ผู้เขียน หัวข้อ: พิมพ์รักประทับทราย บทที่ 2  (อ่าน 832 ครั้ง)

ตามฝัน

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 123
    • ดูรายละเอียด
พิมพ์รักประทับทราย บทที่ 2
« เมื่อ: กันยายน 12, 2016, 04:33:07 PM »
บทที่ 2
   
หญิงสาวได้แต่นั่งมองคนในครอบครัวที่บัดนี้กลายมาเป็นจำเลยของเธออย่างสงบ แม้จะโกรธที่โดนหักหลัง แต่พิมพ์ทรายรู้ดี ว่าสิ่งที่ทุกคนทำลงไปนั้นเป็นเพราะความรักและความหวังดีที่มีให้กับเธอ ทั้งที่คุณพ่อคุณพี่คุณป้า รู้ทั้งรู้ ว่าเธอมาอัคห์ราสในครั้งนี้มีจุดประสงค์อยู่ที่ชายแดนใกล้รัฐลีฮาร์ ก็ยังทำกันได้   
   
“พิมพ์รักคุณพ่อ รักคุณป้า รักพี่รุสลันนะคะ แต่ทำไมทุกคนต้องทำอย่างนี้ด้วย” และคนที่ตอบคำถามของเธอได้ดีที่สุดในครั้งนี้ก็หนีไม่พ้นท่านฟาริกบิดาของเธอนี่แหละ   

“ทีมอาสามีแต่ผู้ชายทั้งนั้นนะลูก หนูจะไปกับเขาได้ยังไง พ่อเป็นห่วงหนูมาก” ฟาริกเตรียมรับมือลูกสาวคนเล็กมาเป็นอย่างดี และในฐานะของคนเป็นพ่อ ท่านถือว่าทุกอย่างที่ทำลงไปนั้นดีต่อลูกสาวตนเองมากที่สุดแล้ว
   
พิมพ์ทรายเข้าใจความห่วงใยของบิดาในเรื่องนี้ ทว่า “คุณพ่อคะ พวกเราเป็นเพื่อนกัน ทำงานด้วยกันแบบนี้ก็หลายหน ไม่มีอะไรเสียหายหรอกค่ะ หรืออย่างน้อยคุณพ่อก็น่าจะไว้ใจลูกสาวคนนี้บ้าง"   
   
“ไม่ใช่พ่อไม่ไว้ใจหนู แต่พ่อไม่ไว้ใจผู้ชายคนอื่น”
   
ลูกสาวคนเล็กอยากจะเชื่อสนิทใจอยู่หรอก หากวันนี้การกระทำของท่านไม่ขัดแย้งกับคำพูดที่กล่าวมา “แล้วการที่คุณพ่อพาพิมพ์ไปทิ้งไว้ที่ฐานทะเลทรายของเจ้าชายฮัทเซน มันต่างกันตรงไหนคะ ที่นั่นไม่มีผู้หญิงสักคน"
   
“พ่อไม่ได้ปล่อยให้หนูค้างที่นั่น แล้วเจ้าชายก็ไว้ใจได้ พ่อเลือกสิ่งที่ดีสำหรับลูกสาวของพ่อเสมอ”
   
พิมพ์ทรายได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย สุดท้ายทุกอย่างก็วนกลับมาบ่งบอกว่าการกระทำของท่านนั้นดีที่สุดสำหรับเธอ แต่ทุกคนคงลืมไป “เอาล่ะคะ พิมพ์เข้าใจทุกเหตุผล และรู้ว่าทุกคนรักและเป็นห่วงพิมพ์มากแค่ไหน แต่ลืมกันไปรึเปล่าคะ ว่าการที่พิมพ์มาที่นี่เพราะต้องการมาช่วยเหลือผู้อพยพรัฐลีฮาร์ แล้วนี่พิมพ์ไม่ได้ไป งานในหน้าที่ของพิมพ์กับทีมจะทำยังไง” หญิงสาวยกเหตุผลเรื่องงานมาอ้าง บางทีผู้เป็นพ่ออาจจะเปลี่ยนใจแล้วพาเธอไปส่ง ทว่าเรื่องทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่คิด
   
“พ่อคุยกับปีแอร์แล้ว เขาบอกไม่เป็นอะไร งานของเขายังดำเนินต่อไปได้แม้จะไม่มีหนู”
   
อ้าว หัวหน้าทีมพูดอย่างนี้ แล้วเธอจะใช้อะไรต่อรองกับคนที่บ้านล่ะ พิมพ์ทรายพยายามคิดหาหนทาง เธออยู่เฉยที่นี่ไม่ได้หรอก ระหว่างที่ความคิดกำลังทำงาน คุณป้าโมนาผู้ซึ่งเอ็นดูเธอกลับเป็นคนยื่นข้อเสนอดีๆ สำหรับท่านมาให้ ด้วยข้ออ้างที่เธอควรใช้มันไปที่ชายแดนเสียมากกว่า
   
“ถ้าหนูพิมพ์อยากช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก หนูมาทำงานกับป้าสิจ้ะ ป้ามีงานการกุศลเยอะแยะ ถ้าได้หนูมาช่วยจะดีมาก และที่สำคัญเวลาออกงานป้าจะได้อวดลูกสาวคนสวยด้วย”   
   
พิมพ์ทรายอยากจะปฏิเสธ แต่พี่ชายตัวดีเกิดจะมาสนับสนุนกับคำพูดของคุณป้าด้วยอีก และดูเขาพูดเข้า

“นั่นสิ พิมพ์ไปทำงานกับแม่พี่ระหว่างรอพวกอาสาสมัครกลับมาจากชายแดน พิมพ์ได้อยู่กับพวกเรา แถมยังได้ทำงานที่พิมพ์ต้องการด้วย คนเดือดร้อนมีทุกที่แหละ ไม่จำเป็นต้องเป็นที่ชายแดนอย่างเดียว”

พิมพ์ทรายได้แต่เก็บความรู้สึกหนักใจเอาไว้ ความรักของพวกท่านเธอรับรู้ได้เสมอ แม้ว่าตลอดเวลานั้นระยะทางจะห่างไกลกันคนละฟากฟ้า แต่ความรักจากครอบครัวที่อัคห์ราสไม่เคยจางหายสำหรับเธอเลย และการที่เธอไม่สามารถเดินทางไปชายแดนพร้อมกับทีมอาสาสมัครนานาชาติในครั้งนี้ กำลังทำให้เธอร้อนใจขึ้นมา เห็นทีคงต้องกลับไปตั้งหลักซะใหม่
    
“พิมพ์ขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะคะ” ในเมื่อนั่งอยู่ต่อก็ไม่มีประโยชน์ สู้ถอยไปอยู่เงียบๆ คนเดียวจะดีกว่า และคุณป้าโมนาก็เห็นด้วยกับการกระทำของเธอจึงรีบพูดเสริมว่า
   
“จ้ะๆ ไปอาบน้ำอาบท่าให้สบายใจนะลูกนะ ป้าทำอาหารอร่อยๆ ไว้ให้หนูเยอะแยะ จะได้ลงมาทานพร้อมกัน ป้าชอบจริงๆ เวลาทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตาเนี่ย”

“ค่ะคุณป้า” หญิงสาวเอียงคอไปหอมแก้มหอมกรุ่นของคุณป้าที่รัก และท่านก็หอมเธอกลับเช่นกันทั้งสองข้าง

ความรักจากครอบครัวของเธอที่อัคห์ราสพิมพ์ทรายรับรู้มาโดยตลอด ชีวิตคู่ของพ่อกับแม่ผู้ให้กำเนิดอาจจะไปไม่ถึงจนสุดทาง แต่แม่ภาสุดาไม่เคยเสียใจที่รักพ่อและรู้จักคนในครอบครัวนี้เลย แม้ว่าท่านจะมาเป็นภรรยาคนที่สองก็ตาม

ทว่ายิ่งคุณป้าโมนาดีกับแม้ภาสุดามากเท่าไหร่ คนมาที่หลังก็เกิดความรู้สึกที่ไม่อยากอยู่ขั้นกลางชีวิตของคุณพ่อและคุณป้ามากเท่านั้น ในที่สุดก็ตัดสินใจแพ็คกระเป๋ากระเตงเธอกลับเมืองไทยตอนเธออายุได้เพียงห้าขวบ พร้อมกับความรักที่ท่านเคยสรุปให้เธอฟังว่า ‘มันคือความหลงของผู้หญิงคนหนึ่งที่เจอผู้ชายหล่อลากดิน ไม่สนแม้ว่าเขาจะมีใครอยู่ก่อนแล้ว แต่พอได้สติก็มีลูกมาคนหนึ่ง เลยต้องรีบถอนตัว’ นั่นคือความรักจากทางฝั่งแม่ภาสุดา ซึ่งเธอก็พอจะเข้าใจเมื่อโตขึ้นและรับรู้เรื่องราวทุกอย่าง

และการแสดงความรักจากครอบครัวต่อเธอในวันนี้ยังไม่จบลง เมื่อเจ้าพี่ชายพูดกับคุณป้าขึ้นมาว่า
   
“แม่ไปทายาให้น้องทีครับ โดนเจ้าชายฮัทเซนตีมา”

หลังจากรุสลันพูดจบ ทุกคนก็ได้เห็นท่ายกมือทาบอกตกใจของภรรยาท่านฟาริกพร้อมกับคำพูดที่ดูเหมือนว่าการที่เธอถูกตีนั้นเป็นเรื่องใหญ่ระดับประเทศก็ไม่ปาน
   
“อะไรกัน ตายจริง เจ้าชายตีหนูทำไม เจ็บมากไหมลูก” โมนาพยายามสำรวจเนื้อตัวลูกสาวอย่างเป็นห่วง นี่ถ้าไม่ติดว่าคนทำเป็นถึงเจ้าชายนะ เธอจะให้ท่านฟาริกเรียกมาให้เธออบรมถึงบ้านซะเลย เป็นผู้ชายกลับมาทำร้ายผู้หญิง โดยเฉพาะผู้หญิงคนนั้นเป็นเด็กสาวที่น่ารักกำลังส่งรอยยิ้มสดใสมาให้ท่านได้ยังไง
   
พิมพ์ทรายต้องโอบแขนรอบลำตัวคุณป้าโมนา ปลอบขวัญให้อีก “พิมพ์ไม่เป็นอะไรค่ะคุณป้า พิมพ์ใส่กางเกงยีน โดนตีไม่เจ็บหรอก เผลอๆ คนตีนะเจ็บเองซะด้วยซ้ำ”
   
“เป็นอะไรต้องบอกป้านะลูก อย่าเก็บไว้คนเดียว ป้ารักหนูนะคะ”   

“พิมพ์ก็รักคุณป้าค่ะ รักเท่าแม่ภาสุดาเลย” และกว่าเธอจะขึ้นห้องส่วนตัวได้ก็ต้องนั่งเล่าเรื่องที่โดนทำโทษให้ทุกคนฟัง ก็ต้องยอมรับละนะว่าตนเองก็มีส่วนผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ฐานปฏิบัติการทะเลทราย แต่เรื่องจะไม่เป็นแบบนั้น ถ้าเธอไม่ไปโผล่ที่นั่นแบบไม่รู้ตัว

   
เจ้าชายฮัทเซน ปาชา อัลชาริฟ ไม่เคยคิดเลยว่าในชีวิตจะต้องมานั่งเป็นผู้ต้องหาโดนพระบิดาพระมารดาไตร่สวนหน้าตาเคร่งเครียดอย่างนี้ เพราะยัยตัวแสบนั่นคนเดียวทำให้เขาต้องถูกเรียกกลับมาจากฐานปฏิบัติการทะเลทราย เพื่อมาเป็นจำเลยของครอบครัว ถ้ารู้อย่างนี้นะ เขาออกไปสำรวจหมู่บ้านกลางทะเลทรายยังจะดีกว่ากลับมาที่วังหลวง แล้วดูผู้ให้กำเนิดทั้งสองพระองค์สิ ทำอย่างกับเขาเป็นลูกนอกไส้แล้วยัยนั่นเป็นลูกแท้ๆ แล้วดูพระอารมณ์ของพระบิดาสิ ระเบิดใส่เขาไม่เลิกสักที

“เจ้าทำอย่างนี้ได้ยังไงฮัทเซน หนูพิมพ์เป็นผู้หญิง เป็นลูกสาวฟาริก เจ้าตีน้องได้ยังไง พ่อฝากให้ดูแลแค่ไม่กี่ชั่วโมง จะหนักหนาอะไรนักหนา ทำไมนับวันเจ้าถึงได้ใจคอโหดร้ายขนาดนี้”
   
“โธ่ เสด็จพ่อ ยัยนั่นร้ายจะตาย” ฮัทเซนไม่ยอมถูกกล่าวหาเพียงฝ่ายเดียว ทุกคนควรรู้ว่าคนอย่างพิมพ์ทรายสมควรถูกลงโทษ ทว่าเขาแค่พูดไม่กี่ประโยค ไม่น่าเชื่อเลยว่าพระมารดาจะพูดสวนกลับทันที
   
“เจ้าเรียกน้องให้สุภาพฮัทเซน แม่ไม่เคยสอนให้เจ้าพูดจากับผู้หญิงอย่างนั้น”   

“นั่นสิ เจ้าไปเรียกน้องแบบนั้นทำไม หนูพิมพ์ออกจะน่ารัก เรียบร้อยอ่อนหวาน เจ้านี่มันชักจะเอาใหญ่แล้วนะ” องค์กษัตริย์บีร์อาสนับสนุนคำพูดของชายา แล้วดูเจ้าลูกชายของพระองค์สำนึกที่ไหน
   
“สิ่งที่เสด็จพ่อเสด็จแม่เห็นคือภาพลวงตา รู้ไหมว่ายัยนั่น” ฮัทเซนถึงกับชะงักเมื่อสรรพนามที่เขาเอ่ยถึงหญิงสาวทำให้ผู้ยิ่งใหญ่แห่งอัคห์ราสทั้งสองแทบจะหวดเขาด้วยสายตาแทนไม้เรียว เขาจึงต้องเปลี่ยนการเรียกยัยตัวแสบเสียใหม่ “พิมพ์ทรายร้ายขนาดไหน ทำร้ายร่างกายทหารที่ฐานจนเคล็ดขัดยอกไปตั้งหลายคน แถมหนูพิมพ์ของเสด็จพ่อเสด็จแม่ยังไปนั่งเล่นคลื่นวิทยุของลูก นั่นมันของสำคัญนะพระเจ้าค่ะ จะให้ใครมานั่งหมุนคลื่นเล่นได้ยังไง” เหตุผลของเขาดีพร้อมขนาดนี้ แล้วทำไมองค์กษัตริย์บีร์อาถึงไม่เห็นด้วย แถมยังเถียงแทนตัวต้นเหตุด้วยว่า
   
“น้องคงไม่รู้ว่าวิทยุของเจ้าเล่นไม่ได้ ทำไมไม่บอกดีๆ แล้วทหารของเจ้าอ่อนหัดกันนักรึไงถึงโดนผู้หญิงตัวเล็กๆ ทำร้าย ถ้าไร้ประสิทธิภาพขนาดนั้นยุบฐานทิ้งเลยดีมั้ย”   

“เสด็จพ่อเข้าข้างคนอื่น” ฮัทเซนไม่ยอมเหมือนกัน “ลูกเป็นลูกของเสด็จพ่อ ทำไมไม่เชื่อว่าสิ่งที่ลูกทำไปนั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้อง” งานนี้เขาสู้ตาย
   
แม้องค์กษัตริย์จะโดนลูกชายตัดพ้ออย่างน้อยใจ แต่ฮัทเซนโตพอที่ควรจะคิดได้ว่าอะไรควรไม่ควร ดังนั้นพระองค์จะไม่ยอมลูกชายคนนี้เด็กขาด “ฮัทเซน เจ้าน่าจะคิดได้นะว่าพิมพ์ทรายเป็นลูกใคร นานๆ ทีน้องถึงจะได้มาหาฟาริก แล้วเจ้าทำกับน้องขนาดนั้น ถ้าน้องกลัวไม่อยากมาอัคห์ราสอีกจะทำยังไง เจ้าไม่สงสารฟาริกบ้างรึไง เขาทำงานหนักเพื่อพวกเรามาตั้งเท่าไหร่ ความสุขเล็กๆ น้อยๆ ของคนที่ยอมเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเพื่อชาวอัคห์ราส เจ้าทำไม่ได้เลยเหรอฮัทเซน”
   
“ลูกก็แค่ตีอบรมสั่งสอนเท่านั้นแหละว่าอะไรควร อะไรไม่ควร ลูกไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุพระเจ้าค่ะ”
   
“แล้วเจ้าตีน้องไปกี่ที” พระชายาดีล่าเป็นฝ่ายตรัสถาม เพราะถ้าเจ้าลูกชายหวังแค่ตักเตือนพิมพ์ทราย พระองค์ก็ยังพอให้อภัยได้
   
เจ้าชายหนุ่มทำท่าครุ่นคิด แล้วเขาก็คิดได้ว่า “ลูกไม่ได้นับ”
   
“ตายแล้วฮัทเซน” พระชายาดีล่าถึงกับตกใจ ถ้าตีแค่ทีสองทีก็ต้องตอบพระองค์ได้สิว่ากี่ครั้ง แต่นี่ตอบไม่ได้ แสดงว่าโดนไปหลายที มิน่าล่ะ หนูพิมพ์ทรายถึงได้เดินหงอยเข้ามาหาอย่างนั้น “เจ้าตีน้องขนาดนับไม่ได้นี่ แสดงว่าไม่ยั้งเลยใช่มั้ย เจ้าลูกใจร้ายทำกับน้องได้ยังไง เจ้าลูกตัวแสบ ตัวเจ้าก็ใหญ่ มือเจ้าก็ใหญ่ น้องไม่ระบมไปทั้งตัวแล้วเหรอ ทำไมเป็นไปได้ขนาดนี้ลูกชายฉัน”
   
“เสด็จแม่จะให้ลูกทำอย่างไร ลูกลงมือไปแล้วนี่ ตีด้วยมือของลูกเองนี่แหละ” เขาก็อยากรู้ว่าผู้ให้กำเนิดทั้งสองจะให้เขาทำยังไงต่อไป เพราะยัยนั่นคนเดียว เขาถึงต้องกลายเป็นเจ้าชายผู้โดดเดี่ยวในตอนนี้ แล้วดูองค์กษัตริย์บีร์อาตัดสินการกระทำของเขาสิ

“เจ้าเป็นฝ่ายผิด เจ้าต้องไปขอโทษฟาริก”

“เสด็จพ่อ”
   
“พ่อสอนเจ้าเสมอใช่มั้ยฮัทเซน ลูกผู้ชายทำผิดก็ต้องยอมรับผิด”   

ฮัทเซนอยากจะลากเสาของวังหลวงออกไปตีกระหน่ำยัยน้องพิมพ์ทรายให้จมทรายไปเลย ทำไม้ ทำไม ฐานของเขาโดนยัยนั่นก่อกวนแท้ๆ ผลการไต่สวนถึงได้สรุปออกมาว่าเขาผิดคนเดียว คอยดูแล้วกัน อย่าคิดว่าเขาจะยอม

แล้วเราจะได้เห็นดีกัน

   
หญิงสาวได้แต่เดินไปมาภายในห้องนอนด้วยไม่รู้ว่าหนทางภายหน้าควรทำอย่างไรต่อไปดี ในเมื่อไม่มีใครเข้าใจว่าการเดินทางไปเยี่ยมผู้อพยพชาวลีฮาร์ในครั้งนี้มันสำคัญกับเธอขนาดไหน และเธอบอกใครไม่ได้ คนเดียวที่หวังจะให้เขาช่วยตามหาคนในศูนย์อพยพ ก็คือทวีชัยเพื่อนรุ่นพี่อาสาสมัครชาวไทยที่เดินทางไปพร้อมกับหน่วยอาสาสมัครแล้วตั้งแต่เมื่อตอนสาย และที่แย่ไปกว่านั้น ทวีชัยยังไม่รู้จักหน้าค่าตาคนที่ต้องตามหาเลย ความหวังของเธอจึงเป็นศูนย์ทันที

และในเมื่อตอนนี้ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง พิมพ์ทรายจึงได้แต่ภาวนาขอให้ทุกสิ่งที่คิดเป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิด อย่าได้มีอะไรเกิดขึ้นเพราะเธอเป็นส่วนหนึ่งเลย 
   
กึก!
   
“เฮ้ย! ใคร!” หญิงสาวทักเสียงดังเมื่อปรากฏร่างสูงใหญ่กระโดดเข้ามาทางหน้าต่างห้องนอนที่อยู่บนชั้นสอง สัญชาตญาณทำให้เธอคว้าเก้าอี้โต๊ะเครื่องแป้งเป็นอาวุธทันที และแทนที่ฝ่ายตรงข้ามจะตกใจกลับตอบกลับมาซะเสียงนิ่งเชียว
   
“ฉันเอง”
   
เสียงห้าวแต่คุ้นหูเหมือนเคยได้ยินเสียงนี้มาก่อน ทำให้เจ้าของห้องพยายามมองหน้าผู้บุกรุกอย่างพินิจ โชคดีที่เธอยังไม่ได้ปิดไฟ มองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นใครที่ปีนเข้ามาหายามวิกาล
   
“อ้าวเจ้าชาย มาทำไมเนี่ย แล้วทำไมไม่เข้าทางหน้าบ้าน นั่นมันหน้าต่างห้องนอน ไม่ใช่ประตูห้องรับแขก” พิมพ์ทรายยืนบ่นสักพัก แล้วก็วางเก้าอี้ที่เริ่มรู้สึกหนักลง เธอรู้ว่าเธอไว้ใจเจ้าชายพระองค์นี้ได้ เหมือนที่พ่อบอกนั่นแหละ ท่านไม่เคยดูคนพลาด แต่พระองค์มาทำอะไรค่ำๆ มืดๆ ในห้องนอนเธออย่างนี้ แล้วดูผู้บุกรุกทักทายเจ้าของห้องสิ มันน่านัก   

“ยังมาทำปากดีใส่อีกเหรอ เธอไปเป่ามนต์อะไรใส่เสด็จพ่อเสด็จแม่ฉัน พวกท่านถึงได้เข้าข้างเธอ เรียกฉันมาเอ็ดถึงนี่เนี่ย”
   
“อ๋อ โดนดุ เลยพาล” พิมพ์ทรายพยักหน้าอย่างเข้าใจ นี่เธอยังไม่ได้ทำอะไรเจ้าชายพระองค์นี้สักหน่อย แค่พูดเรื่องจริงที่เกิดขึ้นที่ฐานปฏิบัติการทะเลทราย องค์กษัตริย์กับพระชายาก็ทรงวินิจฉัยเองว่าคนตรงหน้าสมควรถูกเอ็ด แล้วเขาจะมาพาลกับเธอทำไม
   
“พิมพ์ทราย” ฮัทเซนสะกดน้ำเสียงเรียกชื่อคนตรงหน้าอย่างใจเย็น   

“จะเรียกทำไม อยู่กันใกล้แค่นี้เอง”
   
“ทำไมเธอไม่บอกทุกคนว่าเธอผิดที่ก่อกวนค่ายฉัน”
   
“ไม่มีใครถามหม่อมฉันนี่” หญิงสาวมองหน้าเจ้าชายหนุ่มไม่ได้รู้สึกกลัวหรือเกรงแม้แต่น้อย และที่สำคัญเขากำลังอยู่ในเขตอิทธิพลของเธอ ซึ่งตอนนี้เธอไม่มีอารมณ์ต่อล้อต่อเถียงด้วย แต่ถ้าเขาคิดว่าเธอผิด เธอก็ต้องถูกลงโทษสิ ได้เลย เธอผิดให้ก็ได้ “อยากให้หม่อมฉันไถ่โทษมั้ยเพคะ”
   
“จะไปบอกคนอื่นว่าเธอเป็นตัวต้นเหตุใช่มั้ย และสมควรแล้วที่ฉันลงโทษเธอ มันสมเหตุสมผลซึ่งกันและกัน” ฮัทเซนคาดเดาความคิดของหญิงสาว ถ้ารู้ว่ามันง่ายขนาดนี้เขามาตั้งนานแล้ว จะได้เป็นผู้บริสุทธิ์สำหรับทุกคนเสียที ทว่าสีหน้าของหญิงสาวกลับทำให้เขารู้สึกว่าทุกอย่างไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด
   
พิมพ์ทรายยิ้มสดใสให้เจ้าชายหนุ่ม การไถ่โทษสำหรับเธอนั้นคนละอย่างกับที่เจ้าชายคิดแน่นอน เพราะการที่จะยอมทำอะไรให้ใครนั้นจะต้องเอื้อประโยชน์กับเธอ เรื่องอะไรจะส่งผลดีให้คนอื่นอย่างเดียว

“หม่อมฉันให้เจ้าชายลงโทษด้วยการพาไปปล่อยที่ชายแดนเพคะ”

“ชายแดนที่หน่วยอาสาสมัครลงไปทำงานบริเวณนั้นใช่ไหม” ฮัทเซนรู้ทัน

“เจ้าชายฮัทเซนเก่งที่สุดเลย มิน่าล่ะถึงได้เป็นหัวหน้าฐานปฏิบัติการทะเลทราย”

“หึ หึ หึ” คนถูกชมหัวเราะในลำคอ แต่สีหน้านั้นเต็มไปด้วยประกายรังสีอำมหิต พิมพ์ทรายช่างคิดวิธีถูกลงโทษได้ดีจริงๆ แล้วเขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเอ่ยเสียงเรียบพูดว่า “มีคนรักเธออยู่ในกลุ่มนั้นล่ะสิ ถึงได้ดิ้นรนอยากจะไปนัก ดี แยกกันอยู่อย่างนี้นี่ละ จะได้ขาดใจตายไปเลย”
   
หญิงสาวโกรธที่ถูกกล่าวหา และคนอย่างเธอไม่ยอมถูกใส่ร้ายฟรีๆ ว่าดิ้นรนไปหาผู้ชายหรอก ใบหน้าพิมพ์ทรายตอนนี้จึงเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่นัยน์ตามีประกายเพลิงปรากฏให้คนตรงหน้าเห็น

“ตกลงว่าไม่ไปส่งใช่มั้ยเพคะเจ้าชายฮัทเซน”
   
“ไม่มีทาง” ฮัทเซนนึกดีใจที่หาทางแกล้งยัยตัวแสบได้ ดี ให้คิดถึงคนรักจนแน่นอกตายไปเลย เขาจะนั่งรอดูอาการดิ้นพล่านพยายามไปหาคนรักของเธอ ดูสิจะทำยังไง เพราะท่านฟาริกกับรุสลันไม่มีทางปล่อยลูกสาวไปหาผู้ชายแน่ๆ
   
พิมพ์ทรายไม่อยากทำแบบนี้เลยจริงๆ แต่เจ้าชายพระองค์เล็กแห่งอัคห์ราสท้าทายเธอเกินไป

“งั้นเตรียมตัวรับมือก็แล้วกันนะเพคะเจ้าชาย” หญิงสาวเดินเข้าไปใกล้เจ้าชายหนุ่ม ส่งยิ้มละไมให้แล้วมือทั้งสองข้างก็กำแน่นก่อนที่เสียงกรีดร้องจะดังลั่นจนคนที่รับพลังเสียงไปเต็มๆ ต้องยกมือปิดหูอย่างฉับไว “กรี๊ดดดดดดดด! ช่วยด้วยยยยยยยยยย!”

เจ้าชายหนุ่มถึงกับผงะเมื่อหญิงสาวใช้วิธีนี้ ถ้าอย่างงั้นเขาก็อยู่ไม่ได้แล้วสิ ไวเท่าความคิด ฮัทเซนรีบหันหลังตรงไปที่หน้าต่างทันที แต่มีหรือที่เจ้าของห้องจะยอม พิมพ์ทรายรีบเข้าไปดึงชายเสื้อผู้บุกรุก เมื่อสู้แรงไม่ไหวเธอก็กอดเขาจากด้านหลังเสียเลย

ฮัทเซนพยายามจะหนีจากมือเล็กๆ ที่เกี่ยวเอวเขาเอา แต่เมื่อเจ้าของเสียงกรีดร้องที่ดังไม่หยุดไม่ยอมปล่อย เจ้าชายหนุ่มก็ต้องปล่อยมือที่เกาะขอบหน้าต่างห้องนอนออกแล้วหันหน้าจัดการยัยตัวแสบที่แผลงฤทธิ์ใส่เขาทันที

แล้วการเกาะ การแกะ การเกี่ยวของคนทั้งสองทำให้พากันเสียหลัก จนเจ้าชายหนุ่มล้มทับหญิงสาวลงไปกองอยู่ด้วยกันกับพื้น โดยมีมือใหญ่ของเขารองศีรษะน้อยไม่ให้กระแทกล้มฟาดลงไป

ทว่าเมื่อมีคนเปิดประตูเข้ามา มันก็ช่างเป็นภาพที่ทำให้คนที่อยู่บนร่างน้อยเดือดร้อนจนได้
   
“เจ้าชาย” สมาชิกในบ้านทั้งสามเรียกคนที่เป็นต้นเหตุทำให้ลูกสาวส่งเสียงดังลั่นบ้านอย่างคาดไม่ถึง

buddy

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 342
    • ดูรายละเอียด
Re: พิมพ์รักประทับทราย บทที่ 2
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กันยายน 12, 2016, 09:25:20 PM »
จบท่าสวย ตามแผนการน้องพิมพ์เลย  ;)

ไตร่สวน

ไอวินทร์

  • นักข่าว
  • Sr. Member
  • *
  • กระทู้: 269
    • ดูรายละเอียด
Re: พิมพ์รักประทับทราย บทที่ 2
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กันยายน 12, 2016, 10:27:52 PM »
อะไรกันเนี่ย ห้องนี้ ไปบทสองแล้ว บทที่ หนึ่งยังไม่จบเลย ปั่นๆๆๆ ตามไป ฮ่าๆ

สู้ๆ คุณตามฝัน ระวังไอแซง ฮ่าๆๆ
Licht und Schatten トーキョーグール-

ตามฝัน

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 123
    • ดูรายละเอียด
Re: พิมพ์รักประทับทราย บทที่ 2
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กันยายน 15, 2016, 03:45:47 PM »
ขอบคุณสำหรับคำผิดค่ะพี่บัดดี้

คุณไอแซงก่อนได้เลยค่ะ

noneko

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 136
    • ดูรายละเอียด
Re: พิมพ์รักประทับทราย บทที่ 2
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กันยายน 30, 2016, 12:52:12 PM »
นางเอกมีคนหนุนหลังเยอะ ถถถ เจ้าชาย