ผู้เขียน หัวข้อ: ของหวาน...ของหัวใจ - บทที่ 1 วันธรรมดา  (อ่าน 1153 ครั้ง)

เหมือนพระจันทร์

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 34
    • ดูรายละเอียด
ของหวาน...ของหัวใจ - บทที่ 1 วันธรรมดา
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2014, 10:49:46 AM »








กวีณาขยับตัวทันทีที่ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุก หญิงสาวจับจ้องอุปกรณ์ขัดขวางการนอนหลับรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีดำที่กรีดร้องไม่หยุดด้วยสายตาอาฆาตแค้น ก่อนจะตบมือลงไปบนปุ่มให้มันหยุดปฏิบัติการส่งเสียงหนวกหู

เธอกำลังฝันดี
อีกเพียงก้าวเดียวเท่านั้น กวีณากำลังจะได้เข้าไปสู่ทัชมาฮาล สิ่งก่อสร้างสำคัญของโลกที่ประเทศอินเดีย
ไม่ใช่เพียงความสวยงามของสถานที่ที่หญิงสาวนึกฝัน
กวีณาคิดถึงคนยากจน เด็กร่างเล็กผอมหัวโตขาดสารอาหาร อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ถูกสุขอนามัย

หญิงสาวซุกใบหน้าลงกับหมอนอีกครั้ง ตลอดระยะเวลาสามปีของการดำรงชีพเป็นมนุษย์เงินเดือน แม้จะไม่เคยเกิดสิ่งใดร้ายแรง เงินเดือนน่าพอใจ เพื่อนร่วมงานเป็นมิตรแต่มันก็ไม่ได้ใกล้เคียงกับความฝันที่เคยวาดหวังเอาไว้ ความฝันที่เป็นแรงผลักดันสำคัญให้เธอจบการศึกษาทางด้านภาษา มีความสามารถทั้งภาษาอังกฤษและญี่ปุ่นอย่างดีทุกทักษะของการสื่อสาร

แม้จะได้เดินทางไปต่างประเทศสี่ห้าครั้งต่อปีกับเจ้านาย แต่มันก็เป็นสถานที่เดิม พบเจอผู้คนหน้าซ้ำๆ ทำหน้าที่เป็นทั้งเลขา ล่าม จัดการทุกเรื่องเพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างเรียบร้อย กวีณาเฝ้าใฝ่ฝันถึงสถานที่แปลกตา อารยะธรรมของผู้คนต่างเผ่าพันธุ์อาจไม่จำเป็นต้องไปไกลถึงขนาดข้ามน้ำข้ามทะเล ขอเป็นในประเทศก็ยังดีนอกจากเที่ยวยังได้ช่วยเหลือคนอื่นๆ ตามกำลังความสามารถเท่าที่จะทำได้

ผู้ช่วยเลขานุการนั่งทำงานติดอยู่กับโต๊ะ พบปะกับคอมพิวเตอร์มากกว่าคนจริงๆ
แม้จะใช้เวลาที่เหลือจากการทำงานไปทำงานอาสาบ้างแต่มันก็กระท่อนกระแท่นเต็มทน
ความฝันไกลเกินเอื้อมมือคว้า
ไกลกว่านาฬิกาปลุกที่ปลุกเธอตื่นทุกเช้า


คนขี้เซาดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นคลุมโปง ใช้สิทธิ์ลาป่วยลากิจเพื่อต่อความฝันที่อาจไม่มีทางเป็นจริง กวีณาหลับตาแน่นขอนอนต่ออีกสักนิดก่อนจะก้าวขาเข้าสู่ทัชมาฮาลในฝัน ความคิดที่ถูกซุกซ่อนไว้ลึกที่สุดก็ร้องเตือน เธออาจจะไม่ได้ทำงานในฝันแต่ก็ได้อยู่ใกล้คนๆ นั้น

ใกล้มากเสียจน บางครั้งบางหนเธอก็รู้สึกว่ามันไม่น่าจะเป็นความจริง

หญิงสาวรีบลุกขึ้นจากเตียง ความเฉื่อยชาหายจากไปราวกับมีอำนาจเวทมนตร์วิเศษเพิ่มความขยันมาให้เธออีกสามสี่เท่าเพียงแค่นึกถึงตั้งใจทำงานอีกวัน ไปประเมินท่าที่ความเป็นไปได้ระหว่างกันอีกรอบ ทั้งๆ ที่เธอพิสูจน์ ทดสอบ ลองใจ “เขา”มานับครั้งไม่ถ้วนตลอดระยะเวลาสามปีที่ได้ใกล้ชิด

ผลสรุปคำตอบที่ได้รับแต่ละครั้งไม่เคยแตกต่างกัน
เขาไม่เคยมีใจให้เธอ หรือถ้าพูดให้ถูกต้องคือเขาคนนั้นไม่เคยใส่ใจผู้หญิงทุกคนบนโลก
ใกล้ชิดกันอีกสักรอบ ถ้าเขายังทำเฉยๆ เธอจะลาออกไปตามหาฝันของตัวเองจริงจังสักที

กวีณารีบอาบน้ำแต่งตัว หญิงสาวสวมเชิ้ตแขนยาวสีน้ำตาลอ่อน กับกระโปรงยาวคลุมเข่าสีน้ำตาลเข้ม เสื้อผ้าที่ดูธรรมดาถูกคลุมทับด้วยเสื้อโครเชต์สีขาวโปร่งๆ ผลงานประดิดประดอยฝีมือตัวเอง  ยืนรอที่หน้าอพาร์ตเม้นต์ไม่นานนัก รถสองแถวประจำทางคันน้อยที่แออัดไปด้วยผู้คนก็ปรากฏให้เห็นอย่างรู้งาน แม้จะต้องห้อยโหนกันไปตลอดทางจนถึงที่ทำงาน

ใช้เวลาเดินทางเกือบครึ่งชั่วโมงกลุ่มอาคารที่ประกอบด้วยตึกสามหลังก็ปรากฏขึ้นแก่สายตา โรงงานผลิตและเป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์กีฬา เสื้อผ้านักกีฬาทุกประเภท

“ค่ะ พี่พุด”กวีณายื่นเศษเหรียญส่งให้คนขับรถ รับโทรศัพท์มือถือจากเลขารุ่นพี่ที่ทำงานคู่กันมาโดยตลอด “ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะพี่พุด เรื่องแค่นี้สโนว์จัดการได้ จิ๊บๆ”หญิงสาวให้ความมั่นใจกับปลายสายที่เป็นทั้งเพื่อนร่วมงาน คุณครู เจ้านายตามลำดับขั้นของการบังคับบัญชา


"พี่พุดหยุดอยู่บ้านดูแลนายลูกกวาดกับนายลูกอมดีกว่าค่ะ เลขาผู้น้อยจัดการได้ทุกอย่าง”หญิงสาวเอ่ยสำทับเป็นประโยคสุดท้ายนึกดีใจที่ตัวเองตัดสินใจมาทำงาน ไม่เอ้อระเหยอยู่ในความฝัน ไม่อย่างนั้นวันนี้คงโกลาหลมาก เลขากรรมการผู้จัดการหายหน้าพร้อมกันสองคนอย่างไม่ได้นัดหมาย

กวีณาขยับกรอบแว่นตาสีขาวอันโต เหลียวซ้ายแลขวาข้ามถนน

“พี่กุ๊กไก่ค่ะ”หญิงสาวยิ้มหวานใช้อภิสิทธิ์เลขาเจ้านายสูงสุด แซงคิวพนักงานคนอื่นๆ ร้านเล็กๆ ใต้ตึกรูปทรงกลมมีของกินเล่นและเครื่องดื่มครบครัน “เหมือนเดิมค่ะ แต่วันนี้ไม่เอาของพี่พุดนะคะ”

“คุณพุดเบี้ยวงาน”แม่ค้าที่วัยใกล้เคียงกับพุดซ้อนหยิบจับเครื่องดื่ม ของว่างลงถุงพลาสติกใบโตอย่างคล่องแคล่วพื้นที่แคบๆ วางสินค้าไว้จนเต็ม

“น้องชายสองคนของพี่พุดพร้อมใจกันป่วยค่ะ”
พุดซ้อนมักจะเอ่ยกับใครต่อใครว่าลูกชายสองคนเป็นน้อง

“น้องสโนว์ระวังนะคะอยู่ตามลำพังสองต่อสองกับคุณปก”แม่ค้าเอ่ยเบาๆเมื่อพูดถึงเจ้านายสูงสุดของบริษัท“ตอนคุณปกโมโหโดนจับเชือดแน่”

“สโนว์สู้ค่ะ”กวีณารับถุงพลาสติกมาถือไว้ในมือ กระซิบตอบกลับไปเบาๆ เช่นเดียวกับคนถาม “แต่ถ้าคุณปกจะเชือดจริงๆ สโนว์ก็ยอมให้เชือดค่ะ”

ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าคนพูด
กวีณาหมายความแบบนั้นจริงๆ ทุกประการ

“เชือด”

ก่อนจะโดนธิปกฆ่าตาย เธอจะใกล้ชิดกับชายหนุ่มจริงจังสักครั้ง


หญิงสาวหอบข้าวของพะรุงพะรัง ยิ้มแย้มทักทายทุกคนตลอดทางไปจนถึงโต๊ะทำงาน กวีณาถอนหายใจ ทุกโสตประสาทในความคิดเรียกร้องเรื่องเดียวกันหมด

มิตรภาพแบบนี้เธอได้รับมาจนชาชิน

หญิงสาวอยากไปผจญภัยในโลกกว้าง ทำงานเพื่อช่วยเหลือคนอื่นๆ บ้างไม่ใช่มีอาณาเขตแคบอยู่กับโต๊ะและเก้าอี้ตัวนี้ ชีวิตวิ่งวนอยู่กับธุรกิจ

กวีณาสูดลมหายใจเข้าปอด ความเห็นด้านดีเป็นฝ่ายชนะด้านเลวร้ายอีกครั้ง เมื่อยังอยู่ในตำแหน่งนี้ รับเงินเดือนเขาเป็นค่าดำรงชีวิต เธอมีหน้าที่หนึ่งเดียวคือทำงานให้เต็มที่ หญิงสาวแยกแยะแจกแจงเก็บเครื่องดื่ม ของว่างที่เพิ่งซื้อหาเข้าตู้เย็น ลิ้นชัก

อาหารเช้าในวันที่ตื่นสายและต้องรั้งตำแหน่งเลขาลำพังมีเพียงแซนด์วิชขนมปังโฮลวีตกับนมสดหนึ่งขวดใหญ่ หญิงสาวแทบจะไม่รู้รสอาหารเช้าเพราะกินไปทำงานไป กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็มีตะกร้าพลาสติกใบโตมาวางอยู่บนโต๊ะพร้อมน้ำเสียงคุ้นเคยดังขึ้น

“จัดใส่จานให้ผมที”

ธิปก...เจ้านายเข้ามาทำงานแล้ว

กวีณาถือตะกร้าออกจากห้องเดินไปตามทางแคบๆ มุ่งหน้าสู่ครัวเล็กๆ ที่มีอุปกรณ์รับประทานอาหารครบครัน เทอาหารจากกล่องใบเล็กใบน้อยลงถ้วยจานชามเข้าชุด

“คุณปกจะทานบนโต๊ะทำงานหรือห้องนั่งเล่นดีคะ”

อาณาเขตของกรรมการผู้การซึ่งเป็นลูกชายคนโตของผู้ก่อตั้งบริษัทเป็นสัดเป็นส่วน กว้างขวางกว่าใครๆ ห้องทำงาน ห้องนั่งเล่นและพื้นที่ทำงานสำหรับเลขาสองคน อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน

“โต๊ะทำงานดีกว่า ผมสายแย่แล้ว”

“ได้ค่ะ...ได้”

กวีณายกถาดทรงกลมสีเงินที่บรรจุกับข้าวถ้วยเล็กถ้วยน้อยมาวางไว้บนโต๊ะทำงานตัวโต เจ้าของโต๊ะจับจ้องอยู่แต่โน้ตบุ๊กเครื่องบาง ไม่เงยหน้าขึ้นมามองเธอด้วยซ้ำ หญิงสาวจัดแจงกระดาษทิชชู และแก้วน้ำ เมื่อเห็นทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวจึงเท้าเตรียมตัวออกจากห้อง

“มาทานด้วยกันสิ...”

“คุณปกว่าอะไรนะคะ”กวีณานึกว่าตัวเองหูฝาด แม้ธิปกจะไม่ใช่เจ้านายประเภทเจ้ายศเจ้าอย่าง แบ่งชั้นวรรณะแต่ก็ใช่ว่าจะใกล้ชิดกับใครได้ง่ายๆ กับพุดซ้อน ชายหนุ่มอาจจะพูดคุย หัวเราะหยอกล้อเพราะทำงานด้วยกันมาตั้งแต่แรกเริ่ม ถ้าไม่สำคัญเร่งด่วนธิปกจะสั่งงานเธอผ่านทางพุดซ้อน หรือไม่ก็ให้สองสาวแบ่งภาระหน้าที่กันเอง อาจต้องคุยกันมากหน่อยยามไปต่างประเทศเพราะไปกันแค่สองคน

“คุณปกทานเถอะค่ะ สโนว์ทานแล้ว...”หญิงสาวจงใจพูดปด
ไม่สนิทใจที่จะใกล้ชิด


แม้อยากจะทำอย่างนั้นมาโดยตลอด

“ขนมปังกับนม...มันไม่อยู่ท้องมากินด้วยกันดีกว่า”

กวีณาเกือบสะดุ้ง เจ้านายที่ชวนทานข้าวไม่มีที่ท่าว่าจะเงยหน้าจากจอสี่เหลี่ยมแต่ก็รู้ว่ามื้อเช้าเธอทานอะไรค้างไว้

“ได้ค่ะ...ได้”หญิงสาวตอบสั้นๆ

นี่ไม่ใช่การทานข้าวร่วมกันครั้งแรกสักหน่อย
เจ้านายที่นานๆ สักครั้งจะทานข้าวเช้าที่โต๊ะทำงานคงอยากมีเพื่อน
เลขาตักข้าวต้มจากล่องใบใหญ่ที่สุดในตะกร้าลงถ้วยเล็กๆ นั่งประจันหน้ากับอีกฝ่าย

“ขอพริกป่นด้วยสโนว์”

หญิงสาวคอย่น ค่อยๆ ชะโงกหน้าไปยังถ้วยข้าวต้มของเจ้านายที่ตอนนี้น้ำข้าวขาวๆ กลายเป็นสีดำคล้ำเพราะซอสปรุงรส

“อาหารรสชาติดีทุกอย่างเลยนะคะ”กวีณาเอ่ยชมจากใจจริง

“อร่อยแต่ไม่แซ่บ”

กวีณาหยิบขวดแก้วใบเล็กๆ จากหลังตู้เย็น พริกป่นตำจากพริกบริสุทธิ์ตามคำโฆษณาของพุดซ้อนแค่ถือเอาไว้ก็ยังสัมผัสได้ถึงความเผ็ด

ความขาวของข้าวต้มในถ้วยธิปกกลายเป็นอดีตไปในทันทีทันใด
เมื่อพริกป่นสมานสามัคคีกับซอสสีน้ำตาลเข้ม

“คุณปก ทานเผ็ดเกินไปแล้วนะคะ”บทสนทนาเดิมๆ ยามใดที่ต้องกินข้าวกับเจ้านายเกิดขึ้นอีกครั้ง ธิปกเคยชินกับอาหารรสชาติแบบนี้จริงๆ ใบหน้าขาวๆ ไม่เคยเปลี่ยนสี ให้เผ็ด พริกแดงฉานก็เคยเห็นชายหนุ่มเสียน้ำตา น้ำมูกไหลให้เสียภาพลักษณ์

ยิ่งเครียดก็ยิ่งกินเผ็ด

ครั้งหนึ่งเจ้านายเคยสั่งผัดกระเพราะราดข้าวพริกสามสิบเม็ด

ไม่ใช่แค่เพียงรสเผ็ด อาหารที่ธิปกโปรดปรานมักจะรสจัดจริงๆ ตามอาหารประเภทนั้นๆ ถ้าเป็นขนมต้องหวานจัด น้ำมะนาวต้องเปรี้ยวเข็ดฟัน

“แล้วเธอละ กินพริกครั้งสุดท้ายในชีวิตตั้งแต่เมื่อไหร่”

“โห...ถามอย่างนี้เหมือนดูถูกกัน”กวีณาขยับกรอบแว่นตา “เมื่อวานตอนเช้าสโนว์เพิ่งใส่พริกไทยลงในโจ๊ก”

“พริกไทยนี่นะ”ธิปกใช้น้ำเสียงดูถูกขั้นสูงสุด “ให้ฉันเดา ร้านโจ๊กที่ว่าร้านแรกใช่ไหม”ชายหนุ่มพูดถึงร้านอาหารร้านแรกในโรงอาหารพนักงาน “ถ้าเป็นร้านนี้จริงๆ ใส่พริกไทยสองขวด พริกอีกสองกระปุกยังไม่มีรสชาติ”

“เพราะคิดแบบนี้ไงค่ะ คุณปกถึงเป็นโรคกระเพาะ”กวีณาลืมตัวใช้นิ้วชี้ชี้ไปที่อีกฝ่าย ทำตัวเองเหมือนเป็นคุณครูฝ่ายปกครองกำลังตำหนิเด็กดื้อ

ไม่ทันได้สังเกตว่าเจ้านายพูดกับตัวเองยาวๆ กว่าทุกวัน

“ถ้าไม่ได้ชิมรสชาติหวานบนของหวาน กินของเผ็ดกับอาหารที่ควรเผ็ด แล้วรสชาติชีวิตจะอยู่ตรงไหน”

“บางทีของหวานอาจไม่จำเป็นต้องหวานหรือหวานจัดก็ได้ค่ะ ขอเพียงมีคุณค่าทางอาหาร ไม่ทำให้เราเป็นโรค ร่างกายแข็งแรงไม่มีโรคประจำตัว รสชาติชีวิตก็น่าจะดีกว่าป่วยออดๆ แอดๆ”

“ครับ...คุณครูฝ่ายโภชนาการ”ธิปกมีรอยยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทานพริกกับซอสในถ้วยเล็กๆ

เข้าใจแล้วต้องปฏิบัติด้วยสิค่ะ...
กวีณาอยากเอ่ยแบบนั้นกับเจ้านายแต่ก็เงียบเสียง ค่อยๆ ลดนิ้วชี้ลง
รบเร้ามากๆ อาจโดนเจ้านายฆาตกรรมเพื่อเป็นรสชาติในชีวิตเขาก็ได้

เลขาที่วันนี้หัวเดียวกระเทียมลีบนั่งทานข้าวอย่างสงบปากสงบคำ ข้าวต้มอุ่นๆ กับกับข้าวถ้วยเล็กถ้วยน้อยอีกสี่ห้าอย่างให้ความรู้สึกดีกว่าขนมปังกับนมอย่างที่ธิปกว่าเอาไว้

หญิงสาวไม่แน่ใจนักว่ารู้สึกไปเองหรือเปล่า ถ้วยข้าวต้มชามที่สองของธิปกเพลาการใส่ซอสปรุงรสและพริกป่นน้อยกว่าถ้วยแรกเกือบครึ่ง

บทสนทนาระหว่างกันต่อจากนั้นเต็มไปด้วยความระมัดระวังตัว วนเวียนอยู่กับเรื่องงานเสียเป็นส่วนใหญ่
   

งานที่ตามปกติมักจะวุ่นวาย เลขาสองคนช่วยกันรับโทรศัพท์ พิมพ์เอกสาร มือสองคนสี่ข้างพันกันจนเกือบแก้ไม่ออก ตอนนี้ราบเรียบคลื่นลมสงบ เวลาของธิปกที่มักจะแน่นขนัดไปด้วยการประชุมกับคนภายใน ภายนอก ตรวจงานแผนกนั้น โน้น นี้ปลอดโปร่ง โล่งสบาย

เหมือนโลกทั้งใบมีกันแค่สองคน

กวีณาลอบมองเจ้านายซ้ำแล้วซ้ำเล่า โต๊ะทำงานของเธอกับธิปกเผชิญหน้ากันในมุมทแยงง่ายต่อการมองเห็นกันและกัน หญิงสาวลอบมองอีกฝ่ายเป็นครั้งที่พันแต่เหมือนธิปกไม่สนใจสิ่งอื่นใดนอกจากงานตรงหน้า

เหมือนเธอกำลังให้ความสนใจกับขวดพริกป่น สีแดงสวยช่างเผ็ดร้อน
รสชาติที่เธอไม่เคยกล้ารับประทาน

หญิงสาวโปรดปรานรสชาติจืดชืดตั้งแต่ยังเด็ก และเหมือนว่าจะจืดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเติบโตขึ้นมารู้เท่าทันโรคภัยไข้เจ็บและเรื่องความสวยความงาม การกินอาหารแบบคลีนฟู้ด อาหารที่ผ่านการปรุงแต่งน้อยซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่คนรักการออกกำลังกาย ยิ่งมาอยู่ในบริษัทเกี่ยวกับอุปกรณ์ออกกำลังกายครบวงจง เรื่องของสุขภาพจึงได้ยินผ่านหูผ่านตายิ่งกว่าเรื่องอื่นใด

ธิปกคือสีสัน คือความเผ็ดร้อนที่กวีณาได้แต่เฝ้ามอง ไม่กล้าสัมผัส
สุภาษิตประจำชีวิตวันนี้ขอเสนอคำว่า

หมาเห่าขวดพริกป่น

กวีณาหันเหความสนใจตัวเองออกจากเจ้านายหนุ่มด้วยการแวบดูเว็บไซต์องค์กรอาสาสมัครทั่วโลก สนใจพิเศษตำแหน่งว่างงานขององค์กรต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรระหว่างประเทศ สำหรับหญิงสาวเครื่องบินอาจจะคว้าได้จริงมากกว่าขวดพริกป่นเมื่อหาข้อมูลเรื่องนี้ได้มากพอ กวีณาก็หาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องการลาออก วิธีการจากลาบริษัทเก่าอย่างถูกต้อง โชคดีเป็นของเธอ เมื่อบริษัทแห่งนี้เก็บเอกสารสำคัญๆ เอกสารที่พนักงานทุกคนจำเป็นต้องใช้ไว้ในเว็บไซต์ภายใน ทุกคนสามารถพิมพ์ลงกระดาษได้โดยง่าย ไม่ต้องยื่นขอกับใครคนใดคนหนึ่ง

ไม่รอช้า เอกสารการลาออกทุกอย่างก็มาอยู่ในมือของเธอ


กวีณากลืนน้ำลาย เงยหน้าจากเอกสารสี่ห้าแผ่นมองไปยังห้องทำงานของธิปก เป็นครั้งแรกในรอบหลายล้านครั้งที่เธอลอบมองอีกฝ่ายแล้วพบว่าธิปกมองเธออยู่ก่อนแล้ว

เหมือนเจ้านายจะรู้ว่าเธออู้งาน

หญิงสาวภาวนาให้เกิดเรื่องฉุกละหุก งานเข้า ห้องทำงานจะได้ไม่เงียบเหงา ตัวเธอจะได้ไม่เหลือเวลาเอาไว้ฟุ้งซ่าน คำขอของคนบุญน้อยไม่สัมฤทธิ์ผล

วันนี้แสนจะธรรมดาจริงๆ จนถึงชั่วโมงสุดท้ายของการทำงาน

“วันนี้สโนว์ไม่ไปเล่นโยคะ”เจ้านายทักท้วงออกมาจากห้อง

เพราะเป็นบริษัทที่ผลิตสินค้าและอุปกรณ์การออกกำลังกาย สุขภาพ จึงจัดสวัสดิการให้พนักงานได้ออกกำลังกายทุกเย็น พุดซ้อนกับกวีณาสลับผลัดเปลี่ยนกันไป ไม่ทิ้งห้องหรือเจ้านายให้อยู่ลำพัง

“ไม่ดีกว่าค่ะ เผื่อมีอะไร”

“ไปเถอะ ไม่มีอะไรหรอกมั่ง ผมอยู่คนเดียวได้”

“อืม...”กวีณาลังเล แม้จะนั่งอู้มาตลอดทั้งวัน มีความคิดจะลาออกแต่เธอก็ไม่เคยผละจากหน้าที่   

“ไปเถอะ”

“ถ้ามีอะไรโทรตามนะคะ สโนว์จะเอามือถือเข้าไปในห้องโยคะ”กวีณายอมฝืนคำสั่งเด็ดขาดเข้มงวดของผู้สอนโยคะวันนี้
จำเป็นจริงๆ ที่ต้องใช้อภิสิทธิ์เลขา

หญิงสาวถือกระเป๋าเสื้อผ้าเล็กๆ และเสื้อโยคะที่เตรียมการไว้ประจำออกจากห้อง
ลืมสงสัย ลืมแปลกใจ

เจ้านายที่งานแสนยุ่ง ตารางการประชุมวุ่นวายเสียยิ่งกว่าดารานักร้องดังๆ บางคนจำได้ว่าวันนี้คือวันที่เธอต้องออกกำลังกายเล่นโยคะ

ธิปกที่อยู่ตามลำพังต่อสายโทรศัพท์ถึงเพื่อนสนิท

“นายภูมิ...งานของฉันเสร็จแล้วหรือยัง”ชายหนุ่มพยายามควบคุมสติ การเต้นของหัวใจไม่ให้รัวแรงตื่นเต้นเกินเหตุ

“เสร็จนานแล้ว”

“เสร็จแล้ว...ทำไมไม่ส่งมาสักที ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใจจ่ายนะ ทำบิลเรียกเก็บมาได้เลย”

“ป๋าปก...”ปลายสายทำเสียงอ่อนหวานเลียนแบบผู้หญิง “งานง่ายแบบนี้ฉันทำให้ฟรี แต่ฉันอยากเห็นหน้าผู้หญิงคนนั้น คนที่ทำให้ธิปก เพื่อนรักของฉันธาตุไฟแตกลุกขึ้นมาทำอะไรบ้าๆ”

“เธอเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง”ชายหนุ่มมองผ่านกระจกไปยังอาคารอีกฝั่ง
สถานที่สำหรับเล่นโยคะ

“หน้าตาธรรมดา ท่าทางธรรมดา”

“ฉันไม่ไปยุ่ง ไปวอแวกับผู้หญิงของเพื่อนเป็นอันขาด เอาอย่างนี้ดีกว่าปกส่งรูปสาวคนไหนมา เดี๋ยวฉันส่งร่างสัญญากลับไปให้”เกียรติภูมิรบเร้า

“ก็ได้”ธิปกถอนหายใจ “เห็นหน้าผู้หญิงของฉันแล้วอย่าฝันร้ายละ”

ชายหนุ่มวางสายจากเพื่อนรัก เปิดโฟลเดอร์ภาพถ่ายของหญิงสาวที่เกียรติภูมิอยากเห็นหน้า ธิปกซ่อนโฟลเดอร์นี้ไว้สลับซับซ้อนและป้องกันอีกชั้นด้วยการใส่รหัส

ภาพถ่ายสารพัดอิริยาบถของผู้หญิงที่เขา “เลือก”ส่วนใหญ่มาจากการแอบถ่าย ภาพหน้าตรงหรือภาพที่เห็นอีกฝ่ายชัดเจนมาจากการแอบบันทึกภาพที่ได้มาจากคนอื่นๆ หรือกล้องของทางบริษัท ธิปกเลือกสองสามภาพส่งเมลล์ไปหาเพื่อน

ไม่ช้าไม่นานก็ได้รับอีเมลล์ตอบกลับมาพร้อมสิ่งที่เขาต้องการ

“น่ารักดีนี่ ตัวขาวๆ เล็กๆ ใส่แว่นด้วย ท่าทางเรียบร้อยแบบนี้ระวังตอนเสนอสัญญา ปกจะโดนเขาตบเอา”

ธิปกอมยิ้มกับประโยคของเพื่อนรัก
สิ่งที่เกียรติภูมิเอ่ยเตือนเป็นสิ่งที่เขาเองก็กลัว
ผู้หญิงดีๆ สักกี่คนจะยอมรับสภาพแอบๆ ซ่อนๆ

ชายหนุ่มจัดการพิมพ์สัญญาที่แนบมากับเมลล์ลงกระดาษ ถ้าไม่นับการกระทำขาดความยับยั้งชั่งใจในสมัยวัยรุ่น นี่จะเป็นการกระทำห่ามๆ ครั้งแรกในวันที่ชีวิตเติบโตเป็นผู้ใหญ่ มีวุฒิภาวะ ธิปกไม่อยากประมาท

อย่างน้อยเขาก็มีสัญญาไว้ป้องกันตัวเอง ชื่อเสียง ทรัพย์สินเงินทอง การหลอกลวงตลบหลังกันทุกประเภท

ธิปกอมยิ้ม ชายหนุ่มมั่นใจนักว่าคนที่ตน “เลือก” ไม่มีทางสร้างปัญหาความวุ่นวายใดๆ ให้กับเขาในภายหลัง ชายหนุ่มไม่ได้ธาตุไฟแตกตามที่เพื่อนสนิทกล่าวหา แม้ครั้งนี้จะทำอะไรหมิ่นเหม่ศีลธรรมที่สุดในชีวิตแต่เขาก็ไม่ได้ใจร้อน ใจเร็ว เรื่องนี้เขาใช้เวลาพิจารณาฝ่ายนั้นมาตลอดสามปี
ตั้งแต่วันแรกที่หญิงสาวคนนั้นก้าวเข้ามาในชีวิต
ก้าวเข้ามาในบริษัทเพื่อสัมภาษณ์งาน
เหมือนเคยพบหน้า
เคยสนิทสนมกันมานานวัน

ความรู้สึกอยากใกล้ชิด เสน่หากันในฐานะผู้ชายกับผู้หญิงคนหนึ่งรุนแรงเสียจนต้องรักษาระยะห่าง ไม่อยากเข้าใกล้ ธิปกเกรงนักว่าความรู้สึกที่เป็นไปตามสัญชาตญาณเก่าแก่แห่งมนุษย์สองเพศจะทำร้ายเธอเข้าเพราะมันมีเพียงความรู้สึกแต่ไม่มีความรัก

แต่ยิ่งควบคุมยิ่งพยศ
ยิ่งห่างยิ่งอยากชิดใกล้

เธอมีเวทมนตร์อันใดทำให้เขา “ธาตุไฟแตก” จนต้องตัดสินใจทำเรื่องแปลกๆ แบบนี้

ตอนนี้เขากังวลใจอยู่เพียงเรื่องเดียว ทันทีที่อีกฝ่ายเห็นสัญญาว่าจ้างฉบับพิเศษ อาจมีการทำร้ายร่างกาย ตำหนิติเตียนถึงขั้นด่าทอ

ธิปกไม่มีเจตนาดูถูกใครทั้งนั้น แต่ถ้าให้เริ่มต้นด้วยการจีบ ก่อร่างสานหัวใจเป็นความรักแบบชายหญิง เขาก็ไม่เหลือความรักและหัวใจให้ใครคนอื่นนอกจากลูกชาย และภรรยาที่เสียชีวิตไปตั้งแต่เมื่อแปดปี ถ้าเลือกเส้นทางใช้ชีวิตเสเพล คบและควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ธิปกเกรงนักว่าพฤติกรรมแบบนั้นจะเป็นตัวอย่างไม่ดีกับลูกชาย และน่าจะสร้างปัญหาในอนาคตทั้งเรื่องเงินทอง สุขภาพ

ธิปกตัดสินใจเลือกเส้นทางนี้...
ชายหนุ่มหมุนเก้าอี้ทำงาน มองเมินหน้าจอสี่เหลี่ยมที่พยายามใช้เป็นที่ยึดเหนี่ยวความคิดให้อยู่กับงานมาตลอดทั้งวัน ธิปกอยากให้ตัวเองมีสายตาพิเศษอย่างที่มักจะเคยเห็นในการ์ตูนหรือภาพยนตร์ มองทะลุกระจก ผนังห้องหนา ชายหนุ่มอยากเห็นทุกอิริยาบถของเธอคนนั้นเพื่อให้ตัวเองแน่ใจ

เขาเลือกคนไม่ผิด

หญิงสาวยอมรับสัญญาว่าจ้างพิเศษ และไม่สร้างความทุกข์ร้อนใดๆ ให้ตัวเขาทั้งตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันและเลิกรากันไปแล้ว

เกือบหนึ่งชั่วโมงที่ธิปกได้อยู่ตามลำพัง เรื่องที่ชายหนุ่มนั่งคิดทบทวนอยู่นานสองนาน จางหายไปทันทีทันใดเมื่อได้ยินเสียงเล็กๆ ไต่ถามด้วยความความร้อนรนปนกระหืดกระหอบ เหนื่อยจากการออกกำลังกาย

ฃ“มีเรื่องด่วน เรื่องน่าตื้นเต้นอะไรหรือเปล่าคะ...คุณปก”กวีณายังอยู่ในชุดออกกำลังกาย เสื้อยืดพอดีตัว และกางเกงขายาวรัดรูป

“ปกติดีไม่มีอะไร”ชายหนุ่มกลับมาจดจ้องคอมพิวเตอร์อีกครั้ง

ในที่ทำงาน
เจ้านายก็คือเจ้านาย

“ดีจังค่ะ สโนว์เป็นห่วงแทบแย่”หญิงสาวกลับมาประจำการในที่ของตัวเอง วางกระเป๋าใบน้อยที่ใส่เสื้อผ้าชุดทำงานไว้ข้างๆ ตัว

หมดเวลางานของวันนี้ แต่หญิงสาวก็ยังต้องทำหน้าที่เป็นเลขาที่ดี


เจ้านายยังไม่กลับ ก็ต้องอยู่กันต่อไปกวีณาตรวจเมลล์ โทรศัพท์มือถือส่วนตัวและของบริษัทที่เปิดระบบสั่นเอาไว้ตลอดระยะเวลาการออกกำลังกาย

ไม่มีงานเร่งด่วน หรือแม้แต่งานที่กำหนดส่งวันพรุ่งนี้
ช่างเป็นวันธรรมดาที่สุดแสนธรรมดา

“ไม่กลับบ้าน...”ธิปกปิดโน้ตบุ๊ก จัดแจงเก็บกระเป๋าทำงาน

“กำลังจะกลับอยู่พอดีเหมือนกันค่ะ”การกระทำของเจ้านายราวกับวีซ่าเปิดทางให้เธอขยับตัว เก็บข้าวของกลับบ้านได้โดยสะดวก

“ถ้าอย่างนั้น ฉันกลับก่อนนะ”

“ค่ะ พบกันพรุ่งนี้”กวีณามองแผ่นหลังกว้างไปจนสุดสายตา
จะมีอีกสักกี่พรุ่งนี้ที่จะได้เห็นกันและกัน

หญิงสาวเก็บเอกสารลาออกลงแฟ้มใสใส่กระเป๋าใบโตกลับบ้าน
ไม่รู้สักนิดว่าตัวเองใจตรงกันกับเจ้านาย
ต่างคนต่างเก็บเอกสารสำคัญของชีวิตไปทบทวน ไตร่ตรองต่อที่บ้าน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 14, 2014, 10:54:41 AM โดย เหมือนพระจันทร์ »

เหมือนพระจันทร์

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 34
    • ดูรายละเอียด
Re: ของหวาน...ของหัวใจ - บทที่ 1 วันธรรมดา
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2014, 10:50:36 AM »
สวัสดีทุกคนวันหยุดยาวนะคะ
 :) :) ;)

Tethys

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 114
    • ดูรายละเอียด
Re: ของหวาน...ของหัวใจ - บทที่ 1 วันธรรมดา
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2014, 11:11:31 AM »
ตามมากินขนม อิอิ  ขอบคุณนะคะ

อ่านไปหน่อยแล้วค่ะ เวลามีน้อย ขอแสกนคร่าวๆ เดี๋ยวว่างแล้วมาอ่านต่อ
เป็นกำลังใจ สู้ๆๆๆ นะะ

ทาริก

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 63
    • ดูรายละเอียด
Re: ของหวาน...ของหัวใจ - บทที่ 1 วันธรรมดา
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2014, 10:36:50 PM »
อยากเห็นสัญญาว่าเนื้อหาจะเป็นยังไง

มะร่อแร่

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 29
    • ดูรายละเอียด
Re: ของหวาน...ของหัวใจ - บทที่ 1 วันธรรมดา
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2014, 03:56:23 PM »
กรี๊ดดดดดดดด

อะไร ยังไง กันคะคู่นี้ คนหนึ่งจะลาออก คนหนึ่งจะจ้างพิเศษ

ไม่ไหวจะรอ นักข่าวดิ้นพล่าน ธาตุไฟระอุตามคุณปกไปแว้ว รีบมาต่อนะคะ

บีเลิฟ

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 387
    • ดูรายละเอียด
Re: ของหวาน...ของหัวใจ - บทที่ 1 วันธรรมดา
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 19, 2014, 02:11:39 PM »
ดิ้นพล่าน รออ่านต่อไปด้วยคนครับ ;D