ผู้เขียน หัวข้อ: อัญมณีลายรัก บทที่ 1  (อ่าน 577 ครั้ง)

ตามฝัน

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 123
    • ดูรายละเอียด
อัญมณีลายรัก บทที่ 1
« เมื่อ: มีนาคม 15, 2016, 04:40:18 PM »
บทที่ 1
   
สนามบินสุวรรณภูมิ
   
"พี่คาริด พี่คาริด ทางนี้ค่ะ”
   
เสียงหวานคุ้นหูที่ได้ยินผ่านแต่ทางโทรศัพท์มาเป็นปีไม่ได้ทำให้คาริดลืมเจ้าของเสียงนี้ได้เลย ยิ่งได้เห็นใบหน้าสวยเก๋ที่ทำท่าโบกมือเรียกเขาอยู่นั้น ทำให้ชายหนุ่มต้องรีบเดินเข้าไปหาด้วยความคิดถึง ไม่ว่าจะเจอกันกี่ครั้ง เลญ่าก็ไม่เคยเปลี่ยน

ลูกพี่ลูกน้องของท่านราชองครักษ์ฮัสซันแห่งเซเทซ่าร์ เพื่อนสนิทของเขา ก็ไม่ได้ต่างกับน้องสาวของเขาหรอก ยิ่งเขาต้องตามฮัสซันมาเรียนที่ประเทศไทยตั้งแต่เด็ก ทำให้ทั้งรักทั้งผูกพันเลญ่าเป็นอย่างมาก และทันทีที่คาริดเดินไปถึงเธอ แม่สาวน้อยที่โตเพียงตัวก็เข้ากระโดดกอดแขนเขาด้วยความดีใจพร้อมเสียงใสพูดประจบประแจงว่า
   
“เลญ่าคิดถึงพี่คาริดที่สุดในโลกเลย”
   
“พี่ก็คิดถึงเรา ฮัสซัน ชารอฟ ซาอีส เจ้าชาย ทุกคนคิดถึงน้องกันทั้งนั้น” คาริดคาดว่าขณะนี้ทุกคนคงได้แต่อิจฉาเขาที่ได้มาเจอเลญ่าก่อนใคร และเขาก็อดคิดไปถึงท่านราชองครักษ์ฮัสซันไม่ได้ ป่านนี้คงส่งเสียงเข้มอยู่กับเจ้าชายเทซัสที่ต้องแผงฤทธิ์แน่ๆ เมื่อพระองค์รู้ว่าองครักษ์คนสนิทคนนี้หนีมาเมืองไทย ก็ช่วยไม่ได้ พระองค์อยากทำทุกอย่างให้เป็นแบบนี้เอง
   
ในขณะที่เขากำลังคิดถึงคนทางโน้น น้องสาวข้างกายก็เอื้อมมือจะไปคว้ารถเข็นกระเป๋าให้

“มาๆ เลญ่าช่วยเข็น”

แต่งานนี้มีหรือที่คาริดจะยอม เขาเบี่ยงรถเ¬ข็นหนีแล้วพูดว่า “พี่เป็นผู้ชายจะให้ผู้หญิงมาช่วยขนของได้ยังไง เรานำพี่ไปที่รถดีกว่า” เลญ่าก็ไม่ดื้อที่จะช่วยเขาต่อ แต่เดินเกาะแขนพาเขาไปที่รถทันที พร้อมกับพูดว่า
   
“งั้นไปกันค่ะท่านองครักษ์คาริด ไกด์สาวแสนสวยเลญ่าพร้อมแล้วค่ะ”
   
แค่ได้ฟังเสียงแจ้วๆ ช่างพูดช่างเจรจาของน้องสาวต่างสายเลือด สำหรับคาริดก็ถือว่าการได้มาพักร้อนคราวนี้คุ้มแสนคุ้มแล้วล่ะ
   
และไม่ว่าประเทศไทยจะเปลี่ยนแปลงไปมากเท่าใด แต่สิ่งที่เหมือนเดิมเห็นจะมีแต่การจราจรที่ติดขัดนี่แหละ

ชายหนุ่มจากดินแดนทะเลทรายนั่งมองถนนหนทางที่ดูจะเปลี่ยนไปมาก โดยเฉพาะตึกสูงที่ตั้งเด่นเป็นสง่าเกิดขึ้นหนาตาจนแทบจะอยู่ในทุกพื้นที่ที่รถแล่นผ่านจนเขาแปลกใจ โชคดีที่มีสาวน้อยช่างเล่าสาธยายตลอดเส้นทางให้ฟัง แล้วเธอก็วกมาที่เรื่องของเขาจนได้
   
“พี่คาริดจะมาอยู่นานมั้ยคะ”   

“ก็จนกว่าท่านราชองครักษ์ฮัสซันจะยอมให้พี่กลับเข้าประเทศ” พอพูดถึงเรื่องนี้แล้วเขาก็อดขำไม่ได้

อยู่ๆ ก็ถูกคำสั่งด่วนพิเศษจากท่านราชองครักษ์ฮัสซันให้เขาออกนอกประเทศภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง หลังกลับจากตามเสด็จเจ้าชายเทซัสไปหมู่บ้านคามาร์ เขากลับมายังไม่ทันได้เหยียบเข้าบ้านด้วยซ้ำ ฮัสซันกับชารอฟก็มายืนรออยู่หน้าบ้านพร้อมกระเป๋าเดินทางของเขา แล้วพามาส่งที่สนามบินเซเทซ่าร์ จนมาโผล่ที่ประเทศไทยนี่แหละ

ป่านนี้เจ้าชายเทซัสคงรู้แล้วว่าเขาไม่ได้อยู่ปฏิบัติหน้าที่ข้างพระองค์ชั่วระยะหนึ่ง แถมยังโดนฮัสซันเข้าควบคุมความประพฤติของพระองค์อีกต่างหาก เขาเตือนเจ้าชายแล้วนะ ว่าถ้าไม่เชื่อฟังเขาบ่อยๆ ระวังจะโดนฮัสซันจัดการ และวันนั้นก็มาถึง งานนี้จะมาโทษกันไม่ได้ อยากจะหนีเที่ยวกับพระคู่หมั้นมีร์ตาไปท่องทะเลทรายกันสองคนโดยไม่มีใครตามเสด็จ ครั้งนี้ฮัสซันก็เลยต้องลงมือปราบญาติผู้น้องที่เป็นถึงเจ้าชายเสียเอง และเรื่องนี้เลญ่าก็คงรู้เรื่องแล้ว เพราะนั่งหัวเราะชอบใจอยู่ข้างๆ แถมยังบอกอีกว่า 
   
“ป่านนี้เจ้าชายอาละวาดวังแตกแล้วมั้ง องครักษ์คนสนิทไม่อยู่”
   
“ฮัสซันอยู่ทั้งคน ทุกอย่างต้องเรียบร้อย” ระดับท่านราชองครักษ์ฮัสซัน มีเรื่องอะไรบ้างที่จัดการไม่ได้ ตอนนี้เขาก็แค่ทำตัวให้เหมือนคนพักร้อนตามความตั้งใจคนส่งมาจะดีกว่า

   
เลญ่ามาส่งคาริดที่บ้านกาญจน์กวินของเธอ หวังจะให้เขาได้พักผ่อนหลังจากต้องนั่งเครื่องบินมาหลายชั่วโมง แต่ชายหนุ่มไม่อยากรอเจ้าของบ้านตามลำพัง เลยขอตามไปหาเรวัตพี่ชายเธอที่บริษัทด้วย หลังจากที่เขาจัดการธุระส่วนตัวเสร็จก็นั่งรถเล่นไปที่บริษัทกาญจน์กวินจำกัด มหาชน

และทันทีที่เปิดประตูเข้าไปในห้องของเรวัต กรรมการผู้จัดการบริหาร บริษัทกาญจน์กวินจำกัด มหาชน พร้อมกับเลญ่า คาริดก็เห็นเจ้าของห้องกำลังวางโทรศัพท์ และมองมาทางเขาพร้อมกับส่ายหน้าช้าๆ

“มาแล้วเหรอไอ้ตัวปัญหา”

“อะไรของนาย เจอหน้ากัน ประโยคแรกทักแบบนี้เลยเหรอ” คาริดพูดพร้อมกับเดินไปนั่งที่โซฟารับแขกโดยไม่รอให้เจ้าของห้องเชิญ เพราะดูจากสีหน้าของเรวัตตอนนี้แล้ว ท่าทางคงอยากจะลุกขึ้นมาจับหัวเขาโขกกำแพงมากกว่า และคำตอบที่ท่านกรรมาการผู้จัดการบริหารกาญจน์กวินตอบกลับมาก็ชัดเจนทีเดียว

“ฉันอยากจะฆ่านายทิ้งเลยด้วยซ้ำ รู้มั้ย เมื่อกี๊ใครโทรมา” เจ้าของห้องชี้ไปทางโทรศัพท์ที่เพิ่งวางสายเมื่อสักครู่

“เจ้าชายเทซัส” คาริดไม่ต้องนึกให้เสียเวลา ตอนนี้ถ้าจะมีคนอยากมีเรื่องกับเขาคงมีเพียงองค์รัชทายาทแห่งเซเทซ่าร์เท่านั้น และคำตอบของเรวัตก็ยืนยันกลับมาว่า

“ใช่” เรวัตไม่คิดว่าตนเองจะพลอยจะโดนข้อกล่าวหาให้ความร่วมมือกับฮัสซันในเรื่องที่คาริดมาพักร้อนที่เมืองไทย โดยไม่ได้แจ้งพระองค์ให้รับทราบ แล้วเขาจะทำยังไงล่ะ เฮ้อ กิจการภายในประเทศเซเทซ่าร์ มันเกี่ยวกับเขาตรงไหน ใครจะทำงาน ใครจะลาพักร้อน เขาคนนอก มีหน้าที่เปิดบ้านต้อนรับทุกคนเท่านั้น แล้วดูคาริดทำหน้าสิ คงเดาออกว่าเขาเจอกับอะไร เพราะเจ้านั่นพูดขึ้นมาเลยว่า
   
“โดยข้อหาสมรู้ร่วมคิดใช่มั้ย” เขาตามเสด็จเจ้าชายเทซัสมาตั้งแต่เด็ก มีหรือจะไม่รู้จักนิสัยพระองค์ แม้ว่าหลายครั้งที่เจ้าชายหนุ่มชอบทำท่ารำคาญเวลาที่เขาคอยให้ทำโน่นทำนี้ แต่ถ้าเมื่อไหร่เขาไม่อยู่ รายนั้นก็ไม่ยอมเหมือนกัน และยิ่งรู้ว่าเขามาประเทศไทย มีหรือเรวัตจะไม่โดนกล่าวหาว่าร่วมมือกับเขาและฮัสซันไปด้วย และข้อสันนิษฐานนี้ดูท่าจะถูกทีเดียว เพราะเรวัตตอบกลับมาอย่างเร็วเลยว่า
   
“ก็ใช่นะสิ โวยวายใหญ่เลยเนี่ย สั่งให้ฉันส่งนายกลับ จับแพ็คส่งไปรษณีย์ซะดีมั้ง” และแทนที่น้องสาวเพียงคนเดียวจะเข้าข้างเขา ยัยคนช่างพูดกลับตอบมาว่า
   
“พี่เรวัตต้องเลือกแล้วล่ะ ว่าจะทำตามเจ้าชายเทซัสหรือพี่ฮัสซัน”   

เรวัตถึงกับทำหน้าบอกบุญไม่รับ สองคนที่เซเทซ่าร์นั่นธรรมดาที่ไหน เจ้าชายเทซัสเป็นถึงองค์รัชทายาท พระองค์อาจจะดูเป็นผู้ใหญ่ในสายตาเหล่าข้าราชบริพาร แต่สำหรับเขาที่เห็นพระองค์มาตั้งแต่เล็ก เจ้าชายเทซัสก็เด็กเอาแต่ใจไม่ต่างกับเลญ่าหรอก นิสัยนี่ก็ชอบพาลไปเรื่อย และเรื่องนี้ก็พาลมาถึงเขาจนได้ ส่วนฮัสซันทุกอย่างต้องเป๊ะ คำสั่งต้องเป็นคำสั่ง แล้วเขาจะทำอะไรได้ล่ะ นอกเสียจาก “เฮ้อ แต่ละคน ฉันอยู่เฉยๆ ดีกว่า”

คาริดหัวเราะเบาๆ อย่างชอบใจ ก็ได้เห็นเจ้าของห้องส่ายหน้าอย่างระอาอีกครั้งหนึ่ง เขารู้ดีว่าใครจะกล้าแทรกกลางความขัดแย้งระหว่างฮัสซันกับเจ้าชายเทซัสล่ะ การวางเฉยคือสิ่งที่ถูกต้องแล้ว คาริดหันไปหยิบหนังสือเกี่ยวกับจิวเวอรีขึ้นมาดู แล้วเรวัตก็พูดขึ้นมาว่า

“นายมาก็ดีแล้ว ว่าจะคุยเรื่องงานสักหน่อย”
   
“ฉันมาพักผ่อน” คาริดปฏิเสธทันควัน นานๆ ทีจะได้ว่างเว้นจากการทำงาน เรวัตจะมาใช้อะไรเขาละนั่น   

“พักผ่อนจากงานหลวง มาช่วยงานราษฎร์ไง” 
   
คาริดมองหน้าเรวัต ดูท่าทางพี่ชายคนโตของบ้านกาญจน์กวินไม่มีทางปล่อยให้เขาหลุดมือไปแน่ๆ เลยได้แต่ถอนหายใจ “เอ้า มีงานอะไร”
   
“ก็เรื่องที่เคยคุยไง ที่ฉันจะเปิดธุรกิจจิวเวอรี”
   
“เอาจริงเหรอ” คาริดไม่คิดว่าเรวัตจะจริงจังกับเรื่องที่เคยพูดกับเขาเมื่อคราวไปงานแต่งงานของชารอฟ ตอนนั้นยังคิดว่าคนตรงหน้าพูดเล่น แต่ดูจากสีหน้าท่าทางแล้ว เขาคิดว่าเรวัตเอาจริงแน่ “บริษัทนำเข้าน้ำมันของนายยังหนักไม่พอใช่มั้ย ถึงคิดจะทำอย่างอื่นอีกเนี่ย การทำธุรกิจเกี่ยวกับจิวเวอรี่ มันไม่ใช่ใช้แค่เวลา มันต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด”
   
“พี่คาริดพูดอย่างกับพี่เรวัตจะเปิดบริษัทความรักเลย” เลญ่าที่นั่งฟังเอ่ยแซวขึ้นมา และเธอก็ได้คำตอบของชายหนุ่มแดนทะเลทรายอย่างจริงจังว่า
   
“จำไว้นะเลญ่า งานทุกอย่างที่ทำ เวลาอย่างเดียวไม่พอ มันต้องให้ความใส่ใจในทุกรายละเอียด ทุกขั้นตอน และยิ่งมีความรักให้กับสิ่งที่เรากำลังทำด้วยแล้ว ผลสำเร็จทุกอย่างจะทำให้งานบรรลุเป้าหมายได้ดีเยี่ยม”

“นายก็พูดเวอร์ไปคาริด การทำธุรกิจ ทุกอย่างต้องเห็นกำไร และฉันก็พอเห็นทางทำเงินจากการทำจิวเวอรีในเมืองไทยแล้ว แต่ถ้าไปดูงานที่แบร์อันเดซจิวเวอรีของนาย แล้วมันทำท่าจะไม่เวิร์ก ล้มเลิกโครงการ ก็จบ”
   
คาริดไม่หวงหรอกถ้าจะให้เรวัตไปดูงานที่บริษัทจิวเวอรีของเขา แม้การเป็นองครักษ์ให้เจ้าชายเทซัสจะเป็นงานที่เขารัก แต่การสืบทอดกิจการจิวเวอรีของครอบครัวก็เป็นสิ่งที่เขาให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน โดยเฉพาะขั้นตอนการทำอัญมณีทุกชิ้น เขาให้ความใส่ใจในทุกรายละเอียด แต่ดูเหมือนว่าการทำธุรกิจของเขากับเรวัตนั้นจะต่างกันโดยสิ้นเชิง

กรรมาการผู้จัดการบริหารบริษัทกาญจน์กวินเห็นเรื่องผลกำไรเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก วิธิคิดแบบนี้อาจจะเหมาะกับการทำธุรกิจน้ำมันที่เรวัตกำลังทำอยู่ แต่ถ้าเจ้านั่นอยากจะลองทำธุรกิจจิวเวอรีในแบบวิธีการคำนวณผลกำไรมาเป็นอันดับแรก เขาก็จะให้เรวัตได้ลองทำดูด้วยตัวเอง 

แต่สิ่งที่เหนือไปกว่านั้น เขาเชื่อว่า เรวัตคลุกคลีแวดวงธุรกิจมานาน ถ้าเห็นแนวโน้มว่าการทำจิวเวอรีบริหารไม่ไหว ก็คงไม่ฝืนเดินต่อจนบริษัทขาดทุนหรอก การที่เรวัตขึ้นมาเป็นผู้บริหารเต็มตัวได้ขนาดนี้ เขาก็เห็นว่าเจ้านั่นดำเนินกิจการทุกอย่างมีแต่แนวโน้มไปในทิศทางที่ดี ขนาดตลาดน้ำมันผันผวน เรวัตยังรับมือไหว กะอีแค่ธุรกิจจิวเวอรี่ทำไมจะบริหารไม่ได้เล่า

“นายจะไปเมื่อไหร่ก็บอก จะได้เตรียมคนพาดูงาน ฉันบอกก่อนนะว่าฉันไม่มีเวลาพาดูงานเอง ช่วยเสริมนิดๆ หน่อยๆ น่ะได้”

“ไม่รบกวนท่านองครักษ์มากขนาดนั้นหรอก และฉันก็ไม่ได้ไปดูงานเองด้วย จะส่งคนที่ไว้ใจได้ไปทำงานนี้แทน ถ้าคนที่ฉันส่งไปคิดว่ากลับมาช่วยฉันทำธุรกิจด้านนี้ได้ ก็จะลงมือดำเนินงานทันที”
   
“ทำไมไม่ไปเอง” คาริดสงสัย อย่างน้อย “ส่งเลญ่าไปก็ได้ นี่มันกิจการของนาย นายกับคนในครอบครัวต้องไปประเมินเองสิถึงจะถูก” งานใหญ่ขนาดนี้ทำไมเรวัตถึงกล้าส่งคนอื่นไป เอ หรือว่าคนที่จะไปนั้น เป็นคนสำคัญ “คนที่นายส่งไป คงมีความสำคัญมากใช่มั้ย” คาริดพยายามสังเกตท่าทีคนที่กำลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยของเขา
   
แล้วอยู่ๆ ประตูห้องก็ถูกเปิดพรวดเข้ามาพร้อมกับการปรากฏตัวของหญิงสาวคนหนึ่ง และเพราะคาริดนั่งอยู่บนโซฟา ดังนั้นสิ่งที่เขาสังเกตเห็นเป็นอันดับแรกของผู้มาใหม่ คือขาเรียวขาวเนียนที่พ้นชายกระโปรงที่สั้นเหนือเข่าจนสะดุดตา ชายหนุ่มเลยมองเลยขึ้นไปบนใบหน้าผู้ซึ่งเป็นเจ้าของ เขายอมรับว่าผู้หญิงคนนี้สวย สวยมาก แต่การแต่งตัวแบบนี้ ก็นึกตำหนิในใจ แต่ก็ทำหน้านิ่งเฉยเมื่อเสียงหญิงสาวเอ่ยขึ้นมา
   
“อุ้ย ขอโทษค่ะ ไม่รู้ว่าพี่เรวัตมีแขก พอดีไม่เห็นเลขาพี่ที่โต๊ะ” เอื้อมดาวรีบกล่าวขอโทษ เธอเองก็ผิดที่ไม่ได้เคาะประตู ไม่คิดว่าเขาจะมีใครอยู่ในห้องนี้นอกจากเจ้าของห้อง ก็ท่านกรรมาการผู้จัดการบริหารสั่งให้เธอเอาเอกสารมาให้ก่อนเที่ยง พอทำเสร็จก็รีบมาทันที คิดว่ายังไงเขาต้องว่างแน่ ใครจะรู้ว่านอกจากเลญ่าแล้วยังมีชายหนุ่มแปลกหน้าอีกคน แต่ดูจากท่าทางของคนในห้องนี้แล้ว คงไม่ได้คุยเรื่องสำคัญอะไร ทุกคนมีท่าทีสบาย และเรวัตก็เพิ่มความมั่นใจให้อีกว่า
   
“คนกันเองทั้งนั้น นั่นเอกสารที่พี่ขอไว้ใช่มั้ย เอามานี่สิ กำลังรออยู่”
   
เอื้อมดาวเดินยิ้มไปหาเจ้าของห้อง แล้ววางแฟ้มที่ถือเข้ามาวางไว้บนโต๊ะ
   
เรวัตเปิดพลิกดูผ่านๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมองคนที่ถือเข้ามา “โอเคเลยนี่”
   
“เอื้อมดาวซะอย่าง มีอะไรที่ทำไม่ได้”
   
เรวัตส่ายหน้าให้กับสาวมั่นจอมหลงตัวเอง แต่เขาก็ยอมรับว่าเอื้อมดาวเก่งจริง งานอะไรที่สั่งให้ทำไม่เคยมีคำว่าผิดหวัง แล้วเขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า เธอยังไม่รู้จักกับหนุ่มแดนทะเลทรายเลย
   
“เอ๋ย นั่นคาริด ญาติพี่มาจากเซเทซ่าร์ คาริด นี่เอ๋ย น้องสาวเพื่อนฉัน เธอทำงานที่นี่ รู้จักกันไว้ซะ อีกหน่อยต้องร่วมงานกัน”
   
เอื้อมดาวหันไปมองคนที่ถูกแนะนำ เธอเห็นเขาตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว รูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาประหนึ่งพระเอกหนังทำให้สะดุดตาจนเผลอมองเข้าแวบหนึ่ง และเมื่อได้รับการทักทายเธอก็เดินเข้าไปหาเขาและยื่นมือให้จับ
   
“สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก”
   
“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ” คาริดรีบลุกขึ้นยืนตั้งแต่ได้รับการแนะนำจากคาริด และยื่นมือจับทักทายกับหญิงสาว ยิ่งได้มายืนอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ เขายิ่งเห็นว่าเธอนั้นสวยและมีเสน่ห์ในตัวมาก แต่ดูท่าเรวัตจะให้เงินเดือนพนักงานน้อยไปหน่อย เสื้อผ้าที่ใส่ถึงได้ทั้งสั้นทั้งเว้าหลังขนาดนี้ สงสัยเงินเดือนซื้อผ้าไม่พอตัด แล้วเสียงของเลญ่าก็ทำให้เขาหลุดจากภวังค์ความคิด
   
“พี่เอ๋ย ไปทานข้าวเที่ยงด้วยกันมั้ย” เสียงเจื้อยแจ้วของเลญ่าทำให้คนถูกชวนยิ้มร่าขึ้นมา
   
“ไม่ล่ะจ้ะ พี่มีนัดแล้ว”
   
“กับไอ้หนุ่มที่ไหนล่ะ” เรวัตพูดดักคอรู้ทัน เอื้อมดาวเสน่ห์แรงล้นเหลือ ถ้าไม่เห็นว่าเป็นน้องของโอบตะวันเพื่อนสนิทของเขา เรวัตจะไม่สนใจเลยว่าเธอควงอยู่กับใคร ที่ทำทั้งหมดเป็นเพราะเจ้านั่นฝากให้เขาดูแลเอื้อมดาวตั้งแต่เด็กๆ ยิ่งพอมันรับราชการตำรวจด้วยแล้ว ตัวเองถือว่าไม่มีเวลาดูน้อง ก็เลยโยนภาระนี้มาให้เขาทำแทน แล้วคำตอบของคนในปกครองก็ช่างได้ใจจริงๆ
   
“แฟนใหม่ฉันเอง เขาจะมารับไปทานข้าวเที่ยง นี่ก็มารอแล้ว ไปก่อนนะคะทุกคน เดี๋ยวเวลาสวีทจะไม่พอ ต้องรีบกลับมาเข้างานช่วงบ่ายให้ทัน ไม่อย่างนั้นอาจโดนตัดเงินเดือน” เอื้อมดาวบอกเจ้าของห้องเสร็จ ก็หันไปลาชายหนุ่มแปลกหน้าที่นั่งอยู่ “ไปก่อนนะคะคุณคาริด แล้วค่อยเจอกันใหม่”
   
“ครับ” คาริดรับคำ รอยยิ้มของหญิงสาวเหมือนจะกระชากใจเขาไปพร้อมกับเธอ แต่ติดอยู่ที่ว่าการแสดงออกของเอื้อมดาวออกจะมั่นใจมากไปหน่อย พูดถึงคนรักอย่างไม่เก้อเขินเลยว่ากำลังพูดถึงผู้ชายอยู่ ส่วนการแต่งตัว โชคดีของเขาจริงๆ ที่น้องสาวแท้ๆ ของเขาทั้งขวัญตะวัน ชูเวก้าร์ รวมไปถึงเลญ่าไม่มีใครแต่งตัวเหมือนเธอ ไม่อย่างนั้นเขาคงได้ออกมาตรการการแต่งตัวให้กันเลยล่ะ

รัญชิดา

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 234
    • ดูรายละเอียด
Re: อัญมณีลายรัก บทที่ 1
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มีนาคม 15, 2016, 10:05:27 PM »
มาแล้วววววววววววววววว

เราจะจบด้วยกันนะพี่ ฮ่าๆๆๆ

ตามฝัน

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 123
    • ดูรายละเอียด
Re: อัญมณีลายรัก บทที่ 1
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มีนาคม 16, 2016, 12:22:29 AM »
จะพยายามเข็นเข้าไปฮ่าๆๆๆ

lung_tom

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 384
    • ดูรายละเอียด
Re: อัญมณีลายรัก บทที่ 1
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มีนาคม 16, 2016, 08:41:03 PM »
เริ่มสตาร์ท เครื่องติดแล้วพุ่งไปข้างหน้าลูกเดียวไม่ต้องแวะจอดไหนเลยนะคะคุณตาม