ผู้เขียน หัวข้อ: โรมานซ์หมายเลข 2 บทที่ 14  (อ่าน 93 ครั้ง)

lung_tom

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 343
    • ดูรายละเอียด
โรมานซ์หมายเลข 2 บทที่ 14
« เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2016, 04:11:07 PM »

บทที่ 14

ทางบริษัทภาพยนตร์ส่งโพรดิวเซอร์คนใหม่มาแทนแมทธิว ที่ถูกจับด้วยหลายข้อหาทั้งจ้างวานฆ่า ขนย้ายนำเข้าและส่งออกยาเสพติด เพราะตำรวจรวบตัวเขาไว้ได้พร้อมหลักฐานโคเคนจำนวนมากซุกอยู่ในฐานเทวรูปไม้ซึ่งใช้เป็นอุปกรณ์ประกอบฉาก โพรดิวเซอร์ใหญ่คงจะโดนโทษประหารหรือไม่ก็ต้องติดคุกตลอดชีวิตเป็นแน่

งานถ่ายทำภาพยนตร์ยังคงดำเนินต่อไป แต่คงจะต้องล่าช้ากว่าเดิมสักเล็กน้อย เพราะต้องเร่งมือแกะสลักเทวรูปไม้ขึ้นมาใหม่เพื่อใช้ในการถ่ายทำ เพราะชุดเก่าถูกยึดไปเรียบร้อยแล้ว ทว่าก็ไม่มีใครบ่น การทำงานอยู่ที่นี่เหมือนกับทีมงานได้เที่ยวพักร้อนในบรรยากาศเมืองเหนือที่สวยงาม
หลังจากผ่านงานศพของปฐมไปสามเดือน งานแต่งงานของมาร์คกับชลิดาก็ถูกจัดขึ้นแบบล้านนาประยุค ผู้หลักผู้ใหญ่ในเมืองที่รู้จักคุ้นเคยกับคุณชลดาพอทราบข่าวมงคลก็ไม่ยอมให้สองหนุ่มสาวจัดงานเล็กๆ อย่างตั้งใจแต่แรก เพราะอยากจะมาร่วมอวยพรให้กันทั้งนั้น

แขกในงานส่วนใหญ่จึงเป็นแขกของฝ่ายเจ้าสาว ส่วนมาร์คนั้นตัวคนเดียว พ่อแม่ที่ออสเตรเลียจากเขาไปนานแล้ว อีธานผู้เป็นทั้งเพื่อนรักและผู้จัดการส่วนตัวจึงรับหน้าที่เป็นผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าบ่าว นอกจากนั้นก็มีเพียงเพื่อนอีกไม่กี่คนและนักข่าวหนังสือพิมพ์สองสามฉบับจากออสเตรเลียที่บินมาร่วมแสดงความยินดีกับบ่าว-สาว ที่มากสุดก็คือเพื่อนฝูงในกองถ่ายภาพยนตร์ของเขานั่นเอง

เรือนกาแลไม้สักหลังใหญ่ด้านในสุดของรีสอร์ตที่คุณชลดามอบให้เป็นของขวัญกับคู่บ่าว-สาวได้รับการปรับปรุงต่อเติมให้เป็นเรือนหอ วันนี้เรือนทั้งหลังถูกจัดแต่งเนรมิตด้วยดอกไม้สดหอมกรุ่นไปทั่วทุกมุม ส่วนด้านล่างของตัวเรือนมีร่มกระดาษพื้นเมืองและตุงมงคลสีขาว-ทองประดับอยู่ตามมุมโน้นมุมนี้ในสวนร่มรื่น

เจ้าบ่าวและเจ้าสาวอยู่ในชุดชาวภูไทที่เจ้าสาวเป็นคนเลือก คือเสื้อไหมสีน้ำเงินเข้มและโสร่งไหมสีแดงกับเครื่องประดับเงิน ส่วนแขกที่มาในงานใส่ชุดพื้นเมืองล้านนากันทั้งฝ่ายไทยและฝรั่ง พวกคนกองถ่ายหนังดูจะชอบชุดที่ใส่กันมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเพื่อนเจ้าบ่าวทั้งสองของมาร์คคือไรลี่ส์และอีธาน

ชลิดาลอบมองเจ้าบ่าวของเธอตอนที่มีคนขอให้ยืนถ่ายภาพด้วยกัน ผ้าไหมและเครื่องเงินมันช่างเข้ากับหนุ่มผมยาวไว้เคราคนนี้อย่างประหลาด เขาดูหล่อเหลาน่ามองจนไม่อยากจะละสายตา

มาร์คเองก็โอบเอวของเธอไม่ยอมห่าง สายตาของเขาหวานเชื่อมบอกถึงความรู้สึกภายในชัดเจนเสียจนเธอต้องเอียงเข้าไปกระซิบเบาๆ

“มาร์ค คุณกำลังทำให้ฉันเขินจะตายอยู่แล้ว หยุดมองฉันด้วยสายตาอย่างนั้นเดี๋ยวนี้” หญิงสาวกระซิบเสียงดุแต่ริมฝีปากยิ้มสวย

“ผมทำไม่ได้อ่ะ ชาลี วันนี้คุณสวยเสียจนผมไม่เป็นตัวของตัวเองแล้ว อยากให้ทำพิธีเสร็จเร็วๆ จัง จะได้เข้าหอกันเสียที” เขาก้มลงมากระซิบตอบเธอ ปลายจมูกโด่งแทบจะสัมผัสแก้มนวล

“ถ้าอย่างนั้นคุณคงต้องรีบรวบรวมสติกลับมาแล้วล่ะ เพราะจะยังไม่มีการส่งตัวจนกว่าจะสามทุ่มเก้านาทีตามฤกษ์” ชลิดาพูดแล้วก็หันไปยิ้มให้กับโคลอี้ที่ควงโพรดิวเซอร์คนใหม่มาเฉิดฉายในงาน เธอยังคงสถานภาพที่ดีในกองถ่ายนี้ไว้ได้

“โอ้โห ค่ำเลยเหรอ ผมต้องตายแน่ๆ”

“ทำตัวให้ยุ่งเข้าไว้หนุ่มผมยาว อย่ามัวแต่คิดถึงเรื่องนั้น” หญิงสาวลากเขาไปที่ตรงทางเดินในสวน ริมทางเดินโรยกรวดยาวเหยียดเป็นตั่งเตี้ยๆ ตั้งวางอาหารที่จัดแบบกาดหมั้ว มีแม่ค้าเจ้าอร่อยจากตลาดจริงๆ มานั่งบริการให้แขกในงานตามรายทางเดินคล้ายๆ กับการขายของในตลาด อาหารนั้นมีทั้ง น้ำเงี้ยว ข้าวซอย แกงฮังเล น้ำพริกอ่อง ลาบหมู และออเดิร์ฟพื้นเมือง อย่างไส้อั่ว และแคบหมู แน่นอนว่าต้องมีบาร์ยาดองไทยที่ขาดไม่ได้ เพราะฝรั่งทั้งกองถ่ายเรียกร้องมา และคราวนี้ชลดาจัดบาร์เหล้ายาดองไว้ถึงสองสามแห่ง เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของแขกฝรั่ง

แม่ชลดาเป็นผู้ใหญ่ผูกข้อมือให้คู่บ่าว-สาว ท่ามกลางเสียงอวยพรเสียงตะโกนเย้าแหย่และเสียงหัวเราะของเพื่อนฝูงและคนกองถ่าย ผู้กำกับไรลีส์ไม่ยอมปล่อยโอกาสนี้ให้ผ่านไปเฉยๆ เขาปรับบทภาพยนตร์ใหม่เติมฉากการแต่งงานแบบพื้นเมืองที่งดงามนี้เข้าไปในเรื่องด้วย ตากล้องกองถ่ายหนังแบ่งทีมบันทึกภาพทั้งภาพนิ่งภาพเคลื่อนไหวออกเป็นสองสามทีมเพื่อตามเก็บภาพบ่าวสาวและบรรยากาศทั้งหมด ส่วนหนึ่งจะไปอยู่ในภาพยนตร์เรื่องที่มาถ่ายทำนี้แน่นอน เพียงแต่ในหนังนั้นนางเอกจะกลายเป็นโคลอี้




ในที่สุดฤกษ์ส่งตัวเข้าหอก็ผ่านพ้นไปอย่างราบรื่น มาร์คดึงร่างของชลิดาเข้าสู่อ้อมกอดแข็งแรงทันทีที่บานประตูห้องปิดลง

“นี่...” หญิงสาวยังไม่อาจพูดให้จบประโยค หนุ่มผมยาวก็บดริมฝีปากประกบเรียวปากอิ่มของเธอเข้าเสียแล้ว

เขาจูบเธออย่างดูดดื่มแน่นหนัก ลิ้นร้อนนั้นเบียดกระหวัดรัดไล้ไปกับลิ้นของเธอเหมือนพญางูบิดร่าง มันทำให้ความรู้สึกของหญิงสาวกระเจิดกระเจิงลอยคว้าง จนยืนแทบไม่อยู่ ต้องโอบแขนรัดรอบคอเขาเอาไว้ ถ้ามาร์คไม่ถอนริมฝีปากออกเธอคงขาดใจตายอยู่ในอ้อมกอดของเขา

“จะรีบร้อนไปไหนคะ ยังไงคืนนี้ชาลีคงไม่รอดเงื้อมมือคุณอยู่แล้ว” หญิงสาววางนิ้วลงตรงริมฝีปากซุกซนของเขา ก่อนที่ชายหนุ่มจะเริ่มยกสอง
มาร์คจับมือเธอไว้แล้วพรมจูบลงบนมือของหญิงสาวอย่างทนุถนอม “ผมยอมรับว่าอดใจไม่ได้จริงๆ ภาวนาให้เสร็จงานเร็วๆ ตั้งแต่หัวค่ำแล้ว รู้ตัวไหมชาลี วันนี้คุณสวยมากๆ”

“อดเปรี้ยวไว้กินหวานนะคะ ขอชาลีไปอาบน้ำให้สดชื่นก่อน” เธอขยับตัวออกจากอ้อมกอดของเขา ตอนที่ยังมีโอกาส

หนุ่มผมยาวยังเดินเกาะเอวคอดของเธอตามมาไม่ห่างจนกระทั่งเข้ามาในห้องน้ำ “ผมอาบด้วยคนสิ”

หญิงสาวหันมาทำตาดุใส่เขา “สัญญาก่อนว่าเราจะไม่มีอะไรในคืนแรกในห้องน้ำ”

หนุ่มผมยาวหัวเราะชอบใจ “แน่นอนครับ คืนนี้ผมเตรียมเซอร์ไพร้ส์ไว้ให้ชาลีแล้ว” เขาช่วยเธอแกะกระดุมเสื้อและผ้าซิ่นไหมอย่างเบามือ หญิงสาวรู้สึกได้ถึงความนุ่มนวลเอาใจใส่ของผู้ชายตรงหน้า

“เซอร์ไพร้ส์อะไรหรือคะ” หญิงสาวเลิกคิ้ว

“ถ้าบอกก็ไม่สนุกน่ะสิ” คราวนี้เขาจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเองจนเปิดเปลือยร่างสูงใหญ่แข็งแกร่ง

“ชาลีว่าเรารีบอาบน้ำกันดีกว่า” เธอรีบหันไปเปิดฝักบัวเมื่อเห็นแก่นกลางกายของอีกฝ่าย หญิงสาวเลือกใช้ฝักบัวแทนการนอนแช่น้ำอุ่น ดูท่าไม่น่าไว้ใจว่ามาร์คจะอดใจได้จนถึงเวลาเซอร์ไพร้ส์

ชายหนุ่มบีบสบู่เหลวมาช่วยถูหลังให้เธอ แน่ล่ะว่าเขาถูกเลยมาจนถึงด้านหน้าด้วย ปลายนิ้วของชายหนุ่มที่ถูไถอยู่กับเกสรด้านล่าง และริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาที่ลากไล้ไปตามโนมเนื้อของเธอทำให้หญิงสาวสะท้านเฮือกขึ้นมา

“เกเร” เธอผลักเขาออกห่างแล้วจัดการอาบน้ำให้ตัวเองเร็วๆ

มาร์คไม่ว่าอะไร เขายืนพิงผนังห้องน้ำจ้องมองเรือนร่างของเธออย่างหลงใหล อาวุธกลางกายของเขาขยายตัวขึ้นมาอีกแล้ว เมื่อชลิดาหนีเขาออกไปนอกห้องน้ำ ชายหนุ่มล้างตัวลวกๆ แล้วรีบตามออกไป

“อย่าใส่เสื้อเลยนะ คุณสวยกว่าเวลาไม่มีอะไรติดตัว” เขาช้อนร่างบอบบางอุ้มเธอจนตัวลอยไว้ด้วยสองแขน

“โอ๊ะ!” หญิงสาวร้องอุทานด้วยความตกใจเมื่อร่างของเธอลอยเข้ามาอยู่ในวงแขนของเขา หญิงสาวใช้สองแขนโอบคอเขาไว้ “เล่นอะไรเนี่ย”

“ผมจะพาไปดูเซอร์ไพร้ส์ไง” มาร์คอุ้มเธอออกไปตรงประตูระเบียงเรือนหอของพวกเขา และพยักหน้าให้เธอช่วยเปิดหมุนลูกบิดประตูให้

“ช่วยหลับตาลงก่อนนะครับ”

เมื่อชลิดาหลับตาแล้วเอนศีรษะลงซบที่อกกว้างของเขา มาร์คพาเธอก้าวออกไปสู่อากาศเย็นฉ่ำของราตรีกาล สิ่งแรกที่เธอรู้สึกก็คือความฉ่ำเย็นของอากาศ และอีกอย่างที่ทำให้เธอต้องสูดลมหายใจลึกๆ อีกครั้งก็คือกลิ่นกุหลาบ

“กุหลาบนี่” หญิงสาวกระซิบเบาๆ ด้วยความแปลกใจ

มาร์ควางเธอลง เขาจับสองไหล่ของเธอประคองให้หันหน้าออกสู่ระเบียงกว้าง ชายหนุ่มกระซิบเบาๆ ที่หูของเธอ

“ลืมตาได้แล้วครับ”

ชลิดาค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ภาพตรงหน้าทำให้หญิงสาวต้องกะพริบตาหลายครั้งเพราะไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังอยู่ในสรวงสวรรค์หรืออย่างไร

ระเบียงไม้สักขนาดกว้างพอๆ กับห้องนอนที่เคยโล่งว่าง บัดนี้มันถูกดัดแปลงโฉมเสียใหม่จนชลิดาแทบจะจำไม่ได้ แผงไม้ระแนงถูกสร้างเป็นซุ่มขึ้นมาสองด้านแล้วประสานเป็นหลังคาโปร่ง ลักษณะคล้ายอุโมงค์ เชิงเทียนเล็กๆ ให้แสงสว่างวอมแวมเป็นจุดเล็กๆ อยู่ตามพื้นและช่องชั้นโดยรอบ

แต่ที่ทำให้ตื่นตาตื่นใจสุดๆ ก็คือตามผนังระแนงนั้นดาษดื่นดกหนาไปด้วยดอกกุหลาบนานาพันธุ์หลากสีสัน บ้างห้อยระย้าอยู่บนซุ้มด้านบนอุโมงค์ บ้างเลื้อยทอดดอกสวยหวานไปตามผนังระแนง บ้างยืนต้นออกดอกพราวอยู่ในกระถาง แข่งกันทักทายชลิดาด้วยกลีบดอกหลากสีสวยและกลิ่นหอมหวานฟุ้งระรื่นไปในอณูอากาศฉ่ำเย็น

“โอ... มาร์ค” หญิงสาวได้ยินเสียงตัวเองละเมอออกมา

“ชอบไหมครับ”

“โอ... คุณทำได้ยังไงเนี่ย” เธอแปลกใจจริงๆ เพราะไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นตรงหน้าเป็นความจริงหรือความฝัน

“คุณต้องเชื่อในมนต์ขลังของคนทำหนัง” เขายิ้มกว้าง

ชายหนุ่มนึกขอบใจพวกเพื่อนๆ ในแผนกฉากที่เนรมิตสถานที่นี้ให้เป็นอุโมงค์ดอกกุหลาบมอบเป็นของขวัญวันแต่งงานให้กับพวกเขา ชายหนุ่มจูงมือเธอเดินเข้าไปนั่งลงที่ตั่งหวายขนาดใหญ่ซึ่งปูลาดด้วยฟูกหนา แน่นอนว่าที่นอนของบ่าว-สาวนั้นย่อมโรยด้วยกลีบกุหลาบ

ชลิดานอนหนุนแขนของเขา กวาดตามองเพดานอุโมงค์กุหลาบที่กำลังออกดอกพราว ไกลออกไปคือหมู่ดาวเต็มฟ้าบนผ้ากำมะหยี่สีดำของจักรวาล

“มาร์ค ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ากุหลาบจะส่งกลิ่นหอมหวานในตอนกลางคืนด้วย” เธอสูดลมหายใจลึกๆ เพื่อเก็บความหอมระรื่นในอากาศฉ่ำชื่นรอบตัว

“กุหลาบบางพันธุ์อย่างไอเฟล ทาวเวอร์ จะหอมกลางคืน” เขาชี้ไปที่กลุ่มดอกกุหลาบสีชมพูอ่อนที่ขึ้นอยู่ไม่ไกล

“มาร์คคุณทำให้ฉันทึ่งนะ” เธอมองเขาด้วยความชื่นชม ไม่เคยคิดว่าหนุ่มผมยาวจะโรแมนติกอย่างนี้

“ผมมีอะไรอีกหลายอย่างที่คุณยังไม่รู้นะ” มาร์คพลิกตัวมานอนคร่อมเธอไว้

ดวงดาววาววับและพวงกุหลาบที่เห็นเมื่อครู่ถูกบดบังด้วยใบหน้าคมสันของหนุ่มผมยาวสีทอง ดวงตาของเขาวาววับเช่นเดียวกับดวงดาว “แต่อย่างแรกที่ผมอยากให้คุณรู้ก็คือ... ผมรักคุณ ชาลี”

ชลิดาหลับตาลงเมื่อเขาประทับริมฝีปากอุ่นลงมา ริมฝีปากของเธอเผยอรับด้วยความรัก สัมผัสได้ถึงลิ้นร้อนที่เคลื่อนเข้ามาเกาะกระหวัดกับลิ้นของเธอ อย่างเนิบช้าอ่อนหวานเหมือนจะบอกถึงความรู้สึกภายในหัวใจของชายหนุ่มว่าเขารักเธออย่างไร

นอกจากความหวานหวามที่แล่นปราดไปทั่วร่าง ชลิดารับรู้ถึงความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจที่แผ่ซ่านโอบล้อมชีวิตของเธอดั่งคำสัญญาว่าจากนี้เธอจะมีเขาดูแลและเดินเคียงข้างไปด้วยกันเสมอตราบลมหายใจสุดท้าย

มาร์ควางฝ่ามืออุ่นของเขาลงบนมือเย็นเฉียบของเธอ ร่างของเขาอุ่นน่าซุกและกลิ่นกายก็หอมอย่างที่ชลิดาบอกไม่ถูก มันเป็นกลิ่นของผู้ชายไม่ใช่อาฟเตอร์เชฟหรือน้ำหอม เป็นกลิ่นที่ทำให้เธอรู้สึกสงบสุข ชายหนุ่มพรมจูบไปทั่ว ทั้งริมฝีปาก คิ้วคาง ละเลื่อยลงไปที่ลำคอระหงของเธอ ทุกสัมผัสเรียกลมหายใจของหญิงสาวให้ถี่กระชั้นขึ้น

เซ็นเซอร์ค่ะ ^^

จบบริบูรณ์
9/11/59
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 09, 2016, 08:39:03 PM โดย lung_tom »