ผู้เขียน หัวข้อ: คาเมเลีย รักเย็นชา ตอนที่ 2 คืนแรก  (อ่าน 386 ครั้ง)

noneko

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 136
    • ดูรายละเอียด
คาเมเลีย รักเย็นชา ตอนที่ 2 คืนแรก
« เมื่อ: กันยายน 16, 2016, 08:29:01 AM »
   ภายในห้องโถงใหญ่ของเรือนคาเมเลียจัดโซฟารับแขกสีดำ ด้านหลังประดับภาพวาดขนาดใหญ่เป็นรูปต้นคาเมเลียออกดอกสีแดงบานสะพรั่ง นี่กระมังที่มาของชื่อเรือนคาเมเลีย ทางด้านซ้ายคือบันไดโค้งซึ่งทอดตัวยาวขึ้นสู่ระเบียงชั้นสองของคฤหาสน์ ดูโอ่อ่าและหรูหรา

   ถ้าหากว่าพวงชมพูไม่ได้เห็นว่ามีเงาคนยืนอยู่ที่หน้าต่างบนชั้นสอง เธอก็อาจจะชอบเรือนคาเมเลียอยู่บ้างหรอก ไม่อยากจะคิดเลยว่าที่นี่จะมีผีหรือเปล่า ไม่สิ ต้องมีอยู่แล้วล่ะ ไม่ใช่ว่าเรือนคาเมเลียเพิ่งจะสร้างมาแค่สองสามปีเสียหน่อย เทียบกับอายุของเอดาวัตแล้วก็ยี่สิบห้าปีเข้าไปแล้ว

   อย่างน้อยก็ผีคุณปู่เจ้าของบ้านคนหนึ่งล่ะ!

   พวงชมพูขนลุกกรูขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ เธอรู้สึกว่ามีลมพัดผ่านหน้าเธอไปเหมือนมีใครเดินผ่านแต่ก็ไม่มี คุณโรสกับเอดาวัตยืนคุยอยู่กับแม่บ้านร่างตุ้ยนุ้ยวัยกลางคนท่าทางใจดีคนหนึ่ง ส่วนลุงชมก็ขับรถไปจอดที่โรงจอดรถและเพิ่งจะเห็นเดินเข้ามาในคฤหาสน์เมื่อครู่นี้เอง

   แล้วลมที่พัดผ่านตัวเธอไปคืออะไรกันล่ะ?

   “พวงชมพู!”

   “ค่ะคุณโรส”

   “จะเหม่อลอยไปถึงไหน ฉันจ้างเธอมาทำงานนะไม่ใช่ให้มาเดินแบบ มาช่วยขนกระเป๋าของฉันไปเก็บที่ห้อง คืนนี้เราจะพักกันที่นี่”

   “พักที่นี่?” พวงชมพูทวนคำ ใจตกไปกองที่ตาตุ่มแล้ว
 
   “นอกจากจะเฉิ่มแล้วยังหูไม่ดีอีกนะเนี่ย เลขาที่คุณแม่เลือกให้ผมมาเนี่ย”

   คุณโรสส่ายหน้าอย่างระอาใจ เลิกคิ้วเรียวสวยเพราะผ่านการดูแลตกแต่งมาอย่างดีมองลูกชาย

   “ตาเอ นี่เราไม่ได้บอกแม่เลขาของเราเลยใช่ไหมว่าเราจะพักที่เรือนคาเมเลียด้วย เสื้อผ้าก็ดูเหมือนจะไม่ได้เตรียมมาเลยนี่”

   เอดาวัตเสยผม ส่ายหน้าไปมาและตอบง่ายๆ เขามั่นใจว่าเรื่องเพียงแค่นี้มารดาของเขาคงไม่นำมาเป็นประเด็นต่อว่าเขาได้หรอก

   “ผมลืม”

   “ตาเอนี่จริงๆ เลย” คุณโรสถอนหายใจแล้วตวัดดวงตาซึ่งกรีดอายไลเนอร์เสียคมกริบมามองพวงชมพูที่ยังยืนนิ่งอยู่กับที่ “อ้าว ยังยืนซื่อบื้ออยู่ได้ รีบมาทำหน้าที่ของเธอซิจ้ะพวงชมพู”

   ก่อนที่คุณโรสจะโมโหและแสดงอารมณ์กราดเกรี้ยวออกมา พวงชมพูรีบสาวเท้าเข้าไปยกกระเป๋าเดินทางแล้ววิ่งตามเจ้านายที่เดินขึ้นบันไดนำไปก่อนแล้ว

   .......

    พวงชมพูยังไม่ได้พบกับเจ้าของเรือนคาเมเลียเสียทีแม้ว่าจะเป็นช่วงมื้อเย็นแล้วก็ตาม ที่โต๊ะอาหารมีเพียงคุณโรส เอดาวัตและเธอนั่งอยู่ด้วยกันเพียงสามคนและหัวหน้าแม่บ้านร่างใหญ่ที่เพิ่งแนะนำตัวว่าชื่อป้ามุกดาซึ่งยืนอยู่ข้างๆ เท่านั้น

   “ทำตัวลึกลับไม่เคยเปลี่ยนจริงๆ หลานรักของคุณปู่เนี่ย” เอดาวัตเอ่ยขึ้นลอยๆ ขณะกำลังตักแกงจืดเข้าปาก

   ชายหนุ่มคงเซ็งไม่น้อยเพราะโดยปกติพวงชมพูมักจะเห็นเขาทานอาหารฝรั่งแกล้มกับไวน์และยังมีสาวสวยทรงโตนั่งเคียงข้างมากกว่าแล้วดูตอนนี้สิ

   เป็นคุณโรสถึงจะสวยแต่วัยก็ใกล้จะห้าสิบอยู่รอมมะร่อแล้ว ป้าแม่บ้านก็เหมือนกัน หันมาทางพวงชมพูก็เป็นสาวเฉิ่มเชย ไม่มีอะไรน่ามองเลยสักนิด

   “ก็คุณปู่ของเราเลี้ยงเขามาแบบนั้นนี่” คุณโรสหยิบทิชชู่ขึ้นมาซับริมฝีปากแล้วหันไปยิ้มให้ป้ามุกดาซึ่งยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่โดยไม่กระดุกกระดิกแม้สักนิดราวกับเป็นตุ๊กตามากกว่าที่จะเป็นมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อ

   “อย่างมันเค้าเรียกว่าโรคฮิคิโคโมริหรือเปล่า วันๆ เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง เจอกันทีไรก็ยิ้มแบบแปลกๆ เห็นแล้วน่าขนลุก”

   “ตาเอ” คุณโรสปรามเสียงเข้มและกล่าวตัดบทเพื่อไม่ให้ลูกชายคนเดียวของเธอเผลอพูดอย่างคึกคะนองปากขึ้นมาอีก “ฉันอิ่มแล้ว จะขึ้นห้องละ”

   “งั้นผมก็ไปบ้างเหมือนกัน เผื่อนึกครึ้มๆ ว่าจะไปเคาะประตูคุยกับคุณพี่ชายก่อนนอนสักหน่อย สัญญาณเนตก็ห่วยเลยไม่มีอะไรจะทำ”

   “ตาเอ!”

   “คร้าบๆ”

   .........

   คุณโรสและเอดาวัตพักที่ห้องรับรองแขกซึ่งอยู่ทางปีกซ้ายของชั้นสอง ส่วนพวงชมพูพักแยกต่างหากอีกห้องหนึ่ง หญิงสาวเดินตามป้ามุกดาไปตามทางเดินซึ่งมีแสงสว่างสีเหลืองนวลจากโคมไฟระย้าเป็นระยะห่างเท่าๆกัน ฝาผนังสองด้านประดับรูปภาพดอกไม้

   หญิงสาวอยากจะหยุดดูรูปภาพพวกนั้นแต่ป้ามุกดาก็เดินเร็วนัก เจ้านายของเธอทั้งสองคนคุ้นเคยกับที่นี่อยู่แล้วจึงเข้าห้องไปเรียบร้อยแล้วโดยไม่สนใจเลยว่าพวงชมพูจะรู้สึกอย่างไร มีเพียงเธอเท่านั้นที่เป็นคนนอก

   พวงชมพูไม่รู้ว่าจะคืนนี้จะข่มตาหลับลงได้หรือไม่ในเมื่อเธอรู้สึกหวาดกลัวถึงเพียงนี้

   “นี่ชุดนอนของเด็กในบ้านค่ะ ขนาดน่าจะใกล้เคียงกับตัวคุณที่สุดแล้ว พักผ่อนให้สบายนะคะ” ป้ามุกดาเหมือนจะรู้ทันความคิดของหญิงสาวจึงพูดปลอบประโลมและยื่นชุดเสื้อกางเกงนอนใสมือพวงชมพู

   แต่คำพูดกับสีหน้านิ่งเฉยเหมือนรูปปั้นซึ่งไปกันคนละทิศคนละทางกลับทำให้พวงชมพูยิ่งวิตกกังวลมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก

    เธอหันมองทางเดินอีกฝั่งหนึ่งซึ่งไม่ได้เปิดไฟตามทางเดินไว้ทำให้ทางปีกขวาของชั้นสองมืดจนมองอะไรแทบไม่เห็น ช่วยไม่ได้ที่จะทำให้นึกถึงภาพของสิ่งที่มองไม่เห็นไปต่างๆ นานา แล้วยังความรู้สึกนั้น ราวกับถูกใครสักคนจ้องมองจากความมืดตรงทางเดินฝั่งนั้น

   หรือว่าคิดไปเองกันแน่นะ

    “เวลาอาหารเช้าตอนเจ็ดโมงตรงนะคะคุณพวงชมพู” เสียงป้ามุกดาราวกับกริ่งนาฬิกาปลุกที่ฉุดรั้งสติของหญิงสาวให้กลับมาสนใจคู่สนทนาของตัวเองก่อนที่จะคิดเพ้อเจ้อที่ทำให้นอนไม่หลับไปมากกว่านี้

   “เข้าใจแล้วค่ะ”

   ป้ามุกดาพยักหน้ารับและหันหลังเดินกลับไปยังทิศทางเดิมและก่อนที่จะก้าวลงบันได ดูเหมือนว่าแม่บ้านประจำเรือนคาเมเลียจะนึกขึ้นได้ว่าลืมเรื่องสำคัญที่จะบอกกับพวงชมพูไปจึงเดินกลับมาหาเธออีกครั้ง

   “มีเรื่องที่ยังไม่ได้บอกคุณสองเรื่องค่ะ หนึ่งคือทางปีกขวาของชั้นสองทั้งหมดคือที่ส่วนตัวของคุณกานดิศถือเป็นเขตหวงห้ามเพราะคุณหนูเธอไม่ชอบความวุ่นวาย และอีกข้อหนึ่งก็คือตอนดึกๆ ถ้าได้ยินเสียงอะไรก็ไม่ต้องไปสนใจและไม่ควรนอนเปิดม่านนะคะ”

   “ขะ...ขอบคุณค่ะคุณป้า”

   “ราตรีสวัสดิ์ค่ะ”

   รองเท้าคัทชูสีดำนั้นส่งเสียงดังกึกๆ เป็นจังหวะที่มั่นคงหนักแน่นตามการก้าวเดินของแม่บ้านประจำคฤหาสน์ซึ่งดูเหมือนจะเป็นคนสำคัญที่มีอำนาจบารมีพอสมควรขนาดที่ว่าแม้แต่คุณโรสยังต้องก้มศีรษะทักทายเชียวละ

   พวงชมพูรีบก้าวเข้าไปในห้อง พยายามไม่หันไปมองระเบียงทางเดินอีกฝั่งหนึ่งอีกแม้ว่าในใจจะอยากรู้อยู่เหมือนกันว่าสิ่งที่เธอรู้สึกได้นั้นเป็นคนหรือว่าสิ่งลี้ลับกันแน่

   คำคมหนึ่งดังขึ้นมาในหัวของหญิงสาว

   ‘คนชอบลองของตายอนาถมานักต่อนักแล้ว’

   เธอไม่ควรเอาชีวิตน้อยๆ เข้าไปเสี่ยงกับเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเอง แค่คืนเดียวเท่านั้น พรุ่งนี้เธอก็จะไปจากเรือนคาเมเลียแล้ว อดทนไว้พวงชมพู!

   พวงชมพูกดล็อคประตู เปิดไฟและวางชุดนอนและกระเป๋าลงบนเตียงไม้สี่เสาสีขาวสะอาดตาขนาดหกฟุต ตู้ โต๊ะเครื่องแป้งและชั้นวางทีวี ทำจากไม้สีเดียวกันกับเตียงนอน หมอนและผ้าห่มลายดอกคาเมเลียสีแดงทำให้ห้องดูอบอุ่น น่านอนขึ้นมาก หญิงสาวเดินไปเปิดตู้ สำรวจใต้เตียง และห้องน้ำตามความเคยชิน หากพบว่าไม่มีอะไรเธอก็รู้สึกโอเคที่จะนอนหลับได้อย่างมีความสุขตลอดค่ำคืนนี้

   ในห้องน้ำปูหินอ่อนสีขาว บนอ่างล้างหน้ามีข้าวของเครื่องใช้จัดเตรียมไว้ให้อย่างครบครันทั้งแปรงสีฟัน ยาสีฟัน ครีมอาบน้ำและโฟมล้างหน้า โชคดีที่เธอไม่ค่อยแพ้อะไรง่ายๆ แค่วันสองวันจะใช้ยี่ห้ออะไรก็ได้ ไม่ไกลจากอ่างล้างหน้าเป็นตู้อาบน้ำฝักบัวกระจกใส อีกด้านหนึ่งก่อกระจกบล็อกแก้วกั้นแยกส่วนระหว่างโถสุขภัณฑ์และอ่างอาบน้ำ

   ห้องน้ำที่นี่ยังกว้างกว่าห้องเช่าของเธอเสียอีก ยัยพวงชมพู!

   หญิงสาวบอกตัวเองแล้วฮัมเพลงเดินมาหยิบชุดนอนและเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้ง เธอใช้เวลาไม่นานนักก็อาบน้ำเสร็จและเดินออกมาโดยสวมชุดนอนที่ป้ามุกดาให้ยืมมาจากนั้นก็นั่งลงบนเตียง หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาชาร์จแบต สวมแว่นตาและตั้งใจจะหยิบหนังสือนิยายขึ้นมาอ่านฆ่าเวลาในระหว่างที่ยังนอนไม่หลับเพราะความแปลกที่รวมถึงบรรยากาศวังเวงที่ประสบพบเจอมาหมาดๆ ด้วย

   คิดแล้วก็เสียดายที่ดันหยิบหนังสือแนวสืบสวนอย่าง ‘เกาะปีศาจ’ ของทอม สิริ แทนที่จะเป็น ‘ใจตะวัน’ ของรัญชิดา ก็เพราะว่าเวลานี้ชีวิตเธอก็ดูคล้ายกับติดอยู่ในเกาะที่เวิ้งว้าง เสียงลมครวญครางที่นอกหน้าต่าง สายฝนซาดกระหน่ำประกอบกับต้องนอนในห้องกว้างใหญ่เพียงคนเดียวมันยิ่งทำให้เธอหลอนเข้าไปใหญ่เลยน่ะสิ

   เธอต้องการความเบาสมอง คอมเมดี้เฮฮา เดี๋ยวนี้เลย!

   ตึกๆ

   พวงชมพูสะดุ้งเฮือก นั่นมันเสียงคนเดินนี่นา แล้วยังดังอยู่แถวๆ หน้าห้องนอนเธออีกด้วย!

   หญิงสาวรีบคว้าผ้าห่มมาคลุมกายหวังว่าอย่างน้อยก็อาจจะทำให้อุ่นใจได้บ้างแต่ไม่ใช่เลย เสียงนั้นดูเหมือนจะหยุดไปครู่เดียวแล้วก็กลับดังขึ้นอีกครั้งจากนั้นก็ถอยห่างออกไปและดังที่บันไดแทนเหมือนกับว่าเท้าคู่นั้นกำลังเดินลงบันไดไปที่ชั้นล่าง ทว่า...

   พวงชมพูกลั้นเสียงตัวเอง แทบจะขาดใจตายเสียให้ได้เมื่อเสียงฝีเท้ากลับดังใกล้เข้ามาอีกครั้งเหมือนกับว่าเจ้าของมันเกิดเปลี่ยนใจอย่างกะทันหันและหมุนตัวเดินกลับมาแถวๆ หน้าห้องเธออีกครั้ง

   กลัว ทำไมมันน่ากลัวอย่างนี้ รีบๆไปเสียทีเถอะ ฉันไหว้ละแล้วจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ ได้โปรดอย่ามาหลอกหลอนกันเลย

   เหมือนจะนานหลายนาทีจนเหงื่อของพวงชมพูไหลเข้าตาจนแสบไปหมดแต่เธอต้องอดทนและต้องผ่านช่วงเวลาอันโหดร้ายนี้ไปให้จงได้ หญิงสาวแทบจะถอนหายใจเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเดินลงบันไดไปอีกครั้งและดูท่าว่าครั้งนี้ไม่น่าจะขึ้นมาอีกแล้ว

   นี่มันอะไรกัน วิญญาณเหรอ? คุณป้ามุกดาบอกเธอว่าอย่างไรบ้างนะ ห้ามไปยุ่งกับฝั่งห้องนอนคุณกานดิศและถ้าได้ยินเสียงอะไรก็ไม่ต้องสนใจ

   ว้าก! จะให้ทำเมินได้ยังไง เสียงออกจะดังฟังชัดอย่างนั้น ดูสิขนฉันยังลุกกรูไม่หายเลย หัวใจแทบจะหยุดเต้นแน่ะ แล้วก็อะไรอีกอย่างนะ อย่าเปิดม่าน อย่าบอกนะว่าที่นอกหน้าต่างนั่นมีอะไรอยู่อีก! แล้วฉันจะผ่านคืนนี้ไปได้อย่างไร ฉันกลัว!

   “นะโมตัสสะ ภะคะวะโต...”

   ในที่สุดที่พึ่งสุดท้ายของพวงชมพูก็คือนำธรรมะเข้าข่มจิตใจที่กำลังวุ่นวายสับสนและใจที่เต้นระรัวจนแทบจะระเบิดออกมาอยู่รอมมะร่อ เธอสวดมนต์ขอพรพระให้ช่วยคุ้มครองให้อยู่รอดปลอดภัยและผ่านพ้นคืนนี้ไปให้ได้แม้ว่าจะทุลักทุเลและต้องนอนคลุมโปงแถมยังนอนไม่หลับทั้งคืนเลยก็ตามที

   ลาขาดกันชั่วชีวิต เรือนคาเมเลีย!

   ..........

   “เมื่อคืนนอนหลับสบายไหมคะ?”

   คำถามของป้ามุกดาในทันทีที่พวงชมพูเดินเข้ามาในห้องอาหารทำให้หญิงสาวชะงัก แม่บ้านสาวใหญ่ซึ่งผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านการใช้ชีวิตมาครึ่งร้อยปีคงพอเดาได้แน่นอนว่าเธอนอนไม่หลับและคงประสบพบเจอกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่กล่าวเตือนไว้แน่นอน

   ยังโชคดีที่ไม่เผลอไปเปิดม่านหน้าต่างมองวิวทิวทัศน์เล่น ถ้าเจอเข้าจังๆ ละก็ไม่จับไข้หัวโกร๋นหรือช๊อคตายหรอกเหรอ

   เมื่อเช้าพอแสงทองจับขอบฟ้าก็เหมือนเป็นสวรรค์มาโปรด หญิงสาวรีบลุกไปเข้าห้องน้ำแล้วแต่งตัวลงไปรอพบเจอผู้คนที่ห้องโถงชั้นล่างยังดีกว่าทนอุดอู้อยู่แต่ในห้องซึ่งก็ไม่รู้ว่าผีจะโผล่มาเยี่ยมเยียนเอาตอนกลางวันแสกๆ หรือเปล่า หญิงสาวนั่งอ่านหนังสือฆ่าเวลารอไปเรื่อยๆ พออีกห้านาทีจะเจ็ดโมงเช้าก็ค่อยๆ เดินไปที่ห้องอาหารโดยถามทางจากแม่บ้านที่เดินอยู่แถวๆนั้น

   “ก็พอได้ค่ะคุณป้า” พวงชมพูตอบเสียงอ้อมแอ้ม

   “ฮ้าวว ง่วงจัง”

   เสียงเอดาวัตดังมาก่อนที่เจ้าตัวจะเดินเข้ามาในห้องเสียอีก

   “รักษามาดของเราหน่อยสิตาเอ หาวปากกว้างอย่างนั้นได้ยังไง” คุณโรสอดที่จะเอ็ดลูกชายตัวดีของเธอไม่ได้เพราะตัวเธอเองมักจะรักษาภาพลักษณ์ให้ดูดีต่อหน้าผู้คนอยู่เสมอนั่นเอง
 
   เช้าวันนี้เธอสวมชุดเดรสสั้นแขนพอง ประดับริบบิ้นที่คอ รองเท้าส้นแหลมสีแดง แต่งหน้าเนียน แก้มแดงระเรื่อและริมฝีปากสีแดงสด เกล้าผมรวบติดด้วยเครื่องประดับผมทำด้วยมุก ด้านลูกชายเพียงคนเดียวของเธอสวมเสื้อยืดสีขาวสวมทับด้วยเสื้อสูทสีดำกับกางเกงยีนส์สีดำ ดูๆ แล้วเจ้านายทั้งสองคนของพวงชมพูก็เหมือนหลุดออกมาจากรันเวย์แฟชั่นโชว์เลยทีเดียว

   “คนกันเองทั้งนั้นนี่นา ที่สำคัญคนหล่อต่อให้หาวก็ยังดูดีอยู่แล้วจริงไหมน้องน้ำตาล”

   เอดาวัตยักคิ้วหลิ่วตาให้แม่บ้านสาวสวยคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ ป้ามุกดา เธอยิ้มรับอย่างเอียงอาย ดูท่าว่าจะหลงเสน่ห์แสนร้ายกาจของชายหนุ่มเข้าให้แล้ว

   “พวงชมพูเดี๋ยวไปช่วยน้ำตาลขนกระเป๋าของฉันลงมาด้วยนะ” คุณโรสกำชับพวงชมพูแล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะอาหารพร้อมกับลูกชาย

   “ค่ะคุณโรส” พวงชมพูรับคำและนั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิมที่นั่งเมื่อคืน หญิงสาวเหลือบตามองเก้าอี้ตรงหัวโต๊ะซึ่งยังว่างอยู่

   เขายังไม่มา หรือจะเป็นคนชอบเก็บตัวไม่สุงสิงกับใครอย่างที่คุณเอดาวัตพูดจริงๆ

   “นี่ตกลงคุณพี่ชายจะไม่โผล่หน้ามาให้เราเห็นจริงๆ เหรอเนี่ย” เอดาวัตเอ่ยอย่างเซ็งๆ ซึ่งตรงกับที่พวงชมพูกำลังคิดอยู่พอดี

   “ก็ไม่รู้เหมือนกันแต่ถ้าเขาไม่มากินข้าวเช้าร่วมกับพวกเราจริงๆ ฉันก็คงต้องบุกไปเยี่ยมถึงห้องของเขาแล้วล่ะจะได้คุยธุระให้มันเสร็จๆ ไปเราจะได้รีบกลับกันเสียที”

   “ดูเหมือนว่าทุกคนจะคิดถึงผมกันอยู่ใช่ไหมครับ”


lung_tom

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 384
    • ดูรายละเอียด
Re: คาเมเลีย รักเย็นชา ตอนที่ 2 คืนแรก
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กันยายน 26, 2016, 05:47:11 PM »
อิ อิ มีแซวลุงทอมด้วย
โรคฮิคิโคโมริ คำนี้ตอนรีไรท์อย่าลืมใส่อธิบายลงไปด้วยนะคะ ลุงก็ไม่รู้ว่ามันเป็นโรคอะไรอ่า