ผู้เขียน หัวข้อ: ธาราร้อยดาว new บทที่ 4  (อ่าน 522 ครั้ง)

กลิ่นร่ำ - copter

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 43
    • ดูรายละเอียด
ธาราร้อยดาว new บทที่ 4
« เมื่อ: ธันวาคม 12, 2015, 05:15:21 PM »
   อิงฟ้านั่งเหลียวซ้ายแลขวา มองไปรอบๆ ห้องรับแขก ชุดโต๊ะเครื่องไม้วางติดกับหน้าต่างที่มีผ้าม่านลายลูกไม้ที่หาดูยากในสมัยนี้ หญิงสาวอมยิ้มไม่คิดว่าชายหนุ่มจะชอบสไตล์เก่าแบบนี้ เธอเดินไปม้วนผ้าม่านเป็นเกลียวแล้วพาดกับราวไม้ พร้อมมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นไร่ชาที่เรียงเป็นชั้นอย่างสวยงาม คงจวนได้เวลาเก็บใบชาแล้วมัง เธอเคยอ่านในอินเตอร์เน็ตว่าคนมักนิยมมาเที่ยวไร่ชากันช่วงนี้ แต่ดูท่าทางไร่ชาร้อยดาวแห่งนี้คงไม่รับแขก ดูจากเจ้าของไร่ที่หน้าตาบึ้งตึง บ่งบอกว่าไม่รับแขก

   หญิงสาวมองลำธารที่อยู่ด้านล่าง มีทางดินทอดยาวลงไป แล้วสายตาเธอก็เหลือบไปเห็นเจ้าของไร่ แบกตะกร้าเดินลงไปทางนั้นจนลับสายตาเธอ 

   “ทำอะไรนะ ปล่อยให้เรารออยู่ได้ ตาบ้านี่

   คิ้วที่ขมวดมุ่น ขัดใจที่ตนมารอที่บ้านพักตั้งนาน จนบุญเจริญมา เขาก็อาสาไปบอกกองทัพให้ นี่อะไรมาแล้วทำเป็นเฉยไม่มาหาเธอ แต่ดันเดินไปไหนซะนี่

   ไวเท่าความคิดหญิงสาวลุกเดินลงจากเรือนเพื่อตามเขาไป แต่อารามที่รีบลงบันไดไม้ที่สูงชัน สามขั้นสุดท้ายทำเอาเธอก้าวพลาดไถลตกลงมายังพื้นดินเบื้องล่าง

   “โอ๊ยยยยย...”   

   อิงฟ้าร้องลั่น หญิงสาวแทบร้องไห้ นึกโมโหตัวเองกับความซุ่มซ่าม โชคดีที่พื้นดินตรงนั้นมีต้นหญ้าเล็กๆ ขึ้นเป็นหย่อมๆ พอรองรับ
ไม่ให้เกิดริ้วรอย กางเกงเลอะเทอะเปรอะเปื้อนนิดหน่อย ยังพอรับได้ แต่...

   “ทำไมไม่รอบนบ้าน” น้ำเสียงที่ห้วนดังดุมา ก่อนจะเดินนำขึ้นไปยังบนบ้าน โดยไม่รอหญิงสาวที่นั่งหน้าง้ำ

   “ตาบ้า ไม่ช่วยกันสักนิด” อิงฟ้าบ่นอุบอิบ ก่อนจะปัดเศษดินเศษหญ้าออกจากตัว พร้อมสำรวจร่างกาย ดีที่ไม่ได้เป็นอะไรมากนัก มีแค่รอยแดงที่ฝ่ามือตอนเธอยันพื้นไว้ไม่ให้หน้าสวยๆ ได้สัมผัสกับพื้นแค่นั้น ได้แต่บ่นแต่คนใจร้ายก็ไม่หันมาช่วย หญิงสาวได้แต่ลุกขึ้นปัดเศษหญ้าออกจากตัว หน้าหงิกเป็นจวักเดินตามชายหนุ่มขึ้นบ้านไป

   “ฉันมาขอกุญแจบ้านหลังเล็ก” อิงฟ้าทวงทันทีที่นั่งลงยังเก้าอี้ริมหน้าต่าง ผ้าม่านลายลูกไม้ตกลงมาอีก แต่คราวนี้เธอไม่จัดการมัน ทว่าขอจัดการกับคนที่ยืนไม่รู้ไม่ชี้เดินหายไปทางด้านหลัง หญิงสาวจุ๊ปากอย่างขัดใจเดินตามเข้าไป กลับต้องชะงักทันที

   ห้องนอน!!!

   แถมเจ้าของห้องยังถอดเสื้อหน้าตาเลย

   “ผมจะอาบน้ำ เข้ามาทำไม หรือชอบดู” น้ำเสียงห้วนดุมาซ้ำสอง พร้อมกับทำท่าราวกับจะดึงกางเกงลง

   อิงฟ้าอยากจะเถียงแต่เถียงไม่ออก รีบถอยออกมาจากห้องก่อน เมื่อเห็นเขากำลังจะถอดกางเกง

   “โรคจิต” เสียงบ่นดังให้ได้ยินก่อนจะเดินกระฟัดกระเฟียดไปนั่งลงที่เดิม คราวนี้เธอม้วนผ้าม่านพาดกับราวไม้อีกครั้ง หญิงสาวนั่งเหม่อมองดูไร่ชาเบื้องหน้า สีเขียวของต้นชาที่เรียงเป็นทางยาว ลดหลั่นกันลงมา มันช่างสวยงามจริง อยากจะเข้าไปดูใกล้ๆ แต่สายตาเธอก็มาสะดุดทางดินที่ลาดยาวลงไปที่คนขี้เก็กเดินลงไป มันคงเป็นทางลงไปสู่ลำธารเบื้องล่าง แต่ว่าเขาลงไปทำอะไรนะ

   ไร่ชาเขาว่าสวยนักสวยหนา พอมาเห็นกับตามันก็สวยจริงๆ ตามเขาว่า ใจแม้อยากจะเดินเที่ยวให้ทั่ว แต่เมื่อนึกว่าต้องขออนุญาตเจ้าของไร่ที่ชอบทำหน้าเข้มใส่เธอก็คงต้องรอไปก่อน อากาศที่ร้อนอบอ้าวในยามบ่ายแต่ในตัวบ้านกลับรู้สึกเย็นสบาย ลมพัดผ่านเข้ามา อิงฟ้าตั้งใจที่จะมาทำหลายอย่างที่นี่ทั้งทำงานให้กับพ่อ ทั้งพักผ่อนรักษาจิตใจที่เป็นแผลบาดลึก และเคลียร์ปัญหาที่ติดค้างในใจมานาน แต่อย่างแรกขอเคลียร์ก่อนเถอะ ไม่อยากเก็บไว้อีกต่อไป ไหนๆ ก็มาเจอเขาแล้วนี่ เธอต้องถามเขาให้รู้เรื่อง

          อากาศยามบ่ายที่ร้อนอบอ้าว แต่ในตัวบ้านกลับรู้สึกเย็นสบาย ลมพัดเบาพัดผ่านเข้ามา อิงฟ้าไม่อยากเก็บข้อสงสัยเอาไว้ เธอต้องถามเขาให้รู้เรื่อง ไม่อยากเก็บข้อค้างคาใจไว้นาน
 
   “ฉันตามหาผู้ชายคนหนึ่ง” อิงฟ้าเริ่มขึ้นมาก่อนเมื่อเห็นเขาเดินเข้ามาในห้อง “เขาเคยช่วยฉันไว้เมื่อหลายปีก่อน” พูดจบเธอก็มองนิ่งไปยังเขา ซึ่งไม่ได้สะดุ้งสะเทือนหรือตกใจ กลับตอบมาว่า

“ไม่ใช่ผมแน่ เพราะผมไม่รู้จักคุณ” เสียงที่ย้ำมันห้วนและเย็นชา ทำเอาคนฟังถึงกับชะงัก

“แต่เขาชื่อกองทัพ...ฉันทำให้เขาต้องออกจากโรงเรียนเหล่า” เธอไม่ยอมแพ้ ยังคงจ้องหน้าเขาเพื่อเค้นหาความเป็นจริง

“ผมเพิ่งเปลี่ยนมาชื่อนี้เพราะมันเท่ดี ถ้ารู้ว่ามีคนใช้มาก่อน ผมจะไปเปลี่ยนกลับ” ชายหนุ่มตอบหน้าตาย

“ผมจบบริหารและเกษตร มีปริญญาสองใบ รึคุณอยากดู”

“ทำไมคุณต้องปฏิเสธ ฉันแค่อยากมาขอโทษ” อิงฟ้ามั่นใจว่าต้องใช่เขา แต่เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องไม่ยอมรับ

“ผมเสียใจที่ผมไม่ใช่เขา ไม่ต้องมาขอโทษ ผมไม่รับ และไม่แน่เขาอาจจะพอใจก็ได้ที่ได้ออกจากโรงเรียนนายร้อยที่คุณพูดถึง” กองทัพไม่สนใจที่จะฟังเสียงโวยวายของอิงฟ้า “ถ้าคุณมาเพราะต้องการทำงาน ก็อย่ามายุ่งกับผม” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
อาการของเขาเหมือนกับโกรธใครมาราวร้อยชาติ เธอมองหน้าเขาแล้วก็ถอนหายใจยาว

‘ตามใจอยากคิดยังไงก็ตามใจ’ อิงฟ้าเริ่มไม่พอใจหน้าหงิกหน้างอใส่เขาบ้างเหมือนกัน ไม่เคยมีใครมาพูดราวตะคอกใส่หน้าเธอ

“ถ้าอยากทำงาน พรุ่งนี้แปดโมงเช้าไปรอผมที่ห้องผู้จัดการรีสอร์ทแล้วกัน” ชายหนุ่มล้วงกระเป๋าหยิบกุญแจพวงเล็กออกมายื่นให้เธอด้วยใบหน้าเรียบเฉย

“กุญแจบ้านหลังเล็ก ที่ป้าฟองจันทร์ก็มีกุญแจอีกชุดนะ ผมให้ป้าไว้เวลาทำความสะอาดจะได้ไม่ต้องมาขอกันบ่อยๆ” 

เขาพูดราวกับเธอมารบกวนเขา แต่ไม่ทันที่จะได้เถียงอะไรต่อ บุญเจริญก็วิ่งกระหืดกระหอบตะโกนลั่นเข้ามาในบ้าน

“นายค้าบบบบบบบ” บุญเจริญชะงักพร้อมส่งรอยยิ้มอันเปิดเผย เห็นฟันแทบจะสามสิบสองซี่ให้กับหญิงสาว “เกิดเรื่องอีกแล้วค้าบบบบ”

“อะไรกันไอ้บุญ”

คนโดนหางเลขถึงกับหุบยิ้ม ก่อนจะบอกเสียงอ่อยๆ

“ลุงมั่นแกจะฆ่าไอ้เชนครับ เจ้านาย”

“ไอ้เชนก่อเรื่องอะไร จะบอกอะไรก็บอกมาให้หมด ทำไมต้องให้ถาม”

“เอ่อ...” บุญเจริญอึกอัก เมื่อรู้ว่าเจ้านายกำลังหัวเสียอย่างหนัก แล้วเรื่องที่บอกหวังว่าคงไม่ทำให้อารมณ์ที่ไม่ดีของเจ้านายในตอนนี้หนักไปกว่าเดิมนะ

“เอ่ออะไร ไอ้นี่”

“ครือ...” ยังไม่ทันได้พูดออกมา หากต้องกระโดดหลบเท้าที่เจ้านายรูปหล่อเตะเข้าที่ก้น แต่หลบไม่พ้นเลยโดนอย่างจัง

บุญเจริญเอามือลูบก้น พร้อมรีบรายงาน “มันไปปล้ำนังนวล ลูกลุงมั่น แกเลยจะฆ่ามัน นี่ให้พวกนั้นจับแยกไว้อยู่ ผมรีบมาตามเจ้านายไปจัดการครับ”

“เอ็งนี่ เป็นหัวหน้าคนงานประสาอะไรวะ จัดการไม่ได้”

“เจ้านายรีบไปเถอะครับ ลุงมั่นแกแรงเยอะ เดี๋ยวไอ้พวกนั้นเอาไม่อยู่ ไอ้เชนจะตายซะก่อน”

บุญเจริญรีบเดินนำกองทัพไปยังบ้านพักคนงาน โดยมีอิงฟ้ารีบตามมาติดๆ ด้วยความอยากรู้ พอถึงที่พักคนงาน เธอก็เห็นกลุ่มคนงานยืนกันๆ ชายวันกลางคนแต่รูปร่างสูงใหญ่ ผิดกับคนที่เธอคาดว่าน่าจะเป็นนายเชน โดนจับมัดไว้ข้างเสา มีหญิงสาวน่าตาจิ้มลิ้มนั่งร้องไห้อยู่ใกล้ๆ

“เกิดอะไรขึ้น” กองทัพตะโกนถาม แม้จะรู้รายละเอียดมาบ้างแล้วจากที่บุญเจริญเล่าให้ฟัง แต่เขาก็อยากฟังจากปากคนอื่นด้วย”

“เจ้านาย...” เสียงพึมพำดังขึ้นในหมู่คนงาน พร้อมถอยออกมาจากที่ยืนกันลุงมั่นไว้ แต่พอคนที่กันๆ ไว้ ถอยห่างออกมาลุงมั่นตรงรี่ไปชกหน้านายเชนที่ถูกมัดทันที

“หยุดนะ ลุงมั่น”

ชายวัยกลางคนหยุดทันทีที่เสียงตวาดดังมา พร้อมอาการฟึดฟัดถอยห่างออกมายืนจ้องนายเชนด้วยสายตาเคียดแค้น

“ไอ้เชนมันปล้ำจะข่มขืนลูกสาวผม ใครมันจะไปทนได้ล่ะนาย”

“ผมเปล่านะครับนาย ผมไม่ได้ข่มขืนนวล” นายเชนรีบแย้งเมื่อมีเจ้านายอยู่ทำให้เขากล้าที่จะพูด แต่ก็ต้องรีบถอยเมื่อลุงมั่นพุ่งพรวดจะมากระทืบเขาอีก เขารีบบอกกองทัพ

“ผมกับนวลเรารักกัน แต่ลุงมั่น...”

“มึงไม่ต้องมาพูด มึงหลอกลูกสาวกู” ลุงมั่นตะโกนด่ามาจากด้านหลัง ถ้าไม่เกรงใจเจ้านายคงจะได้ไปต่อยไอ้คนที่มันรังแกลูกสาวแกให้หมอบ ทำได้แค่ฟึดฟัดรอเจ้านายจัดการ

“ไล่มันไปให้ไกลเลยครับ เจ้านาย” ลุงมั่นหันมาบอกเจ้านายในสิ่งที่แกต้องการ “ไม่อย่างนั้นผมได้ฆ่ามันแน่”

“แกไปข่มขืนนวลจริงรึเปล่า นายเชน” กองทัพถามเสียงเข้ม

“เปล่าครับนาย ผมถูกใส่ร้าย”

คำว่าถูกใส่ร้ายมันช่างบาดเข้ามาในความรู้สึกของกองทัพ แววตาที่เจ็บปวดฉายออกมาเพียงแวบเดียว ก่อนจะปรับสู่ปกติ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะแววตาโกรธเกลียดไปยังหญิงสาวที่ตามเขามา

“ใส่ร้าย ใครใส่ร้าย” ลุงมั่นตะโกนตอบสวนไป “หลักฐานเห็นอยู่ทนโท่ว่าแกนอนกอดนังนวล”

กองทัพเหลือบตามองอิงฟ้า เห็นเธอจ้องมายังเขา เขารีบเบือนสายตาหนี

“ลุงมั่น ผมขอคุยกับเชนก่อน ลุงใจเย็นๆ”

ชายหนุ่มหันมาหานายเชนที่ยืนก้มหน้านิ่ง “แกข่มขืนนวลจริงรึเปล่า” 

“เปล่าครับนาย ผมไม่ได้ข่มขืนนวล แต่เรารักกัน”

“แกมีอะไรกับนวล?” กองทัพยังคงซักเสียงเข้ม

“ครับ”

“แกเก็บของแล้วออกไปจากไร่ฉันซะ”

“นาย...”

คราวนี้นวลที่นั่งนิ่งเงียบมานาน ถึงกับร้องไห้โฮออกมา อิงฟ้าเห็นแล้วเข้าไปกอดปลอบโยน ก่อนจะหันมาบอกกองทัพที่ยืนทำหน้าราวกับโกรธอะไรมาสักร้อยชาติ

“คุณไม่ทำรุนแรงไปหน่อยรึไง”

“มันเรื่องของผม คุณอยู่เฉยๆ”

“ถ้าคุณไล่เขาออก ฉันจะให้มาทำงานที่รีสอร์ตฉัน”

“ตัวเองยังเอาตัวเองไม่รอด อย่ายุ่งดีกว่า ผมตัดสินใจเอง”

“คุณ....” อิงฟ้าโกรธที่เขาขัดใจเธอ แถมมาแสดงอำนาจใส่เธออีก

“ฉันจะฟ้องพ่อ บอกให้คุณเลิกยุ่งกับรีสอร์ตฉัน”

“เชิญ”  กองทัพกล่าวท้า

อิงฟ้าแทบกรี๊ดใส่ หากไม่ติดว่าคนงานอยู่กันเยอะ เธอทำแน่ ทำไมเขาต้องฉีกหน้าเธอ อิงฟ้าสะบัดหน้าวิ่งกลับไปบ้านพักตัวเอง ยังทันทีเขาตะโกนตามมา

“อย่าลืมพรุ่งนี้แปดโมง ถ้าผมไม่เห็นคุณ ผมส่งคุณกลับแน่ อิงฟ้า”


   อิงฟ้ากลับมาที่เรือนเล็ก นั่งหอบหายใจแรงอยู่หน้าเรือน

   “เผด็จการ บ้าอำนาจ ไร้เหตุผล” เธอได้แต่บ่นปาวๆ ไม่มีใครได้ยิน มันก็ช่วยดับอารมณ์โกรธที่กรุ่นอยู่ในใจ ทำไมเขาไม่ยอมรับว่าเขาคือคนที่ช่วยเหลือเธอ และถูกใส่ร้าย แต่กลับไประบายอารมณ์ลงกับลูกน้อง

   “บ้าที่สุด ฉันจะไม่สนใจนายอีกต่อไป”

   เธอหลงชื่นชมคนที่ช่วยเหลือเธอ เฝ้าตามหา ยิ่งมาได้รับรู้ภายหลังจากป้าของเธอว่าเขาต้องถูกออกจากโรงเรียนเหล่าเพราะเรื่องนี้เป็นสาเหตุ เธอยิ่งไม่สบายใจ มันเหมือนความผิดที่เป็นตราบาปไม่จางหาย แต่พอมาเจอตัวตนที่แท้จริง ไม่คิดว่ามันจะเป็นภาพจอม
ปลอม คนที่เธอคิดว่าเป็นคนมีน้ำใจช่วยเหลือคนกับเป็นซาตานร้ายที่เอาแต่ใจ ไร้เหตุผล

   “ฉันเกลียดนาย” อิงฟ้าตะโกนใส่ไร่ชาที่อยู่เบื้องหน้าโน้น ราวกับจะส่งให้เจ้าของไร่ได้ยิน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 12, 2015, 05:17:49 PM โดย copter »