ผู้เขียน หัวข้อ: พิมพ์รักประทับทราย บทที่ 4  (อ่าน 232 ครั้ง)

ตามฝัน

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 115
    • ดูรายละเอียด
พิมพ์รักประทับทราย บทที่ 4
« เมื่อ: กันยายน 30, 2016, 01:45:25 PM »
บทที่ 4

พิมพ์ทรายรู้ว่าบิดามีความสุขกับการที่มีเธอร่วมรับประทานอาหารด้วยกันแบบนี้มากแค่ไหน เพราะตั้งแต่เล็กจนโต เธอจะมีโอกาสมาอยู่กับท่านที่อัคห์ราสแค่ช่วงปิดเทอมใหญ่เท่านั้น ส่วนเรื่องรอให้ท่านไปหาที่ประเทศไทยนั้นลืมไปได้เลย งานที่นี่ของท่านยุ่งมาก แต่ท่านก็ไม่เคยลืมที่จะโทรไปถามทุกข์สุขของเธออยู่เสมอ

และทุกครั้งที่เธอมาอัคห์ราส ความอบอุ่นที่ได้รับทำให้พิมพ์ทรายรู้สึกเหมือนตนเองเป็นลูกเทวดาก็ไม่ปาน ทั้งคุณพ่อ คุณป้าโมนา และพี่รุสลัน ต่างดูแลเธอประหนึ่งเด็กสามขวบ แค่เอ่ยว่าอยากได้อะไร ไม่มีคำว่าไม่ได้ หญิงสาวรู้ว่าทุกคนกำลังทดแทนเวลาที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน

และในฐานะของคนเป็นลูก  เธอเองก็พยายามทำทุกอย่างให้คนที่รักเธอมีความสุขมากที่สุด ลูกสาวคนนี้รู้ว่าบิดารักและคิดถึงเธอมาก แต่ด้วยความเป็นผู้ชายและเป็นทหารที่แข็งแกร่งในสายตาของทุกคน ท่านจึงไม่ค่อยแสดงออกถึงด้านที่อ่อนโยนให้ใครได้เห็นมากนัก ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเธอที่ต้องแสดงให้ท่านรู้ว่าลูกสาวคนนี้ก็รักท่านเช่นกัน สองมือน้อยจึงคอยตักอาหารใส่จานให้บิดาและคุณป้าโมนาไม่ขาด

อาหารมื้อค่ำกำลังดำเนินไปด้วยดี จนกระทั่ง สายตาของหญิงสาวหันออกไปทางนอกร้านแล้วประสานเข้ากับสายตาใครบางคนที่ยืนอยู่ด้านนอก ยิ่งโต๊ะที่เธอนั่งอยู่เป็นมุมที่ติดกับกระจกของร้านพอดีจึงทำให้พิมพ์ทรายเห็นว่าคนคนนั้นกำลังมองเธอนิ่งเช่นกัน ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหล่าแบบนั้น ไม่ผิดคนแน่

พิมพ์ทรายไม่คิดเลย ว่าอยู่ๆ จะได้เจอคนที่พยายามจะไปตามหาเขาถึงชายแดนมาโผล่ที่นี่ได้ นี่เป็นเหตุบังเอิญหรือความตั้งใจของใครกันแน่ และเธอไม่มีทางปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปเด็ดขาด หญิงสาวหันมาบอกทุกคนที่กำลังรับประทานอาหารด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า
   
“พิมพ์เจอเพื่อนค่ะ ขอตัวไปทักทายสักครู่นะคะ” คนพูดไม่รอให้ใครอนุญาต ทันทีที่พูดจบก็รีบร้อนออกจากโต๊ะทันที
   
ทว่าสองเท้าน้อยๆ ของเธอนั้น ดูจะช้ากว่าใจที่เร็วดังพายุดีเปรสชั่น พิมพ์ทรายอยากจะวิ่งเสียตั้งแต่ออกจากโต๊ะอาหาร แต่ก็กลัวว่าคนอื่นจะตกใจกับการกระทำของเธอ รอให้ออกพ้นเขตโรงแรมก่อนเถอะ เธอวิ่งสู้ฟัดแน่

และทันที่ที่มือน้อยผลักประตูกระจกของโรงแรมให้พ้นทางอย่างเร่งรีบ เลยทำให้ไม่ได้สนใจว่ามีคนบางกลุ่มกำลังจะสวนเข้ามา และทันทีที่เธอผลักบานประตูออกไป จึงทำให้คนกลุ่มนั้นต้องกระโดดหลบรัศมีของบานประตูที่เธอผลักออกไปอย่างแรง ซึ่งคนทำก็สำนึกผิดอยู่มาก แต่ในนาทีเร่งด่วนพิมพ์ทรายทำได้แค่ขออภัยที่เสียมารยาทโดยไม่มองเลยว่าคนตรงหน้าเป็นใคร
   
“ขอโทษค่ะ” หญิงสาวพูดแค่นั้นแล้วก็ตั้งใจที่จะเร่งฝีเท้าเดินไป ทว่า แขนของเธอกลับถูกใครบางคนรั้งเอาไว้ พิมพ์ทรายจึงต้องหันหน้ากลับมามองคนที่กำลังจับแขนเธออย่างหงุดหงิด พอเห็นชัดว่าเป็นใครก็ทั้งตกใจและโมโหในคราวเดียวกัน
“เจ้าชายฮัทเซน”

“ใช่ ฉันเอง”

ได้ยินน้ำเสียงเขาพิมพ์ทรายก็พอจะรู้ว่าคนตรงหน้าไม่พอใจแค่ไหน เพียงแต่ตอนนี้เธอกำลังรีบ จึงพยามสลัดแขนให้พ้นจากพันธนาการ “ปล่อยเดี๋ยวนี้! เร็ว!”
   
“จะรีบไปไหนนักหนา” เจ้าชายหนุ่มตะคอกใส่ยัยตัวยุ่งของเขากลับ และไม่มีทางปล่อยแขนไปง่ายๆ   

“โอ๊ย! ปล่อยก่อนเพคะเจ้าชาย เดี๋ยวไม่ทัน” พิมพ์ทรายพยายามสะบัดแขนที่ถูกรั้งไว้ แถมยังโถมตัวไปข้างหน้า เพราะถ้าเขาปล่อยเมื่อไหร่ เธอต้องรีบวิ่งไปที่คนที่กำลังยืนเรียกรถทันที หญิงสาวแน่ใจว่าเขาเห็นเธอ เพราะสายตาเพื่อนเก่ายังจ้องมองกลับมาเหมือนรอให้เธอไปหา แต่ตอนนี้ “เจ้าชาย ปล่อยเร็ว!”
   
“บอกมาก่อนจะไปไหน”
   
“ไปหาเพื่อน”
   
“เพื่อนคนไหน อยู่ที่ไหนล่ะ”
   
สิ้นคำถามของเจ้าชายหนุ่ม หญิงสาวก็หยุดดิ้นรนเมื่อเป้าหมายที่เธอวิ่งตามมาแบบสุดชีวิตหายไปต่อหน้าต่อตาพร้อมกับรถแท็กซี่คันนั้น เมื่อความฝันหลุดลอย งานนี้พิมพ์ทรายจึงหันกลับมามองตัวต้นเหตุตาเขม็ง

“ไม่ทันแล้ว!” หญิงสาวตวาดแหวใส่เจ้าชายหนุ่ม ดูสิกำลังได้เจอเพื่อนเก่าที่คิดถึง แต่ตอนนี้กลับพลาดไปหมด แล้วแทนที่เจ้าชายฮัทเซนจะสำนึกผิดกับการกระทำ ยังมีหน้ามาขึ้นเสียงใส่เธออีกว่า
   
“เป็นบ้าอะไร มาตวาดฉันทำไม เธอต่างหากที่ผิด ทำบ้าอะไรฮ่ะ”   

“หม่อมฉันทำอะไร” พิมพ์ทรายไม่ยอมแพ้ งานนี้มีแต่เขานั่นแหละทำให้เธอตามเป้าหมายไม่ทัน แล้วใครจะรับผิดชอบ แล้วดูนั่นพูดเข้า
   
 “ก็เธอนั่นแหละทำไมไปไหนมาไหนไม่บอกฉัน”   

“เจ้าชายไม่ใช่พ่อ ไม่ใช่แม่ ไม่ใช่พี่ ทำไมฉันต้องรายงาน”
   
“ลืมไปรึไง ยัยตัวแสบ ฉันถูกเสด็จแม่สั่งให้ดูแลเธอ ห้ามเธอมีแม้แต่รอยแมวข่วน แต่เธอเล่นตะล่อนๆ ทั้งวันโดยไม่บอกฉันสักคำ ไหนดูสิ มีรอยอะไรบ้างไหมเนี่ย” ฮัทเซนจับร่างเล็กหมุนรอบตัว ใช้สายตาสำรวจดูว่ามีร่องรอยตรงไหนรึเปล่า แล้วการกระทำของเขาทำให้หญิงสาวถึงกับร้องห้ามดังลั่น
   
“โอ๊ย เจ้าชาย เป็นอะไรมากเปล่าเนี่ย” พิมพ์ทรายพยายามเบี่ยงตัวหลบจากมือชายหนุ่มที่จับเธอหมุนเล่นเป็นตุ๊กตาจนเริ่มเวียนหัว
   
“หุบปากไปเลย”
   
สงครามระหว่างเจ้าชายหนุ่มกับลูกสาวราชองครักษ์คงจะยืดยาวกว่านี้ถ้าคามินไม่เอ่ยแทรกขึ้นมาเป็นระฆังห้ามทัพเมื่อเริ่มเห็นคนรอบกายกำลังมองมาที่คนทั้งสองว่า
   
“เจ้าชายพระเจ้าค่ะ คุณพิมพ์ครับ เราเข้าไปข้างในกันเถอะ”

ฮัทเซนหันไปมองคนที่เรียก แต่พอเห็นท่าทางของคามินที่ส่งสายตาให้มองไปรอบๆ เขาก็เข้าใจทันที เจ้าชายหนุ่มพยายามเก็บอารมณ์ที่ไม่พอใจยัยสาวลูกครึ่งไทย-อัคห์ราสตรงหน้าแล้วพูดกับองครักษ์คนสนิทด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“นำไปเลยคามิน” เจ้าชายหนุ่มไม่ลืมที่จะลากข้อมือน้อยๆ ติดมือเข้าไปพร้อมกันด้วย

แล้วพิมพ์ทรายจะทำอย่างไรได้ล่ะ ก็ต้องตามไปน่ะสิ

   
หญิงสาวได้แต่ทำหน้าไม่พอใจ เมื่อข้อมือของเธอถูกล็อกไว้ด้วยมือใหญ่ของเจ้าชายหนุ่มที่พาเธอกลับมายังโต๊ะอาหารของคนในครอบครัว และเมื่อระดับเจ้าชายแห่งอัคห์ราสเข้ามาในห้องอาหาร ทุกคนในที่นั้นต่างก็ลุกขึ้นทำความเคารพ โดยมีสายตาหลายๆ คู่จ้องมองมาทางเธอด้วยความสงสัย 

พิมพ์ทรายพยายามจะบิดข้อมือหนีจากการเกาะกุมของพระโอรสองค์เล็กแห่งอัคห์ราส แต่ไม่เป็นผล เธอจึงได้แต่เก็บความรู้สึกไม่พอใจเอาไว้ ยังเห็นแก่หน้าครอบครัวที่กำลังยืนรอรับเสด็จอยู่ที่โต๊ะอาหารหรอกนะ ไม่อย่างนั้นเจ้าชายฮัทเซนโดนเธอแผลงฤทธิ์ใส่แน่
   
“ไม่ทราบว่าเจ้าชายจะเสด็จที่นี่” ฟาริกเอ่ยทักหลังจากที่ทำความเคารพเรียบร้อย แล้วได้รับอนุญาตให้ทำตัวตามสบาย โดยที่เจ้าชายหนุ่มนั่งด้านซ้ายของเขา ซึ่งเป็นที่นั่งของพิมพ์ทราย ฟาริกเห็นลูกสาวทำสีหน้าไม่พอใจ เมื่อถูกเลื่อนให้ไปนั่งที่เก้าอี้อีกตัวหนึ่งที่ว่างอยู่ แต่ดูเหมือนตัวต้นเหตุจะยังไม่รู้ตัว และคงตอบคำถามเขาด้วยท่าทางที่นิ่งเฉย
   
“เรามาตามลูกสาวของท่าน”
   
“ตามลูกสาวกระหม่อม” ฟาริกทวนสิ่งที่ได้ยิน พลางใช้สายตามองเจ้าชายหนุ่มตรงหน้าเพื่อหาข้อเท็จจริง
   
“ใช่ ท่านลืมไปแล้วรึไง ว่าเราถูกสั่งให้ทำหน้าที่เป็นราชองครักษ์ดูแลลูกสาวท่านน่ะ”
   
“อ๋อ” ฟาริกพยักหน้าเข้าใจ ก็ไม่คิดหรอกว่าคนอย่างเจ้าชายฮัทเซนจะจริงจังกับเรื่องไร้สาระถึงเพียงนี้ แต่อาจเป็นเพราะว่านี่เป็นคำสั่งจากพระชายาดีล่าก็ได้ ถึงทำให้เจ้าชายตรงหน้าไม่กล้าขัดใจพระมารดา
   
“ทีหลังจะไปไหนมาไหนช่วยบอกเราด้วย จะได้ส่งคนของเรามาคอยดูแล ตามรับสั่งของเสด็จแม่ที่ห้ามลูกสาวท่านมีแม้แต่รอยแมวข่วน”
   
“หนูพิมพ์มากับกระหม่อม ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหรอกพระเจ้าค่ะ” ฟาริกพูดให้เจ้าชายหนุ่มสบายใจ
   
“เราไม่อยากตามแก้ปัญหาทีหลังท่านฟาริก”
   
“ถ้าอย่างนั้นกระหม่อมฝากลูกสาวไว้กับพระองค์ด้วยพระเจ้าค่ะ”
   
“พ่อ!” พิมพ์ทรายเรียกบิดาเสียงดังอย่างลืมตัว ทำไมท่านต้องฝากเธอไว้กับเจ้าชายองค์นี้ด้วย วันนี้เขาทำเธอพลาดธุระสำคัญไปแล้ว นี่ยังจะให้มาตามดูแลเธออีก แล้วจะทำยังไง ทำไมพ่อไม่บอกเขาว่าไม่ต้องดูแลเธอล่ะ

ทีแรกที่ได้ยินเจ้าชายหนุ่มถูกคำสั่งจากพระชายาดีล่าให้มาดูแลเธอนั้น ก็รู้สึกสะใจดีหรอก หากแต่ถ้าต้องให้เขามาตามติดกันจริงๆ เธอไม่เอาด้วยหรอก เซ็งตายชัก เมื่อคิดได้ดังนั้น พิมพ์ทรายก็พยายามปรับสีหน้าและอารมณ์ให้นิ่ง และพูดกับบิดาว่า

“พ่อขา พ่อขอพระชายาดีล่าทีสิคะ ลูกไม่อยากให้เจ้าชายมาดูแล ลูกมีคุณพ่อ คุณป้า พี่รุสลันก็พอแล้วค่ะ นะคะ” หญิงสาวส่งเสียงอ้อนบิดาเสียงหวาน แต่คุณป้าโมนากลับไม่เห็นด้วยถึงได้เอ่ยแย้งกับความคิดเธอออกมาว่า
   
“หนูพิมพ์จ๋า หนูมีคนคอยดูแลก็ดีแล้วนะลูก หนูเป็นผู้หญิงนะคะ มีคนคอยช่วยดูแลหลายๆ คนปลอดภัยที่สุด”   “คุณป้าขา พิมพ์ดูแลตัวเองได้ค่ะ” พิมพ์ทรายหันหน้าไปส่งเสียงออดอ้อนอีกคนที่พยายามจะจับเธอให้ไปติดกับเจ้าชายฮัทเซน
   
ซึ่งหญิงสาวไม่รู้เลยว่าการกระทำของเธอที่เสมือนรังเกียจเขาจนออกหน้าออกตาแบบนั้นทำให้ฮัทเซนอยากจะตรงเข้าไปบีบคอนัก ไม่อยากอยู่ใกล้เขาใช่ไหม ดี เขาจะแกล้งเสียให้เข็ด “ต่อไปนี้ยากีจะเป็นคนคอยดูแลเธอ” เจ้าชายหนุ่มสั่งเสียงเด็ดขาด แล้วทุกคนก็เห็นดีด้วยกับเขา ยกเว้นคนถูกดูแล
   
คนที่ต้องอยู่ในการดูแลได้แต่ทำหน้าไม่พอใจใส่คนข้างๆ ทำไมชีวิตเธอต้องมีคนมาคอยตามด้วย แล้วยิ่งตอนนี้ เธออยากอยู่คนเดียว แล้วนั่น จะมานั่งกินข้าวด้วยทำไม! วังหลวงเขาไม่เลี้ยงข้าวเจ้าชายรึไงกัน

   
พิมพ์ทรายนอนพลิกไปมาทั้งที่ดึกมากแล้ว พยายามข่มตาอย่างไรก็ไม่สามารถหลับได้สักที งานนี้เป็นเพราะเจ้าชายพระองค์เล็กแห่งอัคห์ราสคนเดียว

ทั้งๆ ที่วันนี้เธอได้เจอเพื่อนเก่าชาวลีฮาร์ แต่เป็นเพราะเจ้าชายฮัทเซนนั่นแหละทำให้ไปไม่ถึงฝั่งฝัน แล้วทีนี้เธอจะเจอเขาได้อีกที่ไหน โอ๊ย อยากจะบ้าตาย อุตส่าห์มาถึงอัคห์ราส แต่ทำไมอะไรต่อมิอะไรถึงได้ผิดแผนมากมายขนาดนี้ 

นี่ถ้าไม่เป็นเพราะเรื่องเมื่อสามปีก่อน เธอคงไม่ต้องมานอนเป็นทุกข์อยู่แบบนี้ ต้องโทษความฉลาดของตนเองสินะ ถึงทำให้เธอกับรามานเพื่อนชาวลีฮาร์ ร่วมกันวางแผนก่อกบฏขึ้น ณ ประเทศอันเป็นเมืองสมมติที่รามานเป็นคนเตรียมไว้ โดยเขาเป็นฝ่ายของรัฐ และเธอเป็นฝ่ายกบฏ

แผนการของกลุ่มกบฎที่เธอคิดขึ้นมามีทั้งหมดเก้าขั้นตอน ซึ่งเป็นแผนที่มีประสิทธิภาพสูง จนทำให้ผลของสงครามในเกมสมมติ ฝ่ายกบฏเป็นฝ่ายชนะ รามานพยายามสอบถามแผนดำเนินการของเธอ ซึ่งหญิงสาวไม่ได้ปิดบัง บอกให้เขาฟังคร่าวๆ แล้วก็เก็บแผ่นข้อมูลไว้กับตัว

แต่แล้วอยู่ๆ แผ่นข้อมูลที่อยู่ในลิ้นชักโต๊ะคอมพิวเตอร์ที่บ้านกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย แถมเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมกับโน้ตบุคเกิดมีไวรัสเข้าจนข้อมูลทุกอย่างเสียหายพร้อมกันแบบไม่ทราบสาเหตุ ตอนนั้นเธอไม่ได้สนใจว่าแผ่นเก็บข้อมูลการก่อกบฏจะไปอยู่ที่ไหน ในเมื่อมีเธอและรามานเท่านั้นที่รู้ว่ามันคืออะไร

หญิงสาวคงจะไม่สนใจแผนกบฏที่เธอคิดขึ้นมาอีกเลยนับตั้งแต่วันนั้น ถ้าหากไม่ได้ไปเห็นข่าวการก่อกบฏในรัฐลีฮาร์ และยิ่งเห็นวิธีปฏิบัติการของกลุ่มกบฏ นั่นกลับทำให้เธอคิดถึงแผนการที่เคยทำไว้เล่นๆ ที่เมืองสมมติ ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนโลกแห่งความจริงและเรื่องในเมืองสมมติมีอะไรหลายๆ อย่างที่คล้ายกัน นั่นจึงทำให้พิมพ์ทรายต้องเปิดข้อมูลแผนการก่อกบฏที่เธอเซฟไว้ในเมล์ที่ไม่มีใครรู้ขึ้นมาอ่านอีกครั้ง

เมล์นี้เป็นความลับที่เธอชอบเซฟเก็บข้อมูลสำคัญๆ เอาไว้ และแผนการก่อกบฏที่เคยทำไว้ข้อมูลก็ยังอยู่ครบถ้วน

พิมพ์ทรายเริ่มเช็กแผนการที่เธอสร้างขึ้นเทียบกับการปฏิบัติการของกลุ่มกบฏลีฮาร์ในขณะนี้ ความไม่สบายใจเริ่มเกาะกินเธอมาตั้งแต่วันนั้น

เมื่อแน่ใจว่าแผนที่กลุ่มกบฏกำลังใช้อยู่ในตอนนี้ เป็นแผนเดียวกันกับของเธอ และยิ่งมั่นใจหนักมากขึ้นเมื่อเมืองสมมติของเธอนั้น พอเทียบกับแผนที่ของรัฐลีฮาร์ ดันทาบลงเท่ากันอย่างพอดิบพอดี พูดตรงๆ เมืองสมมติของเธอ ก็คือรัฐลีฮาร์นั่นแหละ

และผู้ต้องสงสัยที่นำแผนการของเธอไปใช้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากรามาน ในเมื่อแผ่นเก็บข้อมูลของเธอหายที่ประเทศไทย มันคงไม่ระเห็จไปไกลถึงลีฮาร์หรอกถ้าไม่มีคนจงใจนำมันมา และคนที่รู้ว่าเธอมีแผนนี้ก็มีเพียงรามานเพื่อนชาวลีฮาร์เท่านั้น ไม่อยากคิดเลยว่าเพื่อนต่างชาติจะหลอกใช้เธอตั้งแต่วันนั้น วันที่เมืองสมมติได้ถูกก่อขึ้นพร้อมกับจินตนาการของเธอ
   
ตอนนี้พิมพ์ทรายกำลังวิตก ถ้าแผนการก่อกบฏที่เธอสร้างขึ้นมา รามานนำมาก่อเหตุยังรัฐลีฮาร์จริงๆ ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แน่ และจากการเทียบแผนการดำเนินการของกลุ่มกบฏในโลกแห่งความจริงตอนนี้ น่าจะอยู่ในลำดับขั้นที่สี่ที่น่ากำลังจะก้าวไปสู่ขั้นที่ห้า

และแผนขั้นที่ห้ากำลังทำให้เธอหวั่นใจไม่ใช่น้อย เพราะนั่นเป็นแผนการเข้าโจมตีศูนย์อพยพ เพื่อให้ประเทศที่ให้ที่พักพิงผู้อพยพรู้สึกว่าผู้ปกครองรัฐลีฮาร์ในขณะนี้ไม่สามารถดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนได้ และไม่สามารถปราบปรามเหล่ากบฏได้เลย 

ในขณะเดียวกัน ทางศูนย์อพยพจะต้องมีคนของฝ่ายกบฏอยู่เพื่อปลุกปั่นชาวบ้านผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากไฟสงครามให้เห็นถึงการทำงานที่ไร้ประสิทธิภาพของผู้ปกครองรัฐ แล้วกลุ่มกบฏจะตีสองหน้าโดยมีกลุ่มคนที่ทำงานอย่างเปิดเผย และพร้อมที่จะช่วยเหลือประชาชนผู้ตกทุกข์ได้ยากคอยยื่นมือให้ความช่วยเหลือ แล้วประชาชนจะร่วมใจกันหันมาเล่นงานผู้ปกครองรัฐที่ไม่สามารถช่วยเหลือพวกเขาได้

ตอนนี้หญิงสาวหวั่นใจแผนขั้นที่ห้าจริงๆ เพราะถ้าฝ่ายนั้นลงมือตอนที่กลุ่มอาสาสมัครนานาชาติอยู่ที่นั่นด้วย รัฐลีฮาร์จะต้องถูกบีบจากนานาชาติอย่างแน่นอน และนั่นจะทำให้แผนของฝ่ายกบฏสำเร็จเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อพวกนั้นเข้าถึงแผนการขั้นที่หกได้ ความสำเร็จของฝ่ายกบฏอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

เธอไม่ได้ห่วงฝ่ายกบฏหรือฝ่ายผู้นำรัฐหรอก เธอห่วงประชาชนผู้บริสุทธิ์ต่างหาก เพราะแผนการของเธอนั้นไม่ปราณีใครทั้งสิ้น ในเมื่อตอนนั้นเป็นเพียงเมืองสมมติ เธอก็เล่นหนักเลยสิ แต่โชคดีหน่อยที่แผนขั้นที่ 6 -9 เธอใส่รหัสผ่านเอาไว้ และยากยิ่งที่ใครจะแฮ็กข้อมูลผ่านเข้าได้ง่ายๆ และต่อให้ฝ่ารหัสเข้าไปได้ก็ต้องเจอด่านรายละเอียดของแผนการที่เป็นโค้สซึ่งต้องแปลงข้อมูลอีกครั้งก่อนที่จะอ่านได้ โชคดีที่ตอนนั้นเธอทำขึ้นมาโดยที่ไม่ได้บอกรามาน ไม่ใช่ไม่ไว้ใจเขา แต่เธอแค่คิดทำอะไรเล่นๆ เพื่อประสิทธิภาพที่เพิ่มมากขึ้นสำหรับแผนการก่อกบฏเท่านั้นเอง

พิมพ์ทรายภาวนาในใจว่าขอให้เรื่องที่เธอคิดเป็นการเข้าใจผิด ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเพียงเหตุบังเอิญที่แผนการของเธอกับฝ่ายกบฏลีฮาร์ตรงกัน

ทว่าความสงสัยของหญิงสาวจะกระจ่างได้ คงมีเพียงรามานแค่คนเดียวเท่านั้น

นี่ถ้าไม่เป็นเพราะเจ้าชายฮัทเซนมารั้งเธอไว้เมื่อตอนหัวค่ำ ป่านนี้รู้เรื่องกันไปแล้ว แล้วนี่ยังส่งคนมาตามติดเธออีก แล้วจะทำอย่างไรต่อไปดีล่ะ พิมพ์ทรายเอ้ย!

ไอวินทร์

  • นักข่าว
  • Full Member
  • *
  • กระทู้: 208
    • ดูรายละเอียด
Re: พิมพ์รักประทับทราย บทที่ 4
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ตุลาคม 08, 2016, 05:40:05 PM »
มาเกาะขอบทะเลทรายค่ะ คุณตามฝัน
ตอนนี้ กำลังเร่งปั่น ฮ่าๆ จะไป บทที่ 2  ;D
Licht und Schatten トーキョーグール-