ผู้เขียน หัวข้อ: รักพันธุ์แร็ป >>>บทที่ 2<<<  (อ่าน 60 ครั้ง)

รัญชิดา

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 185
    • ดูรายละเอียด
รักพันธุ์แร็ป >>>บทที่ 2<<<
« เมื่อ: ตุลาคม 26, 2016, 11:54:40 PM »
บทที่ 2

   นาสิกนึกสงสัยท่าทางตื่นตระหนกของคนบนเตียงเหมือนกันแต่หากเทียบกันแล้วเขานึกห่วงสมบัติของตัวเองมากกว่า ชายหนุ่มมองแผ่นซีดีเพลงบนเตียง

อย่าลังเล เสียดายน่ะเต็มร้อย แต่ถ้าไม่ให้อีกฝ่ายได้ศึกษาปัญหามันจะยิ่งพอกพูนมากขึ้นไปอีก ก็ได้แต่หวังว่าสติปัญญาของเธอจะดีเหมือนปากแล้วกัน

   "แผ่นพวกนี้ฉันให้เธอยืมไปฟัง สิ่งเดียวที่เธอต้องทำหากอยากรอดจากการครอบงำของคูก้าโดยที่ไม่บ้าก่อนจบอาทิตย์ก็คือต้องเชื่อฟังฉันและห้ามมีรอยขีด

ข่วนกับแผ่นพวกนี้เด็ดขาด"

   "แหม"

   "หยุด" ชายหนุ่มรีบยกมือห้าม นึกเอือมระอาอัยยาเต็มที "เธอควรจะเก็บลิ้นไว้หัดแร็ปดีกว่ามาเถียงกับฉันให้เหนื่อยปอดนะ อย่างที่รู้ๆ กันว่าฉันไม่อาจจะขัด

ศรัทธาอันแรงกล้าของท่านประธานได้ แต่เธอก็ต้องจำเอาไว้ให้แม่นๆ ว่าฉันไม่ชอบผู้หญิงเรื่องมาก ถ้าอยากอยู่กันอย่างสงบก็ทำตัวให้น้อยๆ เรื่องเข้าไว้"

   "แล้วฉันต้องทำอะไรบ้าง" อัยยาหน้ายุ่งแต่พองาม เมื่อทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่คิด นาสิกไม่ได้ปล้ำเธอหนำซ้ำยังทำท่าจะเขมือบหัวเธออีกต่างหาก

   หญิงสาวเหลือบตามองก็เห็นพี่ผีดิบกอดอกมองเธอนิ่งๆ เช่นกัน แต่ไม่นานเขาก็พยักพเยิดไปยังแผ่นซีดีแล้วสั่งโดยไม่คิดจะเมตตาหูเธอบ้างเลย

   "ฟังเพลงนั่นให้หมดแล้วค่อยมาคุยกัน พรุ่งนี้คูก้าต้องมาแน่ เราไม่มีเวลาเตรียมตัวตั้งรับเลย บ้าชะมัด"

   "ก็ฉันเห็นวันๆ พี่นาสเอาแต่นอนๆๆ ไม่เห็นจะสอนอะไรสักอย่าง" อัยยาแอบบ่น แต่เสียงเธอไม่เบาหรอก เหมือนจงใจบอกเขาตรงๆ นั่นแหละ

   "แค่ทำใจไว้ว่าต้องร่วมงานกับเธอฉันก็หมดพลังงานที่จะต่อสู้กับปัญหาแล้วล่ะ"

   "อ๋อ...ใช่ซี้...ฉันไม่..."

   "พอเถอะๆ พาเสียงแหลมๆ แสบแก้วหูของเธอกลับห้องไปเลย" นาสิกเอ่ยปากไล่กันตรงๆ มือใหญ่รวบแผ่นเพลงทั้งหมดใส่มือแม่สาวปากดี ก่อนจะดันร่าง

เธอออกมายืนตรงกรอบประตู แล้วว่า "พรุ่งนี้จดใส่สมุดมาให้ดูด้วยว่าเธอจับเทคนิคอะไรได้บ้าง หกโมงเช้าเจอกันที่สวนหลังตึก ชุดกีฬา ฉันจะพาเธอไปบริหารปอดรับ

อรุณ"

   พูดจบพี่ท่านก็ปิดประตูดังปัง อัยยาทำแก้มป่องใส่ประตูบานใหญ่อย่างขุ่นเคือง พี่ผีดิบช่างกะระยะได้แม่นอะไรอย่างนี้ ปลายจมูกเธออยู่ห่างจากบานประตู

สักสองมิลลิเมตรเห็นจะได้ นี่ถ้าเขาคำนวณผิดดั้งงามๆ ของเธอไม่ประสานงากับประตูนั้นจนหักย่อยยับหรอกเหรอ

   ไอ้พี่ผีดิบใจดำ! คิดจะดับรัศมีดั้งงามๆ ของเธอใช่ไหม

   หญิงสาวถอยออกมาอีกสองก้าว ก่อนก้มดูแผ่นเพลงในมือ แค่ภาพหน้าปกก็ไม่น่าพิสมัยเอาซะเลย ข้างในคงไม่ต้องพูดถึง ถ้าเจ้าอันดามันอยู่กับเธอตอนนี้

คงกระโดดดีใจเหมือนถูกหวย แต่เธอสิที่ซวยไปเต็มๆ ต้องนั่งฟังเพลงโหดๆ บั่นทอนแก้วหูตัวเองตั้งเกือบสิบอัลบั้ม

   คงได้ละเมอแร็ปกันทั้งคืนแน่ๆ แม่จ๋า



   
   ขณะที่นักแต่งเพลงและนักร้องความหวังของค่ายกำลังเตรียมรับมือสู้ศึก ท่านประธานคลังแสงผู้เป็นเจ้าของโครงการพิลึกพิลั่นกลับนั่งหน้าขรึมถกปัญหา

เคร่งเครียดกับคูก้าผู้ที่เป็นเสมือนมือขวาในอีกปัญหาหนึ่ง ปัญหาอันใหญ่ยิ่งของท่านประธาน ปัญหาที่ต้องวางแผนให้รัดกุม

   "คุณคลังจะไปคนเดียวจริงๆ เหรอครับ"

   "จะตามไปทำไมหลายคน นายอยู่ทางนี้จัดการกำราบเจ้าสองคนนั่นให้ฉันเถอะ ทำยังไงก็ได้ให้มันมีอะไรกระเตื้องขึ้นมาบ้าง เจ้านาสมันหาว่าฉันดูถูกความ

สามารถของมัน แต่นายก็เห็นใช่ไหมคูก้าว่าเพลงของมันกระด้างเกินไป มีแต่ความดุดัน รุนแรง"

   คูก้ายิ้มบาง เข้าใจทั้งเจ้านายและนาสิก "นาสคงไม่อยากมีเรื่องอีกมั้งครับ คุณคลังเล่นส่งแม่ตัวแสบให้แบบไม่ทันตั้งตัวด้วย อัยยาน่ะเห็นอย่างนั้นก็ร้ายใช่เล่น"

   "ก็ขืนบอกก่อนมีหวังค่ายฉันพังแน่ เจ้านาสมันธรรมดาเสียที่ไหน"

   "แต่ในความคิดผม อัยยาน่าจะไปได้สวยกับเพลงรักนะครับ" คูก้าเสนอ ทว่าคลังแสงกลับยิ้มอย่างมาดมั่น

   "ก็นั่นแหละคือเหตุผลที่อัยยาต้องเขียนเพลงให้เจ้านาส"

   แม้ไม่ค่อยเข้าใจในความคิด แต่คูก้าก็ไม่เคยคัดค้านคลังแสงเลยสักครั้ง โปรดิวเซอร์มือฉกาจประจำค่าย ยิ้มมุมปากนึกขำขัน

   "ท่าทางน่าสนุกนะครับ แร็ปเพลงรักฉบับพิสดาร นี่ถ้าเป็นพี่พนาผมจะไม่แปลกใจเลย"

   "ถ้าเราอยากได้แม่เสือ เราก็ต้องเอาลูกๆ เสือที่ไม่ค่อยจะได้เรื่องนี่แหละเป็นตัวล่อ ฉันก็ไม่แน่ใจนัก เลยจะไปดูให้เห็นกับตานี่ไงว่าใช่จริงๆ หรือเปล่า ถ้าใช่

ฉันก็คิดไว้แล้วว่าจะทำยังไงต่อ"

   คลังแสงสบตาคูก้าอย่างมุ่งมั่น ก่อนฝากฝังศิลปินความหวังของค่าย

   "เจ็ดวันนี้นายช่วยดูแลพวกนั้นไปก่อนแล้วกัน ฉันสั่งงานไว้แล้ว ช่วยสอนเทคนิคคร่าวๆ ก็พอ ที่เหลือก็ให้เจ้านาสมันรับหน้าที่ดูแลต่อไป มีอะไรด่วนก็โทร

หาฉันได้"

   "ครับ ขอให้คุณคลังเจอคนที่อยากเจอนะครับ"

   "ขอบใจมาก ฉันก็อยากให้เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน"

   คลังแสงถอนหายใจยาว สายตาของเขาเลื่อนมาหยุดอยู่ที่กรอบรูปบนโต๊ะ คูก้าออกจากห้องไปเมื่อเสร็จธุระ ปล่อยให้เจ้านายจมอยู่กับความคิดและคนในรูป

ไปเงียบๆ

   เพลิงพนา...คลังแสงแตะภาพนั้นอย่างทะนุถนอม นานเท่าไรแล้วนะที่ไม่ได้เจอกัน เป็นเขาเองที่ใจร้อนครั้งล่าสุดที่ได้ข่าวจึงทำให้อีกฝ่ายรู้ตัวแล้วหายเข้ากลีบ

เมฆไป ครั้งนี้เขาจะไม่พลาดอีก คลังแสงถึงต้องดั้นด้นไปเอง หากเบาะแสคราวนี้เป็นจริง เขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ตัวคนๆ นี้กลับคืนมา




   นี่คือวันแห่งการเริ่มต้นแบบจริงๆ จังๆ อัยยาให้นิยามของวันนี้เป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย เธอต้องเริ่ม เริ่ม และเริ่ม นี่มันเริ่มแบบนรกแตกชัดๆ พี่ผีดิบหลงป่าช้ามา

เต็มมากไม่นึกปรานีเธอเลย เขาลืมไปแล้วหรือไงว่าเธอเป็นนักแต่งเพลงในวงเล็บที่คาดว่าจะดัง ไม่ใช่นักวิ่งมาราธอนทีมชาติสักหน่อย มาสั่งให้วิ่งอยู่ได้ ชักจะเหนื่อย

แล้วนะเว้ย!

   "พี่นาส ยังไม่พออีกเหรอ ปอดฉันจะพัง หัวใจฉันจะล้มเหลวอยู่แล้ว คุณคลังให้ฉันแต่งเพลงนะ ไม่ใช่ให้เป็นนักวิ่ง"

   "วิ่งไปเถอะ ไม่ต้องพล่าม" ผีดิบจอมเผด็จการวางอำนาจใส่

   "ไม่" อัยยาตอบกลับคำเดียวสั้นๆ แต่ได้ผลฉับพลันทันตา

   นาสิกหยุดชะงักราวกับเหยียบเบรกกะทันหัน หน้านี้หงิกเกินจะบรรยาย แต่ที่ร้ายกว่านั้นคือการเดินมายืนเท้าสะเอวมองเธออย่างเอาเรื่อง

   "อยากลองดีกับฉันใช่ไหม" เขาถามออกมาสั้นๆ แต่ทำเอาอัยยานี่ใจแป้วไปเลย

   เหวอ...ใครจะไปกล้าเล่า อัยยายิ้มแยกเขี้ยวประชด ไม่ยอมลงให้ง่ายๆ "วันนี้ร่างกายฉันไม่ไหวหรอกนะ แต่วันหน้าพี่ได้เจอกับฉันแน่"

   "ไม่แน่จริงนี่หว่า" นาสิกก้มหน้าเม้มปากซ่อนรอยยิ้ม หลังจากคนร่างกายไม่ไหวจำใจต้องวิ่งหนีไปแล้ว เธอบอกว่าไม่พร้อมจะสู้กับเขา ให้ตาย อัยยานี่ช่าง

เป็นผู้หญิงที่ปากดีจริงๆ แม่คุณเอ๊ย!

   ชายหนุ่มเริ่มออกวิ่งบ้าง ในสมองก็เริ่มร่างโครงการโขลกสับแม่นักแต่งเพลงตัวแสบไปด้วย หลังจากนอนคิดอยู่ครึ่งคืนว่าจะเอายังไงกับคู่หูคนใหม่ ไม่มี

ทางออกไหนที่แจ่มแจ๋วพอจะชักจูงให้ท่านประธานล้มเลิกความคิด และยิ่งเขาดิ้นรนผลักไสแม่สาวดีทั้งปากมากเท่าไรก็ยิ่งจะทำให้คลังแสงจับเขากับอัยยามัดติดกัน

แน่นขึ้นเท่านั้น

   ถึงจะกล้ำกลืนฝืนทนก็ต้องจำใจรับอัยยาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของช่วงชีวิต ทว่าทุกอย่างไม่ได้ยากเย็นสำหรับนาสิก เขาไม่ใช่พวกหวงวิชา เพียงแต่อัยยาจะรับ

มือกับวิธีการสอนของเขาได้หรือเปล่าเท่านั้น

   นาสิกมองคนที่วิ่งนำหน้าทิ้งระยะห่างจากเขาไม่กี่ช่วงตัว ไม่รู้ว่าจะสงสารหรือสมน้ำหน้าดี จะไม่เหนื่อยได้ยังไง ขณะที่วิ่งไปปากเจ้าหล่อนก็เอาแต่ร้องเฮ้อๆ

ตลอดทาง เสียงประกอบเยอะขนาดนี้ ถ้าไม่เหนื่อยอัยยาก็ยอดหญิงแล้ว

   หลังจากนักร้องพานักแต่งเพลงบริหารร่างกายเสียชุ่มปอด ชั่วโมงต่อมาอัยยาก็เดินหอบสมุด แผ่นเพลงและกีตาร์มาห้องซ้อม ในห้องไม่ได้มีแค่นาสิกเสียแล้ว

แขกรับเชิญพิเศษก็ไม่ใช่ใครที่ไหนพี่คูก้ามือขวาท่านประธานนั่นเอง พอเข้าไปก็สัมผัสได้ทันทีว่าบรรยากาศมัน ‘มาคุ’ เขาคุยอะไรกันเธอไม่รู้หรอกแต่หน้าพี่ผีดิบนี้งอ

พอๆ กับปลาทูแม่กลองเลย

   "มาพอดี พร้อมไหมอัยยา" พอเหลือบมาเห็นเหยื่ออันโอชะ คูก้าก็เตรียมลงมือสังหาร

   แต่ดูเหมือนนาสิกจะไวกว่า รีบเดินมาคว้ามือหญิงสาวแล้วหันไปบอก "ขอเวลานอกสักครู่"

   ว่าแล้วหนุ่มแร็ปก็รีบจูงมือคู่หูสาวไปนอกห้อง ดูจากใบหน้าอันเครียดขรึมซึ่งอัยยาไม่มั่นใจนักว่านาสิกเป็นมาแต่กำเนิดหรือเปล่า คนบ้าอะไรทำหน้าดุได้

ตลอดเวลา บรื๋อ...แค่มองก็สยองตับ จบโครงการรักพันธุ์แร็ปเครื่องในเธอจะยังอยู่ครบถ้วนหรือเปล่าก็ไม่รู้

   "เอาละอัยยา หายนะมาเยือนเธอแล้ว คุณคลังสั่งให้คูก้ามาจัดการเราจริงๆ และฉันก็จะติดร่างแหพลอยซวยไปกับเธอด้วย ถ้าต่อมพรสวรรค์ของเธอเกิดพิการ

ขึ้นมากะทันหัน เพราะฉะนั้นจะพูด จะทำอะไร คิดให้ดี ถ้าไม่มั่นใจต้องปรึกษาฉันทันที อย่าให้คูก้ามาบงการเราได้ เข้าใจไหม"

   "อู๊ย...แค่รับมือพี่คูก้า ไม่คณามืออัยยาหร๊อก พี่นาสอย่าป๊อดสิ" หญิงสาวยักคิ้วแผล็บ

   "ทำเก่งไปเถอะ ถ้าเธอพลาดฉันจะหักคอเธอ"

   "เฮ้อ...ไม่รู้อะไรก็เงียบๆ ไว้ เดี๋ยวน้องอัยจัดการเอง" หญิงสาวเชิดหน้า ฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี มั่นใจว่าเธอก็มีดีมาสู้กับคูก้าเหมือนกัน

   คู่หูสามัคคีกันกะทันหันเดินเข้าห้องซ้อมด้วยใบหน้าคนละอารมณ์ แต่คูก้าก็ไม่ทักท้วงอะไร เพราะยังไงตลอดสัปดาห์นี้เขามีหน้าที่เคี่ยวเข็ญจนทั้งคู่เป็นงาน

หรือไม่อย่างน้อยๆ ก็ละลายพฤติกรรมเตรียมพร้อมสำหรับคลังแสงมาสำแดงอิทธิฤทธิ์ต่อนั่นแหละ

   "พร้อมกันแล้วใช่ไหม"

   "พร้อมค่ะ"

   "งั้นก็มาที่บทเริ่มต้นกัน"

   หลังจากสอนบทเรียนแรกเริ่มไปครึ่งวัน คูก้ากับนาสิกต่างก็ผลัดกันส่ายหน้าระอาใจ นักแต่งเพลงความหวังของค่ายเริ่มต้นได้ทุลักทุกเลเหลือเกิน จากทักษะ

ที่แสดงออกมาทำให้ผู้เชี่ยวชาญทั้งสองสรุปคร่าวๆ ว่าอัยยาเกิดมาเพื่อทุกอย่างยกเว้นเพลงแร็ป




   หญิงสาวหนึ่งเดียวถูกสั่งสอน ผลักดันและอาจจะมีรายการยันเพราะรักด้วยถ้าจำเป็น เธอเชื่อว่านาสิกพร้อมจะลงมือสนับสนุนทุกวินาที จากบทเรียนที่สอง

ยอดคนบรรจงยัดใส่หัวเธอ ตอนนี้สมองน้อยๆ ของนางสาวอัยยาคงบวมเปล่งใกล้ระเบิดแล้วกระมัง รู้สึกมึนตึบไปหมดเลย

   แร็ปๆๆ แร็ปกันยี่สิบสี่ชั่วโมง กินข้าวนาสิกก็แร็ปให้เธอฟัง ออกกำลังตอนเช้าเขาก็วิ่งไปแร็ปไป ตาย...เธอต้องตายแน่ๆ ถ้ายังอยู่ในหอมรณะแห่งสำนักเจพี

แร็ปโย่วนี่

   พี่คูก้าก็ไม่ปรานีเธอเลย ไหนนาสิกบอกว่าเขาจะซวยไปกับเธอไง ถึงเวลาเอาจริงยังไม่เห็นพี่คูก้าทำอะไรพี่ผีดิบได้เลย เต็มที่ก็แค่แซวให้ผีหงุดหงิดเล่น ว่าไป

แล้วก็ถือเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อเธอเหมือนกัน พอจับประเด็นได้ละว่าพี่แร็ปบ้าพลังมีอดีตชาติอันแสนขมขื่น กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้เกือบโดนไล่ออกจากค่ายมาแล้ว

   หูอัยยานี่ผึ่งเลย แหมไอ้เราก็นึกว่าเป็นคนโปรดที่แท้ก็เคยมีคดีเหมือนกัน สัญญาเลยว่าเธอจะต้องรู้รายละเอียดให้ได้ เพราะมันอาจจะเป็นจุดกระทบใจทำให้

ผีน่ารักกลายเป็นผีร้ายใจทมิฬก็เป็นได้ แต่เรื่องนี้ต้องเอาไว้ทีหลัง แร็ปให้รอดก่อนอัยยาเอ๋ย

   เหลืออีกสองวันคลังแสงจะกลับมา อัยยาอยากจะร่ำไห้ให้น้ำตาไหลท่วมค่ายไปเลย ซวยแท้ๆ นั่งเรียนกับพี่คูก้ามาตั้งหลายวัน พื้นฐานการแร็ปโย่วยังไม่

กระเตื้อง เธอยังคงรักษาคุณภาพแชมป์คำขวัญวันแม่สามปีซ้อนเอาไว้อย่างน่าชื่นชม

   วันนี้คูก้าติดธุระเขาจึงปล่อยเธอไว้กับชายบ้าแร็ป ด้วยความขยันขันแข็งของเธอ หลังจากบริหารปอดกับนาสิกเป็นที่เรียบร้อยอัยยาก็เดินถือกีตาร์ไปยืนเก๊ก

สวยตรงหน้าประตูห้องฝั่งขวา และท่านเจ้าของห้องก็ทำเอาเธอต้องตะลึง ตึง ตึง อีกรอบ นาสิกเปิดประตูต้อนรับเธอด้วยการนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียว

   แม่จ๋า ผีดิบแก้บนอีกแล้ว!!!

   นาสิกย่นคิ้วยืนมองคนตรงหน้าด้วยสายตาแปลกๆ ถอยหลังสองสามก้าวคอยระแวดระวัง สารภาพตามตรงว่าเขาไม่ไว้ใจแม่สาวดีทั้งปากนี่เลย เห็นสายตาที่

เพ่งมายังแผงอกเขาแล้วสยองชะมัด หน้าแดงๆ บวกกับจังหวะการหายใจที่ผิดปกตินั่นไม่ใช่สัญญาณดีเลย คิดวางแผนอะไรอยู่หรือเปล่านั่น กลัวเหลือเกินว่าคุณเธอจะ

ระงับตัณหาในก้นบึ้งหัวใจไว้ไม่อยู่ และเมื่อนั้นอาจเป็นเขาเองที่ตกเป็นฝ่ายเสียหาย

   "รีบมาทำไมยังไม่ถึงเวลาไม่ใช่เหรอ"

   "เอ่อ...ก็...ก็"

   นาสิกค่อยๆ ถอยอีก อึกอักแบบนี้ ส่อแววพิรุธ ท่าทางไม่ค่อยดีซะแล้ว "เอาเป็นว่า เธอไปเดินเล่นทำอารมณ์ก่อนนะ ฉันขอเวลาจัดการตัวเองแป๊บ"

   "เข้าไปรอในห้องไม่ได้เหรอ ฉันวิ่งจนไม่อยากขยับขาทำอะไรแล้ว"

   "นี่เธอวางแผนจะทำอะไรฉันหรือเปล่า"

   "อ้าว ถ้าไม่มีแผนแล้วฉันจะมาหาพี่ถึงนี่ทำไมเล่า" อัยยาตอบกลับอย่างแสนซื่อ ก็ตั้งใจมาให้สอนแร็พนั่นแหละแผนของเธอ

   แต่นาสิกไม่เข้าใจเจตนา แถมคิดไปอีกทาง ชายหนุ่มรีบดันคู่หูให้พ้นห้อง ปิดประตูลงกลอนแน่นหนา หลังจากทิ้งท้ายกับเธอเพียงแค่ว่า "เดี๋ยวเสร็จธุระฉัน

จะไปหาเธอที่ห้องแล้วกัน"

   อัยยานี่ยื่นเซ่อไปเลย

   สิบนาทีต่อมาห้องของอัยยาได้เปิดต้อนรับท่านประมุขแห่งพรรคแร็ปโย่วเป็นครั้งแรก ท่าทางนาสิกดูตื่นเต้นไม่น้อยที่ได้บุกห้องสาว สวย และโสดทุกอณู

ของผิวหนังอย่างเธอ สายตาของเขาคอยสอดส่องไปทั่ว หญิงสาวแอบยิ้มสะใจ หวังจะเห็นอะไรเหรอ ห้องรกๆ ใช่ไหม ฝันไปเถอะพี่จ๋า อัยยาไม่กลัวหรอก ถึงหน้าตา

เธอจะไม่เอื้อให้เป็นเบญจกัลยาณี แต่ขอโทษทีเรื่องความเป็นระเบียบของห้องพักนี่ เธอดีหนึ่งประเภทหนึ่งเลยก็ว่าได้

   "ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าท่าทางอย่างเธอจะเรียบร้อยกับเขาได้"

   "อ้าว อย่าตัดสินคนที่หน้าตาสิคะ เอ๊ะ! ไม่ใช่สิ ฉันหน้าตาดี ห้องก็ต้องเรียบร้อย เอาเป็นว่ามันเรื่องของฉันแล้วกัน พี่น่ะไปนั่งเก้าอี้ตรงนั้นแล้วเริ่มสอนฉัน

สักทีเถอะ"

   "แม่เด็กเรียน ฉันเห็นเธอนั่งหน้ามึนมาเกือบอาทิตย์แล้ว ยังไม่ล้มเลิกความคิดที่จะแต่งเพลงแร็ปอีกเหรอ"

   "ฉันไม่เลิก" อัยยาเชิดหน้าประกาศกร้าว "ตราบใดที่ยังเขียนเพลงแร็ปไม่ได้ ฉันก็จะไม่เขียนเพลงอะไรทั้งนั้น พี่อย่ามาชงฉันให้เขว ไม่มีทางซะหรอก"

   "อืม...นอกจากปากดีแล้วยังเป็นโรคความดันทุลังสูงด้วย" นาสิกส่ายหน้าประหนึ่งว่าเอือมระอาเสียเหลือเกิน "ก็ดี ดันทุรังกันต่อไป"

   อัยยาเดินหน้าหงิกมานั่งกางสมุดรอ ในใจก็นึกสาปแช่งพี่ผีดิบให้ไม่ได้ผุดได้เกิด คอยดูเถอะ ถ้าเธอเลื่อนยศเป็นแร็ปเทพขึ้นมาเมื่อไรนะ อย่ามาง้อให้เขียน

เพลงให้ก็แล้วกัน!!!

   "เอา ไหนลองบอกมาสิ วันนี้เธออยากเขียนเพลงแร็ปเกี่ยวกับอะไร" นาสิกเดินมานั่งเก้าอี้ตรงข้าม

   "พี่หมายถึงไอเดียเหรอ"

   "ใช่ เธอจะเขียนเพลงไม่ว่าจะเพลงแร็ปหรือเพลงรัก เธอก็ต้องเริ่มที่ไอเดียก่อน คิดเกี่ยวกับสิ่งไหน แง่มุมใดที่ต้องการจะสื่อออกมา"

   อัยยานิ่งคิด มือเรียวก็หมุนดินสอไปมา ไม่กี่อึดใจเธอก็วางมันลงบนโต๊ะอย่างตื่นเต้น "ได้แล้ว คุณคลังสั่งให้ฉันเขียนเนื้อแร็ปที่เกี่ยวกับความรัก ฉันก็จะเอา

เรื่องนี้แหละ"

   "แล้วจะสื่อออกมาในแง่ไหน"

   "รักแนวๆ ไง พี่จะได้แร็ปกวนๆ หน่อย น่าจะสนุกดี"

   "ได้ งั้นลองเขียนดู"

   "อ้าวพี่นาส ไหงสั่งง่ายอย่างนี้ละ ไม่สอนอะไรฉันเพิ่มเลยเหรอ" อัยยาทำหน้าเหรอหราเมื่อนาสิกเปลี่ยนความสนใจจากเธอไปจดจ่ออยู่ที่สมุดในมือเขา

   ชายหนุ่มเงยหน้ามองเธอนิดๆ ก่อนว่า "นี่อัยยา ที่คูก้าสอนมาตั้งห้าวันน่ะมันก็สุดยอดวิชาแล้ว ลองนึกๆ ดูแล้วเขียนออกมา ฉันก็จะเขียนของฉันเหมือนกัน

เสร็จแล้วค่อยดูสิว่าของใครจะเจ๋งที่สุด"

   "โห...ท้าซะไม่ได้ลืมตามองคู่แข่งเลยนะพี่ ฝีมือนี้สูสีกันคนละโยชน์เลย" อัยยาค้อนหน้าคว่ำ เตรียมอนุบาลแร็ปอย่างเธอหรือจะกล้าไปเทียบชั้นกับดุษฎี

บัณฑิตแร็ปอย่างเขา เงาหัวจะไม่มีนะสิ

   "อย่ากลัวไปอัยยา ไหนว่าจะเป็นคนเขียนเพลงแร็ปที่ยอดเยี่ยมของค่ายไง กล้าๆ ไว้จะได้รุ่ง"

   เลือดนักสู้ของอัยยานี้เดือดพล่านขึ้นมาทันตาเห็น หญิงสาวหรี่ตามองเขาอย่างประเมิน ก่อนจะรวบอุปกรณ์ของเธอย้ายไปอีกฝั่งแล้วนั่งหันหลังให้เขาดื้อๆ

ภายในครึ่งชั่วโมงนี้พี่ผีดิบจะได้รู้สึกเสียทีว่าเขาท้าคนผิดแล้ว

   สาวนักสู้นั่งขีดๆ เขียนๆ อยู่พักใหญ่ ทำเหมือนไม่ใส่ใจคนข้างหลัง แต่ก็มีบ้างที่แอบเอียงหูฟังเสียงพึมพำไม่ได้ศัพท์ของเขา อาจจะเป็นแผนทำลายสมาธิเธอ

ก็ได้ อัยยายังคงพยายามเชื่อมโยงกลุ่มคำให้คล้องจองสละสลวย

   การเขียนเพลงไม่ว่าจะแร็ปหรือรักมันก็ต้องมีสัมผัส ไม่ใช่นึกอยากเขียนอะไรก็เขียนยัดๆ มันลงไป จับใจความไม่ได้ ไม่ๆ เธอจะไม่ทำอย่างนั้นเด็ดขาด

เพลงของเธอต้องงดงามและความหมายสมบูรณ์ครบถ้วนทุกตัวอักษร

   หญิงสาวยิ้มชอบใจ เมื่อสายตาเธอสำรวจผลงานตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย เธอค่อยๆ เบนร่างกลับมา นาสิกยังคงย่นคิ้วอยู่กับผลงานของตัวเอง เหมือนถอด

วิญญาณมาสิงอยู่กับสมุดนั่นเลย เฮอะ! เป็นไงล่ะ อย่างน้อยเขาก็ช้ากว่าเธอละว้า

   "เธอช้ากว่าที่ฉันคิดไว้อีกนะ"

   พูดบ้าๆ นี่เธอเสร็จก่อนเขาอีกนะ อัยยามองคนพูดตาเขียวปัด "พี่ว่าฉันช้า ตัวเองก็เพิ่งเสร็จเหมือนกันไม่ใช่เหรอ"

   "ไม่ใช่น่ะสิ ที่ฉันนั่งเขียนนี่ เป็นไอเดียที่จะเสนอทำเพลงโปรโมตต่างหาก"

   หา! สาวดีทั้งปากมองเขาตาค้าง ก่อนทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้กลบเกลื่อนคดีไป เขาเสร็จก่อนแล้วไงละ จากพื้นฐานผลมันก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว

   "อ๋อเหรอ...ไหนล่ะเนื้อเพลงที่พี่เขียนน่ะ เอามาดูหน่อยสิ"

   นาสิกเลื่อนสมุดให้เธอแทน อัยยารีบคว้ามาดูอย่างรวดเร็ว ดูแล้วก็อยากจะไปกระโดดเหวตายจริงๆ

   "จะให้ฉันลองแร็ปให้ดูด้วยไหม"

   "ก็...เอาซี้ พอแร็ปของพี่เสร็จ ก็ลองมาแร็ปของฉัน รับรองไฮโซกว่ากันเยอะ"

   "เธอนี่มันขี้โม้จริงๆ" นาสิกบ่นพร้อมกับดึงสมุดกลับไป ก่อนจะเริ่มขยับปากร้องเนื้อหาและทำเสียงบีตบ็อกซ์ประกอบไปด้วย จบท่อนแร็ปอันงดงามก็เลิก

คิ้วถามเธอ "ใช้ได้ไหมล่ะ"

   อั๊ยยะ!

   อัยยาขออุทานแบบวัยรุ่นตะลึงหน่อยเถอะ แล้วแบบนี้แร็ปในระดับเตรียมอนุบาลของเธอจะได้เกิดกับเขาไหม เวรกรรมดันปากดีไว้เสียเยอะด้วย คราวนี้คง

โดนย่ำเละแน่

   "เป็นไง จะหายซ่าหรือยัง มีตรงไหนไม่ถูกใจก็บอกได้นะ ฉันจะแก้เนื้อให้"

   ช่างกล้าประชดกันได้นะพี่นาส...อัยยาลอบกลืนน้ำลายอย่างเสียวไส้แต่ก็ยักไหล่บอกเรียบๆ กับอีกฝ่ายว่า "ก็โอเค เวลาแค่นี้ พี่แต่งได้เท่านี้ก็ใช้ได้ สมฐานะ

แร็ปเปอร์มือหนึ่งของค่าย"

   "แล้วไหนของเธอ ขอดูเนื้อแร็ปของว่าที่นักแต่งเพลงหญิงยอดเยี่ยมในอนาคตของค่ายหน่อยซิ"

   อัยยารีบกำสมุดไว้แน่น พร้อมกับยิ้มระรื่น บอกเขาเสียงหวาน "อู๊ย...ไม่ต้องดูก็ได้ เห็นแล้วพี่นาสจะเสียกำลังใจเปล่าๆ ยังไงคลื่นลูกใหม่ย่อมมาแรงกว่าลูก

เก่าอยู่แล้ว"

   "แรงด้วยฝีมือฉันไม่กลัวหรอก แต่มาด้วยแรงโม้นี่ท่าจะไม่ไหว อย่าถ่วงเวลา เอามานี่!" แล้วนาสิกก็ถือโอกาสคว้าสมุดในมือเธอไปอย่างรวดเร็ว

   เธอเห็นเขาอ่านแล้วก็นิ่งไปพักหนึ่ง เป็นไงล่ะ อึ้งสิ คิดไม่ถึงว่าฝีมือเธอจะฉกาจขนาดนั้นใช่ไหมถึงได้ช็อคตาตั้งไปเลย

   "อัยยา..."

   นาสิกลากเสียงเรียกชื่อหญิงสาวยาวเหยียด ดวงตาคมเข้มจ้องมองเธอเขม็ง แยกแยะความรู้สึกไม่ออกว่าจะสมเพชเจ้าของเนื้อหรือจะสมน้ำหน้าตัวเองดี หรือ

อีกทีก็คือเขาไม่อาจเป็นครูที่ดีได้ เพราะถึงตอนนี้ลูกศิษย์แสนซื่อก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเธอมีปัญหาในเรื่องความเข้าใจของการแร็ปอย่างรุนแรง

   "ฉันให้เธอเขียนเพลงแร็ป ไม่ใช่ด้นกลอนแปดมาแบบนี้!"