ผู้เขียน หัวข้อ: กรรมสิทธิ์หัวใจ บทที่ 1  (อ่าน 51 ครั้ง)

PEA555

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 49
    • ดูรายละเอียด
กรรมสิทธิ์หัวใจ บทที่ 1
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2017, 05:54:55 PM »
บทที่ ๑
“ผลสอบแคลคูลัสออกรึยังวะ” วาทินหันไปมอง ชูชัยเพื่อนนักศึกษาที่ตั้งคำถามขณะที่ทั้งสองคนกำลังเดินออกมาจากห้องเรียน
“ได้ยินว่าออกแล้วนะ”

“งวดนี้เอ็งจะท็อปอีกรึเปล่า”

วาทินอมยิ้มไม่ได้พูดอะไรจนทำให้คนถามอดหมั่นไส้ไม่ได้จนต้องสัพยอก “คนอะไรวะ ทั้งหล่อทั้งเรียนเก่ง”

ชายหนุ่มหัวเราะออกมานิดหนึ่งขำกับคำชมแกมประชดของเพื่อน เขาไม่ได้ภาคภูมิใจในคุณสมบัติเรื่องความหน้าตาดี แต่ภูมิใจความสามารถในการเรียนมากกว่า

“ข้าต้องลุ้นอีกแล้วสิวะ...” ชูชัยยังไม่หยุดบ่น

“เอ็งจะลุ้นอะไร” ชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่าหน้าตาดีหันมาถามเพื่อนสนิท เขาอยากทำให้อีกฝ่ายสบายใจขึ้น

“ก็ลุ้นว่าจะผ่านรึเปล่าน่ะสิ เราไปดูผลกันก่อนเถอะ กินข้าวไม่ลงว่ะ”

วาทินเดินนำไปที่จอดรถจักรยานยนต์และส่งหมวกกันน็อคให้เพื่อนก่อนที่จะสวมของตนเอง เขาขี่จักรยานยนต์กลางเก่ากลางใหม่พาชูชัยไปยังสถานที่ติดประกาสผลการสอบวิชาแคลคูลัส

สองหนุ่มตรวจสอบคะแนนสอบของตัวเองและมีสีหน้าแตกต่างกันออกไปตามคะแนนที่ได้ ชูชัยมีสีหน้าเบื่อๆเซ็งๆ แต่ก็โล่งใจที่คะแนนของเขาไม่ได้ต่ำจนรับไม่ได้ ส่วนวาทินก็ยิ้มน้อยๆเมื่อมองเห็นผลคะแนนของตนเอง

“เอ็งเก่งว่ะได้ตั้งยี่สิบเก้าเต็มสามสิบ ท็อปหรือเปล่าวะ” ชูชัยเอ่ยชมเพื่อน คะแนนของเขาได้น้อยกว่าวาทินถึงสิบคะแนน ความจริงแล้วถ้าหากเขาเปรียบเทียบถึงความตั้งใจในการเรียนของตนเองกับวาทิน เขาจะเข้าใจเองว่าวาทินไม่ได้เก่งกว่าเพียงแค่มีความตั้งใจเรียนมากกว่าเท่านั้นเอง

วาทินก็อยากรู้เหมือนกันว่าตนเองได้คะแนนมากที่สุดหรือไม่ ชายหนุ่มกวาดสายตาไปยังผลสอบอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้มองหาชื่อของตัวเอง แต่มองหาผลคะแนนที่มากกว่ายี่สิบเก้า และแล้วเขาก็มองเห็นผลคะแนนของนักศึกษาคนหนึ่งที่ได้สามสิบเต็ม เจ้าของคะแนนชื่อว่านางสาวอรอุมา ฉัตรพงษ์

แน่นอนว่านักศึกษาที่ชื่ออรอุมาคือผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดในวิชานี้ เพราะเธอได้คะแนนเต็ม เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้หญิงจะเก่งวิชาคำนวณ หนุ่มหล่อรู้สึกเสียหน้านิดๆที่แพ้ผู้หญิง และนั่นยิ่งทำให้เขาพาลคิดไปว่าผู้หญิงคนนี้คงจะมีบุคคลิกที่ไม่โดดเด่น ไม่น่าสนใจต่อเพศตรงข้าม เช่นมีรูปร่างท้วม ส่วนสูงน้อย ผิวคล้ำ และแขนขาใหญ่เทอะทะ เหมือนที่พวกรุ่นพี่บางคนเคยค่อนแคะว่า “อ้วน เตี้ย ดำ ล่ำบึก”

“มีคนได้คะแนนเต็ม เป็นผู้หญิงด้วยว่ะ” วาทินบอกกับเพื่อน

“สงสัยเป็นพวกเด็กเรียนใส่แว่นหนาเตอะ” ชูชัยออกความเห็น

“ข้าว่ายัยอรอุมาน่าจะอ้วน เตี้ย ดำ ล่ำบึก มากกว่า” หนุ่มหล่อพูดพลางหัวเราะด้วยความขบขัน

ขณะที่ชายหนุ่มกำลังวิจารณ์ถึงรูปลักษณ์ของหญิงสาวนามว่าอรอุมา ฉัตรพงษ์ สายตาของเขาก็มองเห็นหญิงสาวคนหนึ่ง เดินเข้ามาดูคะแนนสอบ เธอมีลักษณะที่ตรงกันข้ามกับที่เขาจินตนาการถึงผู้หญิงที่ชื่ออรอุมาโดยสิ้นเชิง หญิงสาวที่มาใหม่มีรูปร่างสูงระหง ใบหน้าสวยหวานและผิวขาวผ่อง เจ้าหล่อนหันมามองหน้าเขาเมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายของชายหนุ่ม

เธอละความสนใจจากเขาและกวาดสายตามองผลคะแนนและยิ้มน้อยๆเมื่อพบชื่อที่ตัวเองกำลังมองหา วาทินเผลอมองหน้าของเจ้าหล่อนแบบไม่ละสายตาจนหญิงสาวหันหน้ามามอง

“เจอชื่อรึยังครับ ให้ผมช่วยหาไหมครับ” วาทินเอ่ยขึ้นมาแก้เขิน

“ไม่เป็นไรค่ะ” เสียงหวานๆตอบกลับมา หญิงสาวมีท่าทีสบายๆแต่ดูเฉยเมยไม่สนใจชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆ

วาทินไม่สนใจกับท่าทีของหญิงสาว เขาเดินหน้าทำความรู้จักกับเธอต่อ คะแนนสอบรองท็อปทำให้ชายหนุ่มมีความมั่นใจในตัวเองมากกว่าที่เคยเป็น บวกกับความสวยของหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าดึงดูดความสนใจของเขา

“ผมเต็มใจ คุณชื่ออะไรครับ”

“ฉันกำลังหาชื่อชาติชายค่ะ จะดูผลสอบให้แฟน” สาวสวยยิ้มนิดๆก่อนตอบเขา

วาทินชะงักไปนิดหนึ่ง รู้สึกผิดหวังที่สาวสวยผู้นี้มีเจ้าของหัวใจแล้ว แต่เขาก็ช่วยกวาดสายตามองหาชื่อ “ชาติชาย” เมื่อเจอชื่อเขาก็พบว่านายชาติชาย ชาตรี ได้คะแนนแค่สิบ น้อยกว่าชูชัยเพื่อนของเขาเสียอีก

วาทินลอบมองหน้าหญิงสาวและพบว่าเธอถอนหายใจเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าแฟนตนเองได้คะแนนแค่สิบ “คุณน่าจะหาแฟนที่...เรียนเก่งกว่านี้นะครับ” เขาพูดติดตลก อยากเสนอตัวเองมาแทนนายชาติชายจริงๆ

“ขอบคุณที่แนะนำค่ะ”

“แล้วคุณชื่ออะไรครับ ผมจะได้ช่วยหา” วาทินอาสา เขาอยากรู้จักเธอมากกว่านี้

“ฉันรู้คะแนนตัวเองแล้วค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ” เธอบอกเขา แต่ก่อนที่หญิงสาวจะเดินออกไปนักศึกษาชายหญิงก็เดินเข้ามาสมทบและสอบถามคะแนนจากเพื่อนคนสวย
“ชั้นกับยัยนีย์สอบผ่านรึเปล่า” น้ำเสียงห้าวของนักศึกษาหนุ่มที่พยายามดัดให้เล็กบ่งบอกถึงบุคคลิกภาพของเจ้าของเสียงว่าจิตใจไม่ได้เป็นชายเต็มร้อย

“นายได้สิบคะแนน” นักศึกษาสาวคนสวยบอกเพื่อเสียงอ่อย เหมือนไม่อยากให้วาทินกับเพื่อนได้ยิน

“ชาติชายแกสอบตกนะ แล้วฉันล่ะ” หญิงสาวที่มาด้วยกันถามถึงคะแนนตัวเองบ้าง

“นีย์ได้ยี่สิบคะแนน” หญิงสาวบอกเสียงเบา เรื่องโกหกที่อ้างว่าชาติชายเป็นแฟนตนเองถูกเปิดเผยออกมา เธอหันไปมองหน้าวาทินและเห็นเขายิ้มออกมาอย่างดีใจ
“แล้วหล่อนล่ะ อรอุมา ฉัตรพงษ์ ได้คะแนนเท่าไร” ชาติชายจีบปากจีบคอถามเพื่อนสาว

“สามสิบ” หญิงสาวนามว่าอรอุมาพูดออกมาพร้อมกับทำตาดุกับเพื่อนที่เอ่ยทั้งชื่อและนามสกุลของเธอ อรอุมาหันไปมองวาทินและพบว่าเขาทำหน้าตกใจที่ได้รู้จักชื่อของเธอ สาวสวยจึงมองค้อนชายหนุ่มที่บังอาจมากล่าวหาว่าเธอเป็นผู้หญิงอ้วน เตี้ย ดำ ล่ำบึก

“ผมขอโทษนะครับคุณอรอุมา ที่ว่าคุณ...เอ่อ...ไม่สวย” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมา

“ไม่เป็นไรค่ะ” เธอพูดเสียงเรียบ

“ผมขอไถ่โทษด้วยการเลี้ยงข้าวกลางวันคุณได้ไหมครับ”

“ขอโทษค่ะฉันกินข้าวมาแล้ว” เธอปฏิเสธอย่างนุ่มนวล

“แล้วเจอกันในชั้นเรียนนะครับ” วาทินยิ้มหวานให้หญิงสาวแต่เธอทำสีหน้าเรียบเฉยตอบกลับเขาก่อนที่จะพาเพื่อนทั้งสองเดินจากไป หนุ่มหล่อมองตามหลังเจ้าของร่างระหงไปจนเธอลับสายตา ชายหนุ่มมาดหมายว่าจะต้องจีบหญิงสาวผู้นี้มาเป็นแฟนให้ได้

“ข้าชอบผู้หญิงคนนี้ว่ะ” เขาบอกกับชูชัย

“ก็เหมาะกับเอ็งนะ หน้าตาดีเหมือนกัน แถมเรียนเก่งพอๆกัน” ชูชัยตอบเพื่อนและนั่นทำให้วาทินมีความสุขไปทั้งวัน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 16, 2017, 05:26:12 PM โดย PEA555 »

buddy

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 260
    • ดูรายละเอียด
Re: กรรมสิทธิ์หัวใจ บทที่ 1
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2017, 11:31:17 PM »
สู้เขานะวาทิน นายชัดเจนมาก อิอิ  ;D

มิกกี้เมาท์

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 9
    • ดูรายละเอียด
Re: กรรมสิทธิ์หัวใจ บทที่ 1
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 12, 2017, 08:18:30 PM »
วาทิน นายนี่ใช่เล่นนะ

PEA555

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 49
    • ดูรายละเอียด
Re: กรรมสิทธิ์หัวใจ บทที่ 1
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มีนาคม 04, 2017, 10:44:08 AM »
ต่อบทที่ 1 ครับ

อรอุมาก้าวลงจากรถโดยสารประจำทางและเดินเข้าไปในซอยเพื่อกลับบ้าน วันนี้มีเรื่องที่น่ายินดีเกิดขึ้นกับเธอถึงสองเรื่อง แน่นอนเรื่องแรกคือการได้คะแนนเต็มวิชาแคลคูลัส ส่วนเรื่องที่สองคือการได้งานนอกเวลาเป็นพนักงานขายหนังสือในห้างสรรพสินค้าใกล้ๆมหาวิทยาลัย เธอคาดหวังว่าพ่อกับแม่คงยินดีและภาคภูมิใจกับเธอ

อรอุมาไขกุญแจเปิดประตูรั้วและเดินเข้าไปในบริเวณบ้าน เธอมองดูบ้านสองชั้นหลังเล็กเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ก่อนหน้านั้นหญิงสาวจำได้เลาๆว่าตนเองเติบโตมาในบ้านหลังใหญ่ที่มีบริเวณกว้างขวาง พรั่งพร้อมด้วยคนรับใช้มากมาย แต่นั่นมันก็นานมากจนจำเรื่องราวต่างๆไม่ได้ เธอไม่รู้ว่าอะไรคือเหตุผลที่ต้องมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ เคยได้ถามแม่ แต่ท่านก็ไม่ได้รับคำตอบอะไรนอกจากการเงียบ พอถามพ่อก็กลับถูกถามกลับว่าไม่มีความสุขหรืออย่างไรที่ต้องอยู่ในบ้านหลังนี้ อรอุมาจึงเลิกถามไปโดยปริยาย
อรอุมาเคยตั้งเป้าหมายในใจเอาไว้ว่า ในสักวันหนึ่งเธอจะต้องทำให้พ่อแม่และน้องได้กลับไปอยุ่บ้านหลังใหญ่และมีความสุขสบายไม่ต้องทำงานหนักเหมือนทุกวันนี้

“อรกลับมาแล้วเหรอลูก” เสียงสตรีสูงวัยกว่าเอ่ยถามพร้อมๆกับที่โผล่หน้าออกมาจากในครัว

“ค่ะแม่...เย็นนี้ทำอะไรกินคะ กลิ่นหอมเชียว” อรอุมาเดินเข้าไปหาแม่ที่ในครัว

“แกงจืดกับหมูทอด...ของโปรดของเรากับพ่อ” ท้ายประโยคจรรยาพูดพร้อมกับยิ้มน้อยๆ

อรอุมาพลอยยิ้มไปด้วย เธอมองเห็นสายใยแห่งความรักของผู้เป็นบิดามารดาจากสิ่งเล็กๆเสมอ ตามความรู้สึกของเธอ ท่านทั้งสองมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก แต่ความแตกต่างนั้นก็ไม่เป็นอุปสรรคและไม่ทำให้พ่อกับแม่คลายความรักต่อกันได้เลย พ่อให้เกียรติแม่เสมอทั้งต่อหน้าและลับหลัง และแม่ก็ไม่เคยตำหนิพ่อเลย ไม่ว่าท่านจะดื่มเหล้ามากมายแค่ไหน

“อรดูแกงจืดให้แม่หน่อย พอเดือดแล้วก็ปิดไฟเลย” เสียงของมารดาพาความคิดอรอุมากลับมาที่ห้องครัว เธอยิ้มรับคำมารดาและเงยหน้าไปมองน้องสาวในชุดนักเรียนมัธยมที่กำลังเดินเข้ามาในบ้าน ในมือของมารดาถือจานเปล่าสามใบพร้อมทั้งช้อนกับซ้อมจำนวนหนึ่ง

อรอุมามองตามหลังมารดากับอรจิราผู้เป็นน้องสาว เธอเห็นว่าทั้งสองกำลังนำอาหารที่อรจิราซื้อติดมือออกมาจัดใส่จาน ไม่ต้องมองก็เดาจากกลิ่นได้ว่ามันคือส้มตำปล้าร้าและยำหอยดอง หญิงสาวกั้นลมหายใจเพราะไม่ต้องการสูดกลิ่นอาหารที่ไม่พึงประสงค์ หญิงสาวรอจนแกงจืดเดือดก่อนที่จะปิดเตาและเดินเลี่ยงขึ้นไปห้องนอนชั้นสองปล่อยให้แม่และน้องสาวนั่งรับประทานอาหารกันสองคน อรอุมารู้สึกแปลกๆอย่างบอกไม่ถูก เหมือนมีม่านบางๆกั้นระหว่างเธอกับแม่และน้องสาว เธอคิดว่าบางครั้งตัวเองก็ไม่สามารถเข้าถึงคนทั้งสองได้ ซึ่งความรู้สึกแบบเดียวกันนี้ไม่เคยเกิดขึ้นระหว่างเธอกับพ่อเลย

อรอุมาคิดว่าเธอนั้นเป็น “ลูกพ่อ” ส่วนอรจิราผู้เป็นน้องสาวเป็นทั้ง “ลูกพ่อและลูกแม่” เพราะว่าอรจิรากับพ่อสนิทสนมกันในแบบที่เธอไม่สามารถทำได้ น้องสาวของเธอมักจะแสดงความรักโดยการสวมกอดและหอมแก้มพ่อกับแม่อยู่ตลอดเวลา ผิดกับอรอุมาที่ไม่เคยทำเช่นนี้เลย และสิ่งนี้แหละที่เป็นแรงผลักดันให้อรอุมาใส่ใจในการเรียนเพื่อที่พ่อกับแม่จะได้มองเห็นคุณค่าในตัวเธอ และอรอุมาก็สามารถประสบความสำเร็จในการเรียนเป็นอย่างดี

พอคิดถึงผลการสอบวิชาคณิตศาสตร์แคลคูลัส หญิงสาวก็อดระลึกถึงใบหน้าของชายหนุ่มที่ชื่อ “วาทิน” ไม่ได้ คิดแล้วก็หมั่นไส้ มาหาว่าเธออ้วนเตี้ยดำล่ำบึ๊ก ตัวเองหล่อมากนักหรือไง มองไปมองมาก็งั้นๆแหละ เจ้าชู้ประตูดิน จะมีดีหน่อยก็ตรงที่ตัวสูง ไหล่กว้างเท่านั้น เสียงกดกริ่งหน้าบ้านทำให้อรอุมาเดินไปชะโงกดูที่หน้าบ้าน จรรยากับอรจิรากำลังเดินไปที่ประตูเพื่อสนทนากับผู้มาเยือน เธอขมวดคิ้วนิดเล็กน้อยที่มองเห็นรถที่จอดอยู่หน้าบ้านว่าไม่ใช่ขององอาจ “ใครมานะ”

อรอุมามองเห็นมารดาจากหน้าต่างห้องนอนและคิดว่าน่าจะมีอะไรที่ไม่ปรกติเกิดขึ้นเนื่องจากจรรยามีท่าทางตกอกตกใจกับสิ่งที่ผู้มาเยือนนำมาบอก หญิงสาวจึงลงมาจากห้องนอนและไปสมทบกับมารดาและน้องสาว ชายวัยกลางคนผู้นำข่าวร้ายมาบอกชื่อสมคิด เป็นเพื่อนที่ทำงานและเป็นเพื่อนร่วมดื่มของบิดา เขาเคยมาที่บ้านบ่อยๆจนคุ้นเคยกับทุกคน สภาพของสมคิดตอนนี้เขามีสีหน้าแดงก่ำเพราะฤทธิ์สุราที่ดื่มเข้าไปแต่ก็ยังมีสติวานให้เพื่อนอีกคนขับรถมาให้

“ผมต้องขอตัวกลับก่อนนะ” สมคิดบอกกับภรรยาเพื่อน

“ขอบคุณที่มาบอกนะ” จรรยาตอบเพื่อสามีด้วยน้ำเสียงสั่น

อรอุมายืนมองเพื่อนพ่อที่กำลังเดินโซซัดโซเซกับไปที่รถและขึ้นไปนั่งข้างคนขับก่อนที่รถจะเคลื่อนออกไป “พ่อเป็นอะไรเหรอคะ” อรอุมาตั้งคำถามจากมารดา 

“พ่อ...เอ่อ พ่อ...หายใจไม่ออก แต่ไม่รู้เป็นอะไร...ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล....” จรรยาแจ้งข่าวร้ายกับลูกสาวคนโต

“แล้วเราจะทำยังไงกันดีคะแม่” อรจิราถามขึ้นมาอย่างร้อนรนบ้าง เธอเองก็ตื่นตะหนกไม่แพ้มารดา

“อรว่าเราไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วไปดูอาการคุณพ่อที่โรงพยาบาลกันเถอะค่ะ” อรอุมาควบคุมสติได้ดีกว่าทุกคน มารดาและน้องสาวพยักหน้าเห็นด้วยก่อนที่จะทำตามที่อรอุมาแนะนำ