ผู้เขียน หัวข้อ: คาเมเลีย รักเย็นชา ตอนที่ 12 กรงรัก  (อ่าน 432 ครั้ง)

noneko

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 136
    • ดูรายละเอียด
คาเมเลีย รักเย็นชา ตอนที่ 12 กรงรัก
« เมื่อ: พฤศจิกายน 03, 2016, 04:19:36 AM »
   พวงชมพูร้องไห้สะอึกสะอื้นซบหน้ากับหมอนจนเผลอหลับไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็เห็นว่าท้องฟ้ามืดแล้ว หญิงสาวเดินเข้าห้องน้ำ ล้างหน้า มองตัวเองในกระจก

   เธอเห็นหน้าตาของผู้หญิงหน้าตาธรรมดาคนหนึ่ง ไม่สิ ค่อนไปทางขี้เหร่เสียด้วยซ้ำ สิวขึ้นหน้าประปรายและยังทิ้งรอยหลุมไว้บนแก้มหลายแห่ง ไม่ว่าจะถอดแว่นหรือใส่ไว้หน้าตาก็ดูจืดๆ ไม่แตกต่างกัน อย่างนี้นี่หรือที่จะทำให้กานดิศ ผู้ชายที่เพียบพร้อมคนนั้นหลงรักได้

   ตอนนี้เขาคงแอบหัวเราะเยาะเธออยู่กระมัง คงสมเพชผู้หญิงหน้าไม่อายที่หลงเพ้อไปเองว่าเขารัก แค่เขาหยอดด้วยคำพูดหวานหูนิดๆ หน่อยๆ ใจเธอก็เตลิดตามเขาไปเสียแล้ว

   “แล้วเธอจะทนอยู่ให้เขาสมน้ำหน้าต่อไปทำไมล่ะ ที่นี่ไม่ที่ให้เธอยืนอีกต่อไปแล้ว”

   พวงชมพูบอกตัวเอง เธอเช็ดหน้าแรงๆ เปลี่ยนชุดมาสวมเสื้อผ้าของตัวเอง เปิดตู้เสื้อผ้า เก็บข้าวของทุกอย่างที่มีใส่ลงกระเป๋า

   แม้ไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับชีวิตที่เหลือดี เงินเก็บก็มีอยู่ไม่มากนักแต่เธอจำเป็นต้องไป

   ไปให้พ้นจากผู้ชายใจดำอย่างกานดิศ!

   หลังจากเก็บกระเป๋าเรียบร้อยพวงชมพูก็เปิดประตูห้องแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นกานดิศยืนอยู่ตรงหน้า เขายิ้ม มันเป็นรอยยิ้มที่ฝืดเฝื่อนเหลือเกินในสายตาของเธอ

   “คุณจะมาทำไม?” เธอถามเขาเสียงสั่นเครือ

   กานดิศผลักเธอเข้ามาในห้อง หญิงสาวเซลงไปนั่งบนเตียงพอดีพอเธอเงยหน้าขึ้นมองเขาก็เห็นนัยน์ตาอัลมอนด์ เธออยากจะตบหน้าตัวเองนักที่ยังคงหวั่นไหวกับดวงตาคู่นั้นอยู่อีก

   “ผมจะไม่มีวันปล่อยคุณไปไหนทั้งนั้น” กานดิศเอ่ยเสียงเรียบ

    ชายหนุ่มถือแม่กุญแจไว้ในมือ พวงชมพูเห็นก็รู้ทันทีว่าเขาจะทำอะไรกับเธอ

   “คุณจะขังฉันไว้เหรอ คุณจะทำอย่างนี้กับฉันไม่ได้นะ ปล่อยฉันไปเถอะ!”

   กานดิศเลิกคิ้วแล้วหันหลังเดินออกไปจากห้อง พวงชมพูรีบลุกขึ้นจะวิ่งตามออกไปแต่ก็ไม่ทัน หญิงสาวถูกเขาปิดประตูใส่หน้าดังปัง ได้ยินเสียงเขาล็อคกุญแจดังกริ๊ก เธอได้แต่ร้องตะโกนให้เขาเปิดประตูและทุบประตูจนเจ็บมือไปหมดแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ กลับมา

   ไม่คิดเลยว่านอกจากเอดาวัตแล้วเธอจะได้เจอผู้ชายที่น่ากลัวยิ่งกว่าอดีตเจ้านายของเธอ เมื่อกานดิศเผิดเผยอีกด้านหนึ่งของเขาให้เธอเห็น

   หญิงสาวทรุดลงนั่งกับพื้น ร้องไห้อย่างหวาดกลัวแต่ถึงอย่างนั้นหัวใจเจ้ากรรมก็ยังเกลียดเขาไม่ลงเสียที

   .........

   ป้ามุกดาเข้ามาในห้อง หล่อนถอนหายใจเมื่อเห็นพวงชมพู หญิงสาวผู้น่าสงสารซึ่งนอนหลับอยู่บนเตียง ใบหน้าของเธอยังเปื้อนคราบน้ำตา

   หล่อนไม่เห็นด้วยกับการกระทำของคุณหนูของหล่อนเลยแต่ก็ไม่สามารถห้ามปรามเขาได้ หล่อนพยายามแล้วแต่ชายหนุ่มก็ยังยืนกรานความคิดเดิม

   เขาจะขังพวงชมพูไว้และพูดจาปรับความเข้าใจกับเธอเอง

   แต่มันจะได้ผลหรือ ยิ่งคุณหนูกักขังเธอไว้กลับจะยิ่งส่งผลเลวร้ายยิ่งกว่าเสียอีก มีแต่จะทำให้หวาดกลัวมากขึ้นเท่านั้นเอง

   “น่าสงสารจริงๆ” ป้ามุกดาพึมพำเสียงแผ่วเบา

   “ป้าครับ”

   ป้ามุกดาสะดุ้ง หล่อนตั้งใจจะเอื้อมมือไปเกลี่ยเส้นผมให้พวงชมพูและห่มผ้าให้แต่เสียงเรียกชื่อหล่อนซึ่งเป็นเสียงที่หล่อนคุ้นเคยดีทำให้หล่อนชะงักและต้องหันหลังกลับไปมองชายหนุ่มที่หล่อนรักเอ็นดูดุจลูกชายในไส้แต่ในขณะเดียวกันหล่อนก็เคารพยำเกรงเขาในฐานะเจ้านายของหล่อนด้วย

   “คุณหนู”

   ป้ามุกดาตั้งใจจะเอ่ยขอร้องให้เขาปล่อยพวงชมพูไปอีกสักครั้งแต่กานดิศกลับเอ่ยตัดบทขึ้นมาเสียก่อน

   “ผมจะดูแลเธอต่อเอง ป้าไม่ต้องห่วง ผมไม่โรคจิตถึงกับต้องฆ่าหรือทรมานเธออย่างในหนังหรอกครับ”

   ป้ามุกดาจำต้องเดินออกมาจากห้อง หล่อนยังอดที่จะหันกลับมามองคุณหนูของหล่อนไม่ได้

   เขาไม่เคยยึดติดกับใครถึงเพียงนี้มาก่อนเลย กานดิศรับรู้มาตั้งแต่เด็กว่าคนในครอบครัวรังเกียจเขาจึงได้สร้างกำแพงขึ้นมา ไม่ยอมให้ตัวเองได้ผูกพันกับใครทั้งนั้น แต่พอพวงชมพูเดินเข้ามาในเรือนคาเมเลีย กานดิศกลับสนใจเธอ ยอมให้เธอเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต แต่แล้วเอดาวัตก็มาทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนที่กำลังเป็นไปด้วยดีต้องร้าวฉานลง

   ป้ามุกดาไม่รู้ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นอีกบ้าง ก็ได้แต่หวังว่าคุณหนูของหล่อนจะไม่ต้องจมอยู่กับความทุกข์และอ้างว้างอีกต่อไป หากเพียงพวงชมพูจะเข้าใจถึงเรื่องนี้

   คงจะยากสักหน่อย

   เมื่อป้ามุกดาเดินออกไปจากห้องแล้วกานดิศก็นั่งลงที่เตียง เขาห่มผ้าห่มให้พวงชมพูแล้วเอ่ยขึ้นมาคนเดียวโดยไม่สนใจว่าคนฟังจะตื่นขึ้นมารับรู้หรือไม่แล้วเขาก็เดินออกไปจากห้อง

   “ที่ผมทำอย่างนี้คุณอาจจะโกรธเกลียดหรือกลัวผมมาก แต่เป็นเพราะผมอยากให้คุณอยู่กับผมตลอดไป คุณอาจจะกลัวว่าผมจะทิ้งคุณแต่ที่จริงแล้วเป็นผมเองต่างหากที่ไม่เหลือใครอีกแล้วนอกจากคุณเพียงคนเดียว...พวงชมพู”

   หลังได้ยินเสียงปิดประตูพวงชมพูก็ค่อยๆ ลืมตา

   เธอตื่นพอดีตอนที่ได้ยินเสียงกานดิศคุยกับป้ามุกดา พวงชมพูค่อยๆ ลุกขึ้นแล้วเดินไปที่ประตู หมุนลุกบิดเบาๆ แล้วหัวใจของเธอก็เต้นระทึกอย่างตื่นเต้นระคนดีใจอย่างที่สุด

   ประตูไม่ได้ล็อค!

   ........

   กานดิศนั่งอยู่ที่โต๊ะข้างหน้าต่างในห้องสมุดบนชั้นสองของเรือนคาเมเลีย เขาเห็นพวงชมพูวิ่งลัดสนามออกไปทางรั้วด้านหลัง

   เขาจงใจไม่ล็อคประตูห้อง ปล่อยให้เธอดิ้นรนหนีไปเองเพื่อจะรอดูว่าเธอจะทำอย่างที่เขาคิดหรือเปล่า และก็เป็นอย่างที่คิดจริงๆ

   เธอหนีไป! เธอไม่ต้องการจะอยู่กับเขา

   กานดิศขบกราม เขายิ้มและกดโทรศัพท์โทรออกไปหาผู้ใหญ่บ้าน แม้น้ำเสียงที่คุยจะร่าเริงดูเป็นปกติแต่ดวงตาสีอัลมอนด์นั้นกลับทอประกายเย็นชาจนน่าขนลุก

   ........

   มีชาวบ้านผู้หวังดีแจ้งมากับผู้ใหญ่บ้านว่ามีผู้หญิงนอนสลบอยู่ข้างทาง ผู้ใหญ่บ้านจึงรีบโทรศัพท์มาบอกกานดิศทันที ชายหนุ่มจึงขับรถออกไปรับพวงชมพูกลับมาที่เรือนคาเมเลียอีกครั้งด้วยตัวเอง

   เขามั่นใจว่าต้องเป็นเธอแน่นอน

   เมื่อขับรถไปถึง ผู้ใหญ่บ้านก็ยืนรออยู่แล้ว ดูเขาค่อนข้างแปลกใจที่เห็นกานดิศขับรถมาด้วยตัวเองเพราะปกติเจ้าของเรือนคาเมเลียมักจะเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน คนในครอบครัวและพวกชาวบ้านที่พบตัวผู้หญิงคนนี้ต่างก็ดีใจเพราะบางคนไม่เคยได้พบตัวกานดิศมาก่อนเลย เขาเองก็ได้พบแทบนับครั้งได้

   “เธอไม่เป็นอะไรมากครับ ตอนนี้ยังหลับอยู่” ผู้ใหญ่บ้านบอกอาการของหญิงสาวซึ่งนอนอยู่บนเตียง

   กานดิศฟังแล้วก็เบาใจ เขาหันมายิ้มอย่างอ่อนโยนแต่เป็นการเสแสร้งอย่างที่พวงชมพูเคยดูออกแต่ผู้ใหญ่บ้านกลับดูมันไม่ออกเลยสักนิด

   “ขอบคุณที่ช่วยนะครับ เธอชื่อพวงชมพูเป็นคนในเรือนคาเมเลียน่ะครับ พอดีเราคุยกันไม่เข้าใจเธอไม่ฟังผมแล้วหนีออกมาทั้งๆ ที่ร่างกายก็ไม่ค่อยแข็งแรงน่ะครับ โชคดีจริงๆ ที่เจอไม่อย่างนั้นผมก็ไม่คิดไม่ตกเลยว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเธอบ้าง”

   หน้าเศร้าๆ ของชายหนุ่มทำให้ผู้ใหญ่บ้านสงสารจับใจและนึกเอาเองว่าพวงชมพูคงเป็นคนสำคัญของกานดิศ เขาถึงได้ขับรถฝ่าสายฝนออกมารับเธอถึงบ้านของเขาทั้งๆ ที่จะส่งคนขับรถมาหรือให้เขาพาไปส่งเองก็ได้

   แล้วกานดิศก็ทำในสิ่งที่เขาไม่คาดคิด ชายหนุ่มช้อนอุ้มผู้หญิงคนนั้นไว้ในวงแขนแล้วพาไปที่รถ เอนเบาะแล้วจัดให้นอนในรถอย่างเบามือเหมือนกลัวว่าเธอจะตื่น ท่าทางแสนอ่อนโยนนั้นยิ่งทำให้คนรอบข้างคิดตรงกัน

   พวงชมพูคงเป็นคนรักของเจ้าของเรือนคาเมเลียแน่นอน

   “ผมขอตัวนะครับและขอขอบคุณอีกครั้งที่ช่วยเหลือเธอไว้ ลาละครับ”

   กานดิศไหว้ขอบคุณผู้ใหญ่บ้านและทุกๆ คนที่ยืนอยู่ตรงนั้นแล้วขึ้นรถขับตรงกลับเรือนคาเมเลียทิ้งภาพพวกผู้ใหญ่บ้านที่มีแววชื่นชมซาบซึ้งในความรักของเขาเอาไว้เบื้องหลัง

   กานดิศยิ้มเยือกเย็น เขาไม่สนใจหรอกว่าใครจะคิดอย่างไรกับเขา ขอแค่พวงชมพูยังอยู่ตรงนี้เขาก็พอใจแล้ว

   “ไม่ว่าอย่างไรคุณก็ต้องเป็นของผม เป็นดอกคาเมเลียของผมเพียงคนเดียว”

   ........

   พวงชมพูลืมตาตื่นขึ้นมาในห้องนอน หญิงสาวรู้สึกคุ้นเคยกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ติดอยู่ที่ผ้าห่มและเมื่อมองภาพดอกคาเมเลียสีแดงที่แขวนอยู่บนฝาผนังที่ปลายเตียงก็ทำให้เธอต้องผลุดลุกขึ้นนั่ง

   เสียงฝีเท้าที่ก้าวเดินเข้ามาในห้องด้วยจังหวะสม่ำเสมอกันทำให้ใจของเธอเต้นระทึก ได้แต่สวดภาวนาในใจว่าขออย่าให้เป็นเขาเลย

   “ตื่นแล้วเหรอครับ?”

   รอยยิ้มสว่างสดใสนั้นทำให้ใจของหญิงสาวหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ถึงแม้เขาจะยิ้มแต่ในใจกลับคิดตรงกันข้ามได้อย่างหน้าตาเฉย มันเป็นอาการเสแสร้งแกล้งทำของเขาที่ทำให้คนอื่นเข้าใจว่าเขาเป็นคนเงียบเฉยแต่ใจดี ทั้งที่จริงแล้วเขาร้ายกาจเสียยิ่งกว่าเอดาวัตอีก

   กานดิศ พิทักษ์พงศ์!

   “หิวไหม ผมให้ป้ามุกดาทำข้าวต้มเตรียมไว้แล้ว จะให้ยกขึ้นมานะครับ”

   คำพูดแสนสุภาพของกานดิศไม่ได้ทำให้พวงชมพูสงบใจได้เลย เธอยิ่งหวาดผวามากขึ้นเมื่อเขาเดินเข้ามาที่เตียงและก้มหน้าลงมาใกล้เธอ

   เขาจะทำร้ายเธอ ล่ามโซ่เธอหรือเปล่า?

   “อย่าทำอะไรฉันเลย ฉันกลัวแล้ว”

   หญิงสาวกระถดขาหนี เบี่ยงหน้าหลบเมื่อกานดิศยื่นมือเข้ามาเพื่อจะแตะที่หน้าผากเธอ กานดิศชะงักไปครู่เดียวแล้วเขาก็ลดมือลงและก้าวถอยหลังออกไป

   “ถึงผมจะดูโรคจิตแต่ก็ไม่คิดจะทำร้ายร่างกายคุณหรอก อย่ากังวลไปเลย” กานดิศเอ่ยอย่างเดาความคิดของพวงชมพูได้ “เพราะผมรักคุณ”

   พวงชมพูฟังคำรักจากปากของกานดิศแล้วก็ได้แต่หลบตา ไม่กล้ามองหน้าชายหนุ่ม เธอไม่อาจสงบใจลงได้เลยเมื่อต้องห่างจากชีวิตที่เคยเป็นมาและยังรู้สึกเหมือนถูกขังอยู่ในกรงที่เรียกว่ากรงรัก มันน่ากลัวก็ตรงที่คำว่ารักของเขาจะจริงแน่หรือในเมื่อเขาเป็นคนพูดกับเอดาวัตเองว่าหลอกเธอให้รักเขาจนหมดหัวใจเพียงเพื่อจะเอาชนะเอดาวัตแค่นั้นเอง

   ..........

   กานดิศปล่อยให้พวงชมพูนอนพักผ่อนอยู่ในห้องนอนของเขาส่วนตัวเขาเองมานั่งอยู่เพียงลำพังในห้องสมุดซึ่งอยู่ติดกับห้องนอน

   เขาบอกกับตัวเองว่าจะไม่ยอมปล่อยพวงชมพูไปไหนทั้งนั้นแต่พอได้เห็นสายตาของหญิงสาวที่มองเขาอย่างหวาดกลัวเกรงว่าเขาจะทำร้ายก็ทำให้เขาทนไม่ได้จนต้องเดินหนีออกมาสงบสติอารมณ์ที่ห้องนี้

   หรือเธอจะทิ้งเขาไปจริงๆ?

   “คุณหนู”

   “ครับ เธอหลับแล้วหรือครับ?”

   “ค่ะ ว่าแต่คุณหนู...”

   ป้ามุกดาตกใจที่เห็นคุณหนูของหล่อนมีน้ำตา หล่อนไม่ได้เห็นมันมานานมากแล้วนับตั้งแต่คุณหนูของหล่อนเสียบิดามารดาไปด้วยอุบัติเหตุเมื่อตอนที่เขายังอายุแค่ห้าขวบ

   ความหมางเมินของคนในครอบครัวหล่อหลอมให้เขากลายเป็นคนเงียบขรึม เย็นชาและสร้างกำแพงอันแข็งแกร่งขึ้นมาปกป้องตัวเอง

   แต่ตอนนี้กำแพงนั้นได้ทลายลงไปแล้ว คุณหนูของหล่อนที่เคยทำตัวเข้มแข็ง ไม่แสดงอารมณ์อ่อนแอให้ใครได้เห็นกำลังร้องไห้และถามหล่อน

   “ทำไมเธอต้องหนีผมไปด้วยละครับ เธอบอกว่ารักผมไม่ใช่เหรอ ผมทำผิดอะไรกัน?”

   ป้ามุกดาสงสารคุณหนูของหล่อนเหลือเกิน หล่อนรีบกอดเขาไว้แล้วปลอบประโลม

   “คุณหนูผิดค่ะ ผิดที่ใจเร็ว รวบรัด ไม่ยอมให้เวลาคุณพวงชมพูได้ตัดสินใจ พอเธอเข้าใจผิดแทนที่คุณหนูจะอธิบายกลับกักขังเธอไว้ ก็ไม่แปลกหรอกค่ะที่เธอจะกลัวและไม่ไว้ใจคุณหนู”

   กานดิศมองหน้าป้ามุกดา เขาเงียบไปเหมือนจะครุ่นคิดในสิ่งที่หัวหน้าแม่บ้านพูดกับเขา

   “ตอนแรกคุณหนูก็อาจจะจีบเธอเพราะสะใจที่ได้เอาชนะคุณเอดาวัตแต่ตอนนี้คุณหนูอยากจะอยู่กับเธอจริงๆ ใช่ไหมคะ?”

   “แต่เธอคงไม่อยากอยู่กับผมแล้วล่ะ ผมมันไม่ดีเอง” ชายหนุ่มเจ้าของเรือนคาเมเลียพยักหน้า เอ่ยเสียงสั่นเครือและปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม “ผมไม่เป็นไรแล้ว ขออยู่คนเดียวสักพักแล้วกัน ป้าไปอยู่เป็นเพื่อนเธอเถอะ”

   “อย่าคิดอะไรเศร้าๆ นะคะ ห้ามทำร้ายตัวเองเด็ดขาด” ป้ามุกดากำชับเสียงแข็ง

   “ผมไม่ฆ่าตัวตายหรอก อย่างน้อยตั้งแต่เล็กผมก็ยังมีป้าที่คอยห่วงผมอยู่เสมอ ไม่ต้องห่วงผมหรอกครับ ก็แค่กลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนเท่านั้นเอง ขอบคุณนะครับที่ห่วงผมมาตลอด”

   ป้ามุกดากอดกระชับร่างคุณหนูของหล่อนอีกครั้งแล้วจึงปล่อยจากอ้อมแขนจากนั้นก็เดินออกมาจากห้อง หล่อนยิ้มที่มุมปาก มองหญิงสาวซึ่งยืนแอบอยู่ข้างกำแพงนอกห้องและคิดว่าพวงชมพูที่ได้ยินทุกถ้อยคำน่าจะเข้าใจเรื่องทุกอย่างแล้ว

   หลังจากหญิงสาวตื่นไม่นาน คุณหนูก็ให้หล่อนมาดูแลต่อ หล่อนเข้าใจดีว่าพวงชมพูหวาดกลัวคุณหนูของหล่อนมากจึงพยายามที่จะปลอบขวัญเธอให้รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง

   “คุณหนูเธอขาดความรักมาตั้งแต่เด็กๆ พอเจอคุณก็เลยอยากจะยึดครองไว้แต่ก็ไม่รู้วิธีที่จะแสดงความรักออกมาอย่างอ่อนโยนหรือใช้เวลาพัฒนาความสัมพันธ์เหมือนกับคนอื่นเขาน่ะค่ะ”

   “แต่ฉันไม่ใช่เจ้าเฮเซลหรือชิคพีนะคะที่เขาจะขังฉันไว้ในกรง คอยให้อาหาร แล้วพออยากจะอุ้มเล่นก็ค่อยเอาออกมาจากกรง”

   พวงชมพูร้องไห้สะอึกสะอื้น เธอยังเสียขวัญกับเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่มาก

   “ฉันจะไม่ขอให้คุณยกโทษให้คุณหนูหรอกนะคะ และถ้าคุณคิดจะไปจากที่นี่จริงๆ ก็จะช่วยพาคุณหนีไปเองแต่คุณจะหนีหัวใจตัวเองพ้นหรือคะ?” ป้ามุกดาสบตาพวงชมพู “ฉันขอให้คุณตามฉันมาที่ห้องสมุด แอบฟังเราคุยกันแล้วค่อยตัดสินใจอีกครั้งว่าจะทำยังไงต่อไปนะคะ คุณหนูจะต้องเผยความในใจของเธอออกมาแน่นอน ฉันมั่นใจ”

   พวงชมพูดูจะลังเลแต่สุดท้ายก็ยอมเดินตามหล่อนมาที่ห้องสมุด ป้ามุกดาคิดว่าตอนนี้หล่อนคงต้องปล่อยให้หนุ่มสาวได้พูดคุยปรับความเข้าใจกันเสียที และหากพวงชมพูยังดึงดันที่จะไปจากเรือนคาเมเลียจริง หล่อนก็ต้องทำตามคำที่ได้รับปากไว้ ถือเสียว่าทั้งสองคนคงไม่ใช่เนื้อคู่กันจริงๆ ก็แล้วกัน

   .........

   พวงชมพูเดินเข้าไปในห้อง อ้าปากจะพูดกับกานดิศแต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปเพราะจู่ๆ ฟ้าก็ผ่าลงมาบนหลังคาของเรือนคาเมเลีย แสงแปลบปลาบและเสียงดังสนั่นนั้นทำให้พวงชมพูต้องอุดหูและหลับตาลงอย่างกะทันหัน พอลืมตาขึ้นมาเธอก็เห็นว่าไฟดับ ห้องทั้งห้องมืดสนิท และยังได้กลิ่นเหม็นไหม้คละคลุ้งพร้อมทั้งเสียงหวีดร้องของผู้คนจากชั้นล่างของคฤหาสน์

   “คุณกาน!” เธอเรียกชื่อชายหนุ่มอย่างเสียขวัญแต่ก็รู้สึกอุ่นใจในเวลาไม่นานเมื่อฝ่ามือของชายหนุ่มโอบรัดร่างเธอไว้อย่างหลวมๆ    

   เขากระซิบปลอบโยน

   “ไม่ต้องกลัว ผมอยู่ตรงนี้แล้ว รีบออกไปจากที่นี่ก่อน”

   “เกิดอะไรขึ้นคะ?”

   “ผมสังหรณ์ใจว่าไฟฟ้าจะช๊อต อย่าเพิ่งถามมากเลย”

   พวงชมพูใจหายวาบ

   ถ้าอย่างนั้นที่เธอได้กลิ่นเหม็นไหม้และเสียงกรีดร้องโวยวายจากชั้นล่างและนอกคฤหาสน์นั่นก็อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าไฟฟ้าช๊อต ร้ายยิ่งกว่านั้นไฟอาจจะไหม้เรือนคาเมเลียด้วย!

   กานดิศลากแขนเธอ พาออกมาจากห้องสมุดแล้วตรงไปที่บันได พวงชมพูเห็นควันไฟพวยพุ่งออกมาจากห้องทางฝั่งซ้ายของชั้นสอง

   ไฟไหม้จริงๆ

   กานดิศดึงแขนพวงชมพูซึ่งไอโขลกๆ ด้วยฤทธิ์ควันไฟพาวิ่งลงบันไดแล้วตรงไปที่ประตูคฤหาสน์ ที่ชั้นล่างก็มีไฟลุกไหม้ลามไปทั่วเหมือนกันและไม่นานเรือนคาเมเลียก็จะเหลือเพียงแค่ชื่อหากว่ารถดับเพลิงมาดับไฟไม่ทัน ชายหนุ่มผลักเธอให้ออกไปสมทบกับคนอื่นๆ ที่ยืนรวมกันอยู่นอกคฤหาสน์แต่ตัวเขาเองกลับไม่ยอมออกมาด้วย

   “คุณกาน” พวงชมพูเรียกชื่อเขาแต่กานดิศกลับก้าวถอยหลังห่างออกไปยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

   เขาตั้งใจจะทำอะไรกันแน่?

   “คุณหนูออกมาหาป้าเถอะค่ะ ออกมา!” ป้ามุกดาหน้าซีดเผือด หล่อนร้องเรียกคุณหนูที่หล่อนรักดั่งดวงใจให้ออกมาจากเรือนคาเมเลียที่กำลังจมอยู่ในกองเพลิง

   ดวงตาสีน้ำตาลนั้นมองเพียงแค่พวงชมพูเท่านั้น

   “คุณไปเสียเถอะ ไปให้ไกลจากคนเลวอย่างผม” กานดิศยิ้มเศร้าอย่างน่าใจหาย “เพราะหากผมยังอยู่ผมก็คงทำทุกอย่างเพื่อยื้อคุณไว้อยู่ดี”

   “คุณกานออกมาเถอะค่ะ อย่าทำอย่างนี้เลย คุณกาน!”

   กานดิศกลับหันหลังเดินกลับเข้าไปในกองเพลิงอย่างมุ่งมั่น ท่ามกลางเปลวไฟที่โหมกระหน่ำ ภาพเลือนลางที่ทุกคนได้เห็นคือร่างของเจ้าของเรือนคาเมเลียที่ล้มลงกับพื้นห้อง

   พวงชมพูทรุดนั่งลง หัวใจแทบสลายขณะร้องตะโกนเรียกเขา

   หากเขาฟื้นขึ้นมา ต่อให้เขาคิดกักขังเธอไว้หรือหลอกลวงความรักจากเธออย่างที่เอดาวัตพูด เธอก็ไม่คิดจะต่อว่าเขาอีกแม้สักคำ

   เพราะหัวใจของเธอเป็นของเขาแล้ว