ผู้เขียน หัวข้อ: จับให้แต่ง แกล้งให้รัก (๒)  (อ่าน 940 ครั้ง)

หนึ่งลิปดา

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 26
    • ดูรายละเอียด
จับให้แต่ง แกล้งให้รัก (๒)
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2014, 04:55:47 PM »
บทที่ ๒

วสุดา กลับถึงบ้านเอาเกือบจะหนึ่งนาฬิกาของวันใหม่  ใบหน้าเธอบึ้งตึงฉุนเฉียว ทั้งเสื้อคลุม และกระเป๋าสะพายถูกโยนโครมลงกับโซฟารับแขกอย่างไม่ใส่ใจ  เดินไปเปิดตู้เย็นรินน้ำเย็น ๆ มานั่งดื่มที่โซฟา  สลัดรองเท้าออกก่อนที่จะยกเท้าเหยียดยาวขึ้นไปพาดบนโต๊ะกลาง
ดึกแล้วคงไม่มีใครเห็น เธอคิด  แต่ผิดคาดเพราะมีเสียงถามว่า 

   “ใครมาส่งล่ะวันนี้ กลับเสียดึก”

   คุณมัทนา มารดาเลี้ยงในชุดคลุมเรียบร้อยถามขึ้นมา  วสุดา ลดขาที่วางพาดโต๊ะลง 

   “นายบรรจบค่ะ  คุณ” วสุดาตอบ เธอมักจะเรียกมารดาเลี้ยงของเธอสั้น ๆ ว่า คุณ

   “เห็นบอกกับแม่อยู่เหมือนกันว่าจะไปรับ  ทะเลาะกันเหรอ”

   วสุดา ส่ายหน้า

   “จะให้พูดว่าไงดีคะ   คนอะไรน่าเบื่อเป็นที่สุด คิดเข้าข้างตัวเองตลอดเวลา  จุ้นจ้านเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเหลือเกิน  ขนาดวันนี้พูดตรง ๆ เลยนะคะ”

    คุณมัทนา ถอนหายใจ  วสุดามีขีดจำกัดในความอดทนต่ำมาก  เป็นนิสัยที่แตกต่างจาก สุนิสา ผู้เป็นพี่สาวอย่างสิ้นเชิง  เธอไม่ได้เป็นคนเลี้ยงดูวสุดาตั้งแต่เด็ก  เพราะวสุดาถูกนำไปเลี้ยงโดยมารดาเมื่อตอนที่คุณทวีป แยกทางกับภรรยาเก่า ก่อนที่จะมาแต่งงานใหม่กับเธอ ในช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกัน นิสัยของวสุดาที่คุณมัทนาเห็นอย่างชัดเจน ภายใต้ใบหน้าที่งดงาม ชวนตลึงหลงของ วสุดา คือความเป็นคนมีอารมณ์ขัน มากพอๆ กับความใจร้อน ไม่แคร์ใคร   

   “รู้ไหมคะ นายนั่นเขาทำยังไง  เขาไปสั่งให้รถที่จอดรอดา ออกไปก่อนเลย เพราะเขาจะเป็นคนมาส่งดาเอง  แถมยังมีหน้ามาบอกดาด้วยว่า เขายินดีที่จะไถ่ถอนบ้านนี้ให้ดา  ถ้าดาตกลงแต่งงานกับเขา  พอดาปฏิเสธ เขาก็บอกให้ดาใจเย็น ๆ มาคิดดูใหม่เสียก่อน  เพราะถ้าดาปฏิเสธเขาก็จะหาทางบีบบังคับทุกทางให้ดาตกลงให้ได้  สิ่งแรกที่เขาจะทำคือให้ลุงเขาไล่ดาออกจากงานที่ทำอยู่ที่โรงแรม ด้วยเหตุผลอะไร รู้ไหมคะ ?  เขาไม่ต้องการให้ว่าที่ภรรยาเขาทำงานที่โรงแรมค่ะ … โอ้ย ..ดาจะบ้าตาย ต้องพูดภาษาอะไรกับเขาคะนี่ ถึงจะได้ฟังคำว่า ไม่  รู้เรื่อง”
 
      ฟังวสุดาเล่าแล้ว คุณมัทนา ถึงกับยิ้มอย่างขำ ๆ บรรจบ สินสมบัติ เป็นผู้ชายคนเดียวที่วสุดายังสลัดเขาไปไม่ได้  เหตุผลหนึ่งก็คือ เขาเป็นคนที่คุณมัทนาเอ่ยปาก หยิบยืมเงินมาใช้บ่อย ๆ ในเวลาที่ วสุดา เงินขาดมือ  ส่วนอีกผลหนึ่ง ก็เพราะ บรรจบ เป็นผู้ชายที่หลงตัวเองเป็นที่สุด  เขาไม่คิดว่า ด้วยรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติที่เขามี  ผู้หญิงที่เป็นม่ายลูกสอง และขาดเงินอย่าง วสุดา จะปฏิเสธเขาได้ในขณะที่ ผู้หญิงอื่น ๆ ในจังหวัด แทบจะตบกันตายเพียงเพื่อให้เขาสนใจ  ความเป็นคนหลงตัวเองของเขาทำให้ วสุดา หมดหนทางที่จะขจัดเขาออกไปจากชีวิตได้ นอกเสียจากเธอจะแต่งงานไปซะ  แต่วสุดา ก็ไม่มีวี่แววว่าจะแต่งงานกับใคร  ด้วยเหตุผลที่ว่า

   “แต่งไปทำไมคะ  อยู่เป็นโสดอย่างนี้แหละดี  ลูกก็มีแล้ว งานการก็มีทำ  จะหาห่วงมาผูกคอทำไม”

    ฐานะของครอบครัวคงจะไม่ทรุดลงไปมากกว่านี้หรอก ถ้าหากคุณมัทนา จะไม่มีอันต้องเข้าผ่าตัดมะเร็งเต้านม เมื่อสามปีที่แล้ว  และวสุดาเองก็มีอันต้องตกงาน เมื่อบริษัทที่เธอทำงานในตำแหน่งเลขานุการต้องปิดกิจการลง   วสุดาเป็นกำลังหลักคนเดียวในครอบครัว  ต้องหาเลี้ยงทั้งคุณมัทนา และเด็กที่กำลังกิน กำลังนอน อีกตั้งสองคน  แถมยังมีเด็กรับใช้อีกหนึ่ง ซึ่งวสุดา ยืนยันว่าต้องมี เพื่อจะได้ช่วยงานคุณมัทนาให้เบาบางลง  กว่า วสุดา จะหางานใหม่ได้ ก็ต้องเอาบ้านไปจำนองเขาไว้  มันเป็นการกู้นอกระบบ ที่ดอกเบี้ยแทบจะทำให้วสุดาน้ำตาร่วงทุกครั้งที่จ่าย หากไม่เป็นเพราะคุณมัทนาที่รักและผูกพันธ์ กับบ้านหลังนี้แล้ว  วสุดาก็คงขายมันไป แล้วซื้อทาวเฮ้าท์หลังย่อมสักแห่งอยู่แล้ว

   “หนู จะทำยังไง ถ้าหากเขาไปบอกลุงเขาให้ไล่หนูออกจากงานจริงๆ ” คุณมัทนาถาม

   วสุดาหัวเราะคิกกับคำถามนี้

   “ไม่อยากบอกให้ คุณกังวลใจเลย ที่ดาทำงานได้ทุกวันนี้ก็เพราะคุณวิทัศน์ เขากะจะเคลมดาอยู่เหมือนกัน  ไม่ต้องห่วงเรื่องที่เขาจะไล่หนูออกหรอก”

   คุณมัทนาทำตาโต  นายวิทัศน์ สินสมบัติ ก็ได้ชื่อว่าเป็นเพลย์บอยมาตั้งแต่ยังหนุ่ม มีหรือที่เธอจะไม่รู้จัก

   “อะไรกัน  ทำไมเพิ่งมาบอก ไม่ต้องไปทำมันเลยงานที่โรงแรมนั่น ลาออกซะ”  มารดาเลี้ยงพูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

   “โธ่ … คุณคะไม่เห็นจะต้องกังวลอะไร  ดาเอาตัวรอดได้หรอกค่ะ และถ้าหางานใหม่ได้  ดาก็จะออกอยู่แล้ว  ทำงานเลิกดึก ๆ อย่างนี้ ไม่มีเวลาอยู่กับ ยัยกิ่ง ตาไผ่ ดาก็ไม่ชอบนักหรอก”

   “ถ้าถึงที่สุด แม่ว่าเราน่าจะขายบ้านหลังนี้ เอาเงินใช้หนี้เขา” คุณมัทนาแนะนำ เหมือนตัดใจ
   “แต่ …”   
   “อย่าห่วงเรื่องความผูกพันธ์ หรือความรู้สึกอะไรอีกเลย  ถ้าเราหาเงินมาใช้หนี้เขาไม่ได้ บ้านก็ถูกยึดอยู่ดี”

   “ถ้า …ดาแต่งงาน”

   คุณมัทนา มองหน้าวสุดาอยู่เป็นครู่

   “มันก็เป็นทางออกที่ดี  หากหนูจะทนนายบรรจบนั่นได้ ”
   “เฮ้อ” วสุดาถอนหายใจเฮือก  “นอกจากนายบรรจบนี่แล้ว  ทำไมไม่มีผู้ชายรวยๆ รักเด็กอย่างจริงใจ มาขอแต่งงานกับดาบ้างนะ  จะกระโจนเข้าใส่เลย”

   คุณมัทนา มองลูกเลี้ยงสาวอย่างเห็นใจ  วสุดา มีโอกาสกับผู้ชายดี ๆ มากมายที่เข้ามาติดพัน  แต่เธอก็ช่างเลือก  คุณสมบัติข้อแรกก็คือเข้ากันได้ กับ กิ่งอ้อ กอไผ่  จะมีสักกี่คนที่รู้ความจริงนะว่า  เด็กทั้งคู่ไม่ใช่ลูกของวสุดา  แต่เป็นลูกของ สุนิสา  ผู้เป็นพี่สาวที่หนีหายไปไม่โผล่หน้ามาให้เห็น ตั้งแต่ถูกนายทวีปผู้เป็นบิดาได้เสียชีวิตลงกะทันหันเพราะหัวใจวาย หลังจากคุณทวีปเสียชีวิตไปหลายปีนั่นแหละ สุนิสา และวสุดา   ถึงได้กลับมาบ้านพร้อมกัน   คุณมัทนาไม่รู้ว่า สุนิสา และวสุดา ติดต่อกันตั้งแต่เมื่อไร     แต่เธอก็เต็มใจที่จะช่วยเลี้ยงดู เด็กแฝดที่มีอายุเพียงสามเดือน      หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู   สุนิสามาอยู่แค่อาทิตย์ก็เป็นฝ่ายหนีออกไปก่อนอีกครั้ง และไม่ได้ติดต่อกลับมาอีกเลย จนกระทั่งถึงวันนี้  ส่วนวสุดานั้นบอกว่า

   “ดาจะมาอยู่เลี้ยงหลานค่ะ  พี่สายกให้เป็นลูกดาแล้ว  ไว้ดามีงานทำเป็นเรื่องเป็นราวแล้ว จะจดทะเบียนรับหลาน เป็นลูกบุญธรรม”

   วสุดาเพิ่งจะจดทะเบียนรับเด็กทั้งคู่ เป็นลูกบุตรธรรมเมื่อปีที่แล้วเธอทั้งรัก ทั้งเอาใจใส่ เด็กทั้งคู่ประดุจเป็นแม่แท้ ๆ ก็ว่าได้ 

    “นอกจากเขาจะรวยและรักเด็ก แล้ว  ควรเป็นคนที่หนูรักด้วย” คุณมัทนาให้ข้อคิด 
   “งั้น … ดาขึ้นคานแน่เลยคุณ  อีกนานกว่าเจ้าชายของดาจะมาปรากฏตัว  เพราะฉะนั้นตอนนี้ ขอแค่รวยกับรักลูกของดาก็พอ”

   “ถ้างั้นก็เอาอย่างที่แม่บอก  ขายบ้านนี้ไปซะ เพราะคุณบรรจบเขาไม่ได้รักเด็กสักนิด” น้ำเสียงคุณมัทนาเด็ดขาดขึ้น

   “มันยังไม่ถึงทางตันอย่างนั้นหรอกค่ะคุณ  ดาเพิ่งจะมีทางเลือกอีกทาง เพียงแต่ทางนี้เป็นสิ่งที่ดาไม่อยากจะเลือกเหมือนกัน”     สีหน้าวสุดาลังเล ก่อนที่จะพูดต่อ

   “วันนี้มีทนายมาจากพี่ชายของคุณธวัชชัย  เขาอยากจะขอตัวกิ่งอ้อกับกอไผ่ไปเลี้ยงค่ะ”

   “แม่ไม่ยอม” คุณมัทนาพูดอย่างหนักแน่น ก็เธอเลี้ยงมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก จะยกให้ใครง่าย ๆ ได้อย่างไร

   “ดาก็ตอบปฏิเสธไปแล้วค่ะ” วสุดา รีบบอก อย่างน้อยเธอก็คิดไม่ผิด ในเมื่อคุณมัทนาก็เห็นด้วยกับความคิดนี้เช่นกัน

   “แล้วเขามาว่ายังไงละ” คุณมัทนายังสนใจ

   “เสนอเงินให้ดาค่ะ   เพราะสี่ปีที่เลี้ยงหลานเขามาคงเป็นภาระมาก  แถมยังรู้ด้วยอีกว่า เราเอาบ้านไปจำนองไว้ด้วย คงคิดว่าเรายากจนมากถึงได้เสนอเงินมาฟาดหัวให้ บ้าที่สุดเลย ลูกเราแท้ ๆ จะเลี้ยงจนหมดตัวก็ได้ ใครจะทำไม ที่ทุเรศที่สุดเลยนะคะคุณ ไม่รู้ไปได้ข่าวมาจากไหนว่าดาจะแต่งงาน คงไม่ต้องการลูกอีกต่อไป เพราะจะทำให้เป็นอุปสรรคในการสร้างครอบครัวใหม่  โธ่เอ้ย ! … ช่างไม่รู้เสียบ้าง หน้าไหนมันเข้ากับลูกดาไม่ได้ ดาก็ไม่สนหรอก”  ยิ่งพูด เสียงวสุดา ก็ยิ่งเดือดในตอนท้ายใบหน้าสวยก็พลอยบึ้งตึงขึ้นมาอีก

   กับคุณมัทนาแล้ว  วสุดาไม่เคยจะปิดบังความรู้สึก นึกคิดที่แท้จริงของเธอออกมาเลย  เพราะถือว่าคุณมัทนานั้นเหมือนกับเป็นแม่แท้ ๆ ของเธอทีเดียว

   “คุณอยากรู้เหตุผล ที่นายนั่นเขาอยากได้ลูกดาไหมคะ เขาบอกว่าจะเอาไปเป็นทายาทค่ะ เพราะนายคนที่เป็นพี่ชายนี้ เขาไม่ต้องการแต่งงานกับผู้หญิงคนไหน  คิดดูซิคะผู้ชายที่ไม่ต้องการแต่งงาน ไม่ต้องการมีครอบครัว แต่ดันอยากจะเอาเด็กไปเลี้ยง จะมีสำนึกในการเป็นพ่อคนเลี้ยงเด็กได้ยังไง ” น้ำเสียงเธอดูถูกดูแคลนแถมยังใส่ต่ออย่างหมั่นไส้อีกว่า “ ดาก็เลยแนะนำให้ไปบอกนายนั่นว่า ถ้าไม่เป็นหมันก็น่าจะแต่งงานมีลูกเป็นของตัวเองซะ จะได้ไม่ต้องมาแย่งลูกคนอื่นเขา”

   คุณมัทนายิ้มนิด ๆ วสุดาคงจะลืมไปว่า ตัวเองก็ยังเป็นโสด และก็ดูแลหลานเหมือนแม่ได้ดีแค่ไหน
   “แต่แหม… ” วสุดาจุปากส่ายหัว  “เป็นเพราะนายบรรจบนั่นแท้ ๆ ที่ทำให้ดาพลาด เผลอยื่นข้อเสนอกลับไปให้เขา… เอาเป็นว่าพรุ่งนี้เป็นวันหยุดของดา ดาอยากจะนอนตื่นให้มันสายเต็มที่ อย่าให้ใครรบกวนนะคะ”
           หญิงสาวตัดบทดื้อ ๆ หันไปหยิบ เสื้อคลุม กระเป๋ามาถือ สายตาก็สอดส่ายหารองเท้าที่เจ้าตัวสลัดออกไม่รู้กระเด็นไปทางไหน

   “หนูยื่นข้อเสนออะไรกลับไปให้เขา” คุณมัทนาถามเสียงหนัก เพราะรู้กิริยาดีว่า วสุดา ต้องการจะหลีกเลี่ยงไม่พูดถึง

   “เงินห้าสิบล้านค่ะ”  วสุดาบอก แล้วนึกขันที่คุณมัทนา ถึงกับอ้าปากค้าง

   “ถ้าเขายอมจ่าย…”

   “และต้องแต่งงานจดทะเบียนสมรสกับดาด้วย”

   ปากที่อ้าค้างของคุณมัทนาหุบลงมาอย่างเร็ว เสียงเธอเดือดร้อนขึ้นมาทันที 

   “ ถ้าเขาตกลง …”

   “คุณอย่ามาพูดให้ดาช็อกนะคะ” วสุดา แกล้งทำเสียงตกใจ ก่อนจะพูดด้วยใบหน้ายิ้มละไมว่า

“มันคงเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ เพราะดามีข้อแม้ว่า เขาต้องมาตอบตกลงด้วยตัวเองพรุ่งนี้ก่อนเที่ยง นายทนายนั่นบอกว่า เขาต้องบินไปประชุมที่ฮ่องกงพอดี คุณไม่ต้องวิตกหรอก พวกนักธุรกิจเขาไม่มาเสียเวลากับเรื่องอย่างนี้หรอก  ถ้าเขาจะเอาจริงก็คงจะติดต่อกลับมาใหม่ ซึ่งก็พ้นกำหนดที่ดาจะต้องรักษาคำพูดแล้วละค่ะ”

   ฟังน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจของ ลูกเลี้ยงสาวแล้ว คุณมัทนาก็ได้แต่ถอนใจ เตือนเบา ๆ ก่อนที่ วสุดาจะเดินออกไปว่า

   “อะไรมันก็เกิดขึ้นได้ หนูอย่างมั่นใจเกินไปนัก จากที่แม่เคยอ่านเจอ คนรวยนี่บางทีก็ทำในเรื่องที่เราคาดไม่ถึง”

   วสุดายิ้ม ทำจมูกย่น แล้วส่งจูบให้ผู้เป็นแม่เลี้ยงแทนคำพูดใดๆ

   หญิงสาวคงหลับไม่ลงเป็นแน่ถ้ารู้ว่า    ข้อเสนอนั้นจะทำให้ผู้ชายคนหนึ่งที่ยากจะรับมือได้ง่าย ๆเข้ามาพัวพันในชีวิตของเธออย่างคาดไม่ถึง

:+:+:+:+:+: