ผู้เขียน หัวข้อ: สาปมายา 002 "ร้านภาพ"  (อ่าน 108 ครั้ง)

แก้วมังกร

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 5
    • ดูรายละเอียด
สาปมายา 002 "ร้านภาพ"
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2017, 07:14:42 PM »
ร้าน ภาพ
   สยมภูจอดรถลงชิดฟุตบาทเลยร้านภาพที่โทรให้แวะมารับรูปภรรยาที่เสียชีวิตไปหลายปีแล้วสั่งเอาไว้ เขาก็เพิ่งจะรู้ว่าเธอได้มาจ้างให้วาดรูปและนัดรับในวันนี้ หนุ่มใหญ่หันไปมองบุตรีคนเดียวที่นั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่อย่างไม่สนใจอะไร

“หนูจะลงไปกับพ่อไหมลูก”

ดวงตาโศกล้อมกรอบด้วยขนตายาวงอนแต้มปลายด้วยสีทองช้อนมอง ถึงดวงตาจะพิมพ์เดียวกับมารดาแต่ไม่ได้อ่อนหวานบาดใจอย่างมาลาลัยเลย ลูกสาวมีแววดุดันเอาแต่ใจราวกับแม่เสือสาวมากกว่า
เด็กสาวไม่ตอบ แต่ถอดสายช้าตมือถือกับรถออก ปลดสายเข็มขัดนิรภัยเปิดประตูลงไปรอก่อน  สยมภูถอนหายใจ ตั้งแต่เมื่อไรกันที่พ่อลูกไม่พูดจากัน หรือจริงๆ ลูกสาวที่ออดอ้อนอ่อนหวาน เริ่มไม่พูดกับพ่อ ถึงจะไม่ได้ทำตัวเกเรแต่ก็ห่างเหินอย่างชัดเจน เขาเป็นพ่อนะ ไม่ใช่คนแปลกหน้าในบ้านตัวเอง ความอึดอัดนั้นทำให้เขาไม่ค่อยอยู่บ้าน รอยแยกของความสัมพันธ์จึงห่างออกไปทุกที เขาไม่รู้จะจัดการกับมันอย่างไร หรือลูกสาวต้องการแม่ เพศเดียวกันที่เข้าใจพูดคุยกันได้ เขาเริ่มคิดถึงการแต่งงานใหม่อีกครั้ง เพื่อหาคู่คิดและแม่ให้แก่ทัดจันทร์

ทัดจันทร์เดินตามสยมภูเข้าร้านภาพ ชื่อแปลกดี ในร้านไม่ได้มีแต่ภาพ แต่เหมือนเป็นร้านขายของเก่าเสียมากกว่า ช่วงแรกของร้านเป็นตู้กระจกใส่ของชิ้นไม่ใหญ่นัก ช่วงสอง เป็นของชิ้นใหญ่เกินกว่าจะบรรจุในตู้ได้ และร้านก็แขวนภาพโชว์ ทั้งภาพเขียน ภาพปัก หลายหลาก อยู่ในกรอบแขวนประดับตามช่องว่างอย่างเหมาะเจาะ

ทัดจันท์หาจุดยืน ก่อนหมุนตัวไปรอบๆ คนจัดร้าน วางของให้สามารถมองเห็นจากทุกจุดที่ยืนจริงๆ ทัดจันทร์เล็งภาพมโนราห์ แล้วค่อยขยับเดิน เธอเห็นนางมโนราห์ร่ายรำจากกรอบนั้นสู่กรอบนี้ เพราะมัวแต่สนใจภาพเลยถอยชนอะไรที่สั่นไหว ใจหายวาบถ้าเธอเผลอชนอะไรในร้านนี้แตกเสียหายจะเอาอะไรไปชดใช้ให้ได้ อาศัยที่ช่วงนี้ต้องมีปฏิกิริยาตอบโต้เร็ว ทำให้หมุนตัวไปคว้ากอดเอาไว้ได้ทัน ก่อนจะค่อยๆ ปล่อยมือเมื่อแม่มโนราห์ยืนได้มั่นคงแล้ว
ประสบการณ์แรกที่มีทำให้การเลือกชมภาพต่อๆ มาของทัดจันทร์ระมัดระวังมากกว่าเดิม หากแต่เด็กสาวก็มักพลาด ชน สะดุด หรือเกือบจะย่ำลงบนอะไรที่ล้ำค่า เสียงหัวเราะหลุดออกมาเบาๆ เธอว่าร้านนี้ไม่ควรชื่อภาพ เปลี่ยนเป็นกับดักเสียดีกว่า ในเมื่อภาพล่อลวงเธอให้เข้าสู่จุดที่เกือบจะทำลายงานศิลป์เสียทุกครั้งไป

ทัดจันทร์หันไปมองรอบๆ ตัว เมื่อครั้งนี้ จากการตามภาพดอกไม้ เธอกลับก้าวเข้ามาสู่ส่วนลึกของร้าน ทึมทึบ ปราศจากแสงเหมือนอยู่ใต้ดินที่ใช้ปลูกต้นไม้อย่างนั้นเลยเชียว หากก้าวย้อนไป เธอจะได้เห็นการเติบโตของดอกไม้หรือไม่ เด็กสาวยืดตัวสูดลมหายใจเข้าลึก กำลังจะลองทฤษฏีที่ว่า ถ้าหางตาไม่สะดุดกับอะไรเข้าเสียก่อน

สันสกฤตชำเลืองมองโปรแกรมกล้องแคมในโทรศัพท์มือถือที่เอาไว้สอดส่องหน้าร้านเป็นระยะ หลังจากปล่อยให้สามีของลูกค้าชมภาพตามสบาย เด็กนักเรียนที่คุณพ่อปล่อยให้รอท่าทางจะซนไม่เบา เขาอมยิ้มกับการถอยมองภาพ เธอจะรู้ไหมว่าได้จ้องมองเขาอยู่ตลอดเวลา เกือบจะอุทานเมื่อเธอชนเอามโนราห์สัมฤทธิ์เข้า อากับกิริยาซนๆ ของเด็กสาวทำให้ยิ้มอย่างเอ็นดู ต้องติดตามดูว่าจะทำอะไรอีก รอยยิ้มนั้นเลือนหายเมื่อเธอเดินออกจากจอภาพไป นิ้วมือเรียวยาวอย่างมือศิลปินเลื่อนแตะหน้าจออย่างรวดเร็วเพื่อค้นหาว่าเด็กซนนั้นไปอยู่ที่ไหน ไม่มี...ไม่มีเลย... หรือว่า...
ขณะจะขอตัวไปตามดูเด็กซนที่เขากลัวว่าจะก่อเรื่องใหญ่ ลูกค้าก็หันมา หน่วยตาใหญ่คลอด้วยหยาดน้ำ แต่เจ้าตัวก็ขืนบังคับให้มันย้อนกลับไป

“ขอบคุณมาก” สยมภูกล่าวอย่างจริงใจ คนเขียนอาจจะขายภาพนี้ออกไปโดยไม่ต้องบอกเขาก็ได้ หญิงสาวในภาพ ก้มหน้ามองทารกในอ้อมกอดที่กำลังดื่มด่ำกับน้ำนมของมารดา ผ้าผืนบางคลุมพาดไหล่ลงมาปิดบังไม่ให้เห็นเด็กน้อยชัดนัก แม้ใบหน้าของผู้เป็นแม่นั้นก็เห็นเพียงหน้าผาก แนวคิ้วเน้นด้วยไฝแดงเจ้าเสน่ห์ ดวงตาที่พริ้มมองลูกน้อย แนวปากแต้มรอยยิ้มอ่อนโยน

“คุณมาลาลัยชำระภาพนี้เรียบร้อยแล้ว เธอต้องการภาพขนาดใหญ่ ผมปฏิเสธไปในตอนแรกเพราะรับงานเต็มมือตลอดเวลาสามปี ซึ่งเธอก็ใจดีให้เวลาผมเต็มที่” สันสกฤต ถอนหายใจเบาๆ “ผมเริ่มเขียนตอนที่ทราบข่าวว่าเธอเสียชีวิตแล้ว ผมต้องขอโทษด้วย”
ชายหนุ่มก้มศีรษะลงต่ำ เขาคงจะคืนเงินให้สามีของลูกค้าไปแล้ว ถ้าเขาไม่ได้เห็นเด็กน้อยที่ยืนเหงาเดียวดายในงานศพของมาลาลัย เธอคงอยากให้ลูกมีภาพร่วมระหว่างแม่ลูก

“ไม่ต้องขอโทษผมหรอกครับ ขอบคุณที่วาดภาพนี้” สยมภูหันมายิ้ม ก่อนหันไปมองภาพที่ใหญ่เป็นเท่าครึ่งของตัวคน “คุณอาจจะคิดว่านี่เป็นภาพของมาลาลัย เขายิ้มกว้างขึ้นอีก ชี้ไปที่ผ้าที่บดบังตัวทารก “นี่ต่างหากคือมาลาลัย เธอกำหนดวันรับภาพเป็นวันนี้ เพราะเธอต้องการภาพไปให้คุณแม่ของเธอต่างหาก”

สันสกฤตเบิกตากว้าง เขาไม่คิดว่านี่จะเป็นภาพมารดาและตัวมาลาลัย ในเมื่อแบบที่เอามาวาดนั้น เขาว่าเหมือนลูกค้าเขาราวกับพิมพ์เดียว

“มาลาลัยเหมือนกับคุณแม่มาก เพียงแต่คุณแม่มีไฝแดงที่ตรงนี้” เขาชี้ที่ปลายคิ้ว ตำหนิที่ลูกค้าบอกเพิ่มเข้ามา “มาลาลัยไม่ได้เจาะหู นี่เป็นต่างหูคู่โปรดของคุณแม่” เขาชี้ไปที่ติ่งหูของหญิงสาวในรูปที่สวมต่างหูเพชรซีกลายดอกจอกแบบโบราณ

“ภาพใหญ่ขนาดนี้ผมคงจะรับเอาไปด้วยไม่ได้ ยังไงช่วยจัดส่งให้ได้ไหมครับ ผมจะรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายเอง”

“ครับ” สันสกฤตหันมาสนใจเรื่องรายรับรายจ่ายแทน ทิ้งความกังวลว่าจะเกิดเรื่องยุ่งๆ ไป
มันคงไม่เกิดอะไรขึ้นหรอกน่า เขาคิดในแง่ดีเอาไว้ก่อน

แต่ เรื่องร้ายๆ มันเกิดขึ้นง่ายกว่าเรื่องดีๆ ลืมไปหรือไง


ทัดจันทร์เมียงมองดูสิ่งที่กระตุ้นความสนใจของเธอ ประกายวาววับเมื่อกี้คืออะไร มันใช่สิ่งนี้แน่หรือ เด็กสาวขมวดคิ้วมอง ไม้ที่ต่อเป็นโครงกล่องลูกบาศก์ขนาดเมตรครึ่งคูณเมตรครึ่ง ใหญ่ขนาดนี้ แต่เธอไม่ได้สะดุดตาเลย ตรงกลางแขวนผ้าเก่าๆ ไว้ผืนหนึ่งทิ้งตัวลงเกือบถึงพื้น เด็กสาวพยักหน้ากับตัวเอง มันอาจจะเป็นราวตากผ้าเช็ดพื้นก็ได้

แต่ ผ้าอะไรถึงมีประกายวาววับ

ทัดจันทร์กดปุ่มเครื่องมือไฟฉายในมือถือเพื่อส่องผ้าขาวมอๆ นั่นให้ชัด เนื้อผ้าด้ายดิบหยาบๆ ปักลายเลือนราง ทัดจันทร์พยักหน้ากับตัวเอง ว่านั่นคงเป็นภาพปักโบราณแน่ๆ กรอบทำด้วยผ้าเนื้อดี เนื้อผ้าใหม่เพิ่งเย็บเนารอบๆ เธอเคยเห็นการปักผ้าแบบนี้มาบ้างเลยพอจะเข้าใจ ละความสนใจจากองค์ประกอบส่วนนอกมาสนใจว่ามันคือภาพอะไร ด้วยความกลัวว่าจะทำให้ภาพเสียหายเธอจึงไล่มือไปตามรอยที่เห็นจางๆ คิ้วขมวดอย่างสงสัย ไม่ใช่การวาด แต่เป็นงานปัก ไม่ใช่ด้ายแต่เป็นอะไรสักอย่าง เด็กสาวเอียงคอมองอย่างฉงน ภาพไม่ว่าจะปักหรือวาดต้องเน้นสีให้แตกต่างจากพื้นเพื่อให้เห็นชัดเจนแต่นี่อะไร เธอแทบมองไม่ออกว่าภาพอะไร นิ้วที่ลอยเหนือลายปักสะดุดกับอะไรสักอย่างที่ทิ่มออกมาจากภาพ

ทัดจันทร์กระตุกมือกลับ เอาไฟส่องเห็นหยดเลือดผุดขึ้นมา

“อี๋จะต้องไปฉีดยากันบาดทะยักไหมนี่” เด็กสาวร้องออกมา ภาพเก่าขนาดนี้อมฝุ่นมากี่ร้อยปีแล้วก็ไม่รู้ รีบคัดเลือดออก ล้วงกระเป๋าหยิบปลาสเตอร์ที่ต้องมีประจำฉีกออกพันนิ้วเอาไว้

“ทัด น้องทัด”

“ค่า”

ทัดจันทร์ส่องไฟฉายไปที่ผ้าผืนนั้นอีกครั้ง แปลกที่คราวนี้เธอพอจะมองออกว่ามีมังกรบนผ้าผืนนั้น กำลังจะก้าวเข้าไปมองใกล้ๆ เสียงบิดาก็เรียกเร่งมา

“มาดูอะไรนี่เร็วน้องทัด หนูว่าคุณยายจะชอบไหม”

“ค่า ค่า”

ทัดจันทร์สะบัดหน้าใส่ ผ้าเก่าๆ ลายแปลกๆ ช่างมันเถอะ ก็แค่ของเก่าๆ ผ้าเก่าเกินกว่าจะเอาไปทำผ้าขี้ริ้วเสียด้วยซ้ำไป
ลายมังกรชัดขึ้นราวกับจะเหินบินตามเด็กสาวอวดดีนั้นไป


แค่ยืนมองหน้าภาพไม่นานเด็กสาวก็ร้องออกมาอย่างตื่นเต้น
“คุณยายนี่คะ”

“ใช่ลูก ของขวัญวันเกิดของคุณยาย จากคุณแม่” สยมภูกอดไหล่ลูกสาวเอาไว้ ทัดจันทร์อิงศีรษะแนบอ้อมแขนบิดาเงยหน้ามองภาพอบอุ่นนั้นด้วยกัน

“แม่กับคุณยาย” เสียงใสๆ เอ่ยเสียงอ่อนโยน เธอมีรูปคล้ายๆ แบบนี้ที่บ้าน แม่กับเธอ ใครสักคนถ่ายรูปที่แม่ให้นมเธอครั้งแรกเอาไว้ แล้วเธอก็แพ้นมแม่ ต้องโดนให้น้ำเกลือ แม่เสียใจซ่อนภาพนั้นเอาไว้ เธอไปค้นเจอตอนที่แม่เสียแล้ว พ่อถึงเล่าให้ฟัง ตอนนี้ภาพนั้นอยู่ในกล่องสมบัติ และภาพก๊อปปี้เก็บเอาไว้ในกระเป๋าสตางค์ติดตัวเสมอ

“ไปเถอะ วันนี้เรามีนัดทานข้าวกับน้าเพชรที่บ้านคุณยาย หนูจะได้ไปคุยเรื่องรูปนี้ให้คุณยายฟัง”

สยมภูหันไปลาเจ้าของร้าน ส่งสายตามองเตือนบุตรสาวทำให้ทัดจันทร์ต้องพนมมือไหว้ลา ชื่อของว่าที่แม่เลี้ยงที่หลุดออกจากปากบิดาทำให้ลูกสาวเบี่ยงตัวออก เดินออกไปรอที่รถก่อนอย่างไม่ให้บิดาผิดสังเกต

“ทัดมีติวนะคะ” ทัดจันทร์บอก เมื่อเข้ามานั่งในรถแล้ว สาระวนกับการเสียงสายช้าตและเข้าโปรแกรมติดต่อ นัดหมายไประบายอารมณ์ขุ่นมัวตอนนี้

“ก็พี่ไซไม่ใช่หรือ กินข้าวกันก่อนก็ได้นี่” สยมภูเริ่มจะหงุดหงิดกับบุตรสาว

“ทัดมีซ้อมเทกวนโด้ จะสอบเลื่อนชั้นแล้ว” ทัดจันทร์หาข้ออ้าง ซ้อมเทกวนโด้ก็ส่วนหนึ่ง ผนวกกับการต่อสู้อีกหลายชนิดที่เธอจะถูกอัดแทนกระสอบทราย

“อยู่กินข้าวคุยกับคุณยายหน่อยไม่ได้หรือลูก”

“วันหยุดทัดนอนบ้านคุณยายอยู่แล้ว เช้าก็ได้กินข้าวพร้อมคุณยาย พ่อต่างหากที่จะออกไปกินข้าวกับน้าเพชร ไม่ได้อยู่กินข้าวกับทัด”

“พ่อถึงชวนให้กินข้าวด้วยกันก่อน” สยมภูถอนหายใจ เพราะรักลูก ไม่อยากให้เสียคนเพราะคนรับใช้ที่บ้าน เขาถึงได้ให้ลูกสาวมาอยู่ที่บ้านคุณยายทุกวันหยุด ส่วนช่วงวันเรียนนั้นอยู่ที่หอของโรงเรียน หากวันไหนมีกิจกรรมพิเศษก็จะเป็นศิวาที่อาสาไปรับไปส่งให้หากเขาไม่ว่าง

“วันหลังแล้วกันค่ะ ทัดต้องซ้อม สอบไม่ผ่าน ขายหน้าเด็กๆ” ลูกสาวใส่หูฟังหนีเสียอย่างนั้น สยมภูเร่งความเร็วรถขึ้นอย่างหงุดหงิด เขารู้ตัวว่าอารมณ์ร้อนและลูกสาวก็ได้มันไปเต็มๆ แต่ยอมให้พ่อบ้างไม่ได้หรือยังไง ทัดจันทร์