ผู้เขียน หัวข้อ: จับให้แต่ง แกล้งให้รัก (๑)  (อ่าน 1249 ครั้ง)

หนึ่งลิปดา

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 26
    • ดูรายละเอียด
จับให้แต่ง แกล้งให้รัก (๑)
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2014, 02:23:55 PM »
บทที่  ๑ …

   ธนากร  กฤษยาพันธ์  กำลังขะมักเขม้นอยู่กับตัวเลขที่ทางบัญชีส่งเข้ามาให้ดู    มันเป็น

ตัวเลขงบกำไรขาดทุน ของบริษัทที่เขาต้องการเข้าไปซื้อกิจการ      ความจริงแล้วเขาไม่จำเป็น

ที่จะต้องดูมัน  เพราะเขาได้รับผลการวิเคราะห์ ข้อดี ข้อเสีย แนวโน้มความเป็นไปได้ และข้อมูล

ทุกอย่างจากทีมงานที่ไว้ใจ และทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของเขาแล้ว 

   เพียงแต่ตอนนี้  เขาต้องการจะดูมัน  เพื่อที่จะทำให้ดูเหมือนว่าเขาไม่ได้ตั้งอกตั้งใจกับ

การรอฟังข่าวบางอย่าง     ด้วยความกระวนกระวายใจต่างหาก  ไม่ถึงสิบห้านาที สัญญาณ

ติดต่อของโทรศัพท์ภายในก็ดังขึ้น

   “คุณวิสุทธิ์ ขอพบค่ะ”

   “ให้เข้ามา”
   วิสุทธิ์  เที่ยงตรง  ชายหนุ่มวัยสามสิบต้น ๆ เป็นกึ่งเพื่อน กึ่งผู้ร่วมงาน  เนื่องจาก

ครอบครัวของวิสุทธิ์ ทำงานให้กับ ตระกูลกฤษยาพันธ์มาตั้งแต่รุ่นพ่อมาแล้ว

   “ ได้เรื่องไหม ” ธนากรยิงคำถามอย่างคนใจร้อน  ปิดแฟ้มที่ดูอยู่เมื่อครู่ผลักออกไป

ข้างหน้า
   วิสุทธิ์ ไม่ตอบในทันที  แต่ดึงซองสีน้ำตาลออกมาจากกระเป๋า เปิดซองออก แล้วยื่น

รูปภาพปึกหนึ่งให้ชายหนุ่ม  แล้วทรุดตัวนั่งเก้าอี้ที่ว่างตรงหน้า พูดว่า

   “ รูปเด็กแฝดนั่นเป็นลูกของธวัชชัย  ส่วนผู้หญิงเป็นเมียเขา ”

    ธนากรรับรูปมาดูด้วยความสนใจ  ภาพแรกเป็นรูปของเด็กชายหญิงที่มีใบหน้า

คล้ายคลึงกัน อยู่ในชุดนักเรียนอนุบาล  ภาพต่อ ๆ มาก็เป็นรูปของเด็กทั้งคู่ ที่อยู่ในอิริยาบท

น่ารัก น่าชังต่าง ๆ กัน  ธนากรดูไปเรื่อย ๆ จนถึงภาพสุดท้ายที่เป็นรูปถ่ายครึ่งตัวของหญิงสาวที่

กอดอกไว้ ผมเธอสยายเต็มหลัง ใบหน้าได้รูปสวย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดวงตากลมโตที่ดูเหมือน

จะจ้องตอบมาอย่างเยาะหยันท้าทายอยู่ในที

   “ ดูดีทั้งแม่ทั้งลูก ” 

   “ อะไร … นายพูดได้แค่นั้นเหรอวะ  ถ้าจะพูดให้ถูกนะ ต้องบอกว่า ลูกน่ารัก และแม่ก็

สวยและเซ็กซี่เอามาก ๆ ด้วย  เห็นอย่างนี้แล้ว ฉันไม่แปลกใจเลย ที่นายธวัชจะหนีการแต่งงาน

ไปอยู่กับเธอเมื่อหกปีก่อนน่ะ ”

   ธนากร รวบภาพนั้นเข้ารวมกัน โดยเอาภาพหญิงสาวผู้เป็นแม่ไว้ด้านบน สายตายังจับ

อยู่ที่ใบหน้าสวยนั้นขณะถามว่า


   “ เขาอยู่กันยังไง ตอนที่นายไปพบ ”

   “ หลังจากที่ธวัชชัยเสียชีวิต  น้องสะใภ้นายก็พาลูกไปอยู่ทางใต้ ”

   “ ทำไมไม่ติดต่อมาวะ ” ธวัชชัยพูดอย่างฉุนเฉียว

   วิสุทธิ์ มองหน้าธนากร ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เขากำลังจะพูดต่อไปจะทำให้อารมณ์เขาขุ่นมัว

เพิ่มขึ้นอีกหรือเปล่า

   “ น้องสะใภ้นาย เขาทำงานเป็นรีเซฟชั่นที่โรงแรม ตอนดึกก็ร้องเพลงในผับของโรงแรม

นั่นแหละ ”

   “ ระยำ ” ธนากรสบถออกมา สะใภ้ของ  ‘ กฤษยาพันธ์ ‘ ต้องกลับไปทำงานเก่าอย่างที่

พ่อแม่เขาเคยดูถูกเอาไว้ จนตัดเป็นตัดตายกับลูกชายคนรอง ที่หนีการแต่งงานจากผู้หญิงที่

เหมาะสมกับตัวเอง ไปลงเอยกับนักร้อง

   “ แล้วหลานฉัน ”

   “ อยู่กับยาย  ยายเลี้ยงนะ  … คือฉันหมายความว่า เธอมีแม่เลี้ยง เพราะฉะนั้นก็เลย

กลายมาเป็นยายเลี้ยงของหลานนายไง ”

   “ฉันไม่สนใจจะนับญาติ  ” ธนากรพูดออกมาอย่างไม่แคร์ นิ่งไปอึดใจก็ถามต่อว่า“
ฐานะ เป็นยังไง”
   “ก็ไม่ค่อยจะดีนักหรอก”
   “ฉันส่งเงินให้ทุกครั้งที่นายธวัช ขอมา” ธนากรพึมพำ
 
   แม้จะถูกพ่อแม่ตัดเป็นตัดตาย  แต่ธนากรก็ไม่ใจร้ายพอกับน้องชาย  เขาส่งเงินให้ทุก

ครั้งที่น้องชายร้องขอมา  จะมีก็สี่ปีหลังนี่ละที่ธวัชชัยเงียบหายไป  ธนากรเองก็มัวแต่ยุ่งอยู่กับ

การทำธุรกิจไม่ได้สนใจที่จะสอบถามข่าวคราว เพราะรู้ว่าหากไม่มี ธวัชชัยก็คงจะติดต่อมาเอง 

จนเมื่อปีที่แล้ว บิดาและมารดาได้ถึงแก่กรรมเพราะอุบัติเหตุทางเครื่องบิน ท่านใจแข็งทำ

พินัยกรรมทุกอย่างยกให้แก่เขาหมด  แต่ธนากรก็ยังนึกถึงน้องชายคนเดียวของเขา  ชายหนุ่ม

จึงติดต่อไปที่ธวัชชัย เพื่อจะให้เขาพาลูกและเมียมาอยู่ที่  ‘ กฤษยาพันธ์ ‘ ด้วยกัน   แต่ดูเหมือน

จะสายไปเพราะเขาได้รับข่าวจากนักสืบที่เขาให้ช่วยค้นหาว่า  น้องชายได้เสียชีวิตลงไปถึงสี่ปี

มาแล้ว  และน้องสะใภ้ของเขาได้พาลูก ๆ ย้ายไปอยู่ที่อื่นเสียแล้ว

   ความรู้สึกผิด ทำให้ธนากรต้องสืบหาหลาน เพื่อจะนำมาอุปการะ เพราะอย่างน้อย

หลานของเขาก็เป็นทายาทของ  กฤษยาพันธ์

   “ แต่นายอย่าลืมซิว่ามันนานมาร่วมสี่ปีแล้ว ที่เขาไม่ได้ติดต่อมา  ฉันไม่แปลกใจเลยที่
เธอจะหวนกลับไปทำอาชีพเดิมอีกครั้ง   จากที่นายเห็นในรูป ก็คงจะรู้นะว่าเธอเป็นคนสวย  มี
คนมาติดพันเยอะมากเลยนะ น้องสะใภ้นายนี่ ”  วิสุทธิ์หยุดยิ้มนิดหนึ่งเอ่ยต่อว่า“ แต่เธอไม่เล่น
ด้วย ท่าทีติดจะหยิ่ง ๆ ด้วยซ้ำ ”

   ธนากรเหยียดริมฝีปากอย่างดูถูก  เขาไม่เชื่อว่าผู้หญิงจะซื้อด้วยเงินไม่ได้  อย่างน้อยก็

มาจากประสพการณ์เกือบทั้งชีวิตหนุ่มของเขาละ

   “ มีอยู่รายหนึ่ง เข้าทางแม่เลี้ยงและลูก  ท่าทางจะก้าวหน้ากว่าใคร เข้านอกออกในบ้าน

นี้ได้ตลอดเวลา ”

   “ ใคร ”

   “ ชื่อบรรจบ  สินสมบัติ  เป็นนักธุรกิจหนุ่ม ฐานะไม่เลวเข้าขั้นเศรษฐีของจังหวัด ”

   “ มีท่าทีจะลงเอยกันไหม ”

   “ คงยาก “ วิสุทธิ์คาดคะเน  “ เพราะข่าวว่า คั่วกันมานานแต่ยังไม่ลงเอยเสียที ว่ากันว่า

ฝ่ายหญิงเล่นตัวน่าดู ”

   “ กับผู้หญิงม่ายลูกสองนี่เหรอ  ? ” เสียงธนากรฟังดูเหยาะหยันมากกว่าแปลกใจ   

   “ นายบรรจบถึงกับลงทุนจะไถ่ถอนบ้านที่ติดจำนองให้เธอ พร้อมข้อเสนอเรื่องการ

แต่งงาน ”

   “ กระดังงาลนไฟจริง ๆ ” ธนากรพูดยิ้ม ๆ หยิบภาพสตรีที่เป็นน้องสะใภ้ขึ้น มาดูอีกครั้ง 
ก่อนจะสั่งว่า

   “ นายจะทำยังไงก็ได้นะ ฉันต้องการหลานฉันคืนมา ส่วนแม่ของเขานั้น นายจ่ายเงินไป

ตามที่หล่อนเรียกร้องมาก็แล้วกัน  ในเมื่อหล่อนมีโครงการจะแต่งงานใหม่อยู่แล้ว งานของนาย

น่าจะง่ายขึ้น ”

   “ ฉันว่านายออกจะพูดง่ายไปหน่อยนะ เพราะจากข่าวที่รู้มา เธอรักลูกมา ที่ไม่ยอมปลง

ใจกับใครสักคน ก็เพราะลูกนี่ละ ”

   “ ก็ในเมื่อตอนนั้น ยังไม่มีการเสนอเรื่องเงินตอบแทนนี่นา อีกอย่างหล่อนก็ต้องมั่นใจได้

ซิว่า ลูกของหล่อนนะอยู่ที่ ‘ กฤษยาพันธ์ ‘ กับลุงแท้ ๆ ของเขา  เด็ก ๆ จะเป็นทายาทของฉัน

 และฉันไม่มีวันที่จะทอดทิ้งได้หรอก ”

   “ ก็ …ถ้าเผื่อนายแต่งงาน ” วิสุทธิ์ติง

        ธนากรหัวเราะ  “ นายเก็บเอาไว้เลยเรื่องนั้น  กฤษยาพันธ์  มีทายาทอยู่แล้ว ไม่มีความ

จำเป็นใด ๆ ที่ฉันจะต้องหาห่วงมาผูกคอตัวเองนี่หว่า ”

   “ อ้าว … แล้วคุณเพ็ญจิตราละ ” ถามอย่างสงสัยเพราะเห็นเพื่อนหนุ่มออกจะให้ความ

สนิทสนมเป็นพิเศษ จนเธอสามารถเข้าไปจัดการทุกอย่างในบ้านของธนากรดุจดังเป็นคุณ
ผู้หญิงของบ้านก็ว่าได้

   “ ก็เขาชอบอย่างไร ฉันก็เล่นไปตามบทนั้น สิ่งเดียวที่ไม่ได้ คือการเป็นเมียฉัน ” 

ธนากรตอบอย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะกำชับว่า

   “ จัดการเรื่องหลานฉันให้เสร็จก่อนที่ฉันจะบินไปประชุมที่ฮ่องกงอาทิตย์หน้าด้วย ”

***********

   วสุดา  รู้สึกปวดศีรษะเล็กน้อย หลังจากที่ร้องเพลงสุดท้ายจบลง และรู้สึกเซ็ง จนต้องนิ่ว

หน้าด้วยความเบื่อหน่าย เมื่อเห็นร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งรี่เข้ามาหาเธอทันทีที่เธอลงจากเวที

   “ ผมมารับคุณ  ความจริงงานผมยุ่งมาก แต่ทนคิดถึงคุณไม่ไหว ต้องหนีประชุมมาก่อน 

คุณน่าจะโดนปรับนะที่ทำให้ผมต้องเสียงาน ”

   บ้าเอ้ย ! ..ใครใช้ให้มาเล่า   วสุดา สบถในใจ เซ็งมากจนไม่สามารถจะแกล้งฉีกยิ้มได้

   “ คุณไม่จำเป็นต้องมาก็ได้ ” เธอพูดเสียงแข็ง ด้วยความเบื่อ แต่อีกฝ่าย กลับไปตัว

เข้าใจไปอีกทาง

   “ ไม่เอาน่า … อย่างงอนผมซิ ผมแค่ล้อเล่นเท่านั้นเอง ”

          วสุดาเบือนหน้าหนีอย่างเบื่อ ๆ  นายบรรจบ นี่ อะไร ๆ ก็พอทนหรอก เธอพยายาม
คิดช่วยหาข้อดีให้เขา  ในเรื่องรูปร่าง หน้าตา ฐานะ ก็เป็นสิ่งดึงดูดให้เป็นที่สนใจของผู้หญิงอื่น

ความใจกว้างมีน้ำใจที่เขามีต่อเธอ วสุดา ก็ยอมรับว่ามัน ดีมาก แต่ไอ้เรื่องที่ชอบคิดเหมาเอา

เองว่า เธอเป็นอย่างที่เขาคิด บวกกับความจุ้นจ้านอย่างถือดีของเขา ทำให้เธอทนไม่ไหวจริง ๆ

โดยเฉพาะเรื่องเหมาเดาเอาเองในความรู้สึกที่เธอมีต่อเขาแล้ว ทำให้ วสุดา แทบจะอ้วก

   “ วันนี้ ผมมีข่าวดีเรื่องบ้านของคุณด้วยนะ ผมตัดสินใจแล้วว่า ผมจะไถ่ … ”

   “ ฉันจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ” วสุดารีบตัดบท

   “ ก็ดีครับ  ผมก็ดู ๆ อยู่เหมือนกันว่าชุดนี้มันโป๊ไปหน่อย เวลาคุณขึ้นไปร้องเพลงให้คน

เห็นแล้ว ผมรู้สึกหวงนะ ” บรรจบพูด โดยคิดว่าจะทำให้เธอเห็นว่า เธอเป็นคนพิเศษสำหรับเขา

เพียงใด
   วสุดาหน้าตึง  อยากจะพูดอะไร  ที่มันเจ็บ ๆ ออกมา แต่ก็ต้องกลั้นเอาไว้  อย่างน้อย

ตอนนี้ เธอยังต้องพึ่งพาเขาในเรื่องเงินทอง  สิ่งที่เธอทำจึงเพียงแต่เดินอย่างเร็วไปทางห้อง

เปลี่ยนเสื้อผ้า

   “ พี่ดาครับ มีแขกที่โต๊ะ ขอพบพี่ครับ ”

   บริกรหนุ่มที่คุ้นเคยกัน เข้ามาบอกทันทีที่ วสุดาเดินออกจากห้อง

   “ พี่ไม่รับแขก ” เธอบอกห้วน ๆ

   “ เขาให้บอกพี่ว่า เป็นทนายความมาจาก ตระกูล กฤษยาพันธ์ ”

   วสุดา ชะงักนิดหนึ่ง คิ้วที่โก่งเรียว ขมวดเข้าหากันนิดหนึ่ง แล้วคลายออก รอยยิ้มเยาะ

ๆ ติดที่ริมผีปาก   มาอะไรกันจนป่านนี้   เธอคิด

   “ เสร็จแล้วใช่ไหมครับ ”

   เสียงที่น่าเบื่อหน่ายสำหรับเธอสอดแทรกเข้ามา  ความตั้งใจที่จะไม่ไปพบกับ

ทนายความเลยเปลี่ยนไป

   “ ขอตัวคุยธุระเดี๋ยวนะ คุณบรรจบ “  เธอรีบบอก แล้วดุนหลังให้ บริกรหนุ่มนำหน้าเธอ

ไปโดยเร็ว

   “ นิพนธ์ ไปบอกให้รถโรงแรมรอพี่หน่อยนะ ประเดี๋ยวคุยกับแขกเสร็จจะได้รีบกลับ ” 

เธอกระซิบระหว่างทางเดินไปที่โต๊ะ

   บริกรหนุ่มยิ้ม พยักหน้าอย่างเข้าใจกันดี เพราะวสุดามักจะมีกรณีหลบเพื่อนชายคนนี้

แบบนี้บ่อย ๆ

   ถ้าวาดภาพเอาไว้ในใจอย่างนวนิยายที่เคยอ่าน  วสุดาก็ต้องแปลกใจมากที่ได้พบกับ
ชายหนุ่มมาดดี  แทนที่จะเป็นชายแก่ใจดี  เขารีบลูกขึ้นยืนเมื่อหญิงสาวเดินไปถึง

   “ สวัสดีครับ ผมชื่อวิสุทธิ์  ” เขาเอ่ยแนะนำตัวเอง

   “ วสุดาค่ะ  ไม่ทราบว่าคุณมีธุระอะไร  เชิญพูดมาได้เลยค่ะ เพราะฉันกำลังรีบ ”

  เธอบอกเขาตรง ๆ

   “ คุณร้องเพลงได้ไพเราะมาก ”

 วิสุทธิ์กล่าวชม มองไปทีหญิงสาวเหมือจะตรวจตรา  วสุดาถึงกับจุ๊ปากอย่างไม่พอใจ

   “ ฉันกำลังหงุดหงิด  ถ้าคุณยังไม่มีเรื่องที่น่าสนใจกว่านี้จะพูด ฉันก็จะกลับละ  ”

   “ ผมขอโทษ ” ทนายหนุ่มรีบกล่าว  ท่าทาง วสุดาเป็นผู้หญิงที่เลือดร้อนไม่เบา  เขาจับ

ตาดูเธอในความสลัวของแสงไฟเมื่อพูดต่อว่า

   “ ผมอยากจะพูดกับคุณถึงเรื่องทายาทของ  กฤษยาพันธ์  เท่านั้นเองครับ “

   วสุดาไหวไหล่  เหยียดยิ้มออกมา

   “ ฟังดูหรูดีนี่ คุณหมายถึงใครละ ”

   “ ก็หนูอ้อ กับหนูไผ่ ยังไงเล่าครับ ”

   “ กิ่งอ้อ  กับกอไผ่นะเหรอ ? ” เธอทวน แล้วยิ้มขำ  “ ชักจะเป็นนวนิยายจัง เจ้าคุณย่า
หรือเจ้าคุณปู่ละคะที่ให้หา ”

   “ เจ้าคุณลุงครับที่ให้หา  เพราะเจ้าคุณปู่ และเจ้าคุณย่าเสียชีวิตแล้วทั้งคู่ ” วิสุทธิ์เล่น

มุขไปกับเธอ แล้วก็พูดเสียงจริงจังว่า

   “ คุณธนากร ที่เป็นพี่ชายของสามีคุณ และเป็นเจ้านายของผมด้วย เขาสั่งให้ผมมาคุย

กับคุณเรื่องเด็ก ๆ หน่อยเท่านั้นเอง  ไม่ทราบว่าจะมีที่เป็นส่วนตัวกว่านี้ไหม เพราะมันอาจจะ

ยาว ”

   “ คุณสรุปให้ฉันฟังสั้น ๆ ก็ได้ ไม่จำเป็นจะต้องอ้อมค้อม ให้มันมากเรื่อง  คิดว่าคุณคง

เตรียมมาแล้วแน่ ๆ ”

   “ ถ้างั้นก็ … พูดตรง ๆ เลยนะครับ  คุณธนากรต้องการให้หลานกลับไปอยู่ที่  กฤษยา

พันธ์  เพื่อเป็นทายาทของเขาครับ ”

   “ แล้วไง ? ”

   “ คือ คุณธนากร ทราบดีว่า ภาระการเลี้ยงดูเด็กที่กำลังกินกำลังนอนนั้นมันต้องใช้

จ่ายเงินเพียงใด  เนื่องจากเด็กก็เป็นลูกของน้องชายคนเดียวของเขา  และเขาก็รวยมากพอที่จะ

แบ่งเบาภาระคุณได้  เพราะเท่าที่ทราบตอนนี้ คุณก็มีปัญหาเรื่องเงินอยู่ไม่น้อย อีกทั้งเรื่องบ้าน
ก็ติดจำนองใกล้จะหลุดอยู่แล้ว เขาก็เลยมีข้อเสนอที่คุณคงจะสนใจ ”

   “ อะไร ? ”

   “ หากคุณยินยอมให้เขาเป็นผู้ปกครองตาม กฎหมายของหลาน ๆ เขา  เขาก็ยินดีที่ตอบ

แทนคุณเท่าที่คุณต้องการ ”

   “ เงินเรอะ ? ”

   “ ก็… ทำนองนั้น ”  วิสุทธิ์ชักอึดอัด  เมื่อจับอารมณ์ของ วสุดา ได้ ว่าเธอกำลังโกรธ  จึง

รีบพูดขึ้นว่า 

   “ คุณอย่าเพิ่งโกรธนะ ธนากรไม่ได้มีเจตนาดูหมิ่นอะไรคุณ เพียงแต่เขาทราบข่าวมาว่า

คุณกำลังจะแต่งงานใหม่เท่านั้น หากเขารับหลานไปอยู่ด้วยก็จะทำให้การสร้างครอบครัวใหม่

ของคุณคล่องตัวขึ้น  ไม่ต้องคอยพะวงว่า สามีและลูกจะเข้ากันได้ไหม  และถ้าหากคุณต้องการ

ที่จะไปเยี่ยมเยียนลูก คุณก็ไปได้ตลอดเวลาที่   กฤษยาพันธ์  ลูกยังเป็นลูกของคุณอยู่ เพียงแต่

เปลี่ยนสถานที่เลี้ยงดูเขาเท่านั้น ”

   “ แล้วนายธนากร นี่ไม่มีลูกรึยังไง ” เธอถามขัดขึ้น

   วิสุทธิ์ หัวเราะหึ ๆ   “ คุณไม่ต้องวิตกเรื่องนั้นหรอก  ธนากรเขาไม่คิดจะแต่งงานกับ

ผู้หญิงคนไหน  ลูกของคุณจะเป็นทายาทเขาจริง ๆ ไม่ต้องห่วง ว่าเขาจะเปลี่ยนใจทีหลัง ”

   “ฉันไม่สนใจหรอกเรื่องการเป็นทายาท  เพราะไม่คิดจะยกกิ่งอ้อ กอไผ่ ให้ใคร   บอก

เจ้านายคุณได้เลย ”

   วสาพูดเสียงเข้ม  ขยับตัวลุกขึ้น  แต่วิสุทธิ์ฉุดมือไว้ก่อน

   “ นายกร  เขาก็คิดอย่างนี้เหมือนกันว่า คุณคงไม่คิดจะยกให้เขาง่าย ๆ  ดังนั้นเขาจึง

พร้อมที่จะให้คุณเรียกร้องเอาเงินเท่าไหร่ก็ได้ ตามแต่คุณต้องการ เรียกได้ว่าไม่อั้นเลยละ  ”

ชายหนุ่มพยักหน้าให้เธอเหมือนกับจะให้พิจารณาข้อเสนอที่ ไม่อั้น นี้อีกที

    วสุดาสูดลมหายใจเข้าปอดเต็มที่ อย่างสะกดอารมณ์ แล้วค่อย ๆ พูดด้วยน้ำเสียงเรียบ

ๆ ว่า
   “ ให้ทั้งคุณ และเจ้านายของคุณไปตายเสียเถอะ ”

   วิสุทธิ์ ถึงกับอึ้ง  ท่าทางของวสุดา ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะซื้อด้วยเงินได้ง่าย ๆ  ไอ้ที่คิดว่าจะ

ง่าย  ดันยากขึ้นมา  เขาไม่อยากจะพูดในสิ่งที่เตรียมเอาไว้เป็นแผนสอง  แต่ก็เป็นหน้าที่อีกนั่น

แหละ
   “ หากคุณไม่ตกลงในข้อเสนอนี้  นายธนากร ให้บอกว่า เขาจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้

หลานเขากลับไป  รวมแม้กระทั่งการยื่นร้องต่อศาลเพื่อให้ได้สิทธิ์ดูแลเด็ก  ด้วยฐานะอย่างคุณ
ตอนนี้ ผมว่าคุณเป็นรองเขาแน่ ”

   วิสุทธิ์คาดผิดที่คิดว่าจะได้เห็นท่าทางโกรธปึงปังของหญิงสาว เพราะเมื่อฟังสิ่งที่เขาพูด

ออกมาหมดแล้ว  วสุดาก็หัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างขบขัน

   “ ตลกดีแท้ ๆ  พวกคุณคิดว่ากำลังจะทำอะไร  ทำไมไม่หาข้อมูลให้มันมากกว่านี้ ”

น้ำเสียงเธอเย้ยหยัน เมื่อพูดต่อ  “ กิ่งอ้อ และกอไผ่  เป็นลูกนอกสมรสนะคะ  และตอนนี้เด็ก ๆ

ก็อยู่ในความดูแลของฉันอย่างถูกต้องตามกฏหมายด้วย  จะเอาอะไรมาฟ้องละคะ ? ”

   วิสุทธิ์ ตัวแข็ง  เรื่องนี้ไม่เป็นที่คาดคิดมาก่อน  แต่เพื่อความแน่ใจชายหนุ่มเลยถามย้ำว่า

   “ นี่คุณกำลังจะบอกว่า นายธวัชชัยและคุณ ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันใช่ไหม ? ”

   “ ถูกต้องค่ะ เชิญคุณไปเชคดูให้แน่ใจได้เลย  ” วสุดาตอบแล้วขยับตัว   “ คุณคงหมด

เรื่องคุยกับฉันแล้ว เห็นจะต้องขอตัว ”

   “ เดี๋ยวครับ ” วิสุทธิ์เรียกไว้ก่อนที่วสุดาจะเดินหนี

   “ ในเมื่อข้อเสนอทางคุณธนากรยื่นมา ถูกคุณปฏิเสธ คุณจะมีอะไรเป็นอย่างอื่นไหม

ครับ ที่จะทำให้พอใจจนยอมให้คุณธนากรเขามีสิทธ์ในการปกครองหลาน ”

   วสุดา เลิกคิ้ว ถามว่า  “ เขาให้คุณถามฉันอย่างนี้ด้วยเหรอ ? ”

   “ เปล่า .. แต่เป็นหน้าที่ของผม ที่จะหาทางให้เจ้านายผมได้อย่างที่เขาต้องการ  ในเมื่อ

สิ่งที่เขาเสนอมาไม่ถูกใจคุณ  เขาก็น่าจะได้รู้ว่าคุณต้องการอะไร ”

   “ฉันไม่มีข้อเสนอ  แต่มีข้อแนะนำให้เจ้านายคุณว่า ถ้าเขาไม่ได้เป็นหมัน ก็ควรจะ

แต่งงานมีลูกเป็นของตัวเองเสียนะ จะได้ไม่ต้องเสียเวลา มาพรากลูกพรากแม่คนอื่นเขา ”

   วิสุทธิ์หัวเราะหึ ๆ กับคำพูดของเธอ  ถ้าธนากรมาได้ยินคงโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงแน่ 

   “ มีอะไรเป็นอย่างอื่น อีกไหมครับ  ท่าทางแฟนคุณคงรอแย่แล้ว ”

   วสุดา มองบรรจบ ที่ชะเง้อคอหาเธอจนเห็นและทำท่าจะเดินมาหา  อารมณ์กดดัน

บางอย่างทำให้หญิงสาวถึงกับพูดออกมาว่า

   “ ถ้าเป็นไปได้ ฉันก็อยากจะได้เงินสักห้าสิบล้าน  และการแต่งงานกับเจ้านายของคุณ

อย่างถูกต้องตามกฏหมาย  พอไหวไหมละคะกับข้อเสนอนี้ ”

   อีกครั้งที่วิสุทธิ์ถึงกับอ้าปากค้าง  แต่แล้วก็พูดว่า

   “ ผมจะบอกข้อเสนอของคุณต่อเขา โดยเร็วที่สุด ”

   “ คุณจะบอกเขาจริง ๆ  ”  สายตาวสุดามีแววเจ้าเล่ห์

   “ เรื่องเงินไม่เท่าไหร่ แต่เรื่องแต่งงานมันเป็นไปได้ยาก ผมไม่คิดว่าเขาจะตอบตกลง

หรอกครับ  แต่อย่างน้อยที่สุดคำพูดของคุณก็ช่วยผมได้ ไม่งั้นผมคงต้องกลับไปมือเปล่า ”

วิสุทธิ์พูดอย่างจริงจัง

   วสุดา  ยิ้มนิด ๆ   แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้ก็เถอะ  เธอก็ไม่อยากจะให้มัน

ผิดพลาด

   “ หากคุณจะบอกเขาจริงละก้อ  บอกด้วยแล้วกันว่า ฉันต้องการคำตอบด้วยตัวของ

เขาเองมายืนอยู่ต่อหน้าฉันภายในพรุ่งนี้ ก่อนเที่ยง ถ้าหลังจากนั้นเป็นอันยกเลิก ”

   “พรุ่งนี้เขาต้องบินไปประชุมที่ฮ่องกงแต่เช้า ”

   “  เสียดายจังเลยนะคะ ” วสุดาพูดด้วยน้ำเสียงไม่จริงจัง แล้ว ยิ้มให้เขา

   “ ถ้าฉันจำเป็นต้องใช้ทนายละก้อ ฉันต้องเลือกคุณแน่ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ” เธอพูด

ทิ้งท้ายก่อนจะ เดินหลบหลีกไปตามโต๊ะต่าง ๆ อย่างคล่องแคล่ว 


*************************************************************








*** เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่พี่ฟีแต่งเอาไว้นานมากแล้วค่ะ ใช้นามปากกาตัวเองว่า  ปานรตี   
เรียกได้ว่า ตอนเพิ่งจะทำเว็บ forwriter.com ประมาณปี 2548 เลย
สำนวนยังพอไหว แต่ดูเหมือนการพิมพ์จะมีปัญหา เพราะเมื่อก่อน เวลาพิมพ์เครื่องหมายคำพูด จะติดจากพิมพ์ดีดคือ เว้นวรรค
ในเครืองหมายคำพูดปิดเปิด   อยากให้เห็นว่า เมื่อก่อนเป็นแบบไหน เลยแก้ไขเพียงเล็กน้อยค่ะ
ก่อนนั้น คำสรรพนามตัวละครหญิง จะใช้ดิฉัน  ไม่รู้ว่า ไล่แก้หมดหรือเปล่า  หากเห็นชื่อวิเวียนโผล่ขึ้นมา ก็ให้รู้วาตอนนั้นพี่ฟีเปลี่ยนชือตัวละครมาเป็นวสุดาค่ะ
แต่อาจจะไล่แก้ไม่หมดตั้งแต่ตอนแรกเลยที่เดียว
มาอ่านเห้นตัวละครขึ้นชื่อด้วยอักษรเดียวกัน ซึ่งบางทีก็จะมีขอแนะนำว่า ไม่ควรทำเหมือนกัน
เพราะคนอ่านอาจจะเกิดความสับสนได้ง่าย หรือเอาไปเชือ่มความสัมพันธ์กันไปเสียโน่น
ก็หลายปีแล้ว ลองอ่านดูนะคะ
เดี๋ยวบทต่อๆ ไป พี่ฟีจะแก้ไขให้มากขึ้นค่ะ   
ขอบคุณค่ะ
^--^


http://forwriter.com/mysite/forwriter.com/variety/novel/road_of_love/chapter1.htm
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 01, 2014, 02:26:30 PM โดย หนึ่งลิปดา »

buddy

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 337
    • ดูรายละเอียด
Re: จับให้แต่ง แกล้งให้รัก (๑)
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2014, 03:48:39 PM »
โอ้ววว เกือบสิบปีแล้วเรื่องนี้ อิอิ
สู้ๆ ค่ะ พี่ฟี ขอให้จบก่อน 2558 นะคะ  8)

ไอวินทร์

  • นักข่าว
  • Full Member
  • *
  • กระทู้: 232
    • ดูรายละเอียด
Re: จับให้แต่ง แกล้งให้รัก (๑)
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2014, 05:25:04 PM »
เรื่องนี้  หมั่นไส้พระเอก มาก  แบบ รวยเวอร์ 
จะเอาเงินมาซื้อตัวหลานกลับคืน ฮ่าๆ
(เท่าที่อ่านไว้นานแล้ว และความรู้สึกที่ยังพอระลึกได้ กร๊ากกๆๆ)

ธนาคาร  เอ้ย ธนากร เป็นหมัน ???
หรือ  อิ บ่มีไก๊ล่ะ   ::) 
มัวแต่ทำงานหนัก สเปิร์มเลยหมดอายุก่อนวัย ฮ่าๆ

ขอให้วสุดา จัดหนัก สั่งสอนให้เป็นคนดีหน่อย
กร๊ากกๆๆ
Licht und Schatten トーキョーグール-

กุลภัสสร์

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 44
    • ดูรายละเอียด
Re: จับให้แต่ง แกล้งให้รัก (๑)
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2014, 06:29:31 PM »
เรื่องนี้นานมากเลยนะคะ ตอนนั้นภัสยังอยู่ประถมอยู่เลย 555

แต่น่าสนุกมากเลยค่ะ อยากอ่านต่อมากๆ

คุณพีทคุง

  • นักข่าว
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 47
    • ดูรายละเอียด
    • คนเขียนฝัน พิธันดร
Re: จับให้แต่ง แกล้งให้รัก (๑)
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2014, 08:40:18 PM »
วสุดาตอก เอ๊ยตอบได้สะใจมากครับ อยู่ไม่ติดแน่ธนากรเอ๊ย คอยดู๊

เอพริว

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 19
    • ดูรายละเอียด
Re: จับให้แต่ง แกล้งให้รัก (๑)
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2014, 05:10:14 PM »
อีากกกกก แรงงง ทั้งคู่