ผู้เขียน หัวข้อ: มีนัดกับความรัก บทที่ ๑  (อ่าน 642 ครั้ง)

พฤกษาฯ

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 1
    • ดูรายละเอียด
มีนัดกับความรัก บทที่ ๑
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2014, 10:07:28 AM »
บทที่ 1


สาพิลาสคิดว่าตัวเองกำลังจะถูกขอแต่งงาน!

ความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นเมื่อบ่ายนี้เอง เมื่อศศินคนรักของเธอ ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารและเป็นทายาทเจ้าของโรงแรมหรูแห่งนี้โทรศัพท์ลงมาที่แผนกประชาสัมพันธ์ที่เธอทำงานอยู่ นัยว่าเป็นการโทร.ลงมาเรื่องงานทั่วไป แต่ตบท้ายด้วยการถามว่าเธอเลิกงานตอนกี่โมง มีนัดที่ไหนต่อหรือเปล่า พอเธอตอบว่าไม่มี เขาก็นัดเธอดินเนอร์ทันที ย้ำตอนท้ายว่าขอให้แต่งตัวให้สวยที่สุด

เรื่องมันคงไม่ทำให้เธอคิดเข้าข้างตัวเองหรอก หากเธอไม่ได้รู้มาจากเพื่อนอีกแผนกว่าเขาแอบปิดโซนพิเศษของภัตตาคารชั้นเก้า อันเป็นมุมที่เรียกว่าโรแมนติกที่สุดเพราะมองเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อใช้เป็นการส่วนตัว และเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของการที่ลูกค้าเคยมาใช้บริการและทำแบบนั้น คือการเซอร์ไพรส์คนรักไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง และส่วนใหญ่ก็คือการขอแต่งงาน

หลังจากนั้นเป็นต้นมา สาพิลาสก็เลยตกอยู่ในอาการของคนคิดหนัก ตัดสินใจไม่ถูก เฝ้าถามตัวเองว่าถ้ามันเกิดเป็นแบบนั้นจริงเธอควรจะต้องทำอย่างไรดี ตอบตกลง หรือขอยืดเวลาออกไปอีกหน่อย เธอคิดอยากปรึกษาใครสักคนเหมือนกัน แต่ถ้าลองบอกว่าเธอกำลังลังเล มีหวังถูกกระแนะกระแหนว่าเล่นตัว มีคนอย่างคุณศศินมาขอแต่งงานยังจะเล่นตัว ก็เขาออกจะมีคุณสมบัติของชายที่สาวๆ ใฝ่หาขนาดนั้น ทั้งหล่อทั้งรวย

ใช่! ก็เพราะแบบนี้ล่ะที่ทำให้เธอต้องคิดมาก ศศินและเธอแตกต่างกันเกินไป ทั้งฐานะ ชาติตระกูล สังคม ดูเหมือนจะไม่มีอะไรที่ไปในทิศทางเดียวกันเลย และเธอยังรู้ดีว่าทางครอบครัวศศินโดยเฉพาะแม่ของชายหนุ่มไม่ค่อยจะปลื้มเธอสักเท่าไหร่ด้วย ทำให้เธอไม่เคยได้ไปเปิดตัวกับทางครอบครัวเขาอย่างเป็นทางการสักที

หญิงสาวสะบัดศีรษะรัวเร็ว ไล่ความคิดฟุ้งซ่านและออกจะไปไกลเกินความจริงปัจจุบันให้หลุดไป อย่าคิดไปไกลขนาดนั้นเลย มันอาจจะไม่เป็นไปตามที่คาดก็ได้ เอาว่าให้ถึงเวลาและเป็นจริงก่อนแล้วกัน ค่อยตัดสินใจตามปัจจัยแวดล้อม ณ ตอนนั้นดีกว่า

เมื่อได้เวลาเลิกงาน สาพิลาสแวบไปจับจ่ายเสื้อผ้าเพื่อใช้สำหรับคืนนี้และแต่งหน้าทำผมหน่อย ก่อนกลับเข้ามาที่โรงแรมอีกครั้งเมื่อใกล้ถึงเวลานัด ขณะที่ใจยังพะวงกับสิ่งที่วนเวียนอยู่ในความคิดเมื่ออยู่ในลิฟท์ จนไม่ได้ยินเสียงที่ถามขึ้นอย่างสุภาพ

“ชั้นไหนครับ?”

“คุณ!”

หญิงสาวมารู้ตัวอีกทีก็เมื่อถูกสะกิดไหล่ เธอสะดุ้งเล็กน้อยและเบี่ยงไหล่หนีเพราะตกใจ

“เอ่อ ขอโทษครับ แต่ผมเรียกหลายทีแล้วคุณไม่ตอบ ตกลงว่าคุณจะไปชั้นไหนครับ” เสียงสุภาพนั้นเหมือนจะติดขำนิดๆ เมื่อเอ่ยต่อ เธอจึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าควรจะตอบอะไร

“อ๋อ ขอโทษค่ะ ชั้นเก้า ขอบคุณค่ะ”

บอกและขอบคุณเสร็จสรรพ หญิงสาวไม่ได้มองไปที่ผู้มีน้ำใจไถ่ถามอีก จึงไม่เห็นว่าเขากดปุ่มเพียงชั้นเดียว เมื่อถึงชั้นเก้า เธอก็เดินออกมาก่อนจึงไม่เห็นว่าเขาเดินตามออกมาไม่ห่าง และก็ยังไม่รู้เลยจนกระทั่งเธอแยกไปอีกฝั่ง เป็นฝั่งวีไอพีที่ศศินสั่งปิดเอาไว้สำหรับเราสองคน

ศศินรออยู่แล้ว สีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เธอเปิดบทสนทนาแรกด้วยคำถามก่อนเลยว่า

“มีอะไรพิเศษเหรอคะวันนี้” รอฟังว่าเขาจะตอบยังไง เข้าเค้าลางสังหรณ์ของเธอหรือเปล่า

“สำหรับสาก็ต้องพิเศษทุกอย่างอยู่แล้ว”

หญิงสาวยิ้ม ก็คงต้องรอลุ้นกันต่อไป

“วันนี้สาสวยมากเลยรู้ไหม” เขาเริ่มคุยบ้าง หลังจากที่เราลงมือกับอาหารตรงหน้าไปสักพักและมองหน้ากันไปมาอยู่นานสองนาน ถึงตอนนี้ใจของเธอก็เริ่มเต้นผิดจังหวะขึ้นมาทีละนิดๆ แล้วล่ะ ยิ่งเมื่อเขาโยงเข้าเรื่องเพิ่มอีกว่า

“สาครับ...เราก็คบหาดูใจกันมาตั้งนานแล้ว ผมก็เลยคิดว่ามันควรจะถึงเวลาสักทีที่เราจะ...”

เขาเว้นวรรคนานไปนิด สาพิลาสรอลุ้นจนเผลอกัดริมฝีปาก

“จะ...จะอะไรคะ”

“จะพัฒนาความสัมพันธ์ให้มากขึ้นกว่าคำว่าแฟน” ถึงตอนนี้ศศินก็ทำตามสเต็ปการขอแต่งงานที่เธอเคยคุ้นคือเขาก้าวออกจากที่นั่ง มาคุกเข่าลงตรงหน้าเธอ หยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เมื่อเขาเปิดมันออก สาพิลาสเห็นแหวนทองคำขาวประดับเพชรเม็ดเล็กดูน่ารักอยู่ในนั้น

“สาครับ แต่งงานกับผมนะ”

เธอรอเวลานี้มาตลอดเวลาที่ได้รู้จักเขา แต่พอเอาเข้าจริงกลับลังเล
 
“คุณศินคิดดีแล้วหรือคะ”

“ทำไมถามแบบนั้น”

“เพราะสามองไม่เห็นทางเลยน่ะสิ”

“เรื่องอะไร”

“เรื่องความแตกต่างของเราไงคะ ทั้งฐานะ ชาติตระกูล คุณเพียบพร้อมกว่าสาในทุกทาง”

“แต่ผมไม่เห็นว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่ ผมไม่เคยมองสาต่ำต้อยเลยแม้สักครั้ง”

“แต่ครอบครัวคุณ” เธอยังคงหวั่นกับสิ่งเดิมๆ

เขายังใช้น้ำเสียงอันอ่อนโยนอธิบายแก่เธอเรื่อยๆ

“ครอบครัวผมไม่เกี่ยว เรื่องแต่งงานเป็นเรื่องของคนสองคน แค่สากับผมมีใจที่ตรงกัน อะไรมันก็ไม่สำคัญทั้งนั้น หรือสาต้องการให้ผมทิ้งทุกอย่างเพื่อสา ผมทำได้นะ ถ้ามันจะทำให้สาเชื่อว่าผมจริงใจกับสา สาจะได้สบายใจว่าเราไม่แตกต่างเกินที่จะอยู่ด้วยกันได้”

“ไม่...อย่าทำแบบนั้นนะคะ” สาพิลาสรีบร้องห้าม เธอจะเห็นแก่ตัวขนาดนั้นได้อย่างไร                                                                                                                               

“งั้นสาก็ตอบตกลงแต่งงานกับผมสิ ส่วนปัญหาเรื่องครอบครัวผม ผมจะจัดการเอง”

“นี่คุณรักสาจริงๆ หรือคะ” ถามเสียงเครือ เธอไม่เคยมั่นใจเลยว่ามันคือความจริง เขารักเธอจริง อยากแต่งงานใช้ชีวิตคู่กับเธอตลอดไป มันคล้ายฝันมากกว่า

“สายังไม่รู้อีกเหรอ ผมรักสา รักสามาก รักเท่าฟ้า มหาสมุทร เท่าจักรวาล รักที่สุดในสามโลก...” เขาเพิ่มเสียงขึ้นเรื่อยๆ จนท้ายๆ เกือบเป็นตะโกนบอกรัก
ถึงตรงนี้สาพิลาสก็ยิ้มหัวเราะทั้งน้ำตา

“พอแล้วค่ะ พอแล้ว สาเชื่อคุณแล้ว”

 “เชื่อแล้ว? แล้วสาจะตอบตกลงได้หรือยัง นางฟ้าของผม”

คนถูกชมยิ้มเขิน เขาช่างปากหวาน และเป็นแบบนี้อยู่เสมอ นี่ล่ะที่ทำให้เธอรักเขาไม่คลายและเพิ่มมากขึ้นทุกวัน

“ค่ะ”

“ค่ะ?...ค่ะอะไรละคะคนสวย ต่อให้จบสิ”

“ค่ะ สาตกลงแต่งงานกับคุณค่ะ”

“เยส” ศศินลุกขึ้นกระโดดโลดเต้น หลุดมาดผู้บริหารไปชั่วขณะ สาพิลาสยังหัวเราะทั้งน้ำตา เป็นน้ำตาแห่งความปิติยินดี ศศินหยิบแหวนออกมาสวมให้เธอ กอดเธอแนบแน่น เขาจูบเธอที่หน้าผาก สองแก้ม แต่ก่อนที่ชายหนุ่มจะเลื่อนมาที่ริมฝีปากบาง หญิงสาวก็เอามือกันไว้เสียก่อน

ศศินเลื่อนหน้าออกหาก หัวเราะแก้เก้อ แต่ก็ไม่วายบ่นกะปอดกะแปด

“ถึงขนาดนี้แล้วนะ เมื่อไหร่สาจะยอม แค่จูบเอง”

“สา ไม่ทันตั้งตัวน่ะค่ะ คุณอย่าโกรธสาเลยนะคะ”

“ใครจะโกรธว่าที่เจ้าสาวได้ลงคอ แต่ไหนดูซิ หน้าสวยๆ ของสาเลอะเทอะหมดแล้ว ผมว่าไปล้างหน้าล้างตาก่อนกลับดีกว่า เดี๋ยวพ่อแม่คุณหาว่าผมรังแกคุณละแย่เลย”

สาพิลาสหน้าเหรอ หยิบทิชชูมาซับน้ำตา แต่ปรากฏว่ายิ่งเปื้อนไปกันใหญ่

“ยิ่งเลอะเทอะเข้าไปอีก เชื่อผมไปล้างหน้าล้างตาก่อนเถอะ ไปที่ห้องของผมก่อนก็ได้ ใช้ห้องน้ำชั้นนี้คงไม่สะดวกเท่าไหร่”

“สาไปห้องน้ำชั้นนี้ก็ได้ค่ะ” เธอบอก แต่ก็ยังอายอยู่เรื่องที่จะเดินโชว์หน้าที่เต็มไปด้วยน้ำหูน้ำตาผ่านห้องอาหารส่วนกลางเพื่อไปเข้าห้องน้ำ

“ไปห้องผมสะดวกกว่า จะได้ไม่ต้องเดินผ่านผู้คนด้วย” เขาบอก

จากตรงนี้ มีทางเชื่อมที่จะออกด้านนอกได้ และห้องพักส่วนนตัวของศศินก็อยู่ชั้นถัดไปนี่เอง ดังนั้นถ้าคิดง่ายๆ ทำตามคำแนะนำของเขาสะดวกกว่าจริงๆ
แล้วสาพิลาสก็ตกลงใจขึ้นไปห้องเขาเพื่อล้างหน้าล้างตา ศศินแสดงความเป็นสุภาพบุรุษด้วยการเปิดประตูห้องไว้ในขณะที่เธอเข้าไปทำธุระในห้องน้ำ แต่เมื่อกลับออกมาอีกทีหญิงสาวก็ต้องแปลกใจ

ห้องที่สว่างด้วยแสงไฟเมื่อตอนเข้ามา บัดนี้กลายเป็นสีอ่อนนวลตาจากแสงเทียนนับร้อยๆ อัน ประตูห้องถูกปิดไว้ต่างจากที่เห็นในตอนแรก เธอยังไม่ทันได้คิดอะไรมากก็ถูกสวมกอดจากด้านหลัง

“อุ๊ย! คุณศิน” หญิงสาวอุทาน พยายามเบี่ยงหลบเมื่อถูกจู่โจมซุกไซ้ที่ใบหน้าซีกซ้ายและลำคอ รวดเร็วจนเธอไม่ทันตั้งตัว

“สาจ๋า” ชายหนุ่มครวญชื่อเธอ ซึ่งน้ำเสียงเต็มไปด้วยความต้องการอย่างชัดแจ้ง

“อย่านะคะ!” เธออุทานห้ามอีกครั้ง

ศศินใช้กำลังที่เหนือกว่า ดึงร่างบางที่พยายามจะดิ้นให้หลุดกลับมา พร้อมกับหมุนตัวเธอให้หันมาเผชิญหน้า หญิงสาวตัวสั่นไหว เธอไม่เคยเห็นศศินด้วยท่าทางแบบนี้มาก่อน แม้เขาจะเคยจู่โจมเธอด้วยการกอด และพยายามจะจูบบ้าง แต่ก็ไม่เคยถึงขนาดนี้

“ทำไมล่ะสา ยังไงเราก็ต้องแต่งงานกัน”

“ก็รอให้ถึงวันนั้นก่อนสิคะ” ยิ่งเธอต่อต้าน เขายิ่งฮึดฮัดมากขึ้น ต่างจากเขาเมื่อวินาทีที่คุกเข่าขอแต่งงานลิบลับจนน่าตกใจ

“ผมไม่รอแล้ว ยังไงวันนี้คุณก็ต้องเป็นของผมคืนนี้” เขาเอ่ยขึ้นน้ำเสียงเข้มจัด บอกถึงความไม่พอใจที่ถูกปฏิเสธ

“ไม่นะคะคุณศิน อย่านะคะ ยังไงสาก็ไม่ยอม”

“ยอมไม่ยอมเดี๋ยวก็รู้” เขาบอก คิดว่าลูบนิดจูบหน่อย ใช้ประสบการณ์ที่เขาเชี่ยวชาญหลอกล่อ เป็นไปไม่ได้ที่อีกฝ่ายจะไม่เคลิ้มตาม ในเมื่อเธอก็มีใจให้กับเขาอยู่แล้ว
แต่ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้จับได้จูบมากกว่านั้น อยู่ๆ ประตูที่ปิดสนิทก็ถูกเปิดผั๊วะเข้ามา พร้อมกับร่างสตรีวัยกลางคนสวยสง่าตามอายุปรากฏขึ้นตรงหน้า ศศินตกใจจนเผลอปล่อยหญิงสาวออกจากอ้อมกอด

“คุณแม่! มาได้ไงครับ” เขาอุทาน

“คุณศศิธร” สาพิลาสอุทานเบาๆ แต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา เมื่อตั้งตัวได้รีบจัดเสื้อผ้าผมเผ้าฉุกละหุกด้วยอารามตกใจ ความจริงก็ยังไม่ได้ถึงขั้นหลุดลุ่ยอะไรมาก อีกฝ่ายก็เช่นกัน

“คิดว่าจะทำอะไรเล็ดลอดสายตาแม่ได้หรือตาศิน” ผู้เข้ามาใหม่พูดขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยอำนาจที่มีเหนือกว่าใครในนี้ทั้งหมด นางเอ็ดลูกชายเพียงเท่านั้น ก็หันมาเอาผิดเต็มๆ กับอีกคนที่ยืนตัวสั่นเป็นลูกนกอยู่มุมห้อง

“เธอ แม่ผู้หญิงไม่เจียมตัว ใช้เสน่ห์เล่ห์กลอะไรยะถึงทำให้ลูกชายฉันขอเธอแต่งงานได้ แต่อย่าหวังเลยว่าจะได้มานั่งเชิดหน้าเป็นสะใภ้ในตระกูลของฉัน เพราะฉันไม่มีวันอนุญาต และ
ตาศิน แม่ขอสั่งให้ไล่ผู้หญิงคนนี้ออกจากงานเดี๋ยวนี้”

“คุณแม่!” ลูกชายอุทาน

“ไม่ต้องมาเรียกฉัน คำสั่งฉันคือเด็ดขาด” คุณศศิธรย้ำด้วยน้ำเสียงสูง โกรธขึ้นมาเป็นริ้วๆ หันมาไล่สาพิลาสเสียงดัง“ไปสิ ยังเสนอหน้าอยู่อีก แล้วอย่ามาวุ่นวายกับลูกชายฉันอีก ถ้าไม่อยากให้ฉันจัดการกับเธอขั้นเด็ดขาด”

   สาพิลาสรีบออกมาจากห้องนั้นอย่างทั้งตื่นตกใจการกระทำของศศิน ทั้งกลัวอำนาจของคุณศศิธรแม่ของเขา คิดว่าหากไม่รีบออกมาคงเรื่องใหญ่กว่านี้แน่

   เธอไม่โกรธเขาหรอก พยายามปลอบใจว่าเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบของผู้ชาย และยังคงรอให้ศศินจัดการปัญหาที่บ้าน ก่อนยกขบวนขันหมากมาขอเธอตามที่เขาบอก คืนนี้เขาคงโทรศัพท์มาขอโทษและง้อเธอ

   ลับร่างของหญิงสาวไปนาน จนมั่นใจว่าเธอไปไกลแล้ว ศศินถอนหายใจเสียดายอย่างเปิดเผย โวยวายเอากับผู้เป็นแม่

“โธ่! คุณแม่เข้ามาขัดทำไม” พูดพลางทิ้งร่างลงบนโซฟาอย่างระบายอารมณ์

“นี่แกกล้าว่าแม่เพราะนังเด็กนั่นเชียวเหรอ...ถ้าฉันไม่มาขัดสิแกอาจเสร็จนังเด็กนั่นไปแล้ว”

“นี่แม่เห็นผมเป็นเด็กอ่อนหัดหรือไง”เขาว่า อารมณ์เสียต่อเนื่อง

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ถ้าครอบครัวของหนูแววรู้เรื่องนี้ขึ้นมา แล้วยกเลิกงานแต่งงานขึ้นมาล่ะ แกจะทำยังไง”

‘ครอบครัวหนูแวว’ ที่คุณศศิธรพูดถึง ก็คือครอบครัวผู้ดีมีเงินที่คุณศศิธรหวังให้มาดองกับครอบครัวนาง และร่วมลงทุนในธุรกิจด้วยกันต่อไป ซึ่งศศินเองก็รับปากแต่งงานแล้ว ทั้งที่ยังรู้จัก
อีกฝ่ายเพียงผิวเผิน ทั้งนี้เพราะเขาไม่เห็นถึงความสลักสำคัญอันใดของการแต่งงาน นอกจากเรื่องของผลประโยชน์ที่จะได้รับ

“ผมจัดการได้ก็แล้วกัน”

“จัดการ แกจะจัดการยังไงไหนบอกมาทีซิ”

“ผมก็แค่บอกว่าเรื่องแบบนี้มันเป็นธรรมดาของผู้ชาย คุณแววคนดีของแม่เค้าคงไม่ว่า”

“เฮอะ น้อยไปสิ ผู้หญิงที่ไหนจะยอมรับได้ กำลังจะแต่งงานแต่ก็ยังมีผู้หญิงคนอื่นมายุ่งเกี่ยวกับว่าที่เจ้าบ่าวของตัว แถมยังไม่ใช่ผู้หญิงทั่วๆ ไป เคยคบเป็นแฟนออกหน้าออกตา ถึง
ขนาดขอแต่งงานอย่างนี้”

“ผมจะเลิกยุ่งกับเค้าอยู่แล้ว ขอแค่วันนี้ วันนี้วันเดียวเข้าใจมั้ยครับ...แต่คุณแม่ก็เข้ามาขัด” ศศินโวยวายขึ้นอย่างหัวเสีย เขาวางแผนเอาไว้หมดแล้ว ถ้าได้ตัวสาพิลาสสมใจวันนี้ ถ้าเธอ
ยอมอยู่กับเขาแบบไม่เปิดเผย เขาก็จะเลี้ยงดูเธอแบบลับๆ ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะนึกเบื่อ หรือหากมีปัญหาก็ใช้เงินฟาดหัวไปให้จบเรื่อง

   คุณศศิธรอึ้งไป เข้าใจเรื่องในทันที “แล้วฉันจะรู้มั้ยล่ะ นึกว่าหลงเด็กนั่นหัวปักหัวปำจนคิดจะเอามาเป็นเมียแต่งจริงๆ ช่างมัน เสียดายอะไรกับผู้หญิงที่มีดีแค่หน้าตาอย่างนั้น อย่างแกจะ
ให้ผู้หญิงที่สวยกว่านี้สักร้อยสักพันเท่าก็ได้ มีเงินซะอย่างแกกลัวอะไร”

   แต่คำพูดปลอบใจนั้นก็ไม่อาจทำให้อาการหัวเสียของชายหนุ่มลดลงไปได้ อุตส่าห์ลงทุนวางแผนขอแต่งงาน เนื้อจะเข้าปากเสืออยู่แล้ว แม้คิดว่ายังมีโอกาส ตราบใดที่สาพิลาสยังไม่รู้เรื่องงานแต่งของเขาจนหนีไปเสียก่อน แต่คิดแล้วก็ยังเสียดายโอกาสวันนี้ไม่หาย

   “โธ่โว้ย!” ศศินโวยวายหัวเสียอีกรอบ เสียงดังลั่นจนคุณศศิธรยังสะดุ้งโหยง

   สาพิลาสเดินหลบออกจากมุมประตูอย่างช้าๆ ชาไปทั้งตัว สมองตื้อ เจ็บจนพูดไม่ออก นึกขอบใจตัวเองที่ลนลานจนค้นกุญแจรถในกระเป๋าไม่พบ นึกว่าทำตกในห้องนั้นและรีบกลับมาเอา
เธอเดินพลางค้นในกระเป๋ามาตลอดทางจนถึงหน้าห้องถึงค้นเจอ กำลังจะเดินกลับ แต่สิ่งที่แม่ลูกคุยกันก็ทำให้เท้าหยุดชะงักนานจนถึงเมื่อครู่นี้...แล้วเธอก็ได้เห็นธาตุแท้ของผู้ชายที่ชื่อ
ศศิน

“ผู้ชายทุเรศ ไม่นึกเลย”หญิงสาวด่าทอทั้งน้ำตา


บีเลิฟ

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 387
    • ดูรายละเอียด
Re: มีนัดกับความรัก บทที่ ๑
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 19, 2014, 02:15:35 PM »
ฮ่าๆ น่าสนุก รอบทต่อไปครับ 8)

ทาริก

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 63
    • ดูรายละเอียด
Re: มีนัดกับความรัก บทที่ ๑
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2014, 09:45:39 PM »
เอ่อ...พี่ศินเลวได้ใจจริงๆ

มะมาว

  • นักข่าว
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 38
    • ดูรายละเอียด
Re: มีนัดกับความรัก บทที่ ๑
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2014, 06:42:32 PM »
กำลังสนุกเลย รอบทต่อไปค่ะ

pannapat

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 57
    • ดูรายละเอียด
Re: มีนัดกับความรัก บทที่ ๑
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2014, 06:47:43 PM »
มาให้กำลังใจค่ะ รอบทต่อไปอยู่นะคะ

คุณพีทคุง

  • นักข่าว
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 47
    • ดูรายละเอียด
    • คนเขียนฝัน พิธันดร
Re: มีนัดกับความรัก บทที่ ๑
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มีนาคม 02, 2014, 07:58:48 PM »

โชคดีที่สาย้อนกลับมาได้ยินนะฮะ นายศินเอ๊ย นายแย่มาก