ผู้เขียน หัวข้อ: เขียนใจ...ทำนายรัก บทที่ 5  (อ่าน 475 ครั้ง)

รัญชิดา

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 234
    • ดูรายละเอียด
เขียนใจ...ทำนายรัก บทที่ 5
« เมื่อ: มีนาคม 16, 2016, 01:48:29 AM »
บทที่ 5

   โหรานั่งรออยู่หน้าห้องผ่าตัด ดวงตาหม่นแสงมองเข็มนาฬิกาของทางโรงพยาบาลค่อยๆ กระดิกเป็นจังหวะทีละนิดๆ ในเรื่องที่เขาเขียนขึ้น แน่นอนว่านี่คือช่วงเวลาสำคัญ เขาสนุกกับการกลั่นแกล้งพระเอก เขียนให้รู้สึกทุกข์ทรมานขณะนางเอกเจ็บไข้ได้ป่วย ไม่นึกเลยว่าเวรกรรมจาตามมาสนองอย่างหนักหน่วงเพราะเขากำลังตกอยู่ในสถานการณ์นั้นจริงๆ มันกระวนกระวายจนแทบจะแล่นไปเปิดประตูห้องผ่าตัดเสียหลายหนแต่ก็ต้องอดทนเอาไว้ ไม่น่าเชื่อว่าพอเจอเข้ากับตัวมันจะทรมานได้ขนาดนี้

   แต่ทั้งๆ ที่นั่งห่วงเธอจนจะเป็นจะตายอยู่อย่างนี้ หัวใจของเขาก็ยังเจ็บปวดกับความจริงที่เพิ่งค้นพบ ตะเพียนทองยังไม่ลืมชวิน!

   รูปคู่บนหัวเตียงมันสื่อความหมายได้หลายอย่างแต่หนึ่งในนั้นคือผู้เป็นเจ้าของรูปถ่ายยังคงระลึกถึงมันอยู่ร่ำไปไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานแค่ไหนก็ตาม แม้ยามตื่นลืมตาขึ้นมาก็เห็น ยามค่ำคืนก็หลับไปพร้อมกับภาพสุดท้าย โหราไม่เคยสนสิ่งที่ผ่านมาไม่ว่ากับผู้หญิงคนไหนในชีวิต ทว่ากับตะเพียนทองแล้วเขาทำใจมองข้ามมันไปไม่ได้ เธอควรจะลบชวินออกไปจากหัวใจให้หมด และไม่ควรแสร้งทำเป็นว่าไม่เหลืออาลัยในเมื่อก่อนนอนก็ยังต้องเห็นหน้ามันที่หัวเตียงทุกค่ำคืน

   นักเขียนหนุ่มเอามือลูบหน้าตัวเอง ถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม บางทีเขาอาจจะเป็นห่วงตะเพียนทองมากเกินไปจึงทำให้อารมณ์หวั่นไหววูบวาบแบบนี้ อันที่จริงเขาน่าจะโทรบอกยายรัญจวน ท่านจะได้ไม่ต้องกังวล แต่ยังไม่ทันจะได้กดเบอร์เจ้าโทรศัพท์ในมือก็สั่นขึ้นมาเสียก่อน ชื่อหน้าจอขึ้นบอกว่าเป็นสายเรียกเข้าจากจันทน์กะพ้อ

   “ไงไอ้โหร ใจคอแกกะจะนอนเฝ้าตำหนักเจ้าแม่เป็นเพื่อนกะเพรามันเหรอ ทำไมไม่กลับบ้านกลับช่องวะ”

   “ยังกลับไม่ได้ ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล ตะเพียนทองไส้ติ่งอักเสบ” โหราได้ยินเสียงเพื่อนร้องออกมาอย่างตกใจ จากนั้นมันก็รัวคำถามใส่เขาจนตอบไม่ถูก ชายหนุ่มจึงสรุปให้ฟังคร่าวๆ “หมอบอกว่าแค่อักเสบยังไม่แตก ตอนนี้ยังอยู่ในห้อง ไอ้จันทน์ฉันเป็นห่วงยายจวนว่ะ แกอยู่คนเดียวจะห่วงหลานจนความดงความดันขึ้นเอา ให้น้องเพลินไปนอนเป็นเพื่อนแกซักคืนได้เปล่าวะ”

   “เออ เดี๋ยวบอกให้ ว่าแต่แกอยู่ได้แน่เหรอ ฉันไปเฝ้าด้วยมั้ย”

   “ไม่ต้องหรอก พยาบาลเดินกันให้วุ่น ฉันอยู่ได้ แต่แกอย่าลืมบอกน้องเพลินนะโว้ย”

   “เออ ไม่ลืมหรอก ฝากดูแลตะเพียนด้วยนะ ถ้ามีอะไรก็โทรมา”

   “ฉันต้องดูแลเขาอยู่แล้ว ถึงเขาจะไม่เต็มใจก็เถอะ”

   “เอ๊ะไอ้นี่ ทำเสียงเหมือนงอน ทะเลาะกันหรือไง”

   “ไม่มีอะไรหรอก” โหราถอนใจก่อนตัดบทและวางสายเอาเสียดื้อๆ เรื่องบางเรื่องแผลมันยังสดเกินกว่าจะเล่า แต่เขาจะไม่ปล่อยผ่านแน่ อดีตตะเพียนทองจะรักใครก็ช่างหัว แต่ปัจจุบันต้องเป็นเขาเท่านั้น!

   โหรานั่งรออีกสักพักแพทย์ก็เดินออกมาบอกว่าคนไข้ปลอดภัยแล้วสบายใจได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็เข็นเตียงออกมา หญิงสาวที่เขาตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็นยังนอนนิ่งไม่ได้สติ เขาจองห้องพิเศษไว้สำหรับเธอแล้วโชคดีจริงๆ ที่มีห้องว่างพอดี

   เจ้าหน้าที่และพยาบาลดูแลความเรียบร้อยในห้องพักอีกครั้งก่อนจะเดินออกไป โหราลากเก้าอีกมานั่งข้างเตียงคนไข้ มือใหญ่กุมมือเล็กเอาไว้ก่อนจะยกขึ้นแนบแก้ม มือของตะเพียนทองนุ่มเพราะเจ้าหล่อนไม่เคยได้ทำงานหนักผิดกับมือของเพลินตะวันที่เกษตรหวาชอบค่อนขอดให้ฟังบ่อยๆ ว่าทั้งสากทั้งกระด้าง หากจะวัดกันแล้วร่างทรงของเจ้าแม่มีความเป็นผู้หญิงมากกว่าสาวสวนผัก แต่เขาไม่ได้ชอบเธอเพราะเหตุผลเพียงแค่ว่าเธอสวยหรอก

   ในยามนอนหลับแบบนี้ตะเพียนทองดูราวกับเด็กสาวแรกรุ่น ผิวของเธอขาวนวลไม่ได้ขาวใสแบบผิวของโหรา ริมฝีปากของคนเฝ้าไข้เหยียดยิ้มออกมาอย่างชอบใจ หากไม่นับความเจ็บปวดทรมานที่เธอต้องเจอเมื่อชั่วโมงก่อน เขาก็อยากจะให้เธอนอนนิ่งๆ ให้เขามองแบบนี้ทุกๆ วัน

   ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด คนเฝ้าไข้ไม่อาจฝืนตาต่อสู้ความง่วงสุดท้ายก็ฟุบหลับข้างเตียงโดยยังกุมมือคนไข้เอาไว้

   เสียงเปิดประตูจากนางพยาบาลทำให้โหราขยับตัวและงัวเงียตื่นขึ้นมาเพื่อเจอกับรอยยิ้มอ่อนโยนของนางฟ้าชุดขาว ชายหนุ่มยิ้มตอบโดยอัตโนมัติ

   “ทำไมไม่นอนที่เตียงล่ะคะ”

   “พอดีนั่งเพลินๆ แล้วหลับไปกลางอากาศเลยครับ”

   “ตอนเข้ามาดูคนไข้ก็ยังคิดอยู่เลยค่ะว่าจะปลุกดีมั้ย แต่เห็นหลับสนิททั้งคู่เลยไม่กวนดีกว่า” พยาบาลยิ้มอย่างใจดีอีกรอบ “ดูจากอาการแล้วก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงค่ะ แต่หมอคงให้พักฟื้นที่โรงพยาบาลไปก่อน”

   “ไม่เป็นไรครับ จะให้อยู่กี่วันก็ได้ขอแค่เธอหายก็พอ”

   โหราลุกขึ้นยืดตัวไล่ความเมื่อยขบเนื่องจากนอนในท่าพิสดารเฝ้าไข้หญิงสาวในดวงใจ หลังจากนั้นก็เดินไปเข้าห้องน้ำ พยาบาลออกไปจากห้องก่อนหน้านี้แล้ว และระหว่างที่ชายหนุ่มทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำคนบนเตียงก็ลืมตาขึ้นมา ดวงความไม่คุ้นชินกับสถานที่จึงทำให้ตะเพียนทองลืมตัวพลิกกายจนทำให้สะเทือนแผลผ่าตัด ความเจ็บแปลบแผ่ซ่านทั่วร่างจนต้องร้องครางออกมาอย่างทรมาน

   “ตะเพียน” โหราออกมาทันได้ยินและเพียงเสี้ยววินาทีร่างสูงก็พุ่งปราดมาอยู่ข้างเตียง “เจ็บแผลเหรอเดี๋ยวผมเรียกหมอให้นะ”

   “ไม่เป็นไร” หญิงสาวส่ายหน้าห้าม “ฉันลืมตัวก็เลยพลิกไปทับแผลน่ะ”

   “ยังไงก็ให้หมอมาดูหน่อยเถอะนะ” ไม่รอฟังคำตอบก็ผละออกไปนอกห้องเสียแล้ว

   ไม่นานโหราก็กลับมาพร้อมหมอและพยาบาลเพราะถึงเวลาตรวจคนไข้พอดี นักเขียนสมองตันถอยไปยืนติดเตียงนอนสำหรับคนเฝ้าไข้ฟังหมอสอบถามอาการและพยาบาลทำแผล

   หมอและพยาบาลเสร็จสิ้นหน้าที่ก็พากันเดินออกไปจากห้อง เมื่อได้อยู่กันตามลำพังตะเพียนทองก็มีเวลานอนมองหน้าคนเฝ้าไข้ในใจเธอนั้นกำลังคิดอะไรคนถูกมองก็ไม่อาจล่วงรู้

   นับตั้งแต่สูญเสียพ่อและแม่ไป เธอก็อยู่กับยายมาตลอด นี่นับเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เธอมีอาการป่วยรุนแรงถึงขั้นต้องนอนโรงพยาบาล ปกติแล้วเมื่อรู้ตัวว่าเป็นไข้หรือไม่สบายตัว เธอก็จะรีบไปหาหมอเพราะรู้ว่าหากทิ้งไว้ให้อาการหนักคนที่ลำบากไม่ต่างจากเธอก็คือยาย ครั้งนี้ยังโชคดีที่โหราอยู่ตรงนั้นเธอถึงมือหมอทันเวลา จะห่วงก็แต่ยายเท่านั้น ป่านนี้คงเป็นห่วงเธอจนความดันขึ้นเสียแล้วกระมัง

   “คุณ ฉันขอยืมโทรศัพท์หน่อยสิ” ของเธอคงอยู่ที่ตำหนักนั่นแหละ ป่านนี้คงแบตหมดไปแล้วก็เป็นได้

   “นอนมองหน้าผมตั้งนานนึกว่าจะขอแต่งงาน ดันมาขอยืมโทรศัพท์ ไอ้เราก็นั่งลุ้นไปสิ”

   ตะเพียนทองหัวเราะก่อนจะเปลี่ยนเป็นนิ่วหน้าเพราะเจ็บแผล “จะบ้าเหรอ แค่พาฉันมาส่งโรงพยาบาลแล้วนอนเฝ้า 1 คืน จะให้ฉันตอบแทนด้วยการขอคุณแต่งงานเลยเหรอ มากไปมั้ง”

   “งั้น” โหราหยิบโทรศัพท์ออกมาถือ ทำหน้าครุ่นคิด ก่อนยื่นข้อเสนออันใหม่ “เปลี่ยนจากเรียกคุณๆ เป็นพี่แทนได้ป่ะ ขนาดไอ้จันทน์คุณยังเรียกมันว่าพี่เลย ผมกับมันก็อายุเท่ากันนะ”

   “ชีวิตฉันนี่แค่มีพี่จันทน์คนเดียวก็พอล่ะ คุณน่ะอย่าอยากเป็นพี่ฉันเลย เชื่อเถอะไม่เวิร์คหรอก”

   “ผมก็ว่างั้น” คนถูกปฏิเสธยิ้มอ่อนยอมรับในความใจแข็งของคนบนเตียง ว่าไปแล้วเขาก็ไม่ได้อยากเป็นพี่ชายเธอหรอก “อันที่จริงเป็นพี่ก็ไม่ดีเหมือนกัน ตำแหน่งมันค้ำคอ จะจีบคุณก็คงไม่ถนัดเท่าใดนัก”

   ตะเพียนทองกลอกตามองเพดาน อ่อนอกอ่อนใจกับผู้ชายข้างเตียง ก็เอากับเขาสิสมแล้วที่เป็นนักเขียน แต่จะแปลกใจก็ตรงที่ได้ข่าวว่าเขาสมองตันนี่ล่ะ เป็นไปได้เหรอ ตั้งแต่เจอกันมาเธอไม่เคยต้อนเขาได้จนมุมเลยสักที หญิงสาวแบมือขอโทรศัพท์และเจ้าของก็ส่งให้ไม่เกี่ยงงอน แล้วหญิงสาวก็ได้คุยกับยาย

   “ยายจ๋า...”

   โหราปล่อยให้หลานอ้อนยายไปตามสบาย ส่วนตัวเขาก็ออกมาเดินชมวิวด้านนอก โรงพยาบาลสามสุขเป็นโรงพยาบาลขนาดกลาง บุคลากรและอุปกรณ์ก็ยังไม่ครบครันเหมือนโรงพยาบาลประจำจังหวัดแต่ก็มีมาตรฐานในการรักษาคนไข้ หากเกินกำลังจะรักษาก็จะมีการส่งตัวผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลประจำจังหวัดทันที

   ชายหนุ่มเดินไปเรื่อยๆ และมีคนเดินสวนตลอดทาง ขึ้นชื่อว่าโรงพยาบาลไม่มีทางสงบได้หรอก หมอ พยาบาล คนไข้ คนเฝ้าไข้ เดินกันขวักไขว่ไปหมด เมื่อเห็นว่าเวลาผ่านไปพอสมควรร่างสูงก็หมุนกลับเดินย้อนมาทางเดิม ทว่าโหราไม่มีทางได้รู้เลยว่าตัวเองตกเป็นเป้าสายตาของหญิงสาวผู้หนึ่ง

   ดวงชีวันเดินตามมาทันเห็นว่าชายหนุ่มผลุบหายเข้าไปในห้องใด ด้วยความอยากรู้อะไรก็ต้องได้รู้เธอจึงเดินตามไปดูชื่อผู้ป่วยที่ติดไว้ตรงหน้าห้อง มือเรียวข้างลำตัวกำเข้าหากันแน่นจนเห็นข้อ เธอไม่เคยลืมชื่อนี้และเกลียดจนไม่อยากจะเอื้อนเอ่ยถึง ตะเพียนทองเกือบแย่งพี่ชายของเธอไปได้แล้วครั้งหนึ่งแต่ก็ต้องพลาดไป ทว่าคราวนี้ผู้ชายที่เธอปักใจตั้งแต่แรกเห็นก็ยังมีเหตุให้พัวพันกับร่างทรงที่แสนชัง เห็นทีว่าคราวนี้ข่าวของพี่วินจะพลาดไปซะแล้ว ถึงขั้นมาเฝ้าไข้กันใกล้ชิดถ้าบอกว่าไม่คิดอะไรกันใครเขาจะเชื่อ เธอคนหนึ่งล่ะที่ไม่เชื่อเด็ดขาด

   บ้าเอ๊ย...ทำไมผู้ชายที่เธอหมายตาเอาไว้ต้องมาเกี่ยวพันกับร่างทรงเจ้าแม่ด้วยนะ แต่เมื่อคราวกับพี่ชายของเธอยังมีอุปสรรคให้พลัดพรากจากกันได้ ก็แล้วทำไมคราวนี้มันจะมีอุปสรรคเกิดอีกไม่ได้ อย่าได้หวังเลยว่าจะมีความสุข!

   หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนหาเบอร์และกดโทรออกทันที




   โหรากลับเข้าไปห้องพักของร่างทรงคนสวย ไม่นานจันทน์กะพ้อก็โผล่เข้ามาเพื่อเปลี่ยนให้เพื่อนรักได้กลับบ้านไปอาบน้ำอาบท่า

   “ที่จริงแกเอาเสื้อผ้ามาให้ฉันที่นี่ก็ได้นะ ไม่เป็นงานเอาซะเลย” โหราต่อว่า ทำท่าไม่อยากจะขยับไปไหน ในขณะที่จันทน์กะพ้อยิ้มเย้ยไม่สะทกสะท้าน

   “มันจะเกินไปล่ะไอ้เพื่อนโหร ฉันมาผลัดเวรแล้วแกรีบไปแล้วก็รีบกลับมา วันนี้มีแม่ค้าโทรมาสั่งดอกไม้ แต่แกไม่ต้องไปหรอกเดี๋ยวเรื่องนั้นฉันจัดการเอง”

   “เออ งั้นเดี๋ยวฉันมาเปลี่ยนก็แล้วกัน ว่าจะแวะไปตลาดซื้อกับข้าวไปส่งยายด้วย เมื่อคืนเพลินไปนอนที่นั่นใช่มั้ย”

   จันทน์กะพ้อพยักหน้าบอกคนบนเตียงว่าไม่ต้องเป็นห่วง “ตอนนี้เพลินก็ยังอยู่กับยายจวนที่บ้านนั่นแหละ ยังไม่ได้กลับ แกซื้อกับข้าวไปหลายๆ ถึงหน่อยก็แล้วกัน ฝีมือกับข้าวเพชฌฆาตของน้องสาวฉันเป็นไงคงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณนะ

   นั่นแหละสิ่งที่โหราเป็นห่วง เพลินตะวันไม่ได้พันธุกรรมเสน่ห์ปลายจวักมาจากป้าสีนุ่มเลย จะให้ยายทำกับข้าวเองก็ดูจะไม่ไหวแน่ นักเขียนหนุ่มจึงบอกคนบนเตียงว่าเขาจะรีบไปรีบกลับ แล้วก็คว้ากุญแจรถเดินออกไปนอกห้อง ปล่อยให้เพื่อนรักบ่นตามหลังอย่างหมั่นไส้

   “ไอ้นี่ท่าจะเป็นเอามากนะ”

   “มากถึงมากที่สุดเลยล่ะ” ตะเพียนทองทำได้เพียงแต่ยิ้มอ่อนใจเพราะหากหัวเราะก็จะสะเทือนแผลอีก “แต่บางทีเพื่อนพี่จันทน์ก็ตลกดี”

   ใครๆ ก็มันจะชอบอยู่กับคนที่อารมณ์ดีเพราะอยู่ด้วยก็จะมีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ตะเพียนทองรู้ดีว่าโหราหวังอะไร และไม่มีทางที่เขาจะได้สมหวัง ไม่มีเลยจริงๆ

   “มาอยู่บ้านเรานานๆ เขาไม่มีใครให้ห่วงหรือพี่”

   “ติ๊สกันทั้งบ้าน ปีหนึ่งเจอกันถึง 10 ครั้งหรือเปล่าพี่ยังเคยแอบสงสัยเลย พ่อแม่มันไม่ได้อยู่เมืองไทยหรอก ไอ้โหรมันตัวคนเดียวก็สบายไป ไม่มีอะไรหรือใครให้ห่วง” เจ้าของสวนดอกไม้กรุยทางไว้ให้เพื่อนเต็มที่

   “แปลกนะที่ว่าไม่มีใคร หน้าตาหล่อซะขนาดนั้น เป็นดาราได้เลยนะ”

   จันทน์กะพ้อมองหน้าหญิงสาวที่เขารักเสมือนน้องสาว มองลึกเข้าไปในตาเธอเพื่อค้นหาความหมายแท้จริงของคำถาม ทว่าตะเพียนทองก็ไม่แสดงพิรุธอะไรให้เห็นเลยราวกับว่าถามแค่ให้มีเรื่องคุยต่อก็แค่นั้น...เกือบจะดีใจกับไอ้โหรอยู่แล้วเชียว

   “พี่ถามจริงๆ เลยนะตะเพียน ไม่รู้จริงๆ เหรอว่าไอ้โหรคิดยังไงกับตัวเอง”

   “รู้” แสดงออกโจ่งแจ้งขนาดนั้นไม่รู้ก็โง่งมเต็มที “แต่พี่ก็คงรู้เหมือนกับที่ฉันรู้นั่นแหละว่ามันเป็นไปไม่ได้”

   “ทีกับไอ้วินยังเกือบจะเป็นไปได้เลย ถ้าไอ้หมอนั่นมันหนักแน่นและรักเราจริงๆ ป่านนี้ก็คงอยู่กินเป็นครอบครัวไปแล้ว”

   ตะเพียนทองอึ้งไปเหมือนกันที่พี่ชายนอกไส้พูดออกมาตรงๆ ปกติเรื่องนี้จะไม่ค่อยออกจากปากจันทน์กะพ้อบ่อยนัก เพราะเขาเป็นผู้ชายที่ไม่ค่อยรื้อฟื้นความหลัง เมื่อทุกอย่างสิ้นสุดก็ไม่มีเหตุผลอะไรจะต้องไปพูดถึงให้เจ็บปวดกันอีก

   “พี่จันทน์ก็รู้ว่าตอนที่ฉันคบกับพี่วินฉันยังไม่ได้รับขันธ์ ตอนนั้นฉันยังมีสิทธิ์ที่จะรักใครก็ได้ แต่ตอนนี้ไม่ใช่ ฉันเป็นร่างทรงของเจ้าแม่ตะเพียนทอง เป็นที่พึ่งพิงใจให้ชาวบ้าน แม้ตัวฉันจะไม่สนับสนุนให้ชาวบ้านงมงายกับเรื่องนี้ แต่ในความเป็นจริงฉันก็ปฏิเสธไม่ได้ และการที่ฉันจะรักใครซักคนก็ไม่ใช่เรื่องที่ฉันตัดสินใจได้ด้วยตัวเองเหมือนก่อนรับขันธ์”

   “อย่าเข้มงวดกับตัวเองนักเลยตะเพียน” จันทน์กะพ้อลูบผมนุ่มอย่างอ่อนโยน แววหวานในดวงตาตะเพียนทองแปรเปลี่ยนเป็นเศร้าหมองจนคนมองรู้สึกสงสารจับใจ “การให้โอกาสเป็นสิ่งดีพอๆ กับการได้รับโอกาส เราทำเพื่อคนอื่นมานานแล้ว หากจะทำเพื่อตัวเองซักครั้งก็จงอย่าได้รู้สึกผิด ความรักไม่เคยผิดจำเอาไว้”

   หญิงสาวเพียงแต่ยิ้มเศร้า โอกาสครั้งเดียวของเธอแหลกสลายไปแล้ว มันสูญหายไปพร้อมกับความรักที่มีต่อชวิน ผู้ชายคนเดียวที่เธอเคยคิดจะฝากชีวิตเอาไว้ ผู้ชายคนเดียวที่สามารถทำให้เธอเป็นเพียงผู้หญิงธรรมดา ทว่าทุกอย่างก็ไม่มีวันได้เกิดขึ้น มันคือชะตากรรมของเธอเอง ฟ้าดินคงกำหนดไว้แล้วแม้จะไม่ได้สมบูรณ์แบบอย่างบรรพบุรุษรุ่นก่อนๆ แต่เธอก็ถูกนับในทำเนียบร่างทรงของเจ้าแม่ที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของบ้านร้อยบุญ

   “กินยาไปแล้วเริ่มจะง่วง เล่าเรื่องของพี่จันทน์กับเขาให้ฟังหน่อยสิ”

   จันทน์กะพ้อลุกขึ้นประคองให้หญิงสาวนอนเรียบร้อยแล้วก็เลื่อนผ้าห่มให้ ก่อนจะเริ่มต้นเล่าเรื่องของโหราล้วนๆ ไม่มีเขาคาบเกี่ยวเลยแม้แต่น้อย ตะเพียนทองรู้แต่ก็ไม่คิดแย้งเพราะฟังไปก็เพลินดี

   โหราเป็นลูกศิลปินเต็มตัว แน่นอนว่าเขาได้รับพันธุกรรมความเป็นศิลปินของพ่อและแม่มาเต็มๆ แต่พรสวรรค์ของเขามาในรูปแบบของการเขียน ผลงานของเขาได้รับการตีพิมพ์ตั้งแต่ยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย เมื่อเรียนจบเขาก็ยึดการเขียนเป็นอาชีพ มีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่องและได้รับความนิยมอย่างสูงสุด ทว่าคนเรามักจะมีจุดหักเหในชีวิต โหราก็เช่นกัน

   “การที่คนมีความมั่นใจอย่างไอ้โหรถูกดองงานนั้นส่งผลกระทบมหาศาล แม้จะพยายามลืมเรื่องกระวนกระวายและตั้งใจเขียนแต่มันก็ไม่สำเร็จ มันหมกมุ่นกับคำถามที่สร้างขึ้นมาเอง พี่คิดว่านี่คือคมของจินตนาการ เมื่อเราครุ่นคิดอยู่กับมันมากๆ มันก็จะทำร้ายเรา ในที่สุดไอ้โหรก็ไม่สามารถเขียนอะไรได้อีก พี่ก็เลยชวนมันให้มาเปลี่ยนบรรยากาศที่บ้านเรา”

   “คราวนี้ก็อยู่ยาวข้ามปีเลย”

   “นี่มันวางแผนปักหลักอยู่ยาวเลยนะ” จันทน์กะพ้อยิ้มระอากับหญิงสาว “แต่อย่างน้อยๆ มันก็ยังมีประโยชน์ตรงที่ช่วยสร้างสีสัน คนที่บ้าน คนที่สวนชอบมันทั้งนั้น หน้าตามันก็นะ ไม่ว่าใครก็เกลียดมันไม่ลงหรอก ตาแป๋วขี้อ้อนซะจนบางทีก็น่าเตะ สาวน้อยสาวใหญ่ทิ้งสายตาทอดสะพานให้มันเป็นแถวแต่ไอ้นี่ดีอย่างถ้าไม่สนก็จะไม่ยุ่งด้วย ไม่ให้ความหวัง แต่กับใครที่ปักใจแล้ว มันไม่ยอมปล่อยเด็ดขาด แกก็ระวังเอาไว้เถอะ”

   “พี่จันทน์ควรจะเตือนเขาซักนิดว่าอย่ามาเกรียนกับเจ้าแม่” ตะเพียนทองปิดเปลือกตาลงเพราะถูกความง่วงจู่โจมเต็มที่ แต่ริมฝีปากบางได้รูปยังมีรอยยิ้มน้อยๆ ประดับอยู่

   หนุ่มสวนดอกไม้อมยิ้ม เพราะรู้ทั้งนิสัยเพื่อนรักและน้องสาวนอกไส้ เขาจึงมั่นใจว่าคู่นี้เหมาะกันมาก หากลงเอยได้ก็คงมีความสุขทั้งคู่ โหราน่ะแน่นอนอยู่แล้ว สุขล้นจนแค่นึกเขายังหมั่นไส้ ตะเพียนทองผู้เคยผิดหวังกับความรักปลอมๆ ของชวิน ควรจะได้สุขสมหวังกับรักแท้เสียที

   ทว่าความรักของร่างทรงคงมีอุปสรรคนานัปการ ชวินโชคดีที่มีปัญหาแค่กับคนในครอบครัว แต่โหราเพื่อนรักเขานี่สิกับครอบครัวคงไม่เท่าไร ปัญหาใหญ่อยู่ที่จะทำยังไงฝ่าด่านเหล่าอัครสาวกผู้พิทักษ์เจ้าแม่ไปได้ แค่คิดเล่นๆ ยังน่าหนักใจเลย

lung_tom

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 384
    • ดูรายละเอียด
Re: เขียนใจ...ทำนายรัก บทที่ 5
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มีนาคม 16, 2016, 10:16:01 PM »
นอนมองหน้าผมตั้งนานนึกว่าจะขอแต่งงาน ดันมาขอยืมโทรศัพท์ ไอ้เราก็นั่งลุ้นไปสิ << น่ารักค่ะ มีชอบหลายดอกเลย