แข่งเขียนนวนิยายใน 3 เดือน แรลลี 21 > 2. ตามฝัน / กลิ่นรุ่ม

พิมพ์รักประทับทราย บทที่1

(1/2) > >>

ตามฝัน:
บทที่ 1
   
เจ้าชายฮัทเซน ปาชา อัลชาริฟ พระโอรสองค์เล็กแห่งอัคห์ราส ไม่อยากไม่เชื่อสายตา ว่าสิ่งที่เห็นจะเกิดขึ้นจริง พอหันไปมองคามินทหารคนสนิทที่มาด้วยกัน รายนั้นก็ได้แต่ยืนไว้อาลัยให้กับทหารกล้าที่กำลังประจำการอยู่ในฐานปฏิบัติการทะเลทราย และนี่คงเป็นเรื่องไม่คาดคิดในรอบหลายปีสำหรับเขาในฐานะหัวหน้าฐานแห่งนี้

ใครจะนึกกันเล่า ว่าแค่เขาออกไปตรวจความเรียบร้อยบริเวณหมู่บ้านใกล้เคียงฐานปฏิบัติการไม่กี่ชั่วโมง หญิงสาวที่แสนจะอ่อนหวานเรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้อย่างที่รุสลันบอก จะกลับกลายเป็นแม่เสือที่กำลังจับลูกน้องของเขาสี่ห้าคนทุ่มเอา ทุ่มเอาร่วงระเนระนาดกองกับพื้น นี่ถ้าเจ้าพวกนั้นไม่เกรงใจว่าเธอเป็นลูกสาวท่านฟาริกองครักษ์และพระสหายคนสนิทขององค์กษัตริย์บีร์อา มีหวังนางเสือได้โดนบรรดาทหารจับเหวี่ยงกลับเหมือนที่เจ้าตัวทำนั่นแหละ 
   
เห็นภาพนี้แล้วเขานึกเจ็บใจที่โดนรุสลันองครักษ์คนสนิทขององค์รัชทายาทหลอกเอาได้

ตอนที่เจ้านั่นนั่งเฮลิคอปเตอร์มาหาเขาพร้อมหญิงสาวที่หมดสติในอ้อมแขน ก็พูดเพียงแค่ว่า “กระหม่อมขอฝากน้องสาวไว้สักครู่ เย็นๆ จะกลับมารับพระเจ้าค่ะ” เขาหรืออุตส่าห์เข้าใจว่ารุสลันคงไม่อยากให้น้องสาวออกไปสำรวจพื้นที่แถบชายแดนอัคห์ราสพร้อมกับหน่วยอาสาสมัครนานาชาติ เนื่องจากขณะนี้บริเวณนั้นมีผู้อพยพรัฐลีฮาร์อาศัยอยู่ คนเป็นพี่คงห่วงน้องสาวมากจึงไม่อยากให้ร่วมเดินทางไปด้วย อย่างที่เจ้าชายซารัสองค์รัชทายาทพี่ชายของเขาโทรมาเล่าให้ฟังตั้งแต่เมื่อวันก่อนนั่นล่ะ

ทีแรกก็ยังนึกสงสัย ว่าทำไมครอบครัวท่านฟาริกถึงไม่ห้ามหรือสั่งหญิงสาวให้เด็ดขาดไปเลยว่าไม่ให้ไปกับทีมอาสาสมัคร เหตุผลมีตั้งร้อยแปดพันประการที่จะยังยั้งการเดินทางของเธอ จะว่าเป็นเพราะทุกคนไม่กล้าขัดใจลูกสาวคนเล็กที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน เพราะเธออยู่กับมารดาของเธอที่ประเทศไทยแทนการอยู่กับบิดาและมารดาของรุสลันที่นี่

ถ้าเหตุผลเพียงแค่นี้ ท่านฟาริกพาลูกสาวไปฝากที่วังหลวงก่อนก็ได้ พอหน่วยอาสาสมัครนานาชาติออกเดินทางค่อยปล่อยให้หญิงสาวกลับบ้าน ไม่เห็นถึงกับต้องวางยานอนหลับแล้วพาเธอมาฝากไว้ที่ฐานของเขาเลย

หากแต่พอได้เห็นภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าอย่างเต็มตา ณ ตอนนี้ ฮัทเซนเข้าใจในทันทีว่าทำไมครอบครัวท่านฟาริกเลือกที่จะใช้ฐานของเขาเป็นสถานที่กักตัวหญิงสาวตัวเล็กร่างบอบบางแต่พละกำลังมากมาย  แล้วถ้าตอนนี้เขาไม่รีบทำอะไรสักอย่าง มีหวังพวกลูกน้องที่กำลังรุมล้อมแม่สาวลูกครึ่งไทย-อัคห์ราส คงได้แขนหัก ขาหัก ซี่โครงหักกันบ้างล่ะ
   
ฮัทเซนไม่รอช้า รีบพาร่างสูงใหญ่ก้าวไปยังสถานที่เกิดเหตุ
   
ย้าก!
   
ตุบ!
   
โอ๊ย!
   
“คุณพิมพ์ครับ พอเถอะครับ”
   
เจ้าชายหนุ่มได้ยินเสียงยากีพยายามร้องห้ามพิมพ์ทราย เมื่อเธอดิ่งเข้าไปจับแขนข้างหนึ่งของเจ้านั่นเอาไว้ หลังจากจับทุ่มลงไปกองกับพื้นแล้ว และแทนที่เธอจะหยุด ฮัทเซนกลับได้ยินเสียงแหลมตวาดลูกน้องของเขาดังลั่น
   
“พาฉันกลับบ้านเดี๋ยวนี้” หญิงสาวพูดพร้อมกับดึงแขนคนที่อยู่บนพื้นแรงขึ้น

ฮัทเซนหมดความอดทนที่จะอยู่เฉยอีกต่อไป วาจาประกาศิตที่สยบได้ทุกสิ่งก็ดังแทรกสายลมทันที “หยุดเดี๋ยวนี้พิมพ์ทราย”

เสียงที่แสดงถึงอำนาจทำให้คนที่กำลังใช้กำลังกับยากีต้องหยุดชะงัก แล้วหันกลับมามองตามทิศทางเสียง หากแต่คำพูดนั้นทำได้แค่ให้เธอยอมปล่อยมือออกจากยากี แล้วเปลี่ยนอากัปกิริยามาเป็นการมองหน้าเจ้าของเสียงดังที่แทรกขึ้นมาไม่ถูกที่ถูกเวลาแทน

ความโมโหที่มีมากของพิมพ์ทรายตั้งแต่ฟื้นคืนสติจึงไม่สนว่าคนมาใหม่นั้นจะเป็นใคร และเธอก็เลือกที่จะชี้นิ้วใส่หน้าคนตัวโตพร้อมกับตะเบ็งเสียงแหลมแสบแก้วหูกลับทันที    

“นายเป็นใคร ถ้าไม่คิดจะพาฉันไปส่งบ้านก็อย่ามายุ่ง”
   
เจ้าชายหนุ่มถึงกับเลือดขึ้นหน้าเมื่อถูกชี้หน้าแถมพูดใส่เสียงดังขนาดนี้ ยัยนี่ถือว่าตัวเองเป็นลูกสาวท่านฟาริกรึยังไงถึงได้กล้าทำกิริยาก้าวร้าวใส่เขา และก่อนที่เขาจะได้ทำอะไรลงไป ยากีที่เพิ่งถูกทารุณกรรมจากหญิงสาวร่างเล็กก็พยายามเรียกเตือนสติเธอ
   
“คุณพิมพ์ครับ คุณพิมพ์ครับ”

ฮัทเซนยืนดูพิมพ์ทรายหันกลับไปหาคนเรียกพร้อมกับลดนิ้วที่ชี้หน้าเขาลง แต่ตะคอกกลับคนหวังดีด้วยความไม่พอใจ

“เรียกทำไม ไม่พาฉันกลับบ้านก็ไม่ต้องมาเรียก”
   
“ใจเย็นก่อนครับคุณพิมพ์ นั่นเจ้าชายฮัทเซน ปาชา อัลชาริฟ พระโอรสองค์เล็กขององค์กษัตริย์บีร์อานะครับ”
   
ประโยคนั้นทำให้หญิงสาวต้องหันไปมองคนที่ถูกกล่าวถึงอย่างเต็มตา ทว่าคนอย่างพิมพ์ทรายน่ะเหรอ ไม่เคยกลัวอะไรอยู่แล้ว และตอนนี้เธอกำลังโมโหคนมากเพิ่มขึ้นต่างหาก เพราะเธอจะมาอยู่ที่นี่ไม่ได้ถ้าเจ้าของไม่อนุญาต เจ้าชายพระองค์นี้ก็อยู่ในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิดขัดขวางการทำงานของเธอ
   
หญิงสาวค่อยๆ เดินไปหาคนที่มีอำนาจสูงสุด จนคนรอบข้างถึงกับโล่งใจเมื่อคิดว่าหัวหน้าฐานปฏิบัติการทะเลทรายคงกำราบลูกสาวท่านฟาริกได้ และทันทีที่เธอเดินเข้าไปใกล้ พิมพ์ทรายไม่รอช้าที่จะรวบรวมพลังเสียงให้มากที่สุด แล้วตะโกนใส่หน้าคนที่เป็นเจ้าชายทันทีเลยว่า
   
“พาหม่อมฉันกลับบ้านเดี๋ยวนี้!!!”
   
ทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นรีบยกมือปิดหูทันทีก่อนที่เสียงแหลมจะทำลายต่อมการได้ยินจนพังกันทั้งฐาน

และคนที่ถูกตะโกนใส่หน้าก็หมดความอดทนเสียแล้ว เมื่อถูกเจ้าของเสียงแหลมทำกิริยาใส่เหมือนจะล้างเกียรติการเป็นเจ้าชายแห่งอัคห์ราสของเขาจนหมดสิ้น ในเมื่อรุสลันกล้าฝากน้องสาวไว้กับเขา ก็ต้องยอมให้เขาสั่งสอนยัยนี่ด้วย
   
ฮัทเซนกระชากแขนหญิงสาวเข้ามาใกล้จนเธอถลามาหา แล้วมือใหญ่อีกข้างก็ฟาดไปที่สะโพกกลมกลึงทันที และไม่ใช่แค่ครั้งเดียว เมื่อเสียงดังเพี๊ย! เพี๊ยะ! ดังติดกันเสียหลายหน ส่วนคนที่อยู่ในวงแขนก็ดิ้นเร่าๆ พยายามหลบมือใหญ่ที่ลงมากระทบเนื้อเน้นๆของเธอ
   
กรี๊ดดดดดดดด!!!
   
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ มาตีทำไม ไอ้บ้า ไอ้เจ้าชายบ้า มาตีทำไม เจ็บ”
   
ฮัทเซนปล่อยหญิงสาวให้เป็นอิสระหลังจากฟาดจนหนำใจ ยืนมองหญิงสาวที่รีบถอยออกจากรัศมีของเขาพร้อมกับจับสะโพกตนเองถูไปมา แม้กายจะเจ็บ แต่ปากเธอยังแผลงฤทธิ์ต่อได้

“ไอ้บ้า มาตีทำไม เจ็บนะ”
   
“พูดจาให้มันดีหน่อยพิมพ์ทราย ฉันเป็นใคร อย่ามาเรียกลามปามอย่างนั้น การที่เธอเป็นลูกสาวท่านฟาริก ใช่ว่าฉันจะลงโทษเธอไม่ได้ ทำตัวอย่างนี้ไง รุสลันถึงได้เอามาทิ้งไว้ที่นี่ พูดจาเหมือนคนไม่ได้รับการอบรม” และไอ้ท่าที่เธอกำลังใช้มือถูบั้นท้ายขึ้นลงอย่างนั้นมันอยากทำให้เขาหวดอีกสักรอบ ผู้หญิงอะไรไม่เรียบร้อย ผู้ชายยืนล้อมรอบยังมายืนจับก้นตัวเองอยู่ได้ แล้วดูขึ้นเสียงแข่งกับเขาอีกนั่น
   
“อย่ามาว่านะ เจ้าชายนั่นแหละ ทำตัวเหมือนไม่ได้รับการอบรม ผู้ชายบ้าที่ไหนทำร้ายผู้หญิง”
   
“พิมพ์ทราย!” ฮัทเซนเงื้อมือตั้งท่าจะฟาดคนปากเก่งอีกรอบ แต่คราวนี้หญิงสาวรู้ทันรีบวิ่งไปหลบหลังยากี ทว่ายังส่งเสียงไม่ลดละ

“พาหม่อมฉันกลับไปส่งเดี๋ยวนี้”
   
“รุสลันจะมารับเธอเอง” เจ้าชายหนุ่มพยายามกดเสียงให้นิ่งที่สุด
   
“เมื่อไหร่”   

เจอคำถามที่ห้วนขนาดนั้น ฮัทเซนก็ทนไม่ไหวตะคอกเสียงดังกลับไปบ้าง “เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น” จนแล้วจนรอดผู้หญิงคนนี้ก็ไม่เคารพเขาสักที
   
“ไม่ได้นะ หม่อมฉันต้องกลับ เอาม้ามาก็ได้ เดี๋ยวขี่เอง”
   
“เธอคิดว่าตัวเองอยู่ที่ไหน ถึงจะได้เที่ยวขี่ม้าชมเมืองเนี่ย กลับเข้าไปสงบสติอารมณ์ในกระโจมเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นโดนลงโทษ”
   
“ไม่ หม่อมฉันจะกลับบ้าน” คนอย่างพิมพ์ทรายใช่ว่าจะยอมใครง่ายๆ ต่อให้เป็นเจ้าชายก็เถอะ พระองค์ไม่รู้ซะแล้วว่าเธอมีองค์กษัตริย์กับพระชายาแห่งอัคห์ราสเป็นหน่วยสนับสนุนอยู่ทางวังหลวง ไม่อย่างนั้นจะกล้าแผลงฤทธิ์ใส่พระโอรสองค์เล็กอย่างนั้นเหรอ
   
คามินที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆ ชักเห็นท่าไม่ค่อยดี ดูท่าคนทั้งสองไม่มีใครยอมใครเป็นแน่ และคนที่ยืนคั่นกลางอย่างยากีก็ส่งสายตาขอร้องมาทางเขา คงอยากจะหนีจากสถานการณ์น่าอึดอัดตรงนี้ ดังนั้นเขาจำต้องทำอะไรสักอย่าง และการที่จะเจรจากับหญิงสาวที่มีความโกรธทะลุจุดเดือดก็ต้องใช้น้ำเสียงที่นุ่มนวล

“คุณพิมพ์ครับ รอรุสลันมารับเถอะครับ ตอนเย็นๆ ก็คงมาแล้ว ตอนนี้กลับเข้าไปในกระโจมก่อนเถอะ”
   
พิมพ์ทรายได้ฟังแล้วก็ได้แต่ชักสีหน้าไม่พอใจ อุตส่าห์อาละวาดจนเหนื่อย แต่ไม่ยักจะสำเร็จ แถมยังโดนหัวหน้าฐานนี้ตีเอาอีก หนทางกลับบ้านคงตันเป็นแน่แท้ และจะทำอะไรได้อีกล่ะ นอกจากรักษาตัวรอดเป็นยอดดี หญิงสาวจึงหันหลังเดินกระแทกเท้ากลับไปยังกระโจมที่เพิ่งตื่นขึ้นมา คอยดูแล้วกันว่าค่ายนี้จะสงบไหมเมื่อเธอยังอยู่

ฮัทเซนได้แต่กำมือแน่นมองคนไร้มารยาทกระแทกเท้ากลับเข้ากระโจมไปด้วยความไม่พอใจ รุสลันคิดได้ยังไงว่าน้องสาวตนเองแสนจะบอบบางไม่สามารถเดินทางไปทำงานตามแนวเขตชายแดนได้ เท่าที่เขาเห็น อย่าว่าแต่ชายแดนเลย ยัยนี่อยู่กลางสมรภูมิรบก็ไม่น่าห่วง

โธ่ ตลอดหลายปีที่เขานั่งฟังเจ้านั่นเล่าถึงน้องสาวคนละแม่ที่อยู่เมืองไทย ว่าน่ารักอย่างนั้น น่ารักอย่างนี้ อ่อนโยน อ่อนหวาน บอบบางน่าทะนุถนอม จนเขาคิดว่าพิมพ์ทรายต้องเป็นผู้หญิงที่เรียกได้ว่าเบญจกัลยาณีเลยทีเดียว แต่นี่อะไรทำไมเรื่องเล่ากับภาพที่เห็นกลายเป็นคนละเรื่อง ยัยนี่ยัยตัวแสบชัดๆ
   
แล้วตอนนี้สภาพลูกน้องของเขาแต่ละคนดูไม่จืดเลยจริงๆ อยากจะสั่งให้ไปวิ่งรอบฐานสักคนละพันรอบเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย อย่างน้อยตอนถูกผู้หญิงจับทุ่มจะได้รู้จักถ่วงแรงกันได้บ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้พิมพ์ทรายเล่นงานง่ายๆ แบบนี้ มีกันตั้งหลายคนจัดการผู้หญิงคนเดียวก็ไม่ได้ ถึงกับต้องให้เขาลงมือเอง
   
“พวกนายไร้ฝีมือถึงขนาดกำราบผู้หญิงไม่ได้เลยรึไง” ฮัทเซนเสียงเข้มใส่บรรดาทหารในสังกัดที่ยืนเรียงหน้าจนสะดุ้งกันเป็นแถว แต่ก็ยังมียากีเป็นหน่วยกล้าตายตอบไขข้อข้องใจเขาว่า
   
“พวกผมไม่กล้านี่ครับ พอคุณพิมพ์ตื่นขึ้นมา แล้วรู้ว่ารุสลันพามาที่ค่ายทะเลทราย เธอก็อาละวาดไม่หยุด ตั้งท่าจะกลับอย่างเดียว พอพวกผมเข้าใกล้ เธอก็บอกว่า ถ้าใครโดนตัว เธอจะบอกท่านฟาริก ว่าพวกเรารุมโทรมเธอ” เพราะเหตุผลนี้ไงที่ทำให้ไม่มีใครกล้าโดนตัวลูกสาวท่านฟาริกสักคน แต่เธอกลับทำร้ายร่างกายพวกเขาแบบไม่ให้มีช่องว่างเลย
   
เซนพอได้ฟังเรื่องราวจากปากลูกน้อง เขาอยากจะตามเข้าไปหวดก้นคนที่ถูกกล่าวถึงอีกสักรอบ ลูกน้องเขาผู้ชายทั้งนั้น มาพูดเรื่องพรรค์อย่างนั้นได้ยังไง แล้วไอ้พวกนี้โดนขู่หน่อยก็กลัวจนไม่กล้าตอบโต้ เลยโดนเล่นงานอยู่ฝ่ายเดียว หากแต่จะไม่เกรงคำพูดของพิมพ์ทรายกันเลยก็คงไม่ได้ เพราะท่านฟาริกมีความสำคัญกับอัคห์ราสยังไงทุกคนรู้ดี แถมยังเป็นอาจารย์ที่สอนวิชาทหารให้กับเขาและพี่ชายอีกด้วย ลองลูกสาวไปฟ้องว่าโดนรุมโทรมที่ฐานทะเลทราย มีหวังตายเกลื่อนค่ายแน่ เห็นทีปล่อยให้ตัวยุ่งอยู่ที่ค่ายนี้ต่อไม่ได้แล้ว
   
   
รุสลันและฟาริกเป็นตัวแทนองค์กษัตริย์บีร์อา กำลังเตรียมส่งหน่วยอาสาสมัครนานาชาติออกเดินทางไปพร้อมกับทหารจำนวนหนึ่ง และรุสลันต้องแจ้งให้ทุกคนทราบว่าเขาไม่อนุญาตให้พิมพ์ทรายเดินทางไปในครั้งนี้

ที่จริงแล้วปีแอร์หัวหน้าทีมชาวอเมริกันก็ไม่ได้อยากให้หญิงสาวร่วมเดินทางไปด้วยหรอก เพราะทีมงานชุดนี้มีแต่ผู้ชาย และชื่อของพิมพ์ทรายไม่ได้อยู่ในการเข้าร่วมปฏิบัติงานตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ชื่อชาวไทยเพียงคนเดียวที่มีในทีมนี้คือ ทวีชัย แต่พิมพ์ทรายเดินทางมาดักรอทีมงานที่อัคห์ราสล่วงหน้า เขาจึงจำต้องให้เธอร่วมงานในครั้งนี้ด้วย หากแต่ตอนนี้ผู้ปกครองตัวเสริมไม่อนุญาต การปฏิบัติงานของทีมก็ดำเนินการตามแผนเดิมที่วางไว้ได้อย่างไม่มีปัญหา

ระหว่างที่รุสลันกำลังดูแลความเรียบร้อย ก็มีเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดังขึ้น เมื่อเห็นชื่อบนหน้าจอเขาก็ต้องหลบไปรับโทรศัพท์อยู่มุมหนึ่ง และทันทีที่รับสาย ก็มีเสียงโวยวายจากคนทางโน้นดังเข้ามาจนเขาถึงกับคิ้วขมวด และตอบรับปลายสายได้เพียงว่า พระเจ้าค่ะ พระเจ้าค่ะ เมื่อวางสายจากคนทางโน้นเขาก็เดินกลับมาหาบิดาที่กำลังยืนดูความพร้อมของทีมอาสาสมัคร แล้วฟาริกก็หันมาถามเขาทันทีเลยว่า

“ที่โทรมา ใช่เจ้าชายฮัทเซนรึเปล่า”

“ใช่ครับพ่อ” รุสลันได้แต่หนักใจ เขาก็พอจะรู้ฤทธิ์เดชน้องสาวตัวเองอยู่หรอก 
   
“เจ้าชายว่ายังไงบ้าง ยัยพิมพ์งอแงมั้ย”
   
“ถ้าร้องไห้งอแงเสียใจ เจ้าชายคงไม่โวยใส่ผมขนาดนี้หรอกครับ แต่นี่พอตื่นขึ้นมาก็อาละวาดใส่พวกทหาร เจ้าชายเลยต้องลงมือจัดการเอง ตอนนี้ถูกสั่งให้อยู่แต่ในกระโจม”
   
ฟาริกได้แต่ถอนหายใจ ทำไมเขาจะไม่รู้จักนิสัยลูกสาวคนนี้ แต่ด้วยความที่ไม่ได้เลี้ยงดูพิมพ์ทรายมาตั้งแต่แยกทางกับภาสุดาแม่ของเธอ ทำให้คนเป็นพ่อไม่กล้าขัดใจทุกครั้งที่เจอหน้ากัน เพราะกลัวเธอจะไม่มาหาเขาอีก แต่การเดินทางไปชายแดนกับหน่วยอาสาสมัครนานาชาติ คนเป็นพ่อก็ปล่อยไปไม่ได้จริงๆ

แม้ว่าเขาจะหาสารพัดวิธีมาหลอกล่อลูกสาวให้อยู่รอเพื่อนๆ ที่บ้าน พิมพ์ทรายก็ไม่ยอม แถมยิ้มหวานประจบทั้งเขา ทั้งโมนาแม่ของรุสลันจนใจอ่อน สุดท้ายจึงต้องหาทางอย่างที่ลูกชายนำเสนอ วางยาแล้วแยกพิมพ์ทรายไปอยู่ที่ทะเลทรายซะ เพราะหากกักตัวไว้ที่บ้าน หรือวังหลวง รุสลันแน่ใจว่าน้องสาวต้องหาทางมาสมทบกับเพื่อนทีมงานจนได้ เขาจึงต้องทำตามวิธีของลูกชายและมันก็สำเร็จ

“เดี๋ยวเย็นๆ เจ้าไปรับน้องนะ” ยังไงซะพิมพ์ทรายก็เป็นผู้หญิง ฟาริกไม่ยอมปล่อยให้ไปค้างอ้างแรมที่อื่นหรอก
   
“ครับพ่อ ยัยพิมพ์คงโวยน่าดู ที่เราขวางไม่ให้เดินทางไปกับทีมงาน”
   “พ่อให้น้องไปไม่ได้หรอก เจ้าเข้าใจพ่อนะ น้องเป็นผู้หญิง”
   
“ผมเข้าใจครับ น้องเราบอบบางอย่างนั้นจะทนกับสภาพอากาศกลางทะเลทรายได้ยังไง” ไม่ผิดใช่ไหมที่พี่ชายคนนี้จะดูแลน้องสาวเพียงคนเดียวที่แสนจะน่ารักน่าทะนุถนอมให้ดีที่สุด

   
ด้านหญิงสาวที่แสนจะบอบบางของพ่อและพี่ชายที่อยู่กลางฐานปฏิบัติการทะเลทรายในตอนนี้ กำลังนั่งเท้าคางและใช้มือข้างหนึ่งหมุนคลื่นวิทยุติดต่อสื่อสารไปมา โดยไม่ฟังเสียงเจ้าหน้าที่วิทยุที่ยืนเป็นหนูติดจั่นด้านหลังเลยว่าร้อนใจสักแค่ไหน ที่เธอเห็นเครื่องมือปฏิบัติงานของเขาเป็นของเล่น
   
“คุณพิมพ์ครับ หยุดเล่นได้แล้วครับ”
   
“ไม่ อย่ามาเข้าใกล้ฉันเชียวนะ ไม่งั้นฉันจะฉีกเสื้อผ้าตัวเอง พอพี่รุสลันมาเห็น ฉันจะบอกว่านายจะข่มขืนฉัน”
   
“โธ่ คุณพิมพ์ครับ อย่าทำกับผมอย่างนี้สิครับ เดี๋ยวเจ้าชายมาเห็นเข้า ผมโดนลงโทษพอดี” เจ้าหน้าที่วิทยุได้แต่โอดครวญ และดูเธอต่อรองกับเขาสิ
   
“งั้นก็พาฉันกลับบ้าน ตอนนี้เลย เอาม้ามาให้ก็ได้ เดี๋ยวจะขี่ไปที่ชายแดนเอง”
   
“โธ่ คุณพิมพ์”เจ้าหน้าที่วิทยุได้แต่ยืมมองหญิงสาวหน้าละห้อย เธอพูดเหมือนขอยืมจักรยานเขาไปซื้อขนมปากซอย ทั้งๆ ที่นี่มันทะเลทรายชัดๆ และแล้วสิ่งที่เขากลัวก็มาถึงไวกว่าที่คิด เมื่อหันไปเห็นหัวหน้าฐานปฏิบัติการทะเลทรายส่งสายตาพิฆาตมาหาตน
   
ฮัทเซนอยากจะเข้าไปกระชากร่างบอบบางที่นั่งหมุนคลื่นวิทยุเล่นมาหวดด้วยไม้หน้าสามสักร้อยที

นี่ถ้าเขาไม่ออกมาตามหาคามินให้เข้าไปช่วยทำงานก็คงไม่เห็นหรอกว่าคนที่ถูกสั่งให้อยู่แต่ในกระโจม ตอนนี้ออกมาก่อกวนลูกน้องเขาอีกแล้ว และเล่นของสำคัญซะด้วย “หยุดเดี๋ยวนี้พิมพ์ทราย”
   
หญิงสาวจำเสียงเขาได้ เธอหันหน้ามามองไม่สะทกสะท้าน แล้วตอบกลับเสียงเรียบ “หม่อมฉันรู้ว่าพระองค์เป็นเจ้าชาย แต่พระองค์ไม่มีสิทธิ์มาสั่งหม่อมฉัน พิมพ์ทรายคนนี้ไม่ได้อยู่ในหน่วยงานของพระองค์”
   
“พูดแบบนี้ อยากโดนตีอีกรอบรึไง”

“คอยดู จะฟ้องพ่อ”

“จะฟ้องอะไรก็ฟ้องไป แต่หยุดเดี๋ยวนี้”

คนถูกสั่งยังนั่งทำหูทวนลม จนฮัทเซนทนไม่ไหว สาวเท้าเข้าไปใกล้ แต่พิมพ์ทรายเร็วกว่า ประสบการณ์เมื่อตอนสายสอนเธอว่าต้องทำอย่างไร หญิงสาวรีบกระโดดข้ามวิทยุออกไปยืนอีกด้านทันที

“เป็นแต่ใช้กำลังกับผู้หญิงเหรอเจ้าชาย”

“ผู้หญิงนิสัยไม่ดีอย่างเธอมันก็ต้องโดนแบบนี้แหละ”

แล้วความอลเวงก็เริ่มชุลมุนไปรอบฐานปฏิบัติการที่เคยสงบอีกครั้ง และครั้งนี้หญิงสาวไม่ยอมให้เจ้าชายหนุ่มทำร้ายเธอง่ายๆ พิมพ์ทรายวิ่งหนีสุดชีวิต แถมวิ่งไปที่จุดใด สาวเจ้าก็จัดการกระจุยกระจายของตรงนั้นพังไม่มีชิ้นดี สงครามย่อยๆ กลางฐานคงจะเดือดพล่านมากกว่านี้ ถ้าเฮลิคอปเตอร์บนน่านฟ้าไม่ลงจอดเสียก่อน พิมพ์ทรายมั่นใจทีเดียวว่าต้องเป็นรุสลันที่มารับ เธอคำนวณเวลาทุกอย่างเรียบร้อยแล้วว่าพี่ชายจะมาเมื่อไหร่ ไม่งั้นมีหรือจะกล้าออกมาส่งสารท้ารบกับเจ้าชายฮัทเซน

หญิงสาวยิ้มร่าวิ่งเข้าไปกอดคนที่มารับ และเขาคงแปลกใจที่เห็นภาพเธอโดนผู้ชายตัวใหญ่ไล่กวด โดยมีทหารในฐานวิ่งตามมาเป็นพรวน

“เล่นอะไรกัน” รุสลันเอ่ยถาม เมื่อน้องสาวเปลี่ยนจากท่ากอดเป็นการใช้เขาทำโล่กำบังเมื่อเจ้าชายฮัทเซนตามเข้ามาใกล้ แล้วเจ้าของฐานปฏิบัติการทะเลทรายก็ตวาดเสียงดังใส่เขาทันที

“เล่นบ้าอะไร น้องนายทำลายข้าวของในฐานฉันพังหมดแล้ว ส่งมาให้ตีซะดีๆ”

“พี่รุสลันขา พิมพ์ไม่ได้ตั้งใจนะคะ พิมพ์ก็แค่วิ่งไปชนเท่านั้นเอง เจ้าชายฮัทเซนโกรธใหญ่เลย ไล่ตีพิมพ์จนข้าวของพังหมดแล้วเนี่ย” พิมพ์ทรายพูดเสียงอ่อนเสียงหวาน ออกจะติดสั่นเครือนิดๆ จนรุสลันสงสาร ใช้มือลูบผมปลอบใจ ด้วยกลัวว่าน้องจะเสียขวัญ ซึ่งนั่นก็เข้าทางเธอทุกอย่างแหละ และเขาก็ออกโรงปกป้องเธอเหมือนทุกครั้ง

“เจ้าชาย กระหม่อมขอโทษแทนน้อง พระองค์โปรดอภัยให้พิมพ์เถอะ น้องไม่ได้ตั้งใจ”

ฮัทเซนอยากจะซัดทั้งพี่ทั้งน้องจริงๆ รุสลันไม่เห็นรึไงว่าน้องสาวตัวดีก่อเรื่องอะไรไว้ พูดมาได้ว่าไม่ตั้งใจ แล้วสายตาเจ้านั่นบ่งบอกว่าสิ่งที่เขาทำลงไป เป็นการทำเกินกว่าเหตุ

“กลับไปเลย กลับไปทั้งพี่ทั้งน้อง” ฮัทเซนตวาดเสียงดังลั่น

“กลับบ้านเรากันค่ะพี่รุสลัน” พิมพ์ทรายพูดเสียงอ่อน หากแต่กลับคิดในใจว่าดีแล้ว ต่อไปนี้อีตาเจ้าชายบ้าจะได้ไม่กล้ามายุ่งกับเธออีก ต่อให้รุสลันพยายามเอาเธอมาฝาก เขาจะได้ไม่กล้ารับ


หลังจากที่เฮลิคอปเตอร์ลงจอดภายในวังหลวงอัคห์ราส พิมพ์ทรายและรุสลันต้องเข้าเฝ้าองค์กษัตริย์บีร์อาและพระชายาดีล่าซึ่งประทับอยู่กับท่านฟาริกในห้องรับรอง และแน่นอน แผนการจัดการคนที่กล้าทำร้ายเธอก็ปรากฏขึ้นภายในสมองพิมพ์ทรายทันที ดังนั้นเมื่อพบพระพักตร์ทั้งสองพระองค์ หญิงสาวจึงแสร้งทำหน้าเศร้า

“ไปเที่ยวฐานทะเลทรายสนุกไหมจ๊ะหนูพิมพ์” พระชายาดีล่าเอ่ยถามอย่างมีเมตตา

“ไม่สนุกเลยเพคะ”

“อ้าวทำไมล่ะ” พระชายาดีล่าตรัสถามอย่างร้อนใจ ยิ่งเห็นท่าทางหงอยๆ ตั้งแต่ก้าวเข้ามายิ่งคิดว่าต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ และคำตอบที่พระองค์ได้รับก็คือ

“เจ้าชายฮัทเซนตีพิมพ์เพคะ พิมพ์เจ็บไปหมดเลย เจ้าชายใจร้ายจัง”

คำบอกเล่าจากปากหญิงสาวทำให้องค์กษัตริย์บีร์อาถึงกับร้อนใจ “อะไร ให้ดูน้องไม่กี่ชั่วโมง ทำไมต้องลงไม้ลงมือกันด้วย ใครก็ได้โทรไปตามฮัทเซนกลับมาที” ลูกชายคนเล็กของพระองค์เป็นคนยังไง ถึงได้ทำกับลูกสาวฟาริกที่แสนจะน่ารักอย่างนี้ แล้วดูเด็กสาวที่น่าทะนุถนอมสิคงกลัวเจ้าลูกบ้าของพระองค์ถึงได้พูดออกมาอีกว่า

“อย่าโกรธเจ้าชายเลยเพคะ เดี๋ยวเจ้าชายจะมาตีพิมพ์อีก”

“ก็ลองดู ถ้ามันกล้าทำหนูพิมพ์อีก ฉันนี่แหละจะตีเจ้าลูกชายให้ลายไปทั้งตัวเลย” องค์กษัตริย์บีร์อาประกาศกร้าว แล้วพระองค์ก็หันไปทางทหารนายหนึ่งให้ออกไปปฏิบัติตามรับสั่ง

“โธ่ หนูพิมพ์ มาหาฉันสิ” พระชายาดีล่าทรงเรียกหญิงสาวเข้าไปหา
พิมพ์ทรายคลานเข้าไปหาพระชายาแห่งอัคห์ราส แล้วใช้สองมือวางบนหน้าตักพระองค์เกยคางสบตายิ้มให้ จนพระชายาดีล่าอดใจไม่ให้โมโหเจ้าลูกชายคนเล็กไม่ได้ พิมพ์ทรายน่ารักขนาดนี้ กล้าตีได้ยังไง สองมือของพระองค์จึงลูบผมสีดำคลับอย่างอ่อนโยน

“เจ็บมากมั้ยหนูพิมพ์ นี่เจ้าไปตามหมอหลวงมาที” พระชายาดีล่าหันไปสั่งนางกำนันที่ยืนอยู่ให้ออกไปตามหมอหลวงมาดูแลคนเจ็บ แต่พิมพ์ทรายเอ่ยห้ามไว้ก่อน

“ไม่ต้องไปค่ะคุณนางกำนัน” พิมพ์ทรายส่งเสียงหวานห้ามนางกำนันไว้ก่อนที่จะออกไปพ้นห้องรับรอง แล้วหันกลับมามองพระชายาแห่งอัคห์ราสที่ห่วงใยเธอพร้อมเผยรอยยิ้มประจบอีกครั้ง “เดี๋ยวพิมพ์กลับไปให้คุณป้าโมนาทายาให้ก็หายแล้วเพคะ ป่านนี้คุณป้าห่วงพิมพ์แย่แล้ว พิมพ์ทูลลาเลยดีกว่า พ่อขากลับบ้านเรากันค่ะ”

“ไปลูกไป” ฟาริกรีบตอบรับลูกสาวทันที แล้วยืนทำความเคารพทั้งสองพระองค์พร้อมกับรุสลัน “กระหม่อมทูลลา”

“พิมพ์ทูลลาเพคะ” พิมพ์ทรายลุกขึ้นยืนถอนสายบัวอย่างสวยงาม

“ถ้ายังไม่กลับเมืองไทย มาหาฉันอีกนะหนูพิมพ์” พระชายาดีล่ากล่าวทิ้งท้าย

“เพคะ” หญิงสาวยิ้มให้ทั้งสองพระองค์อย่างอ่อนหวาน ไอ้เรื่องประจบผู้ใหญ่เธอถนัดนักแหละ และคนที่กำลังได้รับผลกระทบจากความน่ารักของเธอในครั้งนี้ ก็หนีไม่พ้นบุรุษที่กล้าลงมือทำร้ายกัน เจ้าชายฮัทเซนเสร็จแน่ ตอนอยู่ที่ฐานปฏิบัติการทะเลทรายเธอเอาคืนเขาไม่ได้ เพราะกำลังและแรงสนับสนุนไม่เพียงพอ แต่ตอนนี้เธอมีกองกำลังที่มีอำนาจเหนือกว่าเขามากนัก ถึงเจ้าชายฮัทเซนจะไม่โดนตีเหมือนที่เธอโดน แต่ก็ต้องทนนั่งฟังผู้มีอำนาจที่สุดในอัคห์ราสทั้งสองพระองค์ต่อว่าแน่ โทษฐานที่บังอาจมาทำร้ายเด็กสาวน่ารักแบบไร้เหตุผล

ทีใครทีมัน

noneko:
เจ้าชายฮัทเซนคงต้องปราบพยศน้องพิมพ์ทรายอีกนาน เฮี้ยวน่าดู

บีเลิฟ:
แวะมาส่งกำลังใจครับ ;D ;D 8)

ตามฝัน:
ขอบคุณทุกคนที่แวะมาอ่านกันนะคะ

buddy:
มาตอนแรกก็ลงไม้ลงมือกันดังเพี๊ยะ อิอิ บทต่อไปมันส์แน่  ;D

ไม่อยากไม่เชื่อสายตา

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

Go to full version