะเลราบเรียบ ไม่มีกระแสคลื่นให้เห็นสักนิด ราบเรียบเหมือนกับน้ำในสระทีเดียว สายลมหวีดหวิวแผ่วผิวเบาบางจากขอบฟ้าไกลพัดโชยเข้ามาปะแผ่นผิวหน้าทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ปลอดโปร่ง ชุ่มชื่น เย็นสบายดีเหลือเกิน ดั่งกับจะช่วยปลอบโยนและเยียวยาหัวใจคนที่กำลังท้อแท้สิ้นหวังให้กลับลุกฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง

   “บางครั้งแม่ก็เหนื่อย ภาระที่เราสองคนแบกไว้มันหนักหนาเหลือเกิน บางครั้งแม่ก็อยากจะยอมแพ้ ปล่อยให้ธนาคารมายึดรีสอร์ทของเราไปเสีย...” คุณสุมนทาเอ่ยขึ้นอย่างเหนื่อยหนักใจ ท้อแท้กับชีวิตและโชคชะตาของตัวเอง

“...และแม่คิดถึงพ่อ”
   
สิมันตรามองผู้เป็นแม่อย่างเศร้าใจ เข้าใจ และเป็นห่วง รีสอร์ทแห่งนี้เป็นสมบัติที่พ่อกับแม่ของเธอสร้างมา ด้วยความรัก โดยตั้งชื่อรีสอร์ทเป็นชื่อเดียวกับเธอว่า ‘สิมันตรา’ ตั้งแต่ที่เธอยังเล็กๆ อายุสักเจ็ด-แปด ขวบ เธอพักอาศัยอยู่ที่นี่ วิ่งเล่นไปรอบๆ อย่างสุขใจ ทุกตารางเมตรในอาณาเขตของรีสอร์ท เธอสำรวจมาหมดแล้ว เธอจึงรู้สึกผูกพันกับมันมาก และมีความสุขมาก ก่อนที่พ่อของเธอจะป่วยเป็นโรคร้ายและเสียชีวิตไปเมื่อสองปีก่อน แม่เอารีสอร์ทเข้าจำนองกับธนาคารเพื่อเอาเงินมารักษาพ่อ ให้พ่อได้รับการรักษาจากนายแพทย์ที่เก่งและตัวยาที่ดีที่สุด ซึ่งต้องสั่งเข้ามาจากต่างประเทศ ถึงอย่างไรแม่ก็ต้องการรักษาพ่อให้หาย ไม่ว่าจะเสียเงินทองมากมายแค่ไหนก็ตาม หมดเงินค่ารักษาพ่อไปหลายล้านบาท แต่สุดท้ายก็ไม่อาจจะยื้อชีวิตของพ่อไว้ได้...

คุณสุมนทาปล่อยให้ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั้งตัวเธอและลูกสาวอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะกล่าวต่ออย่างสิ้นหวังว่า...

“ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมาเข้าพักรีสอร์ทของเราเลย แล้วเราจะเอาเงินที่ไหนไปใช้หนี้เขาล่ะ รีสอร์ทใหม่ๆ ก็พากันเปิดตัวขึ้นมากมายอย่างกับดอกเห็ด”

“ใช่ว่าจะเป็นแค่ที่รีสอร์ทของเรานะแม่ ที่อื่นๆ เขาก็แย่พอๆ กัน ปีนี้เขาว่าการท่องเที่ยวจะซบเซา แต่ปีหน้าก็อาจจะดีขึ้นได้ ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ คุณแม่ไม่ต้องกลัว เราสองคนจะช่วยกันทำให้เต็มที่ เราจะทำให้ดีที่สุด เราต้องผ่านมันไปให้ได้ หนูจะทำให้เต็มที่ หนูจะหาทาง หนูจะทำให้ดีกว่าเก่า อีกไม่นาน ในไม่ช้า เดือนหน้า ปีหน้า นักท่องเที่ยวจะเข้าพักจนเต็ม และเราจะใช้หนี้ธนาคารจนหมดในไม่ช้า...”

เส้นผมยาวหนานุ่มที่แผ่กระจายอยู่เต็มแผ่นหลังนั้นปลิวสะบัดพลิ้วไหวอย่างงดงามด้วยลมรำเพยที่พัดแผ่วมา ดวงตากลมโตของหญิงสาวยามที่มองไปที่ผู้เป็นแม่นั้นสุกสกาวสดใส มุ่งมั่น และเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง ไม่ว่าจะยากแค้นแสนเข็ญอย่างไร เธอก็จะพยายามประคับประคองและรักษารีสอร์ทแห่งนี้ไว้ให้ได้...

   

ภายในห้องใหญ่โตอันเงียบสงัด หรูหราด้วยการตกแต่งเป็นอย่างดี สมกับเป็นโรงแรมในระดับห้าดาว โซฟาขนาดใหญ่หนานุ่มตั้งชิดอยู่กับผนัง เหนือโซฟาขึ้นไปเป็นภาพเขียนสีน้ำมันบานใหญ่โอ่อ่า ด้านบนเพดานประดับด้วยโคมไฟระย้าหยดย้อยงดงาม ตู้เสื้อผ้าแบบบิวอินท์ยาวเหยียดติดอยู่กับผนังอีกด้าน ชั้นวางของ ตู้ โต๊ะ ของตกแต่งต่างๆ จัดวางเข้าสีเข้าชุดกันอย่างลงตัวและมีสไตล์ แลดูสะอาดสะอ้าน ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นระบบระเบียบเรียบร้อยดีเหลือเกิน

จะมีที่แตกต่างไปนิดหน่อยก็คือบนพรมหนาสีแดงผืนใหญ่ที่วางอยู่กับพื้นห้องชิดกับเตียงนอนนั้น ระเกะระกะไปด้วยเสื้อผ้าสตรีมากมาย กระโปรง เสื้อชั้นใน และกางเกงใน ที่ถูกถอดทิ้งวางเกลื่อนกลาดกระจัดกระจายอย่างไม่ไยดี

   บนเตียงนอนขนาดคิงไซด์ ปรากฏร่างเปลือยเปล่าของสาวงามมากมายถึงสามคน แต่ละคนนั้นหุ่นดีและหน้าอกโตกันทุกคน รุมกอดก่ายผู้ชายหล่อเหลาต่างชาติที่นอนอยู่กลางเตียงนั้นแค่คนเดียว ทั้งหมดหลับสนิท ไม่เคลื่อนไหว ด้วยความเหนื่อยอ่อน หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจอันเร่าร้อนไปหลายต่อหลายยก เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา

   ก๊อก ก๊อก ก๊อก ~~

   เสียงเคาะประตูโครมครามดังมาจากด้านนอก ทำให้ แพรททริค จอห์น แบชเชอร์ ลืมตาตื่นขึ้น หนุ่มหล่อหนึ่งเดียวในห้องนั้น ที่ถูกสาวๆ รุมกอดก่ายมากมายถึงสามคน เขาค่อยๆ ยันกายให้ลุกขึ้นนั่งอย่างแช่มช้า แล้วอิงแผ่นหลังเข้ากับหัวเตียง

เมื่อเห็นหน้าเขาชัดขึ้นในตอนนี้ เนื่องจากแสงแดดที่ส่องทะลุผ้าม่านเข้ามา คำว่าหล่อเหลาเมื่อครู่นี้ ยังอธิบายถึงรูปลักษณ์ของเขาได้ไม่ดีนัก ต้องบอกว่าเขาหล่อปานเทพบุตรทีเดียว หล่อมากมายเกินกว่าชายใดจะมีสิทธิ์หล่อได้ บุรุษหนุ่มเลือดผสมหลายเชื้อชาติ ผู้มีดวงตาสีฟ้าคมกริบ ผมสีน้ำตาลหนานุ่ม จมูกโด่งนั้นรับกับแนวคางคมคายอย่างเหมาะเจาะพอดี เขามีร่างกายแข็งแรงใหญ่โต แผ่นอกหนั่นแน่นบึกบึน และหน้าท้องของเขานั้นเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อล่ำสัน

ให้ตายเถอะ เขาหล่อสมบูรณ์แบบ และเหมาะสมกับคำว่า...เพอร์เฟ็ค!

แพรททริค จอห์น แบชเชอร์ อายุยี่สิบเก้า นอกจากความหล่อเหลาเกินมนุษย์มนาแล้ว เขายังเป็นดาราฮอลีวูดชื่อดังอีกด้วย! บทพระเอกหมาป่าของเขาในภาพยนตร์ที่ฉายเมื่อปีที่แล้ว ทำให้เขาเป็นที่คลั่งไคล้ของสาวๆ ทั่วโลก และเขากลายเป็นดาราที่ค่าตัวสูงที่สุดในทันที นั่นคงไม่ต้องกล่าวถึงความร่ำรวยมหาศาลของเขาให้เสียเวลา

หนุ่มหล่อค่อยผลักฝ่ามือสาวๆ ที่พาดพันพัวอยู่บนตัวเขาออกให้พ้น ถอนหายใจออกมานิดหน่อยและรู้สึกหงุดหงิดที่มีใครบังอาจมาเคาะประตูตั้งแต่เช้า แต่เขาก็พอจะนึกเดาออกว่าเป็นใครที่กล้าทำเช่นนี้ แพรททริคลุกขึ้นจากเตียงแล้วก้าวเท้าไปที่ประตูด้วยท่วงท่าสง่างามเป็นที่สุด โดยที่ตัวของเขายังล่อนจ้อนเปลือยเปล่าอยู่เลย ไม่ได้สวมเสื้อผ้าสักชิ้น เผยให้เห็นแผ่นหลังบึกบึนและแก้มก้นงอนงามอันขาวเนียนนวลน่าลูบไล้

   เมื่อมองลอดช่องตาแมวออกไป จึงได้เห็นว่าเป็นผู้จัดการส่วนตัวของเขา ที่มายืนอยู่ที่หน้าประตู อย่างที่เขานึกไว้ไม่มีผิด แคนนิสเป็นสาวโสดสัญชาติอังกฤษ หน้าตาดี หุ่นบอบบาง หน้าอกโตใช้ได้ ที่คอยดูแลเขาในทุกเรื่อง ตั้งแต่สัญญาจ้าง การรับงาน คิวงานต่างๆ จนไปถึงเรื่องส่วนตัว อาหารการกินและความเป็นอยู่ของเขา แคนนิสอายุแก่กว่าเขาห้าหกปี เธอคล่องแคล่วและปราดเปรียว ใบหน้านวลงามนั้นโรยไปด้วยรอยยิ้มอยู่เป็นนิจ หากแต่ตอนนี้เธอหน้าบึ้งสุดขีดและกำลังจะยกมือขึ้นเคาะประตูอีกครั้ง

   จังหวะนั้น แพรททริค จอห์น แบชเชอร์ ก็หมุนลูกบิด และดึงประตูให้เปิดอ้าออก แคนนิสจึงพรวดพราดเข้ามาอย่างโมโหนิดหน่อย มุ่งตรงไปที่เตียงนอนใหญ่กลางห้องอย่างหน้ามืดตามัว และเมื่อเห็นสาวสวยทั้งสามคนนอนเปลือยเปล่าอยู่ที่เตียง เธอก็แทบจะร้องกรี๊ดออกมา เพราะแต่ละคนนั้นสวยและหุ่นดีๆ กันทั้งนั้น ผู้จัดการสาวจับหมอนฟาดเข้าให้ตามเนื้อตามตัวเปลือยเปล่าของพวกนาง

   “ว้าย...ตื่นได้แล้ว ไปได้แล้ว!”

เสียงโวยวายแปดหลอดของแคนนิส ทำให้สามสาวอกสะบึมตื่นขึ้นแทบจะทันที แม้จะมีท่าทีงัวเงียและไม่พอใจในคราวแรก แต่ทั้งสามก็ต้องเบิกตาโพลง เมื่อเห็นว่าคนที่ปลุกกำลังแยกเขี้ยวโชว์ฟันขาวคมกริบอยู่ พร้อมด้วยสายตาดุดันน่าพรั่นพรึง ราวกับพร้อมจะกระโจนเข้ากัดที่คอหอยของพวกเธอในทันที
“ไปได้แล้ว พูดไม่รู้เรื่องยังไง แม่พวกนี้!”
เมื่อเห็นท่าไม่ดี สามสาวที่ตามชายหนุ่มมาจากผับเมื่อคืนก็เลยรีบคว้าเสื้อผ้าของตัวเองขึ้นมาสวมอย่างรวกๆ แล้วพากันวิ่งออกจากห้องนั้นไป ก่อนไปไม่วายหันมาส่งยิ้มเย้ายวนให้แพรททริคอีกด้วย ชายหนุ่มส่งยิ้มตอบพร้อมทั้งยักคิ้วหลิ่วตาให้ ยกมือเป็นสัญญาณที่ข้างหูว่าเดี๋ยวจะโทรไปหา แคนนิสจ้องมองมาทางแพรททริคอย่างโมโหและรุนหลังหญิงสาวคนสุดท้ายให้ออกจากห้องไปและดันประตูจนปิดสนิทดังปึงปังแล้วจึงหันมาโวยใส่ชายหนุ่ม

   “ไม่ไหวเลยจริงๆ คุณนี่”   

   แต่ก็โวยวายได้เท่านั้น แล้วก็ต้องรีบยกมือขึ้นปิดตาตัวเองพร้อมร้องกรี๊ดขึ้นมาจริงๆ เมื่อเห็นว่า แพรททริคนั้นยังเปลือยเปล่าล่อนจ้อนโชว์หุ่นล่ำอยู่เลย ล่ำทั้งบนและล่ำทั้งล่าง เขายังไม่ได้สวมเสื้อผ้าเลยสักชิ้น!
   
“ว้ายๆๆๆ บ้าๆๆๆ คุณจอห์น ทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าคะ อึ๋ย”

   แพรททริค จอห์น แบชเชอร์ หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ส่งยิ้มยั่วยวนให้ผู้จัดการสาวแล้วก้าวเดินด้วยท่วงท่าสง่าผ่าเผย แช่มช้า ราวกับจะอวดโชว์รูปกายให้อีกฝ่ายได้มองให้ถนัดตา ก่อนหายเข้าห้องน้ำไป

   

“ฉันบอกคุณแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้คุณทำตัวแบบนี้ ไม่กลัวติดโรคหรือไงคะ? เผลอไม่ได้เลยนะคะ”

แคนนิสเอ่ยขึ้นอีกครั้งหลังจากอาการอกสั่นขวัญหายบรรเทาลงไปมากแล้ว ในตอนที่แพรททริค จอห์น แบชเชอร์ ก้าวออกมาจากห้องน้ำแล้วมานั่งอยู่บนเตียงเคียงข้างกับเธอ ด้วยชุดที่ดูเรียบร้อยกว่าเดิม นั่นคือกางเกงขาสั้นและปล่อยเปลือยเนื้อตัวช่วงบนไว้ หน้าอกหนั่นแน่นและแผ่นหน้าท้องแข็งแกร่งเต็มไปด้วยซิกแพ็กนั่นน่ามองเหลือเกิน
   
“ผมป้องกันทุกครั้งหรอกน่า ไว้ใจได้”

   ชายหนุ่มตอบอย่างมั่นใจ พร้อมกับส่งยิ้มให้อย่างยียวนกวนประสาท

   “ถึงอย่างนั้นก็เถอะ อย่าลืมว่าคุณเป็นดาราดังแค่ไหน ถ้าปาปารัสซี่ถ่ายรูปคุณได้ขณะควงสาวถึงสามคนละก็ ชื่อเสียงคุณป่นปี้แน่...แล้วคุณไม่มีเสื้อใส่หรือไงคะ” ประโยคหลัง แคนนิสอดไม่ได้ที่จะประชดประชันเรื่องการแต่งตัวของเขา
   
“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ ผมปลอมตัวไปน่ะเมื่อคืน ผมติดหนวด และใส่วิกผมยาวรุงรัง”

หนุ่มหล่อหันมองไปที่หนวดปลอมและวิกผมที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งข้างๆ กับเตียงนอนอย่างภาคภูมิ แคนนิสมองตามไปที่อุปกรณ์พรางตัวของเขาด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย อดจะนึกต่อว่าเขาในใจไม่ได้กับการทำตัวไม่รู้จักคิด

“ไม่มีใครจำผมได้หรอกครับว่าผมเป็นใคร”

แพรททริคพูดจบแล้วยิ้มขึ้น พอใจในความเฉลียวฉลาดของตนเอง เขาลุกขึ้นจากเตียง ก้าวไปหยิบเสื้อยืดตัวหนึ่งในตู้เสื้อผ้ามาสวมใส่อย่างง่ายๆ แล้วเดินกลับมานั่งข้างเธอเช่นเดิม
   
“ที่คุณขอไว้หนึ่งสัปดาห์ ฉันว่ามันมากเกินไป สักสองสามวันไม่พอหรือคะ?” แคนนิสกล่าวขึ้นมาอีกเรื่องด้วยสีหน้าหนักใจ
   ถ้อยคำเหล่านั้น ทำให้หนุ่มหล่อมีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาทันที ดวงตาสีฟ้าจัดจ้าขึ้นอย่างน่ากลัว มองตรงแน่วที่หญิงสาวอย่างไม่พอใจ
   
“ผมเหนื่อยถ่ายหนังไม่ได้หยุดพักมาตั้งหกเดือน จะให้ผมพักแค่สองสามวัน จะไม่โหดร้ายกับผมไปหน่อยหรือครับ...”

เมื่อกล่าวจบประโยคแล้ว ดาราหนุ่มก็ลุกขึ้นก้าวเดินจากไป มุ่งตรงไปที่หน้าต่าง มือใหญ่แหวกผ้าม่าน แล้วมองออกไปยังเบื้องนอกราวกับกำลังสนใจสิ่งหนึ่งสิ่งใดเสียเต็มประดา เนิ่นนานเชียวล่ะ เมื่อหันกลับมาที่แคนนิสอีกครั้ง สีหน้าของหนุ่มหล่อก็หม่นลงเล็กน้อย ราวกับจะเรียกร้องความเห็นใจจากผู้จัดการสาวสวย

“หาดทรายสีขาว และทะเลที่นี่ สวยงามเหลือเกิน ผมอยากจะพักผ่อนกับมัน”
   
“อย่าลืมสิ จอห์น ว่าเราต้องรีบบินกลับ หนังเรื่องต่อไปของคุณ จะเปิดกล้องในอีกไม่ช้านี้แล้วนะคะ ทางเอเจนซี่ก็เร่งมาแล้ว”

แคนนิสพยายามเกลี้ยกล่อมเขา มองสบตากับดาราหนุ่ม หาก แพรททริค จอห์น แบชเชอร์ ที่ยืนพิงกรอบหน้าต่างอย่างสง่างามขบกรามแน่นอย่างน่ากลัว มองโต้กลับด้วยดวงตาสีฟ้าคมกริบ ซึ่งสวยงามเกินกว่าจะหาสิ่งใดมาเปรียบ และน้ำเสียงของเขาก็เข้มขึ้นด้วย
   “แค่หนึ่งอาทิตย์ ผมคงไม่ขอมากไปใช่ไหมครับ”
   
   “จอห์นคะ คุณลองเลือกดูแล้วกันว่าชอบที่ไหน”

เมื่อไม่อาจโน้มน้าวให้แพรททริคกลับไปพร้อมกับเธอได้ แคนนิสจึงต้องตามใจเขา หญิงสาวสไลด์นิ้วมือบอบบางไปบนเครื่องแท็ปเล็ตขณะนั่งอยู่เคียงข้างอยู่กับดาราหนุ่มบนเตียงนอนนุ่มภายในห้องหรูหรานั้น

ภาพรีสอร์ทริมทะเลปรากฏขึ้นหลากหลายที่ให้อีกฝ่ายได้เลือก แพรททริคมองภาพท้องฟ้า ทะเลสีคราม และหาดทรายขาวนวล อย่างตื่นตาตื่นใจ งดงามราวกับอยู่บนสรวงสวรรค์เลยทีเดียว...

‘อาญาสวาททาสคนเถื่อน’ ภาพยนตร์ที่เขาเพิ่งถ่ายทำจบลงไป ว่าด้วยเรื่องของนักธุรกิจหนุ่มหล่อที่จับตัวดาราสาวสวยไปกักขังไว้ที่เกาะกลางทะเลเพื่อแก้แค้น ทำร้าย บังคับขู่เข็ญสารพัด แต่ในที่สุดเขาก็หลงรักนางเอกของเรื่องเสียเอง เป็นบทประพันธ์ของนักเขียนท่านหนึ่งซึ่งโด่งดังมากๆ และบทที่เขาได้รับนั้นดีมากๆ ตลอดระยะเวลาหกเดือนที่เขาถ่ายทำภาพยนตร์ที่นี่ เขาทำงานหนัก และไม่ค่อยได้พักผ่อนเลย พอจะมีเวลาว่างสักหน่อยก็ถูกรายการโทรทัศน์หรือนิตยสารต่างๆ มาขอสัมภาษณ์ไม่หยุดหย่อน

หนึ่งสัปดาห์ของเขาถัดจากนี้ กับบ้านพักสวยๆ หาดทรายสีขาว และน้ำทะเลสีฟ้าสดใส จะเหมือนกับเป็นการได้ชาร์ตแบตให้กับตัวเอง ก่อนที่เขาจะกลับไปลุยงานหนักอีกครั้งในเรื่องต่อๆ ไป ปีหน้าเขามีโปรแกรมถ่ายภาพยนตร์อีกสามถึงสี่เรื่องเชียวล่ะ
   
“นี่เป็นรีสอร์ทขนาดเล็ก ที่ฉันจะมีเงินมากพอที่จะเหมารีสอร์ทได้ เพื่อให้คุณได้ใช้ชีวิตอย่างเป็นส่วนตัว อย่างที่คุณต้องการ ไม่ต้องมีใครมาวุ่นวาย และคุณต้องอยู่คนเดียว เพราะฉันจะต้องรีบกลับไปเพื่อทำสัญญากับทางโน้น...”

“นับเป็นเรื่องดี”

แพรททริคขัดขึ้นอย่างยิ้มๆ แคนนิสหันมาสบตากับเขานิดหน่อยอย่างขวางๆ

“พอครบหนึ่งสัปดาห์แล้วคุณก็บินตามฉันกลับไป โดยฉันจะจองตั๋วเครื่องบินไว้ให้ และว่าจ้างให้คนจากสนามบินจัดรถมารับคุณถึงที่รีสอร์ท โดยที่คุณไม่ต้องเหนื่อยสักนิดเลย” แคนนิสกล่าวรายงาน

ดาราหนุ่มไล่สายตาไปตามภาพรีสอร์ทสวยงามที่แคนนิสนั้นใช้นิ้วเรียวเลื่อนภาพให้เขาดูไปเรื่อยๆ จนเขาเกิดพอใจกับรีสอร์ทแห่งหนึ่งเข้าให้

“โอเค ผมตกลงเอาที่นี่”

แพรททริค จอห์น แบชเชอร์ ชี้นิ้วไปที่สระว่ายน้ำสีฟ้าเล็กๆ รูปวงกลมนั่น
******************************************************************************************************************

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 05, 2015, 09:12:42 AM โดย บีเลิฟ »

lung_tom

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 384
    • ดูรายละเอียด
Re: บทที่ 1 ร้อนรักเทพบุตรฮอลีวูด
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กันยายน 02, 2015, 07:18:15 PM »
ติดตามพ่อรูปหล่อไปบทที่ 2 เลยค่ะ  ;) ;)

noneko

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 136
    • ดูรายละเอียด
Re: บทที่ 1 ร้อนรักเทพบุตรฮอลีวูด
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กันยายน 09, 2015, 10:32:46 PM »
มาติดตามด้วยค่ะ