ผู้เขียน หัวข้อ: เขียนใจ...ทำนายรัก บทที่ 3  (อ่าน 583 ครั้ง)

รัญชิดา

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 234
    • ดูรายละเอียด
เขียนใจ...ทำนายรัก บทที่ 3
« เมื่อ: มีนาคม 04, 2016, 12:10:04 AM »
บทที่ 3

   โหราวางแก้วน้ำลงอย่างใจเย็น ข้าวในจานหมดเกลี้ยง แต่ชายหนุ่มไม่สามารถระบุได้ว่ารสชาติของมันเป็นอย่างไร เพราะเรื่องราวความรักที่ฟังระหว่างนั้นมันขมปร่า...คิดแล้วก็อยากบุกไปตำหนักเจ้าแม่แล้วดึงร่างทรงคนสวยมากอดแน่นๆ ปลอบประโลมให้สมกับที่เธอต้องเผชิญกับความเจ็บช้ำในอดีต...แม่ปลาตะเพียนที่น่าสงสาร

   ดูเหมือนรักเก่าของร่างทรงสาวจะเศร้าสลดกว่าที่เขาคิดเอาไว้ มันไม่ใช่แค่ความแตกต่างทางฐานันดรหากแต่มันคือพล็อตสุดระทมตรมใจที่รวมความดราม่าเอาไว้อย่างเข้มข้น ครอบครัวผู้ชายไม่ยอมรับ ซ้ำยังปฏิเสธแบบไร้เยื่อใย ผู้หญิงช่างฝันคนหนึ่งต้องเผชิญกับความจริงที่โหดร้าย หัวใจถูกย่ำยี ศักดิ์ศรีโดนเหยียดหยาม แล้วจู่ๆ ไอ้หมอนั่นมันกลับมาป้วนเปี้ยนกับตะเพียนทองอีกทำไมทั้งๆ ที่มันก็มีแพรพิไลอยู่แล้ว

   “คราวนี้ก็ถึงตาแกเล่าแล้วล่ะโหร” จันทน์กะพ้อบอกเสียงเรียบ นอกจากนั่งฟังเงียบๆ แล้วเจ้าของสวนดอกไม้ก็ยังไม่ได้ออกความเห็นอะไร ที่ได้ยินได้ฟังล้วนมาจากปากเพลินตะวันทั้งสิ้น

   “ไอ้หมอนั่นกำลังจะหมั้นกับลูกพี่ลูกน้องฉัน” สีหน้าพี่น้องดูตกใจ แต่เดาไม่ได้ว่าตกใจที่ชวินจะหมั้นหรือตกใจที่ว่าที่คู่หมั้นของชวินเป็นญาติของเขากันแน่ “ฉันก็ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้มีเบื้องหลังยังไง แต่จากที่ฟังอาพิศเล่าแล้ววิเคราะห์ออกมาฉันว่ามันดูแปร่งๆ”

   โหราถ่ายทอดสิ่งที่ได้รู้จากปากของอาสะใภ้อย่างไม่ตกหล่นเลยสักประโยคเดียว หากไม่นับว่าชวินเป็นคนรักเก่าของตะเพียนทองแล้ว ยังไงเสียเรื่องนี้เขาก็ปล่อยให้ผ่านเลยไปไม่ได้ แพรพิไลเป็นน้องสาวของเขาคนที่จะมาเป็นคู่ชีวิตของเธอจะต้องประวัติสะอาดพอควร อย่างชวินนี่ขนาดไม่ได้อคติเขาก็ยังคิดว่าไอ้หมอนั่นมันกระดำกระด่างพอตัว

   “ถ้าเป็นผู้หญิงก็คงถูกนินทาว่าเอาเต้าไต่ แต่แบบนี้คนที่เสียหายยังไงก็เป็นยัยแพรวันยันค่ำ”

   “ฉันก็ไม่ได้สนใจเรื่องของพี่วินหลังจากเลิกกับตะเพียนซะด้วย มัวห่วงแต่เพื่อน ตอนนั้นตะเพียนเสียใจหนักมากจริงๆ ถึงตอนนี้ฉันว่าลึกๆ แล้วยัยนั่นก็ยังเสียใจอยู่” เพราะรู้จักกันมาตั้งแต่อยู่ในท้องมีหรือที่เพลินตะวันจะไม่รู้ว่าเพื่อนรู้สึกยังไง

   “เท่าที่ฟังดูก็ไม่น่าไว้ใจจริงๆ นั่นแหละ” เกษตรตำบลผู้เคยถูกคนรักทรยศเปรยขึ้นก่อนหันไปบอกกับคนรักปัจจุบัน “อืม...ผมกลับเรือนก่อนดีกว่า พรุ่งนี้มีประชุมตอนเช้า เดินไปส่งหน่อยสิคุณ”

   เพลินตะวันมองหน้าคนพูดอย่างสงสัย ปกติสักวาไม่ใช่ผู้ชายขี้อ้อน ทุกคืนก็เดินกลับคนเดียวได้ คืนนี้นึกไงขึ้นมา หญิงสาวเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

   “คืนนี้ดาวสวย” คำตอบของเกษตรหนุ่มทำให้หญิงสาวกัดริมฝีปากล่างข่มความเก้อเขิน ไม่กล้ามองไปทางสองหนุ่มที่เหลือ ถ้าเดาไม่ผิดก็คงเตรียมง้างปากจะล้อเธออยู่นั่นแหละ ทางที่ดีรีบหนีจะดีกว่า เพลินตะวันหยิบถุงขนมปังสังขยาของโปรดติดมือมาด้วย อีตาเกษตรหวานี่ก็อะไรไม่รู้ เขาคุยกันเครียดๆ ดันชวนไปเดินดูดาวซะได้ บ้าจริงเชียว

   หนุ่มสาวลงบันไดและเดินเลาะไปตามทางเดินข้างๆ เรือนของจันทน์กะพ้อ นับตั้งแต่สักวากับเพลินตะวันคบหากันทางเดินระหว่างเรือนที่เคยมืดมิดก็มีไฟสนามเพิ่มขึ้นมาเพื่อป้องกันไม่ให้หญิงสาวเดินเหยียบหัวงูเข้า เพราะก่อนหน้านั้นเพลินตะวันเคยย่องไปสอดแนมสักวาบ่อยๆ กระทั่งคบหากันเปิดเผย สักวาก็มีความคิดว่าควรจะติดไฟทางเดินอำนวยความสะดวกให้คนรัก

   เสียงเดินผ่านเลยเรือนไปแล้ว โหราลุกขึ้นเอาจานไปเก็บล้าง กลับมาอีกครั้งพร้อมเบียร์ขวดเล็ก 2 ขวดสำหรับตัวเองและเพื่อน ตอนนี้จันทน์กะพ้อขยับไปยืนกอดอกเอนร่างพิงระเบียงแหงนเงยมองท้องฟ้า

   “เกษตรหวาหาเรื่องพายัยเพลินไปจู๋จี๋ ฉันมายืนเล็งอยู่นี่ยังไม่เห็นเลยว่ามีดาว”

   นักเขียนหนุ่มเงยหน้ามองฟ้าตามเพื่อนแล้วหัวเราะออกมา เขาคิดว่าสักวาคงอยากเปิดโอกาสให้เขากับจันทน์กะพ้อคุยกันตามประสาผู้ชายมากกว่า ตัวเกษตรหนุ่มก็ไม่เกี่ยวข้องส่วนเพลินตะวันก็ได้ทำหน้าที่ของเธอเสร็จสิ้นแล้ว หากอยากรู้เพิ่มเติมก็คิดว่าสอบถามกันภายหลังได้ แต่เจ้าจันทน์เสียงเขียวแบบนี้โรคหวงน้องสาวกำเริบอีกแล้วสิท่า

   “กับคนที่เรารัก ต่อให้ไร้ดาว เดือนดับ เงยหน้ามองฟ้าว่างเปล่าก็มีความสุข”

   “ฉันกับชวินเป็นคู่แข่งกันมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ทางนั้นเป็นลูกชายกำนันฐานะดีมาก ผู้คนนับหน้าถือตา ส่วนฉันเป็นแค่หลานผู้ใหญ่บ้าน เราอายุเท่ากันเรียนโรงเรียนเดียวกัน ห้องเดียวกัน ถึงฉันไม่อยากแข่งขันกับหมอนั่นแต่มันก็ดูเหมือนจะเลี่ยงกันยาก”

   เงียบไปพักใหญ่ในที่สุดจันทน์กะพ้อก็เปรยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ดวงตาคมเข้มหม่นแสงลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มือหนายกขวดเบียร์ขึ้นดื่มราวต้องการให้รสขมของเบียร์ดับความขมขื่นในหัวใจ

   “แกก็รู้ว่าฉันหวงน้องใช่มั้ยโหร วินมันก็รู้เหมือนกัน”

   โหรามองเพื่อนเขม็ง รู้สึกว่าหัวใจของเขาถูกบีบขณะคาดเดาเรื่องที่เพื่อนรักกำลังจะเล่าต่อ “แกกำลังจะบอกอะไร”

   “วินมันเป็นคนที่ชอบเอาชนะและโดยเฉพาะชนะฉัน วันแรกที่รู้ว่ามันกับตะเพียนคบกันฉันยอมรับว่ากลัวมากเกินกว่าจะดีใจที่น้องมีคนรัก ตะเพียนเป็นเหมือนน้องสาวของฉัน ฉันเห็นมาตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ พวกเราสามคนโตมาด้วยกัน วินมันฉลาดพอที่จะไม่ทำอะไรยัยเพลิน แต่มันหันไปเข้าทางตะเพียน ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันรักตะเพียนจริงๆ หรือมันแกล้งรักให้ฉันเจ็บใจเล่น แต่ไม่ว่าอย่างไรสุดท้ายตะเพียนผิดหวังเสียใจ ฉันก็เสียใจไม่ต่างกันและอดสงสัยไม่ได้ว่าตัวเองเป็นต้นเหตุด้วยหรือเปล่า”

   “ไม่เอาน่า เรื่องมันผ่านมาแล้ว” โหราตบต้นแขนเพื่อนปลอบใจ ก่อนฉีกยิ้มกว้าง “ถ้าแกรู้สึกผิดขนาดนั้น แกยิ่งต้องสนับสนุนฉันให้จีบเจ้าแม่ได้สำเร็จสิ”

   “ก็พาไปตำหนักแทบจะโดยชาวบ้านประชาทัณฑ์นี่ยังไม่พออีกเหรอวะ แกไม่มีปัญญาจีบเองรึเปล่า” จันทน์กะพ้อส่ายหน้ายิ้มๆ มองเพื่อนอย่างไม่เชื่อถือก่อนแนะ “ริจะรักเจ้าแม่แกต้องอดทนและใช้ความพยายามให้มาก นี่ยังไม่นับรวมความรักที่ต้องท่วมท้นจนสวรรค์เมตตา”

   “เชื่อมือไอ้โหรเถอะว่ะ ลองว่ารักแล้วล่ะก็ต่อให้ตีฝ่าชาวบ้านเป็นกองร้อยไอ้โหรจะไม่ถอยเลยซักก้าว แกคอยดู”

   จันทน์กะพ้อยิ้มพลางยกเบียร์ขึ้นดื่ม เส้นทางความรักของร่างทรงเจ้าแม่ตะเพียนทองไม่ง่ายราวกับโรยด้วยกลีบกุหลาบและที่ยากลำบากยิ่งกว่านั้นตลอดทั้งเส้นทางรักมันจะมีแต่หนามแหลมคมคอยเหนี่ยวรั้งและทิ่มแทงให้ต้องเจ็บปวด

   เจ้าของสวนดอกไม้เงยหน้าขึ้นมองฟ้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวล นอกจากบาดแผลความรักจากอดีต กำแพงศรัทธาของชาวบ้าน ก็ยังมีความลับสุดยอดของร่างทรงคนสวย ความลับที่หากเลือกได้จันทน์กะพ้อก็ขอเก็บไว้กับตัวและปล่อยให้มันตายไปพร้อมเขา



   โหรายังคงช่วยจันทน์กะพ้อทำงานเหมือนเดิม หน้าที่ของนักเขียนหนุ่มคือเก็บบัวและไม้ดอกชนิดอื่นๆ ตามแต่จะมีออร์เดอร์เข้ามา หลังจากกลับมาร้อยบุญคราวนี้เขาก็ติดต่อกับญาติผู้น้องบ่อยขึ้น ได้รับฟังทุกเรื่องราวของแพรพิไลจากปากเจ้าตัวเอง และสรุปได้โดยไม่ต้องจินตนาการต่อว่าเจ้าหล่อนหลงว่าที่คู่หมั้นพอสมควร

   เขาพยายามลำดับเรื่องราว หากเป็นอย่างที่จันทน์กะพ้อเล่าก็สรุปได้อย่างไม่ต้องคิดเลยว่านายชวินคนนี้ใช้ไม่ได้ แต่เขาจะทำอย่างไรให้น้องสาวตาสว่างได้ล่ะ ตะเพียนทองเองก็เถอะเธอจะรู้มั้ยว่าคนรักเก่าที่ตีหน้าแสนดีในวันนั้น ได้ซ่อนเขี้ยวเล็บไว้ซะมิดเม้น ฮึ! ว่างๆ จะไปหางั้นเหรอ ถามไอ้โหรก่อนเถอะว่ายอมให้ไปหาเจ้าแม่ที่รักถึงตำหนักหรือเปล่า

   “ไอ้โหร...กลับบ้านกันเถอะ” เสียงเจ้าของสวนตะโกนดังมาจากอีกฝั่งพลางชี้ไม้ชี้มือให้ไปเจอกันที่บ้านพักคนงาน

   นักเขียนหนุ่มรวบดอกบัวที่เพิ่งเก็บได้มาถือไว้แล้วเดินไปสมทบกับเพื่อน ระหว่างทางก็ไม่ลืมหยุดหยอกล้อกับลุงคนงานที่สนิทกันดี กระทั่งเดินขึ้นไปหน้าลานบ้านพัก จันทน์กะพ้อนั่งรอที่โต๊ะม้าหินใต้ต้นหูกระจง พอเห็นเขาถือดอกบัวไปก็ย่นคิ้วมองอย่างสงสัย

   “จะเอาไปไหนวะนั่น”

   “นี่อะไร” โหรายื่นดอกบัวไปให้เพื่อนมองชัดๆ ก่อนเฉลย “ดอกไม้สวยก็ต้องเหมาะกับหญิงงาม”

   “จะเอาไปให้สาวว่างั้นเถอะ”

   “เอาไปให้ยายของสาวต่างหากล่ะ”

   “เฮ้อ...” จันทน์กะพ่อถอนใจยาวพลางกลอกตามองฟ้า ให้ตายสิ! อีกกี่ปีเขาถึงจะตามความคิดซับซ้อนของไอ้นักเขียนนี่ทัน

lung_tom

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 384
    • ดูรายละเอียด
Re: เขียนใจ...ทำนายรัก บทที่ 3
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มีนาคม 04, 2016, 07:27:39 PM »
ตบท้ายด้วยมุกดอกบัว 5555 ชอบค่ะ

รัญชิดา

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 234
    • ดูรายละเอียด
เขียนใจ...ทำนายรัก บทที่ 3 (จบตอน)
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มีนาคม 13, 2016, 12:55:38 AM »
   สองหนุ่มกลับถึงบ้านก็ตรงขึ้นไปบนเรือนใหญ่ กลิ่นกับข้าวหอมลอยออกมายั่วถึงหน้าบ้าน จันทน์กะพ้อเดินนำเพื่อนไปยังห้องครัวสถานที่ซึ่งเปรียบเสมือนอาณาจักรของป้าสีนุ่ม แล้วก็ไม่ผิดจากที่คิดไว้ ผู้เป็นป้ากำลังวุ่นวายอยู่หน้าเตา

   จันทน์กะพ้อยกนิ้วชี้แตะริมฝีปากเตือนน้องสาวไม่ให้ส่งเสียงแล้วค่อยๆ ย่องไปด้านหลังของแม่ครัวใหญ่อย่างเงียบกริบ ไม่ถึงอึดใจเสียงป้านุ่มก็โวยวายขึ้นเพราะโดนหลานชายจู่โจมเข้าจี้เอวอย่างไม่ให้ทันได้ตั้งตัว

   “ว้าย ตายแล้ว ตาเถร ยายชี พี่เบิ้มช่วยด้วย”

   ทั้งหลานนอกไส้และในไส้ต่างพากันหัวเราะ จะมีก็แต่พ่อตัวต้นเหตุนั่นแหละที่ร้องครวญครางเพราะถูกป้าเอาตะหลิวโขกหัวเพราะตกใจ

   “สมน้ำหน้า ที่หลังอย่ามาแกล้งป้าอีก เกิดป้าเอาน้ำร้อนสาดเข้าทำไง”

   “โอ๋...ป้าจ๋า จันทน์ขอโทษ จันทน์ผิดไปแล้ว จันทน์จะไม่ทำอีกแล้ว”

   “เชื่อไม่ได้แน่ๆ จ้ะป้า”

   “เจ้าเพลินเงียบไปเลย”

   “พ่อจันทน์นั่นแหละเงียบไปเลย น้องพูดนั่นป้าก็เห็นด้วย”

   “อ้าว”

   “ไม่ต้องอ้าว เพิ่งกลับมาถึงกันไม่ใช่เหรอ เพลินไปหยิบน้ำเย็นให้พี่เขาไป พ่อจันทน์กับพ่อโหรมาก็ดีแล้ววันนี้ป้าทำขนมด้วย” ป้าสีนุ่มตักยกกระทะลงจากเตา สักวาลุกขึ้นหยิบจานเดินไปส่งให้อย่างรู้หน้าที่ ก่อนบอกกับสองหนุ่ม

   “วันนี้ขนมป้านุ่มอร่อยมากครับ ผมกับเพลินชิมกันจนพุงกางไปเลย”

   “ป้าทำเยอะมั้ยจ๊ะ” จันทน์กะพ้อรับแก้วน้ำจากน้องสาวพร้อมถาม “ชิมไปหมดรึยัง”

   “ยังอยู่อีกเยอะแยะ”

   “งั้นก็ไปใส่ถุงให้หน่อยดิ ไอ้โหรมันจะเอาดอกไม้ไปให้ยายจวนจะได้ฝากขนมไปให้ตะเพียนด้วย”

   “หือ...” เพลินตะวันทำเสียงสงสัย เบนสายตาไปจ้องหน้าเพื่อนพี่ทันควัน ก่อนอมยิ้มอย่างพอจะเดาได้ หญิงสาวจึงพยักหน้าเข้าใจแล้วเดินไปเอาขนมใส่ถุงให้

   “เออ ป้าก็ลืมไปเลย ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ไปหาเจ้าแม่ที่ตำหนักเลยไม่ได้ทำขนมไปถวายท่านเลย”

   “ป้าจ๋า ขนาดไม่ค่อยได้เอาไปถวายเจ้าแม่ ขนมป้ายังขายดีขนาดนี้ ขืนทำไปถวายบ่อยๆ ป้าคงต้องเปิดโรงงานแล้วล่ะ” โหราเพิ่งได้โอกาสอ้อนเป็นครั้งแรก

   แน่นอนว่าโครงการพิชิตใจร่างทรงเจ้าแม่ตะเพียนทองนั้นเป็นความลับสุดยอด ทั่วทั้งตำบลนี้จะเที่ยวไปแพร่งพรายให้ใครรู้มีหวังได้โดนสหบาทา แม้แต่ลุงเบิ้มกับป้านุ่มเจ้าของบ้านที่เขาอาศัยอยู่ก็ให้รู้ไม่ได้เด็ดขาด เพราะสองท่านนี้แฟนพันธุ์แท้เจ้าแม่เลยเชียวล่ะ หากรู้ว่าเขาไปแอบแซะตะเพียนทองล่ะก็ลุงกับป้าคงไล่เขาออกจากบ้านแน่ๆ ก็เจ้าแม่นั่นน่ะของรักของหวง ออกเรือนมีคู่ก็เท่ากับเกษียณตัวเอง แล้วใครกันล่ะจะอยากให้เจ้าแม่มีแฟน

   “วุ้ย! พ่อโหรก็พูดเกินไป” สีนุ่มค้อนขวับอย่างกับสาวๆ ก่อนสั่งหลานสาว “เพลินใส่ถุงใหญ่ไปเลยลูก ตะเพียนกับยายจวนจะได้เก็บไว้กินดึกๆ ได้”

   ไม่นานขนมถุงใหญ่ก็วางตรงหน้าโหรา นักเขียนหนุ่มขอบอกขอบใจน้องสาวเพื่อน ขณะเอื้อมมือไปหยิบขนมใส่ปาก เคี้ยวๆ แล้วยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม

   “ขนมป้านุ่มอร่อยไม่เคยเปลี่ยนเลยครับ”

   “กินเสร็จแล้วก็รีบไปเถอะ อย่ามัวมานั่งอ้อนป้าฉันอยู่เลย เอาเวลาไปอ้อนตะ เอ้อ...ยายจวนโน่น” จันทน์กะพ้อหุบปากเปลี่ยนคำพูดแทบไม่ทัน

   “ไอ้ปากไม่มีหูรูด” โหราเข่นเขี้ยวตำหนิเพื่อน ก่อนจะลุกขึ้นบอกทุกคน “ผมไปดีกว่าฮะ ไอ้จันทน์แกน่ะมานี่”

   “ไปทำไมวะ”

   “เออน่า มาเถอะ”

   โหราดึงร่างเพื่อนรักออกไปด้วยกันจนได้ ทิ้งไว้ให้คนในครัวสงสัยกันเล่นๆ สีนุ่มมองหลานสาวราวกับจะถาม แต่เพลินตะวันก็รู้งานพอที่จะฉีกยิ้มกว้างและส่ายหน้าตอบป้า ในขณะที่สักวานั้นนั่งยิ้มกริ่มแล้วก้มหน้าลงมือหั่นผักไปเงียบๆ




   โหราลากจันทน์กะพ้อลงจากเรือนมานั่งตรงโต๊ะรับแขกใต้ถุนเรือน นักเขียนหนุ่มเดินไปหยิบดอกบัวที่ห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์มาแกะออกแล้วส่งดอกไม้ให้เพื่อน

   “สอนพับหน่อย”

   “หะ!”

   “เออ ได้ยินไม่ผิดหรอก สอนฉันพับดอกบัวหน่อย เอาไปให้เฉยๆ มันธรรมดาไป”

   “จีบน้องฉันไม่พอ ยังมาใช้ฉันอีกนะไอ้โหร”

   “เอาน่า...แกก็ทำหน้าที่กองเชียร์ฉันมาแต่แรกแล้ว เชียร์ต่อให้จบเกมสิวะ” โหราล้วงโทรศัพท์มือถือจากในกระเป๋ากางเกงและเลื่อนหน้าจอไปมาอยู่พักหนึ่ง ก่อนส่งให้เพื่อน “จะพับแบบนี้ ยายจวนเห็นแล้วต้องตะลึงในผลงานของฉันแน่นอน”

   “เฮ้อ...แทนที่เลิกงานแล้วจะได้เอนหลัง นอนส่อง IG น้องนพเก้า นี่กลับต้องมานั่งทำหน้าที่เป็นครูวิชาการเรือน” แม้ปากจะบ่นแต่เจ้าของสวนดอกไม้รายใหญ่แห่งบ้านร้อยบุญก็เริ่มลงมือ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันขณะดวงตาคมกำลังเพ่งดูวิธีทำ อึดใจเดียวมือใหญ่หยาบกร้านจากงานสวนก็เริ่มแยกกลีบบัวออกมาอย่างทะนุถนอม พับกลับไปกลับมาก่อนจะคลี่บางส่วนออก มองสลับระหว่างดอกบัวในมือกับดอกบัวในหน้าจอขนาดห้านิ้วครึ่ง

   “ไม่ใช่นี่หว่า”

   “พอได้มั้ยวะ” โหราก็นั่งลุ้นไปกับเพื่อนด้วย นี่ถ้าดูแล้วทำเองได้จะไม่ลำบากมันเลย แต่ก็นั่นแหละงานฝีมือนี่เขาไม่ถนัดจริงๆ

   “แกอย่าเร่ง ฉันกำลังใช้สมาธิ” จันทน์กะพ้อดุเพื่อน ก่อนสั่งให้อีกฝ่ายหยิบดอกบัวดอกใหม่ส่งให้ และนั่งพึมพำทบทวนวิธี

   เห็นสีหน้าคร่ำเคร่งของเพื่อนอย่างนั้นแล้วโหราก็ชักใจแกว่ง งานแรกก็ทำท่าจะไม่รอดเสียแล้วกระมัง นักเขียนหนุ่มนั่งลุ้นจนตัวโก่ง ได้ยินเสียงเพลินตะวันกับสักวาเดินลงมาจากเรือนก็ต้องรีบยกนิ้วชี้ทาบปาก ส่งสัญญาณให้สองหนุ่มสาวอย่าได้เสียงดังรบกวนคนกำลังพับดอกบัว

   “ปลายกลีบออกมาติดโคนกลีบด้านนอก” ดูเหมือนยิ่งเวลาล่วงเลยไปจันทน์กะพ้อยิ่งเคร่งเครียด เสียงบ่นพึมพำยังดังเป็นระยะ ฟังแล้วเหมือนทะเลาะกับตัวเองมากกว่า “ใช่มั้ยวะเนี่ย ปลายกลีบ อ๋อ...”

   ผู้ชมทั้งสามนั่งมองรอยยิ้มแห่งความสำเร็จของเจ้าของสวนดอกไม้ และแล้วเสียงหัวเราะอย่างคนที่มีความสุขก็ดังขึ้น ใบหน้าคมที่ถูกแสงแดดแผดเผาจนกลายเป็นสีทองแดงยิ้มหวานทั้งปากทั้งตาด้วยความภาคภูมิใจจนไม่อาจพูดออกมาได้ ดอกบัวพับกลีบสวยงามในมือจันทน์กะพ้อถูกยื่นออกมาให้คนนั่งลุ้นได้เห็นชัดๆ ถึงแม้จะยังไม่สวยเท่ากับต้นฉบับแต่ก็ต้องนับว่านี่คือความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของผู้ชายตัวโต

   “งานดอกไม้ไว้ใจพี่จันทน์ได้” พี่จันทน์ยิ้มกริ่มยักคิ้วอวดผลงาน ก่อนจะหันไปทางเพื่อนรัก “ถึงตาแกแล้วเพื่อนโหร เกษตรหวากับยัยเพลินจะลองด้วยมั้ย ครูจันทน์ใจดีสอนฟรีไม่คิดค่าจ้าง”

   “ไม่ดีกว่าครับ ผมกับเพลินมันพวกสายโหด ไม่ถนัดงานสวยงามจะทำให้เปลืองดอกบัวเปล่าๆ” สักวารีบส่ายหน้าปฏิเสธ แค่นั่งมองก็รู้แล้วว่าไม่ใช่แนว ยิ่งยัยผีกะหล่ำยิ่งแล้วใหญ่ดอกไม้จะดูน่าสงสารทันทีถ้าอยู่ในอุ้งมือเธอ

   “งั้นเรามาเริ่มกันเลย หยิบดอกบัวมาซิไอ้นักเขียน”

   โหราถือดอกบัวเตรียมพร้อมและเริ่มทำตามที่เพื่อนบอก แต่เพราะไม่เคยทำมาก่อนมือไม้เลยงุ่มง่ามเก้ๆ กังๆ อยู่บ้างแถมครูหน้าโหดก็ดุแท้พับพลาดเพียงนิดมันซัดผัวะทันที

   “ไม่ใช่! มันต้องพับมาข้างหลังโว้ย ตั้งใจหน่อยสิ”

   คนโดนดุปรายตามองค้อนครู “เออ...พ่อคนหัวไว พ่อชำนาญการงานดอกไม้ กว่าจะได้นี่ก็เห็นว่าใช้บัวไปหลายดอกอยู่นะ ของฉันเนี่ยดอกแรกนะโว้ย ให้เวลากันบ้าง”

   “แกกล้าเถียงครูเหรอ”

   “เปล๊า”

   ภาพผู้ชายตัวโตสองคนนั่งเถียงกันระหว่างพับดอกบัวทำให้เพลินตะวันอดหัวเราะออกมาไม่ได้ อยากจะไปเรียกตะเพียนทองให้มาเห็นซะจริงจะได้ใจอ่อนลงบ้าง อย่างน้อยสิ่งที่เธอกำลังมองอยู่มันก็บอกถึงความตั้งใจที่จะทำให้ สาวสวนผักหันไปสะกิดคนรักและชักชวนกันไปคุยงานที่ยังค้างอยู่จะได้ไม่เกะกะพี่ๆ

   โหราใช้ดอกบัวซ้อมมือน้อยกว่าที่คิด เพียงดอกที่ห้านักเขียนหนุ่มก็สามารถพับได้คล่องมือและสวยงามปราณีตตามแบบต้นฉบับ ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มอ่อนโยน นิ้วเรียวค่อยๆ สัมผัสกลีบบัวด้วยกลัวจะช้ำ ไม่นานก็ได้บัวพับกลีบสวยงามตามที่ต้องการ

   ดอกบัวของนักเขียนสมองตันวางเรียงกัน 6 ดอก ครึ่งหนึ่งโหราแบ่งให้เพื่อนนำไปฝากป้าเพราะรู้ว่าสีนุ่มไปวัดทุกวันพระเหมือนกัน ส่วนอีกครึ่งก็ถูกจับใส่ถุง ก่อนที่จะลุกขึ้นพร้อมคว้าถุงขนมของป้านุ่มติดมือมาด้วย

   “ขอยืมรถเดี๋ยวนะ ฝากบอกป้านุ่มด้วยว่าไม่ต้องรอ กินข้าวกันได้เลย”

   “ระวังจะหิ้วท้องไปเก้อนะโว้ย”

   โหรายักคิ้วพลางคุยโอ่ “อุตส่าห์นั่งพับซะสวยขนาดนี้ จะใจดำไม่ยอมจ่ายค่าดอกไม้ได้เหรอ”

   “คนยายน่ะไม่น่าหวั่นใจเท่าคนหลาน ยังไงก็โชคดีนะ เดี๋ยวจะเหลือข้าวก้นหม้อไว้ให้” ก็ไม่รู้ว่าจะอวยพรหรือแช่งชักกันแน่ แต่จันทน์กะพ้อก็ยื่นกุญแจรถกระบะคันใหญ่ให้เพื่อน

   โหราส่ายหน้าปฏิเสธเพราะอยากขับมอเตอร์ไซค์ไปมากกว่า ทว่าจันทน์กะพ้อไม่ยอมและบอกอีกว่าหากได้กินข้าวเย็นที่บ้านยายจวนก็คงต้องกลับมืดค่ำ เอารถกระบะไปปลอดภัยกว่าขากลับแมลงจะได้ไม่เข้าตา

ตามฝัน

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 123
    • ดูรายละเอียด
Re: เขียนใจ...ทำนายรัก บทที่ 3
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มีนาคม 15, 2016, 08:30:29 PM »
 ;D

lung_tom

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 384
    • ดูรายละเอียด
Re: เขียนใจ...ทำนายรัก บทที่ 3
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มีนาคม 16, 2016, 09:24:10 PM »
ป้านุ่มทำขนมอะไรคะ อยากรู้อ่ะ อยากได้กลิ่นไปด้วย