ผู้เขียน หัวข้อ: รักพันธุ์แร็ป >>>บทที่ 1<<<  (อ่าน 243 ครั้ง)

รัญชิดา

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 201
    • ดูรายละเอียด
รักพันธุ์แร็ป >>>บทที่ 1<<<
« เมื่อ: ตุลาคม 20, 2016, 08:34:41 PM »
บทที่ 1

   เธอไม่ได้อยากงัดข้อกับนักร้องผีดิบนั่นเลยให้ตาย!!!

   อัยยาคลึงขมับตัวเองระหว่างรอสัญญาณไฟเขียว ภายในรถแอร์เย็นฉ่ำ แต่เธอก็ยังเหงื่อซึมออกมาให้ซับได้ เก่งไหมล่ะ อันที่จริงพอผ่านพ้นภาวะหน้ามืดเห็นช้างตัวเท่ามดสติทั้งหมดก็กลับมา ถึงตอนนี้เธอได้แต่กลืนน้ำลายเอื๊อกๆ เพราะปากพาไปแท้ๆ ตอนโม้ใส่เขาน่ะสนุกนัก แต่ถึงเวลาทำนี่น้ำตาจะไหลอยู่แล้วแม่จ๋า

   เธอต้องหาผู้ช่วย มันเป็นหนทางเดียวที่จะรอดพ้นจากเงื้อมมือของนาสิก ใครก็ได้ที่คลั่งฮิพฮอพ ใครก็ได้ที่มีทักษะดีพอที่จะต่อกรกับผีดิบประจำค่าย คิดดูดีๆ สิอัยยา นึกให้ออกว่าในชีวิตของเธอมีใครเข้าข่ายบ้าง อย่างน้อยในเจพีก็มีพี่โปรดิวเซอร์คนหนึ่งละที่เธอสนิทพอจะฝากตัวเป็นลูกศิษย์ได้ แต่ถ้าคิดจะสู้กับผีดิบนาสิกแค่หนึ่งคงไม่พอ ปัญหาคือเธอจะหวังพึ่งใครในเมื่อเวลามันบีบกระชั้นซะขนาดนี้

   หญิงสาวเคาะนิ้วกับพวงมาลัยรถ ปล่อยความคิดทำงานอย่างอิสรเสรี ตัวเลขบนแผงไฟสัญญาณจราจรนับถอยหลังพอๆ กับชีวิตเธอเลย สามเดือนที่ต้องผูกติดกับนาสิก ไม่อยากคิดเลยว่าจะโดนเชือดและเฉือนสักกี่แผล จะหวังอะไรอีกเล่าอัยยาแค่ประคองชีวิตให้รอดก็เก่งแล้ว

   ว่าที่นักแต่งเพลงแร็พจำต้องเลิกคร่ำครวญชั่วคราวเพราะสัญญาณไฟในเส้นทางของเธอเปลี่ยนเป็นสีเขียวเรียบร้อย เจ้าวิกกี้รถคู่บุญจึงออกเดินทางอีกครั้ง เธอต้องกลับบ้านเพื่อจะเก็บข้าวของเตรียมอพยพไปซุกหัวนอนอยู่ที่เจพีกับนาสิก มันช่างเป็นความจริงที่โหดร้ายต่อสาวน้อยไร้เดียงสาอย่างเธอชะมัด

   นึกไปก็อยากทรุดลงกอดขายาวๆ ของท่านประธานแล้วร่ำไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือด ท่านจะสั่งให้เธออยู่กับใครก็ได้แต่ต้องไม่ใช่นาสิก เธอไม่อยากเอาชีวิตมาเสี่ยงกับผีดิบนั่น

   เท่าที่จำความได้ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในค่ายเจพีวันแรก นาสิกนับเป็นรุ่นพี่คนเดียวที่เธอไม่อยากเข้าไปทักทายเลย เขาดูอยู่ห่างไกลจากความเป็นมนุษย์ธรรมดาเหมือนยานแม่มาหย่อนทิ้งไว้ให้เก็บข้อมูลดาวโลกยังไงอย่างนั้น แววตาของเขาสงบซะยังกับป่าช้าตอนตีสี่ คือถ้าป่าช้าตีสามว่าน่ากลัวแล้วป่าช้าตอนตีสี่นี่ก็อัพเกรดความสยดสยองขึ้นไปอีกขั้น ไม่เคยมีสักครั้งที่เธอจะได้รับรอยยิ้มจากเขา อันที่จริงไม่ใช่เธอคนเดียวหรอก ทั้งค่ายจะมีโอกาสได้เห็นรอยยิ้มของนาสิกสักกี่คนกันเชียว

   นาสิกไม่ค่อยจะเหมือนรุ่นพี่คนอื่นๆ ที่เขางานยุ่งกว่าชาวบ้านเพราะความงกนั่นแหละ คนอื่นเขาทำอะไรก็ทำแค่อย่างเดียว จะเป็นโปรดิวเซอร์หรือนักร้องก็ว่าไป นี่พี่ท่านเล่นขอสอง ก็สมแล้วที่จะต้องเหนื่อยกว่าชาวบ้าน

   แต่พี่แกก็เก่งเป็นบ้า มาดโหดอย่างนั้นแต่บางทีเขาก็โดดไปทำงานให้พวกนักร้องเพลงป็อบใสๆ บ้างเหมือนกัน ไม่รู้ทำได้ยังไงแต่ลองได้ทำแล้วก็ออกมาประทับใจท่านประธานค่ายเสียทุกครั้ง อย่างอัยยานี่ยังต้องจับทีละแนว ก็เธอเพิ่งหัดเขียนเพลงได้ไม่ถึงครึ่งปีด้วยซ้ำจะเอาตัวเองไปเทียบบารมีกับผีดิบก็ใช่ที่ โชคดีคุณคลังแสงมองเห็นความสามารถ เอ...หรือจะว่าอีกทีก็อาจจะผีบังตาเขาก็ได้

   คุณคลังแสงช่างดีกับเธอเหลือเกิน แต่จะไม่ดีก็คงครั้งนี้แหละ อาจเป็นครั้งแรกที่เขามองเธอพลาด แร็พๆๆ เธอละปวดตับ ปวดม้ามไปหมดเพราะคำๆ นี้

   หญิงสาวตบไฟเลี้ยวเมื่อใกล้ถึงบ้าน ประตูรั้วปิด แต่มอเตอร์ไซค์ของน้องชายจอดอยู่ แสดงว่าเจ้าอันดามันไม่ได้ไปแว้นที่ไหน ดีเลยกำลังคิดอยู่ว่าเธอจะไม่เอารถไปไว้ให้เกะกะค่าย เพราะยังไงก็คงไม่ได้ออกไปไหน เก็บของเสร็จก็ให้เจ้าอันขับรถไปส่งที่เจพีแล้วเอาเจ้าวิกกี้กลับมาเลย เธอคิดขณะล็อกรถคู่ใจ แล้วเดินเข้าบ้าน ทว่าเพียงแค่เปิดบ้านเข้ามา อัยยาก็ต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็น

   อุ๊ แม่เจ้า เอ็มมิเน็ม!!!

   หญิงสาวถึงกับตาค้างเมื่อเข้าบ้านมาเจอกับเจ้าพ่อฮิพฮอพชื่อดังของโลก เธอยืนนิ่งอยู่ตรงประตู สองหูได้ยินแต่เสียงร้องเร็วรัวจับใจความไม่ได้ดังกระหึ่ม ดวงตาของเธอเบิกกว้างมองตรงไปยังร่างชายหนุ่มที่อยู่ในชุดเสื้อยืดตัวโคร่ง กางเกงสามส่วนขนาดใหญ่ที่ต้องใช้อัยยาถึงสองคนจึงจะใส่ได้หมด และแน่นอนเพื่อบ่งบอกความเป็นฮิพฮอพชนิดสุดลิ่มก็ต้องมีสัญลักษณ์ชาวแร็พเป็นหมวกแก็ปเอ็นวาย

   โอย...น้องฉัน อัยยายกสองมือกุมหัวอย่างกลัดกลุ้ม เบะหน้าจวนเจียนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ ก่อนแผดเสียงแข่งกับเพลง "นี่แกทำบ้าอะไรกับบ้านฉัน เจ้าอันดามัน!"

   "อ้าว โย่ว! กลับมาแล้วเหรอเพ่อัย เฮ้ๆ" อันดามาเดินโยกไหล่โขยกเขยกเลียนแบบนักร้องดังมาทักทายพี่สาว

   ทว่าในสายตาของอัยยากลับมองไปเหมือนไก่ขาพิการ มันน่าเอาตะไคร้มามัดจริงๆ หญิงสาวอุดหู เดินฝ่าพลังเสียงระบบเซอร์ราวด์ไปปิดเพลง เธอแทบไม่ได้ยินด้วยซ้ำว่าเจ้าน้องตัวดีพูดอะไร

   "อ้าว ปิดเพลงผมทำไมละพี่กำลังมันเลย" อันดามันในคราบราชาเพลงแร็พถามพี่สาวอย่างไม่เข้าใจ

   "ถ้าไม่ปิดฉันต้องประสาทกินแน่ แล้วแกเกิดนึกบ้าอะไรขึ้นมาถึงเปิดเพลงดังขนาดนี้"

   "ก็แบบว่าฮิพๆ ไงพี่ เผื่อผมจะได้เข้าเจพีแบบพี่ไง จะได้อยู่ค่ายเดียวกับไอดอลด้วย"

   "โห...ไอ้บ้า! ถ้าคุณคลังแสงเห็นแกสภาพนี้นะ เขาอาจจะส่งแกไปโรงพยาบาลมากกว่าชวนเข้าค่ายเพลง"

   "แหม...พี่ก็ พูดซะผมเห็นภาพตัวเองโดนกระตุ้นด้วยไฟฟ้าเลย" อันดามันหัวเราะพลางถอดหมวกและสายสร้อยเส้นใหญ่รุ่มร่ามออกวางลงบนโต๊ะ

   อัยยาลอบพิจารณาน้องรักอย่างใช้ความคิด นี่เธอมองข้ามอันดามันไปได้ไงนะ อันที่จริงหมอนี่มันก็เสือซุ่ม บ้าฮิพฮอพเต็มขั้น เธออาจจะได้เทคนิคดีๆ จากเจ้านี่ก็ได้

   "อัน...ฉันถามอะไรแกหน่อยสิ"

   "ถามว่า"

   "สภาพอย่างฉันพอจะฮิพฮอพแร็พโย่วไหวไหม"

   "แก่ไปหน่อย"

   "หน็อย...ไอ้น้องอกตัญญู พูดงี้ก็สวยสิ" ผู้โดนกล่าวหาว่าแก่เสียงเขียว จนคนพูดต้องรีบแก้

   "ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ฮิพฮอพมันเหนื่อยนะพี่ ร้อนด้วย ดูสิ เหงื่อเต็มตัวเลย" อันดามันว่าแล้วก็ถอดเสื้อตัวใหญ่ออกต่อหน้าพี่สาว ยังดีที่มีเสื้อกล้ามข้างในอีกตัวซึ่งก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันจะขนใส่ทำไมหลายชั้น

   "เออ เห็นแกฉันก็เหนื่อยแล้ว สงสัยจะพึ่งไม่ได้ ฮิพหอบแฮ่กๆ ของแกต่อไปเถอะ แต่อย่าเพิ่งออกไปไหนนะ ฉันเก็บของแป๊บแล้วจะวานไปส่งที่เจพีหน่อย"

   "เก็บของอะไร แล้วทำไมต้องไปส่ง"

   อัยยาหน้าหงิก เดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟากลางห้อง รู้ดีว่าถ้าบอกไปน้องชายเธอต้องคลั่งแน่ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมเพราะเจ้าน้องมานั่งจ้องยังกับจะหาเลข

   "คุณคลังแสงสั่งให้ฉันเขียนเพลงให้พี่นาส"

   ดวงตาของอันดามันเบิกกว้างอย่างตื่นเต้น "เขียนเพลงให้พี่นาสเหรอ โห...พี่อัยเจ๋งสุดยอดไปเลย"

   "เจ๋งบ้าอะไรละ จะทำได้หรือเปล่ายังไม่รู้เลย แถมไปโม้ไว้ซะเยอะ คงได้โดนเหยียบจมธรณีแน่ๆ" อัยยาทำหน้าเบะ

   "ไม่หรอก" น้องชายส่ายหน้าปลอบใจ "อยู่กับไอดอลของผมทั้งคน รับรองพี่นาสจะต้องทำให้พี่กลายเป็นแร็พเปอร์หญิงได้อย่างแน่นอน ไปๆ รีบไปเก็บของเลย เดี๋ยวผมช่วย"

   อันดามันรีบฉุดมือพี่สาวให้ลุกขึ้น ก่อนจะจูงกึ่งลากไปยังห้องพัก คนเป็นพี่ก็ได้แต่ปลง เจ้าอันดามันไม่รู้นี่ว่าไอดอลของมันเป็นผีดิบ โธ่...เจ้าน้องอกตัญญูเอ๊ย นี่มันสนับสนุนให้เธอไปตายอย่างไม่รู้ตัวเลยนะ

   หนีไปบวชชีตอนนี้จะทันไหม อัยยาก็ได้แต่คิดฟุ้งซ่านไป สุดท้ายก็ต้องลำเลียงข้าวของจำเป็นใส่กระเป๋าพร้อมกับฟังเจ้าอันดามันพร่ำเพ้อถึงไอดอลคนโปรด



   สองพี่น้องพากันมาถึงค่ายเจพี อันดามันเดินลากกระเป๋าใบใหญ่ของพี่สาว ขณะที่อัยยาหิ้วถุงหนังสืออ่านเล่นเดินนำเข้าไป หญิงสาวต้องไปเบิกคีย์การ์ดห้องพักกับป้าแม่บ้าน ซึ่งท่านประธานบอกกับเธอว่าเตรียมจัดหาห้องไว้ให้แล้ว เธอแค่มีหน้าที่เบิกคีย์การ์ดและย้ายของเข้าไปเท่านั้น

   "ตึก 3 ชั้นบนสุดค่ะ" ป้าแม่บ้านบอกพร้อมกับยิ้มให้ "ชั้นนั้นมีแค่สองห้องค่ะ ห้องทางซีกขวาเป็นห้องคุณนาส ส่วนทางซ้ายตอนนี้ก็ของหนูอัยจ้ะ"

   "ขอบคุณค่ะป้า" อัยยาหยิบคีย์การ์ด ก่อนจะกวักมือเรียกน้องชายให้เดินตามไป

   ห้องทางซ้ายๆ หญิงสาวท่องไปตลอดทาง คนข้างๆ ก็กระตือรือร้นซะจนเธอหมั่นไส้ พูดอยู่ได้ว่าพี่นาสดีอย่างนั้นอย่างนี้ ก็เพราะพี่นาสเป็นพวกนอกโลกนะสิถึงได้เก่งเกินคนแบบนั้น รอให้ยานแม่มารับก่อนเถอะ ความจริงจะเปิดเผยและทุกคนจะได้รู้ว่าเขาไม่ใช่คนดาวนี้

   "พี่อัย ฉันว่าเราน่าจะทักทายเพื่อนร่วมชั้นของพี่หน่อยนะ"

   "อย่าหางานให้ฉันเชียว เจ้าที่ยิ่งแรงๆ อยู่"

   อันดามันมองหน้าพี่เหมือนเธอมีหูซ้ายงอกเพิ่มขึ้นมาอีกข้าง "พี่อัย พี่จะเขียนเพลงให้พี่นาสได้ยังไงถ้าไม่ใกล้ชิดสนิทกัน เพลงมันจะไม่เข้าถึงคนฟังและ..."

   "เรื่องของฉันและแกสมควรจะลากกระเป๋าเข้าห้องได้แล้ว"

   "ไม่รู้จักผูกมิตร เพราะยังงี้ไงเขาถึงไม่ไว้ใจให้พี่เขียนเพลง ฉันว่าพี่เริ่มต้นใหม่ดีกว่า ถ้าพี่ไม่กล้าเดี๋ยวฉันเป็นคนเปิดเอง" ว่าแล้วอันดามันก็ตรงไปที่ประตูอีกบานก่อนจะลงมือเคาะเป็นสัญญาณให้คนข้างในรู้ตัวว่าคนข้างนอกอยากจะเริ่มต้นปูพื้นฐานความสัมพันธ์ให้มั่นคง

   "ฮัลโล...พี่นาส อยู่หรือเปล่าครับ"

   "นั่นแกทำอะไรลงไปไอ้น้องบ้า มานี่เลย" อัยยากระโดดตะครุบมือน้องไม่ทัน ประตูถูกเคาะไปแล้วอยากจะบ้าตาย ความจริงเธอน่าจะหาขี้เถ้ายัดปากเจ้าอันมันซะบ้าง หญิงสาวรีบลากน้องชายออกมาห่างพลางด่าลั่น

    จังหวะเดียวกับที่ประตูบานนั้นเปิดออก ร่างสูงของนาสิกยืนเด่นเป็นสง่า ใบหน้าเขายุ่งนิดๆ แต่ก็เซ็กซี่เป็นบ้าเลย แม่เจ้าโว้ย...เปลือยท่อนบนเสียด้วย โอ้...ผีดิบแก้บน!

   "ช่วยเบาเสียงหน่อยได้ไหม"

   อัยยานะเข้าใจชัดเจนว่านั่นคือการด่าแบบผู้ดี ความหมายคือพวกเธอสมควรจะหุบปากและอยู่กันอย่างเงียบๆ แต่เจ้าอันน้องชายเธอนี่สิ มันไม่เข้าใจอะไรเอาเสียเลย พอเห็นว่าไอดอลคนโปรดมายืนอวดซิกแพ็คขาวผ่องตรงหน้า เจ้านั่นก็แทบว่าจะกระโดดเข้าไปกอด

   "โอ้ พี่นาสตัวเป็นๆ จริงๆ ด้วย" อันดามันจิ้มนิ้วกับต้นแขนล่ำสัน ก่อนจะพรรณนาความคลั่งไคล้ที่มีต่อชายหนุ่ม "ผมนะ อย่างปลื้มพี่เลย แร็พของพี่มันทำให้ผมอยากทำได้บ้าง โอ๊ย...ขอผมกอดสักครั้งนะครับพี่"

   หนุ่มแร็พเปอร์ยืนทื่อ สีหน้าราบเรียบ แววตาดูจะตกใจเล็กน้อย แต่ก็ปล่อยให้แฟนพันธุ์แท้กอดรัดจนหนำใจ อันดามันผละออกเพื่อเดินไปคว้ามือของพี่สาวลากเธอมายืนต่อหน้านาสิก หนุ่มน้อยผู้คลั่งไคล้ในการแร็พและดนตรีแนวฮิพฮอพจ้องมองไอดอล ก่อนจะฝากฝัง

   "ผมฝากพี่อัยด้วยนะครับ พี่นาสช่วยปั้นพี่อัยให้เป็นนักแต่งเพลงที่ยอดเยี่ยมที แล้วไม่ต้องห่วงนะครับ ผมขอเวลาเก็บประสบการณ์อีกสองปี แล้วผมจะมาดวลกับพี่ที่เจพีแน่นอน" อันดามันจับมือพี่สาววางไว้ในมือของชายหนุ่ม

   "แล้วฉันจะรอ" นาสิกหน้านิ่งแต่นัยน์ตาของเขาเป้นประกายเต้นระริกราวกับขำเสียเต็มประดา ชายหนุ่มปรายตามองหน้าเจ้าของมือนุ่มที่วางนิ่งในมือเขา แม่สาวดีทั้งปากก็ยิ้มแหย ค่อยๆ ดึงมือกลับ ก่อนจะหันไปแยกเขี้ยวใส่น้องชาย

   "แกมานี่เลยเจ้าอัน"

   นาสิกยืนมองหญิงสาวลากตัวน้องชายหายเข้าไปในห้องตรงกันข้าม ก่อนเสียงเอ็ดตะโรจะดังขึ้น ชายหนุ่มเอาไหล่พิงกรอบประตูฟังเสียงห้องตรงข้ามอีกพักใหญ่ ก่อนที่จะถอยกลับเข้าไปข้างใน

   ความสงบของเขาถูกแม่สาวอวดเก่งนั่นลักพาตัวไปเรียบร้อย แล้วเขาจะทำอะไรได้ โวยวายก็ไม่มีใครฟัง ยิ่งท่านประธานด้วยแล้วยิ่งไม่ต้องไปหวัง คลังแสงสามารถนั่งทำหูทวนลมได้นานพอๆ กับระยะเวลาการทำค่ายเพลงของเขานั่นแหละ

   แล้วเกิดนึกอุตริอะไรขึ้นมา ก็รู้อยู่ว่าเขาไม่ต้องการทำงานร่วมกับผู้หญิงคนไหนอีก ดูท่าท่านประธานคลังแสงจะประสาทกลับไปแล้ว



   โครงการแร็พเพลงรักเริ่มต้นและผ่านมาได้หนึ่งสัปดาห์แล้ว ทว่าไม่มีอะไรงอกเงยออกมาให้ชื่นชม เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของนักร้องกับคนเขียนเพลงก็แทบจะไม่พัฒนาเลย ทั้งคู่ไม่ยอมเปิดปากคุยกันเลยด้วยซ้ำ เรื่องนี้ไม่ใช่ความลับและคลังแสงรู้สึกขัดใจมาก เจ้าสองคนนั่นอยากลองดีกับเขานักหรือไง

   เมื่อเห็นว่ายังไม่มีอะไรดีขึ้นนายใหญ่แห่งค่ายเจพีจึงมีคำสั่งด่วนเรียกตัวนาสิกและอัยยามาถกปัญหากันให้เรียบร้อย ด้วยไม่อยากให้ทั้งคู่ผลาญเวลาไปอย่างไร้ค่า และเหนือสิ่งอื่นใดเขาเองก็มีบางอย่างต้องสะสาง...ปัญหาใหญ่ที่ค้างคามานานหลายปี

   หลายคนในค่ายแอบตั้งฉายาห้องทำงานของท่านประธานว่าห้องดับจิต หากไม่มีกิจธุระจำเป็นอย่าเฉียดใกล้เป็นดีที่สุด แต่ตอนนี้สองความหวังของค่ายนั่งสงบนิ่ง ไม่ยอมสบตา คลังแสงเองก็ได้แต่นั่งมองสองคนตรงหน้านิ่งๆ สิ่งที่เห็นคือความห่างเหินของคนทั้งคู่และมันทำให้เขาไม่สบายใจ

   "ผ่านไปเจ็ดวัน สุดยอดนักแต่งเพลงแร็พหญิงของฉันเป็นไงบ้างนาส"

   "ก็...น่าจะไปได้ดี" นาสิกตอบเสียงเรียบ แต่คลังแสงกลับยิ้มเหี้ยมเกรียม

   "แกหมายถึงใครที่น่าจะไปได้ดี เจพี แก หรืออัยยา" ดวงตาคมมองอีกฝ่ายอย่างเคร่งเครียด "พวกแกเล่นอะไรกัน กรุงโรมมันไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียวนะโว้ย การเขียนเพลงก็เหมือนกัน ฉันอยากได้เพลงที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ถึงจะเป็นเพลงแร็พก็ต้องเป็นแร็พที่สวยงาม"

   "พวกผมกำลังทำมันอยู่" ดูเหมือนว่านาสิกจะไม่หวั่นกับโทสะของท่านประธานเลย เขาเฉยและเถียงได้นิ่งมาก

   "ทำด้วยการอยู่คนละมุมโลกงั้นเหรอ แกคิดว่าฉันหูหนวกตาบอดหรือไง ไหนล่ะผลงาน ขอฉันดูหน่อยสิอัยยา" ท่านประธานหันมาเล่นงานอัยยาแบบไม่ทันได้เตรียมตั้งรับ

   "เอ่อ...คือ...คือว่า..."

   นายใหญ่แห่งเจพีเลิกสนใจหญิงสาวและหันไปทำหน้าบึ้งใส่นาสิก "นี่ใช่ไหมผลงานที่แกบอกฉัน ท่าทางอัลบั้มนี้คงจะขายดีน่าดู"

   นาสิกถอนใจหนักหน่วงไม่คิดจะปิดบังความอึดอัดใจ "ผมคิดว่าบางทีคงจะดีกว่าถ้า..."

   "จะไม่มีถ้าอะไรทั้งนั้น" คลังแสงขัดเสียงเข้ม "ถ้าให้อยู่กันดีๆ ยากนัก ต่อไปนี้ฉันจะดูแลพวกแกเอง"

   "พวกผมดูแลกันได้" นาสิกร้อนรนขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังน้อยกว่าอัยยา พอเขาหันมาสะกิด เธอก็ถึงกับเซ่อ มองตอบเลิกลั่ก

   เจ้าของค่ายถอนใจระอากับความดื้อรั้นหัวแข็ง บางทีการที่เขาให้อิสระกับทุกคนในค่าย มันอาจกลายเป็นดาบสองคม เห็นได้ชัดว่านาสิกกำลังแสดงความมั่นใจโง่ๆ ออกมา เขาคงต้องจัดการเด็ดขาด สองคนนี้จะไม่มีโอกาสได้ในสิ่งที่ต้องการอีกแล้ว

   "ฉันยืนยันคำสั่งเดิม ต่อไปนี้แกทั้งสองคนจะต้องทำการบ้านส่งฉันทุกวัน ในเมื่อพวกแกแสดงชัดว่าเข้ากันไม่ได้ ฉันก็จะช่วยให้เข้ากันได้เอง อัยแกไม่ต้องทำอะไรมากแค่ติดตามเจ้านาสทุกฝีก้าวก็พอ ไม่ว่ามันจะไปไหนแกต้องรู้ ส่วนแก เจ้านาสแกต้องสอนอัยเขียนเพลงจากโจทย์ที่ฉันส่งไปให้ ภายในเดือนนี้จะต้องมีตัวเลือกสำหรับเพลงโปรโมตเพลงแรก"

   คลังแสงสบตาหนุ่มสาวอย่างจริงจังที่สุด ประสบการณ์สอนว่าอย่าใจดีกับพวกนี้เด็ดขาด ถึงจะมีพรสวรรค์แต่ก็ต้องใช้ให้เป็น จะมาทำเล่นๆ ไม่ได้

   "ไม่ต้องทำหน้าซีดขนาดนั้น อาทิตย์นี้ฉันจะปล่อยให้พวกแกทำใจอยู่กันอย่างสบายๆ มันจะเป็นการดีหากพวกแกจะสามัคคีกันก่อนที่ฉันจะกลับมา แต่การบ้านต้องทำเหมือนเดิม ฉันจะให้คูก้าเป็นคนตรวจงานแทน"

   นาสิกและอัยยาจ้องหน้าคนพูดแทบจะพร้อมกัน คูก้าเป็นมือขวาของคลังแส เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งมหันตภัยร้ายแห่งค่ายเจพี หากงานใดอยู่ภายใต้การดูของบุคคลผู้นี้แล้วละก็รับรอง สติแตกกันทั้งทีม

   "คุณคลังจะไปไหนคะแล้วทำไมไม่เอาพี่คูก้าติดไปด้วย" อัยยาถามได้ตรงใจนาสิกพอดี

   "ธุระสำคัญและฉันต้องไปคนเดียว คูก้าจะอยู่ดูแลความเรียบร้อยของแกสองคนแทนฉัน"

   ประกายเจ้าเล่ห์ในดวงตาคมดุของนาสิกสว่างวาบและคลังแสงก็เห็นมันเช่นกัน ท่านประธานจึงต้องรีบพูดดัก

   "อย่าได้คิดเล่นตุกติกกับฉัน อัยยาจะต้องเขียนเพลงได้ และแกจะเป็นแค่พี่เลี้ยงเท่านั้น ห้ามเขียนแทนเด็ดขาด"

   คำสั่งประกาศิตที่เหมือนตะปูลงอาคมใช้ตอกฝาโลงสะกดวิญญาณ นาสิกกับอัยยาหรือจะกล้าหือกับท่านประธาน ก็ได้แต่นั่งสงบปากพยักหน้ารับ เท่านั้นเป็นอันเสร็จสิ้น และก่อนที่ทั้งสองจะจากมา คลังแสงยังไม่ลืมกำชับว่าที่นักแต่งเพลงแร็พหญิงที่จะยอดเยี่ยมในอนาคต

   "อย่าทำให้ฉันผิดหวังนะอัยยา"

   หญิงสาวผู้ที่แบกความหวังของท่านประธานเดินตามพี่เลี้ยงอย่างใช้ความคิด ให้สมกับที่ถูกสั่งมาว่าต้องติดตามนาสิกทุกฝีก้าว แล้วอัยยามันก็ประเภทที่ว่าพอได้ทำอะไรต่อเนื่องนานๆ ก็ชักจะเพลิน แล้วใครจะคิดว่าอยู่ดีๆ พี่ผีดิบก็เกิดจะนึกอยากคุยกับเธอขึ้นมากะทันหัน จะเบรกก็ไม่ทันแล้ว

   โอ๊ย...นั่นคางหรือลูกตุ่มทุ่มน้ำหนัก!

   อัยยานึกค่อนขณะใช้มือคลำหน้าผากที่เพิ่งเดินไปโหม่งคางนาสิกมา ถ้าก่อนหน้านี้เธอจะคิดว่าเขาเป็นผีดิบแล้วละก็ ตอนนี้เธอต้องบวกคุณสมบัติเพิ่มอีกข้อว่านาสิกคือผีดิบในยุคสัมฤทธิ์ คนบ้าอะไรคางแข็งชะมัด

   "เดินยังไงของเธอ"

   "อ้าว พูดงี้ก็สวยสิพี่ อยู่ดีๆ หันมาทำไมเล่า"

   "ก็ฉันเพิ่งนึกออก" นาสิกย้อนกลับมาเสียงเข้ม อัยยายังไม่ทันได้ถามเลยว่านึกอะไร พี่ท่านก็คว้ามือเธอให้ตามเขาไปอย่างเร่งรีบ "เรื่องนี้เราต้องคุยกันในที่ที่ลับที่สุด"

   หญิงสาวมองเขาตาค้าง แต่ไม่อาจขัดขืนผีดิบบ้าพลังได้ จินตนาการเธอเตลิดไปไกลลิบ เธอคงไม่ต้องถึงขั้นพลีชีพเพื่อเพลงแร็พของเขาหรอกนะ
   



   ตึก 3 ชั้นบนสุด อัยยาตัวแข็งทื่อ เกร็งร่างยื้อตัวเองสุดชีวิต เมื่อนาสิกพยายามจะหิ้วเธอเข้าห้อง

   "เดี๋ยว! พี่นาสจะทำอะไร ไม่นะอัยไม่ยอม" เธอโวยวายพร้อมกับแกะมือเขาจ้าละหวั่น

   ชายหนุ่มถอนใจคล้ายรำคาญแม่สาวจินตนาการล้ำตรงหน้า "ฉันแค่มีเรื่องปรึกษา และเธอก็สมควรจะเลิกดิ้นสักทีเถอะแม่คุณ ไม่ต้องจิ้นไกล ฉันไม่หื่นขนาดนั้น แบนแต๊ดแต๋แบบนี้ วิ่งรอบเขาสามลูกอารมณ์ยังไม่เกิดเลย"

   "โห..." อัยยาลากเสียงสูงอย่างหมั่นไส้

   "หยุด! ไม่ต้องพูด เข้าไป" แล้วพี่ผีดิบหน้าดุก็ดันร่างเธออย่างแรง ไม่ใช่สิ ผลักเลยต่างหาก นี่ถ้าถีบเธอได้อัยยาก็คิดว่าเธอไม่น่าจะรอด ทำไมคุณคลังแสงต้องให้เธอจับคู่กับผีดิบทมิฬคนนี้ด้วยนะ

   เลือดของนักสู้เส้าหลินมันพุ่งกระฉูดในกาย เธอยอมให้ผีดิบโขกสับไม่ได้หรอก ประเดี๋ยวพี่ท่านก็หลงลำพองคิดว่าตัวเองเป็นลูกกรอกคะนองไปอีก คราวนี้ละหมอผีกี่สำนักก็เอาไม่อยู่ ฉะนั้นเธอจะต้องสู้!

   ทว่าแผนการก้านคอผีดิบของอัยยาก็เหลวไม่เป็นท่า เพราะว่าตอนนี้เธอกำลังใช้เวลาตื่นตะลึงกับห้องชายโสดที่ครบถ้วนด้วยคุณสมบัติของการเป็นชายในฝัน โสด โหด ดิบ เถื่อนเต็มขั้น นาสิกมีครบครันเชียวละ

   แต่เดี๋ยวก่อนนะ! นี่เขาผลักเธอมาไกลถึงห้องนอนเลยเหรอ แม่จ๋า...อัยไม่อยากเสียผีให้ผีเลย ใครก็ได้ช่วยมาพาออกไปที...

   "หุบปาก! ไม่ต้องพูด"

   "ไม่พูดฉันก็เสร็จพี่นะสิ" อัยยารีบตั้งการ์ดเพลงหมัดตั๊กแตน ถ้าเขากล้าหักหาญเธอก็จะขอสู้ขาดใจ

   "เสร็จอะไร นี่เป็นอะไรของเธอ"

   พี่ผีดิบเท้าสะเอวมองเธอเหมือนของแปลก อย่าหวังว่าเธอจะสะเทือนกับสายตานั่นเลย เพราะคนอย่างอัยยาภูมิใจในความแปลกของตัวเองอยู่แล้ว แต่เขาก็ยังจ้องเหมือนจะมองให้ทะลุ

   นี่เขาไม่เข้าใจที่เธอพูด หรือว่าเขาไม่คิดทำอย่างที่เธอเข้าใจหว่า แต่จะว่าไปมองดีๆ หน้าเขาก็ไม่หื่นนะ หรือพี่นาสจะหื่นหลบใน งั้นก็ยังไว้ใจไม่ได้

   อัยยาโชว์สเต็ปฟุตเวิร์คให้นาสิกประจักษ์แก่สายตาว่าเธอฟิตจัดขนาดไหน หากเขาคิดจะเสี่ยงทำอะไรขึ้นมาก็อย่าหวังเลยว่าจะได้แอ้มเธอง่ายๆ

   แล้วผีดิบในคราบหนุ่มแร็พคนนั้นก็ทำให้เธอช็อคด้วยการเดินเบี่ยงร่างหลบไปอีกด้านหนึ่งของเตียง อัยยาเห็นเขาก้มหยิบแผ่นซีดี ก่อนจะเอามันมาโยนลงบนเตียงแล้วบอกเธอ

   "เอาไปฟังให้หมด"

   อ้าว...นี่เขาไม่ได้คิดจะปล้ำเธอหรอกเหรอ???
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 26, 2016, 11:55:07 PM โดย มะนอแน่ »