ผู้เขียน หัวข้อ: สาธิมา บทที่ 4  (อ่าน 564 ครั้ง)

PEA555

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 52
    • ดูรายละเอียด
สาธิมา บทที่ 4
« เมื่อ: มีนาคม 01, 2016, 09:07:03 PM »
บทที่ ๔
ฉันเงยหน้าขึ้นมามองคนที่เดินผ่านหน้าไป... เป็นคนที่เท่าไหร่ก็จำไม่ได้แล้ว มองดูนาฬิกาข้อมือตอนนี้เวลาสี่ทุ่ม ร่างกายรู้สึกเหนื่อยล้าจนอยากล้มตัวลงนอนบนพื้นถนน ในตลาดนัดแทบจะไม่มีคนเหลืออยู่แล้ว และนั่นก็หมายความว่าฉันจะไม่ได้พบกับพี่ช้างอย่างแน่นอน นอกจากร่างกายที่อ่อนแอจิตใจของฉันเองก็อ่อนล้าไม่ต่างกัน หรือว่าตลอดชีวิตนี้ ฉันจะไม่มีโอกาสได้เจอเขาอีก

เมื่อตอนสามทุ่มมินนี่โทรมาถามแล้วว่าฉันอยูที่ไหน ฉันก็บอกกับเพื่อนว่าไม่ต้องเป็นห่วงกำลังทำธุระอยู่ อย่างน้อยมินนี่ก็ยังเป็นห่วงฉันเหมือนกัน เวลาสองชั่วโมงที่ฉันยืนมองหาเขามันช่างนานแสนนาน คิดแล้วก็เจ็บใจตัวเอง ถ้าตอนที่เห็นเขาแล้วฉันรีบมาดักที่ทางออก ป่านนี้คงจะได้พบกันแล้ว โชคชะตาจะเล่นตลกกับฉันไปถึงไหน

ฉันเรียกรถรับจ้างมาส่งที่โรงแรมเพื่อกลับมาพักผ่อน นึกปลอบใจตัวเองว่าหัวหินไม่ได้กว้างใหญ่ไพศาล บางทีพรุ่งนี้ฉันอาจจะได้เจอกับเขาก็ได้ ฉันลงจากรถรับจ้างและจ่ายเงินก่อนจะเดินเข้าไปในโรงแรม ภาพของโรงแรมที่มองเห็นในตอนนี้แตกต่างไปจากที่ได้เห็นในตอนกลางวันราวกับเป็นคนละสถานที่ บรรยากาศค่อนข้างชวนฝัน จนฉันคิดไปว่าถ้าได้เจอเขาแล้วพากันมาที่นี่คงจะดีไม่น้อยเลยทีเดียว

แสงไฟสว่างที่เปิดจากขอบสระด้านในสะท้อนผ่านน้ำลงมาที่พื้นสระสีฟ้าสดใสทำให้เกิดภาพที่สวยงามอย่างประหลาด ฉันรู้สึกเหมือนมองเห็นของเหลวสีฟ้าที่เรืองแสงด้วยตัวเองในสระ ส่วนที่อยู่เหนือขึ้นมาจากสระน้ำถูกแสงนวลสีทองส้มจากหลอดไฟที่ติดเอาไว้ตามจุดต่างๆสะท้อนกับอาคารกลายเป็นแสงสีทอง ฉันเดินเข้าประตูมาทางด้านซ้าย ยิ้มทักทายพนักงานของโรงแรมก่อนที่จะเดินอ้อมไปทางขวาตามแนวโค้งของสระน้ำ
น้ำในสระกระเพื่อมยามที่มีลมพัดทำให้เกิดประกายสีฟ้าระยิบระยับ สวยงามจนอดที่จะนั่งลงเพื่อชื่นชมไม่ได้ จากจุดที่นั่งลงตรงนี้เมื่อมองขึ้นไปยังตัวอาคารจะอยู่ตรงกับห้องที่พวกเราพักพอดี และถ้ามองผ่านสระว่ายน้ำออกไปทางรั้วของโรงแรมก็จะมองเห็นด้านนอกที่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนั่งประจำการอยู่ นั่นแสดงว่าจากระเบียงห้องพักของพวกเราสามารถมองออกไปยังบริเวณด้านนอกของโรงแรมได้

ถ้าเป็นเวลาปกติฉันคงอ้อยอิ่งนั่งชื่นชมความสวยงามของสภาพแวดล้อมอีกนาน แต่ตอนนี้บรรยากาศที่สวยงามไม่สามารถทำให้ฉันรู้สึกสบายใจได้ ฉันเดินกลับมาที่ห้องพักและพบว่าส้มโอแต่งชุดนอนเตรียมพร้อมจะเข้านอนแล้ว ส่วนมินนี่กำลังทาครีมก่อนนอน ทั้งสองคนแสดงความสงสัยออกมาทางใบหน้าเรื่องที่ฉันไม่ยอมกลับมาพร้อมกัน และเป็นมินนี่ที่เก็บความสงสัยเอาไว้ไม่ได้

“จอยทำไมกลับมาช้า” ฉันรับรู้ถึง “ความอยากรู้อยากเห็น” มากกว่า “ความห่วงใย”

“ฉันเจอพี่ช้าง” ฉันตอบมินนี่ไปตามความจริง มินนี่รู้เรื่องพี่ช้างเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่เพื่อนของเธอแสดงความสนใจฉัน ตอนนั้นมินนี่มาทาบทามแต่ฉันปฏิเสธและเล่าเรื่องพี่ช้างให้เธอฟัง

“พี่ช้างคนที่จอยเคยเล่าให้ฟังเหรอ...จอยเจอเขาแล้วเหรอ” เพื่อนคนสวยแสดงความตื่นเต้น ส่วนส้มโอก็นั่งฟังอยู่เงียบๆ

“แค่เห็นเขาเดินผ่านหน้าไป แต่พอฉันเดินตามหาก็...ไม่เจอเขา” ฉันบอกออกไป

“ส้มโอเชื่อรึเปล่า จอยเขารักผู้ชายที่ชื่อพี่ช้างมาตั้งนานไม่เคยสนใจคนอื่นเลย...หกปีได้มั่ง” มินนี่เล่าเรื่องฉันให้ส้มโอฟัง ท้ายประโยคก็หันกลับมาถามฉัน

“สิบปี...” ฉันตอบออกไป สังเกตุเห็นว่าส้มโอทำหน้าประหลาดใจที่ได้รู้เรื่องนี้

“มินนี่อยากรู้ ทำไมจอยถึงรักเขาขนาดนี้”

ฉันทบทวนคำถาม เหตุผลต่างๆที่ทำให้ฉัน “รอ” เขามานานกว่าสิบปีมันแจ่มชัดอยู่ในใจอยู่แล้ว เขาดีกับฉัน เขาคอยเอาใจใส่ คอยช่วยเหลือ และที่สำคัญ เขาเป็นผู้ชายคนแรกและคนเดียวที่ได้ครอบครองร่างกายและหัวใจของฉัน

“เขาดีกับฉัน...” ฉันบอกเบาๆ บางทีเรื่องบางเรื่องเราก็ไม่ควรที่จะบอก

“แค่นี้เหรอ...น่าจะมีอะไรมากกว่านี้นะ” มินนี่ไม่เชื่อและซักต่อโดยไม่สนใจความรู้สึกของฉัน

“เขาเคยปกป้องฉัน...” ฉันนึกถึงเรื่องที่เขาปกป้องฉันจากการถูกน้องสาวของเขารังแก ตอนที่ฉันหยิบดิกชินนารี่เล่มเล็กของคุณนกมาเปิดดูจนถูกกล่าวหาว่าลักขโมย เขาบอกว่าตนเองเป็นคนใช้ให้ฉันมาหยิบไปให้เขา “เขาเคยให้ของที่ฉันอยากได้ด้วย” ฉันพูดต่อ นึกถึงดิกชินนารี่อีกเล่มที่เขาเคยให้กับฉันไว้

“พี่ช้างเขาเคยจูบจอยรึเปล่า” มินนี่ถามตรงๆ

“ฉันไปอาบน้ำก่อนดีกว่า” ฉันตัดบทและเดินเข้าห้องน้ำก่อนที่จะต้องตอบคำถามของมินนี่ไปมากว่านี้

สายน้ำเย็นช่ำที่ไหลลงมากระทบกับร่างเปลือยของฉัน ชำระล้างสิ่งสกปรกต่างๆบนร่างกายให้หลุดออกไปและทำให้ร่างกายของฉันสะอาดขึ้นอีกครั้ง ถ้าหากว่าสายน้ำสามารถชำระล้างจิตใจของฉันได้ก็คงดี ฉันอยากลืมผู้ชายคนนั้น คนที่ทิ้งฉันไว้กับความทรงจำอันแสนหวาน แต่ทำให้ปวดร้าวจนสุดบรรยาย

ฉันเช็ดเส้นผมสั้นบนหัวด้วยผ้าเช็ดตัว ก่อนจะเสื้อยืดกางเกงขาสั้นและเตรียมตัวเข้านอน ส้มโอเอนหลังอยู่บนมุมซ้ายของเตียงและอ่านหนังสือวิชาการ ไม่รู้เรื่องอะไรเห็นแต่รูปคนท้อง คงเพิ่งจะแวะซื้อมาเพราะเห็นถุงของร้านขายหนังสือวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง หน้าตาของส้มโอดูเคร่งเครียยังกับอ่านเตรียมสอบ

ส่วนมินนี่กำลังวางแผนว่าจะใส่เสื้อผ้าชุดไหนวันพรุ่งนี้ เธอเปิดกระเป๋าและเลือกชุดที่เตรียมมา “จอยว่าชุดไหนดี” เพื่อนสาวคนสวยหันมาถามความคิดเห็นจากฉัน

“เสียเวลาเลือกทำไมคุณมธุรดา...เธอใส่ชุดไหนก็สวยอยู่แล้ว” ฉันหยอกมินนี่กลับเพราะไม่รู้จะออกความเห็นอย่างไร

“พรุ่งนี้เราต้องถ่ายรูปกับฉากหลังโบราณๆ เอาชุดนี้ดีกว่า” มินนี่สรุปเองเมื่อฉันไม่ได้ออกความเห็น เธอหยิบเสื้อลูกไม้สีชมพูสดและกางเกงสีขาวจากกระเป๋าเพื่อเตรียมแขวนไว้ในตู้อย่างบรรจง “สวยไหมส้มโอ” ประโยคท้ายหันไปถามคนนอนอ่านหนังสืออยู่

ส้มโอละสายตาจากหนังสือและหันมาพิจารณาชุดที่เพื่อนเลือก “สวยจ๊ะ”

“พวกเรารีบนอนกันเถอะ พรุ่งนี้จะได้ตื่นเช้าๆเผื่อเจอคุณอาทที่ห้องอาหาร”มินนี่กล่าวพลางก้าวขึ้นไปกลางเตียง

ส้มโอวางหนังสือลงบนโต๊ะข้างเตียง และครุ่นคิดถึงอะไรบางอย่างก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอเอนตัวลงนอนบนเตียง ฉันรู้ว่าส้มโอมีเรื่องไม่สบายใจ แต่ก็รู้สึกเหนื่อยเกินกว่าที่จะมาหาคำตอบจึงก้าวขึ้นไปบนด้านขวาของเตียงและเอนตัวลงนอนบ้าง อดไม่ได้ที่จะภาวนาขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยดลใจให้พี่ช้างไปเที่ยวที่เดียวกับพวกเราในวันพรุ่งนี้ ถ้าหากได้เจอเขา ฉันจะกอดเขาให้สมกับที่รอมานาน

เสียงกิ่งไม้เสียดสีกันเพราะลมพัดจากฝั่งออกไปในทะเลฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะร่างกายรับรู้ถึงการเคลื่อนไหว เมื่อสายตาปรับกับความมืดได้แล้วฉันก็มองเห็นว่าส้มโอลุกออกจากเตียงและเดินเข้าห้องน้ำไป คิดในใจว่าส้มโอคงนอนไม่หลับเหมือนกับฉัน แต่เหตุผลคงจะเป็นเพราะอดีตแฟนที่โทรมากวนใจ หรือไม่ก็เป็นเพราะหนังสือที่อ่านก่อนนอน

ฉับหลับตาลงและพยายามข่มตาให้ตัวเองหลับแต่เสียงกุกกักที่ดังมาจากมุมห้องทำให้หลับไม่ลง ฉันมองไปที่ต้นเสียงและรู้สึกแปลกใจที่เห็นว่าส้มโอเปลี่ยนเครื่องแต่งกายจากชุดนอนมาเป็นเสื้อเชิ้ตกางเกงยีน เหมือนกำลังจะออกไปข้างนอก และฉันก็คาดไม่ผิด ส้มโอหิ้วกระเป๋าถือและค่อยๆเปิดประตูห้องก่อนจะเดินออกไปอย่างเงียบกริบ

ฉันนอนมองจนส้มโอปิดประตูและหันไปดูนาฬิกาที่หัวเตียง “ตีหนึ่งแล้ว...ส้มโอจะไปไหน” ความอยากรู้อยากเห็นทำให้ฉันลุกลงมาจากเตียงและเดินออกไปที่ระเบียง ฉันมองเห็นด้านหลังของส้มโอที่กำลังเดินออกไปด้านนอกของโรงแรม พอออกไปด้านนอกผู้ชายผมยาว รูปร่างสูงก้าวเข้าไปหาส้มโอ เขาจับมือของหญิงสาวไว้และพูดอะไรบางอย่าง จากภาษากายที่เห็นฉันคิดว่าคงขอบคุณที่ส้มโอลงมาพบ

ฉันมองดูทั้งสองคนด้วยความสนใจ อยากรู้จังว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไป แล้วทำไมต้องลอบมาพบกันตอนดึกขนาดนี้ ไม่นานเท่าไร ฉันก็เห็นว่านายป๋องติดเครื่องจักรยานยนต์และพาส้มโอออกไปจากบริเวณหน้าโรงแรม หลายๆอย่างผุดขึ้นมาในหัวของฉันเกี่ยวกับเหตุผลที่ส้มโอออกไปกับนายป๋อง จะมีเหตุผลสักกี่อย่างที่หญิงชายผู้ซึ่งเคยมีสถานะ “คนรัก” พากันออกไปอยู่ตามลำพังตอนตีหนึ่ง

ฉันถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย มันปะปนกันระหว่างความประหลาดใจ ความผิดหวัง หรือ...ฉันเองก็ไม่แน่ใจ มุมมองของฉันที่มองส้มโอผิดไปหมดเลยหรือนี่ ภายนอกเธอดูเป็นผู้หญิงแสนดีไร้เดียงสา แต่ในความเป็นจริงเธอกลับมีพฤติกรรมที่แตกต่างจากภาพลักษณ์โดยสิ้นเชิง หรือเพราะว่าส้มโอยังตัดใจจากนายป๋องไม่ได้ จึงยอมไปมีอะไรกับเขาทั้งที่รู้ว่าเขายังมีหญิงอื่นอยู่ทั้งคน
 
แล้วที่ส้มโอเคยบอกว่าตนเองยอมเสียสละและต้องการให้นายป๋องรับผิดชอบน้องนักศึกษาฝึกงานล่ะ สิ่งที่พูดกับสิ่งที่ทำมันช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง บางทีตอนนี้ส้มโออาจจะกำลังวางแผนที่จะแย่งนายป๋องกลับมาก็ได้ ถึงตอนนั้นเธอจะพูดว่าอย่างไร อาจจะบอกว่า “ฉันหลีกทางให้แล้ว...แต่นายป๋องกับผู้หญิงคนใหม่ไปกันไม่ได้เอง” ภาพพจน์ของเธอช่างเป็นผู้หญิงที่แสนดีเหลือเกิน

ฉันมองนาฬิกาข้อมือและรับรู้ว่าตอนนี้เป็นเวลาเกือบตีสาม ยังไม่เห็นวี่แววว่าส้มโอจะกลับมาเสียที ตอนนี้ทั่วทั้งบริเวณเงียบสงัด ฉันเดินกลับมาที่เตียงนอนและเอนหลังลงบนเตียง อยากรู้ว่าเมื่อไรส้มโอจะกลับมา อยากรู้ด้วยว่าส้มโอจะทำหน้าอย่างไรถ้ารู้ว่าสิ่งที่เธอทำไม่ได้เป็นความลับอีก
ฉันหันไปมองมินนี่ที่กำลังหลับสนิท มินนี่หลับตาพริ้มอย่างมีความสุข บางทีเธออาจจะกำลังฝันถึงนายอาท ผู้ชายที่เธอหมายปอง ฉันหาวออกมาทีหนึ่งก่อนหลับตาลงด้วยความอ่อนเพลีย สงสัยว่าตัวเองคงจะฝืนร่างกายเพื่อรอส้มโอต่อไปไม่ไหว บางทีตอนนี้ส้มโออาจจะนอนหลับอยู่ในอ้อมกอดของนายป๋องแล้วก็เป็นได้

“จอย ตื่นเถอะ” เสียงเรียกของเพื่อนปลุกฉันให้ตื่นขึ้นมา พอลืมตามองก็เห็นมินนี่กำลังเขย่าตัวฉันอยู่ มองไปที่มุมซ้ายของเตียงก็พบว่าส้มโอกำลังนอนหลับอยู่ในชุดนอน ทุกอย่างดูปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฉันทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานที่ตั้งแต่ตอนที่ส้มโอออกไปกับนายป๋อง สุดท้ายฉันก็คงเผลอหลับไป เลยไม่ได้เห็นหน้าส้มโอตอนกลับเข้ามาที่ห้อง

ฉันเดินไปที่อ่างล้างหน้าเพื่อแปรงฟัน มินนี่เข้าไปปลุกส้มโอที่หลับสนิทบนที่นอน “สองคนนี่ทำไมขี้เซากันจัง สงสัยมินนี่ลงไปไม่ทันคุณอาทแน่ๆ” เพื่อสาวแสนสวยพูดออกมาด้วยความประหลาดใจพลางแต่งตัวด้วยชุดสวยที่เลือกเอาไว้

ฉันมองเห็นส้มโอลืมตาตื่นและเตรียมตัวอาบน้ำ หญิงสาวหันมายิ้มทักทายและลงมือทำธุระส่วนตัว ฉันรู้สึกว่าตัวเองขัดเขินและวางตัวไม่ถูกกับเพื่อนใหม่คนนี้ มันเหมือนกับว่าเกิดความรู้สึกหวาดระแวงและไม่ไว้ใจ...สิ่งที่ส้มโอพูดจะเชื่อถือได้หรือไม่ บางทีการคบกับคนอย่างมธุรดา หรือมินนี่ ก็ง่ายกว่าการคบกับคนอย่างส้มโอ เพราะอย่างน้อย สิ่งที่มินนี่แสดงออกมากับสิ่งที่อยู่ในใจก็เป็นสิ่งเดียวกัน
 
กว่าที่พวกเราจะอาบน้ำแต่งตัวกันเสร็จก็ปาเข้าไปแปดนาฬิกาสามสิบนาที มินนี่แสดงอาการงอนฉันกับส้มโอเมื่อลงมาทานอาหารเช้าและพบว่านายอาท กับคณะออกจากโรงแรมไปแล้ว ฉันตักข้าวผัด ไส้กรอก ไข่ดาวและเทกาแฟสำหรับมื้อเช้าในขณะที่ส้มโอเลือกข้าวต้มกับผลไม้ “เห็นไหม...คลาดกันจนได้ เพราะพวกเธอสองคนที่ตื่นสาย” มินนี่วางจานสลัดผักลงบนโต๊ะอย่างเซ็งๆก่อนที่จะเดินไปตักอาหารอย่างอื่น

“จอยไม่สบายรึเปล่า ดูเพลียๆนะ” ส้มโอมองหน้าฉันและถามออกมา

“ฉันนอนไม่หลับน่ะ” เสียงตัวเองตอบคำถามกลับไป สิ่งที่ได้เห็นคือรอยยิ้มละไมจากพยาบาลสาว การแสดงใบหน้าใสซื่อแบบนั้นคงจะต้องผ่านการ “ฝึกฝน” มาอย่างแน่นอน ส้มโอไม่สะดุดใจหรืออย่างไรที่ฉันบอกว่านอนไม่หลับ เธอไม่กลัวว่าความลับของตัวเองจะถูกล่วงรู้หรืออย่างไร
 
“ส้มโอก็ดูเพลียๆนะ” ฉันคิดว่าคำถามของฉันคงทำให้เธอสะกิดใจบ้าง

“เพิ่งหลับไปตอนตีสี่กว่าๆ” หญิงสาวตอบกลับมา

ฉันยิ้มนิดๆ ไม่อยากที่จะต่อความยาวสาวความยืดอะไรกับส้มโอ ปล่อยให้เธอเข้าใจว่าความลับของเธอยังเป็นความลับต่อไป ฉันหันมาสนใจอาหารเช้าตรงหน้าแทน คิดในใจว่าอย่าไปสนใจเรื่องของส้มโอเลย สนใจเรื่องของตัวเองดีกว่า ถ้าหากวันนี้โชคดีบางทีอาจจะได้เจอคนที่กำลังตามหาอยู่

“วันนี้เราจะไปที่ “...” มินนี่เอ่ยชื่อสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งก่อนที่จะวางน้ำผลไม้ลงบนโต๊ะ ฉันรู้สึกว่าความสดใสของมินนี่ลดลงไปมากเมื่อไม่ได้พบชายหนุ่มคนนั้น หรือว่าเธอคงจะตกหลุมรักเขาเข้าแล้ว

พวกเราเดินทางโดยรถตู้ของโรงแรมมุ่งสู่จุดหมายที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่จำลองบรรยากาศเก่าๆ ประมาณในช่วง พ.ศ. ๒๔๙๙ เอาไว้ให้กับคนรุ่นหลังได้ชม ป้ายบอกชื่อสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นจุดหมายของพวกเราทำด้วยแผ่นไม้และสังกะสีเก่าๆ มองดูเป็นสีน้ำตาลเหมือนกับผนังของบ้านในสมัยก่อน นักท่องเที่ยวหลายคนพากันมาออเพื่อรอถ่ายรูปกับป้ายด้านหน้าเหมือนกับต้องการภาพเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่ามาถึงที่นี่แล้วจริงๆ
เสื้อลูกไม้สีชมพูสดและกางเกงสีขาวของมินนี่ช่างเข้ากับฉากหลังเป็นอย่างดี ฉันจะเป็นผู้ถ่ายภาพให้กับมินนี่และส้มโอเป็นส่วนมาก สำหรับมินนี่แล้วความหงุดหงิดที่ไม่ได้พบกับนายอาทในห้องอาหารมลายหายไปเมื่อโพสท่าถ่ายรูป เธอมีความเป็นมืออาชีพในการโพสท่าอย่างมาก จนฉันยังเคยคิดเลยว่ามินนี่น่าจะไปทำอาชีพเป็นนางแบบมากกว่าที่จะเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน

ส่วนพยาบาลสาวแสนดีอย่างส้มโอ วันนี้ฉันรู้สึกว่าเธอสดใสกว่าเมื่อวาน ดูไม่มีความกังวลหรือวุ่นวายใจ ไม่แอบไปคุยโทรศัพท์หรือทำอะไรที่ดูลับๆล่อๆอีก สิ่งที่เธอได้ “ทำ” ไปเมื่อคืนที่ผ่านมา คงจะทำให้ส้มโอสบายใจมากขึ้น ฉันอดเดาไม่ได้ว่า บางทีนายป๋องอาจจะตัดสินใจทิ้งภรรยาเด็กกลับมาหาคนรักเก่าก็ได้ ดูจากสีหน้าร่าเริงสดใสของส้มโอแล้ว สมมุติฐานของฉันน่าจะมีมูลความจริง

พอเข้ามาด้านในที่มีการจัดสถานที่ให้เหมือนกันอาคารบ้านเรือนสมัยก่อนโดยสร้างเป็นกลุ่มอาคารไม้ที่ปลูกเชื่อมต่อกันสองชั้น และในตึกไม้เก่าๆ จะมีการตกแต่งบรรยากาศให้เหมือนกับในอดีต โดยจัดขึ้นมาเป้นร้านต่างๆ ร้านแรกคือร้านขายกาแฟ ฉันรู้สึกว่าด้านในยังมีคนอยู่ค่อนข้างมากจึงชวนให้มินนี่กับส้มโอแวะพักที่ร้านกาแฟแห่งนี้ก่อน พวกเราสั่งเครื่องดื่มและนั่งลงที่โต๊ะมองไปยังผู้คนที่เดินผ่านไปมา

ท่ามกลางฝูงชนที่เบียดเสียด สายตาของฉันก็ไปกระทบกับใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มรูปร่างสูงที่กำลังเดินเข้าไปในร้านกาแฟ จากมุมที่พวกเรานั่งอยู่เขาจะมองไม่เห็นถ้าหากไม่หันมาดูทางขวา แต่ฉันมองเห็นเขาถนัดตา ชายหนุ่มเดินเข้าไปสั่งกาแฟในร้านและยืนรออยู่ที่นั่น ฉันจ้องมองอีกครั้งให้แน่ใจก่อนจะอุทานในใจเบาๆ “พี่ช้าง”

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 01, 2016, 09:10:14 PM โดย PEA555 »

PEA555

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 52
    • ดูรายละเอียด
Re: สาธิมา บทที่ 4
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มีนาคม 02, 2016, 05:21:36 PM »
ผ่านไปแล้ว 1 เดือน เขียนได้ 4 บทเอง ที่เหลืออีกสองเดือนจะต้องเขียน 21 บท หรือประมาณสามวันต่อหนึ่งบท  :'( :'( บทหน้าตัวเอกจะได้เจอพี่ช้างแล้วนะครับ ยังไม่รู้เลยจะเขียนออกมายังไง

lung_tom

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 384
    • ดูรายละเอียด
Re: สาธิมา บทที่ 4
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มีนาคม 04, 2016, 06:45:44 PM »
เขียนบทละ 2-3 วัน กำลังดีนะคะคุณพี จบอยู่แล้วล่ะ สู้ๆค่ะ  ;) ;)

ตามฝัน

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 123
    • ดูรายละเอียด
Re: สาธิมา บทที่ 4
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มีนาคม 16, 2016, 12:34:22 AM »
ตามมาอ่านต่อ